กองกำลังเฉพาะกิจร่วม ๙๗๒ ไทย/ติมอร์

ตอนที่ 10 รายงานการปฏิบัติของอินเตอร์เฟตห้วงที่สาม
     ในห้วงเดือน พ.ย.มีรายงานฉบับหนึ่งที่ กกล.ฉก.ร่วม ๙๗๒ ส่งไปให้ กกล. ทบ.ไทย/ติมอร์ทราบ เป็นเอกสารรายงานการปฏิบัติการของอินเตอร์เฟตห้วงที่สาม ตั้งแต่วันที่ ๑๓ - ๒๖ ตุลาคม ๒๕๔๒ ส่งถึงองค์การสหประชา ชาติ ผมยกเอารายงานทั้งหมดนั้นมานำเสนอให้ท่านผู้อ่านทราบ เพื่อเป็นการรับรู้ความเคลื่อนไหวของอินเตอร์เฟตว่ามีความคืบหน้าและมีแนวโน้มที่จะ มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรครับ.
     ในห้วงระยะเวลาตั้งแต่รายงานให้คณะมนตรีความมั่นคงทราบ หลังจากอินเตอร์เฟตได้ส่งกองกำลัง ทหารนานาชาติไปยัง Ambeno แล้วเป็นเวลา ๑ เดือน(อัมเบโนอยู่ในเขตติมอร์ตะวันตก) ทำให้การวางกำลังครอบคลุมพื้นที่ติมอร์ตะวันออกได้ทั้งหมด เมื่อวันที่ ๒๒ ตุลาคม นาย Xanana Gusmao ได้เดินทางกลับถึงติมอร์ตะวันออก หลังจากได้พบกับผู้บัญชาการอินเตอร์เฟตแล้ว นาย Gusmao ได้เยี่ยมชมกองบัญชาการอินเตอร์ เฟตและเดินทางไปสำรวจเมืองดิลี โดยมีอินเตอร์เฟต จัดชุดรักษาความปลอดภัยให้ ถึงแม้ว่าพื้นที่ชายแดนฝั่งตะวันตกจะเป็นอุปสรรคต่อการสร้าง สรรสันติภาพและความมั่นคง แต่สถานการณ์ในติมอร์ตะวันออกโดยรวมเริ่มพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น ตั้งแต่กองกำลังอินเตอร์เฟตได้เข้ามาปฏิบัติการ จนประสบความสำเร็จบรรลุเป้าหมายในระดับหนึ่ง ร่วมกับข้อตกลง Indonesian people 's consultative assembly ที่ยกเลิกพระราชบัญญัติ
     การผนวกติมอร์เป็นของอินโดนีเซีย ซึ่งได้ทำไว้เมื่อปี 1978 และหันมาใช้ Security Council Resolution 1272 ในการปฏิบัติการรักษาสันติ ภาพในติมอร์ตะวันออกของสหประชาชาติ ขณะที่กองกำลังMilitia ยังไม่สามารถเคลื่อนย้ายกำลังกลับได้ทั้งหมด แต่มีแนวโน้มเป็นไปในทางดีขึ้น เหตุผลเพราะจำนวนกำลังพลของมิลลิเทียลดลง ในขณะที่กองกำลังมิลลิเทียปฏิบัติการอยู่ อินเตอร์เฟตได้แสดงให้เห็นบทบาทการตอบสนองต่อ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที
     การประสานงานกับรัฐบาลอินโดนีเซีย เหตุการณ์สำคัญหลังจากที่รัฐบาลอินโดนีเซียได้ให้กองกำลังนานาชาติเข้ามาฟื้นฟู สถาปนาความมั่นคงให้ กับติมอร์ตะวันออก เป็นความตกลงทาง People's consultative Assembly (MPR) เพื่อยกเลิกพระราชบัญญัติปี ค.