กองกำลังรักษาสันติภาพ ๙๗๒ ไทย/ติมอร์

ตอนที่ ๒๓ สถานการณ์ทั่วไปในติมอร์หลังแปรสภาพเป็น UNTAET PKF
      ในห้วงเวลาระหว่างที่อินเตอร์เฟตกำลังส่งมอบพื้นที่ส่วนต่างๆให้กับ UNTAET PKF หรือกองกำลังรักษาสันติภาพของสหประชาชาติในติมอร์ตะวันออกอยู่นี้ ผมขอพูดถึงสถานการณ์ทั่วไปในติมอร์ฯ ให้ท่านผู้อ่านทราบ ครับว่า ห้วงนี้ติมอร์ฯ มีความคืบหน้าไปอย่างไรบ้างและขออนุญาตบอกต่อไปว่า ในพื้นที่ภาคตะวันออกซึ่งประกอบด้วยพื้นที่เมืองมานาตูโต เมืองวีเค เค เมืองเลาเท็มและเมืองเบาเกาและมีกำลังของประเทศฟิลิปปินส์ เกาหลีใต้และไทยประจำอยู่ อินเตอร์เฟตได้ส่งมอบให้ UNTAET PKF เป็นพื้นที่ แรกเมื่อเวลา ๑๓๐๐ วันที่ ๑ ก.พ.ที่ผ่านมาครับ
     สถานการณ์ทั่วไปในติมอร์ฯ สภาที่ปรึกษาแห่งชาติ (NCC) และสภา CNRT ได้มีการเคลื่อนไหวใน ลักษณะของการประชุมและสัมมนาร่วมกับประชาชนทั่วทุกเขต เพื่อฟื้นฟูและวางพื้นฐานทางด้านเศรษฐกิจ สังคมจิตวิทยาและด้านการทหาร แต่การดำ เนินการดังกล่าวยังเป็นไปอย่างยากลำบาก มีอุปสรรคนานับประการ เนื่องจากสถานภาพของชาวติมอร์ฯ ในทุกด้านยังอยู่ในเกณฑ์ต่ำมาก ยังคงต้อง ผ่านกระบวนการฟื้นฟูอีกนาน โดยเฉพาะทางด้านสังคมเช่น ปัญหาการขาดการศึกษา ปัญหาแรงงาน ปัญหาความอดอยาก ความแตกต่างทางเชื้อชาติ ภาษาและวัฒนธรรม ก่อให้เกิดการทะเลาะวิวาทระหว่างกลุ่มชนบ่อยครั้งซึ่งปัญหาดังกล่าว นับเป็นตัวถ่วงในการพัฒนาและวางพื้นฐานทางด้านอื่นๆ อีกด้วย กลุ่มการเมืองกลุ่มใหม่ชื่อว่า "กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยติมอร์ตะวันออก"(Republic Democrasi Timor Leste=RDTL) ดำเนินการ เคลื่อนไหวทางการเมืองและต่อต้านการดำเนินงานของสภา CNRT โดยกล่าวหาว่า CNRTเป็นกลุ่มที่ฝักใฝ่และนำติมอร์ฯ กลับไปเป็นเมืองขึ้นของ โปรตุเกสอีกครั้งหนึ่งและกระแสข่าวว่า กลุ่มการเมืองกลุ่มใหม่นี้มีความเกี่ยวข้องกับกองกำลังต่อต้านเอกราช (MILITIA) และได้รับการสนับสนุนจาก ประเทศที่สาม ทางด้านผู้นำติมอร์ฯ นายซานานา กุสเมาประธานสภา CNRT และนายโจเซ รามอสฮอร์ตา รองประธานสภาฯ ได้เดินทางไปเยือนประเทศ ในกลุ่มเอเซียตั้งแต่กลางเดือนมกราคมเพื่อขอรับการช่วยเหลือทางด้านเศรษฐกิจ ดังปรากฏที่เป็นข่าวในบ้านเราว่า ได้ขอให้เราช่วยพัฒนาการเกษตร เนื่องจากติมอร์ฯ เป็นประเทศที่เกิดใหม่จึงมีความจำเป็นที่จะพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ แต่ปัจจุบันยังขาดปัจจัยที่จะนำไปสู่การพัฒนาประเทศของ ตน โดยในส่วนของภาคเกษตร ผู้นำติมอร์ฯ ต้องการให้ไทยช่วยเหลือด้านการฝึกอบรมบุคลากร โดยจะดำเนินการเป็นสองลักษณะคือให้ติมอร์ส่งเจ้า หน้าที่เดินทางไปฝึกอบรมในประเทศไทยหรือวิธีที่สองคือ ส่งเจ้าหน้าที่ผู้ชำนาญการของไทยไปให้ความรู้แก่เจ้าหน้าที่ของติมอร์ฯ โดยเฉพาะทางด้าน การชลประทานและการเพาะปลูก เนื่องจากติมอร์ฯ เป็นประเทศเกษตรกรรมและขั้นต้นจะส่งเจ้าหน้าที่ไปสำรวจภูมิประเทศที่ติมอร์ฯ ก่อน
     ทางด้านเศรษฐกิจ สายการบิน Merpati Airlines ของอินโดนีเซียได้เดินทางไปติมอร์ฯ เพื่อประ สานความร่วมมือและการลงทุนเกี่ยวกับการบินในติมอร์ฯ โดยพบกับนายกุสเมา บิชอบเบลโลและนายเมลโล หน.UNTAET รวมทั้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทค นิคของสายการบินดังกล่าวก็ได้เข้าสำรวจสนามบินโคโมโร เมืองดิลีเพื่อตรวจสภาพความพร้อมของสนามบินด้วย ล่าสุดสายการบินดังกล่าวได้เริ่มต้น ให้บริการเที่ยวบินระหว่างเมืองคูปังในติมอร์ตะวันตกไปยังติมอร์ฯ แล้ว โดยกำหนดเที่ยวบินไว้สองเที่ยวบินต่อสัปดาห์ (สามารถรับส่งผู้โดยสารได้ ประมาณ ๑๐๐ คน)
     สถานการณ์ทางด้านองค์การสหประชาชาติ UNTAET ได้จัดตั้งสำนักงานการเงิน(Central Payment Office) เพื่อควบคุมดูแลรายได้และงบประมาณที่ใช้บริหาร ในห้วงการถ่ายโอนอำนาจซึ่งคาดว่า สำนักงานดังกล่าวจะแปรสภาพเป็น "ธนาคารแห่งชาติติมอร์ตะวันออก"ต่อไป ปัจจุบันในติมอร์(เฉพาะที่ดิลี)มีสำนักงานของธนาคารต่างชาติ ๒ สำนักงานคือ ธนาคาร UTRAMARINO ของปอร์ตุเกสและธนาคาร WESTPAC ของออสเตรเลีย UNTAET PKF หรือกองกำลังรักษาสันติภาพของสหประชาชาติได้เริ่มรับมอบพื้นที่ต่อ จากอินเตอร์เฟตรวมทั้งนำสิ่งของที่ประเทศต่างๆ ให้การช่วยเหลือไปลงยังพื้นที่เพื่อดำเนินการต่อไป
     สำหรับการจัดหน่วยใน UNTAET PKF ผมได้รวบรวมนำมาเรียนท่านผู้อ่านดังนี้ บก.UNTAET PKF ตั้งอยู่ที่เมืองดิลี กองบัญชาการประกอบด้วยกำลังพลจากหลายชาติรวมทั้งทหารไทยของเราด้วย ผบ.UNTAET PKF ชื่อ พล.ท.ซานโตส (Lt.Gen.Jaime de Los Santos (ฟิลิปปินส์) เสธ.UNTAET PKF ชื่อ พ.อ. (เกาหลีใต้) หน่วยบินสนับสนุน(Air Support Group) ตั้งอยู่ที่ Heli Port หรือสนามเฮลิคอปเตอร์ในเมืองดิลี ประกอบกำลังจากหน่วยบินของนิวซีแลนด์ (ฮ.UH-1H 4 เครื่อง) หน่วยบินของออสเตรเลีย(ฮ.KIOWA 3 เครื่อง) หน่วยบินของชิลี(ฮ.SA-30 2 เครื่องและ ฮ.315 LAMA 1 เครื่อง)และหน่วยบินของปอร์ตุเกส(ฮ.ALLOUETT III 4 เครื่อง) หน่วยทหาร ช่าง(Force Engineer Group) ประกอบด้วยทหารช่างจากปากีสถานและบังคลาเทศ หน่วยสนับสนุน (Force Support Group) ตั้งอยู่ที่เมืองดิลี ประกอบด้วยทหารจากออสเตรเลียและ หน่วยสื่อสารสนับสนุนกองบัญชาการ(Force Comms Unit) เป็นกำลังพลจากทหารสื่อสารของปากีสถานทั้ง หมด
