กองกำลังเฉพาะกิจร่วม ๙๗๒ ไทย/ติมอร์

ตอนที่ 13 เด็กชายไทย อนุสรณ์แห่งความประทับใจในการช่วยเหลือ
     การออกปฏิบัติงานกิจการพลเรือนและช่วยเหลือประชาชน ทุกครั้งที่กองกำ ลังทหารบกไทย/ติมอร์ออกปฏิบัติการจะมีหน่วยที่เข้าไปทำงานดังนี้ ชค.กพศ. ชุดปฏิบัติการจิตวิทยา ชุดแพทย์และชุดระวังป้องกัน โดยการวางแผน และประสานงานของ ฝกร.กกล.ทบ.ฯ และก่อนที่จะออกไปปฏิบัติการ ณ หมู่บ้านใด ก็จะมีการออกสำรวจข้อมูลก่อน เพื่อนำมาวางแผนซึ่งการออกสำ รวจจะจัดจาก ชค.กพศ. ออกไปสำรวจข้อมูล แล้วนำมากำหนดวันและกำหนดสิ่งของอุปกรณ์ที่จะต้องนำไปปฏิบัติงาน จึงกล่าวได้ว่าทุกหมู่บ้านที่ทหาร ไทยเข้าไปปฏิบัติงาน พวกเราได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีทุกครั้ง เช่น หมอก็มีลูกค้ามาอย่างไม่ขาดสาย แต่ละหมู่บ้านจะต้องมีแถมทุกครั้ง (เลิกหลัง เวลากำหนดเพราะลูกค้าแน่นมาก) บริการตัดผมจากชุดปฏิบัติการจิตวิทยาก็มีลูกค้าใช้บริการมากพอสมควรโดยเฉพาะเด็กๆ การฉายภาพยนต์ด้วย Video Tape ก็มีลูกค้าหนาแน่นเช่นเดียวกัน ผู้คนจะไม่ขยับเลยถ้าไม่หยุดฉาย ก่อนหมดเวลาปฏิบัติงานซึ่งใช้เวลาประมาณ ๓-๔ ชั่วโมงก็จะแจกเมล็ด พันธุ์ผักที่นำไปจากเมืองไทยก็คือ แตงกวา ผักบุ้ง กวางตุ้ง ผักกาดขาว รวมทั้งบะหมี่สำเร็จรูป นมกล่องและขนม ซึ่งบางครั้งพวกเรารับประทานไม่ ทันก็นำไปบริจาคต่อกับชาวบ้านด้วย
     นับต่อจากนี้ไป พวกเราคงเหลือเวลาน้อยในการทำงานที่ติมอร์ตะวันออก เพราะมีข่าวว่าไม่เกิน มกรา คม ๒๕๔๓ ก็จะมีการผลัดเปลี่ยนหรือเดินทางกลับสู่ประเทศไทยซึ่งก็แล้วแต่นโยบาย พวกเราจึงต้องเร่งเวลาทำงานทุกๆ ด้าน เช่น การปฏิบัติงานกิจ การพลเรือน เราออกทำงานกันอาทิตย์ละ ๓ ครั้ง จันทร์ พุธ ศุกร์ ส่วนวันอังคาร พฤหัสบดี และเสาร์ เราก็เตรียมข้อมูลและตรวจสอบสภาพหมู่บ้าน การสร้างบ้านของทหารช่างหลังจากอุปกรณ์และเครื่องมือถึงที่ตั้งที่บาเกาก็ได้เริ่มลงมือสร้างทันที โดยเริ่มมาตั้งแต่ ๑๕ พ.ย.๔๒ เป็นต้นมา โดยใช้ แรงงานพื้นเมืองหรือชาวติมอร์ฯ เป็นลูกมือในการประกอบส่วนต่างๆ ของบ้าน ส่วน ร.๓๑ พัน.๓ รอ. ไม่ต้องพูดถึง ปฏิบัติงานอยู่แล้วตั้งแต่เดิน ทางไปจากเมืองไทย ที่ตั้ง บก.พัน. อยู่ที่เมืองบาเกาห่างจาก บก.กองกำลังประมาณ ๕ กม. ส่วนกองร้อยต่างๆ แยกไปอยู่หลายพื้นที่ เช่น เมืองวีเคเค (Viqueque) เป็นส่วนแยก (ร้อย ๓ ) ไปอยู่อีกอำเภอหนึ่งห่างไปประมาณ ๖๔ กม. ที่พักผู้อพยพก็มีกำลังพลของร.