กองกำลังรักษาสันติภาพ ๙๗๒ ไทย/ติมอร์
ตอนที่ ๓๑ ติมอร์ฯ ใช้เงินตราสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ ในห้วงถ่ายโอนอำนาจ
การดำเนินการช่วยเหลือติมอร์ฯ ขององค์การสหประชาชาติก็เริ่มเป็นรูปธรรม ขึ้นเรื่อยๆ ถึงแม้ว่าในสายตาของชาวติมอร์ฯ จะมองว่า สหประชาชาติทำอะไรอืดอาด ชักช้าไม่ทันใจคนติมอร์ฯ ก็ตามแต่การทำงานระดับโลกอย่างนี้ก็ ต้องเห็นใจสหประชาชาติครับ หากเดินแต้มผิดพลาด ประชาคมโลกก็จะรุมกันด่าอย่างไม่ไว้หน้า ฉบับนี้มาดูกันในเรื่องของสกุลเงินตราที่ใช้ในห้วงการ ถ่ายโอนอำนาจครับ
UNTAET ได้จัดพิมพ์แผ่นพับแจ้งให้ประชาชนชาวติมอร์ฯทราบเหตุผลในการใช้เงินดอลลาร์สหรัฐฯในติมอร์ตะวันออก ซึ่งแผ่นพับบอกไว้ว่า ตามคำ สั่งที่ ๗/๒๐๐๐ เมื่อ ๒๔ มกราคม ๒๐๐๐ กำหนดให้ใช้เงินดอลลาร์สหรัฐฯ (US Dollar) เป็นเงินที่ถูกต้องตามกฎหมายที่ใช้ในติมอร์ตะวันออก ซึ่ง หมายความว่า หน่วยงานราชการทุกหน่วยที่เข้าไปปฏิบัติงานอยู่ในติมอร์ฯ จะใช้จ่ายด้วยเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ ตัวอย่างเช่น ใบเสร็จรับเงินค่าไฟฟ้า ของท่านจะออกเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อย่างไรก็ตามหากท่านต้องการจะใช้เงินตราสกุลอื่นในติมอร์ฯเช่นเงินรูเปียส์ของอิโดนีเซีย, เงินดอลลาร์ของ ออสเตรเลีย, เงินเอสคูโดของโปรตุเกสและเงินบาทของไทยก็สามารถใช้ได้
ที่เลือกเงินตราสกุลของดอลลาร์สหรัฐฯเป็นเงินที่ใช้ในติมอร์ฯก็มีเหตุผล ๒ ประการ คือ เงินสกุลดอลลาร์สหรัฐฯมีอัตราแลกเปลี่ยนที่คงที่และใช้กัน อย่างกว้างขวางทั่วโลก การกำหนดให้ใช้เงินสกุลนี้กำหนดขึ้นโดยสภาที่ปรึกษาแห่งชาติหรือ NCC (National Consultative Council) ซึ่งสภานี้ประ กอบด้วยสมาชิกสภาจำนวน ๑๕ คนซึ่งจำนวนนี้ ๗ คนเป็นตัวแทนของสภา CNRT ๓ คน ไม่ใช่ตัวแทนของกลุ่ม CNRT และอีกคนเป็นตัวแทนของ สภาคริสต์จักร์นิกายโรมันคาทอลิค
การนำเงินดอลลาร์สหรัฐมาใช้จะไม่ทำให้การกำหนดราคาสินค้าเพิ่มขึ้นหรือ คำตอบว่าไม่ เพราะราคาสินค้าทั่วไปกำหนดราคาโดยคุณภาพของสินค้าและ การบริการ การเลือกเงินตราสกุลดอลลาร์สหรัฐ ฯ
จึงไม่มีผลต่อราคาสินค้า ใครจะเป็นผู้ควบคุมราคาของ ในแผ่นพับชี้แจงไว้ว่า ราคาสิ่งของในท้องตลาดจะเป็นไปตามความต้องการของประชาชนและ จำนวนสิ่งของที่มีอยู่ในตลาด ได้ยกตัวอย่างไว้ว่าราคาของกล้วยจะมีราคาสูงขึ้นถ้าประชาชนจำนวนมากมีความต้องการ แต่มีกล้วยมาขายจำนวนน้อย และตรงกันข้ามราคาของกล้วยอาจจะลดลง ถ้ามีกล้วยจำนวนมาก แต่ประชาชนไม่ต้องการหรือไม่ซื้อ
