กองกำลังเฉพาะกิจร่วม ๙๗๒ ไทย/ติมอร์

ตอนที่ ๗ กำลังพลส่วนใหญ่เดินทาง
     ผมเดินทางโดยเครื่องบิน MD-11 ของสายการบิน World Airwaysซึ่งเป็น รัฐวิสาหกิจในเครือกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เทคออฟจากท่าอากาศยานทหาร ดอนเมือง เวลา ๐๗๑๕ หลังจากที่ ผบ.ทบ.ได้กรุณามาส่ง เครื่องขึ้นได้ ประมาณ ๔๐ นาที แอร์ก็เริ่มเสิร์ฟอาหาร หลังจากนั้นต่างก็หลับไปด้วยความอ่อนเพลีย เพราะทุกคนไม่ได้นอนมาตลอดทั้งคืน ตื่นขึ้นอีกครั้งหนึ่งก็คือ อาหารมื้อกลางวัน บางคนอาจจะหลับต่อ แต่บางคนไม่หลับเริ่มจะมองโน่นมองนี่ บ้างก็มีการถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก บ้างก็หยิบหูฟังของเครื่องบินออก มาทดสอบ ไปถึงสนามบินเมืองทาวน์สวิลส์เวลา ๑๔๑๕ นาฬิกาแต่ต้องบวกเวลาไปอีก ๓ ชั่วโมงเพราะเมืองทาวน์สวิลส์อยู่เหนือเส้นศูนย์สูตรขึ้นไป เวลา ๑๔๑๕ ของเราจึงเป็นเวลา ๑๗๑๕ ของเมืองทาวน์สวิลส์
     แอร์โฮสเตสเอาอาหารเช้ามาเสิร์ฟ เป็นอาหารฝรั่งระหว่างออมเลตและแพนเค็ก ให้เลือกเอาอย่างใด อย่างหนึ่ง มาถึงผม ผมขอแพนเค็กและขอกาแฟร้อนเป็นพิเศษ ๑ แก้ว ของหวานเป็นผลไม้รวมอย่างละนิดหน่อยคือองุ่น ๕ ผล มะละกอ ๑ ชิ้น ส้มโอ ไม่ถึงกลีบและแคนตาลูป ๓ ชิ้น ก็พอกล้อมแกล้มไปได้ ยังดีที่แอร์โฮสเตส(ผู้หญิง)เป็นคนชอบสนุก คุยโน่นคุยนี่ ก็พอช่วยกันเมื่อยมือไปทั้งตอนหน้า ของเครื่อง ผมเลยขอพวงมาลัยดอกดาวเรืองจากทหารคนหนึ่งมอบให้เธอไป แกชอบใจใหญ่เลย ตอนหลังจึงขอชื่อไว้ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือเป็น อย่างดี ถึงเวลาเที่ยงก็เสิร์ฟอาหารอีกรอบซึ่งก็เป็นอาหารฝรั่งอีกเช่นเคย คราวนี้เป็นแซนด์วิชเนื้อ มันฝรั่ง ผลไม้(เหมือนมื้อเช้า)และเครื่องดื่มซึ่งก็มี น้ำสีและน้ำเย็นบวกน้ำแข็ง หลังอาหารเที่ยงหลายคนเริ่มสบายขึ้น เอากล้องออกมาถ่ายรูปกันใหญ่ โดยเฉพาะพลทหาร พกกล้องมากันเป็นจำนวนมาก ถ่ายคู่กับแอร์บ้าง สจ๊วตบ้าง แต่ส่วนใหญ่จะถ่ายกับแอร์เสียมากกว่า เหลือเพียง ๓๐ นาทีจะถึงทาวน์สวิลส์ พวกเราต้องรีบแจกส้ม แอปเปิ้ลที่ท่านผู้ บัญชาการทหารบกได้มอบให้เมื่อเช้าให้ทุกคนรับประทานให้หมด เพราะไม่สามารถจะเอาลงที่ทาวน์สวิลส์ได้ เหตุผลอะไรเอาไว้ว่ากันตอนต่อไปครับ มี การฉีดยากันเชื้อโรคพืชตามระเบียบของออสเตรเลีย ใกล้ออสเตรเลียเข้าไป มองออกไปนอกหน้าต่างเห็นแต่ภูเขา พื้นดินสีแดง มีแต่ป่ารวมทั้งความ แห้งแล้ง ตอนลงเครื่องยังไม่รู้ว่าจะพบอะไร มีน้ำให้อาบหรือเปล่า พวกออสซี่จะเอาอย่างไรกับเราก็ไม่รู้ แต่ก็จริงอย่างที่หลายคนพูดกัน เขาเก็บน้ำ พริก กะปิ น้ำปลาของพวกเราไปเกลี้ยงเลย
