|
ท่ามกลางแสงแดดยามเช้าที่โควตะคิดว่าเยี่ยมสำหรับการคิดวิธีรับมือกับกลุ่มสายลมนั้น พิธีกรรมทางศาสนาได้รับการจัดขึ้นอย่างสมเกียรติ และดีมากสำหรับสภาวะสงครามเช่นนี้ให้แก่แม่ทัพปาปิยะในคืนที่ผ่านมา บุตรชายของเขาได้รับเกียรติให้จุดกองเพลิง ไฟที่โหมมอดศพบิด� กระชากน้ำตาบุตรชายให้ไหลริ� ในคืนนั้นโควตะเห็นซาไอที่มิได้อยู่ในแถวเช่นคนอื่นๆ เธอหลบมองกองไฟที่เผาผลาญผู้ร่วมชาติอย่างนิ่ง� แสงเพลิงที่ส่องเข้าใส่ใบหน้างดงามถ่ายทอดอารมณ์ให้เห็นว่า ซาไอที่มีชื่อว่าอัจฉริยะคนนั้นกำลังจะเริ่มแผนการณ์ของตนขึ้�
'นางจิ้งจอก' คือคำที่เธอชอบใจมา� หากไม่เจ้าเล่ห์โหดเหี้ยมพอ จะชนะใครได้กันเล่า? ซาไอไม่รู้สึกอย่างนี้ตั้งแต่สามารถตีซูคังได้ ความรู้สึกฮึกเหิมลำพองในใจตนเริ่มคุกรุ่นขึ้นอีกครั้ง หญิงสาวไม่พยายามคิดถึงชายคนรัก เพราะมันจะทำให้เธออ่อนแอลง ทำให้ใจอ่อ� ความอ่อนหวานมีในกุลสตรีทั้งปวง!!! แต่ไม่ใช่ตอนนี้สำหรับซาไ� หากไม่ฆ่าคงจะถูกฆ่าเธอคิดเช่นนั้น
ขอโทษเพค่ะ ท่านเซอิจิ�. เธอนึกเศร้าๆก่อนที่จะเดินหายไปในความมื�
คงไม่มีใครคิดว่า� จะมีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น
"อะไรน่�?" โควตะลุกพรวดพราดขึ้น ดวงตาเบิกโตด้วยความตกใ�
"ขอรับ
ที่ไหนก็ไม่เจอ!!!"
"จะหายไปไหนได�? เมื่อวานก็ยังอยู่ไม่ใช่หรื�?" โควตะว่า พลางขบฟั� เหล่าแม่ทัพรอบๆพากันออกความคิดเห็นอย่างไม่เป็นทางการกระหึ่มไปทั่� มาโซยะร้อนใจเป็นที่สุด เขาเป็นนิจจาที่ปลอมตัวมา แล้วเฝ้าติดตามซาไอตลอด หากเจ้านายเป็นอะไร เขาคงต้องปลิดชีพตนเอ� แต่บัดนี้ซาไอหายไปไหนกัน? เขากลับไม่รู�
"ท่านเซอิจิล่ะ
อยู่กับท่านเซอิจิหรือเปล่า?"
"ไม่ขอรับ" ทหารรับใช้ตอ�
"ท่านซาไอ" มาคุถอนใ� ผู้หญิงหายตัวไปคนเดียว อันตรายยิ่งกว่าสิ่งใ�
"ไปหาอี�!!! ไปหาอีกท�" โควตะสั่งอย่างร้อนใจ ถ้าซาไอจะไปไหนต้องบอกเขาก่อนสิ แล้วนี้มันอะไรกั�? โควตะนั่งพรวดล�
"ท่านซาไอ!!!" นารายะคราง
"เมื่อคืนก็ไม่กลับมาขอรับ" เขาบอก
"แล้วทำไมไม่แจ้งข้า!!!" เสียงพี่ชายของคนที่หายไปตวาดแว้กเข้าให�
"ก
ก็ ท่านซาไอบอกว่าถ้าหายไปอย่าบอกใครจนกว่าจะเช้า�"
"บอกอะไ�!!!"
