กองกำลังรักษาสันติภาพ ๙๗๒ ไทย/ติมอร์

ตอนที่ ๒๗ หัวใจของการปฏิบัติงานนอกประเทศคืองานข่าว
     นับถึงวันที่ผมกำลังเขียนต้นฉบับอยู่นี้ Sector East UNTAET PKFหรือกองกำลังรักษาสันติภาพของสหประชาชาติในภาคตะวันออกซึ่งประกอบด้วยกำลังจากประเทศฟิลิปปินส์ เกาหลีใต้และไทย ร่วมกันรับผิดชอบพื้นที่เมืองมานาตูโต เลาเท็ม เบาเกาและวีเคเค โดยประเทศไทยเป็นผู้จัดตั้งกองบัญชาการภาคตะวันออก(Sector East HQ) ได้แปรสภาพเป็นกองกำลังรักษาสันติภาพของสหประชาชาติมาเป็นเวลาเดือนเศษแล้ว การประสานการปฏิบัติรวมทั้งการติดต่อสื่อสารเริ่มเข้ารูปเข้ารอย แม้ในห้วงแรกจะขลุกขลักอยู่บ้าง แต่หลังจากทุกฝ่ายพยายามปรับตัวเข้าหากัน กำลังพลของทุกชาติก็สามารถทำงานร่วมกันได้เป็นอย่างดี ที่ Sector East HQ หรือกองบัญชาการภาคตะวันออกทุกวันนี้ มีทั้งผู้สังเกตุการณ์ทางทหาร(UNMO) นายทหารติดต่อ (Liaison Officer) และทหารสารวัตร(MP)จากกองกำลังเกาหลีและฟิลิปปินส์มาประจำอยู่ โดยเฉพาะเกาหลีใต้ได้ส่งนายทหารระดับพันเอกมาเป็นหัวหน้านายทหารติดต่อคือ พ.อ.ลี บุง-จู(Col.LEE,Byung-joo) ซึ่งท่านผู้นี้เป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านการข่าวและการปฏิบัติงานกับ ต่างประเทศเป็นอย่างดี เพราะเคยเป็นนายทหารติดต่อประจำกองทัพบกสหรัฐฯ มาแล้วและล่าสุดก่อน จะมาติมอร์ฯ เป็นผู้ประสานงานด้านการป้องกันประเทศกับกระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้ ส่วนฟิลิปปินส์ส่ง พ.ต.Archival S Valbrio มาประจำอยู่กับฝ่ายข่าวสารทางทหาร การปฏิบัติงานในติมอร์ฯ นั้น หากปราศจากล่ามและงานทางด้านการข่าวแล้ว งานอื่นๆ แทบจะบอดสนิทเพราะไม่สามารถสื่อสารกับคนติมอร์ฯ ได้(พูดกันคนละภาษา) ดังที่เคยพูดไว้ในตอนก่อนๆ แล้วว่าคนติมอร์ฯ หาคนที่พูดภาษาอังกฤษได้น้อยมาก ส่วนใหญ่พูดบาฮาซาอินโดนีเซีย ส่วนน้อยพูดปอร์ตุกีสและเตตุน จึงกล่าวได้ว่า ในการที่จัดเจ้าหน้าที่ล่ามภาษาบาฮาซาหรือภาษามาเลย์มานั้นเป็นการถูกต้องแล้ว ผลจากการเริ่มต้นตรงจุดนี้ทำให้กองกำลังของเราสามารถปฏิบัติงานทางด้านจิตวิทยาและการช่วยเหลือประชาชนได้เป็นอย่างดีรวมทั้งมีผลต่อภาพรวมของประเทศไทยตามที่นายซานานา กุสเมา ได้ไปเยือนไทยที่ผ่านมา หัวหน้าฝ่ายข่าวสารทางทหาร กองกำลัง ๙๗๒ ไทย/ติมอรตะวันออก ได้พูดถึงการปฏิบัติงานของทีมงานจาก ขกท.หรือหน่วยข่าวกรองทางทหาร กองทัพบก ไว้ในอินเตอร์เนตดังนี้
      จากการที่ประเทศไทยได้ตัดสินใจเมื่อ ๑๖ กันยายน ๒๕๔๓ ในการส่งกำลังทหารเข้าปฏิบัติการรักษาสันติภาพในติมอร์ตะวันออก โดยมีภารกิจการฟื้นฟูสันติภาพและรักษาความปลอดภัยในติมอร์ ตะวันออก ป้องกันและสนับสนุนการปฏิบัติงานของ UNTAET และสนับสนุนการให้ความช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรมภายใต้อาณัติขององค์การสหประชาชาติ งานในหน้าที่ที่ผมได้รับมอบหมายในระหว่างการมาวางแผนเพื่อการเตรียมการในขั้นต้นที่เมืองดาร์วิน ออสเตรเลีย คือการปฏิบัติงานด้านการข่าว ซึ่งแม้ว่าผมจะเคยทำการฝึกเป็นส่วนปฏิบัติงานของเสนาธิการร่วมผสมในส่วนข่าว