|
ข้อมูลความรู้เรื่อง น้ำสำหรับดื่ม |

สุขภาพที่ดีของทุก ๆ ท่าน คือ
รางวัลความสำเร็จของเรา
โดย กลุ่มผู้รักสุขภาพและมีสุขภาพดี
โรคที่นำเสนอข้อมูล ไม่ได้มุงหวังให้เกิดความวิตกกังวลใดๆ
แต่จุดประสงค์เพื่อให้ทราบถึงต้นเหตุของการเจ็บป่วย
ตลอดจนวิธีการรักษาแบบรวม ๆ ของบริการทั่ว ๆ ไป
การนำเอาองค์ความรู้มาวิเคราะห์พิจารณาจะทำให้เกิดแนวคิดที่จะป้องกันไม่ให้เกิดโรคกับเราทั้งปัจจุบันและอนาคตเพื่อสุขภาพที่ดีของทุก
ๆ ท่าน
น้ำสำหรับดื่ม
ประโยชน์ของการดื่มน้ำ
ทานน้ำเพื่อให้ไตทำงาน
ไตไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพหากเราทานน้ำไม่เพียงพอ
เมื่อไตไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ
ตับก็จะเป็นตัวที่ต้องทำงานหนักขึ้น
หน้าที่หลักของตับก็คือ
ช่วยเร่งการเผาผลาญไขมันที่สะสมในร่างกายให้เกิดเป็นพลังงาน
แต่ตับต้องมาทำหน้าที่ของไต ทำให้มันไม่สามาถทำหน้าที่หลักได้อย่างเต็มที่
ด้วยเหตุนี้เอง
จำทำให้เกิดการเผาผลาญไขมันได้น้อยลง
และยิ่งเพิ่มการสะสมไขมันในร่างกายมากขึ้น
และทำให้การดูแลรูปลักษณ์หยุดชะงักลง
กักน้ำด้วยน้ำ
การดื่มน้ำอย่างเพียงพอ
เป็นการรักษาของเหลวไว้ได้ดีที่สุด
เมื่อร่างกายได้รับน้ำน้อย
มันจะรับรู้ว่าจะต้องรักษาความอยู่รอดไว้โดยจะต้องรักษาน้ำไว้ทุกหยด
ร่างกายจะกักเก็บน้ำไว้ในที่ว่างพิเศษในโพรงเล็กๆ
(ภายนอกเซลล์) ซึ่งจะเห็นได้จากอาหารบวมที่เท้า
มือ และขา การขับปัสสาวะจะช่วยให้ดีขึ้นชั่วคราว
และจะบังคับให้ร่างกายเกิดความรู้สึกว่าจะต้องมีน้ำเข้ามากักเก็บไว้พร้อมกับความต้องการสารอาหารที่สำคัญบางชนิด
เมื่อร่างกายได้รับน้ำเพียงพอ
อาการที่เกิดขึ้นก็จะหายเป็นปกติ
วิธีที่จะหลีกเลี่ยงปัญหาการขาดน้ำในร่างกาย
ก็คือเราจะต้องดื่มน้ำในปริมาณมากเพื่อที่ร่างกายจะมีน้ำไว้ใช้ยามขาดแคลน
หากคุณมีปัญหาร่างกายขาดน้ำอาจมาจากสาเหตุที่ร่างกายได้รับปริมาณเกลือมากเกินไป
ร่างกายของเราจะสามารถรับปริมาณโซเดียมได้จำนวนหนึ่งเท่านั้น
แต่การกำจัดปริมาณเกลือที่ทานเข้าไปเกินความต้องการนั้นสามารถทำได้ง่าย
เพียงแต่ดื่มน้ำให้มากขึ้นเท่านั้น
เพราะน้ำจะช่วยให้ไตขับโซเดียมออกมา
คนที่มีน้ำหนักมากร่างกายต้องการน้ำมากกว่าคนผอม
คนตัวใหญ่จะมีการเผาผลาญที่มากกว่า
น้ำจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับคนที่มีน้ำหนักมาก
เพราะน้ำเป็นตัวสำคัญที่ช่วยในการเผาผลาญไขมัน
น้ำยังช่วยทำให้กล้ามเนื้อของเรามีความชุ่มชื้น
และยังทำให้ผิวหนังไม่เหี่ยวย่นหลังจากการดูแลรูปลักษณ์
เซลล์ขนาดเล็กสามารถลอยตัวอยู่ได้ด้วยน้ำทำให้ผิวหนังดูเปล่งปลั่งและสดใส
ชุ่มชื้น น้ำยังช่วยกำจัดของเสีย
ระหว่างการดูแลรูปลักษณ์ร่างกายจะมีของเสีย
โดยเฉพาะไขมันที่จะต้องกำจัดออก
