กองกำลังเฉพาะกิจร่วม ๙๗๒ ไทย/ติมอร์
ตอนที่ ๑๒ ภาษาเตตุนและจ่าทหารไทยผู้มีอารมณ์ศิลปิน
ชาวติมอร์ทั้งเด็กและผู้ใหญ่เรียกทหารไทยว่า ไตแลนด์ โดยออกเสียงหนักที่ ไต พอคำว่าแลนด์ก็จะสั้นลง บางคนออกเสียงเพี้ยนไปอีกเป็นไตลังก็มี แต่ไม่เป็นไรหรอกครับยังพอสื่อกันเข้าใจ หลังจากที่นายกุสเมาเข้าไปปราศัย กับชาวติมอร์เมื่อต้นเดือน พ.ย.เป็นต้นมา ชาวติมอร์ฯ ต่อต้านภาษาอินโดนีเซียมากขึ้น เนื่องจากนายกุสเมาบอกว่า เขาจะใช้ภาษาโปรตุกีสเป็นภาษาทาง ราชการและอนุญาตให้ใช้ภาษาเตตุนเป็นภาษาพูดโดยทั่วไป ส่วนภาษาอินโดนีเซียนั้นจะไม่ยอมใช้แน่นอน ในอดีตชาวติมอร์ตะวันออกใช้ภาษาโปรตุกีส เป็นภาษาทางราชการมาแล้วและใช้ภาษาเตตุนเป็นภาษาพูดทั่วไป ซึ่งส่วนใหญ่ชาวพื้นเมืองจะพูดภาษาเตตุนได้ ภาษาเตตุนไม่มีตัวอักษรเป็นของตัวเอง การเขียนจึงเขียนด้วยอักษรภาษาอังกฤษ ปัจจุบันมีชาวติมอร์ตะวันออกที่จบการศึกษามาจากต่างประเทศ ได้พยายามที่จะให้ชาวติมอร์ตะวันออก พูด เขียน ภาษาเตตุนในโรงเรียนให้มากขึ้น การผลิตตำราเรียนและอุปกรณ์การสอน ได้รับการสนับสนุนและจัดพิมพ์ขึ้นในประเทศออสเตรเลีย เช่น หนังสือสอนเด็กชั้นสอง (ประถมศึกษา) ปี ค.ศ.๑๙๙๘ จัดทำโดย Mary Mackkillop Institute of East Timorese Studies PO.Box 299, st Marys NSW 17190 Australia เป็นต้น
ภาษาเตตุน (TETUN) ในปัจจุบันเป็นภาษาที่ดัดแปลงหรือแผลงมาจากภาษาโปรตุกีสผสมกับบาฮาซา อินโดนีเซีย ใช้รากฐานเดียวกับภาษาโปรตุกีส ยกตัวอย่างเช่น สวัสดีตอนเช้า (โปรตุกีส) คือ Bondia เตตุน คือ Loron diak หรือ สวัสดีตอนบ่าย โปรตุกีส คือ Bon Tarde เตตุนคือ Lokraik daik ซึ่งใน สองประโยคนี้ประชาชนยังนิยมใช้ภาษาโปรตุกีสอยู่เป็นส่วนใหญ่ การนับเลขบางคำยืมมา จากภาษาบาฮาซาอินโดนีเซีย เช่น Lima = ๕ ,Sanulu = ๑๐ , Atus= ๑๐๐ เป็นต้น ที่ กกล.ทบ.ไทย/ติมอร์ ได้จ้างครูภาษาเตตุนมาสอน เพื่อให้กำลัง พลสามารถสื่อสารกับชาวพื้นเมืองได้ โดยแบ่งกำลังพลออกเป็น ๓ กลุ่มคือ กลุ่ม บก.กกล.ทบ.ฯ กลุ่ม ร.๓๑ พัน.๓ รอ.