|
"แล้วยังเป็นคนสอนท่านเซอิจิร่วมเพศด้ว�!!!"
ซาไอที่ยืนได้มั่นคงด้วยท่อนขาของตนเองทรุดฮวบลงกับพื้� มาโซยะรีบพยุงเธอขึ้น ใจของเธอสั่นไห� ขอร้องเถอะสวรรค์ การที่ท่านเซอิจิมีความสัมพันธ์ลับกับพระมารดาเลี้ยง นางนั้นยังเต็มใจรักเขา หากชายคนนี้ยังเคยมีความสัมพันธ์กับท่านเซอิจิละก็นางจะฆ่าเข� จะฆ่าเขาที่กลับมาทำให้เซอิจิเจ็บปวดอีก และทำให้เขาอับอายเพราะที่นั้นมีมาค� และทหารอีก 49 นายยังอยู่ที่นี้ ไม่มีใครนึกฝัน ว่ากษัตริย์เซอิจิผู้สง่างามจะมีความหลังที่น่าอดสูเพียงนี� เซอิจิยังยืนบนขาของต� ที่มองดูอ่อนแร� พระองค์ทรงตั้งดาบขึ้� ดูทระนงและไม่สนใจสายตาทหารและคำพูดที่เพิ่งผ่านไป พลางกระโจนเข้าโจมต� จิเคตะที่ทำร้ายซาไ� จิเคตะหลบอย่างง่ายดา�
"พระองค์สมควรแล้วที่จะอดส�" จิเคตะตะโก�
"ทรงทรยศพระนางมิโดริที่งดงา� มาอยู่กับผู้หญิงคนหนึ่งที่โดนสึกุบะปล้ำแล้วด้วยซ้ำ!!!" เซอิจิถึงกับชะงั� ใครน่ะ? ช่วงจังหวะนั้นจิเคตะใช้ดาบในมือโจมตีใส่เซอิจิบาดเจ็บที่พระพาหาขว� จิเคตะได้โอกาสซ้ำยกใหญ� มาโซยะเห็นจึงจะเข้าไปช่ว� แต่ฉับพลัน�
"ข้ายังไม่อยากให้น้องข้าเป็นม่ายหรอกน่ะรู้ไหม?" โควตะฉีกยิ้ม เรื่องวิชาการต่อสู้เขาไม่เคยแพ้ใคร จิเคตะขมวดคิ้ว
"ออกไปก่อ� ทางนี้ข้าจักการเอง" โควตะสั่� มาโซยะไขกุญแจห้องขังแล้วให้มาคุอุ้มซาไ� และตัวเองพยุงเซอิจิออกไป
"เรามาสู้กันต่อเถอะไอ้ตากุ้งยิง" โควตะล้อเลีย�
"ตาสีแด� ตานักรบโว้�!! ไอ้หัวสีมังคุด" จิเคตะด่ากลั� แล้วทั้งสองก็สู้กันแค่ 2 คนตามศักดิ์ศรีนักร�
. . . . . .
มาโซยะ และมาค� พาซาไอและเซอิจิกลับมายังกองทัพ แม่ทัพ ปาปิยะ และนารายะรออยู�
"มาโซยะ!!" เซอิจิออกปาก
"จิเคตะบอกว่าใครปล้ำซาไอน่ะ" เขาขบฟัน
"สึ
สึกุบะขอรับ ทำไมหรือ?"