จะต้องเลิกใช้เงินตราสกุลอื่นเลยหรือไม่และเมื่อไร ก็บอกไว้ว่า ประชาชนไม่จำเป็นจะต้องเลิกใช้เงินตราสกุลอื่น ยกเว้นแต่การจัดซื้อจัดจ้างของส่วน ราชการเท่านั้นที่ใช้เงินดอลลาร์สหรัฐฯ เพียงสกุลเดียว การทำธุรกิจของประชาชนสามารถใช้เงินตราสกุลอื่นควบคู่ไปกับดอลลาร์สหรัฐฯ ได้ หรือ อยากใช้เงินรูเปียส์ก็สามารถจะนำกลับมาใช้ใหม่ได้ซึ่งประชาชนและรัฐบาลของติมอร์ฯ จะเป็นผู้เปลี่ยนแปลงระบบเงินตราให้เป็นไปตามความต้อง การ "แล้วในส่วนของการจ้างชาวติมอร์ฯ ทำงานล่ะจะจ่ายเป็นเงินอะไร" UNTAET ก็ชี้แจงว่า ลูกจ้างของ UNTAET, ลูกจ้างของรัฐบาลและข้าราช การครูจะจ่ายเป็นดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วนประชาชนทั่วไปที่ทำธุรกิจอิสระหรือการค้าทั่วไปเช่น ทำขนมปัง, กิจการโรงแรมและบริษัทห้างร้านจะจ่ายเป็น เงินอะไรก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับนายจ้างและลูกจ้างจะตกลงกัน ส่วนจำนวนค่าจ้างจะมากหรือน้อยเท่าไรนั้น สามารถกำหนดอัตราค่าจ้างตามอัตราเงินเดือน ของบุคคลพลเรือนได้ ส่วนลูกจ้างพิเศษหรือตำแหน่งงานพิเศษก็สามารถกำหนดอัตราค่าจ้างขึ้นใหม่ได้
ธนาคารและสำนักงานแลกเปลี่ยเงินตราจะให้บริการแลกเปลี่ยนเงินตราสกุลต่างๆ อัตราแลกเปลี่ยน จะกำหนดขึ้นโดยองค์การหรือสถานบันการเงินที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านสกุลเงินตราโดยเฉพาะ ซึ่งสำนักงานการเงินกลางติมอร์ฯ จะกำหนดอัตรา แลกเปลี่ยนประจำวันขึ้น โดยยึดถืออัตราแลกเปลี่ยนจากตลาดเงินตราระหว่างประเทศเป็นหลัก แต่อัตราที่ธนาคารใช้กับอัตราแลกเปลี่ยนที่ร้านแลก เปลี่ยนเงินตราของเอกชนใช้อาจจะมีอัตราแตกต่างกัน ซึ่งส่วนที่แตกต่างกันจะเป็นค่าบริการที่เขารับแลกเปลี่ยนให้
สำหรับผู้ที่ต้องการทำธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตรา สำนักงานการเงินกลางของติมอร์ฯ จะเป็นผู้ออกใบ อนุญาตให้ดำเนินการและควบคุมดูแลให้เป็นไปตามระเบียบที่กำหนดขึ้น ข้อสุดท้ายที่ UNTAET แจ้งแก่ประชาชนชาวติมอร์ฯ ก็คือ "ในอนาคตติมอร์ ตะวันออกสามารถกำหนดสกุลเงินของตัวเองขึ้นใช้ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประชาชนและรัฐบาลของติมอร์ฯเอง จะกำหนดแบบและตั้งชื่อสกุลเงินตราตาม ที่ต้องการ"
สำหรับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างสกุลต่างๆ คือ ดอลล่าร์สหรัฐ ,ดอลล่าร์ออกเตรเลีย , เอสคูโดโปรตุเกส,รูเปียส์อินโดนีเซียและเงินบาทของไทย ผมได้เปิดเวบไซท์ http://www.xe-net/currency จากอินเตอร์เนต ดูอัตราแลกเปลี่ยน เมื่อวันที่ ๑๓ พฤษภาคม เป็นดังนี้
