กองกำลังเฉพาะกิจร่วม ๙๗๒ ไทย/ติมอร์
ตอนที่ ๙ ออกสำรวจพื้นที่เมืองเบาเกา
เมื่อวันที่ ๓๐ ต.ค.ที่ผ่านมา ผมได้ออกลาดตระเวนพื้นที่ที่ตำบลลาการ่วมกับ ฝ่ายข่าว ซึ่งลากาเป็นตำบลที่อยู่ชายทะเล ห่างจากเมืองเบาเกาไปทางตะวันออกประมาณ ๓๐ กม.ระหว่างที่นั่งทานอาหารมื้อเที่ยงซึ่งเป็น MRE (ของ ไทย) หรือ Meal Readly to Eat ซึ่งก็คืออาหารสำเร็จรูปพร้อมรับประทาน หลังจากรับประทานข้าวผัดเนื้อทอดกระเทียมพริกไทยเรียบร้อยแล้ว กำ ลังจะหยิบขนมปังกรอบและผงน้ำสัปรดขึ้นมา เห็นเด็กๆ ที่มาห้อมล้อมพวกเราจำนวนหลายคนมองดูเรารับประทานอาหารอยู่ก็ให้รู้สึกสงสาร พวกเรา ก็เลยแจกขนมปังและผงน้ำสัปรดแก่เด็กๆ ไปจนหมด ทุกครั้งที่ทหารไทยนั่งรถยนต์ผ่านไปผ่านมา จะได้ยินเสียง ไตแลนด์ ๆ ๆ ทุกครั้ง เด็กๆ จะ ตะโกนแข่งกับเสียงรถยนต์ที่ทหารไทยขับผ่านไป ไม่ว่าจะเป็นในหมู่บ้านหรือตามถนนหนทาง เด็กๆ อายุไม่เกิน ๔-๕ ขวบ พบทหารไทยที่ไหน พวกเขา จะวิ่งไปห้อมล้อมพูดคุยด้วยอย่างอารมณ์ดีเสมอ ทุกคนยิ้มแย้มแจ่มใสยิ้มด้วยความบริสุทธิ์ไร้เดียงสา "เด็กก็คือเด็ก" หากจะเอาสีขาวฉาบลงไปก็จะ ได้ความขาวกลับคืนมา ตรงกันข้ามถ้าเป็นสีดำ แน่นอนก็จะได้สีดำกลับคืนมา พวกเราทหารไทยทุกคนไม่เคยมีความคิดว่าจะเอาสีดำไปให้พวกเขา เรา บอกเด็กๆ ทุกคนว่า เราเป็นคนไทย เราเป็นทหารไทยเข้ามาที่นี่ก็เพื่อช่วยเหลือพวกเขาโดยไม่มีสิ่งอื่นใดแอบแฝง เด็กทุกคนพยักหน้ารับยิ้มทั้งปากและ ใจ แถมบางคนยังสามารถสอนภาษาเตตุ้มอย่างง่ายๆ ให้พวกเราอีกด้วย ทุกพื้นที่ที่พวกเราพบเด็กจะเห็นทุกคนสวมกางเกงเก่าๆ ตัวเดียว มีเสื้อใส่ บ้าง ไม่มีใส่บ้าง ที่อายุน้อยๆ ๑-๒ ขวบจะมีน้ำมูกเกรอะกรัง ผมแข็งเป็นเส้นใครเส้นมัน เนื้อตัวดำมะเมี่ยมเหงื่อท่วมตัว บ่งบอกว่าไม่ได้ผ่านการอาบน้ำ มาแล้วเป็นสัปดาห์ บางคนไม่ยอมกลับไปบ้าน มืดลงก็อาศัยนอนอยู่ตามบ้านร้างที่ถูกเผาหรือตามรถยนต์ของยูเอ็นที่ถูกทุบจอดทิ้งไว้ตามจุดต่างๆ สอบถามบางคนบอกว่าพ่อแม่ไม่มี โดนฆ่าตายไปหมดแล้ว เด็กผู้หญิงคนหนึ่งอายุ ๑๓ ปี สอนให้ผมนับเลขเป็นภาษาเตตุนระหว่างที่นั่งคอย กุสเมาเดิน ทางมาปราศัยที่เมืองบาเกา เด็กคนนั้นบอกผมว่าพ่อแม่เสียชีวิตหมดแล้ว จึงเป็นเรื่องที่น่าคิดว่าเฉพาะเมืองบาเกาแห่งเดียวคงจะมีเด็กเร่ร่อนหรือเด็ก ที่ขาดพ่อแม่ ขาดที่พึ่งพิงจำนวนไม่น้อยทีเดียว เราจะช่วยพวกเขาได้อย่างไร เป็นเรื่องที่ต้องคิดกันต่อไปนะครับ