     คุณเจนิส เบอติลัคซี่ (Janice Bertilucci) แอร์โฮสเตสที่ผมขอชื่อที่อยู่ไว้เมื่อเช้า แนะนำสายการบิน ของตัวว่า เป็นสายการบินที่บริการรับส่งทหารอากาศและกำลังสำรองของกองเรือสหรัฐฯ มาเป็นเวลากว่า ๕๑ ปีแล้วและเป็นที่ยอมรับของประเทศใน แถบเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ เคยขนกำลังพลไปเวียตนาม รวมทั้งบินไปส่งชาวมาเลเซียและชาวอินโดนีเซียไปทำพิธีฮัจญ์ โดยได้รับการติดต่อจาก สายการบินการูด้าของอินโนนีเซียและสายการบินมาเลเซียรวมทั้งสายการบินอื่น ได้ปฏิบัติงานมาแล้วเป็นเวลา ๑๓ ปี โดยใช้เครื่องบิน MD-11 และ DC -10 -30 มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ เฮอคอน มลรัฐเวอร์จิเนีย สหรัฐฯ
     เมืองทาวน์สวิลส์ ออสเตรเลีย เป็นเมืองใหญ่อันดับสามของรัฐควีนแลนด์ รองจากบริสเบนและ แคร์นส์ ในห้วงเดือนตุลาคมที่พวกเรามาถึง อากาศกำลังสบายคือไม่ร้อนจัด ไม่หนาวจัด โดยเฉพาะในเวลากลางคืน อากาศเย็นสบายและไม่มียุงมารบ กวนมากนัก
     อาหารมื้อแรกที่ฐานทัพอากาศทาวน์สวิลส์ (RAAF Townsville Base) ไปรับประทานที่เมสของฐาน ทัพ วันนี้มีเนื้อแกะ ไก่และแกงกะหรี่ไก่ ข้าวสวย ตื่นเช้าขึ้นมาจ๊อกกิ้งนิดหน่อย ไปรับทานอาหารมื้อเช้ามีเบคอน ไข่ดาว ขนมปัง กาแฟ นม น้ำส้ม โค้ก น้ำเย็น ส้ม แอ็ปเปิ้ล สุดแท้แต่ใครจะเลือกอะไร ผู้ให้บริการเป็นทหารอากาศแต่มีผู้จัดการเป็นทหารเก่าที่ปลดเกษียนแล้วมาทำงานเป็นผู้จัดการคือ คุณปีเตอร์ อุลแมน หลังอาหารเช้าไม่มีโปรแกรมอะไร เพราะวันนี้เป็นวันแรกที่ถึงทาวน์สวิลส์ก็เลยให้พักผ่อนหนึ่งวัน ผมเลยตัดสินใจเดินทางเข้าเมือง ทาวน์สวิลส์ โดยออกทางประตูทางเข้าฐานบิน(อยู่ห่างจากที่พักประมาณ ๕๐๐ เมตร) เรียกแท็กซี่มิเตอร์มารับที่หน้าประตูไปลงที่ สต๊อคแลนด์ นาธาน พลาซ่าซี่งเป็นศูนย์การค้าที่ใหญ่ที่สุดในเมืองทาวน์สวิลส์ หาซื้อโปสการ์ดเพื่อเขียนส่งไปบ้าน ซื้อแผนที่ ทดลองล้างฟิล์มดูโดยไม่ปริ้นซ์ลงกระดาษ ปรากฏว่าราคาแพงกว่าบ้านเราประมาณ ๓ เท่า ค่าล้างฟิล์มบ้านเราราคา ๓๐ บาท ที่นี่ ๕,๕๐ เหรียญออสเตรเลีย(ประมาณ ๑๔๐ บาท) ต่อจากนั้นก็ลอง ไปทานอาหารในพลาซ่าดู เที่ยวกลับก็เลยไม่ใช้แท๊กซี่คิดว่าจะหารถประจำทางกลับเอง แต่วันนี้เป็นวันเสาร์ ช่วงบ่ายก็เลยหารถยากหน่อย ตัดสินใจเดิน กลับโดยใช้แผนที่เมืองทาวน์สวิลส์เป็นผู้นำทาง ใช้เวลาประมาณ ๒ ชั่วโมง (ระทางประมาณ ๔-๕ กม.) อาหารมื้อเย็นวันนี้ไม่ดีเลย ข้าวดิบ กับข้าวเป็น ผัดพริก เนื้อแกะอบ เนื้อไก่ผัด มีผักแกล้ม ๒-๓ ชนิดพวกผักกล่ำสีม่วง แครอด ถั่วลันเตา มันฝรั่ง ฟักทอง การรับประทานอาหารที่นี่จะต้องเข้าแถว ทั้งนายทหารนายสิบพลทหาร มีผู้ตักข้าวและกับข้าวให้ แต่เลือกได้เพียงอย่างเดียว ส่วนผักแกล้มไปตักเอาเองตามใจชอบ
     ทหารอากาศออสเตรเลียที่นี่ไม่สันทัดในการหุงข้าว น่าจะเป็นเพราะเขาไม่ค่อยได้ทานข้าว ทหารไทยชุด แรกได้ส่งคนไปสาธิตการหุงข้าวให้ดูแล้วยังปรากฏว่าหุงดิบมาตลอดทุกมื้อ สามวันที่ผ่านมาทานข้าวดิบตลอด แต่เขาก็ตักกับข้าวให้มาก พวกเราก็เลย ไม่มีใครเดือดร้อน ทานกันแต่เนื้อ ไม่เนื้อแกะก็เนื้อแพะ มีเนื้อไก่บ้างเป็นบางมื้อ ตั้งแต่มาถึงยังไม่เห็นเนื้อหมูเลย แต่พวกเขาก็เรียกเนื้อเหล่านี้ว่า Pork ตลอดซึ่ง Pork ในบ้านเราหมายถึงเนื้อหมู
     รัฐควีนแลนด์ มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของรัฐทั้งหมดของออสเตรเลีย มีชายฝั่งทะเลยาวประ มาณ ๗,๔๐๐ กิโลเมตร ประชากรในควีนแลนด์ประมาณ ๓.๕ ล้านคน โดยประชากรประมาณครึ่งหนึ่งอยู่ในเมืองบริสเบน (Brisbane) ซึ่งเป็นเมือง หลวงของรัฐ การจัดผังเมืองในทาวน์สวิลส์ จัดระเบียบไว้เป็นอย่างดี เห็นได้ว่าพื้นที่จัดไว้เป็นบล็อกๆ ถนนหนทางจึงตรงเสียเป็นส่วนใหญ่ รถยนต์ ก็ไม่ติด บ้านพักอาศัยจะเป็นบ้านชั้นเดียวเป็นหลัก แต่ถ้าเป็นบ้านสองชั้น ชั้นล่างจะปล่อยโล่งให้ลมพัดผ่านได้และจัดไว้เป็นห้องรับแขกแบบเปิดโล่ง เป็นส่วนใหญ่ มีบ้างเหมือนกันที่ติดกระจก ติดแอร์ เป็นที่น่าสังเกตุว่า การปลูกไม้ประดับหน้าบ้าน จะจัดแบบไม่รกรุงรังมากนัก ส่วนใหญ่เป็นไม้ยืนต้น เพียงต้นหรือสองต้น ที่แปลกคือพบต้นลั่นทมเป็นจำนวนมากที่ปลูกประดับไว้หน้าบ้าน ซึ่งถ้าเป็นที่เมืองไทย ชาวบ้านจะไม่ยอมปลูกไว้ที่บ้าน ซึ่งคน