[HOME] [สารบัญ] l 1 l 2 l 3 l 4 l 5 l 6 l 7 l 8 l 9 l 10 l 11 l 12 l 13 l 14 l 15 l 16 l 17 l 18 l 19 l 20 l 21 l 22 l 23 l 24 l 25 l 26
     l 27 l 28 l 29 l 30 l 31 l 32 l 33 l 34 l 35 l 36 l 37 l 38 l 39 l 40/1 l 40/2 l 41 l 42 l 43/1 l 43/2 l 44 l 45
     l 46 l 47 l 48 l 49/1 l 49/2 l 49/3 - fin l

บทที� 45บทสรุปของราชินีมิโดร�


เหตุการณ์ที่ว่าซาไอจำว่าตัวเองเป็นใครไม่ได� สามารถดึงเซอิจิจากการเกลี้ยกล่อม ดึงโควตะจากงานราชการฟื้นฟูบ้านเมืองได้ ทั้งมาคุก็มา ทั้งหมดมารวมตัวกันที่ซาไ� พยายามบอกเธอว่าพวกเขาเป็นใคร แต่ซาไอก็จำไม่ได� เมื่อถูกกดดันให้นึกมาก� เธอก็ร้องไห้

สี่หนุ่มมองอย่างอึ้ง� พลางยกมือยอมแพ้กันระนาวแล้วปล่อยให้คนปลอบเป็นนางกำนัลแทน�

ขณะที่หลบออกมาจากห้องได้ครู่ใหญ่ เมื่อเสียงร้องไห้เงียบลง สี่หนุ่มก็แยกย้ายกันไปอยู่หน้าห้องทั้ง 4 ทิ� มาโซยะนั่งยองๆ ชะเงอมองอยู่หน้าห้อง โควตะใช้นิ้วมือนวดขมับอย่างเครียดๆ เซอิจิใช้ปลายนิ้วปาดจมูกเพื่อคิด ส่วนมาคุก็ใช้มือรองศรีษะตัวเองแก้กลุ้ม!

"นี่เรอ�! ไม้ตายที่มิโดริใช้กับซาไอ…" มาโซยะพูดอย่างเจ็บใจ ถ้าเขาอยู่กับเจ้านายตลอดน่�!!!!

"ข้าไม่น่าปล่อยนางไปคนเดียวเลย….ความผิดของข้าแท้�"

"มิโดริ ตา�!" เสียงเล็ดจากไรฟันของโควต� พร้อมๆกับร่างที่ก้าวออกไ� อีกสามคนรีบช่วยกันดึงไว้ในทันท�

"ปล่อยข้าเถอะข้าจะไปฆ่า……นางงงงงง" โควตะบิดตัวให้หลุดออกจากการดึงรั้งอย่างโกรธเกรี้ยว

"ท่านโควตะ…" มาคุเรียกเพื่อเตือนสติ "ท่านฆ่านางไปซาไอก็อาจไม่ฝืนความทรงจำ ใจเย็นเถอะ…ความโกรธไม่ช่วยใครหรอ�!!!"

โควตะเมื่อฟังจ� เขายืดตัวช้า� ถอนหายใจอย่างใจเย็�

"ได้…..ปล่อยข้าก่อนเถอะ" ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของนากิเอ่ย อีกสามค่อยๆคลายมือออ� โควตะมองไปข้างหน้าก่อนจะหลบสายตาหันกลับมามองประตูห้อ�

ใจเย็นเอาไว้ โควตะ….ความโกรธไม่ช่วยเหลือใค� เจ้านั้นชอบใช้อารมณ์ และหายนะมักมากับอารมณ์เสียด้วยสิ

เจ้าจงใจเย็นอย่างซาไอ….แต่อย่าอ่อนไหวเหมือนนา� เจ้าเป็นผู้ชายที่ข้าและนางพึ่งพาได� เมื่อห่างข้าไป จงดูแลนางให้ดีที่สุด�.

ราชินีฮิโตมิก็เคยกล่าวกับเขาอย่างนี้เช่นกัน…

แม่ฮิโตมิขอรับ�.ลูกสาวของท่านเป็นอย่างนี� จะให้เย็นอยู่ได้อย่างไ�?

ไม่พ้นที่ทั้งสี่จะต้องร่วมมือกัน เซอิจินั้นหาทางใช้ไม้อ่อนให้มิโดริช่วยเหลือ…แต่ดูว่านางจะไม่ให้ความร่วมมือเสียเล�

โควตะต้องช่วยเหลือราชาอิเอยาสึบริหารบ้าเมืองมากมาย เขาไม่ว่างมาพาซาไอไปเล่นเหมือนๆคนอื่� แต่ก็หมั่นมาเยี่ยมเธอบ่อยๆ มาคุและนาราย� ไม่ค่อยจะมีบทบาทมากเท่าไ� นอกเสียจากคอยคุมการเดินทางเมื่อซาไอจะออกไปเดินเล่น ส่วนมาโซยะนั้น ได้ส่งข่าวนี้ไปที่ซูคังถึงอาเกกินารุซาวะ�.

