เวชศาสตร์ป้องกันและพยากรณ์ ข้อมูลเรื่อง โสม
ข้อมูลนำเสนอ เหตุผลสนับสนุน เอกสารอ้างอิง ที่น่าเชื่อถือ

 

 

 

 

เวชศาสตร์ป้องกันและพยากรณ์ ช่วยท่านปลอดจากโรคที่ไม่พึงประสงค์ หน้าแรก
เวชศาสตร์ป้องกันและพยากรณ์ ช่วยท่านปลอดจากโรคที่ไม่พึงประสงค์ โปรตีนสำคัญ

เวชศาสตร์ป้องกันและพยากรณ์ ช่วยท่านปลอดจากโรคที่ไม่พึงประสงค์ น้ำมันปลา

เวชศาสตร์ป้องกันและพยากรณ์ ช่วยท่านปลอดจากโรคที่ไม่พึงประสงค์ กระเทียม

เวชศาสตร์ป้องกันและพยากรณ์ ช่วยท่านปลอดจากโรคที่ไม่พึงประสงค์ แคลเซี่ยม

เวชศาสตร์ป้องกันและพยากรณ์ ช่วยท่านปลอดจากโรคที่ไม่พึงประสงค์ เส้นใยในอาหาร

เวชศาสตร์ป้องกันและพยากรณ์ ช่วยท่านปลอดจากโรคที่ไม่พึงประสงค์ ไขมันจำเป็น

เวชศาสตร์ป้องกันและพยากรณ์ ช่วยท่านปลอดจากโรคที่ไม่พึงประสงค์บำรุงประสาทไขข้อ

เวชศาสตร์ป้องกันและพยากรณ์ ช่วยท่านปลอดจากโรคที่ไม่พึงประสงค์ วิตามิน

เวชศาสตร์ป้องกันและพยากรณ์ ช่วยท่านปลอดจากโรคที่ไม่พึงประสงค์ อาหารลดน้ำหนัก

เวชศาสตร์ป้องกันและพยากรณ์ ช่วยท่านปลอดจากโรคที่ไม่พึงประสงค์ รู้เรื่องอาหารเสริม

เวชศาสตร์ป้องกันและพยากรณ์ ช่วยท่านปลอดจากโรคที่ไม่พึงประสงค์ เรื่องเครื่องสำอางค์

เวชศาสตร์ป้องกันและพยากรณ์ ช่วยท่านปลอดจากโรคที่ไม่พึงประสงค์ ของใช้ประจำวัน

เวชศาสตร์ป้องกันและพยากรณ์ ช่วยท่านปลอดจากโรคที่ไม่พึงประสงค์ อ้างอิง

เวชศาสตร์ป้องกันและพยากรณ์ ช่วยท่านปลอดจากโรคที่ไม่พึงประสงค์ บริการสมาชิก

ข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อสมาชิก

 




ข้อมูลอ้างอิง โสม สำคัญอย่างไรกับร่างกาย
กระเทียมข้อมูลนำเสนอ เหตุผลสนับสนุน เอกสารอ้างอิง

    โสม
    โสมเป็นรากของพืชทำให้แห้งอยู่ในตระกูล Araliaceae แบ่งคร่าวๆว่าเป็นโสมที่มีแหล่งกำเนิดจากเอเซียเรียก Asian ginseng ( Panax ginseng C.A., Meyer)ได้โสมจากประเทศ จีน เกาหลี โสมจากประเทศอเมริกา American ginseng ( Panax quinquefolius L. ) ให้ผลการรักษาน้อยกว่าจากเอเซีย อีกชนิดหนึ่งคือ Siberian ginseng ส่วนประกอบจะไม่เหมือนสองชนิดแรก
     โสมเป็นสมุนไพรซึ่งนิยมใช้ตั้งแต่อดีตจนปัจจุบันโดยประเทศทางตะวันออกเชื่อว่าเป็นยาครอบจักรวาลช่วยเพิ่มพลัง โสมนี้ยังมีชื่อเรียกหลายอย่าง เช่น โสมจัน โสมญี่ปุ่น โสมเกาหลี โสมอเมริกา ผักกะโสม โสมไทย โสมดอกแดง และโสมที่นิยมใช้กันมาพันปี คือ โสมเกาหลี หรือโสมอเมริกา ซึ่งเชื่อว่ามีสรรพคุณทางยาอย่างแท้จริง

