|
หลังจากเซอิจิทำความเข้าใจกับเชลยเรียบร้อยแล้� หลายคนยินดีด้วยซ้ำที่จะร่วมกับกองทัพเพราะเขาไม่ได้เต็มใจเลยที่จะมารบในครั้งนี้เล� ชายหนุ่มผู้ดำรงตำแหน่งบัญชาการรบชั่วคราวสั่งการให้แบ่งเสบียงให้กับกองทัพบางส่วนที่เหน็ดเหนื่อยมาทั้งคืน
พอเซอิจิเดินกลับเข้ามาในกระโจม ก็พบกับโทงาร�
"พระองค์ทรงคิดอะไ�?" โทงาริถามอย่างสะกดอารมณ์เต็มที� "นั้นคือเสื�!!! ท่านช่วยเสือไว้แล้�!!!" โทงาริกล่า� ประสบการณ์โชกโชนของอำมาตย์เฒ่า บอกว่า อย่าช่วยศัตรูเป็นอันขา�!!!
เซอิจิใช้มือเท้าลงบนโต๊ะ และเปิดบัญชีเสบียงเงียบๆ เวลาผ่านสักครู� เซอิจิก็ทำลายความเงียบขึ้น�
"ถ้านี่เป็นคำสั่งของซาไอ
ที่บอกกับข้าสองต่อสองท่านจะพูดอย่างนี้อีกไหม?" เขาถาม โทงาริมองอย่างอึ้ง�
"อ้อ
" อำมาตย์ถอนใจอย่างโล่งใ� "คำสั่งแม่ทัพซาไอหรอกรึ�"
"เปล่าหรอก
.คำสั่งข้าเอง�"
"???" "ถ้ามันเกิดกลับมาฆ่าเรา ท่านจะทำให้นากิล่มสลาย!!! แน่นอนหมายถึงแม่ทัพซาไ�!!! นางต้องตกเป็นเชลยน่ะ!!!"
"ไม่หรอก
"
"ท่านแน่ใจได้อย่างไ�?"
"กล้าพนันกับข้าไหมล่ะ!!!" เซอิจิกล่าวคำที่โทงาริไม่คาดฝันขึ้� "อะไรน่�?" โทงาริถามซ้ำ "ท
ท่าน�"
"ถ้าเขาวกมากัดพวกเร� ข้าสาบานว่าจะฆ่ามันด้วยตัวเอ� ถ้าไม่ได� ข้าจะฆ่าตัวตาย นี้คือทัณฑ์บนของข้�"
"แต่ถ้าเขาไม่สามารถวกมากัดเรา
หรือบางทีอาจช่วยพวกเราเป็นอันว่าท่านแพ้
ท่านจะทัณฑ์บนอะไรล่�?" เซอิจิถามโทงาริด้วยสุรเสียงทรงอำนา� โทงาริมองเขาน่ะยิ้มรับคำท้า
"ข้าเป็นขุนนางผู้ใหญ่
มีอำนาจในการออกเสียงในราชสำนั� หากมีปัญหาอะไร ข้าจะเข้าข้างท่านไม่ว่าดีหรือร้าย
เพราะหากท่านอ่านสถานการณ์นี้ถูก
ต่อไปก็ไม่น่าผิดอี�" กล่าวจบโทงาริก็ยิ้มอย่างเยือกเย็� เซอิจิยิ้มรับด้วยท่าทีไม่วิตกแต่อย่างใ�
"ดี�" เซอิจิว่� "เอาอะไรเป็นเกณฑ์ดีล่�" เขาถามอำมาตย์เฒ่� "ข้าขอแนะนำเกณฑ์สวามิภักดิ์ ถ้ามันตกลงอยู่กับเรา ท่านก็ชน�!!! แต่ในทางกลับกั� ถ้ามันไม่ยอม ท่านก็ต้องฆ่ามัน!!!" โทงาริสรุป
"ตกลง�" เซอิจิรับคำท้า "ให้การเจรจาเป็นหน้าที่ของข้าเอ�"�.
