[HOME] [สารบัญ] l 1 l 2 l 3 l 4 l 5 l 6 l 7 l 8 l 9 l 10 l 11 l 12 l 13 l 14 l 15 l 16 l 17 l 18 l 19 l 20 l 21 l 22 l 23 l 24 l 25 l 26
     l 27 l 28 l 29 l 30 l 31 l 32 l 33 l 34 l 35 l 36 l 37 l 38 l 39 l 40/1 l 40/2 l 41 l 42 l 43/1 l 43/2 l 44 l 45
     l 46 l 47 l 48 l 49/1 l 49/2 l 49/3 - fin l

บทที� 49 ส่วนเติมเต็มของหัวใจที่สมบูรณ์ /3 - fin


ตอนนี้เซอิจิกำลังควบม้าตรงไปยังเกี้ยวของหญิงสาวฝ่าหมู่โจ� เขาคว้าดาบบนซากโจรขึ้นมา ขณะม้าวิ่ง ชายหนุ่มควงดาบตะลุยเข้าฟันคอโจรทันที เขาชักม้าให้กระโดดข้ามโจรที่ขว้างควบตรงไปหาหญิงสาวทันท�


ซาไออยู่ในเกี้ยวที่กำลังโคลงแคลงเพราะข้างนอกมีการต่อสู� หยดเลือดซาดกระเซ็นถูกม่านเกี้ยวเป็นด่างดวง หญิงสาวตกประหม่าเต็มทน กว่าเธอจะตั้งสติได� เกี้ยวก็โคลงจวนล้ม หญิงตั้งตัวขึ้นเพื่อออกจากเกี้ยว เธอยกมือขึ้นเปิดม่านเกี้ยวเพื่อหนีออกไ� แต่เมื่อเธอเลิกม่านเกี้ยวได้ ก็มีมือหยาบกร้านกระชากเธอออกจากเกี้ย� แล้วลากออกมาจนกองอยู่ตรงพื้น พอหญิงสางเงยหน้าขึ้น ก็พบคนร่างใหญ่ราวกับสัตว์ป่า ขนดกดำ นัยน์ตาดุร้า� ซาไอมองมันและรู้สึกว่าเธอเคยประสบเหตุการณ์อย่างนี้มาก่อน แต่ก่อนที่เธอจะทำอะไ�

ชายผู้น่ากลัวก็กระชากแขนเธอขึ้นอย่างรุนแรงจนเธอกลัวว่าแขนเธอจะขาดออกจากร่า� แล้วบีบใบหน้าของเธออย่างรุนแรง แล้วพึมพำอะไรสักอย่างที่เธอไม่ได้ยิน ก่อนจะพ่นลมหายใจร้อนๆใส่ใบหน้าเธ� แล้วยังจะเลียใบหน้าเธออี� น้ำเปียกแฉะจากปากของสัตว์ประหลาดข้างหน้า

ทำเอาหญิงสาวทั้งถีบทั้งดิ้นรนให้หลุดออกจากการเกาะกุม ที่ทั้งรัดและกอด สุดท้ายมนุษย์ป่าเถื่อนก็กระชากตัวหญิงสาวขึ้นบ่ามัน ซาไอกรีดร้องและข่วนร่างใหญ่ยักษ์นั้น แต่ก็ไม่เป็นผล ร่างใหญ่ยังคงแบกเธอเดินออกไปเรื่อย�

องครักษ์หลายสิบคนพยายามเข้าอารักขาเจ้าหญิงแต่ร่างนั้นก็ใช้ดาบหวดเสียจนตายคาที่ มีองครักษ์ผู้กล้าหาญคนหนึ่งที่เข้าโจมตีร่างยักษ์ แล้วได้ฝากบาดแผลไว้ที่บริเวณต้นขาของมั� อีกหลายคนโจมตีตามมาฝากรอยแผลเอาไว้ ก่อนจะถอยออกไปดูเชิง บ้างก็เหลียวหลังรับดาบเหล่าโจรที่เข้าหวดอาวุธใส่ข้างหลังพวกเขา ขณะที่คนเถื่อนอุ้มหญิงสาวไกลออกไปเรื่อยๆ



"ท่านเซอิจิ�" หญิงสาวกระซิ� ขณะที่กระบังลมเธอถูกกดไว้บนไหปลาร้าที่ทั้งแข็งและแหล� คนเถื่อนที่แบกเธอกำลังจะก้าวขึ้นม้� ซาไอออกแรงแขนเหวี่ยงมือใส่บ้องหูของคนกระทำลวนลามเธอสุดแรงเกิ� สัตว์ร้ายในร่างมนุษย์โอดครวญ เธอหล่นตุ้บลงบนพื้นเบื้องล่า� ฝุ่นตลบไปทั่� หญิงสาวจับชายกระโปรงแล้วลุกขึ้นวิ่งหนีอย่างรวดเร็ว ลมตีหน้าของเธอ ผมที่เพิ่งปรกหน้าลู่หลังไป เพียงชั่วอึดใจ มือหยาบก็คว้าข้อแขนเธอได้อีก หญิงสาวกระชากแขนของเธอคื� แต่ไม่สำเร็จ มันกระชากเธอเข้าหาตัวและตบหน้าเธออย่างรุนแรง ซาไอหน้าหั� น้ำตาเล็ดออกมาอย่างเจ็บปวด เธอหันกลับไปและกัดริมฝีปากมองมันด้วยความเคียดแค้� หญิงสาวได้ยินเสียงหัวเราะเย้ยหยันใส่เธ� เป็นเสียงที่น่ารังเกีย� ทั้งแห้ง กร้า� และน่าขยะแขย�

มันลากเธอขึ้นหลังม้าอย่างทุลักทุเล ใบหน้าของเธอกระแทกกับข้างอานม้� และแล้วคนบนม้าก็ใช้เท้ากระแทกให้ม้าออกวิ่งเหยาะๆไป�

ซาไอทรุดใบหน้าลงมองพื้นอย่างสิ้นหวัง น้ำตาไหลหยดตามพื้น เสียงม้าวิ่งเหยาะๆ คล้ายนับถ้อยหลังเวลาที่จะถูกย่ำย� ทั้งๆที่คิดว่าจะไม่เงยหน้าขึ้นจากพื้นแล้วเชียว จู่ๆก็มีเสียงควบม้าตะลุยเข้ามา ตามด้วยเสียงตะโกนก้อ� พร้อมกับหวดดาบใส่อย่างรุนแรง ร่างคนเถื่อนร่วงลงจากม้าแทบจะทันที หญิงสาวก็ตกตามลงมาเช่นกั� พอตั้งตัวได้ ซาไอก็รีบยันกายลุกขึ้นจากพื้นทันที มีเสียงลงจากม้� เธอเห็นเพียงปลายเท้าของผู้ลงมา ด้วยตกใจเมื่อมือคู่นั้นเข้าจับท่อนแขนของเธ� หญิงสาวสะบัดออ� แล้วทุบลงบนอกของคนผู้นั้นทันที

"ปล่อยข้าน่�!!!!" เธอร้อ� เจ้าของมือถอยหลังด้วยความตกใจเล็กน้อ� ก่อนที่จะจับท่อนแขนของเธออีกครั้�

"ซาไอ!!!" เสียงคนผู้นั้นเรีย� หญิงสาวมองใบหน้าของผู้พู� ความสำนึกผิดไหลพล่านตามรูขุมขนทันท� เธอทุบคนที่ประสงค์ดีกับเธอเสียแล้ว

"ท่านเซอิจิ�." เธอมองใบหน้าของคนที่อยู่ตรงหน้าเสียเต็มต� พอความรู้สึกสำนึกผิดเริ่มซาหาไ� ความรู้สึกกลัว และคิดถึงก็เข้ามาแทนที� ซาไอไม่พูดอะไร กอดร่างที่อยู่ข้างหน้าท่าเดียว!!!

เซอิจิลูบศรีษะปลอบหญิงสาวราวกับเป็นเด็กๆ

"หยุดร้องก่อน…ขึ้นม้าเถอะ ข้าทำร้ายลูกพี่มัน พวกมันไม่ยอมแน�!!!" ว่าจบก็จูงมือคนที่อยู่ข้างๆไปยังม้� และขึ้นหลังม้า ก่อนที่จะฉุดมือหญิงสาวตามขึ้นไ� แต่แล้วทั้งสองก็ต้องสะดุ้ง เมื่อดาบที่หวดลงศรีษะคนร่างยักษ์ที่เซอิจิเห็นว่าเทียบได้แม้แต่เดเอคิ มันผู้นั้นไม่ได้สิ้นใจดังที่ควรเป็� มันยังลุกขึ้นพลางกุมศรีษะที่โชกชุมด้วยเลือ� พลางจ้องมองมาที่ทั้ง 2 อย่างโกรธแค้� ไม่เท่านั้นยังชี้หน้าของเซอิจิพลางสบถด่า

"จับแน่นๆน่�" เซอิจิพูดด้วยเสียงติดตลก เพราะคนร่างยักษ์ย่างเท้ามันเข้ามาใกล� แต่ก่อนจะถึงตัวทั้งสอง ม้าของฏษัตริย์แห่งนากิก็ควบออกไปแล้ว!!!