๓๑ พัน.๓รอ.ไปรักษาความปลอด ภัย และที่หมู่บ้านลากามีกำลังของ ร.๓๑ พัน.๓ รอ.อีก ๑ หมวด เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีงานหลักมาเป็นครั้งคราวเข้ามาอีก เช่น UNHCR หรือสำนัก งานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัย UN เวลามีเครื่องบินส่งไปผู้อพยพลงที่ท่าอากาศยานบาเกาหรือเดินทางมาทางเรือก็จะประสานการปฏิบัติกับ กกล.ของเรา เพื่อขอยานพาหนะส่งผู้อพยพรวมทั้งจัดล่ามไปประสานการปฏิบัติ จัดกำลังไปรักษาความปลอดภัยซึ่งในห้วงนี้จะมีผู้อพยพกลับบ้านวันละหลายเที่ยว
     พ.อ.นายแพทย์นิมิตร์ สะโมทาน หัวหน้าชุดแพทย์ของ กกล.ทบ.ฯ กล่าวว่า ชาวติมอร์ในเมืองบาเกาที่ เข้าไปขอรับการรักษาพยาบาลส่วนใหญ่จะเป็นไข้หวัด ปวดหัว ตัวร้อนตามปกติ ส่วนมาลาเรียก็ยังคงมีใก้เห็น ประชาชนส่วนใหญ่อยากได้ยาไปเก็บไว้ รับประทานยามเจ็บไข้เสียมากกว่า ในบางพื้นที่จะมีหญิงแม่ลูกอ่อนไปรับบริการมากเป็นพิเศษ เช่น หมู่บ้านลากาหรือหมู่บ้านมูเลีย สังเกตเห็นว่ามีเด็ก เป็นจำนวนมาก ส่วนที่เมืองวีเคเค ประชาชนส่วนใหญ่เป็นมาลาเรียทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เนื่องจากพื้นที่เมืองวีเคเคมีความชุ่มชื้นมากและบนภูเขามีต้นไม้ปก คลุมมากจึงทำให้มียุงเกิดขึ้นเป็นจำนวนมากและการบริการทางด้านสุขอนามัยไม่เคยมีการกำจัดยุงเลย งานของผมเลยหนักไปทางเวชกรรมป้องกันไป ด้วย มีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเหตุการณ์หนึ่ง พวกเราตื่นเต้นไปทั้งกองกำลังคือ เมื่อวันที่ ๑๗ พ.ย.๔๒ ชค.กพศ.ได้เข้าไปสำรวจหมู่บ้านเวนิลาเล่ซึ่งอยู่ ห่างไปประมาณ ๓๐ กม.ไปถึงพื้นที่ประมาณ ๒-๓ ชั่วโมง ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่อนามัยมาตามให้ไปดูคนเจ็บคนหนึ่งปรากฏว่า เป็นคนท้องกำลังจะ คลอดลูก ทำอย่าง ไรดี เพราะชุดที่ไปสำรวจก็มีเพียงนายสิบเสนารักษ์ไปด้วยเท่านั้น ส.อ.สุริยา ปิจจะโร นายสิบพยาบาลประจำชุดรบพิเศษก็เลยกลาย เป็นหมอตำแยจำเป็นไปในบัดนั้น ช่วยทำคลอด ตัดสายสะดือ ดูแลจนช่วยเหลือตนเองได้ ก็ปลอดภัยทั้งเด็กและผู้ใหญ่ วันรุ่งขึ้น ผบ.กกล.ทบ.ฯ รอง ผบ.กกล.ทบ.ฯ และหัวหน้าชุดแพทย์ ได้เข้าไปเยี่ยมและได้มอบนมกล่องและยาบำรุงไว้ให้ น่าเห็นใจครับ เรื่องเจ็บไข้ได้ป่วยเป็นเรื่องยากมากที่จะไป หาหมอ เพราะหมอก็หายาก เส้นทางจะไปหาหมอก็ลำบาก มีอย่างเดียวถ้าไม่หนักจริงโรคไม่ร้ายแรงจริงก็พอมีชีวิตอยู่ได้ ถ้าทนไม่ไหวจริงๆ ก็ไม่มีโอ กาสอยู่ดูแผ่นดินของตัวเองเป็นเอกราชแน่ นางซูจารินโฮ โกดินโฮ วัย ๓๒ ปี ผู้ซึ่งเป็นแม่ของเด็กที่เพิ่งจะคลอดออกมาดูโลกบอกว่ามีความประทับใจ ในความช่วยเหลือของทหารไทยในครั้งนี้ จึงขอตั้งชื่อบุตรชายที่คลอดใหม่ว่า เด็กชายไทย เพื่อระลึกถึงคนไทยที่เคยได้ให้ความช่วยเหลือตน