ก่อนที่จะพูดอะไรต่อเซอิจิก็พรวดเข้าม�
"ซ
ซาไอ" เขาหอบ แขนข้างหนึ่งเท้าขอบประตูเอาไว้
"ห
หายไ�?" กษัตริย์ที่หนีบัลลังก์มาถา�
"ใช่พะยะค่ะ" โควตะตอบอย่างร้อนใ�
"ไปไหนก็ไม่รู�" มาคุเสริ�
"เมื่อไ�?"
"ตั้งแต่เมื่อคื�.. ทรงมีเบาะแสอะไรไหมพะยะค่�" โควตะถาม
"มี
อืม
อาจใช� เมื่อวานซาไอมาถามจิเคตะเรื่องของอิจิ�" เขาตอบ มาโซยะเบิกตาโพล่งขึ้นอย่างตกใจสุดขีด
"ข้ารู้แล้ว" เซอิจิว่�
"ข้ารู้ว่าเพราะอย่างนี้นางคงไปหาอิจิวแน่ๆ แต่ไม่นึกว่าจะไปคนเดีย�"
"ยายบ้า!!!" แม่ทัพใหญ่สบ�
"จะบ้ารึไ�!!! นั้นมันคนกระล่อน เจ้าชู้ยักษ์ที่สุดเลยน่ะ ซาไอเกิดบ้าอะไรขึ้นม� จัดกองทหารเดี๋ยวนี� ไปตามซาไ�!!!" โควตะวาดนิ้วสั่งแต่ก็ถูกนารายะรั้งปลายนิ้วไว้ก่อ�
"
."
"ท่านซาไอบอกว่า ไม�-ต้อง-ตา�-เดี๋ยว-เสีย-แผ� ขอรั�!!!" นารายะห้าม ทำเอาเซอิจิสะบัดตัวเดินตรงไปที่ห้องขังของจิเคตะทันที
"อารมณ์เสียหรือไง? ท่านลูกศิษย์" จิเคตะเงยหน้าจากกองฟางบนพื้นอย่างอารมณ์ด�
"ซาไอหายไ�!!!"
"อ้อ
ใช�" จิเคตะสานมือไปที่หัว
"หายไป
ข้าได้ยินพวกผู้คุมคุยกันแล้ว กะแล้วว่าต้องเป็นอย่างนี�.. นางจิ้งจอกแน่จริงๆ" ผู้พูดเอนตัวลงนอ�
"เจ้ารู�? หมายความว่าไ�?"
"ใช่ข้ารู้ว่านางมาถามคนเดีย� ต้องทำอะไรคนเดียวแน่ ก็เท่านั้น�."
"เจ้ารู้แต่ก็ยังบอกไปงั้นรึ!!!" เซอิจิตะคอ� แต่จิเคตะส่ายหน้�
"อย่าส่ายหน้า อาจารย� ถ้านางเป็นอะไรข้าเล่นเจ้าตายแน�"
"ไม่ตายหรอกข้าเนี่ย!!!" จิเคตะตวาดกลับอย่างเหี้ยมเกรี้ยม เซอิจินิ่งไป สายตาของจิเคตะตอนนี้เต็มไปด้วยรอยยิ้มที่พึงพอใ�
"ข้าเห็นนางครั้งแรกก็รู้ว่าเป็นคนฉลาด แต่ยิ่งได้คุยก็รู้ว่าเป็นจิ้งจอก ท่านคิดว่าจิ้งจอกจับนกไม่เป็นงั้นร�?"