การเก็บโสม
การเก็บโสม ส่วนที่เก็บคือราก การเก็บรากโสมต้องทำให้แห้งโดยเร็ว เพื่อป้องกันมิให้ enzyme ในรากออกมาทำลาย saponin ในประเทศเกาหลีจะมีการคัดโสมคุณภาพดีจำนวนหนึ่งอบไอน้ำเพื่อฆ่า enzyme ให้หมดก่อนอบแห้ง เรียกโสมที่ผ่านกรรมวิธีนี้ว่า โสมแดง จัดเป็นโสมที่มีคุณภาพสูงสุด ราคาสูง ส่วนโสมที่นำไปตากแดด หรือทำให้แห้งโดยวิธีอื่น เรียกว่า โสมขาว คุณภาพและราคาต่ำกว่าชนิดแรก ปัจจุบันโสมเป็นสมุนไพรที่รู้จักกันดีทั่วโลก ในลักษณะอาหารเสริมสุขภาพ แต่เนื่องจากราคาค่อนข้างแพง จึงทำให้ผู้ใช้เกิดความสนใจว่า “ โสมมีคุณภาพมากมาย จริงหรือไม่?”
1.ช่วยเพิ่มพลัง คุณสมบัติต่อต้านความเมื่อยล้าของโสม ทำให้ร่างกายมีการปลดปล่อยพลังงานมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพขณะทำงานหรือออกกำลังกาย โสมช่วยให้ผนังเซลล์ดูดซึมออกซิเจนเพิ่มขึ้น มีผลทำให้ขบวนการเผาผลาญภายในร่างกายเพิ่มมากขึ้น ร่างกายจึงปลดปล่อยพลังงานได้มากขึ้นร่างกายจึงเหน็ดเหนื่อยช้า มีความทนต่อการทำงานหนักมากยิ่งขึ้น
2.ใช้ป้องกันโรคมะเร็ง
3.เสริมภูมิคุ้มกัน มีการทดลองในสัตว์พบว่าโสมสามารถเพิ่มการตอบสนองของภูมเิ่พิ่มขึ้น 50% มีปฏิกิริยาตอบสนองของเม็ดเลือดขาวต่อสารเคมีสูงขึ้น มีอัตราการทำลายจุลินทรีย์ หรืออนุภาคแปลกปลอมต่างๆของเซลล์เม็ดเลือดขาวเพิ่มขึ้น จำนวนเม็ดเลือดขาวเพิ่มสูงขึ้น เป็นผลทำให้ร่างกายสามารถเพิ่มภูมิคุ้มกันต่อโรค ที่มีสาเหตุจากเชื้อจุลินทรีย์ เชื้อไวรัส เชื้อรา และสารเคมีต่างๆ ตลอดจนการต่อต้านโรคภูมิแพ้ หรือโรคที่เกิดจากภูมิคุ้มกันบกพร่องชนิดต่างๆได้ดี
4.ช่วยคลายเครียด คุณสมบัติต่อต้านความเครียดของโสม ช่วยปรับสภาพร่างกายและจิตใจ ให้ทนต่อความกดดันจากภายนอก โสมจะเป็นตัวป้องกันและต่อต้านความเครียด โดยเร่งขบวนการเผาผลาญอาหารต่างๆ เพื่อปลดปล่อยพลังงานออกมาต่อต้านความเครียด
5.เป็นสมุนไพรที่ชลอความแก่่ อนุมูลอิสระที่สลายตัวจากการเผาพลาญ จะเป็นตัวทำลายเนื้อเยื่อของอวัยวะต่างๆ ให้เสื่อมสลายลง อันเป็นสาเหตุหนึ่งของความแก่ โสมสามารถทำลายอนุมูลอิสระของออกซิเจน ช่วยให้เนื้อเยื่อเสื่อมช้าลง ประกอบกับคุณสมบัติเป็นตัวปรับสภาพให้ร่างกายและจิตใจ มีความทนทานต่อความกดดัน ซึ่งช่วยลดขบวนการของความแก่ ดังนั้นโสมจึงช่วยให้ชะลอความแก่ลงได้
