กองกำลังเฉพาะกิจร่วม ๙๗๒ ไทย/ติมอร์

ตอนที่ ๕ หน่วยเรือเฉพาะกิจออกจากป้อมพระจุลฯ
     เมื่อ ๑๕ ตุลาคมที่ผ่านมา หน่วยเรือเฉพาะกิจ ๙๗๒ ได้ออกจากท่าเทียบเรือที่ ๗ อู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า ตำบลแหลมฟ้าผ่า อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทปราการ เพื่อเดินทางไปปฏิบัติการในติมอร์ตะวันออก กำหนดถึง เมืองดาร์วิน ประเทศออสเตรเลียประมาณวันที่ ๒๒ ตุลาคม มีกำลังพลของ กกล.ทบ.ไทย/ติมอร์เดินทางไปกับเรือหลวงสุรินทร์จำนวน ๑๘ นาย ข้าว สาร ๒๕๐ ตัน นมกล่อง ๑๐,๐๐๐ กล่องและยานพาหนะบรรทุกยุทโธปกรณ์พร้อมอีกจำนวนหนึ่ง
     ยอดทหารไทยที่เดินทางไปติมอร์เป็นส่วนล่วงหน้าที่ท่านผู้อ่านหลายท่านอยากทราบ ตั้งแต่วันที่ ๔-๗ ตุลาคมที่ผ่านมา สรุปได้ดังนี้ครับ ส่วนล่วงหน้าที่เดินทางไปประกอบด้วย กองบัญชาการกองกำลังเฉพาะกิจ ๙๗๒ กองบัญชาการกองกำลังทหารบก กำลังพล ร.๓๑ พัน.๓ รอ.จำนวน ๑ กองร้อย (ร้อยอาวุธเบาที่ ๓) โดยอินเตอร์เฟตให้การสนับสนุนการเคลื่อนย้ายจากประเทศไทยถึงประเทศออส เตรเลีย โดยใช้เครื่องบินลำเลียงทางยุทธศาสตร์ของกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกา
     เที่ยวบินที่ ๑ บ.ลำเลียงซี - ๑๗ บรรทุกยุทโธปกรณ์ ยานพาหนะและเครื่องมือพิเศษในการติดต่อสื่อ สาร โดยบินออกจากท่าอากาศยานทหาร ดอนเมือง เมื่อเวลา ๑๐๓๐ ของวันที่ ๔ ต.ค.๔๒ ไปที่ตำบลปลายทางเมืองดาร์วิน ออสเตรเลีย ถึงดาร์วินประ มาณ ๒๐๐๐ เที่ยวบินที่ ๒ บ.ลำเลียงซี - ๑๔๑ บรรทุกกำลังพลจำนวน ๑๑๕ คนพร้อมสัมภาระประจำกาย (ร้อย ๓ ร.๓๑ พัน.๓ รอ.)ออกจากท่าอากาศ ยานทหาร ดอนเมือง เวลา ๑๓๐๐ โดยส่งกำลังบางส่วนที่เมืองดาร์วินและกำลังส่วนที่เหลือไปลงที่เมืองทาวน์สวิลส์ ออสเตรเลีย ถึงทาวน์สวิลส์ประ มาณ ๒๓๐๐ เที่ยวบินที่ ๓ บ.ลำเลียงซี - ๑๔๑ บรรทุกกำลังพลจำนวน ๓๐ คน พร้อมยุทโธปกรณ์ สัมภาระประจำหน่วยและสัมภาระประจำกายประมาณ ๑๐ ตันออกจากท่าอากาศยานทหาร ดอนเมืองเวลา ๑๗๐๐ โดยส่งสัมภาระประจำหน่วยที่เมืองดาร์วิน ส่งกำลังพลและสัมภาระประจำกายที่เมืองทาวน์สวิลส์ ออสเตรเลียถึงทาวน์สวิลส์ประมาณ ๐๓๐๐ เที่ยวบินที่ ๔ บ.ลำเลียง ซี - ๑๓๐ ของกองทัพอากาศไทยบรรทุกกำลังพล พร้อมสัมภาระประจำกายจำนวน ๗๖ คนซึ่งประกอบด้วย บก.กกล.ฉก.ร่วม ๙๗๒ จำนวน ๓๓ คน กกล.ทบ. ๕ คน หน่วยเรือเฉพาะกิจ ๘ คน และหน่วยบินเฉพาะกิจ ๓๐ คน ออกจากท่าอากาศยานทหาร ดอนเมือง เวลา ๑๙๐๐ หลังจากพิธีส่งทหารไทยไปติมอร์อย่างเป็นทางการเสร็จสิ้น ไปส่งลงที่ตำบลปลายทางเมืองดาร์วิน ออสเตรเลีย ถึงดาร์วินประมาณ ๐๕๐๐
     วันที่ ๕ ต.ค.๔๒ เที่ยวบินที่ ๕ บ.ลำเลียง ซี - ๕ บรรทุกยานพาหนะและสัมภารของหน่วยพร้อมกำลัง พลประจำยานพาหนะและสัมภาระจำนวน ๗๓ คน ออกจากท่าอากาศยานทหาร ดอนเมืองเวลา ๐๘๐๐ ไปส่งลงที่ตำบลปลายทางเมืองดาร์วิน ถึงประมาณ ๑๘๐๐ วันที่ ๗ ต.ค.๔๒ เที่ยวบินที่ ๖ บ.ลำเลียงซี - ๑๔๑ บรรทุกกำลังพล จำนวน ๑๑๕ คน ยุทโธปกรณ์และสัมภาระประจำกาย แต่ไม่สามารถจะเดินทางได้ เนื่องจาก บ.มีเหตุขัดข้องต้องเลื่อนการเดินทางถึง ๒ ครั้งหลังสุดได้ออกจากท่าอากาศยานทหาร ดอนเมืองเมื่อวันที่ ๑๒ ต.ค. เวลา ๑๔๐๐ ไปส่งลงที่ตำบลปลายทางที่เมืองทาวน์สวิลส์ ออสเตรเลียถึงทาวน์สวิลส์เวลาประมาณ ๒๔๐๐ ส่วนเที่ยวบินที่ ๗ บ.ลำเลียง ซี - ๑๔๑ บรรทุกกำลังพลจำนวน ๖๙ คน พร้อมสัมภาระประจำหน่วย ออกจากท่าอากาศยานทหาร ดอนเมืองเวลา ๐๙๑๕ ไปยังตำบลปลายทางที่เมืองดาร์วิน ออสเตรเลีย ถึงดาร์วิน ประมาณ ๑๙๔๕ กำลังพลส่วนล่วงหน้าประมาณ ๓๐๐ คนพร้อมยุทโธปกรณ์ได้เคลื่อนย้ายไปที่ออสเตรเลียแล้วจำนวน ๗ เที่ยวบินซึ่งทั้งหมดได้เข้าที่ตั้งในติมอร์ตะวัน ออกเรียบร้อยแล้ว ( กำลังพล ร.๓๑ พัน.๓ รอ.เข้าที่ตั้งที่เมืองเบาเกาเมื่อ ๑๔ ต.ค.๔๒)
     อาจจะมีคำถามว่า เดินทางตั้งแต่วันที่ ๔ ต.ค.ทำไมไม่ไปที่ติมอร์เลย ขอเรียนให้ทราบดังนี้ครับการใช้ กำลังในระดับนานาชาติ ก่อนที่จะเข้าพื้นที่ปฏิบัติการจะต้องมีการปรับสภาพก่อนหรือจะเรียกว่า เข้าพื้นที่รวมพลขั้นสุดท้ายก่อนก็ได้ เพื่อปรับสภาพ จิตใจ ภูมิประเทศ ภูมิอากาศ ให้ความรู้ และเรื่องอื่นๆ ที่จำเป็น เช่น กฏการปะทะตามกฏบัตรสหประชาชาติ (ROE) ความรู้เกี่ยวกับติมอร์ตะวันออก วัฒนธรรมและการทหารของออสเตรเลีย การป้องกันการโจมตีขบวนยานยนต์ การป้องกันที่ตั้งสำคัญและการจัดตั้งจุดตรวจยานพาหนะ เป็นต้น ซึ่ง ในส่วนของ ร.๓๑ พัน. ๓ รอ.ได้เข้าที่พักที่ฐานทัพอากาศที่เมืองทาวน์สวิลส์ รัฐควีนแลนด์ ออสเตรเลีย ส่วนของผู้บังคับบัญชาทุกส่วนหรือ ผบ.หน่วย เข้าที่ตั้งที่ฐานทัพอากาศเมืองดาร์วิน รัฐนอร์ทเทอน เทอริทอรี่ ออสเตรเลียเพื่อประสานการปฏิบัติกับ กกล.นานาชาติและ กกล.ฉก.ร่วม ๙๗๒ ได้เข้าที่ตั้ง บก.กองกำลังที่ติมอร์ตะวันออกแล้ว เมื่อวันที่ ๖ ต.ค.๔๒ โดยเคลื่อนย้ายกำลังพลและยุทโธปกรณ์ไปติมอร์ด้วยเครื่องบินลำเลียง ซี - ๑๓๐ ของกองทัพอากาศนิวซีแลนด์/อินเตอร์เฟต ตั้ง บก.กกล.ฉก.ร่วม ๙๗๒ ที่อาคารสำนักงานการไฟฟ้าดิลี เมืองดิลี ติมอร์ตะวันออก หลัง จากเข้าที่ตั้ง นายทหารจากกองทัพแห่งชาติอินโดนีเซีย (พ.ต.บังยังและ ร.อ.บูลี) ได้เข้าพบ พล.ต.ทรงกิตติ จักรกาบาตร์ รอง ผบ.กกล.นานาชาติ/ ผบ.กกล.ฉก.ร่วม ๙๗๒ เพื่อหารือและให้คำแนะนำงานปฏิบัติงานในพื้นที่ติมอร์ตะวันออก ต่อจากนั้น ในวันรุ่งขึ้น รอง ผบ.กกล.นานาชาติ ได้ร่วมกับ พล.ต.ปีเตอร์ คอสโกรฟ ผบ.กกล.นานาชาติ แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนที่โรงแรม Tourismo Dili
     ส่วนของกองกำลังทหารบก พ.อ.นภดล เจริญพร ผบ.กกล.ทบ.ไทย/ติมอร์ พร้อมด้วย รอง.ผบ. กกล.นานาชาติก็ได้เข้าตรวจภูมิประเทศที่เมืองเบาเกา เพื่อนำกำลังส่วนล่วงหน้าเข้าที่ตั้ง พร้อมกันนั้นก็ได้พบกับผู้บังคับหน่วยทหารของพิลิบปินส์ ที่รักษาพื้นที่เมืองเบาเกาก่อนแล้วด้วย ซึ่งหน่วยทหารของพิลิบปินส์ที่ส่งเข้าไปก่อนหน้ามีประมาณ ๑๐๐ คน (ตอนหลัง ข่าวว่าจะเพิ่มทหารเข้าไปอีก) และจะขึ้นการบังคับบัญชาทางยุทธการกับ กกล.ทบ.ไทย/ติมอร์ ในอนาคต
     ถึงวันนี้ มีประเทศที่เข้าร่วมในการสนับสนุนการปฏิบัติของสหประชาชาติ ในการรักษาสันติภาพใน ติมอร์ตะวันออกแล้ว จำนวน ๑๕ ประเทศ คือ ออสเตรเลีย ฝรั่งเศส นิวซีแลนด์ อังกฤษ สิงคโปร์ พิลิปปินส์ สหรัฐอเมริกา บลาซิล อิตาลี ฟิจิ ไอร์แลนด์ มาเลเซีย เนปาล โปรตุเกส และไทย ผมเข้าใจว่า ในการกล่าวถึงประเทศเหล่านี้ จะหมายถึงประเทศที่สนับสนุนด้วยเงินโดยไม่ส่งกำลังทหาร เข้าไปหรือเฉพาะประเทศที่ส่งกำลังเข้าไปที่ติมอร์เท่านั้น หากมีข้อมูลที่สามารถยืนยันได้ ผมจะนำเสนอท่านผู้อ่านอีกครั้งหนึ่ง
     ไปดูทางด้านของหน่วยเรือเฉพาะกิจ ๙๗๒ บ้างซึ่งหน่วยเรือเฉพาะกิจ (นก.๙๗๒) เป็นหน่วยขึ้นตรง ของ กกล.ฉก.ร่วม ๙๗๒ จัดจากกองทัพเรือ จัดกำลังเป็นกองบัญชาการ นก.๙๗๒,ชุดปฏิบัติการพิเศษ หน่วยสงครามพิเศษทางเรือและ รล.สุรินทร์ มีกำลังพลทั้งหมด ๑๕๒ นาย โดยมี น.อ.เถลิงศักดิ์ วังแก้ว รอง ผบ.กองเรือยกพลขึ้นบก กองเรือยุทธการ เป็น ผู้บัญชาการหมวดเรือ เฉพาะกิจ(ผบ.นก.๙๗๒) ในติมอร์ตะวันออก นก.๙๗๒ มีภารกิจในการสนับสนุนการส่งกำลังบำรุงในพื้นที่ การช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมตามชายฝั่ง ตลอดจนการถอนกำลังและอพยพประชาชนอย่างเร่งด่วน