     ภาคตะวันออก(Sector East) กองบัญชาการตั้งอยู่ที่เมืองเบาเกาประกอบด้วยหน่วยสื่อสาร หน่วย ทหารสารวัตร หน่วยแพทย์ระดับ ๒ กองพันทหารราบเกาหลีใต้ กองพันทหารราบฟิลิปปินส์และกองพันทหารราบไทย มี พ.อ.นภดล เจริญพร เป็น ผบ.ภาคตะวันออก รับผิดชอบพื้นที่เมืองมานาตูโต(ฟิลิปปินส์) เมืองวีเคเค(ไทย) เมืองเบาเกา(ไทย)และเมืองเลาเท็มหรือเมืองลอส ปาลอส(เกาหลีใต้) ซึ่งกำลังภาคตะวันออกได้แปรสภาพเป็น กองกำลัง UNTAET PKF เมื่อ ๑ ก.พ.๔๓ เวลา ๑๓๐๐
     ภาคตะวันตก(Sector West)กองบัญชาการตั้งอยู่ที่เมืองซูไอ ประกอบด้วยหน่วยสื่อสาร หน่วยสาร วัตรทหาร หน่วยแพทย์ระดับ ๒ กองพันทหารราบออสเตรเลีย กองพันทหารราบไอร์แลนด์แลกองพันทหารราบนิวซีแลนด์กับฟิจิรวมกัน รับผิดชอบ พื้นที่เมืองมาเลียนา เมืองซูไอและบางส่วนของเมืองไอนาโร ซึ่งภาคตะวันตกจะแปรสภาพหน่วยเป็น UNAET PKF ในวันที่ ๒๑ ก.พ.๔๓ เวลา ๑๓๐๐
     ภาคกลาง (Sector Central) กองบัญชาการตั้งอยู่ที่เมืองดิลี ประกอบด้วยกองพันทหารราบจาก ปอร์ตุเกสและกองร้อยทหารราบจากเคนยา รับผิดชอบพื้นที่เมืองดิลี เมืองลีคีซา เมืองไอลิว เมืองอีเมรา เมืองซามีและบางส่วนของเมืองไอนาโร จะ แปรสภาพเป็น UNAET PKF ในวันที่ ๑๔ ก.พ.๔๓ เวลา ๑๓๐๐
     ภาคโอกัสซี (Sector Oecussi) ตั้งกองบัญชาการอยู่ที่เมืองแอมเบโน ประกอบด้วยกองพันทหาร ราบจากจอร์แดนชาติเดียวซึ่งพื้นที่ Oecussi เป็นพื้นที่ที่อยู่ในวงล้อมของติมอร์ตะวันตกห่างจากติมอร์ตะวันออกปรมาณ ๘๐ กม.เศษ ได้แปรสภาพ เป็น UNAE PKF เมื่อวันที่ ๗ ก.พ.๔๓ เวลา ๑๓๐๐
     กองพันเคลื่อนที่เร็ว(Ready Reaction Battalion) เป็นกำลังพลจากออสเตรเลีย ผมไม่ทราบว่า ตั้งหน่วยอยู่ที่ไหน คาดว่าจะอยู่ที่ดิลี เพรากองพันนี้จะเป็นหน่วยเคลื่อนที่เร็วที่เข้าไปควบคุมสถานการณ์ เมื่อมีเหตุการณ์ขึ้นในพื้นที่ใดที่หนึ่งซึ่งส่วนนี้ และส่วนสนับสนุนต่างๆ นอกจากที่กำหนดไว้จะแปรสภาพเป็น UNTAET PKF ให้เสร็จสิ้นภายใน ๒๘ ก.พ.๔๓ เวลา ๑๐๐๐