6.ช่วยลดน้ำตาลในผู้ป่วยเบาหวาน ในคนไข้ที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูง โสมทำให้ต่อมในตับอ่อนหลั่งอินซูลินออกมาควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีขึ้น ช่วยป้องกันการเกิด อาการมึนชา ตามนิ้วมือนิ้วเท้า และการเกิดแผลเน่าเปื่อย นอกจากนี้ ginsenoside Rb และ ginsenoside Rc ยังออกฤทธิ์คล้ายอินซูลิน จึงช่วยลดขนาดการใช้อินซูลินจากภายนอกในการรักษาคนไข้โรคเบาหวานได้
7.รักษาโรคสมรรถภาพทางเพศเสื่อม ผลต่อสมรรถภาพทางเพศ ในสมัยโบราณเชื่อกันว่าโสมเป็นตัวกระตุ้นกำหนัดทางเพศ แต่การวิจัยทางวิทยาศาสตร์พิสูจน์ได้ว่า โสมไม่ได้ทำให้ฮอร์โมนทางเพศเปลี่ยนแปลงเลย การที่โสมช่วยให้สมรรถภาพทางเพศดีขึ้น เป็นผลจากคุณสมบัติ ที่ทำให้สุขภาพจิต และสมรรถภาพทางร่างกายดีขึ้น
สารสำคัญในโสม
สารสำคัญ ที่พบในรากเป็นสาร saponin ซึ่งแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่ม ginsenoside กลุ่ม panaxoside และกลุ่ม chikusetsusaponin แต่ส่วนประกอบที่สำคัญ ของโสมคือ ginsenoside ซึ่งจะมีในโสมประมาณ ร้อยละ 1 -2 โดยน้ำหนัก ขึ้นกับชนิดของโสม แหล่งที่ปลูก รวมทั้งกระบวนการผลิต พบว่าโสมที่ขายในท้องตลาดบางชนิดแทบจะไม่มี ginsenoside เลย ดังนั้นเมื่อหาซื้อโสมมาบำรุงร่างกายจึงควรดูส่วนประกอบของโสม คือ ginsenoside เป็นสำคัญ http://www.siamhealth.net/public_html/alter
/herbal/ginseng.htm
โสมไซบีเรีย (Siberian Ginseng) หรือ “ อีลิวเธโร ” ถูกนำมาใช้เพื่อทดแทนโสมจีนหรือโสมเกาหลี ซึ่งหายากและมีราคาแพงมากขึ้น จึงเริ่มมีการนำโสมไซบีเรียไปใช้ ทดแทนโดยมีการเผยแพร่และเพาะปลูกนอกเขตไทก้า ทั้งยังมีการส่งเสริมการเพาะปลูกในสหรัฐอเมริกา
แคนาดา และยุโรป จากการศึกษาวิจัยด้านฤทธิ์และสรรพคุณของโสมไซบีเรียในทางวิทยาศาสตร์การแพทย์พบว่า โสมกลุ่มนี้มีสรรพคุณแตกต่างจากโสมเกาหลี เหตุนี้เองที่ทำให้ผลิตภัณฑ์โสมไซบีเรียได้รับ
ความสนใจมากขึ้นในฐานะผลิตภัณฑ์สมุนไพรชนิดใหม่