ศ. 1978 ที่ผนวกติมอร์ ตะวันออกเข้าเป็นของอินโดนีเซีย ส่วนที่เหลือของกองกำลังทหารอินโดนีเซีย คาดว่าจะทำการถอนกำลังออกจากติมอร์ตะวันออกในเร็วๆ นี้ และ อินเตอร์เฟตจะเข้ามาควบคุมพื้นที่แทนกองทัพแห่งชาติอินโดนีเซีย(TNI)ซึ่งจะกลายเป็นความรับผิดชอบของอินเตอร์เฟต ขั้นตอนนี้จึงเป็นขั้นที่สำคัญ ในการแปรสภาพเป็น องค์กรบริหารชั่วคราวของสหประชาชาติและการปฏิบัติการรักษาสันติภาพ การประสานงานระหว่างอินเตอร์เฟตกับกองทัพแห่ง ชาติอินโดนีเซียยังคงดำเนินต่อไปเพื่อสอบสวนกรณีเหตุการณ์ชายแดนที่เมืองโมตัน (ได้รายงานให้คณะมนตรีความมั่นคงทราบแล้ว) รายงานจะนำ เรียนเลขาธิการสหประชาชาติ
     การฟื้นฟูสันติภาพและสถาปนาความมั่นคง กองกำลังอินเตอร์เฟต ประกอบด้วย กกล.จากประเทศออสเตรเลีย,บราซิล,คานาดา,ฝรั่งเศส, เยอรมัน,ไอร์แลนด์,อิตาลี,มาเลเซีย,นิวซีแลนด์,นอร์เวย์,ฟิลิปปินส์,เกาหลี,สิงคโปร์,ไทย,อังกฤษและสหรัฐฯ จนถึง 25 ตุลาคม 42 กองกำลังอินเตอร์ เฟตในติมอร์ตะวันออกมีทั้งหมดประมาณ 8,000 คน จากรายงานครั้งที่แล้ว มีเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงเกิดขึ้นดังนี้ ในวันที่ 16 ต.ค.42 ขณะที่ กำลังอินเตอร์เฟต ทำการลาดตระเวนอยู่ ได้ถูกซุ่มโจมตีโดย กำลังมิลลิเทียติดอาวุธประมาณ 20 คน ใกล้เมือง Bobonaro ระยะทางห่างจาก เส้นแบ่งเขตแดนติมอร์ตะวันตกประมาณ 12 - 15 กม.ส่งผลให้กำลังมิล ลิเทียถูกยิงเสียชีวิต 3 คน บาดเจ็บ 3 คน กำลังพลอินเตอร์เฟตปลอดภัย
     22 ตุลาคม 42 กองกำลังอินเตอร์เฟต เข้าปฏิบัติหน้าที่ในเมือง Ambino ใด้ยึดอาวุธประกอบด้วยปืนประดิษฐ์และมีดหลายเล่ม Occussi เป็น ศูนย์กลางของกองกำลังอินเตอร์เฟตที่เข้าปฏิบัติการ สิ่งสำคัญที่เหลืออยู่มีเพียงโบสถ์โรมันคาทอลิคเพียงหลังเดียว การกลับมาของนาย Xanana Gusmao เป็นสิ่งบอกเหตุว่า การฟื้นฟูสันติภาพในดินแดนติมอร์ตะวันออก เป็นสิ่งที่กำลังจะเริ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมืองดิลี นาย Gusmao ได้พูดถึงเรื่องการปรองดองกันและได้ประกาศให้กลุ่มมิลลิเทียกลับตัวเสียใหม่ ควรจะเข้ามาอยู่ในสังคมของชาวติมอร์ตะวันออกด้วยกันอย่าง สันติภาพซึ่งการที่นาย Gusmao เดินทางไปปรากฏตัวไม่ว่าจะเป็นที่ใดก็แล้วแต่ ทางอินเตอร์เฟตได้จัดชุดรักษาความปลอดภัยให้ตลอด เมืองดิลีใน ปัจจุบัน มีความมั่นคงและปลอดภัยมากขึ้นตามลำดับ ผู้อพยพได้กลับเข้ามามากกว่า ๗๐,๐๐๐ คน ตลาดในเมืองดิลีได้เปิดทำการค้าขายแล้ว ประเด็น ของความสนใจมุ่งไปที่เรื่องการสร้างสิ่งสาธารณูปโภค การขาดแคลนที่พักอาศัยเป็นอุปสรรคที่สำคัญ เพราะอาคารบ้านเรือนถูกทำลายเป็นส่วนใหญ่ โดยทั่วไปกองกำลังอินเตอร์เฟตประสบความสำเร็จในการเข้ามาฟื้นฟูสันติภาพและสถาปนาความมั่นคงซึ่งจะเน้นในเรื่องการเพิ่มระดับความปลอดภัย
