|
นารีในอกข้า
.อุปมาดังไผ่ใดต้องลม
แม้รากจึ่งมั่นคง แต่ตัวคนโอนปลิวไป
มือบุรุษกำพู่กันชั้นดี ขีดเขียนหวัด� ลงตำราพิชัยสงครามโดยมิได้แยแสอักขระทรงคุณค่าเล� เซอิจิถอนใจพลางลุกขึ้นไปหยิบดาบที่พาดขอบโต๊ะขึ้นมาถือลองน้ำหนักเล่นๆ ก่อนที่จะวางลงที่เก่� พลางเดินออกจากโต๊ะไปที่หน้าต่าง
เสียงจอแจของผู้คนที่กำลังขนของเคลื่อนย้ายจากประตูเมืองเข้าสู่ราชวัง
นับจากที่ได้ตัวซาไอมานั้� เขาก็ไม่กังวลอะไรอีก รีบยกทัพกลับซูคังทันที โดยที่ไม่มีคำสั่งให้ทำลายใดๆ สงครามเป็นอันยุติในวันนั้นเอง
เพิ่งจะเมื่อไม่กี่วันนี้เองที่กลับมาถึงซูคังมาดๆ ของถูกขนเข้าสู่ราชวังยังไม่เสร็จดีนั� ซาไอนั้นอยู่ในตำหนักที่เขาสั่งให้สร้างไว้อย่างดี เธอได้รับการต้อนรับเข้าสู่เมืองอย่างสมเกียรต� ทุกอย่างไม่มีอุปสรรคเล�
แล้วเซอิจิลำบากใจอะไรอีก? เขาก็ไม่รู้
ตั้งแต่ซาไอมองเขาตอนรับเธอขึ้นเกี้ยว เขาก็รู้สึกว่าอุปสรรคอยู่ภายในดวงตาของเธอนั้นเอง มันเต็มไปด้วยคำถาม ความกลัว ลำบากใ� และคับแค้น�
หลังจากชายหนุ่มขีดเขียนกลอนที่ไม่ได้เขียนมานาน เขาก็อ่านกลอนที่เขียนซ้ำไปมาหลายครั้� ก่อนที่จะถอนใจแล้วฉีกหน้ากระดาษนั้นขยำ เหวี่ยงไปนอกหน้าต่าง เซอิจิกลับมานั่งที่เก้าอี้อีกครั้ง คราวนี้เขาใช้มือหนุนศรีษ� ยกเท้าขึ้นพาดบนโต๊ะแล้วแหงนหน้าขึ้นมองบนเพดานอย่างครุ่นคิด ก่อนที่จะหลับตาและลืมตาอีกครั้ง
"จิเคตะ!!! ลงจากเพดาน!!!" เขาสั่งโดยไม่หันไปมอ� จบคำร่างของคนผมแดงก็กระโดดลงจากฝ้า ลงมายืนบนพื้�
"จับได้อีกแล้ว
" เขาพูดพลางปัดฝุ่นที่ดินแขนเสื้�
"ซาไอเป็นอย่างไรบ้า�?" จิเคตะเสยผมสีแดงที่บางส่วนเกรอะไปด้วยฝุ่�
"ก็ดีพะยะค่ะ
ร่าเริ� ปรับตัวเข้ากับที่ใหม่ได้ดี เจ้าคุโระด้วย
"
"อืม
" กษัตริย์รับค� แล้วชายตามองที่ประตู ที่ปรากฏเสียงเคา�
"เข้ามา" สิ่งที่ปรากฏให้เห็นอย่างแรกก็คือข้อมือเรียวสวย จิเคตะที่ท่าทางจะรู้ว่าใครกลืนน้ำลายเอื๊อก!
"มีอะไรรึ?
