กองกำลังรักษาสันติภาพ ๙๗๒ ไทย/ติมอร์

ตอนที่ ๓๒ ข้อมูลของ UN และประวัตินายซานานา กุสเมา
     การดำเนินการขององค์การสหประชาชาติในการเตรียมการถ่ายโอนอำนาจใน ติมอร์ตะวันออกหลังจากที่กองกำลังนานาชาติหรืออินเตอร์เฟตส่งมอบพื้นที่ติมอร์ฯให้กับองค์การสหประชาชาติแล้ว องค์การสหประชาชาติได้จัด องค์กรเข้าไปบริหารชื่อ United Nations Transitional Administration in East Timor (UNTAET) ผมได้นำเอาข้อมูลและตัวเลขสถิติของ UNTAET ที่บันทึกไว้ในอินเตอร์เนตมานำเสนอท่านผู้อ่านอีกครั้งซึ่งข้อมูลชุดนี้สามารถใช้เป็นหลักฐานอ้างอิงได้เนื่องจากเป็นเวบไซท์ขององค์การ สหประชาชาติโดยตรง ที่ผ่านมาชื่อบุคคลอาจผิดพลาดหรือตกหล่นไปบ้างเนื่องจากยังหาหลักฐานตรวจสอบไม่ได้ ต้องขออภัยต่อท่านผู้อ่านด้วย ส่วนประวัติของนายซานานา กุสเมา ก็ได้เปิดเวบไซท์ของชาวติมอร์ฯ ที่ทำเรื่องของติมอร์ฯ และผู้นำของเขาไว้ ผมจึงได้นำเสนอท่านผู้อ่านพร้อมๆ กันในฉบับนี้
     กองบัญชาการของ UNTAET ตั้งอยู่ที่เมืองดิลี เริ่มปฏิบัติงานตั้งแต่วันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๔๒ เป็น ต้นมาจนกว่าจะจบภารกิจ ผู้แทนพิเศษของเลขาธิการองค์การสหประชาชาติและหัวหน้าผู้บริหารการถ่ายโอนอำนาจในติมอร์คือ นาย Sergio Vieira de Mello เป็นชาวบราซิล รองหัวหน้าผู้บริหารฯ คือนาย Jean-Christian Cady ชาวฝรั่งเศส ซึ่งเป็นผู้บริหารงานทั่วไปใน UNTAET รองหัวหน้า ผู้บริหารฯ อีกคนหนึ่งคือนาย Akira Takahashi ชาวญี่ปุ่นและเป็นผู้บริหารงานทางด้านสิทธิมนุษยชนใน UNTAET ผู้อำนวยการของ UNTAET ประจำกรุงจาการ์ตาคือนาย Lakhan Lal Mehrotro ชาวอินเดีย ผู้บัญชาการกองกำลังรักษาสันติภาพคือ พล.ท. Jaime de los Santos ชาว พิลิบปินส์ นายทหารติดต่อประจำ UNTAET คือ พล.จ.Rezaqul Haider ชาวบังคลาเทศ นายตำรวจติดต่อประจำ UNTAET คือ Commissioner Carlos Lima ชาวโปรตุเกส กำลังพลของกองกำลังรักษาสันติภาพทั้งหมดในติมอร์คือ ๘,๙๕๐ คน ผู้สังเกตุการณ์ทางทหาร ๒๐๐ คน ตำรวจ ๑,๖๔๐ คน ซึ่งทั้งกองกำลังรักษาสันติภาพ ผู้สังเกตุการณ์ทางทหารและตำรวจมาจากประเทศต่างๆ รวม ๔๘ ประเทศดังนี้คือ อาร์เจนตินา ออสเตร เลีย ออสเตรีย บังคลาเทศ โบลิเวีย บอสเนียแอนด์เฮอร์เซโกวินา บราซิล คานาดา เคปเวิร์ด ชิลี จีน เดนมาร์ก อียิปต์ ฟิจิ ฝรั่งเศส แกมเบีย กานา ไอร์แลนด์ อิตาลี จอร์แดน เคนยา เกาหลีใต้ มาเลเซีย โมซัมบิค เนปาล นิวซีแลนด์ ไนเจอร์ ไนจีเรีย นอร์เวย์ ปากีสถาน ปาปัวนิวกีนี พิลิบปินส์ โปร ตุเกส รัสเซีย เซเนกัล สิงคโปร์ สโลเวเนีย สเปน ศรีลังกา สวีเดน ประเทศไทย ตุรกี ยูเครน อังกฤษ สหรัฐอเมริกา อุรุกวัย แซมเบีย ซิมบับเว ส่วนงบ ประมาณที่ตั้งไว้ระหว่าง ๑ ธ.ค.๔๒- ๓๐ มิ.ย.๔๓ เป็นเงิน ๓๘๖.๓ ล้านเหรียญสหรัฐฯหรือประมาณ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาทเศษ
     ประวัตินายซานานา กุสเมา มีชื่อจริงว่านายโจเซ อเล็กซานเดอร์ กุสเมา (Jose Alexandre Gusmao) หรือชื่อจัดตั้งอีกชื่อหนึ่งคือ Kay Rala Xanana Gusmao เกิดเมื่อวันที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๔๘๙ ที่เมืองมานาตูโต ติมอร์ตะวันออก ตระ กูลของเขาได้รับการยกย่องอยู่ในระดับกลาง เขามีพี่ชาย ๑ คน และน้องสาว ๕ คน พ่อเป็นครูสอนหนังสือในโรงเรียน ซานานา กุสเมา จบการศึกษาระ ดับหนึ่งและระดับสองที่โรงเรียนคาทอลิคของนอสซา เซนโฮรา เดอ ฟาติมา ในความบ้าบิ่นของเขาทั้งๆที่อายุยังน้อย เขาต้องการเข้าไปทำงานในเมือง ดิลีซึ่งก็ได้ทำงานในตอนเช้าและตอนบ่ายไปสอนหนังสือที่โรงเรียนของชาวจีน
     ในเดือนเมษายน ๒๕๑๗ เขาได้เข้าร่วมงานกับหนังสือพิมพ์ "เสียงติมอร์" (A Voz De Timor) และ ได้ติดต่อกับกลุ่มเฟรติลิน ซึ่งเป็นกลุ่มที่พยายามก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เพื่อให้ติมอร์ตะวันออกเป็นเอกราช ในช่วงปลายปีเดียวกัน นั้นเอง เขาก็ได้เป็นรองหัวหน้าฝ่ายข่าวสารของกลุ่มเฟรติลิน
     ๗ ธันวาคม ๒๕๑๘ อินโดนีเซียได้รุกรานติมอร์ตะวันออกโดยการส่งทหารเข้าไป อ้างว่าเพื่อปราบ ปรามพวกคอมมิวนิสต์ ภายหลังที่ Nicolau Lobato เสียชีวิตเมื่อเดือนธันวาคมปี พ.ศ.๒๕๒๑ เขาได้รับการยอมรับให้เป็นผู้ปรับปรุงองค์กรของ กลุ่มเฟรติลินใหม่จนถึงเดือนมีนาคม ๒๕๒๔ เขาได้เตรียมการจัดประชุมแห่งชาติครั้งแรกของกลุ่มเฟรติลินขึ้น ระหว่างนั้นเขาได้รับเลือกให้เป็นผู้นำ สูงสุดของกองกำลังฟาลินติลซึ่งเป็นกองกำลังแห่งชาติเพื่อการปลดปล่อยติมอร์ ภายใต้การบังคับบัญชาและความรับผิดชอบในตำแหน่งหน้าที่ซึ่ง เป็นลักษณะนิสัยของเขา ในปี พ.ศ.๒๕๒๖ กลุ่มเฟรติลินจึงเป็นกลุ่มแรกที่คิดริเริ่มในการที่จะปลดปล่อยติมอร์ตะวันออก ออกจากการยึดครองของ อินโดนีเซีย
     เขาเกิดความคิดขึ้นในใจว่า การปลดปล่อยติมอร์ ชาวติมอร์ฯจะต้องมีความสามัคคีและการที่จะทำให้ นโยบายความสามัคคีแห่งชาติขยายวงให้มากขึ้นได้นั้น เขาจะต้องเข้าไปให้ใกล้ชิดกับโบสถ์หรือกลุ่มศาสนา รวมทั้งใกล้ชิดกับชุมชนที่อยู่ชานเมืองและ พื้นที่ที่มีผู้อาศัยในส่วนอื่นอย่างลับๆ จนกระทั่งในปี พ.ศ.