ไทยจะบอกว่าเป็นไม้ที่มีชื่อไม่เป็นมงคลคือ "ลั่นทม" จึงไม่ยอมปลูกไว้ตามบ้าน กลัวจะระทมเหมือนชื่อ ในตัวเมืองความสะอาดอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ไม่มีขยะ มากมายอย่างบ้านเรา อาจเป็นเพราะมีผู้คนอาศัยอยู่ไม่มากนักก็เป็นได้ ในห้วงเวลาวันอาทิตย์ ชาวเมืองที่นี่จะไปโบสถ์ ร้านค้าจะปิดและรถยนต์ประจำ ทางจะหยุดวิ่งซึ่งเป็นการหยุดต่อเนื่องมาตั้งแต่บ่ายวันเสาร์ วันอาทิตย์ที่ ๒๔ ตุลาคมซึ่งเป็นวันที่สามในทาวน์สวิลส์ ทหารออสซี่(หน่วยเตรียมการของ กองทัพออสเตรเลีย)ได้บรรยายสรุปในเรื่องการปฏิบัติงานที่ติมอร์ตะวันออกให้ทหารไทยได้ทราบ ผู้บรรยายประกอบด้วย พันตรีจิม เกย์นอร์ นาวาอากาศตรีริชชี่ คันนิ่งแฮม และร้อยเอกแพ็ท อัลลิสเตอร์ ส่วนของประเพณีและวัฒนธรรมของออสเตรเลีย คนไทยที่อยู่ที่นี่คืออาจารย์สุรินทร์ ใหม่ศรีกรด อาจารย์คณะมนุษย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยในเมืองทาวน์สวิลส์เป็นผู้บรรยายแทน สำหรับคนไทยที่อยู่ในเมืองนี้ตอนที่เครื่องลงใหม่ๆ ก็ได้ เข้ามาช่วยแนะนำวิธีการตรวจคนเข้าเมืองให้พวกเราคือ คุณบรรจง ไมลส์ (สกุลเดิม เจริญสุข) คุณเพ็ญศรี อธิสุมงคล คุณยุวนิตย์ บุญสิทธิ์ คุณพจนาท ใหม่ศรีกรดและคุณทองสุข คำสอาด ต้องขอขอบคุณทุกท่านไว้ ณ โอกาสนี้
     ตอนหนึ่งคุณบรรจงให้สัมภาษณ์ว่า "เหตุผลที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับกองทัพบกออสเตรเลีย ในฐานะ ล่ามภาษาอังกฤษเป็นไทยก็เพราะว่า ทบ.ออสเตรเลีย(Commanding Officer School) ที่เมืองทาวน์สวิลส์ รับหน้าที่ฝึกทหารของอินเตอร์เฟตทุก ชาติที่จะเข้าติมอร์ตะวันออก เพื่อความชัดเจนและถูกต้องในการให้ข้อมูลกับทุกชาติซึ่งออสเตรเลียระมัดระวังเป็นอย่างมาก จึงต้องจัดให้มีล่ามซึ่ง เป็นคนชาติเดียวกับทหารที่เข้ามา จริงๆ แล้วล่ามที่เข้ามาทำหน้าที่ ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยสันทัดในเรื่องยุทธการ รวมทั้งศัพท์ทหารด้วย แรงใจที่ทำให้เกิด ความมานะที่จะทำผลงานให้ดีที่สุด ก็เพราะความภูมิใจในทหารไทยที่มีส่วนร่วมในการช่วยสร้างสันติภาพในติมอร์ตะวันออก และตัวเองก็เหมือนกับได้มี ส่วนร่วมในการสร้างสันติภาพด้วย ความภูมิใจที่ได้สัมผัสกับคณะทหารทุกระดับตลอดเวลาร่วมเดือนเป็นการสร้างไมตรีที่ถาวรจริงๆ ถึงแม้อยู่ห่าง ไกลถึงขนาดนี้ยังได้มีโอกาสรับใช้ชาติ ซึ่งไม่มีอะไรที่จะประทับใจไปมากกว่านี้แล้ว ขอให้โลกมีแต่สันติภาพเถิด"
