[HOME] [สารบัญ] l 1 l 2 l 3 l 4 l 5 l 6 l 7 l 8 l 9 l 10 l 11 l 12 l 13 l 14 l 15 l 16 l 17 l 18 l 19 l 20 l 21 l 22 l 23 l 24 l 25 l 26
     l 27 l 28 l 29 l 30 l 31 l 32 l 33 l 34 l 35 l 36 l 37 l 38 l 39 l 40/1 l 40/2 l 41 l 42 l 43/1 l 43/2 l 44 l 45
     l 46 l 47 l 48 l 49/1 l 49/2 l 49/3 - fin l

บทที� 46 บทสรุปของราชินีฮิโตม� และแผนเหนือเมฆของกษัตริย์อิเอยาส�


การตายของมิโดรินั้นเกิดขึ้นรวดเร็วนั� เป็นการตายที่นางเลือกด้วยตนเอง จากการเล่าของเดเอคิและจิเคตะ มิโดรินั้นขอใส่เสื้อผ้าครั้นตนยังเป็นราชิน� ซึ่งทั้งสองก็ยอมให� ในตอนแรกก็ไม่มีอะไ� นางเดินไปหน้าศาลาหินอ่อนอย่างสง่างามและนั่งลงที่นั้นเป็นเวลาเกือบชั่วโมง จนนางออกเดินอีกครั้งไปยังอุทยา� พลางเดินชมต้นไม้ทุกต้นที่มีอยู� มองดอกไม้อย่างเอื่อยเฉื่อยอยู่เป็นนานสองนา� พวกเขาทั้งสองก็เฝ้าดูไม่ได้ห่า� จนกระทั้งนางเดินกลับมายังมายังศาลาหินอ่อนอีกครั้� แล้วนั่งดูอะไรบนท้องฟ้าสักพั� พลางลุกขึ้นกางแขนออก แล้วตะโกนว่า

'ข้าคือราชินีตลอดกา�!!!' ครั้นนั้นเหล่าเดเอคิและจิเคตะจึงสังเกตได้ถึงความผิดปกต� แต่สายไป มิโดริตะโกนคาถาสั้นๆ แล้วชักมีดที่นางเอามาไหนไม่รู้แทงที่ลำคอ ทะลุคอหอยจรดท้ายทอ� ล้มลงสิ้นใจตายตรงนั้นเอง!!!

นี่คือบทสรุปของคนที่จะเป็นราชินีตลอดกาล…การทำอัตวิบาตกรรมคือเส้นทางที่นางเลือกเอง….

การทำร้ายซาไอเป็นผลพลอยได้อย่างหนึ่งของนางด้วยเช่นกัน…


เซอิจิไม่ได้จัดพิธีกรรมอะไรมากมา� แต่เขาได้แสดงความกตัญญูให้คนที่เคยเลี้ยงเข� แม้ว่าจะไม่ดีเท่าไรก็ตาม โดยการเก็บศพนางเอาไว� เพื่อกลับไปฝังยังแผ่นดินซูคังที่นางอาศัยอยู่เป็นเวลานาน…

ความโศกเศร้ามาเยือนเขาอีกครั้งเมื่อไม่มีทางจะแก้ให้ซาไออีกแล้ว ซาไอนั้นแม้จะค่อนข้างชื่นชอบเซอิจิพอสมคว� แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นรั� เธอแค่คิดว่าเซอิจิเป็นคนดี น่าพึงพาได� แต่เธอก็ยังสนิทกับมาโซยะมากกว่าอยู่ด�(ซาไอตอนนี้ไม่ค่อยชอบคนเคร่งเป็นรูปปั้นเท่าไร)

ส่วนบาดแผลที่เธอได้จากการตกม้านั้น ไม่มากมายนัก เพียงแต่คิ้วแตกกับแขนเดาะเท่านั้� ส่วนเจ้าคุโระสักพักมันก็ตื่นขึ้นมา แล้วก็งงๆว่าตัวเองมาอยู่ที่นี่ได้ไ�? แล้วก็เดินท่อมๆกลับคอกมาเอ� สรุปว่าเหตุการณ์นี้จบลงไ� ทางที่จะให้ซาไอความทรงจำฟื้นคืนนั้นคงต้องพยายามกันเอ�


กล่าวถึงพระนางฮิโตมิ ทรงกลับมาถึงนากิหลังจากเกิดเหตุการณ์โศกเศร้าไม่นาน สิ่งแรกที่พระนางทำคือการเข้าเยี่ยมซาไอ และโควตะก็ได้บอกข่าวร้ายให้พระนางฟัง

ซาไอที่สูญเสียความทรงจำถูกนำเข้ามาพบ แล้วหญิงสาวก็ไม่สามารถจำบุพการีอันเป็นที่รักของเธอได� แต่เธอก็จดจำอย่างรวดเร็วถึงลักษณะของพระนางฮิโตมิ เช่นเดียวกับที่เธอจดจำลักษณะของคนอื่นๆ เธอจดจำอย่างรวดเร็วถึงความอบอุ่นที่มีอยู่ในตัวของพระนา� เพียงไม่นานที่เจอกัน ซาไอก็เกาะพระนางฮิโตมิแจราวกับเป็นแม่นกกับลูกน� และพระนางฮิโตมิก็มาพักที่เดียวกับโควตะ

เนื่องจากตำหนักเก่าของพระนางทรุดโทรมน่าด� คงต้องรออีกจนกว่าจะบูรณะเสร็จสิ้� ราชินีฮิโตมิที่แสนอ่อนโยนนั่งอยู่บนเก้าอี้ยา� โดยมีซาไอประกบอยู่ข้าง� เธออ้อนประจบราชินีอยู่ตลอด จนกระทั้งราชินีออกอุบายให้เธอไปร้อยลูกไม้สวยๆให้พระนางดู เธอจึงออกไ� พร้อมกับเหล่านางกำนั� ที่ยินดีไม่แพ้กันของการเสด็จกลับ ในที่สุดก็เหลือเพียง 3 ร่างในห้อง

"ท่านนี� ท่านเซอิจิสิน่� แหม…ทรงโตขึ้นมากจากเดิมขึ้นมากทีเดียวเพค่ะ�" ราชินีฮิโตมิตรัสต้อนรับอย่างอบอุ่น

"ขอบพระทัยพะยะค่ะ ราชินี…หม่อมฉันต้องขอประทานอภัยที่ไม่สามารถปกป้องซาไอได้เท่าที่ควร�" ราชินีฮิโตมิโบกมือ

"ไม่หรอก…ท่านได้ทำสุดความสามารถแล้วนี่น่ะ…แล้วมิโดริก็เอาจริงเสียจริง� อนิจจา ถ้านางยังอยู่ข้าอาจช่วยอะไรได้บ้าง�" พระนางทรงกล่าวอย่างนุ่มนวล

"อย่างไรก็ดีการนำสิ่งที่ผ่านไปแล้วมาเอ่ยอย่างนี้ไม่ดีหรอกเพค่� รั้งแต่จะให้เสียใจเปล่าๆ� ทรงทำตามสิ่งที่ท่านสมควรทำต่อไปเถิด…ข้าคิดว่าวันหนึ่งใจนางต้องกลับมาอยู่กับท่านอย่างแน่นอน" พระนางยิ้ม

