กองกำลังเฉพาะกิจร่วม ๙๗๒ ไทย/ติมอร์
ตอนที่ ๓๐ คนทำข่าวและการแย่งชิงประชาชนในติมอร์
โครงสร้างพื้นฐานของประเทศติมอร์ฯ ค่อยๆ เป็นรูปเป็นร่างขึ้นอย่างช้าๆ ตามรูปแบบการดำเนินการขององค์การสหประชาชาติ ในห้วงนี้สื่อมวลชนหลายสาขาก็ได้ทะยอยเปิดตัวขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะทางด้านวิทยุกระจายเสียง UNTAET ได้พยายามจัดตั้งขึ้นให้ครอบคลุมพื้นที่ติมอร์ตะวันออกเพื่อแจ้งข่าวสารและข้อมูลต่างๆ ให้ชาวติมอร์และชาวโลกได้รับรู้ ส่วนทางด้านสื่อสิ่งพิมพ์ ชาวติมอร์ฯ ก็ได้จัดทำขึ้นเช่นเดียวกัน
สถานีวิทยุกระจายเสียงของติมอร์ฯ เองมีสองสถานี ส่วนของ UNTAET ก็มีอยู่สองสถานี แต่ในระหว่างเดือนพฤษภาคมนี้ จะดำเนินการให้ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด ผมได้นำข้อมูลการก่อตั้งสถานีของแต่ละแห่งมานำเสนอท่านผู้อ่านครับ สถานีวิทยุกระจายเสียงคาทอลิค (Radio Timor Kmanek)"เสียงสะท้อนแห่งความศรัทธาจากภูเขานาอิน เฟโต้ (Nain Feto)" เอกสารทางประวัติศาสตร์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับประวัติการก่อตั้งสถานีวิทยุ Timor Kmanek บอกไว้ว่า การดำเนินการสถานีวิทยุแห่งนี้ได้เริ่มขึ้นตั้งแต่ ๒๙ พ.ค.๒๕๓๕ เป็นต้นมา จากชายหาดเลซิเดเร สู่ภูเขานาอิน เฟโต้ ที่มาไลอา ในความหมายที่ถูกบันทึกไว้คือ การยืนอยู่ท่ามกลางสังคมของชาวติมอร์ตะวันออกในฐานะที่เป็นหน่วยกระจายเสียงที่พยายามก่อตั้งขึ้นให้ถูกต้องตามบทบัญญัติของกฎหมายใหม่
ในช่วงแรกสถานีใช้ชื่อว่า PT. Timor Oriental Radio Nossa Senhora ตั้งอยู่ที่ถนนไตเบสซี่ (Tai Bassi)เมืองดิลีตะวันออกและจากกฎหมายดังกล่าวได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น PT. Radio Timor Kmanek Suara Nain Peto ย้ายที่ตั้งไปอยู่ถนนฟิโลเมโน ดา คามารา(Filomeno Da Camara)ชายหาดเลซีเดเร (Lecidere) เมืองดิลี โดยมีบาทหลวง Aureo Da Costa Cusmao เป็นหัวหน้าสถานี สถานีวิทยุแห่งนี้ ตั้งอยู่ท่ามกลางศูนย์คริสต์ศาสนาในเมืองดิลี เครื่องส่งตั้งอยู่ที่อาคารเก่าที่มีพื้นที่ขนาด ๔๘ ตารางเมตร มีกำลังส่งออกอากาศ ๑๐๐ วัตต์ สามารถรับฟังรายการได้ทั่วพื้นที่เมืองดิลีและบริเวณรอบๆ เมืองดิลี ตั้งแต่เดือนตุลาคม ๒๕๓๗ เป็นต้นมา ได้มอบให้สำนักคริสต์จักรที่เมืองดิลี เป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งมีบิชอฟ คาร์ลอส ฟิลิเป ซีเมเนส เบโล เป็นผู้บริหารสถานี ทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ ๓ ก.