"ไม่มีอะไ�..ขอบใ�"
เสียงตะโกนโหวกเหวกดังมาจากข้างซาไอ เสียงขอหยูกยาดังลั่น เพราะเธอได้รับบาดเจ็บที่ลำคอ แม้แผลไม่ลึกแต่ก็อันตรายนั�
"ม้าข้าอยู่ไห� ท่านเซอิจิล่� ข้าจะฆ่ามั� ไอ้จิเคตะนั้�!!! ข้าจะฆ่ามั�" ซาไอพึมพำอยู่แค่นั้น ขณะที่มาคุพาไปทำแผลให้ ม้าแสนรู้ซาไอควบตามอย่างรวดเร็� มันลืมเหนื่อยจนหมด มันแค้นจิเคตะเช่นกันที่ทำกับเจ้านายมันเช่นนี� ไม่นานนักโควตะก็ลากจิเคตะที่ถูกมัดด้วยป่านหนาๆมาพร้อมกับบาดแผลเต็มตั�
"ท่านโควต�" มาคุร้องอย่างตกใ�
"มันนักโทษคนนี้ร้ายนั�" เขาหอบแฮกๆ พลางขากเลือดทิ้ง
"ทำร้ายน้องสาวข้า
รังแกน้องเขยข้�
แล้วยังจะเก่งอีก" ว่าแล้วโควตะก็ล้มตึงตรงนั้� ขณะที่จิเคตะสลบไม่ได้สติ มาคุพาทั้งสองเข้าไปในกองทั� แม่ทัพปาปิยะรับบทนำกองทัพเดินทางกลับ โดยที่ตัวเองทั้งหลายของเรื่องหลับไหลไม่ได้สต�
. . . . . . .
สายลมของตอนเช้าพัดโชยเข้ามาในผ้าใบที่พักของเหล่าทหาร วันนี้มีงานที่เหล่าทหารจะได้สนุกกั� ซาไอได้รับอนุญาตให้ออกไปได� เธอลับดาบเอาไว้ปาดคอเจ้าจิเคตะ เพราะแผลเริ่มต่อตัวแล้� โควตะยังเปลี่ยนผ้าพันแผลในห้อง เซอิจินั่งรอการสอบสวนพวกโจ� เพื่อจะได้เจอกับคนที่ชื่อสึกุบ� มาโซยะนั่งหัวทิ่มอยู่บนราวไม้ไผ่ แม่ทัพอีกหลายคนนับลับดาบ บางคนซ้อมกระสอ�(เก็บไว้ซ้อมโจร) ส่วนทหารนั้นไม่ต้องพูดถึ� บทสนทนาหลักคือเรื่อง แม่ทัพซาไอที่ว่ากันว่าเสียตัวให้หัวหน้าโจรแล้ว และเซอิจ� ที่ว่ากันว่ามีความสัมพันธ์กับผู้ชายที่เป็นรองหัวหน้าโจรฝ่ายขวา ที่ชื่อว่าจิเคตะ
เวลาเที่ยงคือเวลาที่ทุกคนรอคอย แม่ทัพโควตะเป็นคนสั่งเบิกตัวพวกโจร ที่จับเป็นได้กว่� 200 คนจา� 600ชีวิ�
แต่คนที่จะนำขึ้นมาสอบสวนมีเพียงแต่
สึกุบะ หัวหน้าโจร
จิเคตะ รองหัวหน้าโจรฝ่ายซ้า�
ทามาคิเร� รองหัวหน้าโจรฝ่ายขวา(คนเตี้ยๆที่ชอบประจ�)
เท่านั้น�.
