กองกำลังเฉพาะกิจร่วม ๙๗๒ ไทย/ติมอร์

ตอนที่ ๑๕ ผลประโยชน์ที่ต้องปกป้อง
     นับถึงวันที่ผมกำลังเขียนต้นฉบับตอนที่ ๑๕ อยู่นี้ ผมจากเมืองไทยไปอยู่ที่ ติมอร์ตะวันออก เป็นเวลา ๑ เดือนกับ ๘ วัน (๓๐ พ.ย.๔๒) สถานการณ์ต่าง ๆ ก็เป็นไปตามที่สื่อมวลชนได้นำเสนอไปแล้ว โดยเฉพาะในข่าวทหารบก ก็ได้นำเสนอผลการปฏิบัติงานของทหารไทยแล้วหลายตอนและหลายเรื่อง ในตอนนี้ ผมขอเสนอความคิดเห็นของชาวติมอร์ที่มีต่อทหารไทยและประ เทศไทย โดยเฉพาะผู้แสดงความคิดเห็นนั้นเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการเตรียมการจัดตั้งรัฐบาลขึ้นบริหารประเทศติมอร์ตะวันออก เขาคิดเห็นอย่างไร กรุณาติดตามครับ นายเลออนโดร ไอซาแอค (Leondro Isaac) ผู้ช่วยเลขาธิการพรรค UDT หนึ่งในห้า พรรคการเมืองที่ร่วมกันตั้งพรรค CNRT พูดถึงประเทศไทยในนามของพรรค CNRT ว่า "ในห้วงเวลาที่ผ่านมาก่อนติมอร์ตะวันออกจะได้รับเอกราชนั้นไม่มีประเทศใดในสมาชิกกลุ่ม อาเซียน แสดงท่าทีสนับสนุนการเป็นเอกราชของติมอร์ตะวันออก และเมื่อเกิดเหตุการณ์วิกฤตในห้วงเดือน กันยายน ๒๕๔๒ นอกจากประเทศไทยซึ่งเป็นสมา ชิกอาเซียนเพียงชาติเดียวที่แสดงท่าทีเห็นใจและสนับสนุนการเป็นเอกราชโดยได้แสดงเจตนาตั้งแต่เริ่มแรกและส่งทหารเข้าไปช่วยเหลือในนามของ INTERFET ซึ่ง CNRT ชื่นชมการตัดสินใจของไทยในครั้งนี้และเชื่อมั่นว่าไทยมีความจริงใจต่อการเป็นเอกราชของติมอร์ตะวันออก" และนายเล ออนโดรยังกล่าวอีกว่า"หลายชาติต้องการเข้ามามีส่วนร่วมในกองกำลังรักษาสันติภาพในนาม UNTAET (United Nations Transitional Administration in East Timor) ประเทศที่เหมาะสมที่สุดในการเป็นแกนจัดตั้งกองกำลังรักษาสันติภาพคือประเทศไทย ด้วยเหตุผลที่เชื่อมั่นใน ความเป็นกลางและความจริงใจที่จะไม่แสวงประโยชน์ในสถานการณ์ที่เป็นอยู่ รวมทั้งเป็นประเทศในเอเซียด้วยกัน"
     ในความคิดเห็นส่วนตัวของผมแล้ว ผมเห็นด้วยกับผู้ช่วยเลขาธิการพรรคUDT ที่กล่าวถึงความเชื่อ มั่นของเขา เชื่อว่าเรามีความจริงใจที่จะไม่แสวงประโยชน์ในสถานการณ์ที่เป็นอยู่ จากข้อมูลหลายๆ ด้าน ที่ผมมีอยู่ เช่น บริษัทลูซ่า นิวส์เอเจนซี่ (Luza news agency) กล่าวว่าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในติมอร์ตะวันออก เป็นแหล่งที่ยิ่งใหญ่แหล่งหนึ่งของโลกและเขายังกล่าวต่อไปอีกว่า เมื่อ ๑๐ ปี ที่ ผ่านมา ภายใต้การปกครองของอินโดนีเซียมีความเป็นไปได้อย่างสูงว่า การใช้ประโยชน์พื้นที่ทางทะเลตามสัญญาติมอร์แก๊ป (Timor Gap) อาจทำให้ แหล่งน้ำมันมีการแย่งชิงกันเช่นเดียวกับที่ประเทศอิรักเข้ายึดครองคูเวตเมื่อหลายปีที่ผ่านมา แต่แหล่งน้ำมันที่อยู่ในมือของชาวติมอร์ทุกวันนี้ไม่ได้ทำให้ ชาวติมอร์ฯ พ้นสภาพไปจากความยากจน ความหวังของบริษัทน้ำมันในติมอร์ตะวันออกเอง(บริษัท Bayu Undan) กล่าวในทัศนะของผู้เชี่ยวชาญว่า อาจผลิตได้ ๑๑๕,๐๐๐ บาเรล ซึ่งอาจจะมีน้ำมันดิบและก๊าซ แต่มีบริษัทที่สำรวจบริษัทหนึ่ง กล่าวว่า การผลิตจะไม่เพิ่มขึ้นก่อนสิ้นปี ค.