เวลา 10.30 �. วันที่ 26 �.�. ซาไอสะดุ้งตื่น เธอพบว่าตัวเองนอนอยู่บนที่นอนของตัวเอง เธอกลับไปตั้งแต่เมื่อไ�? เธอจำเหตุการณ์ได้คือ เซอิจิจับเธอขึ้นม้� ตอนนั้นเธอทั้งหนาวแล้วก็ปวดหัว ชาไปหมดทั้งตัว สุดท้ายก็หลับคาเจ้าคุโระไปตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้�
"ตื่นแล้วหรือ�" ซาไอหันขวับไปทางเสีย� ก็พบกับเซอิจิกำลังตัดยาอยู� เขายกถ้วยยาเดินมาช้า� เข้ามาหาซาไอ
"หม่อมฉันหลับไปนานเท่าไ�?" ซาไอถา� พลางเสยผมที่ปรกหน้�
"หลายชั่วโม�
แต่ไม่นานหรอก วันนี้วันที่ 26 สายแล้วล่ะ�" เซอิจิบอกต่อ เมื่อเห็นซาไอทำท่าไม่สบายใจพอคิดว่าตัวเองหลับนานไป
"ปวดหัวอยู่ไห�?"
"นิดหน่อย
ใครเปลี่ยนเสื้อให้หม่อมฉั�?"
"นางกำนัล
กินยาซะ จะได้หายไว�" ซาไอรับยาไปดื่� แต่แล้วเธอก็ชะงั�
"แล้วเจ้าพวกนั้นล่ะ?" ซาไอถา� "พวกที่ไล่ตามหม่อมฉัน!!!"
"ไม่ต้องห่วงหรอก
" เซอิจิปลอบ "ระหว่างที่เจ้าหลับไป พวกเราจัดการเรียบร้อยแล้ว
อ้อ
เจ้ารู้รึยัง? ว่าท่านโทงาริมาเข้าร่วมกับเราแล้�"
"หรือเพค่ะ
" ซาไอร้องอย่างดีใ� "มาแล้วหรือนี� ดีจริง�!!! งั้นหม่อมฉันออกไปก่อนน่ะเพค่ะ
" ซาไอกระโดดลงจากเตียง ทั้งเสื้อผ้าหนาๆ เลิกผ้าคลุมกระโจมออกและตรงไปยังกระโจมบัญชาการ
"โอ้
แม่ทัพซาไอ" โทงาริทักทาย
"แม่ทัพโทงาริ�" ซาไอก้มหัว "ขอโทษน่ะค่ะที่ปล่อยให้ท่านรอนา� ข้านี่แย่จริงๆ"
"อืม
เรื่องนั้นไม่เป็นไรหรอ� ว่าแต่ท่านหายดีรึยังล่�"
"ก็ดีขึ้น
ฮัดชิ้ว!
เออ�.นิดหน่อยเองค่ะ" ซาไอนั่งลงบนเก้าอี�
"มีอะไรบ้างไหมค่ะ?" ซาไอไตร่ถา� โทงาริส่ายหน้า "มีสิท่านแม่ทัพ ข้าจะฟ้องเรื่องท่านเซอิจิอยู่พอด�" จากนั้นโทงาริก็เล่าเรื่องที่เซอิจิทำจนละเอีย� ตั้งแต่เขาวางแผนล่าศัตรูจนกระทั้งทำแผลให้ศัตรู
"ข้าไม่ปฏิเสธว่าท่านเซอิจิวางแผนได้เยี่ยมมาก
แต่
การที่เขาช่วยศัตรูเป็นการนำภัยเข้าตั� ท่านควรทำอะไรสักอย่า�!!!"
"ข้าก็คิดว่าท่านเซอิจิเสี่ยงเกินไป
แต่ทำไมเขาถึงได้มั่นใจขนาดนั้นน่�" ซาไอทำท่าครุ่นคิ�
"ใช่
และเย็นนี้เขายังจะพนันกับข้า เขาจะทำให้เดเอคิยอมสวามิภักดิ์ให้ได้ด้วย�."