"�." ทั้งสองจ้องหน้ากันพักใหญ� ก่อนที่จิเคตะจะพูดต่�
"ข้าขอบอกท่านไว้เลยน่�!!! หญิงคนนั้นมีดวงตาของเทพมิบ�(เทพแห่งความอุดมสมบูรณ์) นางมีชะตาร่วมกับป่� โชคชะตาของนางจะไม่ตายในป่าเป็นอันขาด ซ้ำแล้วจะมีโชคเพิ่มหากสู้ในป่าอีกด้ว�" เสียงของผู้ถูกพันธนาการหอบหลังจากพูด
"แล้วนางยังเป็นผู้มีชะตาดาวจิ้งจอกอีกด้วย.." เสียงของเขาเริ่มสั่นเครื� ทำให้เซอิจิเริ่มใจไม่ด�
"หมายความว่า
"
"ใช่
จิ้งจอกขาวจะลงมาปราบจิ้งจอกด�" จิเคตะว่� เซอิจินิ่งไปชั่วครู่ เขารู้ว่าพระนางมิโดริมีชะตาเป็นดาวจิ้งจอกดำ
. บนฟากนั้นจะมีดาว 2 ดวงห่ำหั่นกันอยู่ฟ้า ดาวจิ้งจอกดำจะอยู่ทางทิศใต� ส่วนดาวจิ้งจอกขาวจะอยู่ทางทิศเหนือ พลบค่ำจิ้งจอกดำจะขึ้� แต่พอใกล้รุ่งจิ้งจอกขาวจะโผล่พ้นฟ้� ขับไล่จิ้งจอกดำออกไป พระนางมิโดริมีชะตาเป็นจิ้งจอกด� คือผู้ที่เอาชนะได้ทุกสิ่� ก่อนที่ราชาโดราตะจะสวรรค� ทรงฝันไปว่� จิ้งจอกขาวไล่จิ้งจอกดำ พระองค์จึงเข้าไปกันจิ้งจอกดำเอาไว้ ทำให้ถูกจิ้งจอกขาวทำร้าย หลังจากนั้นพระองค์ก็สวรรคต
"จริงหรือ?"
"ข้าพระองค์เคยเรียนวิชาโหราศาสตร์" คนตรงหน้ากษัตริย์ยืนยั�
"แต่การมีวิชาการใช้อาวุธจะทำให้วิชาเสื่อม จะใช้ได้ก็นานๆที"
"ข้าเชื่อเจ้า"
"ขอบพระทั�"
"ซาไอต้องปลอดภั�" เซอิจิบอกแล้ววิ่งออกไป กระโดดขึ้นม้าเพื่อตามหาซาไอด้วยตัวเอ� เป็นเวลาเดียวกับราชาแห่งนินจ� มาโซยุราโอ� กำลังออกวิ่งไป�.
. . . . . . .
แสงแดดตอนเช้าที่โลมเลียกองโจรพันคนที่นั่งอยู่กลางป่า
"ร้อนโว้ย!!! นี่เราจะไปบุกอ้ายพวกกองทัพกู้ชาติให้มันจบๆไปเลยไม่ได้หรือไ�? จะได้กลับบ้านสักที" โจรคนหนึ่งบ่�
"สักเดี๋ยวสิว่ะ เอ็งจะไม่เชื่อมือท่านอิจิวรึไง?" อีกคนเอ็ดทั้งที่ยังโบกพัดเสื้อตนอยู่
"เสียงดังจังว่ะ" อีกคนเดินมาพร้อมกับน้ำที่โชกชุ่มเต็มหน้า
"คุยอะไรกันเนี่�?"