๑ ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ ๑.๗๒๔๑๔ ดอลลาร์ออสเตรเลีย
๑ ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ ๒๑๘.๓๙๐ เอสคูโดโปรตุเกส
๑ ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ ๘๕๖๐.๐๐ รูเปียส์อินโดนีเซีย
๑ ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ ๓๘.๙๖๐ บาทไทย
ในเรื่องการใช้สกุลเงินตรานั้น ในห้วงที่ผ่านมาจนถึงเดือนพฤษภาคม ชาวติมอร์ตามพื้นที่ห่างไกลต่างก็ยังไม่ทราบว่าติมอร์ใช้เงินอะไรแน่นอน UNTAET จึงต้องจัดพิม์แผ่นพับชี้แจงเหตุผลในการใช้เงินสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นสกุลเงินที่ใช้ในราชการดังที่กล่าว แต่ก็เป็นที่น่าสังเกตุว่า ตามเมืองต่างๆ ยังใช้เงินรูเปียส์เป็นหลัก พ่อค้าแม่ค้าบางคนยังไม่ยอมรับเงินสกุลอื่น แต่ก็มีชาวติมอร์ฯบางคนไปเดินรับแลกเปลี่ยนเงินสกุลดังกล่าว โดยเฉพาะจากเจ้าหน้าที่ของสหประชาชาติและทหารจากกองกำลังรักษาสันติภาพ จาก ดอลลาร์สหรัฐเป็นรูเปียส์เพื่อใช้จ่ายในตลาดพื้นเมือง โดยให้ราคาสูงกว่าสำนักงานการเงินกลาง(Central payment office) กำหนด
กิจการไปรษณีย์ในติมอร์ฯ ก็ได้เปิดขึ้นเป็นครั้งแรกแล้ว โดยมีโปรตุเกสเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือในการดำเนินการทุกด้านตั้งแต่การออกแบบแสตมป์ ซองจดหมาย จัดพิมพ์ จัดตั้งที่ทำการไปรษณีย์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับกิจการนี้ทั้งหมด เมื่อวันที่ ๒๙ เม.ย.๔๓ ติมอร์ตะวันออกได้เปิดกิจการไปรษณีย์ขึ้นใหม่ภายใต้การกำกับดูแลของ UNTAET เพียงวันแรกที่ที่ทำการเปิดทำงาน ตราไปรษณียากรหรือแสตมป์ซึ่งพิมพ์เป็นรูปผู้เพรียกหาสันติภาพก็หมดลงอย่างรวดเร็วรวมทั้งซองวันแรกจำหน่ายที่จัดทำขึ้นเพื่อการสะสมก็หมดลงเช่นเดียวกัน ที่ทำการไปรษณีย์ที่เมืองดิลีจึงต้องหยุดทำการชั่วคราว อีกอาทิตย์หนึ่งจึงได้เปิดทำการเป็นปกติ
ที่ทำการไปรษณีย์ที่เปิดขึ้นอย่างเป็นทางการ ได้เปิดขึ้นที่เมืองดิลีและเมืองเบาเกา โดยใช้ชื่อเป็นภาษาโปรตุเกสว่า "CORREIOS" มีความหมายตรงกันกับ POST OFFICE ในภาษาอังกฤษ ในระยะเริ่มต้นจะมีเพียงบริการรับส่งไปรษณีย์ภัณฑ์ จำหน่วยแสตมป์ ซองจดหมายและกล่องพัสดุภัณฑ์เท่านั้น เจ้าหน้าที่ประจำที่ทำการไปรษณีย์เมืองเบาเกากล่าวว่า การขนส่งไปรษณีย์ภัณฑ์จากเบาเกาไปที่ดิลี จะขนส่งด้วยรถยนต์สัปดาห์ละ ๒ เที่ยว(ตอนนี้ใช้รถส่วนตัวของเจ้าหน้าที่ไปก่อน) ส่วนเมืองอื่นๆ นั้นก็มีเอกชนนำแสตมป์และซองจดหมายไปจำหน่าย การฝากส่งก็จะฝากมารวมที่ที่ทำการไปรษณีย์ที่สะดวกที่สุด เช่นทางด้านตะวันออกก็คือเบาเกา ทางด้านตะวันตกคือดิลี เป็นต้น