ม้าตัวดีของเซอิจิที่ควบออกไปนั้น หาใช่ไปอย่างสบาย� แต่ต้องฝ่ายหมู่โจรอีกเกือบร้อยคนที่ดักรออยู่ข้างหลัง ม้าตะลุยผ่าน พร้อมกับดาบที่แกว่งไปม�

"เคร้�!!!" เสียงปะทะดาบอย่างรุนแรงพอสมควร ผู้ปะทะดาบกับราชาเซอิจิยังควงดาบกระหน่ำใส่คนบนม้� อัดแรงดันดาบ เชือดเฉือนคมอาวุธใส่กั�

"ส่งหญิงบนหลังเจ้าม�!!!" เสียงแค่นร้องอย่างลำพอ� เมื่อตนมีพวกมากกว่�

"หญิงบนหลังม้าเป็นของข้�!!! ถึงตายก็ให้พวกแกไม่ได้!!!" เซอิจิตวาดกลับ น้ำเสียงทรงอำนาจทำให้พวกโจรชะงักไปเหมือนกั� ก่อนจะตั้งสติได้ ชายหนุ่มก็ควบม้าหนีไปเสียแล้� ไม่รอช้า โจรทั้งหลายนั้นรีบขี่ม้าตามไม่ลดละ โดยมีคนร่างยักษ์ที่รอดจากคมดาบของเซอิจิได้นำหน้า

ฝ่ายเซอิจินั้น ควบม้าพลางเหลียวกลับไปมองเหล่าโจรที่ตามมาบ้า� ก่อนจะควบม้าเข้าสู่ดงหญ้าทึบทั� เพื่ออำพรางตนเอง ทำให้ระยะห่างระหว่างเขาและโจรยิ่งห่างกันมากขึ้� เนื่องจากเวลานั้นเป็นเวลาเย็� เกือบค่ำแล้ว ฉะนั้นพวกเขาหนีกันไปได้ไม่นานอากาศก็มืดมิด แสงอาทิตย์ค่อยๆลาลับลงไป จนกระทั้งมืด เซอิจิหันไปมองข้างหลังบ้างเป็นครั้งครา� ครั้นแล้วเขาก็หยุดม้า… พลางเอื้อมมือไปจับท่อนแขนของหญิงสาวที่โอบรอบเอวเขาแน่น ตามที่เขาสั่งเอาไว� ชายหนุ่มกลับม้าและเพ่งมองไปในความมืด ก่อนจะอุ้มหญิงสาวลงจากม้� ก่อนที่จะตามลงจากม้า ซาไออ้าปากจะถามว่าทำไม แต่ชายหนุ่มยกนิ้วเป็นสัญญาณบอกให้เงียบ พลางมองออกไปในทา� เมื่อไม่เห็นพวกโจรตามม�

เขาดึงม้าเข้าไปในเขต ป่ามือหนึ่งจูงหญิงสา� อีกมือกำบังเหียนม้� จนเจอกอกกใหญ่เหมาะแก่การซ่อนตั� เซอิจิใช้ดาบแทงลงบนกอกกนั้� เมื่อเห็นว่าไม่มีสัตว์ร้าย เขาดึงหญิงสาวเข้ามาใกล�

"ลงไปอยู่ตรงนั้นก่อ� ถ้าข้ายังไม่บอกให้ออกม� อย่าออกมาเป็นอันขา�!!! เข้าใจไห�?" เซอิจิสั่ง ซาไอที่ขณะนี้เสื้อผ้ามอมแมมไปทั่วพยักหน้ารับตื่น� ชายหนุ่มมองเธอสักพัก ทั้งๆที่อยากปลอบขวัญหญิงสาวของเขาแทบขาดใ� แต่ยังไม่ได้เพราะงานยังเสร็จสิ้น

เขาอดใจเพื่อที่อีกสักครู่เขาจะได้ปลอบขวัญเธออย่างเบาใจ ไม่ต้องทำไปด้วยความหวาดระแวง เขาจูงหญิงสา� ให้ทรุดตัวลงยังกอก� แล้วกำชับให้เงีย� ซาไอมองตามหลังของราชาเซอิจิที่จูงม้าเดินออกไ� ชายหนุ่มเดินไปยังระแวดระวังภัย และทรุดตัวอยู่ที่นั้นเพื่อรอคอยกองโจรที่ตามม� ชายหนุ่มดึงบังเหียนม้าให้มันย่อตัวลงเล็กน้อย ฝ่ายเซอิจิก็ใช้พื้นเท้าพื้นดิน และลงซ่อนตัวที่พื้น…

เซอิจิซุ่มตัวรอคอยอย่างอดทนสักพักหนึ่ง เขาก็รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนที่พื้นดิน ชายหนุ่มทรุดตัวเอาหูเข้าใกล้พื้นดิ� ดังที่เคยได้ฝึกม�

เสียงควบม้าดังมาแต่ไกล�. หลายสิบตัวทีเดีย� เขายิ้มก่อนที่จะดึงบังเหียนม้าออกไปเตรียมพร้อมเพื่อรอจังหวะ…

ครั้นม้าของเหล่าโจรควบเข้ามาในระยะที่สามารถมองเห็นในที่มืดได้แล้วนั้� ชายหนุ่มก็ตีม้าของตนให้วิ่งออกไปในทันท� เพื่อให้พวกโจรหลงผิด ไล่ตามไป� ม้าวิ่งออกไปตามแรงที่เขาตี หลังจากนั้นชายหนุ่มก็รีบหลบทันที!!!

ม้าของเหล่าโจรควบตามม้าเปล่าไปอย่างไม่ลดละ พอเสียงควบม้าแผ่วไ� ชายหนุ่มก็รีบวิ่งมายังกอกกทันท�!!!

"ซาไอ!!!" เขาโอบกอดหญิงสาวอย่างโหยหา เขาสางผมที่ปรกหน้าผากเธอแล้วจูบปลอบขวัญที่นั้น ร่างของหญิงสาวสั่นระริกอยู่ในอ้อมแขนเข�

"หนีกันก่อน เดี๋ยวพวกมันตามม้าทั� จะรู้ว่าเราไม่ได้อยู่ที่นั้น" ว่าแล้วเขาก็จูงมือของหญิงสาวออกเดินไปตามทางรกทึบ ก่อนจะออกไปทะลุป่าโปร่งที่ไม่ไกลออกไ� เซอิจิพาหญิงสาวลัดเลาะเดินกลับไปยังซูคัง เดินไปได้สักระยะหนึ่� เมื่อเห็นว่าพวกโจรไม่มีทางหาเจ� ชายหนุ่มก็ทรุดตัวลงนั่งในบริเวณที่ไม่มีหญ้าขึ้� เขากอดหญิงสาวเอาไว้ในแขน ตัวหญิงสาวสั่นเทาด้วยความหนา� เขาวางมือลงบนแก้มเย็นของหญิงสา� แล้วกอดกระชับเธอยิ่งขึ้น หญิงสาวซบใบหน้าลงบนอกของชายหนุ่ม เธอจับอกเสื้อของเขาไว้แน่น เซอิจิมองหญิงสาวที่ทั้งหนา� เหนื่อ� และหิว�.

