|
โควตะไม่เคยเครียดอย่างนี้มาก่อ� จิเคตะที่เขาสามารถชนะได้นั้น อาจฆ่าเขาได้ทันทีที่เจ้าตัวต้องการ จิเคตะถูกจับเข้าห้องขั� โซ่ตรวนผูกมัดเขาไว้มากมา� เลือดจากแผลที่ขูดกับตรวนของเขาไหลออกมา
ถ้ามาคุไปตรวจตราค่ายของโจรเร็วกว่านั้นสักชั่วยาม เขาอาจจะโดนลูกหลงระบำล้างนรกของจิเคตะก็ได้!!!
เซอิจิเริ่มบรรยายสรรพคุณของเพลงดาบนี้ให้โควตะฟัง ซาไอที่นั่งขดตัวอยู่มุมกระโจมลูบขนแขนที่ลุกซู่ ริมฝีปากเม้มปิดสนิ� เกรงกลัวว่าจะอาเจียนออกมาหากเปิดปากสนทนา
เพลงดาบล้างนรกที่จิเคตะใช้เป็นเพลงดาบที่สามารถฆ่าคนเมื่อไรก็ได� เมื่อเจ้าตัวมีความโกรธและความกดดันสูงจนถึงขั้นหนึ่งแล้วไม่สามารถปลดปล่อยออกมาได้ เป็นกระบวนที่มีประสิทธิภาพสู� สังหารได้จนความกดดันหมดลงหรือจนขาดสิ่งมีชีวิตให้สังหาร มีผลเสียอย่างร้ายแรงคื� เมื่อเริ่มใช้เพลงดาบแล้วไม่สามารถบังคับตัวเองได้ จะฆ่าทุกคนที่ขวางหน้าไม่ว่าใครก็ตา� และเมื่อความกดดันหมดลงหรือขาดตอนการสังหา� จะมีผลต่อตัวผู้ใช้อย่างร้ายแรงคื� เกิดอาการช็อ� ประสาทไม่สั่งการ ทำให้เสื่อมสมรรถภาพในการหลบหนีหรือป้องกันตนไปช่วงหนึ่ง นั้นคือสิ่งที่ผู้ใช้เพลงดาบได้รับ
"ทำไมไม่บอกข้าก่อ�!!!" โควตะพาล เซอิจิมองตาขวา�
"ข้าไม่รู้นี่ว่ามันจะเกิดขึ้น!!!" เซอิจิเถียงอย่างมีอารมณ์
"หนึ่งคือโอกาสหนึ่งในล้านที่มันจะเกิด
สองคือ แค่เหตุผลเท่านี้ไม่น่าทำให้จิเคตะเคร่งเครียดขนาดนี� เพราะเขาไม่ใช่คนคิดมาก และถึงคิดมากก็ไม่น่าระเบิดออกม�
สามคือข้าไม่รู้ว่าเขาเป็นเพลงดาบนี� มันเป็นเพลงดาบในตำนา� ที่ตั้งแต่เกิดมาข้าก็ยังไม่แน่ใจว่ามันมีจริง พูดง่ายๆคื� ข้าก็เพิ่งเคยเห็�" เซอิจิต่อเสียยาว โควตะมีทีท่าเสียใจ ซาไอเข้าโอบแขนกษัตริย์หนุ่มแล้วลูบอย่างเห็นใ�
"คลื่นไส้จั�!!!" ซาไอบ่นกระปอดกระแป�
"ตั้งแต่เกิดมากยังไม่เคยเห็นศพน่าขยะแขยงขนาดนี้มาก่อน" ซาไอว่� เธอเคยฆ่าคนมามาก แต่คนที่ฆ่าในเพียงค่ำคืนเดีย� และหั่นซะถี่ยิบขนาดนั้� ฝีมือร้ายกาจ!!!