การส่งไปรษณีย์ภัณฑ์ระหว่างประเทศจากติมอร์ไปสู่ประเทศอื่นๆ ทั่วทุกมุมโลกนั้น จะถูกรวบรวมจากเมืองดิลีส่งไปที่ศูนย์คัดแยกที่เมืองดาร์วิน ประเทศออสเตรเลีย จากนั้นก็จะทำการคัดแยกไปยังที่ต่างๆ ตามต้องการของผู้ส่ง ตั้งแต่เริ่มดำเนินการมาได้มีผู้ฝากส่งไปแล้วคิดเป็นน้ำหนักประมาณ ๑/๒ ตันซึ่งนับว่าเครือข่ายการติดต่อสื่อสารกับเพื่อนบ้านได้ขยายไปอย่างรวดเร็ว ในขณะเดียวกันการขนส่งระหว่างดิลีกับดาร์วินใช้บริการขนส่งทางอากาศของออสเตรเลียและการขนส่งไปรษณีย์ภัณฑ์จากดิลีไปจาการ์ตา,สุราบายาและสิงคโปร์ บริษัท Swire Group เป็นผู้ดำเนินการภายใต้ชื่อ"ค๊อกโคดายน์ ไลน์"หรือจระเข้ขนส่ง ผู้แทนของหน่วยงาน AFS กล่าวว่า การบริการนี้เป็นที่นิยมของนักธุรกิจในท้องถิ่นมากซึ่งธุรกิจในติมอร์ฯ กำลังจะเริ่มขึ้น ขณะเดียวกันก็เป็นที่ต้องการขององค์กรระหว่างประเทศที่เข้าไปให้การช่วยเหลือ สำหรับแสตมป์ที่พิมพ์ขึ้นเป็นครั้งแรกของติมอร์ฯ นั้น มี ๒ ชนิดราคาคือราคา ๑๐ เซนต์และ ๕๐ เซนต์(สกุลเงินสหรัฐฯ)แต่ไม่พิมพ์ราคาไว้ในดวงแสตมป์ ขนาดกว้าง ๓๐ มม.ยาว ๔๐ มม.ภาพในดวงแสตมป์เป็นภาพวาด คนยืนอยู่บนเกาะกลางทะเล ชูมือทั้งสองขึ้น บนท้องฟ้ามีแถบสีหลายสีประสานกันทั้งสองชนิดราคา ราคา ๑๐ เซ็นต์พื้นสีแดงเลือดหมู ส่วนชนิด ๕๐ เซ็นต์พื้นสีฟ้า ตัวหนังสือสีขาวที่มุมขวาบนคำว่า TIMOR LOROSAE มุมซ้ายบนคำว่า UNTAET มุมล่างซ้าย JOAO MACHADO des. ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นชื่อผู้ออกแบบและมุมล่างขวาบอกชนิดของแสตมป์ที่ใช้ส่งคือ DOM. สำหรับส่งภายในประเทศหรือภายในพื้นที่ซึ่งคำว่า DOM ย่อมาจาก Domesticและ INT. สำหรับส่งระหว่างประเทศ ย่อมาจากคำว่า International พิมพ์ที่ IMPRENSA NACIONAL-CASA DA MOEDA 2000 ประเทศโปรตุเกส
ใครที่เป็นนักสะสมแสตมป์ก็ไม่ควรพลาดแสตมป์ชุดประวัติศาสตร์ชุดนี้นะครับ โดยเฉพาะซองที่ระลึกวันแรกจำหน่ายนั้น
โปรตุเกสออกแบบได้เนียบเหมือนกัน
01
02
03
04
05
06
07
08
09
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
32
33
34
35
36
37
38
39
40
e-mail address:
[email protected]
, baucau EAST TIMOR