"ทรงไปดูนางหน่อยเถอะเพค่ะ…ข้าอยากรู้จริงๆว่านางจะร้อยลูกไม้ได้สวยเท่านางคุยให้ข้าฟังได้หรือเปล่�? ซาไอเป็นเด็กดี นางเป็นเด็กฉลาดทันคน เรียนรู้อะไรได้เร็� คิดว่าตอนนี้นางคงกำลังคิดลายอยู่…พระองค์เป็นคนมีศิลปะเพค่ะ ท่านเซอิจิ…เออ…ราชาเซอิจิสิน่ะเพค่�
…อืม…ทรงเป็นคนมั่นคงแน่วแน่ต้องเป็นผู้ปกครองที่ดีแน่� ข้าคิดว่าซาไอที่รักของพวกเราคงกำลังหงุดหงิดแน่ๆถ้าคิดลายแปลกๆสวยๆไม่ออ� ต้องทรงเป็นคนไปช่วยนางคิดจะดีกว่า…" ราชินีฮิโตมิตรัสช้าๆ ฟังง่า� ใช้แต่ละคำง่ายๆแต่สบายใจผู้ฟัง โน้มน้าวจิตใจคนได้เป็นอย่างด� เซอิจิลุกขึ้นยืนและถวายบังคมลาออกไป…

สุดท้ายก็เหลือ เพีย� 2 คน ที่อยู่ในห้อ� พระนางฮิโตมิทรงหันช้าๆมาหาโควตะที่มองเซอิจิเดินออกไปนอกประตู

"อา…ตอนนี้ก็เหลือแค่เราสองคนแล้วสิน่ะ ลูกชายตัวดี…" ทรงกวักมือเรียกโควตะ แม่ทัพผู้หาญศึกก็เดินเข้าไปหาพระนางโดยดี

"แม่รู้ไห�? หม่อมฉันได้เป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดแล้วน่ะพะยะค่ะ�" โควตะนั่งลงข้างๆพระนางพลางอว� เหมือนตอนที่เขาอวดตัวหนังสือตัวแรกที่เขาเขียนเป็นให้พระนางดู

"แม่รู้แล้ว เจ้าเก่ง…ลูกเอ๋ย เจ้าเป็นใหญ่แล้ว อย่าได้เหลิงในอำนาจเชียว!!!" ราชินีทรงสอน โควตะยิ้มพลางกุมมือราชินีขึ้นมาจรดริมฝีปากแล้วจับมือพระนางไว้แน่�

"พะยะค่ะ…แม� ทรงพระวรกายสมบูรณ์ดีแล้วน่ะพะยะค่ะ มือของแม่อุ่นเหมือนเดิมแล้ว…" โควตะเอ่� ราชินีลูบผมที่ปรกหน้าผากขึ้นให� แล้วยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์

"เจ้าเด็กไม่ดี…" จู่ๆก็ทรงด�

"เอ๋…หม่อมฉันทำอะไรหรือพะยะค่�?" โควตะกลั้วหัวเรา�

"มีข่าวดีแล้วไม่บอกแม่…อย่านึกว่าแม่ไม่รู้น่ะ…มาคุบอกแม่แล้� สาวน้อยคนนั้นเป็นลูกสาวเจ้าเมืองไรโบเซ็นด้วย ใช่ไหม? อืม…แสบนักน่� ทิ้งงานไปปลอมตัวหาเขาเนี่ย?" ทรงแฉทุกสิ่งที่โควตะทำ โควตะยิ้มอย่างอายๆ

"หนอยเจ้ามาคุ�" เขาพึมพำ

"ชื่อ นัตสึก� พะยะค่� น่ารักอ่อนหวานมา� แถมทำอาหารก็เก่ง ฉลาด กล้าหาญอีกด้วย แล้วยังอบอุ่นเหมือนแม่เปี๊ยบเล�!!!" โควตะยังไม่วายชมราชินี

"เอ้อ…เอาเข้าไป รักแล้วอย่าให้เขาคอยนานล่ะ เสร็จเรื่องทางนี้เมื่อไรไปขอเขาเสียล่ะ!!! ตอนนี้เจ้าไปก่อนเถอะ…แม่ขอพักหน่อย…เดินทางทั้งวันเร่งให้ถึ� ล้าเหลือเกิน พรุ่งนี้ต้องเข้าเฝ้าด้วย�" ราชินีตรัส โควตะหน้านิ่วทันทีเมื่อกล่าวถึงราชาอิเอยาส�

"ทรงเข้าเฝ้าเอง หรือมีกระแสโองกา�" เขาถามแข็ง�

"แม่อยากเข้าเฝ้าดูพระอากา� เห็นว่าอ่อนแอไปมาก และก็แปล� คราวนี้มีกระแสรับสั่งให้เข้าเฝ้า" พระนางเอ่ยแล้วทำท่างงกับกริยาที่แข็งกระด้างไปฉับพลันของโควตะ

"เป็นอะไร โควต�?" โควตะเม้มปากสนิทเพื่อข่มใจก่อนที่จะพูดอะไร

"แม่…หม่อมฉันพูดตรง� หม่อมฉันไม่ชอบ 'เข�' แม่ทรงรั� ภักด� ซื่อสัตย์ขนาดนี้ พระองค์ยังไม่เห็� แม่ทรงทำอย่างนี้มาหลายสิบป� ก็ยังไม่ทรงเข้าใ� หากไม่ติดที่แม่ห้า� หม่อมฉันคงกบฏไปแล้�!!!" สิ้นคำพูดโควตะทั้งห้องก็เงียบกริบไปชั่วขณะ ราชินีฮิโตมิมองโควตะอย่างคิดไม่ถึง

"แม่ไม่นึกว่าเจ้าจะพูดอย่างนี้…" ราชินีเอ่ย "เจ้าโตแล้ว สมควรรู้ว่าสิ่งควรไม่ควร อย่าได้คิด หรือพูดอย่างนี้อีกเข้าใจไห�?" น้ำเสียงเรียบสนิทคล้ายตรัสบอ� แต่คนที่อยู่กับพระนางมาตั้งแต่เกิดอย่างโควตะเข้าใจว่� พระนางกำลังกริ้วอย่างมาก โควตะก้มหน้านิ่ง�

"ประทานอภัยให้หม่อมฉันด้วยพะยะค่ะ…หม่อมฉันทูลลา…ขอทรงได้พักผ่อนเต็มที�" เขาพูดรัวๆ และหันหลังออกไปโดยไม่หันกลับมามองราชิน� แต่ก่อนโควตะจะก้าวออกจากประตูเขาก็หยุดเสียก่อน พลางหันมามองราชินีฮิโตมิ

"อ้อ…แม่พะยะค่ะ"

"อะไรหรือโควต�?"

"ราชาทรงตรัสสั่งหาพระองค์เป็นเรื่องที� 3 ตั้งแต่ก้าวออกจากคุก"

"?"