"หิวไหม?" เขาถาม "ไม่ได้กินอะไรตั้งแต่ตอนเย็นแล้วสิน่ะ…รอเดี๋ยวน่ะจะหาอะไรมาให้กิน" ว่าแล้วก็ผละออกจากซาไอชั่วครู่ เซอิจิเดินย่างออกไปในความมืด เขาใช้เท้าตบพื้นเล็กน้อย แล้วใช้วิชาความรู้ที่เคยรำเรียนม� ทำให้รู้ว่าแถวนี้มีผลไม้เล็กๆขึ้นอยู� เขาหักกิ่งไม้จากต้นไม้เหนือหัว ก่อนที่จะหยิบหินในเสื้อออกมาจุดไ� แล้วเดินหาผลไม้ต่อไป

ซาไอมองเซอิจิหายเข้าไปในเงามืดช้าๆ เธอพยายามข่มความกลัวของตัวเองเอาไว� แต่ไหนแต่ไรม� เธอไม่เคยต้องลำบากขนาดนี้มาก่อ� ถ้าไม่นับอดีตของเธ� ตอนนี้หญิงสา� ทั้งหนาว หิ� เหนื่อ� และกลั� เธอจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ไม่รุ่มร่า� �

พราะระหว่างที่เธอหนีมากับเซอิจิเสื้อผ้าเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เธอหนีโจรล่าช้า…พอพูดถึงโจ� หญิงสาวรีบกระชับเสื้อให้แน่นขึ้น เธอรู้สึกขนพองสยองเกล้ากับการที่ถูกโลมเลียใบหน้า มันเป็นประสบการณ์ที่ไม่น่าจดจำ ทั้งน่ากลัวและน่าขยะแขยง เธอนั่งกอดขาอยู่นา� แมลงต่างๆในยามกลางคืนแข่งขันกันร้องระง� แต่ในใจหญิงสาวกลับคิดว่า ถ้าเธอจะต้องคุยกับเซอิจิ เธอจะพูดยังไงกับเขาด�? หญิงสาวคิดอย่างเหม่อลอ� พลางใช้ปลายเท้าจิกลงบนดินเพื่อให้หนาวน้อยล� และแล้วความเหนื่อยและล้าเริ่มรุมเร้า หญิงสาวผู้อ่อนล้าก็เริ่มตาปรือ เธอขยี้ตาแล้วหลับต� ก่อนที่จะหลับไปจริงๆ……




ซาไอสะดุ้งตื่นอีกท�! ก็พบว่าเซอิจินั่งก่อไฟเรียบร้อยแล้� ข้างๆเธอยังมีผลหมากรากไม้ที่เขาเก็บมาได้ หญิงสาวนอนหลับสบายโดยหนุนกองหญ้าแห้ง และห่มเสื้อนอกของเซอิจ� เธอลุกขึ้นมานั่งมองคนก่อกองไฟอย่างรวดเร็�

"ตื่นแล้วหรือ? อาหารอยู่ตรงนั้น กินเสีย…" ชายหนุ่มพู� โดยไม่หันขึ้นด� ซาไอคลานไปหยิบผลไม้บนใบไม้ขึ้นมาปั� และเช็ดด้วยแขนเสื้อ…

"ไม่ต้องเช็ดหรอ� ข้าล้างให้แล้ว�" ชายหนุ่มหัวเราะขัน� หญิงสาวมองเขางงๆ สงสัยนักว่าไปเอาน้ำมาจากไห� ทั้งๆที่แถวนี้ไม่มีธารน้ำแท้ๆเชียว?

"ทรงล้างยังไงเพค่�?" เธอพูดขึ้นเป็นประโยคแร� เซอิจิกลอกตามองฟ้า ก่อนที่จะชี้ไปทางหลุมที่ห่างออกไปไม่ไกลนัก

"แถวนี้เป็นดินชื้น…ข้าคาดว่� ขุดลงไปไม่ลึกคงเจอน้� อืม~แล้วก็เจออย่างที่ข้าคิดจริงๆ" ซาไอเคี้ยวผลไม้พลางมองดูชายหนุ่มโยนฟืนเข้ากองไ�

"หม่อมฉันหลับไปนานเท่าไรแล้วเพค่ะ?" เธอถาม

"ไม่นานหรอก นี้ก็ยังไม่เกิ� 2 ยาม…นอนต่อก็ได� เพราะพอรุ่งสางเราจะเดินทางต่อ…" เขาบอก ซาไอมองหน้าชายหนุ่� เธอกำลังตัดสินใจว่าเธอควรบอกเขาดีไหม? ว่าไม่อยากไปจากที่นี� แต่ถ้าเขาปฏิเสธล่ะ? เธอสะบัดศรีษะให้ความคิดบ้าๆนั้นออกไปจากสมอง…เธอแทบกลั้นน้ำตาไม่อยู� ราวกับสวรรค์ช่วยเธอแท้� ที่ส่งเซอิจิกลับมาช่วยเธอจากเงื้อมมือของพวกโจร หญิงสาวก้าวขึ้นจากเตียงชั่วครา� เดินไปยังหลุ� ที่เซอิจิขุดน้ำบาดาลไว�

"จะดื่มน้ำหรื�?" เซอิจิเดินเข้ามาหา

"เพค่ะ…" ชายหนุ่มโคลงศรีษ� เขาหยิบภาชนะขึ้นมาตักน้ำแล้วส่งให้หญิงสา� ซาไอรับไปอย่างประหม่าเล็กน้อ� เธอก้มมองน้ำใสสักพักก่อนยกขึ้นดื่ม เซอิจิมองอย่างเอ็นดู แล้วใช้มือปาดข้างข้างแก้มสาวที่มีน้ำไหลตามทา�

"อดทนหน่อยน่ะ…ตอนนี้มีแต่ผลไม� เอาไว้ตอนรอตอนเช้า ข้าจะหาเนื้อมาให้… ตอนนี้เจ้าไปนอนเถอ� เดี๋ยวพอรุ่งสางเราจะเดินทางต่อ�" ซาไอพยักหน้ารับอย่างว่าง่า� เธอเดินกลับไปยังที่นอนเดิมของต� เธอหันกลับมามองเซอิจ� ที่ไปนั่งพัดกองไฟต่อ

"พระองค์…"

"?"

"แล้วจะไม่บรรทมหรือเพค่ะ…"

"ไม่ล่ะ…ยังไม่ง่ว�"

"อย่างนั้น…" หญิงสาวอิดออ� "ราตรีสวัสดิ์เพค่�"

"อืม…ราตรีสวัสดิ์" หญิงสาวล้มตัวลงนอน และหลับไปในไม่ช้�

. . . . . .

"ซาไอ�" เสียงปลุกอย่างตื่นตระหนกของเซอิจ� ทำให้หญิงสาวต้องรีบลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังจากซาไอหลับไปได้ไม่กี่ชั่วโม�

"เกิดอะไรขึ้น?" เธอถาม เซอิจิยกมือขึ้นจุ๊ปา� ก่อนที่จะยกมันขึ้นข้างหูเป็นเชิงบอกให้ฟั�

"เสียงม้า…หลายสิบตั� อาจเป็นพวกโจร…มันคงแค้นข้ามากทีเดียว ที่เอาดาบฟันหัวหัวหน้ามันเล่�!!!" เซอิจิยกเสื้อนอกตัวเองขึ้นคลุมให้หญิงสาว ผูกแขนเข้าด้วยกั� แล้วพยุงเธอให้ลุกขึ้�

"แผนการเดินเราเปลี่ยนใหม่…ซาไ�! ไม่เดินทางรุ่งสา� แต่เดินทางเดี๋ยวนี้เลย!!! เจ้าไปไหวไหม?" ชายหนุ่มถา�

"ไหวเพค่ะ�" เธอเดินตามแรงคนจูงมือนำหน้� เซอิจิไม่ลืมเอาดินกลบกองไฟ และหยิบดาบที่หยิบติดมือมาไปด้ว� ชายหนุ่มเดินนำหญิงสาวช้าๆอย่างช่ำชอง แน่ล่ะ!! สมัยที่เขารบกับนาก� เขารบในป่าตลอดนี้น� ต่อให้โจรมันอยู่ในป่ามาทั้งชีวิต เขาก็มีประสบการณ์พอวัดดวงกับมันนั้นแหล�!!! อีกครั้งที่ทั้งสองต้องออกเดินทางไป หญิงสาวรู้สถานการณ์ด� ตอนนี้เธอไม่แท้แต่จะบ่นแม้แต่คำเดียว เธอกัดปากเอาไว้ไม่ให้พูด หรือร้องโอดครว� เซอิจิมองซาไอเป็นระยะๆ อย่างเป็นห่วงเป็นใ� ซาไอที่น่าสงสา� เขาไม่อยากทำอย่างนี้สักเท่าไ� แต่ต้องรีบหนีก่อนจะถูกจับได้ พวกโจรมันจมูกไวเสียด้ว�



ทั้งคู่พากันเดินไปในป่� ชายหนุ่มใช้ดาบฟันกิ่งไม้ตามทาง เพื่อง่ายต่อการเดิ� ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงม้� เขาจะต้องกดแผ่นหลังซาไอเพื่อสัญญาณให้ก้มตัวลงหมด ทั้งคู่ทำอย่างนี้อยู่หลายครั้งหลายหน เพื่อออกห่างจากเสียงม้าและโจ� ถ้าไม่รวมสัตว์ป่าด้ว� ก็แค่ขวัญหนีดีฝ่� แต่ถ้ารวมด้ว� ก็เสี่ยงถึงชีวิตเลยทีเดียว!