ซาไอคนใหม่เป็นผู้หญิงขนานแท้ที่เรียบร้อยอ่อนไหวต่อทุกสิ่� เธอไม่ชอบการรบ หรือแม้แต่ความรุนแรง เธอไม่พิสมัยการขี่ม้� จะว่าไปคือลืมแม้แต่การขึ้นอานไปด้วยซ้ำ แม้ทุกคนจะบอกว่าเจ้าม้าดำของเธอนั้นเป็นม้าแสนรู้ที่เก่งกล้ากว่าม้าใดๆในสมรภูมิ แต่เธอก็ไม่มีความคิดเห็นที่จะขี่ม้าสักที ซ้ำตอนแรกที่เซอิจิพาไปเจอคุโระ ซาไอยังมีทีท่าหวาดกลัวอี� ที่น่าสงสารคือเจ้าคุโร� ที่ไม่รู้ว่าทำไมนายหญิงถึงได้ทำท่าอย่างนั้นใส่ตน มันพยายามเข้าไปห� แต่ซาไอก็หนีจากมันทุกครั้ง

แต่สิ่งที่น่าเสียใจที่สุดนั้นคือ ซาไอไม่รู้สึกรักเซอิจิเหมือนก่อน เธอไม่รู้สึกอะไรกับผู้ชายคนนี้ทั้งสิ้น เธอเห็นเขาเหมือนกับใครๆทั่วไ� เธอคงไม่เชื่อว่าเธอเคยรักเซอิจิมาก หากไม่มีหลักฐานที่ต้นแขน�

"ถ้าเมื่อก่อนข้าเป็นฉลาดมาก…ทำไมข้าต้องทำเรื่องโง่ๆอย่างนั้นด้วยล่ะเพค่�" ซาไอถามเซอิจ� เขาเงยขึ้นจากหนังสือที่อ่านอยู�

"เพราะเจ้าฉลาดมาก อืม…ตอนนั้นข้าก็มีส่วนผิดด้ว� อย่าให้ข้าเล่าเลยดีกว่� มันเป็นความทรงจำที่ไม่ค่อยดีซักเท่าไร…"

"เออ…เพค่ะ…" ซาไอพยักหน้างง� เพราะไม่ค่อยเข้าใจคำพูดสักเท่าไร หญิงสาวจึงหันกลับไปสนใจกับการเย็บเสื้อให้โควตะต่อไ� เธอคิดว่าพี่ชายเธอควรจะมีเสื้อหนาๆใส่เวลาออกไปข้างนอ� แล้วเธอก็ต้องเย็บให้เซอิจิด้วย เพราะบ่อยๆ เขาก็ต้องออกไปกับโควตะ เนื่องจากในเวลานี้ไม่มีใครชำนาญการชลประทาน และก่อสร้างเท่าเขา� ร่วมถึงเรื่องกฎหมา� กาพย์กลอ� และเรื่องการทหารด้วย ซึ่งคนรอบตัวเธอบอกว่าทั้งหมดซาไอเป็นคนสอนเขาเอ�

หลังจากนั้นเธอก็จะเย็บให้มาโซย� เขามักออกไปเก็บลูกไม้มาให้เธอเสมอๆ เขาเล่าเรื่องให้ตอนที่เขาเจอเธอให้ฟั� เธอชอบคนคุยสนุกอย่างมาโซยะ เขาตามใจเธอแทบทุกอย่าง ไม่เหมือนโควตะและเซอิจิที่มักห้ามโน้นห้ามนี่เธออยู่ร่ำไป�

พอเย็บให้มาโซย� เธอก็จะเย็บให้ มาคุ กับนาราย�

มาคุนั้นใจดี เธอเคารพเขาเหมือนเป็นญาติผู้ใหญ่คนหนึ่� มาคุใจดีอบอุ่นในความรู้สึกของเธอ เขามักเล่าถึงพระนางฮิโตมิที่อยู่แดนไกลให้เธอฟั� และบอกว่าเธอรักแม่บุญธรรมของเธอมาก พระนางอบอุ่นกว่าเขาหลายเท่�

นารายะเป็นคนเอ๋อ� พูดน้อ� เมื่อเธอถามอะไรเขามักถามคำตอบคำเสม� และทุกครั้งที่เธอพูดอะไร เขาจะรับเพีย� ขอรับ… ขอรับ… เพียงเท่านั้� เมื่อเธอถามว่าเมื่อก่อนเธอเป็นอย่างไ� เขาก็บอกว่�

"ท่านซาไอเป็นคนเข้มงวด… แต่ก็เป็นคนใจด� ฉลาด ไม่ชอบใช้อารมณ� หวังดีกับข้าน้อยเสมอมา" คำพูดนี้ทำให้เธอรู้สึกว่าเธอชักชอบอดีตของตัวเองมากขึ้น จากเมื่อก่อนที่เธอคิดว่าเธอนั้นบ้าสงครามจนน่ารังเกียจ…

เจ้าคุโระก็เป็นหนึ่งในโครงการที่เธอวางเอาไว้ ในตอนแรกเธอกลัวมันที่ทั้งตัวใหญ่และดำทมิ� ไม่เข้าใจว่าทำไมเมื่อก่อนเธอถึงได้ชอบม้าสีดำ แต่หลังจากเซอิจิพาเธอออกไปพบมันบ่อยๆ เธอก็รู้ว่าคุโระเป็นม้าที่น่ารักมา� มันขี้เล่น พูดอะไรก็เชื่อฟั� มันชอบใช้หน้าซุกเข้ามาหาซาไอเวลาเธอไปห� ทำให้เธออยากขี่ม้าขึ้นบ้าง�

สำหรับซาไอเธอไม่จำเป็นต้องเย็บเสื้อกันหนาวให้ตัวเอ� เพราะเธอมีเสื้อหลายตัวและมีเสื้อคลุมอยู่ด้วยตัวหนึ่ง เป็นเสื้อขนมิงค์ที่เธอชอบมาก สีขาวทั้งตัว แถมเธอรู้สึกผูกพันธ์ด้วย เวลาเธอรู้สึกกดดัน หรือเศร้� พอเธอหยิบมันขึ้นมากอดจะรู้สึกว่าอบอุ่นขึ้น ใครๆก็บอกว่ามันเป็นเสื้อคลุมที่เซอิจิให้มา ซาไอไม่เคยใส่มัน แต่จะเก็บไว้กอดอย่างเดียว…


ในเช้าวันหนึ่งขณะที่ซาไอกำลังวุ่นวายกับการเย็บเสื้� พร้อมๆกับคุยไปกับมาโซย� เนื่องจากมาโซยะหายเข้าไปในป่� และเก็บลูกไม้เล็กๆน่ารักมาให้ซาไ� แล้วเขาก็ชวนคุยเรื่องสมุนไพร ว่าแต่ละอย่างมีสรรพคุณอะไรบ้าง

"อากาศข้างนอกหนาวไห� มาโซยะ?" ซาไอถา�

"นิดหน่อยขอรับ…" เขายักไหล่ "แล้วแต่คน… แต่ข้าคิดว่าไม่ค่อยหนาวสักเท่าไร"

"งั้นหรือ…ดีจัง ข้าคิดว่าจะออกไปในสวนพอด�" ซาไอพู� พลางกระชับผ้าคลุมไหล� "กำลังคิดว่าออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์จะดีกว่านั่งอุดอู้อยู่ในนี้" ซาไอลุกขึ้นพลางหยิบงานในมือไปด้ว�

"ก็ดี…แล้วจะเอาคุโระไปด้วยไหมล่�? แห� ช่วงนี้ข้าไม่ค่อยได้เจอนารายะเลย"

"ข้าให้นารายะไปอยู่กับมาค� คิดว่าเขาคงจะก้าวหน้ามากกว่าอยู่กับข้า ข้ามีแค่นางกำนัลอยู่ก็พอแล้ว" หญิงสาวกล่าว แล้วก็ชวนมาโซยะออกไปนั่งเล่นในสว� นั่งฟังนกร้องเพล� จนกระทั้งมีนางกำนัลเดินเข้าม� เธอก้มให้ซาไ�

"มีอะไร?" หญิงสาววางงานในมือ

"ท่านซาไอเจ้าค่ะ…ท่านโควตะกลับมาแล้วค่ะ" เมื่อนางกำนัลผู้นั้นกล่าวจ� ซาไอก็ยิ้มอย่างร่าเริง พลางลุกขึ้�

"ดีจริง� ไม่ได้เจอท่านพี่เสียหลายวั� งั้นเดี๋ยวข้าจะออกไป"

"ไม่ต้องหรอก…" มาโซยะส่ายหน้า ขณะห้อยหัวอยู่บนต้นไม้

"?"

"พวกเขาเข้ามาแล้ว ท่านไม่ต้องไปไหนหรอกซาไอ พวกเขาเข้ามาในสวนแล้� นั้นไง!!!" ซาไอมองไปตามนิ้วที่ชี้ออกไปให้เธอด�

"พี่โควตะ…ท่านเซอิจ� แล้วก็มาคุ นารายะด้วย� " หญิงสาวก้าวเท้าเท้าเข้าไปห� โควตะยิ้มให้น้องสา� ซาไอดูน่ารักมากเมื่ออยู่ในชุดสีม่วงอ่อ� ผ้าคาดเอวคาดไว้เรียบร้อย กริยามารยาทก็ด� สรุปว่าถ้าซาไอไม่เสียความทรงจำ เธอจะเป็นหญิงที่งามที่สุดในแผ่นดินเป็นแน�!

"พี่กลับมาแล้วหรื�?" หญิงสาวทักทา� "ข้าดีใจจริงๆที่พี่มาแล้ว เรื่องทางโน้นเป็นยังไงบ้างล่�?" หญิงสาวถามถึงภารกิจของพี่ชาย การชลประทานเกษตรชิ้นแรกหลังสงครา�

"เรียบร้อยแล้ว…ไม่มีอะไรต้องห่วงเลย"

"คงเป็นฝีมือของท่านเซอิจิสิน่ะ…" ซาไอว่�

"หม่อมฉันได้ยินมาว่าฝีมือการปกครองของพระองค์ไม่เป็นรองใคร…น่าดีใจที่บ้านเมืองของเรามีคนเก่งๆอย่างนี�" เซอิจิยิ้มรั� คำพูดของหญิงสาวช่างเหินห่างเขาเหลือเกิ� คำว่าคู่รั� บัดนี้เป็นแต่ในนามเท่านั้น

ซาไอหันไปอีกด้านของเซอิจ� เดเอคิยืนอยู่ตรงนั้น จิเคตะและเดเอคิจะสลับเวรกันเฝ้ามิโดร� ครานี้เป็นเวรจิเคต�

"ท่านนี้คือ�" ซาไอถา�

"เดเอคิขอรั� ท่านซาไอ�" เดเอคิตอ� พลางก้มให้ น่ากลัวถ้าเขาจะแสดงกริยาล้อเลียนกับซาไ� เธอไม่ได้เหมือนก่อน…

"ยินดีที่รู้จัก�" ซาไอพูดยิ้� "ข้าเคยได้ยินชื่อท่านมาเหมือนกั� โอ้…ท่านน่ะมักอยู่กับผู้ชายที่ชื่อจิเคตะเสมอไม่ใช่หรือ?"

