กองกำลังเฉพาะกิจร่วม ๙๗๒ ไทย/ติมอร์

ตอนที่ ๘ เดินทางเข้าสู่ ติมอร์ตะวันออก
     ผมเขียนต้นฉบับตอนนี้ ระหว่างที่นั่งอยู่บนเครื่องบินลำเลียง ซี-๑๓๐ ของ หน่วยบินเฉพาะกิจ ๙๗๒ ซึ่งก็คือเครื่องของกองทัพอากาศของเรา ในการเคลื่อนย้ายกำลังจากเมืองทาวน์สวิลส์ ออสเตรเลีย ไปยังเมืองเบาเกา ติมอร์ตะวันออก หลังจากจบการฝึกปรับสภาพเมื่อวานนี้ ซึ่งเครื่องบินลำเลียงซี-๑๓๐ ที่จะพาพวกเราไปยังเบาเกาจะมีด้วยกัน ๕ เครื่องคือ บ.ของ ออสเตรเลีย แคนาดา สหรัฐอเมริกา นิวซีแลนด์และไทย โดยใช้เวลาบินประมาณ ๕ ชั่วโมงเศษ นั่งกันนานพอสมควร ผมก็เลยใช้เวลาบนเครื่องบิน เขียนต้นฉบับซะเลยละครับ วันนี้ ๒๗ ต.ค.๔๒ พวกเราตื่นกันแต่เช้า (๐๔๐๐) เวลาที่ทาวน์สวิลส์ ถ้าเป็นไทยแลนด์บ้านเราจะประมาณ ๐๑๐๐ แต่งตัว รับปืนประกอบเป้เสร็จ ก็ออกไปทานข้าวเช้า แล้วรอเช็คเอ้าท์ขึ้นเครื่องที่สำนักงานต้อนรับผู้โดยสารของฐานทัพอากาศออสเตรเลียประจำเมืองทาวน์ สวิลส์ โดยขึ้นเครื่องเมื่อเวลา ๐๖๔๕ การนั่งเครื่อง ซี-๑๓๐ เมื่อเปรียบเทียบกับเครื่อง MD-11 ในห้วงที่เดินทางจากกรุงเทพฯ ไปที่ทาวน์สวิลส์ เครื่อง MD-11 จะนั่งสบายกว่า เพราะเป็นเครื่องบินสำหรับผู้โดยสารโดยเฉพาะ ในขณะที่เครื่องซี -๑๓๐ ซึ่งเป็นเครื่องบินลำเลียงของทหารที่นั่งเป็น ผ้าใบนั่งเรียงชิดติดกัน สามารถบรรทุกกำลังพลได้ประมาณ ๕๐ นายพร้อมเครื่องสนามและของใช้ส่วนตัวอาหารมื้อกลางวันที่จ่ายติดตัวไปรับประ ทานบนเครื่องวันนี้ประกอบด้วยแซนด์วิช ๔ ชิ้นใหญ่ น้ำผลไม้ต่างๆ ๓ กล่องและผลไม้รวมในน้ำเชื่อมอีก ๑ กล่อง ก็นับว่าเพียงพอสำหรับแต่ละคน เกือบทุกคนยกเว้น รอง ผบ.กกล.ทบ.ไทย/ติมอร์และฝ่ายข่าวคือ พ.อ.กัมปนาท รุดดิษฐ์ และ พ.ต.เบญจพล รังษีภาณุรัตน์ ไม่มีใครรู้จักเมืองเบาเกา และไม่รู้ว่าชีวิตในเบาเกา ติมอร์ตะวันออกจะเป็นเช่นไร จนกระทั่งต่างคนต่างกัดแซนด์วิชกันไปแล้วคนละชิ้นสองชิ้นจึงรู้ว่าข้ามทะเลมาจนถึงเกาะ ติมอร์แล้ว
     สภาพของเกาะเป็นพื้นที่ที่แห้งแล้งมาก ภูเขาและชายฝั่งเป็นสีแดงตลอดแนว ในเมืองมีแต่ความแห้ง แล้ง อาคารบ้านพัก ที่อยู่อาศัยมีแต่อาคารที่ถูกเผา แทบจะไม่เห็นอาคารที่สมบูรณ์เลย พื้นที่โดยรอบสนามบินเป็นทุ่งโล่งที่เต็มไปด้วยต้นสาบเสือ พื้น ดินเป็นหินสีดำที่มีลักษณะเป็นหินภูเขาไฟที่เรียกว่าลาวา โดยแทบจะหาพื้นที่ที่เป็นพื้นดินจริงๆ ไม่ได้
