กองกำลังเฉพาะกิจร่วม ๙๗๒ ไทย/ติมอร์

ตอนที่ ๑๘ วาทะนายซานานา กุสเมา
     ใกล้วันขึ้นปีใหม่เข้าไปทุกขณะแล้วนะครับ ในบ้านเราบางแห่งอาจจะมีลมหนาว เข้ามาเยือนแล้ว ดูได้ง่ายๆ ก็คือ การแต่งกายของผู้คนในที่นั้นๆ จะมีสีสรรมากขึ้นโดยการสวมเสื้อกันหนาวหลากหลายสี แต่บางแห่งอาจจะยังไม่หนาว โดยเฉพาะกรุงเทพฯ นั้นจะหนาวหรือไม่หนาวก็มีสีสรรอยู่ตลอดเวลา เพราะการแต่งกายของผู้คนจะมีความทันสมัยเหมือนแกะออกมาจากแฟชั่นอยู่ทุก ระยะ ผิดกับที่โน่นติมอร์ตะวันออก ทั้งเมืองดิลีทั้งเมืองบาเกาไม่มีแฟชั่นอะไรให้เห็น เป็นอยู่อย่างไรก็เป็นอยู่อย่างนั้นตลอด ผู้ใหญ่ก็ยังคงสวมเสื้อตัว กางเกงตัวหรือบางทีก็กางเกงตัว เสื้อหนัง(ไม่ได้สวมเสื้อ)ออกทำงานอยู่ใกล้ๆ บ้าน ที่เพาะปลูกได้ก็เก็บหิน ดายหญ้าพรวนดินทำแปลงเตรียมปลูก ข้าวโพด ที่อยู่ใกล้ทะเลก็หาปลาหาหอยไปตามเรื่อง เด็กส่วนใหญ่ไม่มีเสื้อผ้าจะใส่ บางคนก็ไปโรงเรียน บางคนก็ไม่ไป บางที่โรงเรียนก็ยังไม่มี ติมอร์ ตะวันออกในห้วงฤดูฝน น้ำที่ไหลลงมาจากยอดเขาทำให้ถนนหนทางชำรุด เสียหายหลายพื้นที่ บางพื้นที่สะพานชำรุด บางพื้นที่ดินที่ถมไว้ทรุดตัวลง ทำให้ยานพาหนะแล่นผ่านไม่ได้ ที่บาเกา กกล.ทบ.ได้รับการร้องขอให้ช่วยทำการซ่อมแซมถนนหลายแห่ง ก็ช่วยๆ กันไปสิ่งไรที่ทหารไทยช่วยได้เราก็ดำ เนินการให้ สิ่งไรที่ช่วยไม่ได้ก็ส่งเรื่องให้หน่วยเหนือดำเนินการต่อไป หากจะเปรียบเทียบความช่วยเหลือขององค์การสหประชาชาติ ระหว่างกัมพูชากับ ติมอร์ตะวันออกแล้ว ที่ติมอร์ตะวันออกดูจะลำบาก ยากเย็นกว่ากัมพูชามาก เพราะสิ่งสาธารณูปโภครวมทั้งการช่วยเหลือตนเองของคนติมอร์แทบจะ ไม่มีอะไรเลยยูเอ็นต้องยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือทั้งหมด อันดับแรกก็คือเรื่องปากท้องของคนติมอร์ การเกษตรกรรมทำได้เป็นบางพื้นที่เท่านั้นบางพื้นที่ เห็นแต่ภูเขาซึ่งไม่สามารถทำการเกษตรได้ตามชนบทไม่มีอะไรกินก็เล่นเผือกเล่นมันไปตามแกน คนบางกลุ่มที่พยายามจะทำมาค้าขาย หาเงินเพื่อเลี้ยง ชีพตนเองเช่น การเปิดร้านอาหารซึ่งส่วนหนึ่งเป็นคนจีนที่เข้ามาทำมาหากินอยู่นานแล้ว แต่หนีไปอยู่ที่อื่นเพิ่งจะอพยพกลับเข้ามา ยังพอมีทุนก็เปิดร้าน ทำมาหากินต่อ และอีกพวกหนึ่งเป็นพวกนักศึกษาที่กลับมาจากอินโดนีเซีย พวกนี้จะหาทุนเปิดร้านขายอาหารให้กับคนต่างชาติที่มีอยู่เป็นจำนวนมากใน ปัจจุบัน ส่วนใหญ่เป็นพวกอาหารง่ายๆ และเบียร์เช่นที่เมืองวีเคเค ร้านอาหารที่เปิดเป็นร้านแรกคือ Six Friend Restaurant เมืองบาเกาก็เช่นเดียว กันร้านอาหารร้านแรกคือ Victoria Cafe ทั้งสองแห่งนี้ เจ้าของเป็นปัญญาชนที่จบการศึกษามาจากอินโดนีเซีย เมื่อกลางเดือนธันวาคมที่ผ่านมา นายXanana Gusmao ว่าที่ประธานาธิบดีติมอร์ ได้ให้สัมภาษณ์ ผู้สื่อข่าวสถานีวิทยุ RADIO TIMOR KMANEK ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองดิลี ในโอกาสที่ไป ร่วมในพิธีถวายพระพรเมื่อ ๕ ธ.ค.๔๒ ผมถ่ายทอดคำพูดของเขาที่พูดถึงทหารไทย ตามที่มีล่ามแปลไว้ให้ดังนี้ครับ
     ผู้สื่อข่าว ฯ : อยากทราบความคิดเห็นของท่านเกี่ยวกับการมาร่วมงานเนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนม พรรษาครบ ๖ รอบ ที่ทาง บก.กกล.ฉก.ร่วม ๙๗๒ ฯ จัดขึ้นในวันนี้
     Xanana Gusmao : ผมมีความรู้สึกยินดีมากที่ได้รับเชิญมาร่วมงานเฉลิมพระชนมพรรษาของพระ บาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของประเทศไทย เพราะว่าในฐานะที่เป็นประเทศใหม่ ซึ่งเพิ่งได้รับเอกราชนั้น ชาวติมอร์ตะวันออกต้องเปิดใจกว้างให้กับทุกๆ ชาติที่อยู่รอบๆบ้านเรา คนไทยนั้นก็มีวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม ประเพณีและเอกลักษณ์ประจำชาติของตนเอง ดังนั้นเราในฐานะประชาชนชาวติมอร์ ตะวันออกย่อมมีความรู้สึกให้เกียรติในวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม ประเพณีและเอกลักษณ์ของคนไทย และชาวติมอร์ตะวันออกก็สามารถที่จะดำเนิน การด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกับประเทศรอบๆบ้านได้ต่อไป คนไทยนั้น ก็ทราบสถานการณ์ภายในประเทศติมอร์ตะวันออกดีว่ายังอยู่ในสถาน การณ์ซึ่งคับขันมาก เราสามารถเรียนรู้เรื่องราวดังกล่าว จากประชาชนคนไทยได้ เพราะคนไทยได้ทำงานหนักและขยันขันแข็งมาก โดยเฉพาะภาคเกษตร กรรมและติมอร์ตะวันออกก็เป็นประเทศเกษตรกรรมเช่นเดียวกับประเทศไทย ดังนั้นเราสามารถที่จะเรียนรู้เรื่องราวต่างๆจากคนไทยได้ ตัวผมเองมี ความรู้สึกดีใจและภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะทำให้ผมมีความรู้สึกว่า เราเป็นที่รู้จักในหมู่ประชาชนคนไทยและเนื่องในวโรกาสเฉิลมพระชนมพรรษา ครบ ๖ รอบ ผมในนามของประชาชนชาวติมอร์ตะวันออก ขอถวายพระพรแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของประเทศไทย ขอจงทรงพระเจริญ