เวลา 17.30 �. ของวันที� 26 �.�. � ที่กักขังของค่าย เดเอคินั่งนิ่งสงบอยู่ในห้องขัง โซ่ตรวนที่ใช้นั้นหนาไม่ต่างไปจากของจิเคตะเลย ขาใหญ่ประจำคุกมองรุ่นน้องที่เพิ่งเข้ามาใหม่อย่างทักทาย
"เดเอคิ
แม่ทัพที่ฉายาหมีควายในตำนาน โอ้
เป็นบุญของข้าเหลือเกินที่ได้เจอ
" การทักทายอย่างกวนพระบาทของจิเคตะดังขึ้� เดเอคิไม่ได้พูดอะไ� ได้แต่นั่งนิ่งอยู่อย่างสงบ
"ถ้าเจ้าไม่อยากพูดก็เอาเหอะ
ข้าพูดคนเดียวก็ได้
แต่ขอถามเจ้าหน่อยเถอะว่า�" หนุ่มผมแดงพลิกตั�
"ตอนเจ้าถูกจั� เจ้าน่าจะหนีได� ทำไมไม่หนีล่�? ตัวออกจะใหญ่�" เดเอคิลืมตาขึ้� มองด้วยหางตาไปที่จิเคตะอย่างไม่ยี่หร�
"เงียบหน่อยไม่ได้รึยังไ�?�.ไอ้ตากุ้งยิงจิเคตะ" จิเคตะรีบเอามือกุมหน้า
"อุว่�!!! ทำไมจะต้องเรื่องมากกันตาข้าด้ว� ไม่ได้อยากเกิดมาตาแดงซักหน่อ�" จิเคตะสบ�
"ไม่ตอบก็ไม่ต้องตอบ ไอ้หมีควาย!!! ไม่ถามก็ได้ว่ะ เรื่องมากจริ�!" ว่าแล้วชายผมแดงก็แผ่ลงบนกองฟางกองเก่�
"เฮอะ!!! โง่จริ�"
"อะไรว่�? ไม่ได้หาเรื่องเลยน่ะ..ไอ้บ้า เดี๋ยวพ่อฟันคอคาดเลยนี�!!!" จิเคตะถกกลับอย่างหงุดหงิ�
"ก็โง่จริงไหมล่�? หรือว่าบ้า แกจะฆ่าคนที่ช่วยแกขึ้นจากกองไฟได้ลงคอเรอะ
.แล้วยังทำแผลให้อีก" เดเอคิกกล่าวพลางยกแขนที่ถูกไฟเผาขึ้นมอ�
"อ้อ
ใช�" จิเคตะยอมรับ "มือเบาใช่ไหมล่�? เจ้าชา� เอ๊ย! ไม่ส� กษัตริย์แห่งซูคังน่ะ" จิเคตะอว�
"เออ
แถมฉลาดด้วย
" เดเอคิว่�
"ท่าทางเจ้าคงมีอะไรขาดหายไปน่ะ
" จิเคตะชวนคุยอี� "ถ้าทายไม่ผิด
มือธนูคนสนิทเจ้าหายไปไหนเสียล่ะ
โทะโดะใช่ไห�?" เมื่อจิเคตะพูดจบ เดเอคิขรึมไปทันควั� "โทะโดะไม่ได้ตายในกองเพลิง
เขาหนีออกมาได้
ข้ารู�" เดเอคิพึมพ� จิเคตะเห็นท่าไม่ดีจึงเงียบเสีย ในบรรยากาศห้องขังเงียบเชีย� น้ำที่หยดลงมาจากเพดานยังคงเจิ่งนองมุมห้องขัง สักพักต่อมาก็มีเสียงเปิดประตูห้องขัง นักโทษทั้งสองเบนความสนใจจากพื้นข้างหน้าไปหาผู้มาเยือนทันที ร่างที่กรายเข้ามานั้� คือเซอิจ� และโทงาร� พร้อมด้วยทหา� 4-5 คน เพื่อคุมเชิง�
"สวัสดี
แม่ทัพเดเอค�" เซอิจิกล่าวทักทา�
"สวัสดี เจ้าชาย
.ไม่สิ
กษัตริย์แห่งซูคั�" เดเอคิทักทาย พลางกวาดสายตาไปยังโทงาริ
"แผลดีแล้วหรือยัง?�"
"อ้อ
นิดหน่อย" เดเอคิก้มหน้� "ถ้าพระองค์จะมาเพื่อเกลี้ยกล่อมให้ข้าพระองค์ร่วมมือกับพวกกองทัพกู้ชาติล่ะก็
ขอบอกไว้เลยว่าไม่มีวั�!!!" จบคำเดเอคิ โทงาริก็หันมามองเซอิจิ เป็นเชิงถา�
"ยังหรอกนี้เพิ่งเริ่มต้น
ท่านโทงาริ�" เซอิจิกล่า�
"ข้าไม่ได้ช่วยเจ้าเพราะอยากให้เจ้ามาร่วมมือ แต่สิ่งที่ข้าทำคือ ข้าต้องการยุติสงคราม และสิ่งที่ข้าทำนั้นคือการช่วยชีวิตคนให้มากที่สุดเท่าที่ข้าจะทำได�!!!" เซอิจิคุกเข่าลงตรงหน้าเดเอคิช้าๆ
"ข้าไม่รู้ว่าเจ้าต้องการอะไร
หรือเสด็จแม่สั่งท่านว่าอะไ�? แต่ความจริงก็คือความจริง พูดให้สวยหรูแค่ไหน สงครามก็คือการฆ่าค� ถึงแม้ข้าจะไม่พูดว่าตัวเองถู� แต่ข้าแน่ใจว่าข้าไม่ได้ผิดเช่นกั�!!!"
