|
ข้อมูลความรู้เรื่องโรคความดันโลหิต |

สุขภาพที่ดีของทุก ๆ ท่าน คือ
รางวัลความสำเร็จของเรา
โดย กลุ่มผู้รักสุขภาพและมีสุขภาพดี
โรคที่นำเสนอข้อมูล ไม่ได้มุงหวังให้เกิดความวิตกกังวลใดๆ
แต่จุดประสงค์เพื่อให้ทราบถึงต้นเหตุของการเจ็บป่วย
ตลอดจนวิธีการรักษาแบบรวม ๆ ของบริการทั่ว ๆ ไป
การนำเอาองค์ความรู้มาวิเคราะห์พิจารณาจะทำให้เกิดแนวคิดที่จะป้องกันไม่ให้เกิดโรคกับเราทั้งปัจจุบันและอนาคตเพื่อสุขภาพที่ดีของทุก
ๆ ท่าน
โรคความดันโลหิต
ความดันโลหิต
ความดันโลหิต คือ แรงที่เลือดกระทำต่อผนังหลอดเลือด
ซึ่งจะมีค่ามากหรือน้อยขึ้นกับการบีบตัวของหัวใจ
หรือ อัตราการเต้นของหัวใจ
และความต้านทานในหลอดเลือด แม้แต่ในคนๆ เดียวกัน
ค่าความดันโลหิตก็จะมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
ขึ้นกับปัจจัยหลายอย่างเช่น อารมณ์ ความเครียด
อุณหภูมิอากาศ ภาวะการเล่นกีฬา หรือการพักผ่อน
นอกจากนี้ค่าความดันโลหิตยังมีลักษณะเป็น
Circadian rhythm
นั่นคือค่าจะแตกต่างกันในแต่ละช่วงเวลาของวัน
โดยทั่วไปความดันจะตกในช่วงกลางคืนและเพิ่มสูงอย่างรวดเร็วในตอนเช้า
ค่าความดันโลหิตที่เหมาะสมจะอยู่ในช่วงที่ค่าความดันโลหิตขณะหัวใจบีบตัวต่ำกว่าหรือเท่ากับ
120 มม.ปรอท
และค่าความดันโลหิตขณะหัวใจคลายตัวต่ำกว่าหรือเท่ากับ
80 มม.ปรอท
แต่หากวัดค่าความดันโลหิตขณะหัวใจบีบตัวได้สูงกว่า
140 มม.ปรอท
และ/หรือความดันโลหิตขณะหัวใจคลายตัวสูงกว่า 90 มม.ปรอท
ก็เรียกว่า ความดันโลหิตสูง
ผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงส่วนใหญ่ถึงร้อยละ 80
จัดเป็นความดันโลหิตสูงชนิดที่ไม่ทราบสาเหตุ (Essential
Hypertension)
แต่ก็พบว่ามีปัจจัยบางอย่างที่มีความเกี่ยวข้องกับการเกิดโรคความดันโลหิตสูง
ได้แก่
มีประวัติครอบครัวเป็นโรคความดันโลหิตสูงชนิดไม่ทราบสาเหตุ
กรรมพันธุ์ ความอ้วน การสูบบุหรี่ ความเครียด
ผู้ที่ทำงานนั่งโต๊ะในสำนักงานจะมีความเสี่ยงสูงกว่าผู้ที่ทำงานใช้กำลัง
การรับประทานอาหารที่มีปริมาณโซเดียม
หรือมีสัดส่วนของไขมันชนิดอิ่มตัวสูง
ผู้ที่มีความผิดปกติของไขมันในเลือดหรือเป็นโรคเบาหวาน
ส่วนอีกร้อยละ 20
ของผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงมีสาเหตุมาจากการเกิดโรคหรือ
ความผิดปกติในระบบต่างๆ ของร่างกาย ได้แก่ โรคไต
โรคคอพอกชนิดตาโปน โรคในระบบหัวใจและหลอดเลือด
โรคสมองอักเสบ หรือมีการใช้ยา เช่น
ยาเม็ดคุมกำเนิดบางชนิด
โรคความดันโลหิตสูงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับอุบัติการณ์เกิดโรคของหลอดเลือดสมอง
โรคไต
รวมถึงโรคที่เกิดจากความผิดปกติในระบบหัวใจและหลอดเลือดอื่นๆ
ส่งผลให้เกิดความเสื่อมของอวัยวะถึงขั้นพิการ
ซึ่งเมื่อเกิดขึ้นแล้วไม่สามารถฟื้นฟูให้เหมือนปกติได้
หรือบางครั้งอาจรุนแรงจนถึงขั้นทำให้เสียชีวิตจากโรคแทรกซ้อนต่างๆ
ผู้ที่ความดันโลหิตสูงนานๆ
มักจะมีภาวะหลอดเลือดแดงเล็กแข็งตัวร่วมด้วยเป็นผลให้เกิดพยาธิสภาพที่อวัยวะที่สำคัญ
ปัจจุบันพบว่าโรคไตเป็นภาวะแทรกซ้อน
ซึ่งมีอุบัติการณ์เพิ่มสูงขึ้นมาก
หากเกิดอาการรุนแรง
ผู้ป่วยอาจเกิดภาวะเลือดเป็นพิษจากปัสสาวะและเสียชีวิตได้