และกลุ่ม ชุดควบคุมการ ปฏิบัติการพิเศษและทหารช่าง ผู้สอนคือนายฮิบโปลิโต้ ประธานสมาคมนักเรียนชาวติมอร์ซึ่งเป็นครูสอนอยู่ที่บาเกามาประมาณ ๘ ปี ในความรู้สึกที่ได้ นั่งเรียนมาแล้ว ๖ ชั่วโมง มีความรู้สึกว่า ผู้สอนเป็นผู้ที่มีความชำนาญในการสอนภาษาเตตุนมาก เขาอธิบายให้รู้ถึงภาษาของเขาอย่างง่ายๆ เช่นการนับ เลข การใช้คำกริยาซึ่งมีเพียง ๑๘ คำ พร้อมกับการเขียนประโยคง่ายๆ ให้อ่าน Hau han etu bikan rua ฉันรับประทานข้าวสองจาน Han แปลว่า รับประทาน Rua แปลว่า สอง Etu แปลว่า ข้าว หรือ Diek ka lae สบายดีหรือ จะตอบว่า Diek สบายดี / La diek ไม่สบาย หรือ O ba iha nebe ไปใหนมา Hau ba iha baucau ผมจะไปบาเกา เป็นต้น ก็เป็นเรื่องไม่ยากที่จะเรียนรู้ หากสนใจจริงๆ เรียนไปฝึกพูดไป จะสามารถใช้ภาษาได้คล่องภายในสามเดือน แน่นอน โรงเรียน Sekolah Meneingar Unum เป็นโรงเรียนระดับชั้นมัธยมประจำอำเภอบาเกา ในช่วงที่เกิดเหตุการณ์ไม่สงบ ได้หยุดเปิดสอนไปเป็นเวลานาน เพิ่งจะเปิดสอนใหม่เมื่อเดือน พ.ย.๔๒ มีครูประมาณ ๕๐ คน มีนักเรียนประมาณ ๑๐,๐๐๐ คน เปิดสอน ๓ ชั้น คือ ระดับ ม.๑ - ม.๓ ครูใหญ่ชื่อ Jose Vieras เมื่อจบชั้น ม.๓ จากที่นี่แล้ว หากจะต่อระดับวิทยาลัยต้องไปเรียนที่ Dili ซึ่งที่นั้นจะมีวิทยาลัยอยู่แห่งเดียว มีการสอนในสาขาพยาบาล แพทย์ และครู เป็นต้น เด็กนักเรียนที่ให้สัมภาษณ์ คือ Helia M Lemos, Judit Da Costa Belo และ Jnocencia Rodridues ทั้งสามคนเรียนอยู่ชั้น ๓ ในความรู้สึกของเด็กทั้งสามคนบอกว่า อยากให้ทหารไทยอยู่ที่นี่ไปนาน ๆ เพราะทหารไทยใจดี ยิ้มแย้มแจ่มใส ผิดกับทหารอินโดนีเซีย ประเพณีเดิมของชาวติมอร์ตะวันออกมีอยู่อย่างหนึ่งเหมือนกับไทยมากเลยคือ ประเพณีการชนไก่ เดิมนั้นการชนไก่เป็นที่นิยมเอาไปชนกันตั้งแต่ระดับชาวบ้านไปจนถึงระดับสูงสุดคือ ระดับข้าราชการทุกส่วน แต่การชนไก่ในสมัยโบราณไม่นิยมเล่นการพนันกัน ถือเป็นสิ่งที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ระยะหลัง การนำไก่ไปชนกันจะมีการเดิมพันติดปลายนวมด้วย ซึ่งกลายเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย ส่วนไก่นั้น ก็ไม่เหมือนกับของไทยเสียเลยทีเดียว เพราะของไทยจะมีพันธุ์ไก่ชนโดยเฉพาะ เลี้ยงเอาไว้ชนเพียงอย่างเดียว ที่ชาวติมอร์เลี้ยงอยู่จะใกล้เคียงไปทางไก่แจ้เสียมากกว่าซึ่งอาจจะหาพันธุ์ที่เป็นไก่ชนแท้จริง ไม่มีก็ได้ การชนไก่หรือการตีไก่ที่นี่ดุมากๆ คือเขาจะเอาใบมีดโกนติดที่เดือยทั้งสองข้างของไก่ที่จะตีกัน เสร็จแล้วปล่อยให้ตีกันจนตายไปข้างหนึ่งหรือไม่ก็แพ้ไป