"และสิ่งที่ถูกก็คือ
พระองค์ทรยศพระนาง
ท่านรักกับคนฝ่ายศัตรูไม่พ� ท่านยังช่วยเขาทำสงครามทำลายเสด็จแม่ของพระองค์เอง"
"
" เซอิจินิ่งเงีย�
"ท่านไม่ปฏิเส�!!! ท่านยอมรับใช่ไหม?"
"ความจริงคือความจริ� อยู่ที่ว่าเป็นของใคร�.ข้าไม่ปฏิเสธ แม้ว่าข้าจะประสบชะตากรรมรูปแบบใดมาก็ตา�" เซอิจิหลับตา นึกถึงภาพแม่ที่แท้จริงอันเลือนลา�
"เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร ข้าไม่แก้ตัว
การแก้ตัวด้วยปากไม่เส้นทางของข้� ถึงข้าจะแค้นนางแค่ไหนก็ตาม�" เซอิจิขบฟั� เขานึกภา� เขาเสียมารดาจริงๆไป
และหากต้องเสียซาไอไป เขาทนไม่ได้
"ถ้าข้ายังแค้นต่อไป� สงครามจะไม่มีวันจบ� ถ้าข้าต้องการยุติสงครา� สิ่งที่ข้าต้องทำคื� ระงับความแค้นตัวเองเป็นอันดับแรก�" เขาหันกลับไปมองโทงาร� แล้วหันกลับมามองเดเอคิ
"ข้าไม่อยากฆ่าเจ้� หนึ่ง
เจ้าเป็นคนซูคั� สอง
ข้าไม่ฆ่าคนที่ไม่มีทางสู� สาม
ใครจะทำให้ข้าก่อสงครามได้ต่อเมื่อเขาบอกได้ว่� เขาพร้อมสูญทุกอย่างที่เขาม�!!!" เดเอคิมองเซอิจิด้วยสายตาไม่มั่นใจ
"ไม่เชื่อข้าใช่ไห�?" เซอิจิถามอย่างผิดหวั�
"ไม่เป็นไรหรอ�..ใครๆก็ไม่เชื่อข้าทั้งนั้นแหล� ข้าอ่อนแ� จริง� แล้ว
ข้าอยากเป็นคนธรรมดาเสียด้วยซ้�"
"ไม่หรอก
จงภูมิใจท่านเซอิจิ ข้าเชื่อท่าน ไม่ว่าพระองค์ทำอะไ� ข้าเชื่อว่าพระองค์ทรงไตร่ตรองดีแล้วจึงทำ�" จิเคตะที่นั่งออกไปไม่ไกลกล่า�
"เจ้ามีสิทธิเลือก
เดเอค� เจ้าอาจว่า ว่าข้าเป็นบ่าวสองนาย แต่ไม่เลย
นี่แหละนายตัวจริงของข้� ที่ข้าหามานา� ลูกศิษย์ที่ไม่เคยทำให้ข้าผิดหวังแม้เขาเคยเดินผิด แต่เขาก็ไม่ยอมจมปลักกับทางเดิม� สิ่งนี่เป็นคุณสมบัติชิ้นเอกของเหล่าขุนพลไม่ใช่หรือ? ไม่ยึดติดกับสิ่งใดจนเป็นภัยแก่ตัว
" จิเคตะพู�
"ว้�!!! ข้าคงพูดมากไ� เอาเถอะแล้วแต่เจ้าเถอะ�" ว่าแล้วจิเคตะก็ลงไปนอนคาบฟางอยู่ที่เดิม
"อย่างที่จิเคตะพูด
ตัดสินใจมาเถอะ ข้าไม่ขว้างการตัดสินใจของเจ้า
"
"ข้าหรื�?�.ฮึ�" เดเอคิหัวเราะในลำค� "ได้
เห็นว่าท่านเปลื้องน้ำลายพูดตั้งนาน ข้ายอมสวามิภักดิ์
" รอยยิ้มของเซอิจิและโทงาริเกิดขึ้นเป็นของทั้งคู�
"แต่ข้าสวามิภักดิ์แต่กับท่านเท่านั้น
เจ้าชาย
ข้าฟังแต่คำสั่งท่านเท่านั้� ไม่ว่าท่านจะสั่งให้ข้าฟังคำสั่งใคร ข้าไม่ทำตาม
ตกลงไหมล่ะ?"