อากิโกะ" อากิโกะผงกศรีษ� ผมของเธอลู่ตามแรงโน้นถ่ว�
"ทรงตรัสกับหม่อมฉันว่� หากทรงลืมว่า บ่ายนี้ต้องการไปเยี่ยมว่าที่ราชินี ให้หม่อมฉันทูลเตือนด้วย
" เซอิจิมองร่างสตรีด้วยสายตาขอบใ� ก่อนที่จะหันมาหาจิเคตะ
"ข้าไปก่อนน่ะ
อ้อ
แล้วข้าเห็นเดเอคิอยู่ที่ตำหนักฝั่งใต้น่� ถ้าเจ้ายังอยากเขาเหมือนตอนเช้าที่บ่นให้ข้าฟั� จะดีด้วยหากออกจากห้องข้าน่� จิเคตะ ข้าไม่อยากให้เจ้าเกิดระเบิดอารมณ์ที่เอาแน่ไม่ได้ของเจ้าใส่ตำราข้า
" จิเคตะมองร่างเจ้านายเดินออกไปจากห้อง แล้วหันกลับมามองสายตาเยาะเย้ยของอากิโก�
"เดี๋ยวจับฟัดเสียเลยนี้!!!" เขาแค่นพูดเบาๆ
"กลัวจังเลย" หญิงสาวว่าก่อนจะปลิ้นตาใส่ แล้วรีบปิดประตูวิ่งตามเจ้านายไปทันที เซอิจิก้าวพรวดๆอย่างหนักแน่นตามอารมณ์ของเข� โดยมีอากิโกะวิ่งตามอยู�
"ทรงรีบเพค่ะ
" เธอกล่าวเมื่อเซอิจิยอมหยุดให้เธอตามทัน
"แน่ล่ะ..ก็ข้าอยากเจอซาไอนี�"
"นางไม่หนีไปไหนหรอกเพค่ะ
"
"
" เซอิจิเงียบไปสักครู่ ประโยคนี้เหมือนเป็นลางสำหรับเข�
"เมื่อปีสองปีมานี� มีคนพูดแบบนี้กับข้าเหมือนกัน และมันก็ทำให้ข้าไม่ได้เจอซาไ�" เขาพูดด้วยสายตาโศกเศร้�
"ต่อไปอย่าพูดอย่างนี้อีกน่ะ�" อากิโกะมองหน้าของเจ้านาย ก่อนที่จะพยักหน้ารับคำ
"เพค่ะ
" เซอิจิยิ้มให้หญิงสาว ก่อนที่จะเดินออกไปอี� เขาเดินมาจนถึงประตูหน้าตำหนักที่ทำด้วยหินอ่อ� ชายหนุ่มไม่ลังเลที่จะเดินเข้าไปข้างใ� ภาพที่เขาเห็นก็คือองค์หญิงจากต่างแดนที่กำลังหยอกล้ออย่างร่าเริงกับม้าสีด� และหยุดลงเมื่อเห็นอาคันตุกะมาเยี่ยมเยียน หญิงสาวถวายบังคมอย่างประหม่า แล้วเมื่อชายหนุ่มเดินเข้าไปใกล� เธอก็หลบไปอยู่หลังม้�
"เป็นอะไรเล่า? ซาไอ" เขาพูดอย่างใจด�
"ออกมาคุยกับข้าใกล้ๆหน่อยสิ
อยู่ที่นี้เป็นยังไงบ้าง?" เขาเอ่� พลางยื่นมือเข้าไปหาหญิงสาว ซาไอมองมือที่ยื่นเข้ามาหาสักครู่ ก่อนมองหน้าเจ้าของมืออย่างชั่งใจ แล้วจึงเดินออกจากหลังคุโระอย่างประหม่าเล็กน้อย
"เป็นยังไงล่ะ?" เขาถามขณะสำรวจท่าทีอันผิดปกติของหญิงสา�
"สบายดีไห�?"
"เพค่ะ
ที่นี่สวยมาก ที่ก็กว้างให้คุโระวิ่งเล่น�" ซาไอตอบเซอิจ� เขายิ้�
"นั่นสิน่ะ
ว่างๆข้าจะมาขี่เล่นเป็นเพื่อ� ดีไห�?"