เมื่อตัวไหนแพ้เจ้าของจะเชือดคอทันที หรือไม่ก็ตกเป็นของผู้ชนะแล้วแต่ตกลงกัน แต่ถึงอย่างไรไก่ตัวที่แพ้ก็ต้องตายแน่นอน เพราะเจ้าของไก่ที่ชนะก็จะเชือดทิ้งเช่นเดียวกัน (ทำไมจึงโหดร้ายเช่นนี้ ก็ไม่รู้) ระหว่างที่ UN เข้าไปจัดระเบียบเพื่อการจัดตั้งรัฐบาลปกครองประเทศของติมอร์ตะวันออก นายกุสเมา ซึ่งเป็นที่รักของประชาชนชาวติมอร์ตะวันออกยอมรับที่จะให้เป็นผู้บริหารประเทศ ได้ปราศรัยในทุก ๆ ที่ เรียกร้องให้ช่วยติมอร์ตะวันออกหยุดเล่นการพนัน โดยเฉพาะการชนไก่ดังที่กล่าวไว้ข้างต้น ซึ่งต่อไปนี้อาจจะไม่มีการชนไก่ในติมอร์ตะวันออกให้เห็นอีกต่อไปก็ได้ จ.ส.อ.อวยพร วรรณศิลปิน ทหารช่างผู้มีอารมณ์ศิลปินทุกวัน ได้มอบเนื้อเพลงที่แต่งไว้เมื่อตอนที่ไปทำน้ำประปาที่หน้าโรงพยาบาลบาเกา ตอนเข้าพื้นที่ใหม่ ๆ ผมก็เลยเอามานำเสนอในข่าวทหารบก เพื่อเจ้าของค่ายเพลงไหนจะสนใจนำเอาไปให้นักร้องฯ จ่าอวยพรแกจะได้ดังบ้าง เนื้อเพลงเป็นดังนี้ครับ เพื่อสันติภาพติมอร์ตะวันออก โฮ.....ฮา.....เล.....เล.....โอ.....โฮ.....ฮา.....เล.....ลา ข้ามน้ำเหินฟ้ามาจากไทยแลนด์ เป็นนักรบต่างแดน หัวใจเกินร้อยทุกคน มีภาระหน้าที่ ไม่มีพูดบ่น เพื่ออุทิศกุศล ให้ชาวติมอร์พ้นภัย โฮ.....ฮา.....เล.....เล.....โอ.....โฮ.....ฮา.....เล.....ลา สุดน้ำ สุดฟ้า จะกว้างแค่ไหน สิ่งที่พวกเราให้ คือ น้ำใจ คนไทยทุกคน เพื่อสันติภาพ อิสรภาพ เป็นไท ชาวติมอร์ ภูมิใจ ได้ใช้บ้านเมืองของตน เจ้าเอกราช เจ้าเอกราช ฉันคอยมานาน เพิ่งจะพบพาน ฉันรอมานาน มานานเหลือเกิน ทิ้งผู้ทิ้งคนให้สับสนล้มตาย โฮ.....ฮา.....เล.....เล.....โอ.....โฮ.....ฮา.....เล.....ลา แต่สิ่งสุดท้าย เหลือไว้แต่ความทรงจำ ย้ำให้พวกเขาทำให้บ้านเมืองสุขสดใส ชาวติมอร์ทุกคน จะได้พ้นภัย พวกเราชาวไทย กลับไปรับใช้บ้านตน โฮ.....ฮา.....เล.....เล.....โอ.....โฮ.....ฮา.....เล.....ลา ครับ เป็นความคิดสร้างสรรค์ของจ่าคนหนึ่งที่เข้าใจการปฏิบัติหน้าที่ทหารไทยในติมอร์ตะวันออก ได้ถ่ายทอกออกมาเป็นเพลงลูกทุ่งเพลงหนึ่ง ข่าวทหารบก ขอปรบมือให้ จ่าอวยพร ครับ
01
02
03
04
05
06
07
08
09
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
32
33
34
35
36
37
38
39
40
e-mail address:
[email protected]
,baucau EAST TIMOR