หากพิจารณาในแง่มุมทางการแพทย์แผนตะวันออกแล้ว โสมไซบีเรียมีบันทึกอยู่ในตำราการแพทย์จีนโบราณกว่า2,000 ปีมาแล้ว โดยเรียกสมุนไพรชนิดนี้ว่า “ ซิหวู่เจี่ย ” ซึ่งมีการนำรากและลำต้นใต้ดินมาใช้ป้องกันและรักษาโรคที่เกี่ยวข้องกับทางเดินหายใจหวัด และไข้หวัดใหญ่ นอกจากนี้ยังช่วยเสริมพละกำลังสร้างความกระปรี้กระเปร่า คล้ายคลึงกับสรรพคุณที่พบในโสมเกาหลี ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาผลต่อการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของร่างกาย การเสริมอาหารด้วยโสมไซบีเรีย ทำให้กล้ามเนื้อสามารถใช้ออกซิเจนได้มากขึ้นซึ่งเป็นข้อมูลบ่งชี้ว่า กล้ามเนื้อสามารถทำงานในเชิงแอโรบิกได้ยาวนานขึ้นและฟื้นตัว
จากอาการล้าได้เร็วขึ้น จากการศึกษาของ Asano และคณะ (2529) กลุ่มนักวิจัยได้ให้อาสาสมัครชาย 6 คน รับประทานสารละลายที่ได้จากการสกัดโสมไซบีเรียแห้งจำนวน 150 กรัม จากนั้นทำการวัดการใช้ออกซิเจนของกล้ามเนื้อโดยใช้พารามิเตอร์ชี้วัดการทำงานของกล้ามเนื้อและการฟื้นตัวจากอาการล้า ได้ผลว่าสารสกัดจากโสมไซบีเรียทำให้พารามิเตอร์ชี้วัดมีค่าสูงขึ้นโดยเฉลี่ย 23.3% ซึ่งข้อมูลที่ศึกษาได้นี้เป็นเหตุผลหนึ่งที่สนับสนุนว่า เหตุใดวงการกีฬาของรัสเซียจึงนิยมใช้โสมไซบีเรียในการเสริมสร้างสมรรถนะของนักกีฬา ผลต่อภูมิต้านทานของร่างกาย Dardymov (2509) ทำการศึกษาพบว่า เมื่อให้อาสาสมัครจำนวน 114 คน รับประทานของเหลวที่สกัดจากรากของโสมไซบีเรียในปริมาณ 1 มิลลิลิตร / วัน ติดต่อกันนาน 10 วันปรากฏว่า คนกลุ่มนี้เป็นหวัดน้อยกว่าในระยะที่ไม่ได้รับประทานสารสกัดอยู่สองเท่าตัวหมายความว่าสารสกัดจากรากโสมไซบีเรียสามารถช่วย เพิ่มภูมิต้านทานต่อเชื้อหวัดได้ ในขณะเดียวกัน Wagner และคณะ (2537) พบว่าสารพฤกษเคมีบางชนิดที่พบในโสมไซบีเรียช่วยกระตุ้นการทำงานของต่อมอะดรีนัลเมื่อร่างกายเกิดภาวะเครียด เหตุนี้เองจึงนับว่าโสมไซบีเรียเป็นสารที่ช่วยปรับตัวของร่างกายหรือที่เรียกว่า Adaptogen