     ทั้งในเมืองและตามถนนหนทางและลดระดับความรุนแรงต่อกำลังพลของอินเตอร์เฟต ในขณะที่ยังคงมีกลุ่มมิลลิเทียหลงเหลืออยู่ในติมอร์ตะวัน ออก แต่แนวโน้มที่จะมีภัยคุกคามโดยตรงต่อประชาชนชาวติมอร์ตะวันออกนั้นคงจะไม่เกิดขึ้น หากจะเกิดเหตุการณ์ขึ้นกองกำลังอินเตอร์เฟตจะตอบ โต้อย่างรวดเร็วและเข้าแก้ใขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพโดยจะพยายามใช้กำลังทหารให้น้อยที่สุด ซึ่งตามแผนแล้วคาดว่าอินเตอร์เฟตจะสามารถบรรลุ เป้าหมายได้ทันตามกำหนดเวลาที่จะส่งมอบภารกิจให้กับ UNTAET (United Nations Transitional Administration in East Timor)
     การคุ้มครองและให้การสนับสนุน UNAMET ความคืบหน้าในการฟื้นฟูสันติภาพและความมั่นคงของอินเตอร์เฟตที่ UNAMET ให้ความสนใจ หมายถึงภารกิจของอินเตอร์เฟตในเรื่องความปลอดภัยหลังจากปฏิบัติตาม Security Council Resolution 1272 อินเตอร์เฟตจะให้การสนับสนุน แก่ประเทศสมาชิกใน UNTAET ซึ่งอินเตอร์เฟตจะยอมรับการตัดสินใจในการส่งกำลังพลของ UNTAET ระดับความเร่งด่วนในการฟื้นฟู จากมุม มองของการจัดการด้านกิจการพลเรือนที่ขาดไปตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงตอนต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา สถานที่ปฏิบัติการช่วยเหลือด้าน มนุษยธรรม จะเพิ่มระดับความสามารถในการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม โดยให้ครอบคลุมพื้นที่ติมอร์ตะวันออกทั้งหมด การสถาปนาความปลอดภัย ดูเหมือนจะบดบังบทบาทการให้ความช่วยเหลือด้านอื่นๆ ไปหมดซึ่งการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ปัจจุบันกำลังดำเนินการอยู่ในทุกพื้นที่ใน ติมอร์ตะวันออก รวมทั้งในเขตพรหมแดนที่อยู่ในเขตตะวันตกคือ อ.อัมเบโน คาดว่าจะเริ่มได้ก่อนที่รายงานฉบับนี้จะส่งถึงคณะมน ตรีความมั่นคง
     การเดินทางกลับมาของผู้อพยพจำนวนมาก(มาจากภายในพื้นที่และเขตติมอร์ตะวันตก)เป็นอุปสรรคที่สำคัญทางด้านการช่วยเหลือด้านมนุษย ธรรมรวมทั้งการเข้าสู่ฤดูฝนก็เป็นอุปสรรคตามไปด้วย อินเตอร์เฟตยังคงดำเนินการ ส่งเสบียงสนับสนุนการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมทั้งที่เป็น อาหารและมิใช่อาหารไปยังติมอร์ตะวันออก พื้นที่ฝั่งตะวันตกของพรหมแดนยังคงมีอันตรายต่อผู้อพยพที่จะข้ามมาจากติมอร์ตะวันตก ถึงแม้ว่า ทาง TNI(ทหารอินโดนีเซีย) จะให้การคุ้มครองขบวนอพยพก็ตามซึ่งหน่วยงานด้านการให้ความช่วยเหลือต่างๆ กำลังทำการประเมินระดับความต้อง