"ไม่เป็นไรเพค่ะ
หม่อมฉันขี่คนเดียวได้�" หญิงสาวรีบปฏิเสธ เซอิจิขมวดคิ้วอย่างแปลกใ�
"ไปคุยกันในตำหนักดีไห�? ข้าอยากนั่งคุยกับเจ้าจริงๆ" หญิงสาวไม่ได้ตอบอะไร เพียงแต่พยักหน้าเล็กน้อย แล้วเดินตามเซอิจิเข้าตำหนั� ชายหนุ่มลงนั่งบนเก้าอี้ตัวหนึ่� ซาไอนั่งลงบนตัวตรงข้าม แล้วรินน้ำชาให้กับชายหนุ่ม เธอลอบมองบาดแผลที่เห็นชัดที่บริเวณอกส่วนบนอย่างสงสัย เซอิจิที่กำลังดื่มชาอยู่มองสายตายิ้ม�
"ทำไม? สนใจบาดแผลข้าหรื�?" เขาใช้มือลูบแผลที่ได้มาไม่นานนัก
ซาไอลดสายตาลงไปทันท� พลางทำท่ารินชาให้ตัวเองกลบเกลื่อ�
"อืม
ขอข้าคิดดูก่อนน่ะ
แผลนี้ ข้าได้มาตอนที่ยกทัพเข้าป่า
ถูกลอบทำร้ายด้วยธนู เฉียวไปนิดเดียว
ถ้าปักเข้าไหล่ล่ะก็
คงเจ็บกว่านี�"
"หม่อมฉันไม่ได้สงสัยสักหน่อ�!!!" ซาไอรีบพูด เซอิจิมองหญิงสาวก่อนที่จะกลั้วหัวเราะเบา�
"แต่สายตาของเจ้ามันบอกว่าเจ้าสงสัย
.ซาไอ
เต็มประดาเสียด้วย" ทรงหยอกล้อ แล้วทรงนั่งพิศใบหน้าของหญิงสาวเป็นเวลานา� ฝ่ายซาไอก็มองใบหน้าของชายหนุ่มก่อนที่จะเบือนใบหน้าไปทางอื่�
"คงไม่ทรงว่าหากหม่อมฉันจะทำอย่างอื่นไปด้วย
"
"ก็เอาสิ
" คำตอบรับสั้นๆง่ายๆ แล้วก็ทรงนั่งอยู่ในห้องนั่นต่อ ซาไอลุกขึ้นหยิบผ้าคลุมขึ้นมานั่งถักต่อ ฝ่ายเซอิจิก็นั่งมองหญิงสาวไม่รู้เบื่� สักพักต่อต่อมาหญิงสาวก็วางผ้าคลุมล� หันมามองคนนั่งจ้องอย่างเริ่มหงุดหงิด คนอะไร นั่งจ้องอยู่ได้ไม่มีมารยาท!!!
"จะทรงมองหม่อมฉันอีกนานไหมเพค่ะ?" ซาไอมองชายหนุ่มด้วยสายตาหงุดหงิด
"อือ
อีกนาน จนกว่าเจ้าจะไล่ข้านั่นแหละ" กล่าวจบก็ยิ้มอย่างกวนอารมณ์ให้หญิงสา� ซาไอถอนใจพลางหันมามองเซอิจิเต็มตาอีกครั้�
"หม่อมฉันไม่ไล่พระองค� แต่เจ้าคุโระจะไล่แน่เพค่�!!!" ซาไอว่าพลางทำท่าจะเป่าปากเรียกเจ้าคุโร�
"อ๊ะๆ เดี๋ยว ไม่ชอบข้าขนาดนั้นเชียวหรือ?"
"อาจจะ
เพียงแต่หม่อมฉันไม่ชอบให้คนนั่งจ้องหน้าโดยไม่มีธุร�!!!"
"เจ้าโกรธข้าหรื�? ทำไมถึงได้ดุข้านักล่� ถึงเจ้าไม่ดุก็ไม่คุยกับข้า ข้าน่ากลัวมากหรื�?" ทรงล้อเล่นกับหญิงสาว แต่ซาไอเงียบไปถนัด คล้ายยอมรับที่ชายหนุ่มพูด
"จริงหรือ?" เซอิจิชักใจเสี� "ไม่เอาน่า
ข้าน่ากลัวยังไงล่ะ ไม่เห็นน่ากลัวเล�" เขายิ้�
"ทรงรู้อยู่แก่ใจ
" หญิงสาวพูดอย่างไม่ขำด้วย เธอจริงจัง เซอิจิที่โหดร้าย ยอมทำสงครามเพื่อผู้หญิงแค่คนเดียว
เซอิจิมองหน้าหญิงสาว เขาอ่านเธอจากดวงตาแล้วลงไปก้มหน้านิ่� ที่ซาไอไม่คุยเล่นหัว เพราะเธอทั้งกลัว และแค้นเขาต่างหา�
ใช่แล้ว
เขาเอาตัวเธอมาโดยไม่คิดอะไรเลย
เขายอมถูกเกลีย� แต่ขอให้ได้เจอหน้าทุกวัน เขาก็พอใ�
ทุกสิ่งที่เขาทำไม่ได้นึกถึงจิตใจของหญิงสาวเลยแม้แต่นิดเดีย� ว่าการที่พรากเธอจากบ้านมานั้� เธอทุกข์ระทมแค่ไหน� ซ้ำยังบุกตีบ้านเมืองของเธอ บีบบังคับด้วยเงื่อนไขเป็นตาย เพื่อให้ได้ตัวมา เขาช่างชั่วร้ายจริงๆ
