|
หลังจากนั้นหลายเดือน กองทัพกู้ชาติต้องรบรากับนากิอีกหลายครั้ง เสบียงถูกใช้ไปเกินความจำเป็นมากมาย จนบัดนี้ ซาไอเตรียมเสบียงแล้ว คาดว่าจะอยู่ได้ไม่เกิน 3 เดือ� และม้าเร็วที่ส่งไปขอเสบียง คาดว่าเสบียงจะถูกส่งมาอย่าเฉียดไปเพียงนิดเดียว เหล่าทหารนั้นยังอยู่อย่างสบายด� นายทหา� 50000 ได้รับการทดแทนจากทหารเชล� และได้รับการเกลี้ยกล่อมจนยอมเป็นพวกอีกเกือ� 20000 คนรวมเบ็ดเสร็จก็ได้ราว 60000 นา� แต่นั้นก็หมายถึงภาระทางเสบียงที่ต้องเพิ่มขึ้นด้ว� แต่ด้วยทหารเท่านี้ไม่สามารถเอาชนะพวกทางกองทัพหลวงที่มีเกือ� 3 แสนนายได้หากใช้จำนวนเปรียบเทีย� ซาไอเคยพูดเรื่องนี้ให้กับเซอิจิฟัง แต่เซอิจิก็บ่ายเบี่ยงออกไป เขาไม่ต้องการฟังเรื่องการฆ่าและสงครา� พอใจที่จะตรวจหาตาน้ำหรือออกกฎหมายมากกว่า ซาไอรู้ว่าเซอิจิไม่ไดชื่นชอบเรื่องนี� ก็ไม่ได้บังคับ เธอทุ่มให้กับการวางแผนต่อไ� นั้นเป็นการเบี่ยงเบนความรู้สึกน้อยใจที่เซอิจิให้เวลากับอาจารย์ของเขามากกว่าเธอ เซอิจิได้แต่พูดคุยเพื่อจรรโลงตนเองกับอาจารย์ เขากำลังพยายามกล่อมเกลี้ยให้อดีตอาจารย์ของเขาใจอ่อ� แต่จิเคตะไม่ใช่คนที่ง่ายดายขนาดนั้� แต่เขาก็มีความสุขกว่าที่ต้องคุยกับใครๆด้วยสายที่เย็นชา
วันนี้ก็เช่นกั� เซอิจิเดินลงไปยังเรือนจำเช่นเดิม น้ำที่หยดจากเพดานทำให้อับชื้� อาหารที่เขานำลงมาด้วยเพื่อให้อาจารย์ตน นายทหารยามทำความเคารพเซอิจ� ก่อนที่จะไขห้องขังให้เขาเข้าไป เซอิจิทรุดลงนั่งข้างอาจารย์ตนที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรว�
"มาอีกร�? ท่านเซอิจิ จะไม่เอาเวลาไปอี๋อ๋อกับแม่หญิงของท่านบ้างร�? ท่านเซอิจิ" จิเคตะยิงคำถามใส�
"ซาไอไม่ว่า�!!" เซอิจิตอบห้วนๆ พลางยกชามข้าวผุๆออกมาให้ จิเคตะหยิบกินด้วยตัวเองอย่างยากลำบาก
"เฮอะ!!! ไม่ว่างหรือไม่อยากคุยกับท่านกันแน่�" จิเคตะหยั่งถาม พลางตักข้าวใส่ปากต� เซอิจิขมวดคิ้ว จิเคตะมีอคติกับซาไออย่างแร�
"ข้าไม่คุยกับนางเองแหละ!!!" เซอิจิตัดบ� พลางปัดฟางที่ติดชายผ้า แล้วเปลี่ยนท่านั่ง
"ท่านจะทิ้งนา� เหมือนที่ทิ้งท่านมิโดร�!!!" จิเคตะวกหลับมาเรื่องเก่า�
"ข้าไม่เคยรักเสด็จแม่แบบนั้� เจ้าเป็นคนสอนข้าให้แค่ปรนนิบัต� เจ้าปลูกฝังข้าทำให้ข้าคิดว่ามันเป็นภาระหน้าที่!!"
