| กองบัญชาการกองกำลังเฉพาะกิจร่วม ๙๗๒ ไทย/ติมอร์ |
| ตอนที่ ๑ กองทัพไทยไปช่วยติมอร์ตะวันออก |
|
ในขั้นต้น ผมตั้งใจว่าจะเขียนถึงเรื่องการเดินทางไปติมอร์ตะวันออกของทหารไทยในชื่อว่า "กองทัพไทยไปติมอร์ตะวันออก" แต่ได้มีข้อตกลงใจ
จากผู้บังคับบัญชาชั้นสูงมาแล้วว่า จะใช้ชื่อกองกำลังที่ออกไปร่วมรักษาความปลอดภัยกับนานาชาติที่ติมอร์ตะวันออกครั้งนี้ว่า "กองบัญชาการกอง
กำลังเฉพาะกิจร่วม ๙๗๒ (ไทย-ติมอร์ตะวันออก)" ผมจึงตั้งชื่อเรื่องนี้ว่า กองบัญชาการกองกำลังเฉพาะกิจร่วม ๙๗๒ ไทย-ติมอร์ตะวันออกตามไป
ด้วย ฉบับนี้จะเป็นการเปิดตัวเรื่องของการไปรักษาความปลอดภัยในติมอร์ตะวันออกร่วมกับกองกำลังนานาชาติ ซึ่งจะมีตอนที่สองที่สามตามมาอีก
ขึ้นอยู่กับเวลาและโอกาสจะอำนวยได้มากน้อยขนาดไหน โดยเฉพาะการติดต่อสื่อสารจากติมอร์ตะวันออกมายังประเทศไทย ห้วงนี้ยังไม่มีความชัดเจน
ว่าจะใช้ทางใดดีที่สุด ให้เป็นเรื่องของเวลาและโอกาสที่จะอำนวยให้ นะครับ ความหมายของชื่อ กองบัญชาการกองกำลังเฉพาะกิจร่วม ๙๗๒ หรือ บก.กกล.ฉก.ร่วม ๙๗๒ เท่าที่ทราบมีความหมายดังนี้ครับ เพื่อเป็นการ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช หมายเลข ๙ คือรัชกาลที่ ๙ ส่วนหมายเลข ๗๒ คือ พระชนมายุของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ๗๒ พรรษา ซึ่งในการเขียนของผมจะใช้ชื่อย่อในการอ้างอิงในเรื่องนี้ว่า บก.กกล.ฉก.ร่วม ๙๗๒ นะครับ ท่านผู้อ่านโปรดเข้าใจ ตามนี้นะครับ เกาะติมอร์เป็นส่วนหนึ่งของหมู่เกาะซุนดาน้อย ตั้งอยู่ระหว่างเส้นขนานที่ ๘ องศา ๑๗ ลิบดากับเส้นขนาน ที่๑๐ องศา ๒๒ ลิบดาและระหว่างเส้นเมอริเดียนที่ ๑๒๓ องศา ๒๕ ลิบดากับเส้นเมอริเดียนที่ ๑๒๗ องศา ๑๙ ลิปดา เกาะติมอร์ล้อมรอบไปด้วยน้ำ ทะเล ทางด้านตะวันตกคือทะเลติมอร์ (Timor sea) ซึ่งสามารถไปสู่มหาสมุมรอินเดียได้และทางด้านตะวันออกคือทะเลอราฟูรา(Arafura sea)ซึ่งเป็น ส่วนหนึ่งของมหาสมุทรแปซิฟิค เกาะติมอร์ถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนคือติมอร์ตะวันตกและติมอร์ตะวันออก ติมอร์ตะวันตกเป็นของอินโดนีเซีย มีพื้นที่ ๖,๑๒๐ ตารางไมล์หรือ ๑๕,๘๕๐ ตารางกิโลเมตรเป็นส่วนหนึ่งของจังหวัดนูซาเต็งการาตะวันออก (Nusa Tenggara Timur) มีประชากรประมาณ ๑.