พ.๒๕๔๑ โดยมีนาย Abilio Jose Osorio Soares ผู้ว่าราชการจังหวัดติมอร์ตะวันออกในห้วงที่อินโดนีเซียปกครองเป็นประธานเปิด เปลี่ยนเครื่องส่งใหม่เป็นขนาด ๕ กิโลวัตต์ ระบบ AM Stereo ความถี่ ๑,๔๐๔ kHz. อย่างไรก็ตาม ขบวนการในการขอรับอนุญาตตั้งสถานีวิทยุแห่งนี้ให้ถูกต้องตามกฎหมายหรือบทบัญญัติได้ใช้เวลาถึง ๓ ปี คือตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๓๘ - ๒๕๔๑ วัตถุประสงค์ในการดำเนินการเพื่อให้ข่าวสารด้านการศึกษาและความบันเทิงแก่ชาวติมอร์ฯ โดยยึดถือหลักการและคำสอนของคริสต์ศาสนาที่สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่เป็นหลัก มีคำขวัญประจำสถานีว่า "ร่วมกันสร้างสรรค์ติมอร์ตะวันออกให้เป็นเพชรเม็ดงามผ่านทางอากาศ" การกระจายเสียงประกอบไปด้วยรายการเพลง การศึกษา รายการเกี่ยวกับศาสนา วัฒนธรรม บันเทิง ใช้ภาษาอินโดนีเซียและเตตุน โดยเฉพาะภาษาเตตุนซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก กระจายเสียงคิดเป็นร้อยละ ๖๐ จากผลในทางวิกฤตที่ผ่านมาทำให้สามารถออกอากาศได้เพียงวันละ ๘ ชั่วโมง เริ่มตั้งแต่ ๑๓๐๐ ถึง ๒๑๐๐ รายการภาษาเตตุนมี ๓ ชั่วโมง ๕๕ นาที ภาษาอินโดนีเซีย ๓ ชั่วโมง ๑๐ นาทีและอีก ๕๕ นาที เป็นการถ่ายทอดข่าวเป็นภาษาอังกฤษและประกาศข่าว หลังจากที่ UNTAET หรือสหประชาชาติเข้ามา ได้เพิ่มเวลาออกอากาศให้มากขึ้น เริ่มตั้งแต่เวลา ๐๔๔๕ ไปจนถึงเวลา ๒๓๐๐ น.
สถานีวิทยุกระจายเสียงฟาลินติล (Voz Da Esperanca) ตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๔๒ ที่ย่าน Comera เมืองดิลี เดิมสถานีวิทยุกระจายเสียงฟาลินติลดำเนินการอย่างไม่เปิดเผยอยู่ในป่าและอีกส่วนหนึ่งนักศึกษาที่ไปเรียนอยู่ที่เกาะชวาก็ได้ดำเนินการกระจายเสียงที่นั่นด้วย เมื่อเดือนมิถุนายน ๒๕๔๑ สหายชาวอเมริกัน ชื่อ Bily ซึ่งเป็นผู้ใกล้ชิดกับกลุ่มฟาลินติลได้ตั้งชื่อสถานีนี้ว่า RFVE ผู้รับผิดชอบสถานีวิทยุขณะนั้นคือ นาย La Hakfodak โดยตั้งสถานีอยู่ที่หมู่บ้านไวโมรี (Waimori) เมืองวีเคเค ซึ่งเป็นฐานปฏิบัติการของฟาลินติล วัตถุประสงค์ในการกระจายเสียงก็คือ เพื่อให้สมาชิกกลุ่มฟาลินติลรับทราบข่าวสาร หลังจากลงประชามติแยกตัวเป็นเอกราชไม่ขึ้นอยู่กับอินโดนีเซียเมื่อ ๓๐ ส.ค. ๒๕๔๒ ได้ย้ายสถานีไปตั้งในเมืองดิลี โดยทำการกระจายเสียงอย่างไม่เปิดเผย ต่อมาในระหว่างที่เกิดเหตุการณ์วุ่นวายขึ้น การกระจายเสียงก็ได้ยุติลงชั่วคราว เนื่องจากถูกโจมตีจากกลุ่มมิลิเทียและทหารอินโดนีเซีย จนถึงวันที่ ๑๒ ต.