ท่านผู้อ่านเชื่อไหมว่า ที่ตลาดบาเกา สบู่ก้อนละ ๑๘,๐๐๐-๒๐,๐๐๐ รูเปียส์ (ตกราว ๕๐-๗๐ บาท) สบู่ หนึ่งก้อนสามารถแลกไก่ขนาดตัวละกิโลหรือกิโลกว่าๆ ได้หนึ่งตัว เมื่อสบู่มีราคาขนาดนี้จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่า ทำไมเด็กๆ จึงไม่อยากอาบน้ำซึ่งอย่าว่า แต่เด็กเลยแม้แต่ผู้ใหญ่ หลายคนก็ไม่อาบน้ำเช่นเดียวกัน ยกเว้นผู้ที่มีอันจะกินเช่นพวกที่อพยพกลับเข้าไป คนพวกนี้เป็นผู้ที่มีอันจะกินแต่งเนื้อแต่งตัว ดี มีผิวพรรณดี อพยพกลับเข้าไปอยู่ในบริเวณตัวเมือง ซึ่งแตกต่างกับคนในชนบทยังเป็นเช่นที่ผมได้กล่าวไว้ข้างต้น เส้นทางไปลากาเป็นถนนลาด ยางขนาดกว้างเพียง ๔ เมตร รถยนต์ที่วิ่งสวนกันจะต้องขับให้ล้อข้างหนึ่งออกนอกขอบทาง พร้อมชลอความเร็วลง ความแคบของถนนและคดไป เคี้ยวมาทำให้ใช้ความเร็วได้ไม่เต็มที่ แต่ที่เหมือนกับประเทศไทยของเราก็คือ ที่นี่รถยนต์วิ่งซ้ายใครซ้ายมัน ตำบลลากาเป็นชนบทที่มีชายทะเลสวยงาม อากาศบริสุทธิ์ แทบว่าจะไม่มีร่องรอยแห่งการต่อสู้ให้เห็น ตัวอาคารบ้านพักและสถานที่ราชการระดับตำบลที่นี่ไม่ถูกเผา ยกเว้นสถานที่ที่เป็นของตำรวจ และทหารอินโดนีเซียเท่านั้น ทุกที่ถูกเผาเรียบ โดยไม่มีหลักฐานว่าใคร กลุ่มใหนเป็นผู้เผา ซึ่งถ้าท่านผู้อ่านยังจำข่าวติมอร์เมื่อต้นเดือนตุลาคมได้ จะเห็น ว่าทหารอินโดนีเซียที่กำลังเดินแถวไปขึ้นเครื่องบินเพื่อถอนกำลังกลับประเทศ ทีวีได้ถ่ายให้เห็นไฟกำลังลุกไหม้อาคารที่ทหารถอนตัวออกไป ใครจะเป็น คนเผา ถ้าไม่ใช่ผู้ที่ถอนตัวไป น่าคิดเหมือนกันนะครับ
๓๑ ต.ค.๔๒ เป็นวันอาทิตย์ซึ่งถือเป็นวันสำคัญทางศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิค ชาวคาทอลิคทุก คนจะหยุดทำงานแล้วไปโบสถ์เพื่อทำพิธีมิตซา วันนี้จึงเป็นวันที่ผู้คนจากพื้นที่ต่างๆ จะแต่งตัวกันอย่างสวยงามเดินทางไปรวมกันที่ตัวอำเภอบาเกาเพื่อ เข้าโบสถ์ที่มีชื่อว่าโบสถ์อันโตนิโอ ฟังบาทหลวงอบรมสั่งสอน นอกจากนั้น วันนี้ยังเป็นวันที่มีความสำคัญในประวัติศาสตร์ของชาวติมอร์ตะวันออกอีก วันหนึ่ง เพราะเป็นวันที่นายซานานา กุสเมาจะเดินทางมาที่เมืองบาเกา เพื่อพบปะประชาชนและประชุมปรึกษาหารือกับผู้นำทางการเมืองในท้องถิ่น เพื่อ เตรียมการจัดตั้งรัฐบาลเข้าบริหารประเทศ เบาเกาหรือบาเกา ตามความถนัดลิ้นของคนไทย เป็นเมืองใหญ่อันดับสองรองจากดิลี มีประชากรนับถึง เดือนตุลาคมซึ่งมีผู้อพยพกลับเข้ามาบ้างแล้วรวมทั้งสิ้นประมาณ ๙๙,๙๐๐ คน ตั้งแต่เช้ามีการเดินขบวนของกลุ่มต่าง ๆ ที่นิยมพรรค CNRT หรือ สภาแห่งชาติเพื่อเอกราชติมอร์ หลายกลุ่มตั้งแถวเรียงกัน ถือดาบเดินแถวไปตามถนนในตัวเมือง ที่หัวขบวนมีการร้องเพลงปลุกใจและเต้นไปตาม จังหวะทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เป็นที่น่าสังเกตุว่า การแต่งตัวของคนติมอร์ฯ เป็นไปตามประเพณีของชนเผ่าต่าง ๆ หรือตามกลุ่มต่าง ๆ บ้างก็มีการเอา ขนไก่มัดรวมกันเป็นกลุ่มเสียบไว้เหนือศรีษะ โดยใช้ไม้ขดเป็นวงกลมรอบศรีษะแล้วเอากลุ่มขนไก่ผูกมัดไว้ เต้นนำขบวนไปตามถนน วันนี้ผู้ที่มารวมตัว กันในเมืองเบาเกา มีประมาณ ๔-๕ พันคน เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่นายซานานา กุสเมา จะเดินทางมาที่บาเกา ประชาชนจึงออกมาต้อนรับอย่างเต็มที่ บาเกามีสำนักงานสาขาของพรรค CNRT ตั้งอยู่ใกล้ ๆ กับโบสถ์คริสต์อันโตนิโอซึ่งอยู่บริเวณกลางเมือง กลุ่มทหารของ FALINTIL ได้เดินทางมา จากที่ต่างๆ เพื่อมาต้อนรับผู้นำของเขาด้วย บางกลุ่มแต่งเครื่องแบบชุดพราง สวมหมวกแบเล่ย์แดงและดำซึ่งพวกเขาบอกว่าเดินทางมาจาก LOS PALOS ครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่พวกเขาเดินทางเข้ามาในเมือง หลังจากที่ต้องหนีไปอยู่ในป่าและทำการต่อสู้กับพรรคการเมืองอื่นๆ รวมทั้ง ทหารอินโดนีเซียมาเป็นเวลากว่า ๒๔ ปี โดยไม่เคยออกมาจากป่าเลย เช่น มิสเตอร์ ALUE สวมหมวกแบเล่ย์สีแดง หนวดเครารุงรัง แต่งเครื่องแบบ ชุดลายพราง บอกลักษณะเป็นผู้นำทางทหารของ FALINTIL เป็นต้น เวลา ๑๗๐๐ นายชานานา กุสเมา ประธานสภาแห่งชาติติมอร์ (CNRT) ได้เดิน ทางโดยเฮลิ คอบเตอร์ S - ๗๖ ของ ทบ.ออสเตรเลียไปยังเมืองบาเกา โดยเข้าพักที่ที่ทำการสาขาพรรค CNRT ประจำเมืองบาเกา ซึ่งอยู่บริเวณใกล้ เคียงกับโบสถ์คาทอลิคอันโตนิโอ S - ๗๖ ลำแรกส่งเจ้าหน้าที่คุ้มกันจำนวน ๔ คน และลำที่ ๒ ส่งนายชานานา กุสเมาและคณะจำนวน ๘ คนลงที่หน้า โบสถ์อันโตนิโอ หลังจาก ฮ.บินกลับไป กลุ่มประชาชนที่มารอต้อนรับนายกุสเมา ได้โห่ร้องแสดงความยินดีและขอสัมผัสมือกับผู้นำของเขา ประชาชน ได้ตั้งแถวทั้งสองข้างถนนและมีส่วนหนึ่งได้ร้องรำทำเพลงแสดงความยินดี มีการเป่าเขาควายซึ่งมีความหมายว่า "ได้รับชัยชนะแล้ว" หลังจากนั้น นายซานานา กุสเมา ได้ปราศรัยกับประชาชนชาวเมืองเบาเกา โดยการแนะนำตัวเล่าประวัติความเป็นมา รวมทั้งขอขอบคุณพี่น้องชาวติมอร์ ทุกคนที่ได้ ให้ความร่วมมือช่วยกันสร้างติมอร์ให้เป็นเอกราช และว่าตนเองจะอยู่เพื่อชาวติมอร์และเพื่อกองทัพ FALINTIL ซึ่งประชาชนที่ฟังคำปราศรัยอยู่ที่นั่น ได้ชูมือขึ้นเหนือศรีษะพร้อมตะโกนร้อย ไชโย ไชโย ในวันรุ่งขึ้น เวลาประมาณ ๐๘๐๐ นายซานานา กุสเมา มีแผนที่จะพบกับกลุ่มผู้นำการเมือง ๔ กลุ่ม โดยจะมีการประชุมกันที่บริเวณโบสถ์อันโตนิโอ และก่อนหน้านี้ บิชอบ คาร์ลอส เบโล ผู้นำศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิค ได้เดินทางจากเมืองดิลี มาพักที่โบสถ์อันโตนิโอแล้วเช่นเดียวกัน คาดว่าจะมีการปรึกษาหารือกัน เพื่อเตรียมการจัดตั้งรัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศต่อไป
การเมืองในติมอร์ตะวันออกกำลังดำเนินการต่อไป ภายใต้การดูแลของสหประชาชาติ แต่ผู้คนชาว ติมอร์ตะวันออกจำนวนมากยังอยู่กับความยากจน เด็กๆ นับพันคนขาดที่พึ่ง ขาดพ่อขาดแม่ยังอยู่กับการเร่ร่อนต่อไป ขออนุญาตขายความคิดฝากไป ยังผู้มีอุปการะคุณทั้งหลาย รวมทั้งผู้ที่มีความเมตตากรุณา มอบเสื้อผ้าที่ใช้แล้วหรือเสื้อผ้าใหม่ๆ ที่จะบริจาค เพื่อเป็นบุญเป็นกุศลสำหรับเด็กๆ ชาว ติมอร์ตะวันออก ฝ่ายกิจการพลเรือน กองกำลังทหารบกไทย-ติมอร์ จะดำเนินการแจกจ่ายให้แก่เด็กๆ ตามประสงค์ทุกประการ ขอความกรุณาท่านที่ สนใจจะบริจาค กรุณาบรรจุหีบห่อจ่าหน้าดังนี้ ถึง ทบ.สนามติมอร์ สิ่งของบริจาคสำหรับเด็กชาวติมอร์ ตู้ ปณ. ๓๓ ปณจ.ดุสิต สนามเสือป่า กทม.๑๐๓๓๐ และกรุณาวงเล็บไว้ข้างล่างด้วยว่าผู้ใดเป็นผู้ส่งไป ผมจะได้เขียนถึงเพื่อเป็นการขอบคุณในฐานะที่ท่านมีความเมตตากรุณาต่อเด็ก ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป ที่ติมอร์ฯ เริ่มจะเข้าหน้าฝนแล้วครับ ฝนที่นี่ตกแบบเดียวกับที่ภาคใต้ของไทยเรานึกจะตกก็ตก พอตกแล้วแดด ออก พอแดดหุบฝนตกอะไรทำนองนี้น่ะครับ ในตอนเช้าดวงอาทิตย์จะขึ้นตั้งแต่ประมาณตีห้ากว่าๆ และจะตกในราวห้าโมงเย็นแก่ๆ เพราะว่าเกาะติมอร์ อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลปานกลางมากพอสมควร จึงเห็นดวงอาทิตย์ก่อนใครอื่น
ฝากบอกครอบครัวและเพื่อนฝูงของกำลังพลทุกคนรวมทั้งท่านผู้อ่านทุกท่านด้วย
ไม่ต้องเป็นห่วง ทุกคนสบายดีครับ.
01
02
03
04
05
06
07
08
09
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
32
33
34
35
36
37
38
39
40
e-mail address:
[email protected]
, baucau EAST TIMOR