     เมืองวีเคเค (Viqueque) แบ่งพื้นที่ออกเป็น ๕ ตำบลคือ ตำบลวีเคเค ตำบลออสซู ตำบลออโตคารา บาว ตำบลออโตลารีและตำบลลาคลูตา มีความสำคัญเป็นอันดับสามรองจากเมืองดิลีและเมืองบาเกา แต่เมืองวีเคเคมีความอุดมสมบูรณ์มากกว่าพื้นที่ อื่นๆ เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีที่ราบบนภูเขามากพอสมควร พื้นดินมีความชุ่มชื้นมีต้นไม้ใหญ่ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น โดยเฉพาะต้นสักมีเป็นจำนวนมากและ ประชาชนสามารถทำการเพาะปลูกข้าวโพดและปลูกข้าวได้ เมืองวีเคเค นอกจากจะมีความอุดมสมบูรณ์กว่าเมืองอื่นแล้ว ยังมีไข้มาลาเรียชุกชุมกว่าเมือง อื่นอีกด้วย ชาวเมืองทั้งเด็กและผู้ใหญ่เป็นมาลาเรียเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ แม่น้ำที่ไหลผ่านคือแม่น้ำคูฮา บุคคลที่มีความสำคัญและมีอิทธิพลต่อประชาชน คือบิชอบ ปราสโตรอน อันโตนิโอ และ ดร.เมนาเดส ปินโต ทั้งสองเป็นสมาชิกพรรค CNRT
     สำหรับเมืองวีเคเคเป็นอีกเมืองหนึ่งที่ กกล.ทบ.ไทย/ติมอร์รับผิดชอบ ซึ่งได้จัดกำลังส่วนหนึ่งไป ประจำอยู่ เมื่อ ๒๐ พ.ย.กำลังพลส่วนนี้ก็ได้ให้การช่วยเหลือประชาชนที่หมู่บ้านเลียรูกา(Lieruca) ต.ออสซูซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองวีเคเคประมาณ ๓๐ กม. แต่ใช้เวลาเดินทางเข้าหมู่บ้านประมาณ ๒ ชั่วโมงเศษเนื่องจากเป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่บนเนินเขาและเส้นทางที่จะเข้าไปมีลักษณะเป็นแบบทางเกวียนซึ่ง ลัดเลาะเรียบเชิงเขาไปตลอดจึงทำให้ต้องใช้เวลานาน ชาวบ้านในหมู่บ้านบอกว่าประมาณเกือบ ๑๐ ปีที่ผ่านมา ไม่เคยมีหมอเข้าไปในหมู่บ้านเลย ครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกที่มีหมอเข้าไปทำการรักษาประชาชนในหมู่บ้าน การช่วยเหลือประชาชนในครั้งนี้ใช้เวลา ๒ วัน โดยให้บริการทางด้านสายแพทย์และรักษา พยาบาลประชาชนในหมู่บ้าน มีผู้เข้ารับการรักษาพยาบาลเป็นจำนวนประมาณ ๔๐๐ คน ให้บริการทางด้านเวชกรรมป้องกันด้วยการฉีดพ่นหมอกควันกำจัดยุงและแมลงวันในหมู่บ้านรวมทั้งความรู้ด้านสุขอนามัยแก่ประชาชน