"เรื่องท่านอิจิ�" อีกสองตอบพร้อมกั�
"อ้อ
" ชายผู้นั้นนั่งลง
"ข้าได้ยินมาว่าพระนางมิโดริโปรดน่าดูเลยว่�!!!" เขากระซิ�
"เรื่องนั้นข้าก็รู้" โจรคนแรกมองซ้ายมองขวาก่อนจะพูดอะไร
"ก็ท่านอิจิ� เก่งนักหนาล่ะเรื่องบนพระแท่น
หน้าตาก็ด� ฝีมือก็เจ๋� อิจฉาฉิบเลยว่ะ" โจรคนเดิมพูด
"ถ้าข้าได้ความดีสักครึ่งของท่านอิจิวก็ดีซิว่ะ" อีกคนยืดอก
"สาวๆคงตอมหึ่�"
"แต่ข้าว่าน่ะโว้ย!!!" คนที่สามพูดบ้า�
"เรื่องความหล่อน่� ท่านอิจิวสู้ เซอิจิไม่ได้ว่�"
"ใครว่ะ? เซอิจิ"
"อ้าว!!! ก็ลูกทรพีของพระนางมิโดริที่หนีตามแม่ทัพซาไอไปไ�!!!"
"ถุ�!!! หน้าตัวเมี� หนีตามผู้หญิ�" แล้วโจรทั้งสามคนก็หัวร่อพร้อมกัน แต่ก็ต้องหยุดเสียก่อนเมื่อพบผู้ช่วยคนหนึ่งของอิจิวเดินเข้ามา
"ท่านวากิ!!!" คนทั้งสามลงคารวะชายผู้มาใหม่ เขาเพียงพยักหน้ารับก่อนที่จะพูดอะไ�
"ท่านอิจิ� สั่งมาว่าให้รีบเตรียมตัวให้พร้อม เดี๋ยวจะเคลื่อนที่เร็วเข้าใกล้กองทัพกู้ชาต�" ชายผู้ที่ถูกเรียกว่าวากิ กล่า� แล้วเดินจากไ� ทั้งสามมองหน้ากันก่อนที่จะแยกย้ายกันไปเก็บข่าวเก็บขอ� การเดินทางของกองโจรเริ่มขึ้นเมื่� อิจิวสั่งออกเดินทา� เขาอยู่บนม้าสีเกาลัด กล้ามเนื้อของมันเป็นมัดๆและดูคึกคักพร้อมทำงา� ไม่ต้องบอกเลยว่าใครก็คลั่งไคล้ในความสง่าและหล่อเหลาของชายผู้นี� ผมที่เป็นสีสนิมเช่นเดียวกับต� ถูกรวบเป็นหางม้าเล็กๆไว้ด้านหลัง ผิวสีแทน รูปร่างบึกบึนสมชาติบุรุษยิ่งนั�
ริมฝีปากก็แดงฉานราวกับละเลงด้วยสีที่สกัดจากกลีบกุหลาบความบางเฉียบบอกได้ว่าคำพูดแต่ละคำของเขานั้นหวานหยดคมคายบาดใจหญิงแค่ไห� เหล่ากองโจรไม่แปลกใจเลยสำหรับอิจิวที่จะได้ตำแหน่งร่วมพระเขนยกับราชินีมิโดริผู้เลอโฉม แต่สิ่งที่พวกเขาแปลกใจคื� ชายร่างใหญ่สมชายเช่นนี� ใยจึงเคลื่อนได้เร็วราวสายล� แทนที่คนที่เคลื่อนไหวได้เร็วน่าจะเป็นวาก� มือขวาคนสำคัญของอิจิวที่มีผิวขาวราวดอกจำปี ร่างโปร่งผอมบา� แม้ไม่ได้ชื่อว่ากวีผู้ดีดพิณ ก็สามารถเชื่อได้ว่าเขาน่าจะเป็นผู้เคลื่อนที่ราวสายลมที่เหมาะกว่าอิจิวเป็นแน่แท�!