"เรื่องแรกบอกให้ประหารมิโดริ…
เรื่องที่สองตรัสหาท่านเซอิจิ�.
เรื่องที่สามบอกว่าไม่ว่ายังไง…ให้พาพระองค์มาจากเมียวบุงให้ได�" โควตะกล่าว คิดว่าจะได้เห็นรอยยิ้มของราชินีสักหน่อย…

"อ้อ…ยินดีจริงๆที่พระองค์ยังคงเห็นข้าเป็น 'เครื่องมือ' ค้ำชูชาติอยู่…" น้ำเสียงของราชินีราบเรียบชนิดฆที่โควตะไม่เคยได้ยิน มันทั้งฝังแน่นด้วยความโศกเศร้าระคนดีใจ น้อยใจ และเคียดแค้น�

และแล้วโควตะโควตะก็หันกลับไป ราชินีฮิโตมิมีน้ำตาที่ไหลออกมาจากใบที่นิ่งสงบราวน้ำแข็งในฤดูหนาว เขาปราดเข้าไปซับมันออกจากดวงตาพระนาง

"อย่าร้องสิพะยะค่�" เขาปลอบแกมอ้อนวอ� เขาเคยเห็นพระนางฮิโตมิร้องไห้ครั้งเดียวตอนที่สมัยเขาเด็ก� ที่โควตะจมน้� พอเขาตื่นมาก็เห็นพระนางน้ำตานองหน้าแล้วกอดร่างเขาร้องไห้ด้วยความยินด� แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนกั� ทรงร้องไห้ในฐานะผู้หญิงที่น้อยใจในความรักของสวาม� ไม่ใช่ในฐานะราชินีหรือของมารดา ราชินีไม่เคยแสดงอารมณ์ในเรื่องนี้เลย ทุกครั้งที่ใครวิจารณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้หรือโกรธแทนพระนาง พระนางจะไม่ออกความคิดเห็นหรือพูดสิ่งใดเล� และด้วยไหวพริบของพระนา� จะเบนคนอื่นออกจากเรื่องนี้อย่างง่ายดาย

"แม่…ร้องไห้หรื�?" เสียงพระนางสงบนิ่ง เหมือนกับน้ำตาเป็นเพียงหยาดน้ำจากไหนก็ไม่รู้

"พะยะค่ะ…โธ�! อย่าร้องสิแม� แม่ร้องหม่อมฉันจะร้องด้วยน่ะ รีบหยุดเร็วๆ น้ำตาหม่อมฉันจะไหลแล้ว!!!" โควตะกลั้วหัวเราะกลบเสียงสั่นๆของตัวเอ� ไม่ว่าราชินีร้องไห้เพราะอะไร แสดงว่ามันเป็นเรื่องสุดๆแล้ว และโควตะก็จะต้องร้องไห้ตาม ในตอนเด็กๆถ้าเพียงแต่เขาถูกพระนางด� เขาก็ร้องไห้โฮแล้ว�

"แม่ไม่ได้ร้อง…" พระนางปฏิเสธ แต่เมื่อทรงแตะที่ขอบตาก็สัมผัสกับน้ำใส� "เอ…แม่ร้องจริงๆด้วยสิเนี่ย…แย่จริง� ขอผ้าให้แม่หน่อยสิโควตะ…" โควตะก้าวออกไปหยิบผ้าเช็ดน้ำที่วางอยู่บนแขนเก้าอี้ให้พระนา� ราชินีรับมาและซับเบาๆที่ขอบต� โควตะยังเฝ้ามองราชินีอย่างใกล้ชิ�

"ไปพักเถอ� โควต�" พระนางรับสั่� โควตะค่อยๆถอยออกไป

"แม่…"

"แม่ดูแลตัวเองได้ ลูกรัก…บอกซาไอด้วยน่ะว่าแม่เสียใจที่ไม่ได้ดูสร้อยคอนางเพราะแม่รู้สึกไม่ค่อยสบา� แต่พรุ่งนี้แม่จะดูให้แน่นอน…" โควตะพยักหน้� แล้วก้าวออกไปขณะที่ราชินีฮิโตมิเสด็จไปยังห้องบรรทมของพระนา� เขาก้าวออกมาจากห้องรับรองส่วนของราชินีฮิโตมิ แล้วปิดประตู…พลางถอนใจกับเหตุการณ์เมื่อสักครู่และเมื่อลืมตาขึ้น…

"พี่โควตะ!!!" ซาไอมายืนอยู่ตรงหน้าโควต�

"อะไร?" โควตะถาม พลางมองสร้อยในมือซาไ� มันร้อยด้วยลูกไม้สวย เหมือนมืออาชีพ ซ้ำยังตกแต่งได้อย่างสวยงามราวกับเป็นของราคาสูง ทั้งที่เป็นแค่ลูกไม้

"ข้าเอามาให้ท่านฮิโตมิ…เอ๊ย! แม� น่�" เธอเพิ่งจำได้ว่าเวลาอยู่กันกับโควตะหรือราชินีฮิโตม� สามารถเรียกราชินีฮิโตมิว่าแม่ได้!

"แม่บอกว่าไม่ค่อยสบายอยากพักหน่อย เพราะพรุ่งนี้ต้องเข้าเฝ้� แล้วพรุ่งนี้จะดูให�" โควตะอธิบายน้องอย่างละเอีย� แล้วเดินจากประตู

"พี่โควตะ!!!"

"อะไร?"

"พี่เพิ่งร้องไห้เหร�?"

"……"

"นี�!!!"

"ไม่ได้ร้อง!!! ผู้ชายจะร้องไห้ได้ไงเล่า" แล้วโควตะก็เพิ่งคิดได้ พระนางฮิโตมิคงต้องร้องไห้อยู่แน่ๆเลย� ภายใต้แสงจันทร์นวล น่ากลัวว่าคนที่เข้มแข็งที่สุดในโลกของเขาต้องร้องไห้อยู่แน่�

. . . . . .

ในเช้าของวันรุ่งขึ้น ราชินีฮิโตมิตื่นขึ้นมาตั้งแต่เช้� เพื่อแต่งตัวเพื่อเข้าเฝ้� พระนางค่อยๆบรรจงใส่ชุดของพระนา� มันเป็นชุดที่เรียบง่ายแต่สง่างาม เครื่องประดับนั้นไม่มีอะไรมา� นอกเสียจากต่างหูทองรูปหงส์ประดับนิลและทับทิมที่เป็นของขวัญแต่งงานที่พี่ชายและน้องชายของพระองค์ลงทุนเดินทางไปต่างแคว้นเพื่อซื้อมาให้พี่สาวหรือน้องสาวคนเดียวที่กำลังจะแต่งงานเมื่อหลายสิบปีก่อน ทรงเก็บไว้อย่างด� เพราะทุกครั้งที่ใส่มันพระนางจะได้กลิ่นอายของพี่น้องที่คุกรุ่นอยู่เสม� ยังมีสร้อยงาช้างที่เหลี่ยมอักษรด้วยทองเป็นชื่อพระนาง ทรงได้มาเมื่อโควตะและซาไอไปรบเมื่อหลายปีมาแล้ว และพบช่างฝีมืออยู่ในเมืองนั้� จึงจ้างทำและนำมาเป็นของขวั�

ส่วนของที่รับพระราชทานจากราชาอิเอยาสึนั้� พระนางไม่เคยทรงนำมาใช้เลยนอกเสียจากแหวนแต่งงาน ของที่ได้ม� หากไม่ได้ให้ด้วยใจนั้น ก็ไม่ทรงนำออกมาใช้ แม้ราคาแพงเท่าใดก็ตา� แต่ก็ไม่เคยทิ้� ทรงเก็บไว้ทุกชิ้นเพียงแต่ไม่เคยนำออกมาใช้เท่านั้นเอง�

เสียงหอบดังขึ้� แต่ถูกกลบด้วยเสียงวิ่งเสียหม� นามิ(นางกำนัลของพระนางฮิโตม� : คนเขีย�)โผล่เข้ามาในห้องพลางตะกุกตะกักขออภัย

"เป็นสาวเป็นนางเวลาเดินอย่าให้มีเสียงสิ…นาม�" ทรงตรัสเรียบ�

"�..ขออภัยเพค่ะ….ห…หม่อมฉันตื่นสา�" คนเดินเสียงดังแก้ตัว ไม่มีใครในวังเดินเงียบเท่าราชินีอีกแล้� ก็ทรงเดินเบาเหมือนกับแมวย่อง