โควตะนั่งอยู่ที่สูงสุด ซาไอเป็นรองแม่ทั� ครั้งนี้ให้นารายะจดความเพราะเจ็บมือทั้� 2 ข้าง เซอิจินั่งลุกลี้ลุกลนบนเก้าอี้ในอีกตัวถัดม� นายทหารหลายคนดัดมือกร๊อบแกร๊� มาโซยะนั่งทำท่ามึนงงอยู่นา� มาคุไอเล็กน้อยเพราะพิษเหล้าที่เตยดื่�
ทามาคิเระทำท่าโง่เง่าออกนอกหน้าอย่างเห็นได้ชัด ผิดกับจิเคตะที่มองดูเยือกเย็นอมภูมิตลอดเวล� และสึกุบะที่แม้จะไม่ได้ดูฉลาดนัก แต่ก็ยังดูหยิ่งในเกียรติ
เมื่อดวงอาทิตย์บอกเวลาเที่ยง การสอบก็เริ่มขึ้�
"ข้าขอแจ้งความผิดของพวกเจ้า ด้วยแม่ทัพทีละคน" โควตะเอ่�
"เริ่มจากข้� ลักพาทหารของข้� สร้างความเดือดร้อนและล่าช้าให้กองทัพ และยังทำข้าบาดเจ็บอี� หมดแล้วต่อไปท่านรองแม่ทั�" ซาไอลุกขึ้�
"ขโมยสัมภาระข้า กักกันข้าโดยไม่มีควมผิ� ยังทำร้ายร่างกาย แล้วยังตั้งใจลวนลามข้า
ต..แต่ข้าหนีมาได้ก่อนน่� " เธอเสริม เมื่อสายตาแม่ทัพหลายคนหันขวับมาห� และเซอิจิจ้องสึกุบะตาเป็นมัน
"ต่อไปตาของแม่ทัพเซอิจิ" เซอิจิลุกขึ้นอย่างเครียดแค้น แทบลืมตัวว่าเขาให้แจ้งข้อหาไม่ใช่ออกไปอัดผู้ต้องหา เขาสงบตนเองและลุกขึ้นช้า�
"ทำร้ายร่างกายข้า!!!" เขาพูดแค่นั้นก็นั่งล�
"มาคุ"
"วางยาพิษในเหล้าที่ข้าดื่� ทำร้ายร่างกา� กักขังหน่วงเหนี่ยว" มาคุตะโก�
"เราขอแจ้งข้อหาทั้งหมดแก่พวกเจ้� จะยอมรับผิดหรือไม่?" โควตะส่งเสียงเด็ดขาด เหล่าผู้ต้องหานิ่งเงีย� หาได้ตอบแต่อย่างใด
"จะรับหรือไม่?"
"ไม�!!!" สึกุบะตวาด เขาเหมือนสัตว์ป่าที่ถูกกักขั� พลางมองไปที่ซาไออย่างกระหายจัด ซาไอรู้สึกกลัวขึ้นอี� เธอพึมพำพูดชื่อเซอิจ�
แล้วเซอิจิก็มา�
พลั๊�!!!! เสียงเซอิจิระบายอารมณ์ยันหน้าสึกุบะจนติดดินกะทันหั� นายทหารหลายคนรีบเข้าห้ามทัพทันที และทันทีที่ลากเซอิจิมามัดติดกับเก้าอี้ได� การสอบสวนก็ดำเนินต่อ
"ทรมา�!!" โควตะตวา� เคลื่อนทรมานสารพัด ถูกนำมาพันธนาการ สึกุบะร่างยักษ� เขาแสดงทีท่าเจ็บปว� แต่ก็ไม่มีทีท่ายอมแพ� คำตอบนั้นออกจากปากจิเคตะ เช่นกั� เขาเลียริมฝีปากพลางมองเซอิจิ ทำให้รองเท้าคู่เก่งของซาไอลอยมาหาทันที สายตาของนายทหารแทบทุกคนหันขวับไปหา แต่เจ้าตัวทำไม่รู้ไม่ชี้ เครื่องทรมานถูกนำมาใช้อี�
มาถึงทามาคิเระ�..