ศ. ๒๐๐๓ นั้น หมายถึงว่ามันเป็นช่วงเวลาที่ยังไม่มีกำไร องค์การสหประชาชาติคำนวณว่า จำนวนน้ำมันสำรองที่อุตสาหกรรมน้ำมันผลิตขึ้นจะมีมูลค่าที่เป็นไปได้ราว ๒,๐๐๐ ล้านดอลลาร์หรืออาจจะมีมูลค่าสูงกว่านั้นซึ่งบริษัทที่เกี่ยวข้องในโครงการคือ บริษัทฟิลิปส์ปิโตเลี่ยม บริษัทบริชติชบอเนียว ออยส์แอนแก๊ซ และบริษัทซานโตส ปัญหาประการหนึ่งที่พวกเขาประสบคือ ภายใต้การสำรวจปริมาณการลงทุนและระยะเวลาแห่งการเชิญชวนเข้าสู่อุตสาหกรรมที่จะ เริ่มขึ้นในติมอร์ตะวันออกในอนาคตนั้น จะไม่สดใสเหมือนไม้เท้าวิเศษ เพราะในสัญญา Timor Gap ยังมีบริษัทน้ำมันของอินโดนีเซียชื่อ เปอริต้ามีนา (Peritaminar) ที่จาร์กาตาร์เป็นหุ้นส่วนสำคัญซึ่งบริษัทนี้ยังมีกิจการน้ำดื่มอยู่ในติมอร์ตะวันตก อย่างไรก็ตาม ยังอีกนานกว่าที่บริษัทของอินโดนีเซีย จะตั้งใจส่งมอบความชอบธรรมและข้อผูกพันต่างๆ ให้แก่ติมอร์ตะวันออก นี่เป็นความคิดเห็นส่วนหนึ่งของนักธุรกิจที่มองติมอร์ตะวันออกซึ่งพวก เขากำลังมองหาลู่ทางเข้าไปลงทุนด้านต่างๆ ในติมอร์ฯ แต่ CNRT ให้ข้อสังเกตว่าไม่มีนักธุรกิจไทยเลยทั้งๆ ที่ประเทศไทยได้ส่งทหารเข้าไปช่วยเหลือ ตั้งแต่เริ่มแรกซึ่ง CNRT ยังบอกว่ายินดีที่จะอำนวยความสะดวกให้นักธุรกิจไทยเข้าไปลงทุน สำหรับการลงทุนทางด้านอื่น หลายคนมองว่าธุรกิจการ ประมงน่าจะไปได้ดี ในท้องทะเลรอบๆ เกาะติมอร์เป็นแหล่งประมงที่มีปลาชุกชุม เห็นได้จากชาวติมอร์ฯ ที่มีเพียงอวนลากเก่าๆ และเรือเล็กๆ เพียง ลำสองลำออกไปหาปลา ขากลับเข้าฝั่งเขาก็ได้ปลามาเต็มลำเรือ พอแจกจ่ายกันในหมู่บ้านรวมทั้งทหารไทยคนหนึ่งซึ่งไปปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่ชายหาดบีเอซู ทางตอนใต้ของเมืองวีเคเค เขาหย่อนเบ็ดลงไปพักเดียวได้ปลากระพงแดงมาตัวหนึ่งหนักเกือบ ๓ กก.ทีเดียว นี่เป็นเพียงหนังตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นว่า การทำธุรกิจประมงที่ติมอร์ตะวันออกนั้นน่าจะมีอนาคตที่สดใส หากมีการสำรวจกันอย่างจริงจังหรือเข้าไปติดต่อกับรัฐบาลของติมอร์ฯ อย่างถูกต้อง ตามกฎหมายแล้ว ในอนาคตเราอาจมี แหล่งประมงอีกแหล่งหนึ่งก็ได้