๒๕ ล้านคน นับถือศาสนาคริสต์นิกายโปแตสแตนท์ ส่วนติมอร์ตะวันออกประกอบไปด้วยพื้นที่ ๔ แห่งคือครึ่งหนึ่งของเกาะติมอร์เป็นพื้นที่หลักมีพื้นที่ ๕,๗๔๓ ตารางไมล์หรือ ๑๔,๘๗๔ ตารางกิโลเมตรหรือประมาณเกือบครึ่งหนึ่งของเกาะ ยาว ๒๖๕ กิโลเมตรและส่วนที่กว้างที่สุด กว้าง ๙๒ กิโลเมตร ดินแดนที่เรียกว่าโอกัสซี่-อัมเบโน(Ocussi-Ambeno)ในติมอร์ตะวันตกมีพื้นที่ ๒,๔๖๑ ตา รางกิโลเมตร ยาว ๔๘ กิโลเมตร อยู่ห่างจากเมืองบาตูกาเดซึ่งเป็นเมืองที่อยู่ชายแดนระหว่างติมอร์ตะวันตกกับติมอร์ตะวันออกประมาณ ๗๐ กิโล เมตร เกาะอาเตาโร(Atauro)ที่อยู่ทางทิศเหนือ มีพื้นที่ ๑๔๔ ตารางกิโลเมตร อยู่ห่างจากเมืองดิลีประมาณ ๒๓ กิโลเมตรและเกาะจาโก(Jaco)ซึ่งเป็น เกาะเล็กๆ อีกเกาะหนึ่งอยู่ทางทิศตะวันออก มีพื้นที่ ๘ ตารางกิโลเมตร ติมอร์ตะวันออกมีประชากรประมาณ ๖๐๐,๐๐๐ คน (พ.ศ.๒๕๓๙) ประชากรนับ ถือศาสนาคริสต์ นิกายโรมันคาทอลิคเมืองหลวงคือ เมืองดิลี (Dili) ตั้งอยู่ติดชายฝั่งทะเลด้านทิศเหนือของเกาะเป็นเมืองหลวงและเมืองท่าที่สำคัญ รวมทั้งเป็นศูนย์กลางการพาณิชย์ทางด้านตะวันออกของเกาะ ติมอร์ตะวันออกยังมีเมืองหลักอีกหลายเมือง เช่น Suai, Maliana, Likisia, Manatuto, Baukau, Los Palos, Vikeke, Ainaro, Same,และ Aileu ภูมิอากาศ ในติมอร์ตะวันออกจะมีฤดูแล้งยาวนานถึง ๗ เดือน นอกนั้นจะเป็นฤดูฝนประมาณ ๕ เดือน ซึ่งฤดูฝนจะเริ่มตั้งแต่เดือน พฤศจิกายน เป็นต้นไปจนถึงเดือนมีนาคม ทางด้านทิศใต้ของเกาะมีภูเขาทอดยาวไปทางทิศตะวันออกตามแนวชายฝั่งทะเล ยอดเขาที่สูงที่สุดคือ ยอดเขาตาต้า ที่อยู่ทางตอนกลางของพื้นที่ สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ๒,๙๖๓ เมตรและยอดเขามาตาเบียน ที่อยู่ทางทิศตะวันออกสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ๒,๓๑๕ เมตร ถนนเมนหรือถนนหลักที่รถยนต์วิ่งได้ตลอดเวลาคือ ถนนที่ตัดจากติมอร์ตะวันตกไปยังติมอร์ตะวันออก โดยเริ่มที่เมืองคูปัง(Kupang)ผ่านตอน กลางของเกาะไปทางตะวันออกผ่านเส้นเขตแดนระหว่างติมอร์ตะวันตกกับติมอร์ตะวันออกที่เมืองบาตูกาเด (Batugade) ทางด้านทิศเหนือและผ่าน เมืองดิลีเลาะเรียบริมฝั่งทะเลด้านทิศเหนือเรื่อยไปจนถึงเมืองลาอูเต็ม (Lautem) ที่อยู่ทางด้านตะวันออก ปัจจุบันมีรถยนต์วิ่งจำนวนน้อยมาก เนื่อง จากการปะทะกันระหว่างฝ่ายนิยมอินโดนีเซียกับฝ่ายที่ต้องการเอกราช ทำให้รถยนต์ไม่กล้าออกวิ่งเพราะกลัวจะถูกเผา ซึ่งปกติในติมอร์ตะวันออกก็มี รถยนต์ใช้น้อยอยู่แล้ว รวมทั้งร้านค้าและบ้านเรือนประชาชนก็ถูกเผาไปจำนวนมาก นอกจากนั้นชายฝั่งทะเลทางด้านทิศใต้ จะมีถนนสายรองเลาะเรียบ ชายเขาไปจนถึงเมืองซูไอ (Suai) แต่ในฤดูฝนจะไม่สามารถใช้เส้นทางนี้ได้ เมืองเบาเกา (Baukau) ที่คาดว่ากองกำลังของไทยจะไปตั้งอยู่ที่นั่น เป็นเมืองใหญ่เป็นอันดับรองลงไปจากเมืองดิลี ประชาชนมีอาชีพทำการ เกษตร เมืองบาเกาอยู่ห่างจากดิลีไปทางทิศตะวันออกประมาณ ๑๓๐ กิโลเมตร สนามบิน มีสนามบินระดับนานาชาติตั้งอยู่ที่เมืองคูปังในติมอร์ตะวันตก ซึ่งติมอร์ตะวันตกเป็นส่วนหนึ่งของจังหวัดนูซา เต็งการาตะวันออก ของอินโดนีเซีย มีเมืองคูปัง (Kupang) เป็นเมืองหลวงสายการบินที่บินอยู่เป็น ประจำคือ สายการบินการูด้าของอินโดนีเซียและ Java-Australia air มีสนามบินระดับท้องถิ่นอยู่ที่เมืองดิลี ชื่อว่าสนามบินโคโมโร (Komoro) อยู่ติด ชายฝั่งทะเลห่างจากตัวเมืองดิลีไปทางตะวันตกประมาณ ๖ กิโลเมตรและมีสนามบินอื่นอยู่ที่เมืองเบาเกา มาลีอานา ลอสปาโลส ไวกีกิและซาอี สนามบิน ที่เมืองเบาเกาเป็นสนามบินที่ยาวที่สุด (๒,๔๒๔ เมตร) เครื่องบิน ซี - ๑๓๐ สามารถลงได้ ดินแดนติมอร์ตะวันออก แต่เดิมอยู่ในความยึดครองของประเทศโปรตุเกส ซึ่งใน พ.ศ.๒๕๑๘ โปรตุเกสกำลังจะคืนเอกราชให้กับชาวพื้นเมืองที่ อาศัยอยู่ แต่อินโดนีเซียโดยการนำของประธานาธิบดีซูฮาร์โตได้ส่งกองทัพเข้าไปยึดเอาดินแดนผนวกเข้าเป็นของตนเมื่อวันที่ ๑๗ กรกฏาคม พ.ศ.๒๕๑๙ โดยประกาศผนวกดินแดนติมอร์ตะวันออกเป็นจังหวัดที่ ๒๗ ของ สาธารณรัฐอินโดนีเซีย การส่งกองกำลังทหารไทยเข้าไปในติมอร์ตะวันออก ประชาชนคนไทยรวมทั้งผู้อ่านหลายท่านอาจจะยังไม่ชัดเจนว่า ทหารไทยจะเข้าไปในลักษณะใด จะเข้าไปทำสงครามหรือทำอะไรกันแน่ จึงขอเล่าความเป็นมาให้ท่านผู้อ่านทราบดังนี้ครับ ความเป็นมาของโครงการนี้ ท่านผู้อ่านยังจำได้นะครับว่า เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา การลงประชามติของชาวติมอร์ในติมอร์ตะวันออก ได้นำไป สู่ข้อสรุปที่ว่า ประชาชนต้องการแยกดินแดนติมอร์ตะวันออกออกจากการปกครองของอินโดนีเซีย โดยการปกครองตนเองหรือเป็นเอกราช เมื่อ มติของประชาชนออกมาเช่นนั้น องค์การสหประชาชาติซึ่งดูแลปัญหานี้อยู่ได้จัดตั้งหน่วยงานพิเศษขึ้นมาหน่วยหนึ่งชื่อว่ายูนาเมต (UNAMET) หรือ United Nations Assessment Mission in East Timor และได้ส่งหน่วยงานพิเศษนี้เข้าไปที่เมืองดิลี เมืองหลวงของติมอร์ตะวันออก ภารกิจ ของยูนาเมตก็คือเข้าไปดูแลให้การถ่ายโอนอำนาจเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพโดยเร็ว ภารกิจยูนาเมตไม่ใช่ภารกิจที่เข้าไปทำการสู้รบกับใคร ไม่ใช่กองกำลังรักษาสันติภาพ แต่เป็นหน่วยงานพิเศษของ ยูเอ็นที่เข้าไปดูแลเรื่องการถ่ายโอนอำนาจในติมอร์ตะวันออก เมื่อยูนาเมตเข้าไปดูแลได้ ระยะหนึ่ง ก็พบปัญหาความรุนแรงอย่างที่ท่านผู้อ่านได้รับทราบจากสื่อมวลชนอื่น ความรุนแรงได้กดดันจนกระทั่งยูนาเมตจำเป็นต้องเคลื่อนย้ายไปที่ เมืองดาวิน ประเทศออสเตรเลีย ภารกิจของยูนาเมตจึงสดุดหยุดลงตั้งแต่นั้นมา ยูนาเมตยังมีความจำเป็นจะต้องกลับเข้าไปทำหน้าที่ในการถ่ายโอนอำนาจให้สำเร็จ แต่องค์การสหประชาชาติเห็นว่า การกลับเข้าไปในลักษณะเดิม ก็จะเกิดปัญหาเช่นเดิมอีก ยูเอ็นจึงตัดสินใจจัดส่งหน่วยงานพิเศษที่เรียกว่า ไอเฟต (IFET) หรือInternational Force in East Timor เข้าไปซึ่ง เป็นกองกำลังรักษาความปลอดภัยนานาชาติในติมอร์ตะวันออก มีลักษณะที่แตกต่างไปจากยูนาเมตซึ่งเป็นเพียงองค์กรปฏิบัติงาน หน้าที่ของกอง กำลังรักษาความปลอดภัยนานาชาติซึ่งกองทัพไทยจะเข้าไปมีส่วนร่วมนั้นคือ การให้ความคุ้มครองการปฏิบัติงานของยูนาเมต ไอเฟตไม่มีหน้าที่ไปสู้รบ กับใคร กองทัพไทยก็ไม่มีหน้าที่ไปสู้รบกับใคร แต่หน้าที่ของพวกเราคือคุ้มครองให้ความปลอดภัย กับยูนาเมต ตามที่ กองทัพไทยได้ส่งส่วนล่วงหน้าจำนวน ๓๓ นายเดินทางไปเมื่อ ๑๗ ก.ย.ที่ผ่านมานั้น เจ้าหน้าที่ส่วนนี้ได้เข้าไปร่วมประชุมกับทุกชาติที่เกี่ยว ข้องโดยมีประเทศออสเตรเลียเป็นผู้บัญชาการกองกำลังและไทยจะเป็นรองผู้บัญชาการกองกำลัง และล่าสุดนี้มีมาเลเซีย สิงคโปร์ พิลิบปินส์และ นิวซีแลนด์ตัดสินใจเข้าร่วมในกองกำลังรักษาความปลอดภัยแล้ว การประชุมได้หารือกันว่าจะแบ่งงานกันอย่างไร ใครจะดูแลส่วนไหน ใครจะรับ ผิดชอบพื้นที่ใด จากนั้นจะเดินทางกลับ นอกจากประชุมกันที่ดาร์วิน ประเทศออสเตรเลียเป็นหลักแล้ว ก็ได้ไปสำรวจภูมิประเทศในติมอร์ตะวันออก ด้วย คณะเจ้าหน้าที่ชุดนี้ได้เดินทางกลับประเทศไทยเมื่อ ๒๑ กันยายน ที่ผ่านมา หลังจากนั้นได้ประชุมร่วมกับกองบัญชาการทหารสูงสุด,กองทัพบก กองทัพเรือ.และกองทัพอากาศ. เพื่อกำหนดภารกิจให้ชัดเจน เมื่อกำหนดได้แล้วก็จะนำไปสู่การจัดกำลังซึ่งกำลังที่พูดถึงนี้คือกำลังประมาณ ๑ พัน. ร.ผสมโดยจัดจากหน่วยพร้อมรบเคลื่อนที่เร็วของกองทัพบกคือ ร.๓๑ พัน.๓ รอ. ที่กำลังเตรียมการอยู่อย่างเต็มที่ ครับ ในเบื้องต้น ผมขออนุญาตเปิดตัวกองบัญชาการกองกำลังเฉพาะกิจร่วม ๙๗๒ ไทย/ติมอร์หรือ บก.กกล.ฉก.ร่วม ๙๗๒ ไว้แต่เพียง เท่านี้ก่อนนะครับ ส่วนในตอนต่อไป กระผมซึ่งเป็นผู้หนึ่งที่จะเดินทางไปติมอร์ตะวันออกด้วย จะส่งต้นฉบับจากที่นั่นมาลงในข่าวทหารบกต่อไป ออกเดินทางไปเมื่อไร จะรายงานให้ท่านผู้อ่านทราบ ครับผม. |
| 01 | 02 | 03 | 04 | 05 | 06 | 07 | 08 | 09 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 |
| 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | 32 | 33 | 34 | 35 | 36 | 37 | 38 | 39 | 40 |
|
|