๒๕๓๑ ความริเริ่มของกุสเมาที่จะสร้างความสามัคคีแห่งชาติก็ประสบผลสำเร็จ เขาสามารถ ตั้งสภาแห่งชาติเพื่อการต่อสู้ของชาวมาอูเบเรขึ้นได้ (National Council Maubere Resistance) แต่หนึ่งปีหลังจากที่มีการฆ่าหมู่ชาวติมอร์ฯ อย่างโหดร้ายเป็นจำนวนมากที่ซางตาครุ๊ช กุสเมาก็ถูกทหารอินโดนีเซียจับกุม เมื่อวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๓๕ และถูกคุมขังในเรือนจำที่กรุงจาการ์ตา ระหว่างที่อยู่ในเรือนจำ กุสเมา ได้อุทิศเวลาจัดทำแผนยุทธศาสตร์ในการต่อต้านอินโดนีเซียอย่างละเอียดปราณีต พร้อมกันนั้นก็ได้ศึกษาภาษาอังกฤษ ภาษาอินโดนีเซียและกฎหมายควบคู่ไปด้วย บางครั้งเขาก็วาดภาพและเขียนโคลงกลอน บันทึกเกี่ยวกับการเตรียมดินไว้เพื่อการเพาะปลูกซึ่งเป็นความ สามารถพิเศษที่ได้จดจำมาตั้งแต่เมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๘
     ทูตเจมส์ซีส มาร์กเกอร์ (Jamsheed Marker) ผู้แทนพิเศษเลขาธิการองค์การสหประชาชาติได้เข้า เยี่ยมกุสเมาที่เรือนจำถึง ๓ ครั้ง ประธานาธิบดีเนลสัน แมนเดลา แห่งอาฟริกาใต้ขอพบกับกุสเมาระหว่างที่ไปเยือนอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการใน เดือนกรกฎาคม ๒๕๔๐ ในตอนแรกอินโดนีเซียปฏิเสธที่จะให้ประธานาธิบดีเข้าพบ แต่ตอนหลังประธานาธิบดีแมนเดลาก็ได้รับอนุญาตให้เข้าพบได้ แมนเดลาก็ได้พูดคุยกับกุสเมาถึงเรื่องราวในติมอร์ตะวันออกเป็นเวลาถึง ๒ ชั่วโมง
     เดือนเมษายน ๒๕๔๑ ประธานาธิบดีแมนเดลาได้สั่งให้รัฐมนตรีต่างประเทศอัลเฟรด นโซ (Alfred Nzo) ไปติดตามและเฝ้าดูการประชุมของกองทัพอินโดนีเซียและในเดือนเดียวกันนั้นชาวติมอร์ตะวันออกที่นิยมกุสเมาใน Diaspora ได้ก่อตั้งสภา แห่งชาติของชาวติมอร์เพื่อการต่อสู้ (CNRT) หรือ National Council Timorese Resistance) ขึ้นอย่างมั่นคง ชาวติมอร์ฯ โห่ร้องแสดงความ ยินดียอมรับให้กุสเมาเป็นผู้นำในการต่อต้านและเป็นประธานสภา CNRT ทั้งๆ ที่ยังอยู่ในเรือนจำ
     นับตั้งแต่ซูฮาร์โต ได้ลาออกจากตำแหน่งประธานาธิบดีของอินโดนีเซียเมื่อ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๔๑ จำนวนของประมุขแห่งรัฐและหัวหน้ารัฐบาลร่วมกันต่อต้านอินโดนีเซียเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก ในการที่อินโดนีเซียไม่ยอมปล่อยตัวกุสเมา ประชาคมโลก เข้าใจว่ากุสเมาจะเป็นกุญแจที่จะนำไปสู่การตัดสินใจของกลุ่มชนที่ต้องการให้ปล่อยตัวกุสเมาให้เป็นอิสระ ประธานาธิบดีเนลสันกล่าวว่า เรื่องราวของ ติมอร์ฯ กำลังได้รับการเจรจาต่อรองจากกลุ่มผู้สนับสนุนองค์การสหประชาชาติตามขบวนการ
     ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๔๑ นักนิยมประชาธิปไตยชาวอินโดนีเซีย ๒ คน คือ ม๊อกตา ปาปะฮัน และสรี บิน ตัง ปามิงกัส ได้รับการปล่อยตัวให้เป็นอิสระจากเรือนจำซีปินัง ม๊อกตา ปาปะฮัน ได้พูดออกอากาศที่สถานีวิทยุแห่งชาติโปรตุเกส รณรงค์ให้ประชาคม โลกให้ความสนใจในการต่อสู้ของกุสเมา ทันทีที่เขาได้รับการปล่อยตัวให้เป็นอิสระ กุสเมาก็พูดถึงสันติภาพ ความยุติธรรมและอิสระภาพอย่างมั่นคง ไม่มีการเปลี่ยนแปลง.