     ที่เรียกว่าการปรับสภาพก็คือปรับทั้งสภาพร่างกายและจิตใจ รวมทั้งวัฒนธรรม ประเพณี วิธีการ ปฏิบัติการในพื้นที่และอื่นๆ ที่จำเป็น ตรงนี้เปรียบเสมือนพื้นที่รวมพลก่อนที่จะเข้าตีหรือตั้งรับนั่นเอง ก่อนที่ทหารไทยจะถึงทาวน์สวิลส์ ทหารเกาหลี ก็มาเข้าที่รวมพลนี้แล้วเช่นเดียวกัน เกาหลีเข้าพื้นที่ติมอร์ฯ ไปแล้วโดยเครื่องบินซี -๑๓๐ ของกองทัพอากาศไทยและกองทัพอากาศแคนาดา วันที่ ๒๗ ต.ค.ทหารไทยก็จะเข้าพื้นที่ โดยมีเครื่องบินของชาติต่างๆ ที่เข้าร่วมในอินเตอร์เฟตช่วยกันเคลื่อนย้ายกำลัง
     วันที่ ๒๔ ตุลาคม ท่านทูตลักษณาจันทร เลาหะพันธ์ เอคอัครราชทูตไทยประจำออสเตรเลีย น.อ.คนิต สุวรรณเนตร ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารอากาศไทย ประจำกรุงแคนเบอร์รา/ออสเตรเลียและนายสัตยา เกิดผล เลขานุการเอก ได้เดินทางไปเยี่ยม เยียนทหารไทยที่เมืองทาวน์สวิลส์ โดยมี พ.อ.กัมปนาท รุดดิษฐ์ รอง ผบ.กกล.ทบ.ไทย/ติมอร์ ให้การต้อนรับและนำชมการฝึกของ กกล.ทบ. และรับ ฟังบรรยายสรุปเรื่อง การเตรียมการของกำลังอินเตอร์เฟตของหน่วยเตรียมการของกองทัพออสเตรเลีย (Force Preparation Unit) ซึ่งตั้ง หน่วยอยู่ที่ ลาวาแลค แบแรคส์เมืองทาวน์สวิลส์ โดย พ.ท.Bruce Robret Andrew Scott ผบ.หน่วยเตรียมการเป็นผู้บรรยายสรุป จากนั้นได้เข้าพบ ผู้บัญชาการฐานทัพอากาศออสเตรเลียเมืองทาวน์สวิลส์ รับประทานอาหารกลางวันแล้วจึงเดินทางกลับ
     ก่อนสิ้นเดือนตุลาคมจะมีกำลังพลของ ทบ. เดินทางเข้าติมอร์ฯอีกส่วนหนึ่งซึ่งจะเป็นส่วนสุดท้าย ซึ่งส่วนใหญ่ไปอยู่ที่เมืองทาวน์สวิลส์ประมาณ ๕ วันแล้วเข้าบาเกา บางส่วนที่ไปกับยานพาหนะจะอยู่ที่เมืองดาร์วิน รวมทั้งนายทหารการเงินด้วยซึ่ง จะต้องประสานกับธนาคารที่นั่นเพื่อนำเบี้ยเลี้ยงของทุกคนเข้าบัญชีส่วนตัวในแต่ละเดือน
     และในวันที่ ๒๗ ต.ค. จะเดินทางเข้าติมอร์พร้อมกัน
      พบกันใหม่ฉบับหน้าครับ.

01 02 03 04 05 06 07 08 09 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40

picture   e-mail address: [email protected], baucau EAST TIMOR
Hosted by www.Geocities.ws

1