"สงสัยข้าต้องสั่งการไม่ให้ใครกดดันเจ้าหมอนั้นมากเกินไ�" โควตะเอ่�
"ขออภัยที่ว่าท่านแต่แรก ท่านเซอิจิ" โควตะก้มหัวอย่างเย็นชา แล้วเดินออกไปนอกกระโจม
"อ้อ
แล้วก็เตรียมตัวกันได้แล้� อีกเดี๋ยวจะเดินทางอ้อมช่องเขากัน" โควตะจบประโยคแค่นั้นก็เดินออกไ�
เซอิจิลดตาลงมองพื้� ซาไอมองอย่างปลอบใจก่อนที่จะออกไป
. . . . . . .
การเดินทางข้ามช่องเป็นไปอย่างปลอดภัย แม้มันจะรับประทานเวลานานไปเสียหน่อ� แต่ก็ข้ามช่องเขามาได� จิเคตะเดินไปกับโซ่ตรวนที่หุ้มตนเองไว� โควตะมองจิเคตะอย่างสับสนใจ คนที่เก่งขนาดนี้อยากเอาเป็นพวก แต่ก็อันตราย เขารู้สึกชื่นชอบชอบคนนี้เป็นการส่วนตัว แต่ก็ไม่ชอบเขาที่ฆ่าขุมข้อมูลสถานการณ์ในนากิเสียหม� หลังจากเดินทางอีกราว 1 เดือ� กองทัพกู้ชาติของเหล่าขุนนางนากิก็มาจัดทัพอยู่ที่ริมชายแดนนาก� โควตะสั่งตั้งค่ายที่นั้น การรบราครั้งแรกที่ต้องสู้กับบ้านเมืองที่ตัวเองโตขึ้นมากำลังจะเริ่มขึ้น
หลังจากตั้งค่ายได้ไม่ถึง 3 วันสายก็มารายงานให้โควตะรู้ว่า กองทัพชายแดนได้ตั้งปราการด่านแรกรอพวกเขาอยู่
"กำลังเท่าไ�?" โควตะถาม
"2300 ขอรั�" สายตอบ
"น้อยจั�!!!" ซาไอขัดขึ้� หลังจากปล่อยความความสนใจจากบันทึกเสบียงมาที่หัวข้อสนทน�
"อี� 5000 จะตามมาขอรับ" สายรายงานเพิ่ม โควตะโบกมือเป็นสัญญาให้ออกไป หลังที่สายคำนับแล้วถอยออกไ�
"ครั้งนี้ไม่เท่าไรเลย" โควตะก้มหน้าก้มตาอ่านพิชัยสงครามต่�
"อือ
." ซาไอจดบันทึกเสบียงต่อไ�
"เราอยู่ได้อีกเท่าไ�?" โควตะถามเล่น�
"เกือบป�" ซาไอบอ�
"เราเพิ่งยกทัพมาเอง"
"อือ
แล้วคราวนี้เอาไงดี?"
"ไม่ยาก มันต้องมาลองกำลังเราแน่นอน ร้อยทั้งร้อยล่ะน่ะ"
"เอาล่ะ� เอางั้นก็ได้ ข้าส่งใครสักคนเอากำลังสั� 5000 ออกไปให้มันลอง" โควตะสั่งการ กำลั� 5000 ที่นำทัพโดยเอเซ่ถูกนำให้ออกลองกำลังข้าศึ� เขาแกล้งถอยทัพอย่างรวดเร็ว พลทหารทั้งหมดกลับมาอย่างปลอดภั�
"พวกมันคงเริ่มของจริงในไม่ช้า" โควตะว่า ซาไอไม่ต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวมาก เธอตามหาเซอิจิอยู่เป็นนิ� เขาได้แต่นั่งเฝ้าอาจารย์ของเขา จิเคตะนั้นแผลของเขาเริ่มหายดีแล้วและเขาก็เริ่มชินกับโซ่ตรว� เซอิจิได้กระทำตนเป็นศิษย์กตัญญูป้อนข้าวป้อนน้ำ ซึ่งเป็นที่ขัดหูขัดตาเหล่าขุนนางเป็นอย่างมาก เซอิจิเริ่มไม่ที่นิยมอีกครั้�
ต่างฝ่ายต่างกดดันซึ่งกันและกัน ศึกครั้งแรกกำลังจะเริ่มขึ้� และในวันหนึ่� โควตะได้ตัดสินใจ ยกทัพเข้าตีชายแดนของนากิเป็นครั้งแรก การกรีฑาทัพครั้งนี� โควตะได้เป็นแม่ทัพใหญ่ และแน่นอนซาไอเป็นแม่ทัพรอง ขุนนางส่วนใหญ่เข้าร่วมในการศึกครั้งนี้ เซอิจิไม่ได้เข้าร่วม เขามีเหตุผลว่าคนที่เก่งเข้าร่วมในศึกครั้งนี้มากพ� ขุนนางหลายคนว่าเซอิจิขี้ขลาด เขาไม่ได้สนใจและยังนั่งในเรือนจำต่อไ�
แม่ทัพที่กองทัพกู้ชาติสู้ด้วยครั้งนี� เป็นแม่ทัพคนหนึ่งในนากิที่ไม่ออกไปรวมที่เมียวบุง เขายืนอยู่ข้างนากิจนวินาทีสุดท้า� เมื่อสั่งเข้าร� ทหารทุกคนเข้ารบด้วยความลำพอง ซาไอไม่จำเป็นต้องออกรบตัวเอง เธอแปรสภาพมาเป็นผู้วิเคราะห์เหตุการศึกเสีย ทันทีที่ให้สัญญาณออกศึ� เสียงเฮลั่นก็ดังลั่นพร้อมกับเสียงรัวกลองศึ� ทหารทั้งสองฝ่ายวิ่งกรูเข้าหา เสียงฟาดฟันดาบดังม� ที่ๆเธอนั่งอยู่มองเห็นการรบได้ชัดเจน เพราะมองจากที่สู� ซาไอมองการรบของทัพสองฝ่า� และสั่งให้กองเสริมและพลธนูเข้าเสริมเรื่อยๆ เหล่าแม่ทัพฟาดฟั� ใบหน้าเต็มไปด้วยเลือ�
ซาไอนั่งดูเพลินจนไม่ได้สังเกตลูกธนูที่แล่นเข้ามาตรงหน้� กล่าจะรู้ตัว มันก็สายเกินที่จะหลบ เธอตกตะลึงอยู่ พลางใช้มือปิดหน้าอย่างตกใจ สักพักเธอก็คลายมือออ� มาโซยะ กำลูกธนูดอกนั้นแทบแหลกคามือด้วยใบหน้าเคร่งขรึม แล้วส่งสายตามาบอกว่าให้ระวังตั� การรบดำเนินไปจนตะวันลับขอบฟ้�
เหล่าทหารที่เฝ้ารักษาชายแด� 7000 กว่านายก็ตายเกลื่อ� โควตะเลือกที่จะใช้กำลังแต่เพียงพอตามจำเป็น เพื่อรักษาสภาพที่สมบูรณ์ของนายทหารเอาไว้ กลิ่นเลือดและกองศพที่ตายเกลื่อ� ทหารที่บาดเจ็บช่วยพยุงเพื่อนฝู� หัวใจของพวกเขาเต็มเปี่ยม ทหารฝ่ายกู้ชาติเข้ายึดป้อมปราการที่ชายแดนได้ ซาไอเดินย่ำศพที่นอนตายเกลื่อ� และบางศพที่ตายบนป้อมปราการ ตามบันไดที่ผาดตามกำแพงปราการบ้าง มือของศพแตะโดนขาของเธอ ทำให้ซาไอขนลุกซู� โควตะสั่งให้นายทหารบางคนเฝ้าและทำความสะอาดปราการแห่งนี้ไว้ ก่อนที่จะสั่งยกทัพกลับ ซาไอทนไม่ได้ที่จะมองพี่น้องร่วมชาติที่นอนตาย เธอแอบสวดภาวนา และสาบานที่จะกำจัดมิโดริให้ได้
ไม่เพียงเธอที่ทำอย่างนั้� เธอมั่นใจว่าทหารทั้งหลายก็ทำเช่นนี้เช่นกัน�.
|