     ประวัตินายทาอูร มาตันรวก ผู้บัญชาการกองกำลังฟาลินติล กองทัพแห่งชาติติมอร์ตะวันออก
     กองกำลังฟาลินติล ได้ต่อสู้กับผู้รุกรานอินโดนีเซียมาตั้งแต่เดือนธันวาคม ค.ศ.๑๙๗๕ ทาอูร มาตัน รวกมีความคิดที่จะดิ้นรนเพื่อให้ติมอร์ตะวันออกแยกตัวออกมาหรือเป็นเอกราชครั้งแรกเมื่อเขาเรียนหนังสืออยู่ในโรงเรียน เขาจำได้ว่าในปี ค.ศ.๑๙๗๗ สถิติที่บันทึกไว้บอกว่าประชาชนชาวติมอร์ฯ หนึ่งในสามเสียชีวิตในสงครามที่อินโดเข้ามารุกราน เขามีความโกรธแค้นและเสียใจมาก องค์กรระหว่าง ประเทศได้เฝ้าติดตามและค้นหาว่าเกิดอะไรขึ้นที่นี่
     ต้นปี ค.ศ.๑๙๗๙ เขาได้รับมอบหมายจากผู้บัญชาการกองกำลังฟาลินติลให้ไปค้นหานักรบของ ฟาลินติลที่รอดชีวิตจากสงครามในพื้นที่ตอนกลางของประเทศ เขาและเพื่อนของเขาถูกหักหลังและถูกจับที่ภูเขาบีบีเลียในอำเภอวีเคเค ทหารกองทัพ แห่งชาติอินโดนีเซียล้อมพวกเขาไว้และเขาก็ถูกล่อให้ติดกับ เขาต้องยอมแพ้ต่อทหารอินโดนีเซียเมื่อวันที่ ๓๑ มีนาคม ค.ศ.๑๙๗๙ หลังจากที่ถูกล้อม อยู่ ๒๓ วันและถูกควบคุมตัวให้ไปรวมอยู่กับพวกฟาลินติลที่ถูกจับ
     ในปี ค.ศ.๑๙๘๓ เขาได้รับการเลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นผู้วางแผนทางยุทธศาสตร์รับผิดชอบการปฏิบัติ การของหน่วยคอมมานโดในปอนตา เลสเต้ ระหว่างปี ๑๙๘๔-๑๙๘๖ เขาไปเป็นผู้ให้คำแนะนำแก่หน่วยคอมมานโดที่ปฏิบัติการอยู่ในภาคตะวันตก ใน ห้วงเวลานั้น เขาได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นผู้ช่วยเสนาธิการ ระหว่างปี ๑๙๘๖-๑๙๙๓ เขาเป็นผู้รับผิดชอบหน่วยคอมมานโดทั้งหมดที่ปฏิบัติการอยู่ ทั่วประเทศ
     เขาได้รับการเลือกตั้งให้เป็นเสนาธิการ โดยผู้บัญชาการกองกำลังตั้งแต่เดือนมีนาคม ๑๙๙๘ หลัง จากโคนิส ซานตานาซึ่งเป็นผู้บัญชาการกองกำลังเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุและเมื่อนายซานานา กุสเมา ผู้บัญชาการกองกำลังถูกทหารอินโดนีเซียจับ เขา ได้รับเลือกให้ขึ้นเป็นผู้บัญชาการสูงสุด
     ผมมีอีกเรื่องหนึ่งที่ไม่ตรงกับข้อมูลเดิมที่ได้รับมา คือเรื่องของลมฟ้าอากาศ ในติมอร์ฯ มักจะมีฝน ตกบ่อยๆ แบบเดียวกับภาคใต้ของเราคือตกแบบไม่มีเค้าหรือฝนตกแดดออกสลับกันไปตลอดทั้งวัน เช่นที่ผ่านมาฝนตกลงมาสามวันสามคืนทำให้น้ำ ท่วม ผู้คนเสียชีวิตไปหลายคน ข้อมูลเดิมที่บอกว่าฝนตกเพียง ๕ เดือนนั้นน่าจะไม่ถูกต้อง ที่นั่นนับจาก พ.ย.๔๒ จนถึง พ.ค.๔๓ ฝนก็ยังตกลงมา ตลอดรวมทั้งบางห้วงเวลาอากาศจะเย็นจนถึงขั้นหนาวเลยทีเดียว
     ผู้ที่จะไปเปลี่ยนกำลัง อย่าประมาทนะครับ
     ควรจะเตรียมเสื้อกันฝนและเสื้อกันหนาวติดไปด้วย.

01 02 03 04 05 06 07 08 09 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40

picture   e-mail address: [email protected], baucau EAST TIMOR
Hosted by www.Geocities.ws

1