"แต่มันก็มีข้อดีไม่ใช่หรื�? ท่านช่ำชองแล้ว ไม่ยากที่จะเก็บเกี่ยวจากผู้หญิงคนนั้นอีก ข้ากล้าพนันเลยว่านางผ่านโลกมามาก แต่ก็ไร้เดียงสารักใครไม่เป็น ท่านน่าจะใช้โอกาสนี้ เก็บเกี่ยวจากนางให้สาส� แค่ชั้นเชิงของท่านก็นับว่ายอดเยี่ยมมาก�"
"หยุดน่�!!!" เซอิจิตวาด
"ท่านกลัวรึ!!!"
"ข้าก็ไม่เคยรักใครเหมือนกัน ใจข้ามันก็ด้านชาไปหมดแล้�"
"ท่านกลัวหากข้าจะพู� ท่านรักนาง ท่านทำให้ท่านมิโดริเสียใ� ท่านมิโดริรัก
."
"ข้าบอกให้หยุ�!!! เสด็จแม่เห็นข้าเป็นแค่ตัวปลดปล่อยทางกามารมณ์ นางเป็นหญิงที่ไม่ได้รับความรักจากสวามี!!"
"หยุดน่�!!!" จิเคตะตะโก� ข้าวในปากพุ่งออกมา
"นางฆ่าเสด็จแม่แท้ๆของข้า ข้ารู้!!! นางให้ท่านสั่งสอนให้ข้ารู้จักปรนเปรอความสุห้นา� นางเป็นใคร!!! ไม่รู้จักพ� ที่แล้วมาข้าผิดเอง ที่ไม่กล้าลุกขึ้นสู้กับนาง แต่พอข้าเจอซาไ�.."
"ท่านก็มีที่พึ่งใหม่ใช่ไห�? ท่านเซอิจิ ท่านมันแค่คนมีปัญหาทางจิตเท่านั้� ข้าจะฆ่าท่าน หากท่านว่าท่านมิโดริอี�" จิเคตะกลับมาเยือกเย็นอีก
"เจ้าไม่ได้รักเสด็จแม่จริงๆหรอก ข้ารู้!!!" เซอิจิปรายตามองอดีตอาจารย์
"ท่านแค่เทิดทูนนางที่ยอมพลีกา� และเสียสละเพื่อชาต� จนลืมว่านางทำอะไรกับพวกเราไว้บ้า�!!!" จิเคตะอึ้งเงีย� มันจริงหากเขาคิดเช่นนั้น เขาเทิดทูนราชินีที่ทำเพื่อซูคั�
"แต่ท่านไปเข้ากับนากิ ที่ทำลายซูคั� ท่านมันก็พวกขายชาต�!!!" จิเคตะเถียงกลั�
"ไม่ใช่เล� จิเคตะ!!!" เซอิจิเอ่ยเรียบๆ
"คนที่แค้นเสด็จแม่ต่างหากที่ทำเช่นนั้�"
"แต่ที่พระนางมิโดริทำเพื่อชาต�!!!"
"แน่นอน แต่จากนี้ข้าจะไม่แค้นต่อ ข้าจะทำเพื่อความถูกต้อ� ต่อจากนี้ซูคังจะไม่ตั้งตนเป็นศัตรูกับใคร เราจะอยู่อย่างสง�" เซอิจิประกาศ จิเคตะหัวเราะในลำค� แล้วหาทางตอบโต้อีก
"ผู้หญิงคนนั้�!!" เขาพูด พลางปาดปาก
"
" เซอิจิหันกลับม�
"ท่านรักนางจริงหรือ? หรือว่านางสามารถเป็นที่พึ่งทางใจให้ท่านได้ หรือว่าท่านแค่อยากร่วมรักกับนางเท่านั้�" จิเคตะว่�
"ท่านคิดดูส� นางอยู่ในหมู่ผู้ชายเยอะขนาดนี้ นางยังไร้ราคีอยู่ได้หรือ?" จิเคตะถา� เซอิจิอึ้งไป แต่ก็ยิ้มออกมา
"ไม่ต้องห่วงซาไอเป็นของข้� นางยอมตายเพื่อข้ามาแล้� โควตะก็คุมนางยังกับอะไรด�!!! นางไม่เป็นเช่นนั้นหรอก" เซอิจิแก้ล�
"แต่หาก พี่ชายนางคิดเก็บนางเสียเองเล่า?" จิเคตะว่� เซอิจิถึงกับอึ้ง ใช�!!! ?ทั้งสองไม่ใช่พี่น้องแท้กัน เซอิจิเถียงไม่ออ� ได้แต่ก้มมองพื้น จิเคตะยิ้มอย่างมีชัย เขาก้มหน้าก้มตาเลียชามต่อไ�
"ข้าไม่สนใจ" จู่ๆเซอิจิก็พูดขึ้� จิเคตะหยุดชะงักแล้วเงยหน้ามองอดีตลูกศิษย์แล้วเลิกคิ้วคล้ายจะถามว่า�
"อะไรน่�?" นักโทษถามอย่างงงวย ไม่มีผู้ชายคนไหนอยากแต่งงานกับหญิงที่มีราคีแล้�
"ไม่ว่าข้าเป็นยังไง นางไม่เคยรังเกียจแม้แต่ครั้งเดีย� ถ้านางเป็นของพี่ชายนางจริง นางจะมารักกับข้าทำไมล่� ทั้งที่อยู่มากับพี่ชายนางมาก่อ� ข้าก็เป็นลูกศัตรูของนางด้ว�!!!" เซอิจิเถีย� จิเคตะมองเซอิจิด้วยสายตาจนปัญญ� ทั้งสองนิ่งเงียบไปพักใหญ�
"นางดีกว่าพระนางมิโดริตรงไห�?" จิเคตะถามขึ้นอย่างอ่อนใจ
"ที่นางรักข้า แล้วก็ไม่เคยดูถูกข้า"
"พระนางมิโดริก็รักท่า�"
"แล้วเจ้าจะรู้จิเคต� ว่าความรักที่ได้จากเสด็จแม่กับซาไอมันไม่เหมือนกั�" เซอิจิตัดบ� แล้วรวบรวมชามอาหารเก่าๆลงตะกร้� จิเคตะมองอดีตลูกศิษย์อย่างอ่อนใจ เขาสั่งสอนเซอิจิมานา� เห็นเจ้าชายองค์น้อยเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ถึงแม้จะชอบบังคับเจ้าชาย แต่ก็รักเจ้าชายเช่นกัน เขายอมรับไม่ได้ที่จะให้เจ้าชายที่ตอนนี้เป็นกษัตริย์แล้วไปรักกับฝ่ายศัตรูอย่างแน่นอ�
"ข้ารู้ว่าทำให้เจ้าผิดหวั�" เซอิจิพูดให้ดวงตาที่เศร้าสร้อยตรงหน้าฟัง
"ข้าให้ใครต่อใครบงการมาตลอด และเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เดียวที่ข้าขอบงการตัวเอ�!!!" เซอิจิยืนขึ้� จิเคตะไม่พูดอะไรจนกษัตริย์หนุ่มกำลังจะเยื้องย่างไปจากห้องขัง
"ท่านเป็นลูกศิษย์คนเดียวของข้าที่ข้าไม่ตัดขาด" จิเคตะพู�
"ถ้าคนอื่นเป็นอย่างนี� ข้าสังหารมันทิ้งแล้ว" เซอิจิหันกลับมามองอาจารย์ของตน
"เจ้าก็เป็นอาจารย์ที่ดีที่สุดของข้าเหมือนกั�" เซอิจิยิ้ม
"ข้าสู้แม่หญิงของท่านได้ร�? นางเป็นคนสอนพิชัยสงครามให้ท่านสินะ"
"ข้ารักซาไอในฐานะผู้หญิ� ไม่ใช่แม่ทัพที่กระหายสงครา� อย่างที่ใครอาจเห็นนางเช่นนั้�" เซอิจิกล่า� ท่าทีสง่าเป็นที่ประทับใจจิเคตะยิ่งนั�
"ข้าเสียดายจริง� ที่ท่าทีสง่าอย่างนี้ข้าไม่ได้เป็นคนสอนท่าน แต่ดันเป็นแม่ทัพหญิงผู้นั้� คนที่ท่านรักนางสุดหัวใจ
" จิเคตะพึมพำกับตัวเองขณะที่เซอิจิย่างก้าวออกไปนอกห้องขั� เขาเอนหลังช้าๆ แล้วหลับทับไปบนกองโซ่ตรวน
..