     ผู้สื่อข่าวฯ: อยากทราบความคิดเห็นของท่านเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของทหารไทยในติมอร์ตะวันออก ที่ผ่านมา
     Xanana Gusmao: ผมขอกล่าวว่าการปฏิบัติงานของทหารไทยในติมอร์ตะวันออกนั้น ถือว่ายอด เยี่ยมมากและตัวผมก็ทราบด้วยว่าที่อำเภอวีเคเคที่มีทหารไทยประจำอยู่ที่นั่น ทหารไทยได้ปฏิบัติงานช่วยเหลือประชาชนชาวติมอร์ตะวันออกในทุกๆด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการช่วยเหลือทางด้านการแพทย์และผมยินดียิ่งขึ้นอีกเมื่อได้ทราบว่าทุกๆแห่งในติมอร์ตะวันออกที่ทหารไทยประจำการอยู่ที่นั่น ไม่ ว่าจะเป็น ดิลี บาเกา หรือวีเคเค เด็กๆติมอร์ตะวันออกสามารถร้องเพลงไทยและกล่าวคำทักทายเป็นภาษาไทยได้ด้วย นั่นแสดงให้เห็นว่าทหารไทยที่มา ปฏิบัติราชการ ในติมอร์ตะวันออกนั้น ไม่เพียงแต่มาปฏิบัติงานเพื่อรักษาสันติภาพและความสงบเรียบร้อยให้กับพวกเราเท่านั้นแต่ยังมาทำการช่วย เหลือและสร้างความเป็นปึกแผ่นให้กับประเทศของเราในทุกๆด้านอีกด้วย
     ผู้สื่อข่าวฯ: ทราบว่าเมื่อไม่นานมานี้ท่านได้เดินทางไปกรุงจาการ์ตา อยากทราบว่ามีประเด็นสำคัญๆ ที่ ได้หารือกับผู้นำอินโดนีเซียอะไรบ้าง
     Xanana Gusmao: ผมเดินทางไปกรุงจาการ์ตาในครั้งนี้ เพื่อนำปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในติมอร์ตะ วันออกไปหารือกัน เพื่อแก้ปัญหาในอนาคตที่สำคัญคือทำอย่างไรพวกเราจึงจะสามารถสร้างชาติของเรากลับขึ้นมาเป็นปึกแผ่นเพื่อมุ่งไปสู่อนาคตข้าง หน้าด้วยเหตุนี้ผมจึงกล่าวกับรัฐบาลอินโดนีเซียว่า ประชาชนชาวติมอร์ตะวันออกนั้น จะไม่ต่อสู้หรือต่อต้านรัฐบาลอินโดนีเซียแต่จะต่อสู้และต่อต้าน การกระทำที่ไม่เป็นธรรมต่างๆ เช่น การทรมานและการเข่นฆ่าผู้คนเท่านั้น นอกจากนี้ยังได้พูดถึงปัญหาของผู้อพยพรวมทั้งปัญหาอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อจะได้เริ่มต้นย่างก้าวไปสู่อนาคตใหม่ของเรา
     ผู้สื่อข่าวฯ: อยากทราบว่าเกี่ยวกับปัญหานักศึกษาชาวติมอร์ตะวันออกซึ่งกำลังศึกษาอยู่ในอินโดนีเซีย
     Xanana Gusmao : ผมได้ทำการร้องขอต่อรัฐบาลอินโดนีเซียแล้วว่า ขออนุญาตให้นักศึกษาชาว ติมอร์ตะวันออกซึ่งกำลังศึกษาอยู่ในอินโดนีเซียกลับเข้าไปศึกษาต่อได้
     ผู้สื่อข่าวฯ: ทราบว่าประชาชนชาวติมอร์ตะวันออกส่วนหนึ่งยังคงไม่อยากร่วมมือกับรัฐบาลอินโดนี เซีย ในความเห็นของท่านคิดว่าเป็นอย่างไร