ผลต่อการทำงานของตับ
หน้าที่หนึ่งของตับคือ การกำจัดสารพิษ สารสกัดจากโสมไซบีเรียช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของตับในการขจัดสารพิษหลายชนิด ได้แก่ ethanol, sodium barbital, tetanus toxoid และ พิษจากการรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งด้วยยาต้านมะเร็งได้ นอกจากนี้ยังมีรายงานการศึกษาวิจัยจากประเทศรัสเซียซึ่งมีประสบการณ์ด้านอุบัติภัยจากการรั่วของรังสีว่า การรับประทานสารสกัดจากโสมไซบีเรียอาจช่วยชะลอผลข้างเคียงที่เกิดจากการได้รับรังสีมากเกินไป และยังช่วยให้ไขกระดูกของผู้ที่ได้รับรังสีและสารเคมีในปริมาณมากสามารถฟื้นตัวสร้างเม็ดโลหิตได้เร็วขึ้น อันเป็นผลดีต่อการรักษาและใช้เคมีบำบัดในผู้ที่ได้รับรังสี นอกจากนี้สารสกัดจากโสมไซบีเรียยังช่วยป้องกันเนื้อเยื่อของมนุษย์จากการทำลายของรังสีได้บางส่วน

ใบแป๊ะก๊วย หรือจิงโก บิโลบา แป๊ะก๊วยหรือจิงโก บิโลบา เป็นต้นไม้ที่มีสายพันธุ์เก่าแก่ที่สุดในโลกสายพันธุ์หนึ่ง และมีบันทึกว่ามนุษย์ได้ใช้
จิงโก บิโลบาเป็นยาสมุนไพรรักษาโรคมากกว่า 5,000 ปีแล้ว

สารออกฤทธิ์สำคัญที่พบในจิงโก บิโลบา มี 2 กลุ่มหลัก คือ
• จิงโก ฟลาโวน ไกลโคไซด์ (Ginkgo flavone glycosides) ออกฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเสริมความแข็งแรงแก่เส้นเลือดฝอย ลดการอักเสบ ป้องกันการห้อเลือด
• เทอร์ปีนส์ แลคโตน (Terpenes lactone) ออกฤทธิ์ป้องกันการแข็งตัวของเลือด เพิ่มกระแสไหลเวียนของโลหิตไปเลี้ยงสมอง และช่วยให้ร่างกายใช้น้ำตาลกลูโคสอย่างมีประสิทธิภาพ ป้องกันการถูก
ทำลายของเส้นประสาทในขณะที่สมองขาดออกซิเจน

ประโยชน์ของสารสกัดจากจิงโก บิโลบา • ผลต่อสมอง สารสกัดจากจิงโก บิโลบา มีคุณสมบัติช่วยเสริมการทำงานของสมอง โดยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิต ไปเลี้ยงสมอง การไหลเวียนของโลหิตในสมองที่ดีมีความจำเป็นต่อการทำงานของสมองเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะผู้ที่ต้องดำเนินชีวิตภายใต้ความเครียด การสูบบุหรี่ การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ปัจจัยเสี่ยงอื่นๆที่ส่งผลต่อการเสื่อมของสมอง และความจำเสื่อม จิงโกบิโลบายังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ต่อต้านสารอนุมูลอิสระที่ทำลายเซลล์ต่างๆในสมองโดยเฉพาะได้เป็นอย่างดี
• ผลต่อโรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer's
disease) โรคอัลไซเมอร์เป็นโรคที่เกิดกับสมอง ซึ่งทำลายเซลล์สมองอย่างช้าๆ การถูกทำลายของเซลล์ประสาทสำคัญที่ควบคุมการงานของสมองจะทำให้เป็นโรคความจำเสื่อม การทำงานของสมองลดประสิทธิ ภาพลงการรับประทานสารสกัดมาตรฐานจากจิงโก บิโลบาจะช่วยรักษาโรคอัลไซเมอร์ได้ โดยเฉพาะในระยะเริ่มแรกของการเกิดโรค ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดจากการที่เลือดไปเลี้ยงเซลล์สมองได้ไม่เพียงพอ

        ใครบ้างควรรับประทานสารสกัดมาตรฐาน จากโสมไซบีเรียและจิงโก บิโลบา
• นักเรียนหรือนักศึกษาที่มีอายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไป ที่ต้องเผชิญกับสภาวะความเครียดจากการเรียนอย่างหนัก การใช้สมองและความคิดอย่างต่อเนื่องและยาวนาน
• ผู้ใหญ่ที่อยู่ในวัยทำงานและมีอาชีพที่เผชิญกับสภาวะความเครียดและความกดดันในการทำงานและสภาวะการใช้ระบบความคิดและความจำอย่างหนัก เช่น นักธุรกิจ แพทย์ นักบัญชี , ทนายความ
• บุคคลในอาชีพที่เผชิญกับภาวะที่ต้องการเพิ่มความฟิตของร่างกายอยู่เสมอ เช่น อาชีพนักกีฬาที่ต้องฟิตซ้อมร่างกายอยู่เป็นประจำ ได้แก่ นักฟุตบอล นักวิ่งมาราธอน เป็นต้น
• ผู้สูงอายุที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบความจำ หรือมีความสัมพันธ์เกี่ยวกับโรคอัลไซเมอร์
 

ข้อมูลที่ดูง่าย สบายตา เก็บข้อมูลสถิติมาให้ท่านพิจราณา
ข้อมูลง่ายทำง่าย คุณจะเป็นผู้ที่มีความสุขตลอดไป