เซอิจิก้มหน้� นึกโทษความรู้เกินไปของตัวเอง สุดท้ายเขาก็ลุกขึ้นยืน
"ข้าไปก่อนน่ะ
ต้องการอะไรก็สั่งนางกำนัลล่�"
"หม่อมฉันไม่ต้องการอะไร แค่นี้ก็เป็นพระกรุณา" ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงนิ่งเงียบ ทำให้นึกถึงพระนางฮิโตมิขึ้นมาทันที เซอิจิลดตามองพื้นอย่างเศร้าใจสักครู่ก่อนที่จะเดินออกไป
"ทรงให้เวลาเป็นเครื่องรักษานางเถอะเพค่ะ" อากิโกะทูลปลอบใจกษัตริย์ผู้ที่เพิ่งเดินออกมาจากตำหนั� กษัตริย์หนุ่มหันมามองหญิงสาว แล้วก้มมองพื้น
"ถ้ามีคนต้องการตัวเจ้� แล้วเขาทำทุกสิ่งที่ให้ได้มาซึ่งตัวเจ้า แม้กระทั่งบุกตีบ้านเมืองของเจ้า
เจ้าจะรักเขาได้ไหม อากิโก�"
"เพค่�?" อากิโกะที่เจอคำถมกะทันหันยืนนิ่งอย่างงงๆ
"แต่เขาคนนั้นรักเจ้ามาก รักมากแม้กระทั้งยอมถูกหมิ่นเกียรติทุกๆอย่า� เจ้าจะรักเขาได้ไหม?
ห�?" อากิโกะมองนายเหนือหั� แล้วแหงนหน้ามองฟ้า
"ขออภัยเพค่� หม่อมฉันไม่เคยรักใคร�" อากิโกะตอบอย่างเด็ดเดียว พลางนึกในใ� นินจาจะรักใครได้นอกจากนายตัวเองเล่�? ข้าเคยรักพระนางยานางิมารดาพระองค์ที่สุ� ตอนนี้ก็รักพระองค์ที่สุดเช่นกั�!!!
เซอิจิมองคนตอบแล้วก้มมองดินเดินกลับตำหนักไป
. . . . . .
"อุ๊ย! ว้า
เลือดออกเล�" ซาไอมองปลายนิ้วตัวเอง
เลือดหยดโตไหลออกมาจากปลายนิ้วชี้ เธอใจลอยไปหน่อ� ทำให้เข็มโดนนิ้วเลือดออก
"ใจท่านลอยไปไหน? ซาไอ หรือว่าจะตามท่านเซอิจิไป?" เสียงพูดล้อดังมาจากขอบหน้าต่าง หญิงสาวที่เคยชินกับเสียงประหลาดขณะที่อยู่คนเดียวแหงนหน้ามองมาโซยะที่ห้อยหัวเอาเท้าเกี่ยวขื่อไว�
"มาโซยะ มาโซยะ อย่าล้อข้าเล่น เจ้าก็ดูออกไม่ใช่หรือว่าข้ากลัวพระองค์ ทั้งๆที่ทำใจให้รักพระองค์เท่าใดก็ตาม�"
"ดูออกส� เจ้าหญิง
ข้าดูท่านออกเสมอแหละ
ท่านไม่ได้กลัวพระองค์หรอ� แต่ออกจะคับแค้นใจพระองค์มากกว่า
" สิ้นคำคนที่อยู่บนขื่� หญิงสาวก็นิ่งอึ้งไปชั่วครู�
"ไม่รู้สิ
ข้ารู้สึกว่าทรงเป็นคนที่ไม่แน่นอน จนข้าไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี
ข้าหนีกลับนากิได้ไหม? มาโซยะ" เธอตะกุกตะกั� มาโซยะมองนายหญิงชั่วครู่ก่อนที่จะยักไหล่
"อย่าดีกว่า
คงไม่อยากให้ใครยกทัพไปหาท่านอีกหรอกน่�" มาโซยะเตือนสติ ซาไอกำมือแน่�
"ในตอนแรกข้าคิดว่� การแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รั� ไม่เป็นไ� แต่พอต้องทำมันเข้าจริง� ข้ากลัว
" มาโซยะกระโดดลงจากขื่� เขาเดินไปข้างหน้าหญิงสาว
"ท่านเซอิจิไม่ทำอย่างนั้นหรอก
พระองค์ไม่บังคับให้ท่านแต่งงานแน่ ถ้าท่านไม่รักพระองค์"
"แล้วถ้าข้าไม่รักพระองค์สักทีล่�?"