"ทามาคิเร� หากเจ้าไม่อยากถูกทรมานเช่นคนอื่น� จงบอกความจริงออกมา ไม่เช่นนั้น
.." โควตะให้เหล่าทหารนำเครื่องทรมานอีกรา� 2-3 ชิ้นออกม� ทามาคิเระสั่นกึก�
"พวกโจรข่มขู่เจ้าอะไร ไม่ต้องกลั� ที่นี่พวกเราจะปกป้องเจ้าเอ�" ซาไอชิงพูดต่� ทามาคิเระสั่นหงึกหงั� เขามองไปทางสึกุบ� จิเคตะ แล้วหันไปบอกเครื่องทรมาน หันไปมองโควต�
"ไม่ต้องกลั�" โควตะกล่าว
"แค่เจ้าเล่ามาตามความจริงเราจะปกป้องเจ้าเอง"
"�..ข้า
ข
ข้�" ทามาคิเระมองสึกุบะที่มองทามาคิเระอย่างดุร้าย แต่เขากลัวเครื่องทรมานมากกว่�
"ข้ารับข้อกล่าวหา!!!" ทามาคิเระเอ่ยเสียงสั่นเครื�
"เจ้าคนทรยศ!!!"สึกุบะตวาด พลางพยายามเข้าไปทำร้ายทามาคิเร� เดือดร้อนเหล่าทหารกว่า 10 คนต้องคว้าตัวเอาไว� จิเคตะงัดสายตาเยือกเย็นขึ้นมามองโควต� คนที่เมื่อไม่กี่วันก่อนประลองดาบกับเขา และสามารถจัดการเขาเสียหมอบ แล้วหันไปมองทามาคิเระอย่างเหยียดหยาม โควตะสั่งให้ทหารพาทามาคิเระเข้ามาใกล้ๆ และสั่งจับสึกุบะและจิเคตะจนแน่�
"เล่ามา�" โควตะออกคำสั่ง
"ทำไมต้องวางยานายทหารของพวกเราด้ว�!!!" ทามาคิเระทำท่าอึกอักก่อนที่จะเอ่ยปากเล่า
"เป็นการป้องกันตัวขอรับ"
"!!!!" โควต�
"คือเดิมพวกเราเป็นโจรภูเขาธรรมด� แล้ว�." ตาของทามาคิเระเหลือบไปทางซ้า� เป็นอันว่าเขาพูดความจริง
"แล้ววันหนึ่งพระนางมิโดริก็มาขอตั� อิจิ�"
"ใครกัน?" โควตะถาม
"โจรป่าคนหนึ่งในกลุ่มของเรา โดยแลกกับสัญญาว่� จะช่วยปกป้องเร� จะให้เราสามารถปล้นใครก็ได้ แต่เราก็ไม่วางใจ จึงต้องวางยาพวกเขาเผื่อเป็นพวกของมิโดร�" ทามาคิเระบอก โจรภูเขามองดูไม่ผิดเลยหากพูดอย่างนี้ คล้ายการเข้าใจผิดมากกว่า
"พ
พวกท่านคงเป็นกองทัพที่มาปราบมิโดริสิน่�" เขาตะกุกตะกั�
"ง
งั้นเราก็มาร่วมมือกันส�" ทามาคิเระเจรจา โควตะชายตามองไปยังชายที่มีทีท่าขี้ขลาด แต่ช่างจำนัลจา พลางฉีกยิ้มอย่างยินด� กึ่งเหยียดหยาม
"ว่าไงล่ะ สึกุบะ!!! อยากจะร่วมกับเราไหมล่ะ?" โควตะถามอย่างเหนือกว่า เซอิจิมองโควตะอย่างลุกลี้ลุกลน
"
." สึกุบะก้มหน้าลงคล้ายครุ่นคิด โควตะไม่แน่ใจว่ามีสมองมากสักแค่ไหนเชีย�
"เจ้าจะได้ทรัพย์สมบัติมากกว่าที่เจ้าเป็นโจรอีกน่ะ" โควตะหว่านล้อม จิเคตะหรี่ตาลง พลางมองสึกุบ� เม้มริมฝีปาก สึกุบะหันหน้ามาหาจิเคตะคล้ายขอคำปรึกษา แต่จิเคตะเบือนหน้าหน� คล้ายให้ตัดสินใจเอ� สึกุบะก้มหน้าใคร่ครวญสักครู่
"ได้
ข้าจะร่วมมือกับพวกท่าน" สึกุบะรับคำเสนออย่างหนักแน่น จิเคตะไม่แสดงสีหน้าอะไ� เขาก้มมองพื้นอย่างเฉยช�
"แล้วเจ้าล่� จิเคตะ"
"หัวหน้าว่ายังไ� ข้าก็ทำตาม�" เขาตอบอย่างเย็นๆ
"งั้นดีมา�!!!" โควตะหัวเราะ แม้จะแฝงด้วยเสียงคราญบ้างก็ตาม
"มาคุ จัดที่พักให้พวกเขานอกค่ายพวกเร� จับตาดูให้ดี" เขากระซิบกับมาคุ
"เอาล่ะทุกค� ข้าจะจัดให้คนจัดที่พักให�!!!" เขาเอ่ยกับพวกโจรภูเข� พลางเดินลงไป การสอบสวนถูกจบลงไปอย่างเรียบง่าย หลายคนไม่พอใจที่โควตะไม่ลงโทษใคร ก่อนแยกย้ายไปทำธุระของตน
สัมภาระของซาไอถูกนำมาคืนในเวลาต่อม� ไม่มีอะไรบุบสลายแม้ถุงผ้าจะเกรอะฝุ่นบ้างก็ตา� การเดินทางถูกหยุดชะงักไว� ซาไอวิ่งวุ่นหาเซอิจิหลังจากที่จัดการเสบียงเรียบร้อยแล้� หลังจากไตร่ถามนายทหา� เธอก็ตรงไปยังเทือกเขาที่ทหารบอกเล่ากันว่าไปขี่ม้าดูชัยภูมิ เธอขี่ม้าดำของเธอไปพร้อมกับมาโซย� เซอิจินั่งอยู่บนม้าที่วิ่งเหยาะๆช้าๆไปตามไหล่เขา ซาไอขี่ม้าเข้าไป
"ท่านเซอิจิ" ซาไอร้องเรีย� เซอิจิหันมายิ้มให้ แต่ดวงตาของเขาคล้ายอยากร้องไห้เต็มที
"ทำไมหรือ?" เขาเอ่�
"เปล่าเพค่ะ แค่อยากพบพระองค์" ซาไอควบม้าเข้าไปหา มาโซยะถอยม้าออกม� เซอิจิมองซาไออย่างที่แปลความหมายไม่ได้ ทั้งคู่ลงจากม้าไปเป็นเดินอย่างเงียบๆ ไม่มีการสนทนาใดๆ ทั้งที่ซาไอมีเรื่องอยากจะถามเซอิจิมากมาย และเซอิจิก็ยังมีเรื่องข้องใจเช่นกั� ม้าถูกจูงไปผูกไว้กับต้นไม้ ทั้งคู่ทรุดลงนั่งข้างต้นไม้ต้นเดียวกัน เซอิจินั่งมองท้องฟ้า ซาไอก็นั่งเล่นต้นหญ้าที่โบกตามลม เซอิจิมองคนรักที่สูงวัยกว่� เธอช่างมองดูอ่อนแอเหลือเกินเวลานี้ ร่างบางนั้นกับนัยน์ตาคู่สวยแลลงมองต้นหญ้� ริมฝีปากที่เป็นของเขาแต่ร่างกายนั้นมันไม่ใช่ของเขาแล้วหรือ? มันเป็นของผู้ชายป่าเถื่อนคนนั้� นัยน์ตาสีน้ำตาลมองหญิงสาวที่ใช้มือโอบต้นหญ้า ซาไอรู้สึกถึงใบหน้าร้อนผ่าวเพราะถูกจ้องมอง เธอหันมาหาเซอิจิ
"ทำไมหรือ? เพค่�" เธอถาม ชั่วพริบตาร่างของหญิงสาวก็เข้าไปอยู่ในอ้อมพระอุระของกษัตริย์หนุ่�
"เจ้าเป็นของมันแล้วหรือ? ไม่เป็นไรน่ะ ข้ายังรักเจ้าเหมือนเดิ�" พระองค์ปลอบโยน น้ำพระเนตรอุ่นๆไหลรินมาแนบพระปรางค์ขาวที่ตอนนี้คล้ำแดดเพราะการเดินทา� ซาไอรู้สึกมึนงงในตอนแร� เมื่อตั้งสติได้เธอดันร่างกายออกจากพระอุระของเซอิจิ
"พระองค์ผิดแล้วเพค่� ทรงเข้าพระทัยผิดอย่างมาก กรุณาฟังหม่อมฉันก่อนเพค่�" ซาไอรีบเอ่� กษัตริย์หนุ่มเช็ดน้ำพระเนต� จับไหล่ของหญิงสาวไว้ พระกรรณทรงอื้ออึงไม่แน่ใจว่าเป็นเรื่องจริง สิ่งที่ตัวเขาสวดภาวนาเป็นจริ� สิ่งที่เขาหวัง ขอให้มันไม่เป็นจริ� ซาไอเล่าเรื่องตั้งแต่ตนเองหลงอยู่ในทะเลทรายจนเซอิจิมาเจอเธ�
"ข้าผิดเอ� ข้าไม่น่าไปยุ่งกับม้าเจ้� ข้าสร้างความเดือดร้อนให้เจ้าแท้ๆเล�" เซอิจิกอดหญิงสาวไว้ในพระอุระ ซาไอพยายามดันตัวเองออกมา เพราะคิดถึงคำสัญญาที่ให้ไว้กับมาโซยะ
"หม่อมฉันก็รักพระองค์เพค่� ไม่ว่าพระองค์จะเป็นอย่างไร!!!" ซาไอยิ้มให้เซอิจิอย่างอ่อนหวาน ริมฝีปากของหญิงสาวสั่นระริ� แต่ไม่ว่าเขาจะเป็นยังไงเธอจะรับมันให้ได้เสมอ
"เจ้ารู้ใช่ไห�? ว่ามันไม่จริ� ข้าไม่ได้เป็นพวกวิตถารอย่างนั้นน่ะ" เซอิจิเอ่ย
"หม่อมฉันรู้เพค่ะ พระองค์คงถูกบังคับ" น้ำตาของแม่ทัพสาวไหลออกม� เซอิจิใช้ปลายนิ้วปาดน้ำตาคนรัก
"ฟังก่อ�!!! ข้าไม่ได้มีอะไรกับผู้ชายคนนั้นน่� เขาเป็นแค่อาจารย์ข้า"
"อ้าว!!! งั้น"
"ข้าไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับคนๆนั้� เขาเป็นคนที่เสด็จแม่ให้สอนวิชาปรนนิบัตินางน่ะส�" เซอิจิเอ่ยออกมาราวกับมันเป็นคำสบถที่หยาบคา� เขาเบือนหน้าหนีทันทีเมื่อพูดจบ ซาไอรู้สึกโล่งใจที่ไม่ได้เป็นอย่างที่เธอคิ� เผลอโอบกอดชายหนุ่มไปด้วย
"หรือเพค่�" ซาไอยิ้ม ใจลิงโลดกว่าเดิม
"หม่อมฉันดีใจเหลือเกินที่ไม่เป็นอย่างนั้น" หญิงสาวเผลอหลั่งน้ำตาออกมา เซอิจิใช้ฝ่ามือปาดน้ำตาหญิงคนรัก ทั้งสองจ้องตากันเนินนา� ชายหนุ่มใช้ปลายนิ้วจับปลายคางของหญิงสาวอย่างเบาๆ แล้วใช้ริมฝีปากประทับที่หน้าผากที่ปรกด้วยผมของคนรั� ซาไอรู้ว่าตัวเองกำลังหลับต� สองแขนซุกในอกกว้างของชายหนุ่� สายลมพัดเอื่อย� โลกใบนี้ช่างเป็นแค่ของทั้งสองเหลือเกิน แต่ทั้งสองก็ต้องรีบผละออกจากกันเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าม้าควบฝุ่นตลบเข้ามา นารายะนั้นเอ�!!!