     อีกตัวอย่างหนึ่งที่หลายคนมองว่า ออสเตรเลียซึ่งเป็นผู้นำของอินเตอร์เฟตรับไปเต็มๆก็คือการ ส่ง สป.๑ ให้กับกำลังพลของอินเตอร์เฟต ท่านผู้อ่านเชื่อหรือไม่ว่า ในแต่ละรอบของการส่งอาหารให้กับชาติต่างๆ ที่เข้าปฏิบัติงานในติมอร์ฯ นั้น ออส เตรเลียต้องใช้กองคาราวาน (รถเทเลอร์ชานต่ำบรร ทุกห้องเย็น)นับร้อยคันขนข้าวปลาอาหารจากสนามบินดิลีไปตามที่ต่างๆ ที่กองกำลังฯ ตั้งอยู่ สิ่ง ต่างๆ เหล่านี้ไม่ว่าจะเป็น ข้าว เนื้อสัตว์ ผลไม้ ขนมปังและอื่นๆ ล้วนส่งไปจากออสเตรเลียทั้หมดไม่ต้องคิดอะไรมากเพียงแต่ผลิตน้ำดื่มอย่างเดียว ออสซี่ก็รับเละแล้ว คิดแค่ ๓ ขวดต่อวันต่อคน(อินเตอร์เฟตคำนวณไว้) กำลังพลอินเตอร์เฟตมีประมาณ ๑๑,๐๐๐ คน เดือนหนึ่งกำลังพลจะใช้น้ำประ มาณล้านขวด (ราคาน้ำดื่มในออสเตรเลียคิดขวดละ ๑.๒๐ เหรียญออสเตรเลีย) เพียงเดือนเดียวค่าน้ำก็ปาเข้าไปเป็นล้านเหรียญแล้ว ยัง ยังมีอาหาร ประเภทอื่นๆ อีก ลองคิดกันเล่นๆ ครับ คุ้มไหมกับที่ออสซี่รับประโยชน์แลกกับการเป็นหัวหอกเข้าไปในติมอร์ฯ นอกจากนี้แล้ว ยังมีผลประโยชน์อื่นๆ ที่จะตามไปอีก เช่น กำลังพลของอินเตอร์เฟตที่จะพักผ่อน ต้องเข้าไปพักในออสเตรเลียทั้งสิ้น แล้วอย่างนี้เงินทุกเหรียญทุกเซ็นต์จะไปใหนเสียล่ะ จริงไหมครับท่าน
     พรรค CPD-RDTL (Conselho Popular da Defesa da Republica Democratica de Timor-leste) ซึ่งตั้งสำนักงานอยูที่ Santa Cruz ในเมืองดิลี ประกาศนโยบายพรรคไว้ว่า สนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของUNTAETและINTERFET ให้สามารถส่งมอบการปกครองให้ชาวติมอร์ตะวันออกและสนับสนุนให้กองกำลังFALINTIL เป็นกองทำที่ไม่สังกัดฝ่ายใด เพื่อปรับเป็นกองกำลัง แห่งชาติ สนับสนุนให้ใช้ภาษา TETUN เป็นภาษาประจำชาติ โดยมีภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สอง ส่วนภาษาโปรตุเกสให้รักษาไว้เพื่อเชื่อมประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมที่มีมาแต่โบราณ สำหรับการสอนภาษาอินโดนีเซีย ขอให้ยุติไว้ก่อนจนกว่าจะผ่านขั้นตอนการถ่ายโอนอำนาจไปแล้ว สนับสนุนให้ใช้สกุล เงินรูเปียส์และสกุลเงินดอลล่าร์ออสเตรเลีย สนับสนุนการยึดสถานที่ราชการของอินโดนีเซียที่อยู่ในติมอร์ตะวันออกเป็นทรัพย์สิน ของรัฐทั้งหมด ประชาชนไม่มีสิทธิเข้าไปใช้สถานที่ราชการเช่นนั้นโดยพละการ
     ครับ สถานการณ์ต่างๆ เริ่มมีความคืบหน้าไปตามลำดับ ไม่ว่าจะเป็นการปฏิบัติขององค์การสหประ ชาชาติหรือธุรกิจของชาวติมอร์ตะวันออก
     ที่เมืองดิลี ห้วงนี้ (๒ ธ.ค.๔๒) มีซุ้มเบียร์เย็นๆ ไว้รับทหารอินเตอร์เฟตแล้วครับ.

01 02 03 04 05 06 07 08 09 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40

picture   e-mail address: [email protected], baucau EAST TIMOR
Hosted by www.Geocities.ws

1