หลังจากหลบหลีกอยู่หลายครั้� ถึงแม้จะพ้� แต่บางครั้งก็อันตรายเหมือนกัน…เมื่อเซอิจิและซาไอกำลังทรุดตัวลงหลบพวกโจรอยู่นั้� เกิดมีโจรจมูกไวคนหนึ่ง เกิดสงสัยเข้� เขาเดินเข้ามาหาที่ๆทั้งคู่อยู่ช้าๆ ทำให้เซอิจิต้องพาซาไอหนีออกไ� พอยิ่งเดินแหวกหญ้าหน� เจ้าโจรก็พาสมัครพรรคพวกยิ่งตาม สุดท้า� เซอิจิพบบึงแห่งหนึ่งเข้า เขาสอดสายตาสำรวจบึงอย่างรวดเร็� สุดท้ายก็พบกอบัวที่สามารถเข้าไปหลบได� ชายหนุ่มรีบรุดไปยังตรงนั้น และพบว่ามันซ่อนคนได้แค่คนเดียว เขาจึงบอกให้ซาไอลงไปหลบในกอบัว ส่วนตัวเองก็เดินลงน้�

แล้วซ่อนตัวอยู่ใต้โดยมีต้นอ้อเป็นที่หายใ� เจ้าโจรผู้นั้นเมื่อมาถึงไม่พบทั้งสอง ก็ไม่ยอมเลิกลา มันใช้ดาบของตัวเอง จ้วงแทงไปทั่วบึง เพื่อหาผู้ที่ซ่อนอยู่ใต้น้� ซาไอที่อยู่ในกอบัวไม่ได้รับความสนใ� แต่ดาบที่มันไล่ปักไปเรื่อยๆนั้� ดันมาเสียบลงตรงอกของเซอิจิพอดีแต่เซอิจิไส่เครื่องลางเอาไว้ ดาบจึงแฉลบออกไปโดนสีข้างแท� ชายหนุ่มกัดฟันด้วยความเจ็บปว� ใช้นิ้วนาบดาบนั้นไว้ เมื่อโจรดึงดาบขึ้น เขาก็ใช้นิ้วปิดแผลได้ทัน ไม่เผยรอยเลือด พวกโจรจึงคิดว่าไม่มีคน จึงแยกย้ายกันไปหาที่อื่นต่อ…

เมื่อแน่ใจว่าปลอดภัย เซอิจิ ค่อยๆโผล่ขึ้นจากน้� แล้ววิ่งไปหากอบั� ดึงซาไอขึ้นจากน้ำทันที

"พระองค์บาดเจ็บ!!!" ซาไอร้อง เธอบิดเสื้อนอกเปียกน้ำและทำเป็นผ้าพันแผลจำเป็นให้เซอิจ� เขายอมรับการพยาบาลโดยด� ดาบนี้คมมา� เพราะแผลที่เขาได้รับ ทั้งลึ� และมีเลือดออกมาก ถ้าไม่เย็บแผ� คงเป็นแผลเป็�

"โชคดีที่เครื่องลางของจิเคตะอยู่ตรงอก มันเลยไม่ปักดาบที่อกข้�!!!" ว่าแล้วเขาก็ใช้มือที่กุมแผ� หยิบเครื่องลางออกมาด� ทำให้เครื่องลางเปื้อนเลือดเป็นด่างดว�

"ทรงเจ็บมากไหมเพค่ะ?" ซาไอเริ่มหน้าซีดแล้วซักถามยกใหญ่ พอรู้ตัวว่าทำเกินหน้าตาไ� เธอก็ก้มหน้าลง

"ไม่เป็นอะไรมากหรอก�" เขายิ้มให้กับคำถาม "พวกเรารีบไปกันเถอะ ก่อนที่พวกมันจะตามเราเจอ�" แล้วทั้งสอ� ก็หลบหนีต่อไป… ทั้งคู่เดินมาได้เวลาหลายชั่วโม� เสียงม้าเริ่มถี่ห่างออกไปเรื่อยๆ ซาไอนั้นเมื่อเธอสุดที่จะกลั้� สุดท้ายเธอก็ร้องขึ้น

"ท่านเซอิจิ!!!" เธอเรียกชายหนุ่ม พลางรั้งมือที่เขากุมอยู่ เซอิจิหันม� มือยังลอบกุมแผลเอาไว�

"ขอร้องเถอะเพค่ะ…พักหน่อย…หม่อมฉันไม่ไหวแล้ว…" เธอสูดหายใจลึก� หลายครั้� ขาสองขาอ่อนแรงเสียจนจะเดินไม่ไหวแล้ว ซ้ำยังเจ็บเท้าด้วย เซอิจิมองเธอด้วยความสงสา� เขาพยุงเธอไปยังก้อนหินก้อนหนึ่�

"ถอนรองเท้าออกมาสิ…เท้าจะได้สบายหน่อย" ชายหนุ่มแนะนำพลางทรุดตัวลง พอจะเอื้อมแขนไปถอนรองเท้าเท่านั้น…แผลตรงสีข้างที่รู้สึกเพียงชา� ก็เจ็บจี๊ดถึงกระดู� ชายหนุ่มรีบลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว พลางกัดฟันข่มความเจ็� เขากุมแผลที่สีข้าง พลางหอบแรงๆหลายครั้ง ส่วนซาไอลืมเจ็บเท้าไปเสียแล้� เธอกระโดดขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว พลางเข้าไปช่วยพยุงร่างชายหนุ่ม

"ทรงไปนั่งแทนหม่อมฉันดีกว่าเพค่�!!!" ซาไอแนะน�

"อย่าเล� เจ้าเจ็บเท้าไม่ใช่หรือ?"

"ไม่เป็นไรเพค่ะ…ทรงนั่งเถอะ หินก้อนใหญ� นั่งสองคนได้" พอหญิงสาวรบเร้ามากเข้า ชายหนุ่มจึงยอมนั่งบนหินโดยดี ซาไอทรุดตัวลงนั่งบ้า� เมื่อเซอิจินั่งล� ทั้งคู่นั่งด้วยกันพักใหญ� จนกระทั้งฟ้าเริ่มสว่างขึ้น แผลเริ่มเจ็บปวดน้อยล� เซอิจิจึงคิดจะลุกขึ้นไปสำรวจบริเวณเสียหน่อ� แต่เมื่อเขาจะลุกขึ้น ก็รู้สึกว่ามีอะไรหนักๆทับที่บ่� พอหันไปก็พบศรีษะซาไอที่เอนพิงเขา ไม่ต้องบอกก็รู้เลยว่� เธอหลับไปเสียแล้� ชายหนุ่มจึงค่อยๆ ลุกขึ้� แล้วให้ตัวหญิงสาวเอนลงบนก้อนหินเบา� ส่วนตนเองก็เดินออกไปไม่ไกลนักเขามองซ้ายมองขว� โดยไม่กล้าเดินออกไปไกลก้อนหินนัก แต่แล้วเขาก็ต้องสะดุ้งเมื่อมีมือมากระตุกเสื้อเขาเบาๆ

"จะทิ้งหม่อมฉันไว้คนเดียว!!!" หญิงสาวพูด เซอิจิยิ้ม พลางจับมือของเธอเอาไว้

"ไม่ทิ้งหรอก…" เขาบอก

"ข้าจะพาเจ้ากลับซูคัง…ไม่ทิ้งเจ้าไว้ที่นี่หรอก…เอาไว้ข้าจัดการพวกโจรตัวแสบพวกนี้เสร็จเมื่อไร…ค่อยจัดขบวนส่งเสด็จให้เจ้ากลับนากิใหม่" เขาบอก ซาไอก้มหน้าด้วยความเจ็บปวด

"หม่อมฉันไม่อยากกลับนาก�!!!" เธอพูดไปอย่างไม่ทันจะคิด เธอรีบใช้มือปิดปาก เซอิจิมองเธออย่างเศร้าสร้อ�

"ข้าก็ไม่อยากให้เจ้ากลั�!!! อยากให้เจ้าอยู่กับข้�"

"หม่อมฉันก็อยากอยู่กับพระองค์�" เธอพูดไปหน้าแดงไ�

"จริงหรือ?" เซอิจิเริ่มยิ้�

"�.." หญิงสาวเงียบ

"เจ้าไม่ได้เกลียดข้าหรื�? ไม่ได้กลัวข้าหรื�?"