"อืม
ไม่รู้สิ โธ�! ซาไอ!!! ท่านชอบถามปัญหาโลกแตกกับข้าอยู่เรื่อยเลย เอาเถอะๆ ท่านเย็บปักถักร้อยของท่านต่อเถอะ ข้าไปเล่นกับเจ้าคุโระข้างนอกดีกว่า มีอะไรเรียกข้าล่�!!!" ว่าจบมาโซยะก็เดินออกไปนอกห้อ� แต่พอลับตานา� เขาก็กระโจนขึ้นหลังคาหายไป
. . . . . . .
"ฤดูร้อนจะเหมาะกว่าเพค่�" อากิโกะว่า เมื่อเซอิจิถามขึ้นว่� ชลประทานในภาคใต้ควรทำเมื่อไรดี จิเคตะที่ยืนอยู่ไม่ห่างทำท่าไม่เห็นด้ว�
"ฤดูฝนต่างหากเล่า! ฤดูร้อนน่ะจะไปกะทางน้ำไหลได้ยังไ� ดินก็แข็�!!!" จิเคตะเถีย� อากิโกะถลึงตาใส่คนผมแดงอย่างอาฆาตมาดเลือ� ชายผมแดงยกดาบขึ้นขู่เล็กน้อย เซอิจิมองกริยาของทั้งสองแล้วก็ส่ายหน้า พลางอ่านฎีกาต่อไ�
"ฤดูฝนน่ะปัญญาอ่อน
ดินอ่อ� ขุดเสร็จก็ไหลไปรวมที่เดิ� แถมเป็นทางน้ำอีก ฝนตกดินแฉะ ทำงานยาก อีกอย่างจะเกณฑ์คนมาขุดหน้านาเนี่ยน่ะ มันทำได้ที่ไหน? มีแต่แรงไม่มีสมอ�!!!" หญิงสาวเถียงฉอดๆ พลางตบท้ายด้วยคำด่าอีก จิเคตะมองอากิโกะอย่างเหลืออด เดเอคิมองคนทั้งสองเถียงกันไปๆมาๆแล้วก็ถอนใจอย่างเบื่อหน่าย โทะโดะยกน้ำมาวางให้สามีแล้วก็มองดูทั้งสองทะเลาะกันต่�
"รักกันดีน่ะค่ะ" เธอว่า เดเอคิมองภรรยา
"เออ
รักกันดีจริงๆด้ว�" คนร่างยักษ์เออออตามภรรยา พลางก้มหน้าก้มตาทำงานที่เซอิจิมอบหมายให้ต่อไ� ปล่อยให้คู่กัดเขากัดกันต่อไป ขณะที่ทั้งคู่กำลังทะเลาะกันอยู่นั้� มาโซยะก็มาห้อยหัวอยู่ที่หน้าต่างห้องพอดี เขามองอากิโกะที่กำลังทะเลาะกับจิเคตะ โดยไม่มีทีท่าจะหันมามองราชานินจา มาโซยะห้อยหัวอยู่นานจนฉุนขาด จึงดีดกรวดไปโดนที่อากิโก�
"ข้าหมายถึง�.โอ๊ย! ฮึ่ย!!! ใครประทุษร้า�" หญิงสาวทรุดตัวลงกุมศรีษะ ปากก็พึมพำด่าแช่งไอ้คนประสงค์ร้า� เซอิจิที่เลิกสนใจทั้งคู่ไปนานแล้วก็เงยหน้าจากกองฎีกาเมื่อการกระจายเสียงเงียบไป
"เจ้าเป็นอะไรไปน่� อากิโก�?" หญิงสาวหันหน้าไปทางกษัตริย์หนุ่มกำลังตอบ แต่ไปเห็นร่างห้อยหัวของตัวการเข้าพอด�
"อ้�!!! เจ้าเองเรอ� กรอด~" เธอแค่นพูด
"?" เซอิจิขมวดคิ้วงง� "อะไรน่� เมื่อกี้เจ้าว่าไงน่ะ?" อากิโกะที่กำลังจ้องมาโซยะอย่างเอาเป็นเอาตายได้สต� หันกลับมาคุยกับเซอิจิตามเดิม
"เปล่าเพค่ะ
หม่อมฉันเกิดปวดหัวกะทันหั� ถวายบังคมลาไปทานยาน่ะเพค่ะ�" ว่าแล้วอากิโกะก็ถวายบังคมพลางเดินกึ่งวิ่งไปออกไป ตรงไปยังป่าข้างล่างทันที
"มาโซยุราโอ�!!! ฮึ่ย!! วอนเสียแล้วน่ะ ชีวิตไม่มีค่ารึไ�? โอ๊ย! ดีดหินมาได้ไม่ได้ดูเลย" เสียงทั้งสบถทั้งด่าทอใส่มาโซยะที่ลงมาหลบอยู่ในต้นไม้