     Xanana Gusmao: ผมมีความรู้สึกว่า ไม่อยากให้มีความรู้สึกเช่นนั้นเพราะว่าเราจะไม่ต่อต้าน รัฐ บาลอินโดนีเซีย แต่จะต่อต้านการกระทำที่ไม่เป็นธรรมต่างๆโดยเฉพาะพวกที่ไร้มนุษยธรรม ซึ่งเช่นฆ่าและทรมานพี่น้องชาวติมอร์ตะวันออกเท่านั้น
     ผู้สื่อข่าวฯ :เกี่ยวกับฝ่ายต่อต้านเอกราช ซึ่งยังคงอยู่ในตะวันตกนั้น ท่านมีวิธีการอย่างไรที่จะทำให้ ทั้งสองฝ่ายยอมรับซึ่งกันและกันได้
     Xanana Gusmao: ที่จริงแล้ว ไม่ว่าจะเป็นใครหรือฝ่ายต่อต้านเอกราชก็เป็นประชาชนชาวติมอร์ ตะวันออกทั้งนั้น เราควรจะให้โอกาสทุกฝ่ายเพื่อมาร่วมพัฒนาชาติก้าวไปสู่อนาคตใหม่พร้อมๆ กัน
     ผู้สื่อข่าวฯ :ท่านอยากจะฝากความคิดเห็นอะไรให้กับชาวติมอร์ตะวันออกบ้าง
     Xanana Gusmao: ผมอยากจะขอร้องต่อประชาชนชาวติมอร์ตะวันออกทุกคนว่า ขออย่าได้ก้าว ร้าวจนเกินไปนัก ในขณะนี้ประเทศชาติยังอยู่ในสถานการณ์ที่คับขันและเราจะต้องเพิ่มความพยายาม เพื่อที่จะเริ่มต้นสร้างชาติต่อไปในอนาคต เพราะ ตลอดเวลา ๒๗ ปีที่ผ่านมา ชาวติมอร์ตะวันออกไม่เคยได้รับคำสัญญาใดๆเลย ด้วยเหตุนี้เราควรจะต้องร่วมมือร่วมใจกันก้าวเดินต่อไปข้างหน้า เพื่อ ก้าวผ่านพ้นยุคมืดไปสู่อนาคตที่สดใสต่อไป
     ในวาระที่กำลังจะถึงวันปีใหม่ พ.ท.ประชุม สุขสำราญ อศจ.กกล.ทบ.ไทย/ติมอร์ฝากอวยพรปีใหม่ ท่านผู้อ่านผ่านมาทางคอลัมน์ผมดังนี้ครับ
          ศุภวาระดิถีขึ้นปีใหม่      ขอพระไตรรัตน์ป้องประคองขวัญ
     ให้หมดทุกข์หมดโศกโชคดีพลัน      จงสุขสันต์ หรรษาทุกราตรี
     งานจำเริญ ก้าวหน้าชะตาเลิศ      บุญก่อเกิด พบแต่นายไม่จู้จี้
     ทั้งลูกน้อง ทั้งแฟนแสนดี้ดี      รู้หน้าที่ รู้เวลารู้อารมณ์
     ปรารถนาสิ่งใดจงได้พบ      ไม่อยากสบสิ่งใด อย่าได้สม
     ลาภ ยศ สุข สรรเสริญเกินอุดม      ได้ชื่นชมยินดี ไม่มีมาร
     นี่เป็นพรจากใจ ไทยคนหนึ่ง      ที่อยู่ถึงเกาะติมอร์ หมู่ทหาร
     ขอขอบคุณ ที่ติดตามกันมานาน      ช่วยกันอ่านช่วยกันเขียนเวียนกันลง
     ในวาระดิถีขึ้นปีใหม่      อวยพรชัยให้ทุกท่านสมประสงค์
     กิจส่วนตัว ราชการ ฐานมั่นคง      ชีพดำรง อย่างน้อยร้อยปีเทอญ ฯ
     สวัสดีปีใหม่ ครับผม.

01 02 03 04 05 06 07 08 09 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40

picture   e-mail address: [email protected], baucau EAST TIMOR
Hosted by www.Geocities.ws

1