ในการฝึกร่วมผสมไทยสหรัฐฯ มาสองปีซึ่งเป็นภารกิจที่ค่อนข้างจะยากพอสมควร แต่เมื่อมาเจอภารกิจในครั้งนี้นั้น สิ่งที่ผมมองเห็นว่าจะเป็นสิ่งท้าทายเป็นอย่างมากในการปฏิบัติการรักษาสันติภาพในครั้งนี้ คือ การที่เราแทบจะไม่มีข้อมูลอะไรเลยของติมอร์ตะวันออก เนื่องจากก่อนหน้านี้คงไม่มีใครเชื่อถ้าบอกว่าจะมีการส่งกำลังทหารบกไทย ๑,๑๙๙ นาย พร้อมอาวุธยุทโธปกรณ์มายังดินแดนแห่งนี้ ดังนั้นในช่วงเวลาที่ทำการวางแผน เพื่อเตรียมการในนามของกองกำลังนานาชาติ (INTERFET) ที่เมืองดาร์วิน ประเทศออสเตรเลีย มีเวลาเพียงหกวันและมีผมเพียงคนเดียวที่ทำหน้าที่ฝ่ายข่าว จึงมีข้อมูลของติมอร์ตะวันออกและกองกำลังติดอาวุธที่จะเป็นภัยคุกคามต่อกำลังฝ่ายเราที่ค่อนข้างจะจำกัด ซึ่งเราได้รับมาจากมิตรประเทศเป็นหลักและเป็นเพียงข้อมูลที่ค่อนข้างจะกว้างมากเท่านั้น
      เมื่อการวางแผนขั้นต้นดำเนินการแล้วเสร็จและได้นำข้อมูลต่างๆ รายงานให้แก่หน่วยเหนือได้รับทราบ สิ่งที่ยังทำให้ผมกังวลใจเป็นอย่างมากก็คือ จะทำอย่างไรที่จะได้ข่าวสารที่ถูกต้องทันเวลา เพื่อให้ผู้บังคับบัญชาใช้ในการตัดสินใจ เพื่อให้การปฏิบัติการในครั้งนี้บรรลุภารกิจที่กองทัพบกได้มอบหมายมาให้ และนำความปลอดภัยมาสู่กำลังพลทุกนาย สิ่งที่จะทำให้เกิดความถูกต้องและรวดเร็วของข่าวในภารกิจนี้ จะต้องเป็นทีมงานด้านการข่าวที่เป็นมืออาชีพเท่านั้น ซึ่งความฝันของผมได้กลายเป็นความจริง เมื่อได้ทราบว่ากองทัพบกได้จัดเจ้าหน้าที่ที่มีความช่ำชองทางด้านการข่าวจากหน่วยข่าวกรองทางทหารกองทัพบก (ขกท.) มาร่วมทำงานในครั้งนี้ด้วย โดยแบ่งกำลังพลที่ไปปฏิบัติงานออกเป็นสองส่วนคือส่วนดำเนินงานทางด้านการข่าวจำนวนห้านาย ประกอบด้วย ร.อ.ชวลิต ชูดำ,ร.ท.สมสฤษฎิ์ สิน หนัง,จ.ส.อ.หิรัญ รัตโนภาส,จ.ส.อ.ประหยัด ภิญญะพันธ์และ ส.อ.ไพรสนฑ์ กระบวนสง่า อีกส่วนหนึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ข่าวที่มีความสามารถทางด้านภาษาอินโดนีเซียที่ชาวติมอร์ใช้พูดกันโดยทั่วไปได้แก่ จ.ส.อ. ไพศาล โต๊ะจิ,จ.ส.อ.เทวินทร์ แวะดาโอ๊ะ,ส.อ.ประวิทย์ ศักดิ์นิรันดร,ส.อ.วิโรจน์ ยูโซ๊ะ,ส.ต.อะแซ สะมะแอ ซึ่งเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ทางผู้บังคับบัญชาได้เล็งเห็นถึงความสำคัญและการมีวิสัยทัศน์ที่ยอดเยี่ยมในการส่งเจ้าหน้าที่ข่าวกรองทั้งสิบนายมา ผมอยากจะเรียกทีมงานนี้ว่าเป็น"ทีมงานในฝัน"หรือดรีมทีมของการปฏิบัติงานทางด้านการข่าวเลยก็ว่าได้
      จากประวัติการทำงานด้านการข่าวที่สะสมมานานนับสิบปีของเจ้าหน้าที่แต่ละนายและขีดความสามารถของทีมงานนี้ ไม่ว่าจะเป็นงานในหน้าที่อันได้แก่ การสร้างสัมพันธ์กับผู้นำชุมชน,การสร้างและจัดตั้งแหล่งข่าว,การวิเคราะห์ข่าวสารต่างๆ ที่เกิดขึ้น,การทำงานที่รวดเร็วฉับไวและสามารถตอบสนองหน่วยงานและผู้บังคับบัญชาได้ทุกระดับชั้น, การดำเนินการต่อกลุ่มผู้กลับใจ,กลุ่มผู้อพยพ ตลอดจนการใช้การเจรจาอย่างสันติในการหยุดยั้งการสังหารกันของประชาชนชาวติมอร์ด้วยกันเองโดยที่ไม่ได้ใช้กระสุนแม้แต่นัดเดียว รวมไปถึงงานในส่วนที่เกี่ยวข้อง เช่น ระบบเทคโนโลยีเครือข่ายคอมพิวเตอร์ การเตรียมข้อมูลเพื่อทำการบรรยายสรุปแก่บุคคลต่างๆ ที่เข้ามาตรวจเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นท่าน ผบ.