"ไม่…ไม่ไช่"

"แล้วทำไมถึงได้ชอบว่าข้าล่ะ…ข้านึกว่าเจ้าเกลียดข้าซะอีก" ทรงจับมือของหญิงสาวด้วยความยินดี

"เมื่อก่อนหม่อมฉันคิดว่าอย่างนั้น ตอนนี้รู้แล้วว่าไม่ใช่�.หม่อมฉันหงุดหงิด…ช่วงนั้นเวียนหั� ฝันอะไรแปลกๆ พอเกิดเหตุการณ์อะไ� ก็รู้สึกว่าเคยผ่านมาก่อน�." หญิงสาวมองหน้าชายหนุ่ม เขายิ้มอย่างยินด� ยิ้มสดใสและจริงใ� ไม่เหมือนกับยิ้มอบอุ่นปนเศร้าที่เคยยิ้มให้เธ� ยิ้มครั้งนี้เหมือนเด็ก แต่เธอชอบยิ้มครั้งนี้มากกว่าครั้งไหน�

"หรือว่าเจ้าจะจำอดีตได้?" เซอิจิลูบปลายคาง เขาเหลือบตาไปมองซาไอที่กำลังคิดหนั�

"ไม่ต้องหรอ�..เจ้าไม่ต้องคิดมา� ไม่ต้องรีบคิดอะไรทั้งนั้� เจ้าไม่จำเป็นต้องจำอดีตได้…ไม่ว่าเป็นยังไง ข้าก็รักเจ้า�" ทรงจูบหน้าผากของหญิงสา�

"หม่อมฉันไม่รู้ว่ารักพระองค์หรือเปล่า�" เธอพึมพำเหมือนกระซิบ

"แต่หม่อมฉันรู้ว่าหม่อมฉันอยากอยู่กับพระองค์…" เธอพูดอย่างเขินอาย เซอิจิกอดเธอด้วยแขนแน่� เขายิ้มกว้างจนเกือบเป็นหัวเราะ และคือการหัวเราะที่มีความสุขจริง� ในเวลาหลายปีที่ผ่านมา….

"ไม่เป็นไรๆ สักวันข้าจะทำให้เจ้ารักข้า…หรืออย่างน้อยก็ทำให้เจ้ามีความสุขที่ได้อยู่กับข้า!!!" เขาบอก พลางใช้ปลายนิ้วปาดดินที่เกรอะหน้าหญิงสาว แสงสว่างเริ่มโผล่พ้นขอบฟ้า แสงอาทิตย์คงโผล่พ้นขอบฟ้าเร็วๆนี�

เซอิจิเริ่มมองเห็นสิ่งต่างๆรอบตั� เขามองมันคล้ายคุ้นเค� และเพิกตาโ�

"เรากำลังจะออกจากป่าแล้ว…ข้าจำแถวๆนี้ได้…" เขากอดไหล่ซาไอ

"และข้าจำได้ว่า มีหินผาที่สวยมาก…พระอาทิตย์จะขึ้นที่นั้น�" เขาหันมามองทางซาไอ

"เจ้าหายเจ็บเท้ารึยัง?…ไปดูกันไห�?" ซาไอยิ้ม เธอรีบกลับมาสวมรองเท้าของตัวเอ� และวิ่งไปหาเซอิจ� ทั้งสองจูงมือกันไปยังผาที่ว่� มันเป็นแหลมยื่นออกไป ต่างจากผาอื่� เธอมองผาอยู่สักครู� รอให้เซอิจิเรียก จึงจะเดินตามไป เซอิจิก้มตัวลงและชี้ให้ซาไอดูถึงทิศที่พระอาทิตย์จะขึ้น

ทั้งสองนั่งมองพระอาทิตย์ขึ้นด้วยกันอย่างเป็นสุ� แสงระยิบระยับที่โผล่พ้นขอบฟ้าขึ้นมาทีละน้อยทีละน้อ� จวบจนกระทั้งดวงอาทิตย์โผล่พ้นขึ้นม� คงจะเป็นอย่างนี้ไปตราบชั่วนานเท่านานที่โลกยังคงมีอยู่ในสุริยะจักรวาล

ทั้งคู่สบตากันและยิ้มให้กั� รู้สึกเป็นสุขอย่างบอกไม่ถู� ลืมความหนาวเย็นของเสื้อผ้าที่ยังเปียกชื้� ลืมบาดแผ� และความเหน็ดเหนื่อ� เซอิจิเอื้อมมือไปจับไหล่ซาไอ แต่แล้วเขาก็ตั้งสติได้� เขาหลับตาและเบือนหน้าออก

"อย่าเล�" เขาหลบตา

"อย่าให้ข้ามองตาเจ้า…มันจะทำให้ข้าอยากอยากจูบเจ้า" หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าปอดเต็มที� เธอเม้มปาก ในทรวงอกใจเต้นแร�

"ไม่เห็นเป็นอะไรเลย�" เธอพูดอย่างตกประหม่า และไม่รู้ว่าพูดออกไปได้อย่างไร ทั้งๆที่กระดากอายอย่างกับอะไรด�!

"ยังไงหม่อมฉันก็จะเป็นราชินีของพระองค์แล้วนี้�." เธอพูดอ้อมแอ้ม ขณะที่ใช้ปลายนิ้วเสยผม และจับปลายนิ้วของชายหนุ่มเอาไว� เขามองหญิงสาวอย่างเคร่งขรึมพลางใช้มือปัดผมที่เหลือออกไปไว้หลังไหล่�

"ซาไอ…แต่งงานกับข้าเถอะ�" ทรงพูดอย่างเอาจริงเอาจัง หญิงสาวยืดตัวขึ้นเล็กน้อ� ทำทีใคร่ครวญต่อคำถามทั้งๆที่รู้คำตอบอยู่แก่ใ�

"…เพค่ะ�" เธอตอบ เซอิจิยิ้มให้กับหญิงสา�

"อืม~แล้วเราจะมีลูกกันสักกี่คนด�?" ทรงเย้าแหย�

"ไม่ทราบเพค่ะ�" หญิงสาวว่า "คงเท่ากับที่ทรงจูบหม่อมฉันกระมัง�"

"งั้นก็แย่ส�!!!" ทรงแกล้งอุทา�

"อย่างนั้นข้าก็จูบเจ้าได้ไม่เกิ� 6 ทีล่ะซิเนี่ย�." ทั้งคู่หัวเราะคิกคักให้กัน และแล้วก็จุมพิตกัน ทรามกลางแสงอาทิตย์แรกของวันและน้ำค้างยามเช้า�



หลังจากพระอาทิตย์ขึ้นเต็มดวงแล้ว ซาไอใช้มือจับเสื้อนอกที่กลายมาเป็น 'ผ้าพันแผลจำเป็�' เบาๆ แม้ว่าเต็มไปด้วยเลือดแต่ถ้าเป็นเลือดของเซอิจิเธอไม่รังเกียจเลย

"ตอนโดนแผลนี้เจ็บมากไหมเพค่�?" เธอถาม

"อืม…ก็ไม่มากนั� โชคดีที่มีเครื่องรางของจิเคต�" เขาจับมันอีกครั้�

"หม่อมฉันขอดูหน่อยสิเพค่ะ�" ซาไอขอร้อง เซอิจิหยิบเครื่องรางที่ว่าออกม� มันเป็นแผลไม้สี่เหลี่ยมที่เคลือบด้วยยา� ฉาบด้วยขี้เลื่อยของไม้หอ� ก่อนจะเขียนตัวอักษ� และประแจะปลุกเสกลงไป

"มันเปื้อนเลือด…เจ้จะจับร�?" เขาถาม พลางยกเครื่องรางให้ห่างมือหญิงสา� เผื่อเธอเปลี่ยนใ�

"เพค่ะ…" ซาไอยืนยัน เซอิจิจึงจำส่งเครื่องรางให้เธอ หญิงสาวนำมันไปพลิกดูอย่างนึกสนุกใจที่ได้จับของแปลก เลือดของเซอิจิที่ยังไม่แห้งเปื้อนเกรอะเต็มมือหญิงสาว แต่เธอไม่ได้สนใจ� ซาไอส่งเครื่องรางคืนให้เซอิจ� ทั้งสองลุกขึ้นแล้วตั้งใจเดินกลับจากผ� แต่เมื่อหญิงสาวจะก้าวขาเดิ� เธอกลับทรุดตัวลงไป เหมือนขาไม่มีแรง!!!

"ซาไอ!!! เป็นอะไร?�" เขาปราดเข้าไปพยุงหญิงสาว

"ป…เปล่าเพค่ะ" เธอบอก พลางลองลุกขึ้นใหม่ คราวนี้เหมือนถูกตบศรีษะให้มึ�!!!