"จุ๊ๆ ทำอย่างนี้ไม่สวยน่� น้องอากิโกะ
เสียมาดสาวบริสุทธิ์หมด" มาโซยะว่� พลางโยกไปมาบนต้นไม้อย่างขบขั�
"เห็นเจ้าวุ่นอยู่กับจิเคตะอยู่ข้าเลยไม่อยากตะโกนเรียก�" มาโซยะแก้ตัวไปน้ำขุ่นๆ อากิโกะยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ให้มาโซยะ
"อุ๊ย! ฮิฮิ ไม่เป็นไรๆ อย่างนั้นข้ายกโทษให้ ไม่รู้น่ะเนี่ยว่าเจ้าดีดหินใส่ข้าเพราะหึ�!!!" ว่าจบเสียงตกต้นไม้ดังโครมของราชานินจาก็ดังขึ้น ทำเอาอากิโกะหัวเราะยกใหญ�
"แห�! ถ้าเขินก็ไม่เห็นต้องเล่นมุขตกต้นไม้เลย พี่มาโซยะขา
คิกๆ�"
"ฮึ่ย~ เจ้านี่มันร้ายจริง� ว้ากกก� หยุดหัวเราะได้แล้ว ข้ามีธุระน่ะเฟ้ย!!!" อากิโกะปิดปากเพื่อให้หยุดหัวเราะ
"เอาล่ะ ตกลง� หยุดหัวเราะก็ได้" หญิงสาวว่า มาโซยะส่ายหน้าหน่ายๆ พลางเดินนำอากิโกะออกไป
"ซาไอบอกว่าอยากหนีกลับนากิ
นางกลัวท่านเซอิจ�" มาโซยะว่�
"เฮอะ อย่าคิดว่ามีแค่ท่านซาไ� ท่านเซอิจิก็กลุ้มพอกันนั้นแหละ" อากิโกะพูด
"เจ้าคิดไหมว่าซาไอจะกลับมารักท่านเซอิจิได้น่ะ�" หญิงสาวถามมาโซยะ
"ได้ส� ได้แต่ยา� ทางที่ได้ผลดีที่สุดคือทำให้ซาไอกลับมาจำท่านเซอิจิได้" ทั้งคู่มองหน้าแล้วถอนใจพร้อมกั� สงสัยว่างานของพวกเขาคือสิ่งยากยิ่งในครั้งนี้
. . . . . .
สิ่งละอันพันละน้อยที่เซอิจิพยายามทำให้ซาไอเห็นซึ่งความรักของตน การฝนทั่งให้เป็นเข็มช่างลำบากเสียจริงแต่เขาก็ยังจะทำ สักวันเขาจะฝนกำแพงที่กั้นเธอเอาไว้ให้ได้สักวัน กระทำนั้นเถิดการกระทำของเขาทำให้เธอรู้สึกหวั่นใจ ซาไอที่บอกเองว่าพยายามจะทำให้ใจรัก แต่ตัวเธอกลับหวาดหวั่นเสียเองเมื่อเริ่มใจอ่อ� ยังยืนยันกับมาโซยะอยู่ตลอดว่าไม่ได้รักชายหนุ่ม มาโซยะก็ได้แต่ยิ้มให้อย่างไม่เชื่อสักเท่าไ�
"ซาไอ อย่าไปทางนั้� มันอันตราย" สิ้นคำมือของชายหนุ่มก็ฉวยจับแขนของหญิงสาวเอาไว� ซาไอหันมองคนข้างกา� ที่มีสีหน้าตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด
"ทำไมหรือเพค่�?" ก่อนนี้เธอเคยกลัวชายผู้นี้มา� บัดนี้เธอรู้สึกว่าเธอเหมือนเขาเป็นคนขายดอกไม้ที่หวงสินค้าของเขาเหลือเกิน มันช่างน่าตลกที่เธอคุยกับเขาได้อย่างไม่กลัวในเวลาไม่นา�
"มันมีหลุมบ่อ ขี่ม้าลำบา� เดี๋ยวเกิดอุบัติเหตุหรอก�" เขาพูด "เราไปทางอื่นกันเถอ�" ชายหนุ่มขี่ม้าไปทางอื่� หญิงสาวโคลงศรีษะแล้วขี่ม้าตามอย่างว่าง่า� ทรามกลางบรรยากาศที่เงียบสง� สุดท้ายพวกเขาก็ลงจากม้าแล้วมานั่งใต้ต้นไม้ใหญ่ที่แพร่กิ่งก้านสาขาปกคลุ� หลังจากที่คุยเล่นกันนิดหน่อย เซอิจิก็ล้มตัวลงนอนพิงต้นไม้ ให้หญิงสาวนั่งชมวิวไปไม่ไก�
"จะทรงนอนแล้วหรือเพค่�?�" ซาไอหันหน้ากลับมาถามชายหนุ่ม เซอิจิที่ล้มตัวลงนอนพยักหน้า เสื้อที่พันเอาไว้ไม่ดีจึงหลวมเผยให้เห็นอกกว้าง ซาไอหน้าแดงนิดหน่อ� เธอเบือนใบหน้าไปทางอื่นเสี� ทั้งลมพัดเย็นโชยออกมาเรื่อยๆ หญิงสาวนั่งมองดอกหญ้าที่ปลิวไปตามสายลมอย่างเหม่อลอ� หญิงสาวใช้ปลายนิ้วแตะดอกหญ้าเบาๆ พลางยกนิ้วที่ติดเกสรขึ้น แต่ทว่ายกขึ้นมาไม่เท่าไร เกสรก็ปลิวไปตามลมเสียแล้ว
หญิงสาวชูมือขึ้นคว้า แต่เกสรน้อยๆก็ปลิวหนีเธอไปเสียหมดแล้� เสียงหัวเราะในลำคอดังขึ้นจากข้างหลัง ซาไอหันขวับไปมองต้นเสียงทันท� ชายหนุ่มมองหน้าเธอพลางแกล้งหลับเสียทั้งๆที่รู้ว่าหญิงสาวเห็นเสียแล้ว
"อย่าทรงแกล้งหลับเลยเพค่ะ�" ซาไอลงไปนั่งข้าง� ชายหนุ่ม เซอิจิลืมตาขึ้นเพียงข้าเดียว
"ข้าหลับอยู่ต่างหาก" ว่าจบชายหนุ่มก็ทำท่าหลับต่�
"ทรงขี้เซาเหลือเกิน
อย่างนี้จะปกครองเมืองให้ดีได้อย่างไ�?" เธอว่า เซอิจิมองหญิ� พลางตั้งตัวขึ้�
"ข้าไม่ได้ขี้เซ� แต่ข้าไม่ได้นอนต่างหาก อุตส่าห์ทำงานค้างๆให้เสร็จ จะได้มาเที่ยวกับเจ้านี่ไง
แล้วถ้าเจ้าไม่อยากให้ข้านอนน่ะ แต่งงานกับข้าส� จะได้ช่วยงานข้� ข้าจะได้นอนมาก�" ชายหนุ่มว่� ซาไอหน้าแดงเล็กน้อยที่ถูกจีบแต่เธอก็เชิดหน้าขึ้นกลบเกลื่อน
"ไม่เห็นต้องแต่งกับพระองค์
ทรงให้ข้าราชบริพารช่วยงานพระองค์ก็ได้นี่เพค่�!!!" เซอิจิเลิกคิ้ว
"แต่ข้าอยากให้เจ้าช่วยนี่ คนอื่นข้าไม่เอาด้วยแหล�" ทรงพูดอย่างเอาแต่ใ� แล้วล้มตัวลงนอนหงายใกล้ตักซาไอ
"แต่หม่อมฉัน
" ซาไออ้าปากจะเถีย� เซอิจิยกมือขึ้นเป็นท่าห้าม แล้วเซอิจิก็ล้มตัวนอนใกล้ซาไ� ซาไอไม่พูดอะไร ได้แต่เพียงมองชายหนุ่มนอนลงเป็นหลับไปจริงๆ หญิงสาวพิศชายที่นอนข้างๆ เธอคิกจะลุกขึ้� แต่ก็เปลี่ยนใจ เธอมองร่างของคนที่หลับ เสื้อที่เผยให้เห็นอกกว้า� บนอกมีแผลขีดตามขว้างหลายแผ� คล้ายกับนับอะไรสักอย่า� ซาไอมองอยู่นาน เธอนอนตัวราบ พลางยื่นมือออกไปจับบาดแผ� แต่เมื่อแตะแผลนั้น มือของเจ้าของอกก็พุ่งออกมาจับข้อมือของหญิงสาวเอาไว� ด้วยความตกใจหญิงสาวสะบัดมือออกอย่างแรง แล้วถอยกรูดออกไป
"ขอโท�" เซอิจิพูดหลังจากตั้งสติได้ พลางมองหญิงสาวที่กำลังตกใจ ทั้งคู่สบตากันสักครู� แล้วก็หลบตาไ�
"ขออภัยเพค่ะ
" ซาไอหลบตาแล้วลุกขึ้นจะไปหาคุโร�
"เจ้ากลัวข้าหรื�?" เซอิจิถา� เมื่อซาไอหันหลังไป
"�.." หญิงสาวเงียบ ชายหนุ่มเม้มปา�
"ข้ารักเจ้ามา� รู้ไหม?"