กองทัพเคลื่อนที่ออกไปได้สักพัก เจ้านายของกลุ่มที่มีนามว่าอิจิวเป็นผู้บังคับม้าศึกตัวมหึมาสีเกาลัด เท้าของอาชานั้นกระทืบลงพสุธา ทำเอาผงธุลีดินกระจุยกระจาย ทั้งกองทัพผ่าดงหญ้� ต้นไม้ที่เปลือกไม้เลอะโคลนสีน้ำแดงแสดงให้เห็นถึงความชุ่มชื่นแข่งกันแกว่งใบกันร่ำไป กองโจรรู้สึกสบายตากับภาพที่เห็นทำให้ลืมจุดมุ่งหมายไปชั่วขณ� อิจิวที่ระแวดระวังการโจมตีของกองทัพกู้ชาติตลอดเวลา เนื่องด้วยได้ยินกิตติศักดิ์ของซาไอแห่งนากิเป็นอย่างด� เขากวาดตาไปทั่� หวังจะสังเกตสิ่งแปลกปลอมที่เล็ดลอดมาในสายต� แต่สิ่งที่เขาเห็นหาใช่กองทหารไม่ แต่เป็นธรรมดาคนหนึ่งที่ซุกอยู่มุมต้นไม้อย่างน่าสมเพช อิจิวมองพลางเลิกคิ้วให้กับเสื้อคลุมสีขี้ม้าสกปรก แล้วนำกองทัพผ่านช้าๆ สายตาก็ยังเหลียวกับมามองคนที่พิงอยู่ข่างต้นไม้
"หรือจะตายแล้�?" เขาพึมพำกับตัวเอ� แต่น่าแปลก ถ้าตายก็ไม่มีแมลงวันตอมเลย แต่ก็นั่งนิ่งเป็นรูปปั้นไม่กลัวกองทัพเลย
"วากิ" อิจิวหันไปสั่งนายทหารคนสนิ� คนสนิทหันมาก้มหัวรับคำสั่ง
"ไปดูไอ้หมอนั้นหน่อยส�!!! นั่งนิ่งเป็นรูปปั้นอย่างนั้นน่� ตายหรือยัง?" อิจิวสั่� วากิคนสนิทก้มหัวเล็กน้อยก่อนที่จะอ้อมม้าไปยังผู้นั่งนิ่งใต้เสื้อคลุมสีขี้ม้า ชายร่างโปร่งผิวสีจำปีมองคนสกปรกเล็กน้อ� ย่นจมูกให้กับกลิ่นเหม็นจากกายคนผู้นั้นก่อนที่จะลงจากม้าแล้วทรุดกายสังเกตเบื้อง
"เฮ�!! เจ้า" วากิร้อง
"ตายหรือยังเนี่�?" เขาเอื้อมมือจะไปเขย่าไหล่คนตรงหน้าแม้ว่าจะสกปรกอย่างไรก็ตา�
แต่ไม่ว่าอย่างไรเขาต้องตรวจสอบเพื่อความถูกต้องก่อนนำไปรายงานเจ้านา� แต่ก่อนที่เขาจะแตะไหล่คนผู้นั้� ร่างก็ขยับเขยื้อ� ริมฝีปากคนตรงหน้าเผยอขึ้นเล็กน้อยจับความจากเสียงอันน้อยนิดได้ว่า 'น้�' วากิรีบลุกขึ้นขึ้นม้าอย่างรวดเร็� แล้วควบไปรายงานเจ้านาย
"ยังไม่ตายขอรับ ท่านอิจิ�" ลูกน้องรายงา� "ให้ช่วยไหมขอรั�?"
อิจิวเมื่อได้ยินลูกน้องรายงานเขาใช้มือลูบคางอย่างครุ่นคิดก่อนสั่งการต่อไ�
"อืม
ช่วยก็แล้วกั� เผื่อมันเป็นคนแถวนี้จะได้บอกเราได้ด้วยว่าสถานการณ์เป็นอย่างไรแล้วบ้า�!!!"
"ขอรั�!" วากิรับคำสั่� แล้วหันไปกวักมือเรียกให้คนของตนช่วยกันหามร่างสกปรกไปด้วย�
|