ทหารสูงสุด , ผบ.ทบ, รองเสนาธิการทหารบก หรือแม้แต่ผู้บังคับบัญชาของกองกำลังนานาชาติ หรือกองกำลังรักษาสันติภาพสหประชาชาติในติมอร์ตะวันออก ที่แวะมาตรวจเยี่ยมหน่วย เจ้าหน้าที่จากหน่วยข่าวกรองทางทหารก็ได้ใช้ข้อมูลที่มีอยู่ในการจัดเตรียมการบรรยายสรุปได้เป็นอย่างดี โดยรวมไปถึงการเตรียมการในการจัดทำห้องยุทธการอีกด้วย จากการกระทำดังกล่าวมาแล้ว ทำให้ได้รับคำชมเชยถึงผลงานการปฏิบัติหน้าที่ทั้งจากผู้บังคับบัญชาและเจ้าหน้าที่ที่ทำงานร่วมกันอยู่เสมอ ซึ่งจะสามารถดูผลได้จากการที่เราสามารถที่จะชี้ทางให้แก่ผู้บังคับบัญชาให้เห็นถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ในอนาคต และทำให้หน่วยสามารถก้าวล้ำนำหน้าภัยคุกคามต่าง ๆ เพื่อเตรียมการในการรับ, แก้ไขปัญหาและหยุดยั้งภัยคุกคามดังกล่าวได้อย่างทันท่วงทีทุกครั้ง การทำงานที่หนักและการกระทำที่ต่อเนื่องตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงต่อวัน เจ็ดวันต่อสัปดาห์ ของเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองทางทหารในติมอร์ตะวันออกนี้ทุกนายจึงเป็นเครื่องประกันได้ว่า กองกำลังทหารบกไทยในติมอร์ตะวันออกจะสามารถประเมินค่าภัยคุกคามได้อย่างถูกต้อง,ทันเวลาซึ่งทำให้หน่วยสามารถเตรียมการเพื่อป้องกันและตอบโต้ภัยคุกคามต่างๆ ให้บรรลุภารกิจในการรักษาสันติภาพแห่งดินแดนติมอร์ตะวันออกแห่งนี้ได้อย่างแน่นอน โดยที่ทหารทุกนายจะยังคงมีความปลอดภัยโดยสามารถเดินทางกลับไปแจ้งให้แก่ประชาชนชาวไทยได้ทราบถึงความสำเร็จของทหารไทยในครั้งนี้ทุกคน ผมอยากจะกล่าวต่อพวกท่านทั้งหลายว่า"ผมรู้สึกเป็นเกียรติและภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้ร่วมปฏิบัติการเพื่อสันติภาพ ณ ติมอร์ตะวันออก ร่วมกับท่านในครั้งนี้" ข่าวการปฏิบัติงานของทหารไทยในติมอร์ฯ ในบ้านเราอาจจะไม่ค่อยมีผู้คนกล่าวขานกันมากนัก เพราะในช่วงนี้บ้านเรากำลังมีการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภากันและอีกประการหนึ่ง กำลังพลที่จบภารกิจในการเข้าร่วมกับกองกำลังอินเตอร์เฟตก็กลับถึงประเทศไทยโดยสวัสดิภาพแล้ว ส่วนที่แปรสภาพเป็นกองกำลังรักษาสันติภาพสหประชาชาติและบางส่วนที่เดินทางไปเพิ่มเติมในห้วงนี้ก็ขมักขเม้นทำงานกันอย่างเต็มความสามารถ โดยเฉพาะการทำงานในระดับสากลอย่างนี้เปรียบเสมือนบทเรียนอีกบทหนึ่งที่พวกเราทุกคนจะต้องสอบให้ผ่านให้ได้
      ซึ่งการสอบให้ผ่านในระดับนี้คงต้องคำนึงถึงเกรดด้วย
      ผมอยากให้ทุกคนได้เกรดบีหรือบี+ ครับ
      เพื่อจะได้เป็นประสบการณ์ในการปฏิบัติงานในโอกาสต่อไป

01 02 03 04 05 06 07 08 09 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40

picture   e-mail address: [email protected], baucau EAST TIMOR
Hosted by www.Geocities.ws

1