"เออ…เขามีธุระขอรับ" เดเอคิตอ� พลางคิดว่า ถ้าจิเคตะได้เจอกับซาไอตอนนี้ คงเรียกเธอว่านางจิ้งจอ� ไม่ออกแน่ๆ

"เอ…ตอนที่ข้ายังปกติอยู� ข้าเคยรู้จักกับพวกท่านไหมล่ะ?" ซาไอถา� เดเอคิคอแข็ง

"ไม�..ไม่เลยขอรั� จิเคตะด้วยขอรั�"

"�.." ซาไอพยักหน้า "ข้าคงมีอะไรต้องเรียนรู้อีกมาก…พวกพี่เข้าบ้านเถอะ ข้าคิดว่าอาหารคงให้พวกแม่ครัวจัดทำไว้ให้ได� เข้าไปหลบแดดหน่อยก็ด� ว้า…เมื่อกี้ยังไม่มีแดดเลย อากาศแปรปรวนง่ายจั� ไปเถอะค่�..มาโซยะด้วย" ซาไอเดินกลับไปหยิบเสื้อที่เย็บอยู่ แล้วเดินนำทุกคนเข้าบ้า� เธอให้ทุกคนนั่งรออยู่ก่อนแล้วเดินหายไปในครัว บุรุษทั้� 6 ที่อยู่ในห้องเดียวกั� พอซาไอเดินลับไ� การสนทนาหัวข้อลับก็เริ่มขึ้น

"ซาไอน่ารักจริงๆน่ะ…แต่ข้าชอบนางแบบเมื่อก่อนมากกว่า…เฮ้� มีน้องสาวที่แสนดีกับเขาบ้างแล้วรู้สึกทะแม่งๆ"

"จิ้งจอกน้อยที่น่าสงสาร รู้สึกว่าใจนางจะไม่ได้อยู่ที่ท่านเซอิจิแบบเมื่อก่อ� เฮ้อ…คู่หมั้นในนาม" เดเอคิเปรย

"เดเอคิ เรื่องแบบนี้อย่าเอามาพูดในนี้ส�" เซอิจิปราม

"ว่าแต่ราชินีล่ะว่ายังไงพะยะค่ะ?" โควตะถาม

"นางคงยังไม่ยอม จะว่าไม่ยอมก็ไม่ใช� ไม่มีปากเสียงเลยต่างหา�" เซอิจิกุมศรีษะ

"เอาเป็นว่าต้องใช้เวลา….เอาล่ะ…เลิกประชุ� ซาไอมา" แล้วทั้ง 6 ก็นั่งเงียบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ซาไอถือน้ำชาเข้ามา เธอวางน้ำชาให้แต่ละค�

"พี่โควตะค่� ให้เจ้าคุโระมาอยู่ในสวนได้ไห�?�" หญิงสาวถามขึ้นเมื่อมานั่งอยู่ข้างโควตะ เขาแลมองน้องสา�

"อ้าว…คอกเก่าไม่ดีหรื�?"

"ไม่ใช่ค่ะ…" ซาไอโบกมือ "คิดว่าถ้าอยู่ใกล้มันจะได้สนิทกันมากขึ้� เมื่อก่อนพี่บอกว่าข้าสนิทกับมันมาก แล้วอีกอย่างเผื่อว่างๆ ข้าจะได้หัดขี่ม้าด้ว� เวลาไปเที่ยวจะไม่ต้องเดินให้เหนื่อยอีก�" ซาไอว่าจบทุกคนก็ชี้ไปที่เซอิจิพร้อมกัน

"เอ� ทำไมหรือค่�?" ซาไอมองงงๆ

"เออ…ข้าคิดว่าให้ท่านเซอิจิสอนเจ้าดีกว่� ท่านเซอิจิสนิทกับเจ้าคุโระที่สุด" โควตะว่า

"ก็ดีค่ะ…" ซาไอลุกขึ้� "ขอบพระทัยล่วงหน้�"

"เออ…" เซอิจิอ้ำอึ้งหลังจากเพิ่งตั้งสติได� "ได้สิ…เมื่อไร่ล่�?"

"อือ…เมื่อไรดีล่ะ? ซักมะรืนนี้ก็ดีน่ะเพค่� ได้ไหมเพค่�?"

"อ้อ…ได้ส�"

. . . . . . .

"เรื่องมันก็เป็นอย่างนี้แหล�" เดเอคิเอ่ยขณะจิเคตะหัวเราะก๊ากยกใหญ่ อย่างไม่เกรงใจนายที่นั่งปิดหน้าเพราะความเขิน เดเอคิเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้เมื่อเดเอคิและเซอิจิกลับมาอุทยานที่ราชาอิเอยาสึประทานให้เป็นที่พั�

"ฮึ� อย่างนี้มันแกล้งนายตัวเองนี่หว่า?" เขากลั้วหัวเราะเล็กน้อ� พลางเสยผมสีแดง

"ข้าดีใจน่ะ…แต่…นี่!!!~ จิเคตะเจ้าเลิกหัวเราะได้แล้ว!!!" เซอิจิเอ็ดจิเคตะที่เริ่มหัวเราะยกใหม�

แต่หารู้ไม่ว่ามิโดริถูกขังอยู่ในห้องกำลังฟังบทสนทนาอย่างสนใจ "อ้อ…วันมะรืนเรอะ�."


"ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมท่านจะต้องไปสนใจการขี่ม้าน่�? มันไม่สำคัญสำหรับผู้หญิงเลยสักนิดเจ้าค่ะ!!! เดี๋ยวให้พวกเด็กรับใช้หามเกี้ยวเอาก็ได�" หัวแม่บ้านบ่นงึมงำ ขัดขวางการตัดสินใจของซาไอเต็มที่ขณะที่ส่งชุดขี่ม้าที่ทะมัดทะแมงให้

"ข้าไม่อยากกวนใครนี่จ๊ะ…แค่ข้าความทรงจำลบเลือนก็ลำบากทุกคนจะแย่อยู่แล้ว" ซาไอตอบกลั� พลางเดินออกจากห้อง มุ่งหน้าไปหาเซอิจิ ซึ่งเขาประหม่าอย่างเห็นได้ชั� ทั้งๆที่เคยรักกันมานานแล้ว แต่อย่างนี้มันไม่เหมือนกัน เขารู้สึกว่ามันกดดัน ยิ่งซาไอเดินเข้ามายิ้มหวานแล้วทักทายเข� รู้สึกเหมือนว่าทั่งขนาดย่อมหล่นลงบนหัวเขาซ้ำแล้วซ้ำอีก

"จริงๆแล้วเจ้าควรฝึกกับลูกม้าเสียก่อนจะดีกว่า" เซอิจิกล่าวเมื่อเขาเพิ่งบอกวิธีก้าวขึ้นม้าให้ซาไ� เธอทำตามทันท� ด้วยที่ซาไอเป็นคนฉลา� เธอสามารถทำได้ในเวลาสั้น�

"หม่อมฉันคิดว่าพระองค์ทรงกล่าวถูก" เธอว่า "แต่หม่อมฉันคิดว่าหม่อมฉันขี่เจ้าคุโระได้แล้วเพค่�" แล้วซาไอก็กางแขนให้กษัตริย์ด� เธออยู่บนหลังคุโระอย่างสมบูรณ์ เซอิจิมองดูเธอแล้วตกลงยอมแพ้ พลางขึ้นม้าแล้วสอนวิธีบังคับม้า… ทั้งคู่ควบม้าเล่นกันเป็นเวลานา� จนเกือบมืด จึงแยกกันกลั� และจากนั้นทุกๆวั� ทั้งคู่มาขี่ม้าด้วยกัน คุยกันเรื่องการปกครอ� บางทีก็ควบม้าไล่ตามกัน แต่ในทุกๆครั้งที่ทั้งสองไม่เคยสังเกต มาโซยะจะมาแฝงตัวอยู่บนต้นไม้ในสวนเสมอๆ บางครั้งก็มีสองคนที่มาห้อยอยู่บนต้นไม้เหมือนกันแต่คนละทิ� นั้นก็คือจิเคตะคนผมแดงอีกคนหนึ่ง เขาอยากเห็นจิ้งจอกน้อยที่เปลี่ยนไป…และเขาก็ได้เห็นจริง� จิ้งจอกน้อยที่เป็นหงส์ขาวโดยสมบูรณ� ถึงตายเขาสาบานเลยว่าจะต้องให้ซาไอเป็นราชินีแห่งซูคังให้จงได้�

พอนกกาใกล้กลับรั� ทั้งคู่ก็ควบม้ากลับมาด้วยกัน ซึ่งไม่ได้พ้นสายตาของมาโซยะหรือจิเคตะเลย การเฝ้าดูนั้นจะอยู่เฉยๆไม่ได� จะต้องสังเกตการณ์เคลื่อนที่ตลอดเวล� ขณะที่มาโซยะกำลังแอบตามเหตุการณ์อยู่นั้นเขาเดินมองผู้อยู่บนม้าโดยไม่ได้มองข้างหน้าและแล้�

"……." มาโซยะเดินไป

*โป๊ก! * เสียงชนดังขึ้นพร้อมกับอาการเจ็บหัว

"อู๊ย!!! โอ๊ย!!!" ไห�? มี 2 เสีย� ด้วยความตกใจมาโซยะรีบเงยหน้าขึ้นมองทันที และสบสายตากับจิเคต�

"เฮ้ย!!!" ทั้งสองชี้หน้ากั�

"เจ้ามาทำอะไรที่นี่ฟ่�?" จิเคตะยิงคำถามใส�

"ข้าต่างหากที่ต้องถามเจ้า…ว่ามาทำอะไรลับๆล่อแถวนี้…เจ้าตากุ้งยิ�!!!"

"ฮึ่ม! พวกถ้ำมอ�"

"หนอย!!! เจ้าต่างหา� ทำเป็นอาชีพสิท่า ไอ้ตากุ้งยิง!!!"

"ฮึ่ย!!! ว่าไงน่ะ จ…เจ้า�." จิเคตะหาคำมาด่ามาโซยะแต่หาไม่ได้ มาโซยะได้ทีหัวเราะทั�

"ฮึ� หาคำมาด่าข้าไม่ได้ล่ะส� ฮ่าๆ ก็ข้ามันหล่อเลิศกว่าเจ้าหลายเท่า!!!" จิเคตะขบฟั�

"ฮึ่ม!!! เดี๋ยวพ่อฟันคอขาดเลย!!!" ว่าแล้วจิเคตะก็กระชากมีดออกมาขู่

"ก็ลองดูเซ่!!!" อีกฝ่ายฉวยดาวกระจายแท่งออกมาเต็มมื� ขณะทีทั้งสองเตรียมห้ำหั้นกันนั้น คนที่พวกเขาละสายตาไปก็ยังขี่ม้ากันต่�

"หม่อมฉันรู้แล้วว่าทำไม? เมื่อก่อนหม่อมฉันรักพระองค์…" ซาไอพูดขึ้นลอย�

"……" เซอิจิอ้าปากค้าง "อะไรน่�?" เดี๋ยว� หูฝาดรึเปล่า พอถามหญิงสาวก็หน้าแดงแจ๋ ส่ายหน้าหยิก

"เปล่าเพค่ะ…หม่อมฉันคิดว่าวันนี้อากาศดี�" หญิงสาวเปลี่ยนเรื่อง

"เออ…ใช� วันนี้อากาศด�" เซอิจิรับค� แล้วทั้งสองก็ควบม้ากลับที่พักด้วยกัน

เมื่อหญิงสาวมาถึงที่พักและจัดแจงเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว เธอก็ออกมาหามาโซยะที่ห้องรับรองแขก แต่ก็ต้องตกใจเมื่อเห็นนารายะกำลังประคบน้ำแข็งให้กับมาโซยะอยู�

"มาโซยะเป็นอะไรน่�?" ซาไอปราดเข้ามาหา

"ถามได้…ข้าก็ต่อยกับไอ้จิเค� เอ๊ย! ข้าเจอหมาป่าตัวใหญ� สีแดงด้วย…เลยท้าต่อยกับมันนิดหน่อยไม่มีอะไรหรอ� โอ๊ย! นารายะเบาๆหน่อ� ซี้ดดดดด�" ซาไอทำหน้างง�

"เจ้าบ้ารึเปล่า? ไปท้าต่อยกับหมาป่า?"

"ไม่ได้บ้�!!! ก็หมามันถ้ำมอง เอ๊ย! มันเดินชนข้าน่ะส� ข้าถึงได้ท้าต่อยกับมัน�" มาโซยะดึงน้ำแข็งจากมือนารายะมาประคบตัวเอ�

"โธ�! หมาก็คือหม� มันจะไปรู้ภาษาอะไรเท่าคนเล่า มันป่าเถื่อน…เจ้าก็รู้�" ซาไอว่�

"ใช�!!! โคตรเถื่อนเล� ชักมีดออกมาแต่ดันใช้หมัดแท�!!!"

"หมาชักมี�?"

"เอ๊ย! หมายถึงข้าอุตส่าห์ชักมีดขึ้นมาขู่มันแล้วยังจะต่อยข้าอี�" มาโซยะรีบแก้ ซาไอถอนใจพลางส่ายหน้าให้ชายตรงหน้า

. . . . . . .

"เจ้าเป็นอะไรน่� จิเคตะ?" เซอิจิวางยาลงและเปิดฝาออกเพื่อทาให้จิเคตะที่มีรอยฟกช้ำไปทั้งตั� และเดเอคิกำลังประคบน้ำแข็งให�

"ไม่มีอะไรหรอก…ข้าแค่สะดุดขี้หมาล้มน่�!!!"

"สะดุดตกเขาเลยล่ะ…ท่านเซอิจ�" เดเอคิเสริมพลางเติมน้ำแข็งใส่ผ้า

"ก้อนมันแค่ไหนกัน? มันขี้หมาของเจ้าเนี่ย…จิเคตะ" เซอิจิเลิกคิ้วอย่างสงสัยเสียเต็มประด�

"ไม่ใหญ่มากหรอกพะยะค่� แต่ด� แถมกวนบาทาด้วย มันยังหาว่าข้าตากุ้งยิงเลย!!!"

"ขี้หมาอะไรพูดได้?"

"เปล่าๆ…หมายความว่า ข้าเล่าให้เดเอคิฟั� มันเลยว่าข้าตากุ้งยิ� ข้าเลยด่าว่ามันกวนบาทา เท่านั้นแหละ!!! ไอ้หมีควายเนี่ย…" เดเอคิลดน้ำแข็� พลางจ้องจิเคตะเขม็�

"เดี๋ยวเถอะ!!! อยากสะดุดหมัดข้าด้วยใช่ไหม? ไอ้ตากุ้งยิง อุตส่าห์ประคบน้ำแข็งให้ยังจะเนรคุณอี�!!! ไอ้นี่ สมควรแล้วที่โดนต่อ…เอ๊�! สะดุดตกเขา" ว่าจบเดเอคิก็เหวี่ยงน้ำแข็งทิ้� แล้วเดินจากไ�

"เอ้อ!!! ไปเล�!!! ไปหาโทะโดะของเจ้าเถอ�!!! ข้าให้ท่านเซอิจิทายาให้ก็ได้ ไม่ง้อหรอก!!! ชิ้ว!" เซอิจิมองทั้งคู่แล้วส่ายหน้าอย่างระอาใจ…


"เหมือนหม่อมฉันเลยเพค่ะ�" ซาไอหัวเรา� แล้วรินชาใส่ถ้วยให้เซอิจ� ในวันรุ่งขึ้นทั้งคู่ไม่ได้ไปขี่ม้า แต่มาสังสรรค์ด้วยกันแท�

"มาโซยะบอกว่ามีเรื่องชกต่อยกับหมาป่า…น่าตลกน่ะเพค่ะ ถึงหม่อมฉันไม่รู้ว่าเขาไปทำอะไ� แต่เขาโกหกหม่อมฉันแน่ๆ"

"อืม…ใช�"

"หม่อมฉันอยากรู้จักกับจิเคตะจริงๆ เขาต้องเป็นคนที่ขี้เล่� สนุกสนานน่าคบแน่�"

"ฮึ� ก็ไม่เชิงน่ะ ที่ว่าน่าค� แต่ขี้เล่นข้าว่ามันไม่ใช่หรอ� หมอนี่…เอะอะก็ฟันคออย่างเดียวเลย�" เซอิจิว่�

"ว่างๆให้หม่อมฉันไปที่อุทยานบ้างน่ะเพค่ะ…" ซาไอพู�

"อือ…ก็แล้วแต่เจ้าเถอ� ข้าก็อยากพาเจ้าไปที่อุทยานบ้างเหมือนกั� ที่นั่นสวยกว่าสวนเสียอีก" กษัตริย์หนุ่มวางถ้วยชาของพระองค์ลง

"เพค่� หม่อมฉันอยากเห็นเสียแล้ว"

ซาไอได้เห็นแน่หลังจากนั้นไม่นา� และได้เจอคนบางคนที่เธอไม่สมควรได้เจอด้วย

ในเช้าวันหนึ่งหลังจากนั้นไม่กี่วัน ซาไอก็มีอันต้องไปที่อุทยาน เนื่องจากเธอเย็บเสื้อกันหนาวให้เซอิจิเสร็จ และจะเอาไปให้เขาเพื่อให้ประหลาดใ� ซาไอไม่ได้ชวนใครไปด้วย เธอออกเดินเพียงคนเดียว ด้วยที่ไม่อยากรบกวนใคร หญิงสาวก็เดินออกไปยังอุทยานที่เป็นที่พักของเซอิจ� ในอุทยานเป็นอย่างที่เซอิจิบอ� สวยกว่าสวนของเธอหลายเท่าหญิงสาวเดินออกไปพลางมองต้นไม้อย่างเพลิดเพลิน เดินไปเรื่อยจนถึงที่พักของเซอิจิ เป็นที่สวยงามที่หนึ่งเช่นกัน มันประกอบด้วยศาลาหินอ่อนทั้งหลังต้องเดินเข้าไปอีกจึงจะพบที่พักที่เซอิจิอยู� ซาไอยิ้มอย่างยินดีพลางใช้นิ้วสางผมให้เรียบแล้วเดินตัดศาลาหินอ่อนข้ามธารน้ำใสผ่านไปหาเซอิจิ

"จะไปไหนร�? สาวน้อย…" เสียงดังมาจากข้างหลังหญิงสาว ซาไอหันหลังกลับไปห� ก็พบหญิงสาวอายุราววัยกลางค� ผมสีทองสลวยถูกปล่อยยาว หน้าตาสวยแม้จะเต็มไปด้วยริ้วรอยก็ตาม

"?" เธอนิ่งไปสักครู่ "จะไปหาท่านเซอิจิจ๊ะ…ป้�"

"อ้อ…งั้นหรือ?" หญิงวัยกลางคนที่เธอไม่รู้จักเอ่ย พลางก้มหน้าต่อไป ซาไอก้มหน้าพลางจะเดินออกไปแต่เธอก็หยุดชะงัก…เธอนึกถึงคำของใครๆที่เล่าให้เธอฟัง …ที่นี่มีหญิงที่ชื่อมิโดริ นางเกลียดเจ้ามาก ถ้าเจออย่าได้เข้าใกล้… ซาไอจึงถอยหลังกลับมา

"ป้าจ๊ะ"

"?"

"ป้ารู้จั� คนที่ชื่อมิโดริไหมจ๊ะ…" เธอถาม

"อ้อ…มิโดริรึ? ไม่ต้องห่วงนางไม่อยู่ที่นี้หรอ�" หญิงนั้นยิ้ม…เป็นยิ้มที่แปลกๆชอบกล…ซาไอคิด

"แม่หนูดูๆแล้วน่ารักจริงๆน่� ป้าสายตาไม่ค่อยด� เข้ามาใกล้ๆหน่อยสิ ป้าอยากเห็นชัด�" หญิงคนนั้นกล่า� ซาไอก็พาซื่อเดินเข้าไปหา หญิงคนนั้น หญิงบนศาลาหินอ่อ� ใช้มือข้างหนึ่งเชยปลายคางเธอขึ้น แล้วลูบผมของเธ�

"น่ารักจริงๆ…เอ…ว่าแต่แม่หนูมาที่นี่ทำไมหรื�?" หญิงวัยกลางคนถามพลางมองเสื้อที่เธอถือม�

"ข้าอยากจะเอาเสื้อมาให้ท่านเซอิจิน่ะค่ะ เขาอยู่ที่นี่ใช่ไหมค่ะ?" ยังไม่ทันจบประโยคด� หญิงผู้มีผมสีทองก็ตบเขาฉาด

"อยู่สิแม่หนู แต่พระองค์ไม่ว่างหรอกน่ะ ขนาดป้าเป็นคนในนั้นยังต้องออกมารอข้างนอกเล�!!! เอาเสื้อมาเถอะ เดี๋ยวท่านเซอิจิเสร็จเมื่อไร ป้าจะเอาเข้าไปให้พระองค์เอง…" แล้วหญิงกลางคนก็รับเสื้อจากมือซาไอไปอย่างรวดเร็ว ซาไอพึมพำขอบคุณแล้วเดินลงจากศาลานั้น ออกจากอุทยาน� พอซาไอเดินลับไ� หญิงบนศาลาหินอ่อนก็ยืนขึ้นพลางแสยะยิ้ม ตรวนที่มัดขาเธอหล่นลงบนพื้� มิโดริทิ้งเสื้อที่ซาไอเอามาลงแล้วเหยียบมันเอาไว้พลางกอดอ�!!!