"……"

"ก็น่าตื่นสายเหมือนกันล่ะ…ฟูมากิโอะเพิ่งกลับจากรบไม่ใช่หรือ? คงคุยกันยา�" ว่าจบนางกำนัลก็หน้าบึ้�

"ก็ตานั้นสิเพค่ะ…ปล่อยให้หม่อมฉันนอนเพลิน…ไม่ยอมปลุ� ยังบอกอีกว่าหม่อมฉันเหนื่อ�!!! ทำให้หม่อมฉันมาสาย�" ฟังคนบ่นไปราชินีฮิโตมิก็ส่ายหน้า

"นามิ! เป็นผู้หญิงให้สามีปลุกได้ยังไงกั�? เรานั้นล่ะ…ต้องปลุกเขา แล้วบ่นนินทาสามีแจ้ว� ระวังเขามาเจอแล้วจะเรื่องยาว�" ทรงสอนแกมล้อเล่น แต่ถึงล้อเล่นก็ทำเอาหญิงสาวสะดุ้งไปเหมือนกัน แต่ก็กลับมาพูดแก้ตัวต่�

"ไม่หรอกเพค่ะ…หม่อมฉันรักเขาหรอ� ถึงได้นินท� ถ้าหม่อมฉันไม่ชอบตานั้นน่ะ หม่อมฉันจะไม่พูดถึงเขาสักคำเดียวเล�" ราชินีหน้าเศร้� พระนางก็ไม่ค่อยได้พูดถึงราชาอิเอยาสึเหมือนกั� ไม่เคยนินท� ไม่เคยเล่นหั� จะว่าเจอกันแบบธรรมดาก็ยากจะยิ่งกว่าขโมยไข่ในหินเสียอีก�

อันที่จริงแล้วราชิอิเอยาสึก็ไม่ใช่คนโง� แต่เพียงเป็นคนเถลไถล เกียจคร้าน แต่จริงๆแล้วผู้ชายคนนี้เป็นคนที่เข้าขั้นแนวหน้าคนหนึ่งของอาณาจัก� ไม่อย่างนั้นคงไม่ได้ขึ้นเป็นราชา� และถ้าเป็นคนโง� มีหรือ? จะยอมให้ราชินีฮิโตมิเก็บเด็กไม่รู้หัวนอนปลายเม้าที่ไหนไม่รู้มาเลี้ยง ถ้าไม่ทรงมองเห็นแววมาก่อ�

คนที่โง่เง่านั้นคงไม่สู่ขอเจ้าหญิงจากอาณาจักรที่กว้างขว้างระดับเมียวบุงมาเป็นราชิน� และเขี่ยคู่แข่งในสมัยนั้นตกรางไปอย่างง่ายดาย�

แต่บุรุษนั้นจะฉลาดยิ่งเท่าใด ยามโง่ก็ยิ่งโง่มาก ใคร่หลงเสน่ห์หญิงได้อย่างง่ายดายมากขึ้นเท่านั้�

ขณะที่นามิกำลังทำผมให้กับราชิน� พระนางทรงหวนคิดไปถึงคำพูดของพี่น้องก่อนที่จะมาที่นาก�

'พี่ยอมรับไม่ได� น้องรอง…มันหยามเกียรติน้องขนาดนี้ยังยอมมันอีกหรื�? รู้ไหม? มันหยามถึงเกียรติเมียวบุงอีก!!!' ฮาโตยามะพี่ชายคนโตในพี่น้อ� 3 คน ดำรงตำแหน่งกษัตริย์แห่งเมียวบุงคัดค้านสุดตัวเมื่อฮิโตมิทูลลากลับนากิ

'แต่พี่ใหญ่เพค่ะ…น้องเป็นราชินีของที่นั้น น้องต้องกลับไปเพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชน' พระนางยังยืนยันแข็งขัน ฮาโตฮิเดะน้องคนเล็กของราชินีนั่งอยู่ระหว่างพี่ทั้งสองลุกขึ้นพูดบ้า�

'อย่าเถียงกันเลยพะยะค่ะ' เขาลุกขึ้นห้าม

'น้องเล็กเจ้าก็ช่วยพี่พูดบ้างสิ น้องเห็นด้วยกับพี่ไม่ใช่หรือ? พี่เป็นราชินีของที่นั้นน่ะ…ยังไงๆพี่ก็ต้องกลับไป!!!' ราชินียืนยัน' ฮาโตฮิเดะขุนนางผู้ใหญ่ส่ายหน้า

'หม่อมฉันไม่ได้ห้ามไม่ให้ทรงกลับนาก� แต่อย่านึกว่าหม่อมฉันไม่รู้แกวพี่รอง…พี่จะกลับไปหาไอ้แก่นั้นใช่ไหมล่�? หม่อมฉันจะให้พี่กลับ ต่อเมื่อมันมาตามพี่ด้วยตัวเอ�!!!!'

'อย่าพูดถึงสวามีของพี่อย่างนั้นน่�!!! น้องเล็ก!!!' ราชินีฮิโตมิทรงดุกลายๆ

'เจ้าเป็นคนเก่ง กลับมาอยู่กับเราดีกว่าไปอยู่กับคนที่ไม่รู้ค่าของน้อง' ราชาฮาโตยามะหว่านล้อ�

'หม่อมฉันอภิเษกออกไปแล้� กลายเป็นคนนากิไปแล้ว!!! ไม่กลับไม่ได�' ราชินีอ้าง อีกสองคนมองหน้ากันอย่างหมดหวัง

'รู้อย่างนี้…พี่ไม่ยอมให้เสด็จพ่อยอมให้เจ้าแต่งงานเข้านากิตั้งแต่แรกก็ดี…' ราชาฮาโตยามะตรัส แต่กระนั้นพระนางก็หาทางกล่อมพี่ชายน้องชายทั้งสองคนจนยอมให้พระนางกลับนากิจนได� แม้จะใช้เวลานานแต่พระนางก็รีบเร่งเดินทางเพื่อมาให้ถึงนาก� เพื่ออะไรน่ะหรือ? ก็มาพบสวามีของพระนางน่ะส� แม้ว่าเขาจะไม่ต้องการพบพระนางก็ตาม

"พระองค์น่าอิจฉาจริงๆเลยเพค่ะ อายุมากแล้วพระเกศายังดำอยู่เลย" นามิลูบปอยผมเงาดำของราชินีหลังจากทำผมเสร็จ ราชินียกมือขึ้นลูบผมตนพลางยิ้มรับคำชมของนางกำนัลสา�

"ข้าจะไปเข้าเฝ้าแล้ว…ช่วยหยิบรองเท้าที่วางไว้หน้าประตูให้ข้าหน่อย นามิ�" พระนางรับสั่� นามิก้าวออกไปหยิบรองเท้ามาให้กับราชินี ทรงรับไปใส่พลางก้าวออกจากห้อ� มุ่งหน้าไปเฝ้าราชาอิเอยาสึ

ทางเดินระหว่างไปเข้าเฝ้า ไม่หรูหราฟูฟ่าเหมือนที่เคย เส้นทางที่ใช้เข้าสู่พระตำหนักของราชาผ่านทหารหลายคน พวกเขาต่างหยุดทำความเคารพพระนา� องค์ราชินียิ้มให้กับการทำความเคารพแล้วก้าวเดินอย่างสง่างามไปยังห้องที่กษัตริย์แห่งอาณาจักรพำนักอยู� เท้าหยุดเมื่อมาถึงหน้าห้อง ทรงยืนทำใจก่อนที่จะเสด็จข้ามธรณีประประตูข้ามเข้าไป