ซึ่งถ้าหากร่างกายมีน้ำเพียงพอก็สามารถกำจัดของเสียเหล่านี้ออกมาได้มาก
น้ำช่วยบรรเทาอาการท้องผูก
น้ำสามารถช่วยไม่ให้ท้องผูก
หากร่างกายได้รับน้ำน้อย ทำให้ขับถ่ายลำบาก
ซึ่งทำให้เกิดท้องผูก แต่สามารถช่วยให้หายได้
โดยการดื่มน้ำให้เพียงพอ
ได้มีการค้นพบว่าน้ำมีส่วนช่วยในการดูแลรูปลักษณ์
ร่างกายไม่สามารถทำหน้าที่ได้โดยสมบูรณ์หากได้รับน้ำไม่เพียงพอ
โดยเฉพาะการเผาผลาญไขมันที่สะสม
หากร่างกายเก็บน้ำไว้มากจะดูได้จากการที่มีน้ำหนักเกิน
แต่แก้ไขได้โดยการดื่มน้ำเพิ่มขึ้น
การดื่มน้ำมากขึ้นจะเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยในการดูแลรูปลักษณ์
ดื่มน้ำเท่าไหร่จึงจะพอ? โดยเฉพาะควรดื่มน้ำ 8
แก้วต่อวัน อย่างไรก็ตาม
ผู้ที่มีน้ำหนักเกินควรดื่มน้ำเพิ่มมากขึ้นอีก
และจะต้องเพิ่มขึ้นอีกหากคนๆ นั้น ชอบออกกำลังกาย
หรืออยู่ในที่ๆมีอาการร้อน หรือแห้ง
น้ำเย็นจะถูกดูดซึมในร่างกายได้เร็วกว่าน้ำอุ่น
บางหลักฐานแนะนำว่า การดื่มน้ำเย็นจะช่วยเผาผลาญแคลลอรี่
ในการที่จะใช้ประโยชน์จากการดื่มน้ำเพื่อช่วยในการลดน้ำหนักให้มีประสิทธิภาพมากที่สุดควรปฏิบัติ
ดังนี้ เช้า ดื่มน้ำหนึ่งควอต ทุก ๆครึ่งชั่วโมง
บ่าย ดื่มน้ำหนึ่งควอต ทุก ๆครึ่งชั่วโมง
เย็น ดื่มน้ำหนึ่งควอต ระหว่างเวลา 5 โมงเย็นถึง 2
ทุ่ม
เมื่อร่างกายได้รับน้ำ
มันจะต้องทำหน้าที่อย่างเต็มที่
ร่างกายจำเป็นต้องรักษาระดับของของเหลวให้สมดุลย์ไว้
ซึ่งเรียกว่า "breakthrough Point ซึ่งหมายถึง
ต่อมเอ็นโดซีนจะสามารถทำงานได้ดีขึ้น
เมื่อการรักษาระดับของเหลวในร่างกายเบาบางลงเนื้องจากสูญเสียน้ำ
ไขมันจำนวนมากจะถูกนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิง
เนื่องจากตับมีอิสระในการทำหน้าที่เผาผลาญไขมันที่สะสม
ทำให้เกิดความรู้สึกกระหายน้ำ รู้สึกหิวตลอดเวลา
หากคุณดื่มน้ำไม่เพียงพอ จะทำให้เกิดการขาดความสมดุลย์ในการรักษาระดับของเหลวในร่างกาย
ซึ่งจะทำให้คุณมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นโดยไม่สามารถอธิบายได้ว่าเป็นเพราะสาเหตุอะไร
เพื่อกลับคืนสู่สภาพปกติคุณจะต้องดื่มน้ำจำนวนมากขึ้น
น้ำสำหรับดื่ม
ดื่มได้ทุกชนิด
ขอให้เป็นน้ำที่สะอาดผ่านการต้มสุก
แต่ถ้าจะดื่มเพื่อสุขภาพจริง ๆ นอกจากสะอาดแล้ว
ขอให้อย่าเป็นน้ำบริสุทธิ์ เช่น น้ำกลั่น
และน้ำที่ผ่านกระบวนการ รีเวอร์สออสโมซิส
เพราะน้ำที่ได้ก็คือ
น้ำที่มีคุณสมบัติเท่าน้ำกลั่น
ซึ่งไม่มีแร่ธาตุเป็นประโยชน์ต่อร่างกายของเราเลย
ข้อมูลจากการประปาส่วนภูมิภาคบอกว่า น้ำกลั่น คือ
น้ำที่ได้จากการควบแน่นด้วยเครื่องกลั่นน้ำ
(ควบแน่นก็คือการต้มน้ำให้กลายเป็นไอแล้วทำให้ไอน้ำเย็นลงจนกลายเป็นหยดน้ำอีกครั้ง
เพื่อกำจัดเอาแร่ธาตุทุกชนิดให้แยกตัวออกไป)