"ฮึ…ใครว่ามัดข้าไว้ แล้วข้าจะเจอนังซาไอไม่ได� ถ้าข้าจะตายล่ะก็…ข้าไม่ตายเปล่าหรอก…"

ในที่สุดซาไอและเซอิจิก็เจอกันอีกในไม่กี่วันต่อมา หญิงสาวไตร่ถามถึงเสื้อที่เธอเย็บให้ว่ามันใส่ดีหรือเปล่�?

"เสื้�?" เซอิจิถามงงๆ "ข้าไม่เห็นรู้เรื่องเลย�" ซาไอยกมือที่ลูบแผงขนคอเจ้าคุโระแล้วขมวดคิ้วบ้า�

"เอ…ท่านป้าที่อยู่ในอุทยานไม่ได้ให้พระองค์หรือเพค่ะ?"

"ท่านป้�? ใครหรื�?"

"ก็ท่านป้าผมสีทองเหมือนพระองค� แก่ไปหน่อยแต่สวยมากเลยเพค่ะ…ตอนที่หม่อมฉันไปหาตอนนั้� ท่านบอกว่าพระองค์ไม่ว่าง ให้ฝากไว้แล้วจะเอาไปให้พระองค์แท�" เซอิจิทำหน้างง แล้วก็เพิกตาโต

"เจ้าหมายถึ� เสด็จแม่รึ!!!"

"เอ�?"

"ผู้หญิงคนนั้นแหละมิโดริ…คนที่อาฆาตเจ้า อย่าไปเข้าใกล้นางเชียวน่�!!! นางทำอะไรเจ้ารึเปล่าฮึ?" เซอิจิถา� ซาไอใจเสีย แต่ไม่เป็นไร นางไม่ได้อะไรเธอนี่น�!!!

"เปล่าเพค่ะ!!!" เธอส่ายหน้� "แค่ชมว่าหม่อมฉันน่ารัก…แล้วก็รับฝากเสื้อเท่านั้นเอง…." เซอิจิถอนใจอย่างโล่งอก

"งั้นก็ดีแล้ว…คราวหน้าคราวหลังอย่าไปเชื่อคำคนแปลกหน้าง่ายๆน่ะ!!! เจ้าดีนี่ซื่อจริงๆ" ซาไอทำตาปริบ�

"ข…ขอโทษเพค่ะ" หญิงสาวทำหน้าเศร้า กษัตริย์หนุ่มเห็นอย่างนั้น ก็ลูบต้นคอเธอเบาๆเป็นเชิงปลอบใ�

"ไม่เอาน่า…เราขี่ม้าไปใต้ต้นไม้กันดีกว่�" คนชวนกระตุกม้าให้ออกวิ่งไปช้� ซาไอก็ทำบ้างแต่อนิจจ� เจ้าคุโระที่แสนเชื่องของเธอนั้� จู่ๆมันก็พยศอย่างหนั� มันยกขาหน้ารุนแรงแล้วดีดขาหลังไปมา ปากก็ร้องคำรามและพ่นลมไม่หยุ�!!! หญิงสาวกรีดร้องแล้วกอดคอม้าแทนบังเหียนไว้แน่� ม้าดำควบเตลิดออกไปเหมือนถูกวางยา เซอิจิตะลึงอยู่สักพักแต่พอตั้งสติได้เขาก็ควบม้าตามอย่างรวดเร็ว!

"คุโร� เจ้าเป็นอะไรน่�!!!" เขากัดฟันแล้วคว้าเชือกบังเหียนที่สะบัดไปมา คุโระยังไม่หยุดมันยังคงพยายามสะบัดคนขี่ให้ตกลงไปจากหลังของมันให้ได� สุดท้ายคนบนหลังม้าดำก็ทนไม่ไหว ร่วงจากหลังม้าอย่างรุนแร� พร้อมๆกันคุโระที่ล้มลงมาตา�

"ซาไอ!!!"

"โครม!"

"โอ๊ย!!!" เซอิจิร้อง เนื่องจากคุโระล้มทับตัวของเขาอย่างแร� แต่หลังจากกัดฟันทนความเจ็บได� กษัตริย์หนุ่มก็รีบเขย่าไหล่ของหญิงสาวที่นอนไม่ได้สติอยู่ใต้ตัวเข�

"ซาไอ!!! ซาไอ!!! เป็นอะไรรึเปล่�? โธ�!! บาดเจ็บด้ว�" เซอิจิลุกขึ้นอย่างทุลักทุเ� โดยที่ไม่ปัดฝุ่นใดๆออก เขาลุกขึ้นยืนแล้วอุ้มร่างหญิงสาวขึ้น พลางเซเสียหลักไปนิดหน่อย ก่อนที่จะขึ้นม้าไป โดยทิ้งเจ้าคุโระให้นอนอยู่อย่างนั้� เขาควบม้ากลับไปทางเดิม ขณะนั้นจิเคตะก็วิ่งสวนมาหาเซอิจิ

"ท่านเซอิจิ!!!" เขาร้องขึ้� คล้ายคนบ้าคลั่� ก่อนที่จะหยุดมองซาไอ

"น…นาง…เป็นอะไร?" เขาหอบไปถามไ�

"นางตกม้า!!! อาจจะเป็นฝีมือเสด็จแม่!!!" เซอิจิขบฟั�

"ฝีมือนางแน่ๆ!!!"

"เจ้าแน่ใจได้ยังไ�?"

"ก…ก็�." จิเคตะหยุดหอบสักครู่ "มิโดริ!!! นาง…ตาย…แล้ว"

Hosted by www.Geocities.ws

1