     เครื่องบินลำเลียงซี -๑๓๐ เครื่องแรกของวันนี้ร่อนลงแตะพื้นรันเวย์เมื่อเวลา ๑๑๕๕ แต่เมื่อถึงสนาม บินแล้วต้องลดเวลาลงไปอีกประมาณชั่วโมงเศษ ถอยหลังไปเป็น ๑๐๔๕ กำลังแต่ละส่วนได้แยกย้ายกันไปเข้าที่ตั้ง ซึ่ง บก.กกล.ทบ.ไทย/ติมอร์ ตั้ง อยู่หลังสนามบินเบาเกา ส่วนกำลังพลของ พัน.ร. (ร.๓๑ พัน.๓ รอ.) เข้าที่ตั้งในเมืองเบาเกาห่างไปประมาณ ๑๐ กม. ชุดควบคุมการปฏิบัติการพิเศษ และชุดปฏิบัติการบินอยู่ที่อาคารร้างห่างจากกองบัญชาการของเราไปตามเส้นทางเข้าเมืองประมาณ ๕ กม. ซึ่งผมได้มีโอกาสไปตรวจภูมิประเทศกับ ผบ.กกล. และ รอง ผบ.กกล.ได้เห็นสภาพตัวเมืองเบาเกาแล้ว หดหู่ใจเหลือเกิน ไม่นึกว่าในโลกของเรานั้นยังมีความป่าเถื่อนเช่นนี้อีก บ้านเรือนและ อาคารที่เป็นสำนักงานหรือสถานที่ราชการถูกเผาไม่มีชิ้นดี กระจก บานประตู หน้าต่างถูกทุบแตกละเอียด มีรอยถูกไฟเผาเป็นแห่งๆ แม้แต่รถยนต์ของ องค์การสหประชาชาติที่นำไปใช้งานในติมอร์ฯ ก็ถูกทุบกระจกแตก มีรอยยุบ ฉีกขาดไปทั่วทุกคัน บางคันพวงมาลัยหายไป บางคันล้อหายไปหมดทั้ง สี่ล้อ รถยนต์ทุกคันเป็นรถใหม่ขับเคลื่อน ๔ ล้อ จอดทิ้งรวมกันไว้เป็นที่ที่หนึ่งก็ ๓ คัน ๕ คันซึ่งเฉพาะที่เมืองเบาเกา ผมประมาณว่า มีรถยนต์ของยูเอ็น ที่ถูกเผาทิ้งไว้ประมาณ ๕๐ คัน สำหรับรายละเอียดอื่นๆ ผมขอสำรวจเมืองเบาเกาอีกครั้งหนึ่ง จึงจะนำเสนอให้ท่านผู้อ่านรับทราบต่อไปอีก ตอนนี้ขอ ไปรับประทานอาหารเย็นก่อนซึ่งที่กองบัญชาการของเราประกอบเลี้ยงนายทหารเป็นส่วนรวม มื้อนี้มีอาหารสองอย่าง มีต้มปลา (ซื้อมาจากชาวบ้าน ตอนที่ไปตรวจภูมิประเทศในเมือง) กับเนื้อเค็มแห้งๆ ก็พอที่จะกลืนข้าวลงคอได้ครับ ที่นี่เบาเกา ติมอร์ตะวันออกนะแค่นี้ก็สุดยอดแล้ว
     ในตอนที่ ๗ ได้พูดถึงคนไทยที่อยู่ในออสเตรเลีย โดยเฉพาะที่เมืองทาวน์สวิลส์ไปแล้วคือ คุณบรรจง เจริญสุข (ไมลิส) อดีตครูอาสาสมัครบนดอยที่เชียงใหม่ เพื่อความสมบูรณ์ของข้อมูลและครอบคลุมงานของกลุ่มคนไทยที่เข้ามาช่วยทำงานระหว่างที่ ฝึกปรับสภาพอยู่ที่ทาวน์สวิลส์ มีล่ามเข้าไปช่วยงาน จำนวน ๔ คน ฉบับนี้จึงขอเขียนต่อถึงส่วนที่เหลือครับ คุณสุรินทร์ และคุณพจนาท ใหม่ศรีกรด เป็นสามีภรรยาที่เข้ามาช่วยงานล่ามอีกคู่หนึ่ง ซึ่งปัจจุบันมีที่พักอยู่ที่ 79 Wright Street,Wulguru,Townsville 481 Australia คุณพจนาทให้ สัมภาษณ์ว่า ตัวเองและครอบครัวย้ายมาอยู่ที่เมืองทาวน์สวิลส์เมื่อ พ.ศ.