ให้การช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมโดยนำข้าวสาร นมกล่อง บะหมี่สำเร็จรูปมอบให้แก่ประชาชน ให้ความบันเทิงด้วยการฉายภาพยนตร์ให้ประชาชนชม โดยเฉพาะการบริการทางด้านการแพทย์ ปรากฏว่ามีประชาชนไปขอรับการรักษาพยาบาลเป็นจำนวนมากจนต้องใช้เวลาในวันต่อมาทำการรักษาพยาบาลต่อและได้ตรวจพบว่าประชาชนส่วนใหญ่เป็นโรคมาลาเรียจำนวนมากทั้งเด็กและผู้ใหญ่ หนังสือพิมพ์ The Dili Times ฉบับที่ ๑ ประจำวันที่ ๑๙ พ.ย.๔๒ ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์เอกชนที่เพิ่งจะเปิดขึ้นใหม่เมื่อกลางเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา ลง ข่าวว่าชาวติมอร์ ๗ คนได้ทำงานร่วมกับองค์การสหประชาชาติในการดำเนินการจัดระเบียบและจัดตั้งรัฐบาลใหม่ของติมอร์ ซึ่งชาวติมอร์ดังกล่าวคือ ๑.นายซานานา กุสเมา (Xanana Gusmao) ๒.นายมาตารัว(Matarua) ๓.นายรามอส ฮอร์ตา(Ramos Horta)๔.นายโจอัม คาร์เรสคาเลโอ (Joam Carrascalao)๕.นายมารี อัลคาเทอรี(Mari Alcatery)๖.นายอเวลิโน โคเอสโฮ (Avelino Coelho) ๗.นายเฟเลชิคาเด กูเทียเรส(Felecidade Guterres) และมี นาย มา ริโอ คาร์เรสคาเลา(Mario Carrascalao) เป็นผู้ประสานงานกับธนาคารโลก (World Bank) The Dili Times น่าจะเป็น หนังสือพิมพ์ที่ดำเนินการโดยนักธุรกิจที่เพิ่งจะอพยพกลับไปติมอร์ ตั้งสำนักงานอยู่ที่ดิลีโฮเต็ล ถนนอเวนิดา ชาดา บันไดสา (Avenida Sada Bandeisa) เมืองดิลี นอกจากข่าวต่างๆ แล้ว ยังมีโฆษณาอีกเช่น รถเช่า ออฟฟิศให้เช่า กิจการท่องเที่ยว เป็นต้น แสดงให้เห็นว่าติมอร์กำลังจะกลับ เข้าสู่ความสงบ ธุรกิจต่างๆ กำลังจะเริ่มขึ้น หลังจากที่ซบเซาไประยะหนึ่ง แต่การเริ่มต้นใหม่นี้คงจะต้องใช้เงินอย่างมหาศาล เพราะจะต้องรื้อซากปรัก หักพังออกให้หมดทั้งเมือง แล้วสร้างเมืองใหม่
     ผมยังไม่ได้ไปที่สำนักงานหนังสือพิมพ์ดังกล่าวนี้หรอกครับ และยังไม่เห็นเมืองดิลีในห้วงเวลานี้ (๒๓ พ.ย.๔๒) หลังจากที่ไปเมื่อเดือนตุลาคมซึ่งระยะนั้นชาวดิลีเพิ่งจะรวมตัวช่วยกันกวาดขยะบนถนนออก
     แต่วันนี้ มีโรงแรมลอยน้ำ(Two floating hotels) มาลอยอยู่หน้าเมืองดิลีแล้ว
     นัยว่า จะเป็นที่ที่พักของเจ้าหน้าที่พลเรือนของยูเอ็นครับ

01 02 03 04 05 06 07 08 09 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40

picture   e-mail address: [email protected], baucau EAST TIMOR
Hosted by www.Geocities.ws

1