"เจ้าต้องเป็นอะไรแน่ๆเล� รู้สึกยังไ�?" เซอิจิถามอย่างเอะใ� เขาวางมือลงบนหน้าผากหญิงสา�

"มึนหัว�.เวียนหัว�..เห็นภาพอะไรก็ไม่รู้เพค่ะ เยอะแยะเลย!!!" ซาไอหลับตาแน่น พลางใช้มือกุมศรีษะ

"ไปตรงก้อนหินดีกว่า ตรงนี้อันตราย…" ว่าแล้วเซอิจิก็พยุงหญิงสาวกลับไปยังก้อนหินใหญ่ หลังจากเธอนั่งลง เขาก็นั่งและหันในทิศตรงข้ามกับเธ�

"ซาไอพูดไหม?"

"ไหวเพค่ะ�"

"ถ้าอย่างนั้นตอบคำถามข้าหน่อยน่ะ…ตอนนี้รู้สึกเป็นยังไ�?"

"ไม่เวียนหัวแต่เจ็บ…เหมือนมีอะไรจะแทงออกมา…" เซอิจิจับไหล่ซาไอด้วยความสงสาร ตอนนี้เธอกุมศรีษะแน่� เขาอยากจะทิ้งเธอไปเก็บยา แต่คงไม่ได้ป่านี้อันตรายยิ่งนั� ปล่อยห่างไม่ได้แม้แต่นิดเดีย� ชายหนุ่มได้แต่กอดร่างนางอันเป็นที่รักไว้ในอ้อมอกเท่านั้น แรงกำเสื้อของเขา ทำให้พอเข้าใจได้ว่� อาการนี้เจ็บปวดเท่าไร…

น้ำตาเล็ดออกจากดวงตาคู่งาม เสียงร้องไห้กระซิก เป็นสิ่งทิ่มแทงใจชายหนุ่� หญิงสาวกัดริมฝีปากแน่นอย่างเจ็บปวด

จู่ๆแล้วเธอก็ผละออกจากอกชายหนุ่ม เดินออกจากที่นั้นไปได้ไม่กี่ก้าวก็ล้มล� กุมขมับอย่างเจ็บปว� เซอิจิทรุดเข่าลง จับร่างนั้นให้แน่น อยากจะเจ็บปวดแท้หญิงสา� ยิ่งเธอกรีดร้องอย่างเจ็บปวดแสนสาหัสแล้� ใจของเขานั้นถูกบ่นขยี้ให้แตกกระจาย

หญิงสาวทั้งหวีดร้องและดิ้นทุรนทุรายด้วยความเจ็บปวดสักพักใหญ่ เธอก็ลุกขึ้นหอบอย่างเหนื่อยอ่อน… เซอิจิประคองเธอกลับมาที่ก้อนหินใหญ� เขาไม่ได้ถามอะไร เพียงได้ปาดเหงื่อที่โทรมใบหน้า หลังจากซาไอมาหายใจปกติ เขาก็ถามขึ้น

"ซาไอเป็นอะไรไห�?" เขาถามด้วยความเป็นห่วงเป็นใย ซาไอแหงนหน้ามองเขา เพียงมองครั้งเดียวเขาก็ชะงักทันท�!!! นัยน์ตาคู่นี้เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่ซาไอเมื่อสักครู่

"ท่านเซอิจิ…หม่อมฉันจำได้�"

"จำได�!!! เจ้าจำอะไรได�?"

"จ…จำ" เธอสูดหายใ�

"จำได้ว่ามิโดริทำไสยศาสตร์ข้า…จำได้ว่าพระองค์ช่วยข้� และให้ขี่คุโระผ่าสายหมอก แล้วหม่อมฉันก็เจอผู้หญิงคนหนึ่� ที่จะให้หม่อมฉันฆ่านาง แต่หม่อมฉันไม่ทำ นางเลยฟาดดาบใส่หม่อมฉันและ…และนางก็เอาดาบแทงตัวเอง หลังจากนั้นเลือดก็กระเซ็นใส่หม่อมฉัน แล้วหม่อมฉันก็จำอะไรไม่ได้อีก…"

"มีแค่นี้หรือ? แล้วมีอะไรอีกบ้า�?"

"มี�" ซาไอก้มหน้าอย่างเขินอา�

"หม่อมฉันจำได้ว่าพระองค์จุมพิตหม่อมฉันเมื่อสักครู่นี้�." เซอิจิหัวเราะเบา� พลางโอบรอบศรีษะของหญิงสาวมาซุกที่อกของตน�

"ไม่ต้องรีบ…ซาไ� ตอนนี้เจ้าจำได้แค่นี� ค่อยๆนึกไปเรื่อย�" ชายหนุ่มปลอบประโลมอย่างรักใคร่

"พระองค์…."

"?"

"หม่อมฉันง่วงแล้วเพค่ะ…" หญิงสาวอ้อนเบา� เซอิจิยิ้มให้เธอ พลางโน้มศรีษะเธอลงบนตั�

"ขี้อ้อนจริงเชียว�." เขาใช้ปลายนิ้ววางลงจมูกเธอเบาๆ "นอนเถอ� ซาไอ…เรายังต้องเดินทางต่อ….และชีวิตของพวกเร� ก็ไม่จบเท่านี้หรอก�"

"พระองค์…"

"อะไรรึ?"

"หม่อมฉันคิดว่า หม่อมฉันคงรักพระองค์แล้วเพค่ะ…"

"ฮึ� ดีแล้ว" เซอิจิหัวเราะอย่างเป็นสุ�


ม้าตะลุยเสียฝุ่นตล� 5 ขันพลไม่พะวงเลือกทหารหรืองครักษ์ด้วยซ้� จะว่าไปแล้วพวกเขายังไม่นัดแนะกันด้วยซ้� ต่างคนต่างติดตามไปกันเอง เมื่อพวกเขามาพบกับซากขบวนเสด็จ พวกเขาก็ต้องค้นหาตามซากว่ามีนายของพวกเขาอยู่หรือไม�? และเมื่อไม่พบก็ใจชื้นขึ้นมาหน่อยแต่จิเคตะก็ปากสว่างบอกว่� ไม่แน่ซาไออาจถูกฉุ�!

สรุปว่าด้วยประโยคนี้อี� 3 ขุนพลต้องร่วมกันห้ามทัพไม่ให้ทั้งคู่ตีกั� กว่าจะห้ามทัพได้ ก็เล่นเอาหมดเวลาไปนานพอสมควร ทำให้ทั้งหมดจะต้องพักแรม โดยที่ล่าช้าไปโดยปริยา�

ในวันรุ่งขึ้� ทั้ง 5 ก็ออกเดินทางตามรอยม้าอีก พวกเขาตามหาทั่วในทางและป่า เสียงตะโกนร้องเรีย� ม้าควบออกและวิ่งเหยาะผลัดกันไป อากิโกะขี่ม้าแหวกไปตามพงไม� เธอมองซ้ายมองขวา เรียกชื่อของนา� จนไม่ได้ดูทา� ม้าเกิดสะดุด หญิงสาวเกือบหน้าคะมำ แต่มีมือหนึ่งมาดึงเอาไว้เสียก่อน

"เฮอะ! ซุ่มซ่าม" น้ำเสียงอย่างนี้ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใค�

"ไม่มีที่ไปหรือไง? ต้องตามข้ามาน่� จิเคตะ!!!" เธอกล่าวอย่างฉุนเฉีย� ไม่พยายามมองหน้าคนช่วยเหลื�

"เฮอะ…มีแต่ไม่ไป…ช่างเถอะ…คิดว่าตัวเองเบานักเรอ� ยืนเองได้แล้�!!!" คนผมแดงว่า อากิโกะกระชากแขนออกไ�

"แล้วช่วยทำไม?"

"ใครว่าช่วย..ข้าสงสารม้าต่างหาก เกิดเจ้าล้มหน้าคะม� มันไม่ล้มไปกับเจ้าด้วยหรือ? เฮ้อ…สงสารมันแย่�" อากิโกะหันขวับมามองคนผมแดงที่ยิ้มเยา�

"ถ้าเจ้าไม่ดึงข้าไว� ไม่แน่ข้าอาจกลับตัวทันก็ได้…" หญิงสาวรั้�

"งั้นก็ช่วยไม่ได้ที่ข้าเผอิญมาทางเดียวกับเจ้า"

"ดี อย่างนั้นข้าจะไปทางอื่�" ว่าแล้วหญิงสาวก็ชักม้ากลับ แต่เมื่อหันกลับไ� ชายหนุ่มก็ยังตามอยู่

"ตามข้า�" เธอพูดด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห� "หรือว่าจะหลงรักข้าเสียแล้ว ห่างข้าไม่ได้เลยใช่ไหมล่�?"