"ท่านฮิโตมิ" ใบหน้าขาวราวไข่ไก่ น้ำเสียงฟังดูคล้ายดัดจริตเป็นของขันท� เผยอหน้าออกมาเพื่อพบราชินี

"กราบทูลด้วยว่าฮิโตมิมาเข้าเฝ้า�" ทรงเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรีย� ขันทีก้มศรีษะรับ

"ทรงรอสักครู่น่ะฮ้า~" คนครึ่งชายถวายบังค� และหายเข้าไปภายใต้ม่านบา� ราชินียืนรอสักครู่ ขันทีคนเดิมก็ออกมา

"ทรงมีรับสั่งให้เข้าเฝ้า…" ราชินีใช้มือเลิกม่านแล้วก้มศรีษะลอดใต้ม่านเดินเข้าไป…สิ่งแรกที่ทรงมองเห็นคือร่างหนึ่งที่นอนเอกเขนกอยู่บนที่บรรทม ราชินีคุกเข่าลงถวายบังคม

"ฮิโตมิถวายบังคมฝ่าบา� หม่อมฉันมาเข้าเฝ้าแล้วเพค่ะ…" สิ้นคำราชินี ร่างลางๆที่นอนอยู่บนเตีย� ก็โบกมือไล่เหล่าขันท�

เมื่อขันทีออกไปในห้องก็เงียบเชียบถนัด…ราชินีทรงก้มหน้าตลอดตั้งแต่คุกเข่า

"ไม่ได้เจอกันนานเลยน่ะ…ฮิโตมิ สบายดีหรือ?" ราชินีเม้มปากเน้นก่อนตอบ

"เพค่ะ…ขอบพระทัยที่ทรงเป็นห่ว�" ราชินีกล่า�

"……." ทั้งสองเงียบไปเป็นเวลานา� คล้ายฝ่ายถามจะพยายามรวบรวมอะไรบางอย่าง

"อ่า…เจ้ารู้ใช่ไห�? ว่าข้ามีจุดประสงค์อะไรที่เรียกเจ้ามา…เจ้าเป็นคนฉลา� น่าจะรู้ถึงจุดประสงค์ของข้า…" เสียงตรัสจากราชา ราชินีฮิโตมิยังคงก้มหน้านิ่ง พระนางคิดว่าพระนางอาจจ� 'รู�' แต่ก็ไม่เสี่ยง

"โปรดประทานอภัย…หม่อมฉันโง่เขลา ไม่ทราบจุดประสงค์ของพระองค� โปรดชี้แจงด้วยพระปรีชา�" ราชินีฮิโตมิค้อมพระวรกายลงต่ำยิ่งเสียกว่าเดิ�

"เข้ามาใกล้ๆข้าหน่อยส� ฮิโตมิ…ขอข้าดูหน้าเจ้าหน่อย…" สิ้นรับสั่� ราชินีก็ลังเลสักครู่ ก่อนที่จะสาวเท้าเข้าไปหาราชา แล้วก้มหน้านิ่� มือหยาบของเพศบุรุษเอื้อมออกม� เชยใบหน้าของราชินีขึ้น

"โควตะเล่าให้ข้าฟัง…เจ้าอยู่เมียวบุงมาร�?�" พอปากถามจบ มือก็พลิกใบหน้าพระนางสำรวจจนทั่ว

"เพค่ะ…" ราชินีตอบพลางเก็บงำความสงสัยเอาไว้

"ฮึๆ…ข้าคงปิดเจ้าไม่พ้นสิน่�" ทรงตรั�

"เอาสิ…เจ้าคงกำลังสงสัยเกี่ยวกับมือข้าใช่ไห�?" ราชาอิเอยาสึเอ่ย พลางปล่อยมือออกจากใบหน้าราชินีแล้วกลับมามองมือตนเองที่ ที่แตกกร้านจนน่ากลัว ราชินีฮิโตมิหรี่ตามองอย่างพินิ�

"เพค่ะ…" ราชินียอมรับ ราชาแห่งนากิคนนี้เป็นคนที่จับทางไม่ถูก บทจะฉลาดก็ฉลาดรอบรู้ไปเสียหม� บทจะโง่ก็ทำได้ราวฟ้าแกล้�

"มือของพระองค์แม้เคยกร่ำศึก…แต่ก็หลายสิบปีมาแล้� ไม่น่าจะยังหยาบกร้านอยู่เช่นนี�" ราชินีฮิโตมิเอื้อมมือไปจับมือของสวามีเอาไว�

"อา…อย่าได้จับมันเล� มันไม่คู่ควรกับเจ้าหรอก…" ทรงยกมือคื�

"ในตอนแรกข้าก็คิดจะบอกเรื่องนี้แก่เจ้� แต่ข้าคิดว่าผู้หญิงที่รักประชาชนอย่างเจ้าต้องไม่ยินยอมอย่างแน่นอน…" ราชินีฮิโตมิขมวดคิ้ว

"เรื่องอะไรกันเพค่ะ?" ราชินีถา�

"ฮึ� ข้าเป็นคนเหี้ยมโหดเจ้าก็รู� แม้ว่าข้าฉลาดแค่ไหน…แต่ก็เป็นคนเลว ข้ามีแผนบทหนึ่งที่จะทำให้อาณาจักรยิ่งใหญ� แต่ต้องแลกมาด้วยชีวิตคนมากมาย…แต่ข้าก็มีแผนที่จะทำมันเพื่ออนาคตที่รุ่งเรืองยาวนา�"

"เรื่องอะไรเพค่ะ…พระองค์หมายความว่าอะไร?" ราชินีถามขึ้นอย่างสงสั� ราชาอิเอยาสึโบกมือให้ขันทีคนเดิมที่เจอพระนางฮิโตมิปิดประตูอย่างแน่นหนา ราชินีมองอย่างุนงง และยิ่งตกใจไปยิ่งกว่าเมื่อกริยาที่เหมือนของคนป่วยของกษัตริย์แห่งนากิหายไปปลิดทิ้� กษัตริย์อิเอยาสึที่มีอาการป่วยเมื่อสักครู่ลุกขึ้นนั่งเหมือนคนธรรมด� และดูเหมือนจะทรงมีสุขภาพแข็งแรงด� จะว่าไปราวแข็งแรงเหมือนพวกขุนพลด้วยซ้ำ!!!