การเร่งด่วนด้านมนุษยธรรม โครงสร้างพื้นฐานและการส่งกำลังบำรุงในทุกภาคของติมอร์ตะวันออก จนถึง ๒๖ ตุลาคมประมาณว่ามีผู้อพยพเดิน ทางเข้ามาทั้งทางบก ทางเรือและทางอากาศไม่น้อยกว่า ๑๔,๐๐๐ คน รวมทั้งพวกที่เดินทางไปที่ดิลีและเบาเกาทางเรือและทางอากาศเมื่อ ๒๕ ตุลาคม จำนวน ๓,๐๐๐ คน ในเดือนต่อไปคาดว่าจะมีชาวติมอร์ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ คน เดินทางกลับเข้ามาอีก ฤดูฝนที่กำลังจะเริ่มและถนนที่ไม่ได้มาตรฐาน จะเป็นอุปสรรคทั้งต่อชาวติมอร์และหน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือ
     การสังเกตุการณ์ ขณะที่ติมอร์ตะวันออกมีความปลอดภัยมากขึ้น จะเป็นสิ่งจูงใจให้ชาวติมอร์เดินทางกลับมากขึ้น ความต้องการทางด้านการให้ บริการงานกิจการพลเรือนจะต้องเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งการสถาปนาสังคมสภาพแวดล้อม แต่การปฏิบัติการขององค์การสหประชาชาติจำเป็นจะต้องมี การวางแผนและการประสานงานในระดับเริ่มต้นระหว่าง ผบ.กองกำลังรักษาสันติภาพและ ผบ.กองกำลังนานาชาติ เพื่อจะได้บรรลุภารกิจการส่งมอบ ต่อไป
     มุมมองในอนาคต การใช้มาตรการ Security Council Resolution 1272 จะให้อำนาจแก่ UNTAET ขณะที่อินเตอร์เฟต ได้เข้าปฏิบัติการแล้ว ทุกพื้นที่ในติมอร์ตะวันออกรวมทั้งในเขตเมือง Ambino สถานการณ์ด้านความมั่นคงเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ นับตั้งแต่วันที่ ๒๐ กันยายน ซึ่งเป็นวันที่ อินเตอร์เฟตเริ่มเข้ามาปฏิบัติการในติมอร์ตะวันออก อินเตอร์เฟตได้ปฏิบัติการอย่างเฉียบขาดต่อกองกำลัง Militia การเพิ่มจำนวนกำลังพลของ อินเตอร์เฟตจะยิ่งทำให้ระดับความปลอดภัยเพิ่มมากยิ่งขึ้นซึ่งผู้บัญชาการ INTERFET มีความเชื่อว่าสภาวะการณ์ขณะนี้ใกล้ถึงเวลาที่จะสามารถ ส่งมอบให้กับ UNTAET ดำเนินการต่อไปได้ สุดท้ายอินเตอร์เฟตขอต้อนรับ ผบ.กกล.รักษาสันติภาพของสหประชาชาติและฝ่ายเสนาธิการ เพื่อจะ ได้ประสานเรื่องการวางแผนการปฏิบัติระหว่าง UN Peacekeeping Operations กับ INTERFET การส่ง บก.กกล. UNTAET Peacekeeping จะยิ่งทำให้การส่งมอบกองกำลังและภาระหน้าที่เป็นไปอย่างสะดวกยิ่งขึ้น
     ในการวิเคราะห์ของผม คาดว่าก่อนปีใหม่ พ.ศ.๒๕๔๓ นี้
     ทหารไทยทุกคน จะได้สวมหมวกแบเลย์สีฟ้าของ UN แน่นอนครับ.

01 02 03 04 05 06 07 08 09 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40

picture   e-mail address: [email protected],  baucau EAST TIMOR
Hosted by www.Geocities.ws

1