"เกิดอะไรขึ้น?" ซาไอรีบชิงถามขึ้นก่อนที่นารายะจะพูดอะไ� เมื่อเขามีทีท่าขัน� และทำท่าจะผละออกไป เนื่องจากคิดว่ามาขัดจังหวะ
"มิได้ขอรับ ท่านโควตะแค่ให้มาดูว่าท่านซาไอไปไห�" นารายะกลอกตาอย่างล้อเลีย� ซาไอหน้าแด�
"ซาไอมาดูชัยภูม� ดูเสร็จก็กลั� เจ้าไปบอกโควตะเสีย" เซอิจิชิงตอบแท� นารายะยิ่งฉีกยิ้มให้กับคำแก้ตั�
"อย่างนั้นข้าน้อยลาละขอรั� จะไปบอกท่านโควตะว่าใต้ต้นไม้นี้มองเห็นทั้งช่องเข�" นารายะควบม้าจากอย่างรวดเร็วก่อนที่จะถูกซาไอกระทื�
"เจ้าบ้านารายะเอ๋�!!!" ซาไอสบถซ่อนหน้าที่แดงไว้ ขณะเดินไปแก้เชือกจูงม้� เซอิจิไม่ยอมแพ้ลุกขึ้นเดินเคียงคู่ไปกับหญิงคนรักของเขาด้วย นัยน์ตาที่แกะเชือกผูกม้านั้นไม่ได้สนใจสิ่งใดอื่น นอกจากดวงตากลมโตและริมฝิปากงามได้รูปของคนรัก แทบทนรอวันที่จะได้อยู่ร่วมกันไม่ไห� ทั้งสองควบม้าไปอย่างอ้อนอิงและเฉื่อยชา การเกี้ยวพาราสีเริ่มหมดลงเมื่อทั้งสองหันเหความสนใจมาให้ชัยภูมิของช่องเขาแท�
"ซับซ้อนอันตรายเสียจริง" เซอิจิว่� เมื่อหินที่เนินเขากลิ้งลงไปแตกกระจายข้างล่าง
"คงจะเสี่ยงน้อยกว่าถ้าเราให้เดินอ้อมมาทางนี้แทน" ซาไอขมวดคิ้ว เซอิจิควบม้านำหน้าออกไปห่างๆ เพราะเคยมีเรื่องกับม้าของซาไ�
"กลับกันเถอ�" เขาชวน แล้วสะบัดเชือกม้าให้ควบออกไป ซาไอยิ้มแย้มแล้วควบม้าตามไ�
. . . . . . .
"อ้อมช่องเขาจะดีกว่าร�?" โควตะมองดูแผนที่
"ใช่แล้วโควตะ เมื่อวานข้าไปดูม�"
"เฮอะ!!! ไปดู หรือไปจีบกับท่านเซอิจิของเจ้ากันแน�" โควตะลอยหน้าลอยตาออกไป ซาไอซุกหน้ากับอกพลางนึ� เจ้านารายะตัวแสบ!!!
"ไปจีบอะไรเล่�? ข้าไปตรวจชัยภูมิต่างหา�" ซาไอออกนอกเรื่อง ใบหน้าแดงๆ ทำให้พี่ชายอย่างโควตะรู้สึกข�
"เอาล่ะ!!! ข้าขี้เกียจเถียงกับเจ้าแล้� อยากไปจีบก็จีบไป ถ้ามีอะไรเกินนั้นล่ะก็ ท่านเซอิจิของเจ้าโดนข้าเจี๋ยนแน่!!!" เขาขู่ ซาไอทำท่าตกใ� ทำให้โควตะยิ่งรู้สึกขำ เขาก้มหน้าลงมองแผนที่ต่อไป ซาไอจึงถอยออกมาจากกระโจม
"ดีไหมล่ะ!!!" มาโซยะที่ยืนอยู่หน้ากระโจมซ้�
"ไม่ต้องมาซ้ำข้าเลย" ซาไอดั�
"ฮ่าๆ" เขาหัวเราะ
"ไม่ซ้ำไม่ได้น่ะส� สาวน้อยเอ๋�!!! เจ้ายังรู้กลชายน้อยนัก" มาโซยะว่� ซาไอขมวดคิ้ว มันก็ใช่!!! แต่ก็ใจอ่อนทุกที
"ข้าไม่ได้ทำอะไรเลย เจ้าคิดว่าข้าทำอะไรงั้นหรื�?"