. . . . . .
ในเวลาต่อม� โควตะได้ปรึกษากับซาไ� การรุกโดยรวมกำลังเพียงที่เดียวนั้นลำบา� จึงตัดสินใจแบ่งทัพออกเป็� 3 สา� ได้แก่ทัพใหญ่ของโควต� ทัพของซาไอ และโทงาร� ทัพของโควตะบุกไปทางเหนือ ทัพของซาไอไปทางตะวันออ� ส่วนของโทงาริไปทางใต�
"แล้วจะให้เซอิจิไปกับใค�?" โควตะถามขึ้น ทั้งที่รู้ๆอยู�
"ข้านี่แหละ ให้ท่านเซอิจิไปกับข้�" ซาไอออกตัว ไม่มีใครที่ต้อนรับเซอิจิดีเท่าเธ�
"เฮอะ!!! เจ้าเป็นผู้หญิงน่ะ ซาไอ" โควตะเยา�
"แล้วเจ้าดูแลท่านเซอิจิได้ดีกว่าข้าหรือ?" ซาไอย้อนถา� โควตะจำต้องยอมแพ� ซาไอกระตือรือร้นที่จะอยู่กับเซอิจิมา� ทั้งที่ช่วงนี้ทั้งสองไม่ได้อยู่ด้วยกันนั� ซาไอแทบไม่มีเวลาว่างเพราะต้องวางแผนวิเคราะห์การร� เซอิจิเที่ยวไปที่ห้องขังเพื่อพูดคุยกับจิเคตะ ซึ่งเขาเริ่มใจอ่อนทุกท�
วันหนึ่งขณะที่ทั้งสองกำลังคุยกัน ซาไอลงมาที่เรือนจำ
"ท่านเซอิจิเพค่�" ซาไอเรีย�
"อ้อ
.ซาไอ" เซอิจิหันกลับม�
"ไม่ออกไปข้างนอกบ้างหรือเพค่ะ พระองค์ทรงอยู่ข้างในนี้ทั้งวันแล้วน่ะเพค่ะ" ซาไอติงอย่างเป็นห่วง
"เดี๋ยวเราออกไปเอ� เจ้าไปทำสงครามของเจ้าเถอ�"เซอิจิพูดงอน� ที่ซาไอไม่ค่อยได้สนใจเขาเหมือนเมื่อก่อ� ซาไอมีทีท่าเสียใ�
"ประทานอภัยให้ด้วยเพค่ะ หม่อมฉันยุ่งจริง� เพค่�" ซาไอกล่า�
"ช่างเถอะ เราไม่ได้โกรธเจ้�" เซอิจิโกหก ซาไอทำแก้มป่อง พยายามง้อเซอิจ�
"วันนี้หม่อมฉันว่าง ไปขี่ม้าเล่นกันเถอะเพค่ะ" ซาไอโกหก จริงๆแล้ววันนี้งานล้นมือ แต่ช่างเถอ� เก็บไว้ทำวันหลัง
"ไม่ล่ะ เจ้าควรพักผ่อน" เซอิจิปฏิเสธแล้วเดินออกจากห้องขั� ซาไอมองตาม ลังเลว่าควรจะไปง้อดีหรือไม� แล้วหันกลับมามองจิเคตะที่นั่งทับกองโซ่อยู่ข้างหลัง
"เพลงดาบของเจ้าวันก่อนสุดยอดมากน่�!!! มันก็แน่อยู่หรอกก็แผลที่เจ้าปาดคอข้ายังเจ็บอยู่เลย" เธอช�
"ออ
ขอบใจ แม่ทัพ�" จิเคตะตอ� แล้วหัวเราะในลำคอให้หนุ่มสาวคู่นี้
"เจ้าทำร้ายจิตใจท่านเซอิจิมากไปแล้ว พระองค์งอนไปแล้ว" จิเคตะบอ� ซาไอหันขวับกลับม�
"ได้ๆ ข้าผิดเอ�" ซาไอเดินตุ่มๆออกไป จิเคตะเลิกคิ้วให้กับภาพตรงหน้า
|