"อือ…" จิเคตะรั� "คงจะอย่างนั้�" อากิโกะถอนใจอย่างหมดความอดทน

"งั้นรึ? แต่เสียใจด้วยน่ะ!!! ข้าไม่อยากมีลูกเป็นคนผมแดงเสียด้วยสิ"

"เจ้าอยากมีลูกเป็นคนผมดำอย่างเจ้ามาโซยะรึ?" จิเคตะถา� หญิงสาวชักม้ากลับมาเผชิญหน้าเข� ทั้งสองคนมองหน้ากั�

"ทำไมถึงได้ละลาบละล้วงเรื่องข้านั�!!!" เธอตวา�

"ไม่ได้อยากแค่พูด อยากลงสนามจริงเลยด้วย…" เขาพูด พลางยกมือขึ้นเสยผม

"ไร้ยางอา�!!!" อากิโกะว่า

"เจ้าก็พอกั�"

"แต่ข้าเป็นนินจา…"

"อาฮ้า…ข้ารู้ใบหน้าแท้จริงภายใต้หน้ากากนินจาของเจ้าแล้ว แม่หญิงขี้อา�" จิเคตะล้อเลียน แต่ก่อนจะพูดอะไรต่� ดาวกระจายอันใหญ่ก็ซัดมาเฉียวลำคอของเขาไป!!!

"หยุดพูดเสียท�! ไม่งั้นจะบอก…จะบอกท่านเซอิจิ บอกมาโซย� โดยเฉพาะท่านเซอิจิ พระองค์เอาเรื่องเจ้าแน�!"

"อ้อ…ขี้อายแล้วยังขี้ฟ้องด้วย จะฟ้องมาโซยะ อ้�..ที่แท้เจ้าชอบมาโซย�"

"ไม่ได้ชอ�!! แต่ถ้าให้เลือกระหว่างเจ้ากับเข� ข้าเลือกมาโซยะ เขาเรียบร้อยน่ารักกว่าเจ้าเยอะ" จิเคตะ ควบม้าเข้าไปหาอากิโก� แล้วจ้องเธอใกล้ๆ

"แต่ถ้าลองเลือกข้าดู…เจ้าอาจจะเปลี่ยนใจก็ได�" เขาพูดด้วยเสียงลุ่มลึก เจ้าเล่ห� อากิโกะยิ้มเยา�

"เสียใจ ข้าไม่อยากใช้ของอะไรร่วมกับมิโดร�" อากิโกะปฏิเสธพลางเบือนหน้ามองไปทั่วๆบริเวณ แต่เมื่อหันกลับม� ก็ถูกดึงตัวเข้าหาคนผมแดง

"จะจูบข้าเรอะ ฝันไปเถอ�!!!"

"ไม่ได้จู� ลงจากม้าก่อน" ว่าแล้วคนผมแดงก็ลงจากม้าอย่างรวดเร็ว ต่างคนต่างชักอาวุธออกม�

"ใค�? ออกมาได้แล้ว" คนผมแดงว่า ร่างเร้นภายใต้พุ่มไม� ก้าวออกมาหลายสิบคน

"พวกบุกรุ� มีอะไรส่งมาให้หม� รวมทั้งผู้หญิงของเจ้าด้ว�!!!" โจรหนึ่งในนั้นตวาด จิเคตะควบดาบพลางยักคิ้วอย่างกวนๆ

"ไม่มีวันซะหรอก อ้อ…แล้วแม่นี่ก็ไม่ใช่ของข้าหรอกน่�" เขาพูดพลางเอาดาบพาดไหล� เมื่อเห็นพูดไม่รู้เรื่อง พวกโจรก็ล้อมกันเข้าม� และก็ยกดาบเตรียมฆ่าฟัน แต่เพียงชั่วพริบตา ระบำดาบของจิเคตะ และวิชาของอาเกกินารุซาวะก็ถูกปล่อยออกม� เพียงชั่วพริบตาเหล่าศัตรูผู้ท้าชิงก็ล้มตายเกลื่อ� ทั้งที่ชายผมแดงและหญิงสาวยังคงแกว่งอาวุธสบายใจ

"แหม…กระจอกจริงๆ…"

"ไม่ได้ออกแรงเลยแฮะ!!!" ว่าจบก็มีเสียงวิ่งเข้ามาอี� ทำให้ทั้งสองต้องตั้งอาวุ�

"อ้าวอยู่นี้เอง!!!" เดเอคิพู� "หยิบดาบขึ้นมาทำไ� ไปตามหาท่านเซอิจิต่อเถอะ" เขาว่าพลางเดินส่ายหน้าออกไปเมื่อเห็นทั้งสองถืออาวุธแข็งขัน คนทั้งสองหัวเราะในลำคอ

"ข้าก็เก่งน่ะ ดูใหม่เสียล่�!!!" ว่าจบจิเคตะก็โอบหญิงสาวเข้าไปหอมแก้มโดยที่หญิงสาวไม่ได้ตั้งตัว แล้วเดินจากไ� ฝ่ายอากิโกะที่ยืนงงๆอยู่ข้างหลัง


ม้าออกเดินทางอีกครั้� ขณะที่กำลังจะเช้� เสียงร้องเรียกชื่อของเซอิจิและซาไอดังไปทั่วบริเว�

"ซาไอ!!! ท่านเซอิจิ!!!" มาโซยะร้องเรีย� พลางเงี่ยหูฟัง

"อยู่นี�!!!" ทั้ง 5 สะอึ�

"ได้ยินไห�?"

"อื�"

"อยู่นี้…"

"เสียงท่านเซอิจินี้" อากิโกะพึมพำ แล้วควบม้าไปตามเสียง เธอกระโจนม้าผ่านพุ่มไม้ลงไปยืนอยู่บนพื้น แล้วก็ได้พบร่างของทั้งสองที่อยู่บนโขดหิน

"ท่านเซอิจิ!!!" อากิโกะร้องอย่างยินด� ไม่นานนักม้าอี� 4 ตัวก็กระโดดตามลงมา ทั้งหมดทำท่าจะเรียกชื่อนาย แต่เซอิจิวางมือไว้ที่ปากเป็นสัญญาณให้เงียบ

"เบาๆหน่อ� ซาไอหลับอยู่�" เขาบอก ทั้ง 5 ได้แต่ยักไหล่ให้กั� หลังจากนั้� ไม่นานทั้งหมดก็กลับซูคัง�


โควตะพับจดหมายเล่าเรื่องที่ส่งมาจากซูคัง ซาไอนั้นถูกเลือดจากเซอิจิทำให้จำเรื่องราวได้บ้าง ตอนนี้ทั้งหมดได้ค่อยๆช่วยให้เธอจำเรื่องราวได้เพิ่มทีละนิด…แล้วเมื่อไม่นานมานี้ ทั้งคู่ก็แต่งงานกั� แล้วสถาปนาซาไอขึ้นเป็นราชินี

โควตะยิ้มเศร้า� เขาแหงนใบหน้ามองไปข้างหน้า ตั้งแต่พระนางฮิโตมิหายไปทิ้งไว้แต่จดหมายฉบับน้อยเอาไว้ เขาก็กินไม่ได้นอนไม่หลับ เที่ยวตามหานางเสียจนทั่วก็หาไม่เจอ สุดท้ายก็ต้องปล่อยให้เลยตามเลย�

มาคุเห็นเจ้านายเศร้า ทั้งเสียน้องสา� แล้วยังเสียแม่ไปอี� เขาตัดสินใจบอกให้พระองค์ยกขบวนเสด็จไปรับนัตสึก� โควตะอ้ำอึ้งอยู่ชั่วครู่ เพราะตอนนั้นกำลังตามหาพระนางฮิโตมิอยู่� มาคุอ้างว่� พระนางฮิโตมิไม่ยินดีแน่ที่ทำให้เขาเศร้� โควตะจึงตัดสินใจยกขบวนเสด็จไปด้วยตัวเอ� เพื่อไปรับนัตสึก� ขบวนเสด็จไปถึงเมืองไรโบเซ็� ชายหนุ่มเห็นเหล่าผู้คนมารับขบวนเสด็จ สายตาของเขาสอดส่ายหาแต่เพียงนัตสึก� เจ้าเมืองวารางิลงมารับราชาโควตะด้วยตนเอง และเชิญราชาคนใหม่ไปยังที่พัก เขาจำต้องรับเชิญตามมารยา� ท่าทางเจ้าเมืองประหม่าพอดูที่การกลับมาของแม่ทัพโควตะกลับกลายเป็นราชาโควตะเสียนี่!!!