และในกรณีที่เกิดพยาธิสภาพในสมองก็อาจทำให้เกิด
Stroke
มีผลทำให้เนื้อสมองเกิดภาวะขาดออกซิเจนและถูกทำลาย
การที่ค่าความดันโลหิตมีการเพิ่มสูงอย่างรวดเร็วในช่วงเช้า
ยิ่งทำให้โอกาสที่หลอดเลือดแดงเล็กในสมองแตกและก่อให้เกิดอันตรายในช่วงเวลาดังกล่าวยิ่งมีมาก
โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุจะพบความเสี่ยงต่อการเกิดโรคชนิดนี้
เพิ่มขึ้นเป็น 10 เท่า
โรคความดันโลหิตสูงเป็นโรคเรื้อรัง
ต้องใช้เวลาในการรักษานาน
อาการที่พบก็เป็นอาการที่มีสาเหตุได้หลายอย่าง
ดังนั้นเมื่อมีอาการผู้ป่วยอาจเข้าใจผิดว่าเกิดจากสาเหตุอื่น
ไม่ใช่มาจากการที่ความดันโลหิตสูงขึ้น
อาการดังกล่าวได้แก่
ปวดศีรษะบริเวณท้ายทอยจนอาจรู้สึกคลื่นไส้ อาเจียน
เมื่อยเอว ปวดหลัง หูอื้อ หน้ามืดตาลาย
สำหรับผู้ที่มีประวัติความดันโลหิตสูง
หากมีอาการปวดศีรษะอย่างเฉียบพลัน มีเลือดกำเดาไหล
เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก ชัก
ให้สงสัยว่าเกิดภาวะความดันโลหิตสูงวิกฤตซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินที่ก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้
จึงต้องนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลด่วนที่สุด
ดังนั้นผู้ป่วยควรสังเกตอาการเหล่านี้และไม่ควรปล่อยปละละเลยตนเอง
แม้ว่าจะไม่มีอาการผิดปกติใดๆ ทางร่างกายเกิดขึ้น
ก็ควรทำการตรวจสอบค่าความดันโลหิตและควบคุมให้อยู่ในช่วงที่เหมาะสมอย่างสม่ำเสมอ
ในการตรวจสอบค่าความดันโลหิต
มีข้อแนะนำในการเตรียมตัวเมื่อจะทำการวัดความดันโลหิต
ดังนี้
- ควรใส่เสื้อตัวหลวม ไม่ควรสวมเสื้อรัดแขน
- ไม่ควรวัดความดันโลหิต ภายใน 2-3
ชม.หลังออกกำลังกายอย่างหนัก
- งดสูบบุหรี่
หรือดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนเป็นส่วนประกอบ
อย่างน้อย 30 นาที ก่อนวัด
- พักเงียบๆ สบายๆ อย่างน้อย 5 นาที
ก่อนวัดความดันโลหิต
- หลีกเลี่ยงความเครียด ความรู้สึกตื่นเต้น
การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ
ซึ่งจะมีผลต่อค่าความดันโลหิตที่วัดได้
เนื่องจากค่าความดันโลหิตจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ง่าย
บางคนวัดได้ค่าความดันโลหิตสูงเฉพาะเมื่อมาพบแพทย์
แต่เมื่อวัดที่บ้านได้ค่าปกติ
ลักษณะเช่นนี้เรียกว่า White Coat Hypertension
ซึ่งแสดงว่าผู้ป่วยไม่ได้เป็นโรคความดันโลหิตสูง
แต่มีค่าความดันสูงผิดปกติเนื่องจากความเครียด
ความตื่นเต้นหรือปัจจัยอื่นๆ
จะเห็นได้ว่าผลการวัดความดันโลหิตเพียงครั้งเดียวไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นโรคความดันโลหิตสูง
หากจะให้แน่ใจต้องทำการวัดซ้ำอย่างน้อย 2-3 ครั้ง
เอกสารอ้างอิง:
1. Sheldon GS. The sixth report of the Joint
National Committee on prevention, detection,
evaluation, and treatment of high blood
pressure. Arch Intern Med 1997Nov;
157:2415-46.
2. Pine JW, editor. Clinical hypertension. 7th
ed. Pennsylvania: Williams & Wilkins,1998:
3. อดุลย์ รัตนมั่นเกษม,แปล. ความดันโลหิตสูง.
พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: รุ่งแสงการพิมพ์,
2538.
|
|