"มานั่งข้างข้าเถอ� ฮิโตมิ…เรื่องนี้ยาวมาก หากเจ้าคุกเข่าอยู่อย่างนั้นคงเมื่อยแย่ทีเดีย�" ราชาอิเอยาสึตรัสด้วยพระสุรเสียงสดใ� ไม่มีคราบของคนป่วยแม้แต่น้อย!!! ก่อนที่จะจับมือของราชินีฮิโตมิขึ้นมานั่งข้างๆต� ขันทีคนเดิมเดินเข้าม� แต่ครั้งนี้ไม่มีแววของผู้เป็นขันทีเลยแม้แต่น้อยเช่นกัน

"ก่อนอื่นข้าขอแนะนำ ขันทีฮัวจิ…หรือฮิยาโมโตะ ขุนพลและที่ปรึกษาข้างกาย รวมถึงนินจาของข้าตลอดหลายสิบปีนี้…เขาต้องปลอมตัวเป็นขันทีเพื่อไม่ให้เป็นที่สงสัย…ฝีมือการแสดงของเขาหลอกซาไอและโควตะลูกเจ้าได้ทีเดียวเชียวน่ะ ฮึ�" ราชาอิเอยาสึกลั้วหัวเราะ

"เร็ว!!! ฮิยาโมโตะ…ทักทายราชินีของข้าหน่อยส�!!!" ร่างของฮิยาโมโตะคุกเข่าล�

"ถวายบังคมราชินีพะยะค่ะ!!!" เขายิ้มกริ่ม ฮิโตมิเห็น ฮิยาโมโตะนั้นอายุใกล้เคียงกับพระนา� ดูจะแก่กว่านิดหน่อ� เป็นผิดคล้� นวดเคราโกนเกลี้ยงเกลาเพื่อปลอมเป็นขันท� น้ำเสียงของเขาตอนนี้ กับที่แสดงเป็นขันทีเมื่อสักครู่ต่างกันลิบลับทีเดีย�

"……" ราชินีฮิโตมิอ้าปากจะถา� แต่บุรุษข้างกายพระนางก็ใช้นิ้ววางเป็นริมฝีปากพระนางอย่างนุ่มนว�

"จุ๊ๆ อย่าเพิ่งถามอะไร พอข้าเล่าจบแล้วค่อยถาม…แต่พอเล่าจบเจ้าคงไม่มีอะไรจะถามข้าแล้วล่ะ�" ว่าแล้วก็ทรงโอบรอบสะเอวของราชินีและลูบเรือนผมของพระนาง

"แผนๆนี้ของข้านั้นยาวมาก…เป็นแผนที่ข้าวางต่อเนื่องมานานนับสิบๆป� แผนนี้นั้นเริ่มตั้งแต่เจ้าพบโควตะเป็นครั้งแรก…

ตอนนั้นข้ากับเจ้าเพิ่งแต่งงานกันได้ไม่นา� ข้าชอบเจ้ามากเชียวล่� ทั้งนุ่มนว� น่ารัก สง่างา� มองดูดีไปหมด ข้าสั่งให้คนสร้างตำหนักให้เจ้าใหญ่โต อุทยานงามมากมา� แต่ตอนนั้นข้ายุ่งกับกบฏเล็กๆน้อยๆในเมืองในคราบของกษัตริย์เสเพลทำให้ไม่ค่อยได้ปลีกตัวออกมาหาเจ้� เจ้าก็ออกไปเยี่ยมราษฎรตามภาษาราชินีที่ดี จนวันหนึ่งข้ามาหาเจ้� และก็พบกับโควตะ…เจ้าตั้งชื่อให้เด็กคนนั้นว่าโควต� เด็กที่มีผมสีม่วงที่เจ้าพากลับมา ข้าจ้องมองเด็กคนนั้นเนิ่นนาน แผนการดีๆก็โผล่เข้ามาในหัวของข้าอย่างรวดเร็ว

"ข้าถามเจ้าว่าไปเอาเด็กคนนี้มาจากไห�? เจ้าก็บอกว่าเป็นเด็กกำพร้าที่เจ้าพบและพากลับมา ตอนนั้นเจ้าคิดว่าข้ารังเกียจโควต� เจ้ากอดเด็กไว้แน่นและขอร้องให้ได้เลี้ยงเขา ข้ารู้สึกยินดีในแผนของข้� เพราะถ้าได้เจ้าเลี้ยงเขา เด็กคนนี้จะต้องโตขึ้นเป็นเด็กด� เป็นคนอารี รู้จักการปกครองบ้านเมือง และเฉลียวฉลาดอย่างคนเลี้ยงเขาเป็นแน่!!! อีกอย่างข้าเห็นแววในโควต� เขาต้องโตขึ้นยิ่งใหญ� ตอนนั้นข้าแกล้งโมโหเจ้าแล้วจากไป ปล่อยให้เจ้าเลี้ยงเด็กคนนั้นตามวิถีทางของเจ้า…

"หลายปีต่อม� ซาไอก็เข้ามาอี� เด็กผู้หญิงคนนั้นยิ่งมีแววฉลาดมากกว่าโควตะเสียอี� ข้าจึงให้คนแกล้งไล่เด็กผู้หญิงคนนี้ให้เข้าไปในอุทยานของเจ้� ซึ่งก็ได้ผล…โควตะเจอนางและเจ้าก็เลี้ยงนางอีกด้วย…ข้าหวังให้เด็กทั้งสองอยู่คู่กันเพื่อเป็นกษัตริย์อยู่คู่กั� อ๊ะๆ!! อย่าเพิ่งตกใ� ในตอนแรกนั้นข้าคิดเอาไว้ว่� ข้านั้นเป็นคนขี้เกีย� และเสเพลในสายตาประชาชน ซึ่งข้าจะกู้ชื่อได้ยาก ข้าจะให้พวกเขาเป็นกษัตริย์รุ่นต่อไ� ให้พวกเขาแต่งงานกั� ทั้งคู่เป็นคนฉลาดต้องช่วยเหลือกันได้ดีแน่ๆ เพื่อให้มีแต่พวกเขาที่มีสิทธิ์ครองบัลลังก์ ข้าจึงไม่ยอมมีลูกกับใครเลยเพื่อให้พวกเขามีสิทธิ์เต็มที�

ข้าให้พวกเขาโตอย่างเด็กธรรมดาเพื่อเรียนรู้วิถีชีวิ� รู้จักลำบา� เพื่อจะได้รู้จักอดออ� มัธยัทส์ และใกล้ชิดประชาชน…

"เจ้าอาจคิดว่าข้าไม่ได้สนใจทั้งคู� ได้แต่เรียกใช้เข� แต่ผิดแล้ว!!! ข้าดูทั้งคู่เติบโตมาตลอด เจ้าคุโระม้าของซาไอก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่ข้าจัดสรรเป็นของขวัญวันเกิดคร� 14 ของนาง คิดว่าอยู่ดีๆจะมีม้างามๆไปเดินเล่นอยู่ในสวนต่อหน้านางในวันเกิดง่ายๆร�? ฮึ�

"ทั้งๆที่อายุยังน้อ� แต่ข้าก็ตั้งทั้งสองให้เป็นแม่ทัพ ทรามกลางการคัดค้านของเหล่าขุนนาง ข้าให้พวกเขาหัดปราบกบฏ จนกระทั้งตีอาณาจักร…และข้าก็เลื่อนตำแหน่งให้พวกเขาอย่างรวดเร็ว ให้มีกำลังพลมากๆ เพื่อให้รู้จักปกครองคนหมู่มา� ข้าไม่กลัวว่าพวกเขาจะกบฏ เพราะพวกเขานับถือเจ้� ย่อมฟังเจ้าก่อ�

"ขณะเดียวกันข้าก็ทำเย็นชาใส่เจ้� ไม่สนใจเจ้� เลวใส่ประชาช� เพื่อให้พวกเขารังเกียจข้� จะได้ก่อกบฏโค่นล้มข้าและตั้งตนขึ้นเป็นกษัตริย์แท� แต่ข้าประเมินผิดไป…เจ้าคอยปราม คอยห้ามพวกเขาตลอ� เพราะเจ้ารักข้�

"ข้าตื้นตันมากฮิโตมิที่รั� อา…ถึงข้าจะคิดอย่างนั้นก็ตามแต่ข้าก็ใจอ่อนไม่ได้ ข้ายังคงแสดงบทโหดต่อไป�

"ครั้นแล้วโอกาสที่จะให้พวกเขาสร้างวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ก็มาถึง แผนนี้แม้จะเสี่ยงมาก แต่ข้ารู้ว่าพวกเขาต้องทำได�

"เมื่อข้าได้ยินว่าโดราตะมันเริ่มส่อแววเหลวแหลกและเมียของมันคือมิโดริแสนเจ้าเล่ห์กำลังกุมอำนาจ ข้าก็บัญชาให้เขาไปตีซูคังทันที และพวกเขาก็ทำสำเร็จในเวลาไม่นา� พามิโดริและเซอิจิกลับมาตามคำสั่งของข้า ข้าเห็นมิโดริและนึกแผนอันอันตรายและแยบคายออก ซึ่งแผนนี้ข้าสงสารเจ้ายิ่งนัก…ฮิโตมิ นั้นคือข้าแกล้งหลงใหลในตัวมิโดริ เพื่อแกล้งให้นางขึ้นกุมอำนาจ และให้โควตะกับซาไอมาปราบ จากชัยภูมิและมันสมองของพวกเขาแล้ว…สามารถชนะนางได้ง่ายมาก!!!

"ข้าทำสารพัดวิธีให้นางกุมอำนา� แม้จะต้องสูญเสียไพร่พลมากแค่ไหนก็ตาม ข้าชั่วมากสิน่�!!! แต่หากจะให้พวกเขากลายเป็นวีรบุรุษของบ้านเมืองนั้� มันคุ้มค่า!!!

"มีปัญหาเกิดขึ้นอีก เมื่อคู่รักที่ข้าสร้างมีคนเข้ามาแทรก เซอิจิ! ใจของซาไอคิดเป็นอื่นไปเสียแล้ว ขณะนั้นข้าคิดไม่ตก พอดีมิโดริทูลขอให้ข้าส่งเซอิจิผู้อ่อนแอไปปกครองซูคัง ข้าตกลงทันที ส่งชายผู้เป็นเสี้ยนหนามออกไปที่อื่� "และแล้วข้าจะปลดเจ้าออกจากตำแหน่ง ใช่แล้�!!! โทงาริออกหน้าก่อนทันที เขาด่าข้� ฮึ� ข้าไม่ระคายหรอ� ที่ว่า 3 วันให้ออกจากเมืองนั้นน่ะ ข้าก็รู้เห็นเป็นใจช่วยเขาหนีด้วย�

"ต่อมาข้าก็เอาเจ้าเข้าคุก…โธ่! รู้ไหม? ใจข้ามันแทบแหล� อยากไปหาเจ้าแล้วคุกเข่าขอขมาเจ้าสักพันครั้งให้กับความเลวของข้า แต่ถ้าข้าทำเช่นนั้� เวลาหลายสิบปีที่ข้าสร้างให้ซาไอและโควตะก็คงแหลกตามไปด้วย!!! ข้าแข็งใจตั้งนางเป็นราชินี และทำให้คุกวางการละหลวมเพื่อให้ซาไอและโควตะมาปรนนิบัติเจ้าได�

"แต่วันหนึ่งพวกเขาก็พาเจ้าหนีไป!!! อันนี้ข้าไม่ว่� ยังดีใจด้วยซ้ำที่เจ้าออกจากขุมนรกได้ แต่ที่ข้าไม่ยอมก็คือการที่ซาไอกลับไปหาเซอิจิและความรักทั้งสองก็ยังแนบแน่นกว่าเดิมเสียอีก แต่สุดท้ายข้าก็ห้ามทั้งสองไม่ได้ พวกเขาทั้งหมดได้กำลังจากเมียวบุง และเข้าโจมตีที่นี่ ซึ่งข้าก็ดีใจแม้ข้าจะอยู่ในคุก แต่ข้าก็มีสายส่งข่าวว่าเป็นอย่างไร ข้ายินดีที่ซาไอและเซอิจิผิดใจกัน แต่ปัญหาระรอกใหม่ก็มาอีกครั้งเพราะโควตะไปพบรักกับธิดาเจ้าเมืองไรโบเซ็นที่นามว่� นัตสึก�!!! ทั้งคู่ก็หมั้นหมายกั� แล้วโควตะก็จากมา

"กองทัพยังยกมาอย่างไม่หยุดหย่อน ซาไอทำตัวบ้าระห้ำบุกฆ่ามิโดร� ซึ่งข้าภาวนาให้ไม่สำเร็จ เพราะอิจิวยังอยู� ไม่ว่ายังไงมันต้องสู้ต่อแน� แต่พวกเขาสุดท้ายก็เอาชนะอิจิวได้ แล้วกำลังของพวกเขาก็ได้สู้กับมิโดร� แต่มิโดริก็ใช้ไสยศาสตร์ที่ข้าคาดไม่ถึง ซาไอโดนของ ในตอนแรกข้าตกใจมาก เซอิจิได้แสดงความสามารถเป็นที่ประจักษ์ให้แก่ทุกค� ในตอนแรกที่ไม่มีใครยอมรั� เริ่มเปิดใจยอมรับความสัมพันธ์ทั้งคู่ และนี่คือสิ่งที่ข้าขอบคุณมิโดร� หนึ่งคือนางยอมเป็นเครื่องมือให้ข้า สองคือทำให้ซาไอลืมเซอิจิ และจากนี่คือเหตุผลที่ข้าเรียกเจ้ามาฮิโตมิ…"

"เดี๋ยว!!!" ราชินีผละออกจากอ้อมแขนของสาม�

"จะทรงแยกคนที่ลูกของหม่อมฉันรักหรือเพค่�? ไม่ได้น่ะเพค่ะ!!! หม่อมฉันไม่ยอมเป็นอันขาด" ราชาอิเอยาสึลุกขึ้นยืนพลางจูบหน้าผากของพระนา� และพาพระนางกลับไปนั่งบนเตียง

"ไม่ใช่� ฟังก่อนน่ะ…โควตะสามารถรักกับนัตสึกิได้ แต่ฟังก่อนนี้คือแผนขั้นสุดท้ายของข้า นั้นคือจากนี้ข้าจะแกล้งตาย�"

"แกล้งตาย!!!" ราชาอิเอยาสึยิ้มให้สีหน้าตกใจของราชินี

"ตอนที่ข้าอยู่ในคุก…ข้าเฝ้าคิดอยู่นานเหลือเกิน…ว่าควรบอกเจ้าเรื่องนี้ดีหรือไม�? สุดท้ายข้าคิดว่าถ้าเจ้าคิดว่าข้าตายจริงๆ เจ้าต้องทุกข์ระทมอย่างมากเป็นแน่ ฉะนั้นหลังจากนี้ข้าจะแกล้งตา� แล้วข้าจะให้ฮิยาโมโตะพาหนีไปนั้นคือบทสรุปของกษัตริย์อิเอยาสึแห่งนากิบนหน้าประวัติศาสตร์…"