     เรือหลวงสุรินทร์ เป็นเรือยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่ แบบ แอล เอส ทีหรือ Landing Ship Tank สังกัดกองเรือยกพลขึ้นบก กองเรือยุทธการ ขึ้นระวางประจำการเมื่อ ๒๐ มีนาคม ๒๕๓๒ ความยาวตลอดลำ ๑๑๒.๔๘ เมตรกว้างสุด ๑๕.๔ เมตร กินน้ำลึก ๔.๑๔ เมตร ใช้เครื่องยนต์ดีเซล ความเร็วสูงสุด ๑๖ น๊อต รัศมีทำการที่ความเร็ว ๑๒ น๊อตระยะ ๗,๐๐๐ ไมล์ทะเล ติดอาวุธปืนเรือโบฟอร์ด ๔๐/๗๐ จำนวน ๑ กระบอก ปืนกล ๒๐ มม. ๒ กระบอกและปืนกล .๕๐ นิ้ว ๒ กระบอก กำลังพลประจำการ นายทหาร ๑๒ คน นายสิบพลทหาร ๑๑๐ คน ปี พ.ศ.๒๕๓๔ ลำเลียงข้าวสารไปช่วยผู้ประสบภัยที่บังคลาเทศและพิลิปปินส์ ปี พ.ศ.๒๕๓๖ ลำเลียงข้าวสารไปช่วยผู้ขาดแคลนอาหารที่ประเทศ โซมาเลีย น.ต.ปิยะศักดิ์ นิลนิมิตร เป็นผู้บังคับการเรือ และ ร.อ.ทักษิณ วงษ์สุวรรณ เป็นต้นเรือ สำหรับการเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ในติมอร์ตะวันออก ร.ล.สุรินทร์ ใช้เส้นทางอู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า -สิงคโปร์-ดาร์วิน-ดิลี ซึ่งมีระยะทางประมาณ ๒,๖๗๑ ไมล์ทะเล ใช้เวลาเดินทาง ๘ วัน คาดว่าจะถึง ดาร์วินวันที่ ๒๒ ต.ค. นี้
     ทางด้านสื่อมวลชนของไทยก็คึกคักไม่แพ้ต่างประเทศ ผู้สื่อข่าวของสถานีโทรทัศน์หลายช่องเดินทาง ไปทำข่าวทหารไทยไปติมอร์ เช่น โทรทัศน์ช่อง ๙ อ.ส.ม.ท.ส่งทีมทำข่าวและทีมส่งสัญญาณดาวเทียมกลับมายังประเทศไทยรวมจำนวน ๕ คน ทีมข่าว ไอ ทีวี จำนวน ๓ คน ทีมช่อง ๕ จำนวน๒ คน เดินทางไปกับเรือหลวงสุรินทร์ด้วย (ช่อง ๗ เดินทางไปล่วงหน้าแล้วจำนวน ๒ คน) ซึ่งก็จะเป็นประ โยชน์ต่อพี่น้องประชาชน และครอบครัวญาติมิตรของทหารผู้ที่ไปปฏิบัติหน้าที่ในติมอร์ เป็นอย่างมาก ที่จะได้รับทราบความเป็นไปในติมอร์รวมทั้ง ชีวิตความเป็นอยู่ ความยากลำบากของทหารไทยที่อยู่ที่นั่นจากสื่อมวลชนดังกล่าว
     อย่างไรก็ตาม การปฏิบัติทางด้านธุรการหรือการขออนุญาตเข้าไปทำข่าวในพื้นที่ติมอร์ตะวันออก จะต้องเป็นไปตามระบบสากลคือ ต้องได้รับ อนุญาตจาก กกล.นานาชาติก่อน ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของตัวผู้สื่อข่าวเองและทรัพย์สินที่นำไป รวมทั้งได้รับการคุ้มกันจาก กกล.นานาชาติด้วย
     ในฐานะที่ตัวผมเองจะทำหน้าที่นายทหารประชาสัมพันธ์ของ กกล.ทบ. ไทย/ติมอร์ และทำหน้าที่ผู้สื่อข่าวของเอกสารข่าวทหารบก ขออนุญาตกล่าวในนามของกองทัพบกว่า
     " ยินดีต้อนรับคณะสื่อมวลชนไทยทุกท่าน
     ที่เดินทางไปทำข่าวในติมอร์ฯ ครับ "

01 02 03 04 05 06 07 08 09 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40

picture   e-mail address: [email protected],  baucau EAST TIMOR
Hosted by www.Geocities.ws

1