ค.๒๕๔๒ จึงได้ตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการ สถานีวิทยุฟาลินติล ใช้เครื่องส่งกระจายเสียงขนาด ๑๕ วัตต์ วัตถุประสงค์เพื่อเสนอข่าวสารทางด้านการศึกษาและบันเทิง มีเจ้าหน้าที่ดำเนินการ ๗ คนซึ่งแต่ละคนไม่มีพื้นฐานทางการกระจายเสียงมาก่อนและมีพื้นฐานการศึกษาที่แตกต่างกัน ดังนั้นจึงไม่ประสพผลสำเร็จเท่าที่ควร เนื่องจากมีข้อจำกัดทั้งทางด้านเครื่องส่ง ซึ่งมีกำลังส่งออกอากาศน้อยและขีดความสามารถของเจ้าหน้าที่ เมื่อเดือนธันวาคม ๒๕๔๒ สถานีได้รับการสนับสนุนเครื่องส่งขนาด ๒๐ วัตต์จาก Apeda ประเทศออสเตรเลียและนาย Bily สหายชาวอเมริกันซึ่งเคยร่วมดำเนินการกันมาก่อน สนับสนุนเครื่องคอมพิวเตอร์ ๑ เครื่อง เจ้าหน้าที่เพิ่มขึ้นเป็น ๑๔ คนซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบในการทำข่าว ๔ คน จัดรายการ ๔ คน (หญิง ๒ ,ชาย ๒) เจ้าหน้าที่ประจำสถานี ๖ คน ทั้งหมดนี้สมัครใจทำงานโดยไม่มีค่าตอบแทนหรือเงินเดือน รายการที่ทำการออกอากาศคือ ข่าว บันเทิงและการสนทนา ซึ่งทางสถานีได้นำเสนอบทเพลงภาษาเตตุน อินโดนีเซีย โปรตุเกส อังกฤษ รวมทั้งนำเสนอข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นตามเหตุการณ์ในเมืองดิลีและพื้นที่ต่างๆ ส่วนข่าวต่างประเทศรับจากสำนักข่าว Lusa รายการข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะนั้นได้จากประชาชนที่ประสบกับเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นก่อนที่อินเตอร์เฟตจะเข้ามา มานำเสนอผู้ฟังเป็นบางโอกาสและเชิญบุคคลสำคัญของสภา CNRT และเชิญบุคคลสำคัญจากพรรคการเมืองอื่นมาแสดงความคิดเห็น นอกจากนั้นก็ยังมีบทความทางด้านการเมือง ความมั่นคง เศรษฐกิจ กฎหมาย การศึกษา สิทธิมนุษยชน วัฒนธรรมและอื่นๆ มานำเสนอด้วย
ปัจจุบันสถานีฟาลินติลดำเนินการมาได้ ๖ เดือนเศษ รายการที่มีผู้สนใจมากที่สุด คือ รายการ Voz Da Esperaca หรือเสียงจากฟาลินติล ซึ่งเป็นรายการข่าวสารประจำสัปดาห์ มีเจ้าหน้าที่เพิ่มขึ้นเป็น ๓๑ คน ซึ่งทุกคนไม่ได้รับค่าตอบแทนใดๆ เหมือนเดิม ทำการกระจายเสียงตั้งแต่เวลา ๐๗๐๐ ถึง ๒๓๓๐ ตามเวลาท้องถิ่นในติมอร์ตะวันออก สถานีวิทยุกระจายเสียง UNTAET ได้ทำการส่งกระจายเสียงจากเมืองดิลีทั้งระบบ FM และ AM โดยระบบ FM ใช้เครื่องส่งขนาด ๒ กิโลวัตต์ ระบบ AM เครื่องส่งขนาด ๓ กิโลวัตต์ซึ่งกำลังจะปรับปรุงให้เป็นขนาด ๕ กิโลวัตต์ใน พ.ค.นี้ การส่งกระจายเสียงทั้งสองระบบใช้เวลาตลอด ๒๔ ชั่วโมง รายการกระจายเสียงประกอบด้วยรายการที่เกี่ยวกับกฎหมาย การใช้แรงงาน สังคม ผู้หญิง นักเรียนและรายการเกี่ยวกับสาธารณสุขซึ่งผลิตรายการโดยชาวติมอร์ฯ รายการใหม่ที่จะเริ่มออกอากาศระหว่างเดือนพฤษภาคม เป็นรายการที่ UNTAET ร่วมกับชมรมนักหนังสือพิมพ์ติมอร์ฯผลิตร่วมกัน การกระจายเสียงของสถานีวิทยุ UNTAET กระจายเสียงทั้งสองภาษา คือ ภาษาอังกฤษและภาษาเตตุน
UNTAET มีแผนจะไปจัดตั้งสถานีวิทยุกระจายเสียงให้ครอบคลุมพื้นที่ติมอร์ตะวันออก เนื่องจากพื้นที่ติมอร์ฯ เต็มไปด้วยภูเขา จึงเป็นอุปสรรคในการกระจายเสียงมาก จำเป็นจะต้องไปตั้งสถานีตามเมืองต่างๆ ความเร่งด่วนอันดับแรกจะจัดตั้งที่เมืองเบาเกาและเมืองมาเรียน่า ด้วยเครื่องส่งขนาด ๒๕๐ วัตต์ ต่อจากนั้นจะไปดำเนินการที่เมืองซูไอ, อีเบอร่าและอัมเบโนซึ่งอยู่ในเขตของติมอร์ตะวันตก เมื่อดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้วคาดว่าจะกระจายเสียงเผยแพร่ข่าวสารได้ครอบคลุมพื้นที่ติมอร์ตะวันออก นอกจากนั้นรายการบางรายการ UNTAET ยังได้นำไปออกอากาศยังสถานวิทยุฟาลินติลและสถานีวิทยุคาทอลิค ซึ่งเป็นสถานีของชาวติมอร์ฯ อีกด้วย ทางด้านสื่อมวลชนประเภทสิ่งพิมพ์ที่ติมอร์ฯ มีหนังสือพิมพ์รายวัน ๑ ฉบับ คือ Timor Post ออกสัปดาห์ละ ๒ ครั้ง นิตยสารรายสัปดาห์มี ๒ ฉบับคือ Lalenok และ Lian Maubere นิตยสารรายสองเดือน ๑ ฉบับคือ Talitakun อย่างไรก็ตาม การดำเนินการทางด้านสื่อสารมวลชนประเภทวิทยุและสิ่งพิมพ์เป็นความพยายามของ UNTAET ที่จะพัฒนาให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น เนื่องจากเดิมแทบจะเรียกว่าเริ่มจากศูนย์ทั้งหมด รวมทั้งแท่นพิมพ์หรือโรงพิมพ์สำหรับหนังสือพิมพ์และนิตยสารก็ต้องดำเนินการใหม่โดยการซ่อมและสั่งเครื่องพิมพ์เข้าไป สำหรับเครื่องรับวิทยุที่จะแจกจ่ายให้ชาวติมอร์ฯ นั้น ในขั้นต้นได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลโปรตุเกสจำนวน ๕,๐๐๐ เครื่อง คาดว่าก่อนจะถึงกำหนดการเลือกตั้งทั่วไปในเดือนสิงหาคม ชาวติมอร์ฯ จะได้รับข่าวสารและพิจารณาเลือกผู้นำของเขาอย่างถูกต้องตามความต้องการ
ฉบับหน้า ผมมีเรื่องของกิจการไปรษณีย์ในติมอร์ฯ ที่เปิดดำเนินการขึ้นแล้วมาฝากท่านผู้อ่าน
สำหรับนักสะสมตราไปรษณียากรหรือแสตมป์ พลาดไม่ได้ครับ.
01
02
03
04
05
06
07
08
09
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
32
33
34
35
36
37
38
39
40
e-mail address:
[email protected]
, baucau EAST TIMOR