     เป็นที่น่าสังเกตุว่า ประเทศปากีสถานนอกจากจะส่งทหารช่างแล้ว ยังส่งทหารสื่อสารของตนเข้าไป ร่วมใน UNTAET PKF อีกด้วย โดยจะเป็นผู้รับผิดชอบการวางข่ายติดต่อสื่อสารทั้งทางวิทยุและโทรศัพท์ที่ กองบัญชาการ UNTAET PKF ในเมือง ดิลีทั้งหมด
     ในการแปรสภาพหน่วยของทหารไทยในติมอร์ตะวันออก การเรียกชื่อหน่วยก็ได้เปลี่ยนแปลงไปด้วย เพื่อให้ท่านผู้อ่านไม่สับสนกับชื่อหน่วยเมื่อครั้งที่ร่วมกับอินเตอร์เฟตผมนำเอาชื่อหน่วยใหม่มาเรียนให้ทราบดังนี้ ภาคตะวันออกที่เราได้รับเกียรติให้ เป็นผู้บัญชาการภาคเรียกว่า "กองบัญชาการภาคตะวันออก" (บก.ภตอ.) สื่อสารสนับสนุนภาคตะวันออกเรียกว่า หน่วยสื่อสาร(หน่วย สส.) ชุดแพทย์ สนับสนุนเรียกว่า หน่วยแพทย์(ระดับ๒)(หน่วย พ.(ระดับ ๒)) ชุดสารวัตรทหารเรียกว่า หน่วยทหารสารวัตร(หน่วย สห.) กองพันทหารราบแต่ละกอง พันเรียกว่า กองพันทหารราบเกาหลีใต้(พัน.ร.เกาหลีใต้) กองพันทหารราบฟิลิปปินส์(พัน.ร.ฟิลิปปินส์) กองพันทหารราบไทย(พัน.ร.ไทย) ปัจจุบันกำ ลังพลทหารไทยทั้งหมดในติมอร์ตะวันออกซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่เมืองดิลี เมืองเบาเกา เมืองวีเคเคและเมืองอื่นๆ รวมทั้งสิ้น ๙๒๑ คน กำลังพลทหาร ไทยทั้งหมดนี้เรียกชื่อหน่วยว่า"กองกำลังรักษาสันติภาพ ๙๗๒ ไทย/ติมอร์ตะวันออก"(กกล.๙๗๒ UNTAET)ซึ่ง ผบ.กกล.๙๗๒ UNTAET เป็นคน เดียวกับ ผบ. ภาคตะวันออกคือ พ.อ.นภดล เจริญพร
     ในระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ ท่านผู้อ่านคงได้รับทราบข่าวการเดินทางกลับของกำลังพลที่ไปปฏิบัติ หน้าที่ที่ในติมอร์ตะวันออก ครับ กำลังพลส่วนหนึ่งที่ต้องเดินทางกลับประเทศไทย ส่วนใหญ่เป็นทหารกองประจำการซึ่งครบกำหนดปลดประจำการ ในเดือนเมษายน ๔๓ และอีกส่วนหนึ่งจะประกอบด้วยนายทหาร นายสิบที่เป็นกำลังพลของหน่วยบางหน่วยที่ต้องกลับตามวาระของกองกำลังอิน เตอร์เฟต
     ส่วนที่ยังอยู่ต่อจะเป็นกำลังพลที่บรรจุตามความต้องการของ UNTAET PKF ซึ่งส่วนที่ยังไม่กลับ และส่วนที่เดินทางไปเพิ่มเติมนั้น จะต้องเริ่มต้นนับเดือนกุมภาพันธ์เป็นเดือนที่หนึ่งใหม่จนครบเดือนที่หก ก็คือเดือนกรกฎาคมถึงจะมีการผลัดเปลี่ยน กำลัง
     บอกครอบครัว ญาติพี่น้องรับทราบนะครับ กรกฏาคมเปลี่ยนกำลังแน่
     หากไม่มีเซอร์ไพร้เข้ามาเป็นตัวแปรครับ

01 02 03 04 05 06 07 08 09 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40

picture   e-mail address: [email protected], baucau EAST TIMOR
Hosted by www.Geocities.ws

1