"และนี่คือคำสั่งเสียที่เจ้าต้องทำตาม…เพื่ออนาคตของอาณาจักรของเร� นั้นคือ…จัดให้โควตะแต่งงานกับซาไอเสี� ให้ซาไอเป็นราชินีแห่งอาณาจัก� แต่เป็นสามีภรรยาแต่เพียงในนามซึ่งกันและกัน แล้วให้โควตะขึ้นครองราชต่อไป…เขาสามารถรับนัตสึกิเข้ามาเป็นภรรยาได้ ซาไอนั้นจะต้องเป็นราชินีแห่งอาณาจักรเร� ถึงนางไม่ได้เป็นราชินี อย่างน้อยก็อย่าให้นางไปนอกอาณาจักร อย่าให้เธอแต่งออกไปอยู่ซูคัง เราจะเสียบุคลากรยิ่งใหญ่ไปคนหนึ่�!!! ส่วนเซอิจิปล่อยเขาไป ให้เป็นราชาแห่งซูคังไป…แต่จะให้ดีควรลอบฆ่าเขาทิ้งเพื่อไม่ให้เป็นเสี้ยนหนาม..ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ข้าให้เจ้าทำต่� เพราะหลังจากที่เจ้าออกไปจากห้องนี้ ราชาอิเอยาสึจะสวรรคตในวันรุ่งขึ้�!!!" กล่าวจบก็ทรงจุมพิตบนแก้มของพระนางทั้งซ้ายและขว�

"หม่อมฉันไม่เข้าใ� ทำไมต้องอย่างนี้? นั้นลูกของหม่อมฉันน่ะเพค่ะ�" ราชินีฮิโตมิใช้ฝ่ามือดันตนเองออกจากอกของสามี

"ไม่ใช่แค่ลูกเจ้า…ลูกของข้าด้วย พวกเขาเป็นลูกของเราต่างหาก…แม้จะไม่ใช่ลูกแท้ๆของเร� และสิ่งต่อไปนี้เราจะทำเพื่ออาณาจักรนากิของพวกเรา…สัญญาสิฮิโตมิ เจ้าเป็นราชินีของนากิไม่ใช่หรื�?"

"!!!!!" ราชินีผละออกจากอกของสามีที่ไม่ยอมปล่อยพระนาง เรือนผมที่เคยมัดรวบไว้อย่างดีกระจา� อาการตื่นตกใจจนเกือบลืมสำรวมท่าท� แต่เมื่อตั้งสติได้ พระนางก็ยืนอย่างสง่างามพลางมองไปทางฮิยาโมโตะ

"ท่านฮิยาโมโตะกรุณาออกไปสักครู่ได้หรือไม่? ข้าขอคุยกับราชาอิเอยาสึสักครู่�" ราชินีตรัสกับนินจาของสามีอย่างสง� ฮิยาโมโตะหันไปมองทางเจ้านา� ราชาอิเอยาสึพยักหน้ารับคำสั่งของราชินีตน ชั่วพริบตานินจาของกษัตริย์ก็หายไปจากห้อง ทั้งห้องเงียบสนิ� ราชินียืนหันหลังให้สวามีและยกมือขึ้นปิดหน้าเพื่อหลบน้ำตา ราชาอิเอยาสึมองราชินีของตนพลางลุกขึ้นเดินเข้ามาห� โอบกอดรอบสะเอวของพระนางแล้วใช้ปลายนิ้วสางไรผมพระนางอย่างปลอบโย�

"จริงๆแล้วข้าไม่อยากให้เจ้าเลือกระหว่างลูกและแผ่นดิ� แต่ว่าสิ่งใดสำคัญมากกว่ากันล่ะ?"

"…แผ่นดินเพค่ะ…" ราชินีตอบด้วยเสียงสั่นเครื�

"สภาพการณ์ตอนนี้ไม่เหมือนเดิม ซาไอไม่ได้รักเซอิจิอีก การยกนางให้เซอิจิก็เป็นการบังคับใจนาง…"

"บังคับให้นางแต่งกับพี่ชายตัวเองก็เหมือนกัน�"

"แค่บังหน้า…นางเป็นเด็กฉลาดต้องเข้าใจแน�"

"……" ทั้งสองนิ่งไ� ราชินีหันกลับมากอดสวามีต� ราชาอิเอยาสึก็ลูบไรผมพระนา� และจุมพิตที่หน้าผากพระนางอีกครั้�

"หม่อมฉันเป็นเครื่องมือเหมือนมิโดริ" ราชินีตรัสขึ้นลอยๆ

"ไม่หรอก…พอข้าแกล้งตายและหนีไปกบดานแล้ว ข้าจะส่งข่าวมาบอกแน่ สัญญา…" ราชาใช้นิ้วหยาบกร้านเช็ดน้ำตามเหสี

"แต่ไม่เป็นไร…เพราะหม่อมฉันรักพระองค์ หม่อมฉันรอมาได้หลายสิบปี รอไปอีกก็รอได้�"

"มือที่หยาบกร้านคือการฝึกฝนอาวุธของข้า…ครึ่งในนั้นคือการแนบกับเตาไฟเพื่อลงโทษตัวเองที่ทำผิดต่อเจ้� ยกโทษให้ข้าเถอะน�"

"หม่อมฉันไม่เคยถือโทษพระองค์เลย�"

"ไม่จริงหรอ� เสียงเจ้ากำลังน้อยใจ" ทรงโอบกอดราชินีของตัวเองไว้แนบกายอย่างแนบแน่�

"ครั้งนี้ครั้งสุดท้าย…พอเราเจอกันอีกครั้ง ข้าสาบานต่อฟ้า…ข้าจะเป็นสามีที่สมบูรณ์"

. . . . . .

หลังจากนั้นราชินีฮิโตมิกลับมายังตำหนักอย่างเดิ� ทรงดำรงชีวิตประจำวันอย่างที่เคยจนจบวัน�

ในวันรุ่งขึ้นข่าวเสด็จสวรรคตของราชาอิเอยาสึก็มาถึงหูของพระนา� คนที่มาบอกคือโควตะ เขาโอบกอดราชินีเอาไว้เพื่อปลอบโยนนับชั่วโม� ด้วยความกลัวความพระนางจะร้องไห� เขาพูดปลอบพระนางตลอดเวลา ซาไอตามมาข้างหลั� เธอมาร่วมปลอบโยนราชินีด้วยเช่นกั� จนกระทั้งพระนางต้องบอกให้พวกเขาออกไป ทั้งคู่ลังเลสักครู่แล้วเดินออกไป�

เมื่อราชาสวรรคตคนที่จะเป็นราชาต่อไปคือผู้ชาย ซึ่งแน่นอนที่ว่าผู้ที่เหมาะสมในสายของทุกคนคื� โควต� เขาเป็นทายาทที่ถูกต้องที่สุด ยังมีฝีมือด้านกู้ชาติให้เป็นที่ประจักษ� ทุกคนต่างเห็นพ้องต้องให้โควตะครองราชต่อไป…

มีแต่เจ้าตัวที่ไม่ยอ� เขาต้องการให้ราชินีฮิโตมิเป็นจักรพรรดินีต่อไ� แต่ต่อมาราชินีฮิโตมิก็อ้อนวอนให้เขาขึ้นครองราช ทำให้ชายหนุ่มต้องขึ้นเป็นกษัตริย์อย่างช่วยไม่ได้

พิธีแต่งตั้งหลังจากบ้านเมืองสง� ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ที่สุ� เท่าที่เมืองหลังสงครามจะให้ได้ โควตะขึ้นครองราชทรามกลางเพื่อนร่วมรบ ซาไอได้รับตำแหน่งเป็นเจ้าหญิงเต็มย� เซอิจิก็ได้รับตำแหน่งเป็นราชาแห่งซูคังเต็มขั้นเช่นกั� มาคุได้เป็นคนสนิ� แล้วราชินีที่โควตะหมายตาเอาไว้ จะเป็นใครไปไม่ได้นอกเสียจากนัตสึกิ!!!

Hosted by www.Geocities.ws

1