"เอาล่ะก็ได้
ข้ารับข้อตกลง
" เซอิจิถอนใ� โทงารินวดหน้าผากตัวเอง
"ท่าทางคราวนี้เราจะเสมอกันน่ะ..ท่านโทงาริ" เซอิจิเอ่ยกับโทงาริขณะที่กำลังจะออกจากคุ� "ก็คงอย่างนั้น
" โทงาริตอ� ทั้งๆที่ยังงงๆกับสิ่งที่เกิดขึ้น
เช้า วันที่ 27 �.�. นารายะสามารถลุกขึ้นเดินได้ ส่วนมาโซยะก็แทบจะหายเป็นปกติ เขาสามารถเดินไปไหนมาไหนได้อย่างปกต� และบัดนี้สิ่งที่เขาทำก็คือ ทุบโต๊ะระหว่างที่ซาไอกำลังโขกหมากรุกกับนาราย� เล่นเอานารายะตกใจเสียจนทำหมากม้าร่วงจากกระดา�
"เป็นอะไรไป? มาโซยะ เจ้าทำหน้าเครียดตั้งแต่เช้าแล้วน่ะ แล้วอย่าทุบโต๊ะส�!!! แผลจะเปิดเอา�."
"ซาไอ
ท่านกลับมากับท่านเซอิจิสองต่อสอ� แถมกลับมาโดยมีเสื้อคลุมตัวเดียว
คงไม่ได้แวะที่ไหนหรอกน่ะ?" มาโซยะถามอย่างไม่อ้อมค้อ�
"�..อะไรกั�?" ซาไอหน้าแด� "จะบ้ารึไ�!!! ก็เสื้อข้าเปียกเลยก็เปลี่ยน
."
"เปลี่ยนเองรึเปล่�?"
"เปลี่ยนเองสิ!!! ถามมาได้"
"งั้นแล้วไป�" ว่าแล้วมาโซยะก็ลุกขึ้น "จะไปไห�?" ซาไอถา�
"จะไปหาท่านเซอิจิเสียหน่อ�!!! ข้าไปเล่นเขาไว้เยอะเชียวล่�" ว่าแล้วมาโซยะก็หายจ้อยออกไ� เขาเร่งฝีเท้าออกไป เขาประมาณว่าคงจะหาเซอิจิอีกนาน
แต่ไม่เป็นเช่นนั้� เดินแค่ไม่นานเขาก็เจอกับเซอิจิ
"ท่านเซอิจิ�" มาโซยะเรีย�
"อ้อ
มาโซยะ" เซอิจิยิ้ม "ซาไอไม่เป็นอะไรแล้วน่ะ
สบายด�"
"ใช่
.ขอรั�" มาโซยะกล่า�
"มีอะไรล่�?" เซอิจิหอบฟ่อนหญ้าสดขึ้นบ่า มาโซยะอ้าปากจะพูดถึงธุระแต่
"พระองค์จะไปไหน?" มาโซยะถา�
"ข้าเหร�?" เซอิจิหันหน้ากลับม� "ข้าจะเอาหญ้าไปให้คุโระ�"
"ห๊�!!!" มาโซยะอ้าปากค้าง
"ท
ท่าน" มาโซยะเดินตามเซอิจิที่เดินไปยังคอกม้� เขาวางหอบหญ้าล� แล้วเปิดคอกม้า
"หวัดดีคุโระ
" เซอิจิทักทาย เจ้าม้าดำก็พ่นลมเป็นเชิงรับคำทักทา� เซอิจิวางหญ้าลงแล้วหันไปเก็บคราด มาโซยะมองอย่างอึ้ง�
"คุโร�!!! แกญาติดีกับพระองค์ตั้งแต่เมื่อไร" มาโซยะกระซิบ เจ้าม้าก็ส่ายหน้าแล้วมองหน้ามาโซยะ �.ไม่รู้สิ
ทำไ�?�.