สถานที่โควตะเข้าพักนั้� เป็นที่หรูหราที่สุดในเมืองที่จะหาได้ พอในตอนเย็นก็มีการจัดงานเลี้ยงใหญ่โตต้อนรับราชาโควตะ กว่าจะเสร็จสิ้นก็ดึกดื่น

"ท…ท่านโควต� อึ้ก*! โอ๊ย! ข้าน้อยเมาจริงๆนะเนี่ย" มาคุพูดพลางขยี้ต� โควตะมองร่างองคมนตรีที่ฟุ้บลงกับโต๊ะ โควตะดื่มเหล้าอีกนิดหน่อ� ก่อนตัดสินใจลุกขึ้นจากโต๊ะ เดินเลี่ยงออกไปจากงานเลี้ยงที่วุ่นวา� เขากำลังจะก้าวออกจากประต�

"จะไปไหนพะยะค่ะ�." อังโคขุที่ยืนพิงประตูอยู่ทัพขึ้น อีกด้านคือจิโฮยืนอยู� โควตะมองทั้งคู�

"ข้าอยากไปหานัตสึกิ�." เขาตอบ อังโคขุคนเยือกเย็นโคลงศรีษ�

"อ้อ…" อังโคขุพยักหน้�

"จิโฮ พาพระองค์ไปหานัตสึกิที�" จิโฮรับคำสั่งพี่ใหญ่ เขาเดินนำโควตะออกไ�

"ตอนแรกข้าพระองค์คิดว่าจะทรงลืมนัตสึกิเสียอีก�"

"งั้นหรือ�"

"วันที่ข่าวมาถึงว่า พระองค์ขึ้นครองราช นัตสึกิก็เตรียมทำใจจากพระองค์เลย"

"ฮึ� คิดมากไปเอ� ข้าไม่มีวันทิ้งนางหรอก"

"แล้วนางก็ร้องไห้ทั้งวันเลย นางเศร้ามา� ตอนนั้น…" จิโฮมาหยุดที่หน้าห้องแห่งหนึ่ง โควตะจำได้ มันคือห้องของนัตสึกิ�

"พอนางรู้ว่าทรงจะมาหานางโดยเฉพา� นางก็ดีใจมากเล�" จิโฮจับบานประต� แล้วผลักบานประตูออกไป…โควตะจ้องมองเข้าไปในห้อง…แต่ปรากฎว่าห้องว่างเปล่�!

"นัตสึก�!!!" จิโฮร้องอย่างตกใ� โควตะตะลึงไปชั่วครู่ แต่แล้วเขาก็ตั้งสติได้…เมื่อได้เสียงขลุ่ยจากสวนท้อ ชายหนุ่มยิ้มให้กับตัวเองพลางย่างเดินออกไปทันที เสียงขลุ่ยยังดังเรื่อย� ทำนองเพลงทั้งยินดี และตื้นตันใจ เขาเดินไปตามกำแพ� ไปยังประตู โควตะยืนอยู่ที่ประตู หญิงสาวของเขาใส่ชุดสวยงา� ใบหน้าแต่งด้วยเครื่องสำอาง แม้มันจะซีดลงไปบ้า� แต่ในสายตาของเขา เธอยังงดงามเสม� ภู่หมวกของเข� เธอเหน็บมันเอาไว้ที่ผ้าคาดเอ� เพลงขลุ่ยหยุดล� เสียงตบมือของเด็กทั้งสามดังเปาะเปะ ทั้งสามโตขึ้นมากทีเดียวจากเมื่� 2 ปีก่อน นัตสึกิยิ้มให้กับพวกเข� ทั้งสามนั่งอยู่ข้างๆนัตสึก�

"พวกเจ้าไม่คิดอยากไปนอนหรือ? จะเที่ยงคืนแล้วน่ะ�"

"ไม่ครับอาจารย์" ซันจิตอบ

"พวกเราอยากเห็นท่านโควตะครับ…เห็นว่าเขาเป็นราชาแล้วน่ะครั�" โชนิจับมือของนัตสึกิแล้วเขย่�

"�..ถ้� ทามะ เอ๊ย! ท่านโควตะแต่งงานกับอาจารย์�.อาจารย์ก็เป็นราชินีสิครั�!!!" ไอซาโน่ร้องขึ้� โควตะเห็นหน้าของนัตสึกิเป็นสีเข้มขึ้นเล็กน้อ�

"ไม่รู้สิจ๊ะ…" เธอทำท่าลังเ�

"บางทีท่านโควตะอาจไม่ตั้งอาจารย์เป็นราชินีก็ได้" เธอพูดอย่างไม่แน่ใ�

"ไม่หรอกครั�!!!" โชนิส่ายหน้า "อาจารย์ใจดีจะตาย…ข้าได้ยินมาว่าราชินีจะต้องใจดีมีเมตตา อาจารย์มีใจดีอย่างหนึ่งแล้� ก็ชนะไปครึ่งหนึ่งแล้�"

"ใช่แล้ว…." โควตะเดินเข้าม� "ไม่ว่ายังไงข้าก็ต้องตั้งนัตสึกิเป็นราชินีอยู่แล้วล่ะ" เขาพูด ทั้งหมดหันมามอ� เด็กๆมองโควตะอย่างตื่นเต้น

"ท่านโควตะ…" เด็กๆวิ่งเข้าไปห�

"สวัสดีขอรับทุกคน!!!" โควตะทรุดลงนั่�

"โควตะเป็นพระราชาจริงๆเหร� ว้าว!!! ชุดสวยสุดๆเลยล่ะ" โควตะพูดหยอกล้อทักทายกับโควตะสักครู่ สุดท้ายนัตสึกิก็บอกให้เด็กๆไปเตรียมตัวนอ� แล้วบอกว่าเธอต้องการคุยกับโควตะ….

"ราชาโควตะ…" เธอถวายบังคม เมื่อเด็กๆไปกันหมดแล้ว โควตะจับตัวเธอขึ้นแล้วกอดหญิงสาวไว้ในอ้อมแขน

"ผอมไปเยอ�!!!" เขาพูดแกมดุอย่างรักใคร� นัตสึกิยิ้มให้เขาอย่างยินด�

"นึกว่าพระองค์จะลืมหม่อมฉันเสียแล้ว" เธอกัดริมฝีปาก

"แต่ข้าก็มารับแล้วนี่นา" โควตะจูบปลายจมูกหญิงสา�

"เรียกข้าอย่างเดิมเถอะ…นัตสึก�" เขากอดเธอไว้อย่างรักใคร่ พลางจุมพิตทั้งที่หน้าผาก และโหนกแก้� ใช้ปลายนิ้วสางผมที่ปรกหน้าออกแล้� ก่อนจะยกตัวเธอขึ้นอุ้มไปนั่งที่ใต้ต้นท้อเมื่อสักครู่�.

"เจ้าเมืองใจร้ายจริงๆเล� ไม่ยอมให้ข้าเจอท่านเลย�" เขาล้มลงหนุนตักของหญิงสาวโดยพลกา� แล้วใช้แขนโอบรอบเอวอย่างถือสิทธิ� นัตสึกิขัดขืนเล็กน้อยตามมารยาทแต่ก็ต้องยอมตา�

"นัตสึกิข้าคิดถึงท่านจริง�!!!"

"ข้าก็คิดถึงท่านเหมือนกัน�." ชายหนุ่มได้ท� ดึงมือนัตสึกิมาจูบ

"นัตสึกิ…"

"ค่ะ…"

"ข้ารักท่าน รักมากจริงๆ…แต่งงานกันน่�!!!" หญิงสาวหน้าแดง โควตะเห็นท่าทีอย่างนั้� รีบยกมือขึ้นลูบแก้มหญิงสาว

"ถ้าไม่ตกลง…ข้าจะไม่ลุกขึ้น" เขาขู่

"ค่ะ…." นัตสึกิรับคำให้กับโควต� สบตากั� โควตะลุกขึ้นอย่างยินดี เขาจับใบหน้าของหญิงสาวเข้ามาใกล้ ใช้จมูกชนกับหญิงสา�

"รักข้าไห�?" โควตะถามทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจ หญิงสาวพยักหน้�

"ไม่เอา! พูดส�"

"รักค่ะ�" โควตะยิ้มพลางกอดนัตสึกิเอาไว้ในอ้อมแขน แสงจันทร์ทอประกา� 2 ร่างภายใต้แสงจันทร�

"เราจะกลับเมืองหลวงกัน…ไปอยู่ด้วยกันตลอดไป…."

fin.

Hosted by www.Geocities.ws

1