"�.." หญิงสาวก้มหน้า รู้สึกมึนหัวไปหม� ประโยคที่ชายหนุ่มเอ่� คล้ายกับเธอเคยได้ฟังที่ไหนมาก่อน
"ไม่ใช่เหตุผลเดียวกับที่นากิกักตัวเจ้าไว้ ข้ารักเจ้า เพราะตอนนั้นเจ้ารักข้า เจ้ายอมรับข้าได้ทุกอย่าง ข้ายืนด้วยตัวเองได้เพราะเจ้าเป็นอดทนคอยสั่งสอน ไม่ใครว่าข้ายังไ� เจ้าก็ยังดีกับข้า
ตั้งแต่นั้นมาข้าจะสาบานเองว่าจะปกป้องเจ้� แต่ข้าก็ไม่ได้ทำสักท� ข้าสาบานจะทิ้งทุกอย่าง ข้ายอมได้ทั้งหมดขอให้แค่ได้เจ้ามาเท่านั้�!!!"
หญิงสาวหันขวับกลับมาทันท�
"ท่านก็เลยบุกนากิใช่ไหม? เพื่อข้าคนเดียวเท่านั้� ยอมบุกบ้านเมืองของเร� ฆ่าคนตายเพื่อแค่ข้� ท
ท่านไม่ใช่คนดีหรอก!!!" เซอิจิมองหญิงสาว เขาลุกขึ้นยื�
"ข้าก็ไม่เคยบอกว่าข้าเป็นคนดี�.ตั้งแต่ที่ข้าจากนากิมาในวันนั้� ข้ายังเป็นคนบอกเจ้าเองว่าข้ารักเจ้� แม้ว่าจะต้องเป็นคนชั่วแค่ไหนก็ตามข้าจะทำ!!!" ซาไอมองชายหนุ่� เธอมองเขาอย่างโกรธเกรี้ย� ไม่ใช่เพราะมาจากเขาหรอ� แต่เธอรู้สึกมึนหัวตั้งแต่เมื่อสักครู่แล้� มันทำให้เธอนึกถึงอะไรบางอย่า� ความรู้สึกปวดหัวบีบอย่างน่ากลั� เธอรู้ว่าเคยเจอมาก่อ� เธอทั้งหงุดหงิ� และกลั� ซาไอปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาโดยไม่ได้สั่ง หญิงสาวเดินฉับๆออกไปแล้วขึ้นคุโร� แล้วขี่อย่างรวดเร็วออกไป เซอิจิมองม้าควบออกไปโดยไม่ได้ห้า� เขาถอนใจด้วยความเจ็บปว� แล้วนอนแผ่อยู่ตรงนั้นคนเดียว
ซาไอควบม้ากลับมา เธอรีบลงจากม้าแล้ววิ่งเข้าตำหนัก โดยไม่ได้สนใจคำถามของมาโซย� หญิงสาววิ่งเข้าไปในห้อ� แล้วก้มหน้าลงบนเตียงเพื่อร้องไห้ สงสัยว่าเธอจะกลัวทำไ� ถ้าเธอจะรักเซอิจ� เธอก็อยากรักเขาไม่ใช่หรื� แต่เธอก็แค้นที่เขาทำลายบ้านเมืองของเธอ โดยใช้คำว่าขู่บังหน้� เธอมองแขนที่เขียนนามชายหนุ่มเอาไว้ เธอลูบมั� แล้วตั้งหน้าตั้งตาร้องไห้ต่อไป�
|