      คุณอาจจะช้าไปสำหรับสุขภาพที่ดี
แต่ยังไม่สายเกินไปที่จะมีสุขภาพดี เริ่มต้นวันนี้ แล้วคุณจะรู้ว่า ไม่ใช่ยากเลยหากคุณจะทำ

โปรตีนที่ดีมีคุณสมบัติอย่างไร
สำรวจผลิตภัณท์คุณภาพในราคาพิเศษ

 ข้อมูลนำเสนอ

  เวชศาสตร์ป้องกันและพยากรณ์ ช่วยท่านปลอดจากโรคที่ไม่พึงประสงค์ ข้อมูล
เวชศาสตร์ป้องกันและพยากรณ์ ช่วยท่านปลอดจากโรคที่ไม่พึงประสงค์
โรคคืออะไร
เวชศาสตร์ป้องกันและพยากรณ์ ช่วยท่านปลอดจากโรคที่ไม่พึงประสงค์ โรคหัวใจ
เวชศาสตร์ป้องกันและพยากรณ์ ช่วยท่านปลอดจากโรคที่ไม่พึงประสงค์ โรคความดันสูง
เวชศาสตร์ป้องกันและพยากรณ์ ช่วยท่านปลอดจากโรคที่ไม่พึงประสงค์ ความดันต่ำ
เวชศาสตร์ป้องกันและพยากรณ์ ช่วยท่านปลอดจากโรคที่ไม่พึงประสงค์ โรคเบาหวาน
เวชศาสตร์ป้องกันและพยากรณ์ ช่วยท่านปลอดจากโรคที่ไม่พึงประสงค์ เส้นเลือดสมอง
เวชศาสตร์ป้องกันและพยากรณ์ ช่วยท่านปลอดจากโรคที่ไม่พึงประสงค์ ไขมันอุดตัน
เวชศาสตร์ป้องกันและพยากรณ์ ช่วยท่านปลอดจากโรคที่ไม่พึงประสงค์ โรคดับ
เวชศาสตร์ป้องกันและพยากรณ์ ช่วยท่านปลอดจากโรคที่ไม่พึงประสงค์ โรคไตทั้งหมด
เวชศาสตร์ป้องกันและพยากรณ์ ช่วยท่านปลอดจากโรคที่ไม่พึงประสงค์ ขาดสารอาหาร
เวชศาสตร์ป้องกันและพยากรณ์ ช่วยท่านปลอดจากโรคที่ไม่พึงประสงค์ ฮอร์โมน
เวชศาสตร์ป้องกันและพยากรณ์ ช่วยท่านปลอดจากโรคที่ไม่พึงประสงค์ การบำรุงครรภ์
เวชศาสตร์ป้องกันและพยากรณ์ ช่วยท่านปลอดจากโรคที่ไม่พึงประสงค์ อาหารเด็ก
เวชศาสตร์ป้องกันและพยากรณ์ ช่วยท่านปลอดจากโรคที่ไม่พึงประสงค์ วัยทำงาน
เวชศาสตร์ป้องกันและพยากรณ์ ช่วยท่านปลอดจากโรคที่ไม่พึงประสงค์ อาหารผู้สูงอายุ
เวชศาสตร์ป้องกันและพยากรณ์ ช่วยท่านปลอดจากโรคที่ไม่พึงประสงค์ น้ำสำหรับดื่ม
เวชศาสตร์ป้องกันและพยากรณ์ ช่วยท่านปลอดจากโรคที่ไม่พึงประสงค์ พิษที่ควรระวัง
เวชศาสตร์ป้องกันและพยากรณ์ ช่วยท่านปลอดจากโรคที่ไม่พึงประสงค์ มะเร็ง
เวชศาสตร์ป้องกันและพยากรณ์ ช่วยท่านปลอดจากโรคที่ไม่พึงประสงค์ โรคอื่นๆ

 

 เวชศาสตร์ป้องกันและพยากรณ์คือความรู้ในอนาคตจะมาแทนแพทย์แผนปัจจุบัน