"เจ้ารู้อยู� ถึงอย่างนั้น ข้าก็ขอขัดขวางเจ้าคนหนึ่�" มาโซยะบอ�
"�.." ซาไอหันขวับกลับมาห� ก่อนที่จะพูดอะไรก็มีเสียงนายทหารคนหนึ่งวิ่งตะโกนไปทั่วค่าย แม้แต่โควตะก็ยังออกม�
"แย่แล้วขอรับ แย่แล้� ท่านโควต� ท่านโควต�" เขาตะโกน
"เกิดอะไร?" โควตะชิงถามเสียก่อ� นายทหารผู้นั้นหอบแฮก� นัยน์ตาตื่นตกใ� เขามีน้ำตาไหลออกมาแต่ก็ใช้มือปาดออกทันที เขารายงานโควตะบ่นด้วยเสียสะอื้�
"ค่ายที่ท่านโควตะสร้างให้พวกโจรอยู่ขอรั�" เขากลืนน้ำลายอย่างหวาดกลัว นัยน์ตาเบิกโ� เสียงสะอื้นที่พยายามกลืนลงไป ดันต่อต้านเพิ่มขึ้นอีก
"ตายหมดเลยขอรับ พวกโจรตายหมด เหลือแต่จิเคตะ เลือดเต็มไปหมด จิเคตะขอรั� ไปดูขอรั� ไปดู" เขาพูดแค่นั้นก็ล้มตึงลงไ� โควตะให้สัญญานายทหารหลายคนให้พยุงนายทหารผู้นั้นไปพยาบา� แล้วก็กระโจนขึ้นม้� ซาไอและมาโซยะก็ตามไปติดๆ ฝีเท้าม้าควบอย่างรีบร้อน ฝุ่นตล� นายทหารเฝ้าประตูหลายคนมองตามอย่างงงๆ ม้าเหล่านั้นมาหยุดที่ค่ายโจรที่ยอมสวาภิภักดิ� ตีนม้าห่างจากกองเลือดไม่กี่นิ้� มาคุที่ยืนอยู่ใกล้กองเลือดที่สุดกลืนความหวาดกลัวในอกแล้วรายงานแม่ทัพใหญ่
"โจรทั้งหมดเสียชีวิตทั้งหมด เหลือแต่จิเคตะ คาดว่าเป็นฝีมือเขาขอรั�" มาคุรายงาน โควตะพยักหน้ารับ จิเคตะฝีมือดีพอที่จะฆ่าคนทั้งกองทั� เขาสู้กับชายคนนั้นมาแล้ว ชายคนนั้นไม่หน� ยังนั่งอยู่บนกองศพอย่างตระง่าน ไม่หลบหน� แต่ก็ไม่ต่อต้า� รอยยิ้มมรณะละเลงอยู่เต็มใบหน้าเข� ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้เข� โควตะจ้องนัยน์ตามรณะนั้น ซาไอรู้สึกคลื่นไส้เมื่อเห็นศพเกลื่อนกราด มาโซยะลงก้มมองศพที่ตายเพราะถูกดาบสังหา� เนื้อแต่ละชิ้น เรียบสวยราวกับมีดหั่นเนย เสียงฝีเท้าม้าอีกตัวควบเข้าม� เซอิจิอยู่บนนั้น ปากของเขาสั่� นัยน์ตาเบิกโตขณะลงจากม้า
"รู้ไหม? ว่ามันคืออะไรท่านเซอิจ�" โควตะทวงถา�
"ไม้ตายของจิเคต� ความตายที่ผ่านเข้ามายามเกรี้ยวกราดใต้ความเยือกเย็น" เซอิจิพึมพ�
"ระบำล้างนร�!!!"
|