จึงมีความบริสุทธิ์สูงมาก มีเกลือแร่ละลายน้อยมาก
หรือแทบไม่มีเลย
ในเรื่องคุณภาพแล้วอาจมีธาตุทองแดงเจือปนอยู่บ้าง
หากกลั่นด้วยเครื่องกลั่นที่ทำด้วยขดลวดทองแดง
นอกจากนี้ ค่าพีเอช (pH)
หรือค่าความเป็นกรดด่างของน้ำกลั่นจะค่อนข้างไปทางกรด
มักวัดได้ต่ำกว่า 6 (ค่าระดับ 7 คือเป็นกลาง,
ต่ำกว่าเป็นกรด และมากกว่าเป็นด่าง)
ทั้งนี้ เพราะว่าน้ำดิบที่เข้าเครื่องกลั่น
มักมีคาร์บอเนตและไบคาร์บอเนตละลายอยู่
ซึ่งจะแตกตัวให้คาร์บอนไดออกไซด์
เมื่อก๊าซนี้ละลายน้ำจะทำให้น้ำกลั่นมีฤทธิ์เป็นกรด
ถ้าต้องการให้น้ำกลั่นมีค่าเป็นกลาง ก็ทำได้ง่ายๆ
โดยต้มให้เดือด
เพื่อไล่ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์นานอย่างน้อย 15 นาที
ตัวกำหนดคุณภาพน้ำที่นิยมใช้วัดความบริสุทธิ์ของน้ำกลั่น
คือ ค่าสารละลาย (Total dissolved solids)
มักจะมีค่าประมาณ 1 มิลลิกรัมต่อลิตร
โดยมีค่าการนำไฟฟ้า (Conductivity) ประมาณ 2-3 ไมโครซีเมนต่อเซนติเมตร
ซึ่งมีความหมายว่าน้ำกลั่นคือน้ำที่ปราศจากคุณสมบัติทางด้านเคมี
และแบคทีเรีย
เนื่องจากน้ำกลั่นมีความบริสุทธิ์สูงมาก
ไม่มีแร่ธาตุ
ในทางการแพทย์จึงนำไปใช้ในการเตรียมสารละลายต่างๆ
เช่น ทำน้ำเกลือ เป็นต้น
แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีแบคทีเรีย ดังนั้น
ไม่ควรนำมาดื่ม
ในด้านห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ก็ใช้ในการเตรียมน้ำยาต่างๆ
ในด้านอุตสาหกรรม ใช้ในการเจือจางต่างๆ เช่น
ใช้ในการเติมแบตเตอรี่ เพื่อเจือจางน้ำกรด
อันนี้ข้างขวดจะเขียนว่าห้ามดื่ม
เนื่องจากอาจไม่สะอาดในกระบวนการกลั่นกรอง
และอาจมีสารละลายอื่นๆ
ที่เติมลงมาเพื่อประโยชน์ในการใช้สอย เช่น
กรดกำมะถัน
ส่วนนี้ทำให้น้ำกลั่นบางยี่ห้อมีราคาแพงกว่ายี่ห้ออื่นๆ
มีแพทย์ชื่อนายแพทย์โจเซฟ เมอร์โคลา (Joseph
Mercola) ได้เขียนบทความเรื่อง
"การตายก่อนวัยอันควรเนื่องจากการดื่มน้ำกลั่น"
ไว้ระบุว่า เมื่อดื่มน้ำกลั่นเป็นประจำ
จะเกิดการดึงแคลเซียมออกจากกระดูกและหัวใจอย่างต่อเนื่องจะทำให้เกิดปัญหาโรคกระดูกพรุน
และกล้ามเนื้อหัวใจที่มีธาตุแคลเซียม แมกนีเซียม
จะไม่เพียงพอ ก่อให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด
การดื่มน้ำกลั่นหรือน้ำที่ปราศจากเกลือแร่ย่อมทำให้เกิดภาวะร่างกายขาดเกลือแร่หลัก
รวมทั้งเกลือแร่ที่หายาก
น้ำกลั่นจะมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ
ซึ่งน้ำที่ดีหรือน้ำในอุดมคติ
ต้องมีฤทธิ์เป็นด่างอ่อนๆ เนื่องจากร่างกายมี pH
7.4 ถ้าเมื่อใด pH ในเลือดเป็น 6.8
จะเกิดอาการกรดเป็นพิษ
การที่จะมีฤทธิ์เป็นด่างนี้คือน้ำจะต้องมีเกลือแร่
เช่น แคลเซียม แมกนีเซียม ละลายอยู่
ขอขอบคุณข้อมูล
กูรู สนุกดอทคอม
http://guru.sanook.com/pedia/topic
|
|