"เปล่�!!! ก็ไม่ได้ว่าอะไ� เพียงแต่ตกใจ เอ๊ย! ดีใจด้วยเท่านั้นเอ�" เจ้าม้าดำพ่นลมจากจมูกอย่างรำคา� �..ก็ดีกว่าทะเลาะกัน
.
"มีอะไรหรือ? มาโซยะ�" เซอิจิยืนทำตาปริบๆอยู่ไม่ห่างมาโซยะนักในมือถือหญ้าสดไว้
.
"เปล่าขอรับ�" มาโซยะปฏิเสธ เซอิจิเดินเข้าไป เอาหญ้าป้อนให้ม้� มันก็กินเสียโดยด�
"ขออภัยหากเสียมารยาท
เออ
ทรงเข้ากับ
เออ
เจ้าคุโระ"
"อ้อ
" เซอิจิเงยหน้าจากม้� "ไม่นานหรอก เพิ่งเมื่อ 2 วันก่อนเอง"
"งั้นก็ดีแล้วขอรับที่เป็นเพื่อนกันได้�" มาโซยะพูดยิ้มๆ
"อืม
" เซอิจิยิ้ม "เราเป็นเพื่อนกัน" คุโระร้องรับคำ�.
. . . . . .
กลับมาทางซาไอที่นั่งเล่นหมากรุกกับนารายะอยู่
"โอ้
ท่านซาไอ" นารายะกุมขมั� "รุกฆาตเรือข้าน้อยอีกแล้ว"
"กระดานที� 17" ซาไอหัวเราะในลำค� "ชอบเดินตาเดิมๆ ก็โดนแบบเดิมๆแหละน่า~" ขณะที่นารายะกำลังหาทางออกให้เรืออยู่นั้น โทงาริก็ก้าวเข้ามาในกระโจม นารายะรีบลุกขึ้นทำความเคาร� โทงาริหยุดหอบก่อนที่จะพยักหน้ารับรู้
"แย่แล้ว
แม่ทัพซาไอ!!!" โทงาริกล่า�
"มีอะไรหรือค่�?" ซาไอถามงงๆ โทงาริเดินเข้ามา แล้วส่งจดหมายเปื้อนเลือดฉบับหนึ่งให้ซาไอ
"จากแม่ทัพโควตะ
เขาถูกล้อม
ม้าเร็วที่มาส่งข่าว
ถูกธนูปักยังกับเม่น
พอส่งจดหมายให้เขาก็ตกม้าตายเลย!!!" เมื่อโทงาริกล่าวจบ ซาไอก็รีบคลี่จดหมายออกอ่าน
'ถึ� กองทัพกู้ชาติแห่งนาก�
ข้าแม่ทัพโควตะและแม่ทัพเอซ� บัดนี้ถูกล้อมโดยแม่ทัพฟุขุ 1 ในทหารเสือขอ� อิจิ�
หากได้รับจดหมายแล้� กรุณาส่งกำลังเสริมมาช่วยด่วน!!!
เราอยู่ทางทิศตะวันออก
.'
เมื่ออ่านจบซาไปพับจดหมาย
"สั่งการลงไ�!!! เปลี่ยนหมายการเดินทา� จากเช้าพรุ่งนี้เป็นเดี๋ยวนี้!!! เราจะยกทัพไปช่วยโควต�!!!"
|