๒๕๓๘ เดิมอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ เหตุที่ย้ายมาเพราะสามีได้งานเป็นอาจารย์ สอนที่คณะมนุษยศาสตร์ (School of Humanitics) ที่เมืองทาวน์สวิลส์ คุนสุรินทร์จบรัฐศาสตร์ที่จุฬาลงกรณ์ ทำงานเป็นผู้สื่อข่าวทั้งไทยและต่าง ประเทศอยู่ ๘ ปี แล้วไปเรียนต่อระดับปริญญาโทและเอกที่มหาวิทยาลัยฮาวาย กลับไปเป็นผู้สื่อข่าวอีกโดยประจำอยู่ที่สถาบัน South East Asia ที่สิงคโปร์ ต่อจากนั้นจึงมาทำงานที่เมืองทาวน์สวิลส์ งานล่ามที่ช่วยทหารออสเตรเลียดำเนินการอยู่นี้ คุณสุรินทร์เป็นตัวจักรสำคัญ เพราะเป็นผู้ที่มี ประสบการณ์และใช้ภาษาได้ดี คุณพจนาทเป็นผู้ประสานงานทั้งหมด ล่ามที่เข้ามาช่วยงานจะผลัดกันเข้ามาทำงาน โดยการจัดวิชาที่แปลให้เหมาะกับ ความสามารถของแต่ละบุคคล แรกๆ ก็รู้สึกว่าหนักพอสมควร แต่ด้วยแรงฮึดสู้ที่ว่า พวกเราอยู่ต่างแดนเราก็ยังสามารถช่วยชาติได้อีกทางหนึ่ง พวก เราก็เลยไม่กังวลใจ
     ครอบครัวคุณพจนาทมีบุตร ๓ คนเป็นชายหนึ่งคน หญิง ๒ คน คนสุดท้องอายุ ๓ ขวบ คุณพจนาท จบจากคณะวิทยาศาสตร์และอักษรศาสตร์ เคยทำงานเป็นผู้สื่อข่าวที่ Nihon Denpa News ประมาณ ๖ ปีซึ่งเป็นบริษัททีวีของญี่ปุ่นจึงได้แต่งงาน กับคุณสุรินทร์ อีกท่านหนึ่งคือคุณลัดดาวัลย์ แฮนลี่ นามสกุลเดิมคือสิงห์โตทอง อายุ ๕๔ ปี อยู่ที่ ๑๒ Hughes Street Townsville Australia คุณลัดดาวัลย์กล่าวว่า ๒๐ ปีที่เมืองทาวน์สวิลส์เป็น ๒๐ ปีที่ได้รับประสบการณ์มากจริงๆ โดย ๑๐ ปีแรกเป็นพยาบาลที่นี่ซึ่งในอดีตก็เป็นพยาบาล อยู่ในประเทศไทยมาก่อน ต่อจากนั้นก็มาเปิดร้านขายอาหารไทยชื่อ ไทยอินเตอร์เนชั่นแนลเรสทัวรองค์ ปัจจุบันได้ให้น้องชายเป็นผู้บริหารร้านแทน ตัวเองไปสอนหนังสือเป็นบางเวลาที่วิทยาลัยเซ็นต์เทบและทำงานอาสาสมัครทางด้านโรคมะเร็งในกลุ่มพยาบาลนานาชาติที่โรงพยาบาลในเมืองทาวน์ สวิลส์ และเป็นนายกสมาคมไทย-ออสเตรเลียที่เมืองทาวน์สวิลส์ด้วย ส่วนสามีสอนหนังสืออยู่ที่มหาวิทยาลัยเจมส์คุกซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง ในเมืองแห่งนี้ เป็นบทบาทของคนไทยในต่างแดนที่เป็นที่ยอมรับของชาวต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นการสอนหนังสือหรือการเปิดร้านขายอาหารไทย รวมทั้ง บทบาทในการช่วยเหลืออินเตอร์เฟตซึ่งทำหน้าที่ในการรักษาสันติภาพในติมอร์ตะวันออก โดยเข้าไปร่วมงานกับกองทัพออสเตรเลีย
     ข่าวทหารบก ในนามของกองกำลังทหารบกไทย/ติมอร์ ขอขอบคุณล่ามทุกท่านที่ได้ให้ความช่วยเหลือ ในการแปลเป็นภาษาไทยและช่วยเหลือเกื้อกูล
     ให้ทหารไทยได้รู้จักเมืองทาวน์สวิลส์ดีขึ้น
     ขอขอบคุณทุกท่านไว้ ณ โอกาสนี้ครับ.

01 02 03 04 05 06 07 08 09 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40

picture   e-mail address: [email protected], baucau EAST TIMOR
Hosted by www.Geocities.ws

1