|
ข้อมูลความรู้เรื่องโรคขาดสารอาหาร |

สุขภาพที่ดีของทุก ๆ ท่าน คือ
รางวัลความสำเร็จของเรา
โดย กลุ่มผู้รักสุขภาพและมีสุขภาพดี
โรคที่นำเสนอข้อมูล ไม่ได้มุงหวังให้เกิดความวิตกกังวลใดๆ
แต่จุดประสงค์เพื่อให้ทราบถึงต้นเหตุของการเจ็บป่วย
ตลอดจนวิธีการรักษาแบบรวม ๆ ของบริการทั่ว ๆ ไป
การนำเอาองค์ความรู้มาวิเคราะห์พิจารณาจะทำให้เกิดแนวคิดที่จะป้องกันไม่ให้เกิดโรคกับเราทั้งปัจจุบันและอนาคตเพื่อสุขภาพที่ดีของทุก
ๆ ท่าน
โทษของการขาดสารอาหาร
ประเทศไทยแม้จะได้ชื่อว่า
เป็นดินแดนที่อุดมสมบูรณ์มากมายหลายชนิด
เพราะนอกจากจะสามารถผลิตอาหารพอเลี้ยงประชากรในประเทศได้แล้ว
ยังมากพอที่จะส่งไปจำหน่ายต่างประเทศได้ปีละมาก ๆ
อีกด้วย แต่กระนั้นก็ตาม ยังมีรายงานว่า
ประชากรบางส่วนของประเทศยังเป็นโรคขาดสารอาหารอีกจำนวนไม้น้อย
โดยเฉพาะทารกและเด็กอ่อน วัยเรียน
เด็กเหล่านี้อยู่ในสภาพที่ร่างกายไม้เจริญเติบโตเต็มที่
มีความต้านทานต่อโรคติดเชื้อต่ำ
นอกจากนี้นิสัยโดยส่วนตัวของคนไทยก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เป็นโรคขาดสารอาหารทั้งนี้เพราะคนไทยเลือกกินอาหารตามรสปาก
รีบร้อนกินเพื่อให้อิ่มท้อง หรือกินตามทที่หามาได้
โดยไม่คำนึงถึงว่ามีสารอาหารที่ให้คุณค่าทางโภชนาการต่อร่างกายครบถ้วนหรือไม่พฤติกรรมเหล่านี้อาจทำให้เกิดโรคขาดสารอาหารได้โดยไม่รู้สึกตัว
เมื่อกินอาหารเข้าสู่ร่างกายแล้วและอาหารก็จะถูกย่อยสลายโดยอวัยวะต่าง
ๆ ภายในร่างกาย
ให้เป็นสารอาหารเพื่อนำไปทำหน้าที่ต่าง ๆ ดังนี้
1.ให้พลังงานและความร้อนเพื่อใช้ในการทำงานของอวัยวะภายใน
เช่น การหายใจ การยืดหดของกล้ามเนื้อ
การย่อยอาหารเป็นต้น
2.สร้างความเจริญเติบโตสำหรับเด็ก
และช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอหรือชำรุดทรุดโทรมในผู้ใหญ่
3.ช่วยป้องกันและสร้างภูมิต้านทานโรค
ทำให้มีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์
4.ช่วยควบคุมปฏิกิริยาต่าง ๆ ภายในร่างกาย
ดังนั้นถ้าร่างกายของคนเราได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วนหรือปริมาณไม่เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย
ก็จะทำให้เกิดความผิดปกติและเกิดโรคขาดสารอาหารได้
โรคขาดสารอาหารที่สำคัญและพบเห็นบ่อยในประเทศไทยมีดังนÕé
1.โรคขาดโปรตีนและแคลอรี
โรคขาดโปรตีนและแคลอรีเป็นโรคที่เกิดจากร่างกายได้รับสารอาหารประเภทโปรตีน
คาร์โบไฮเดรต และไขมันที่มีคุณภาพดีไม่เพียงพอ
เป็นโรคที่พบบ่อยในเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 6 ปี
โดยเฉพาะทารกและเด็กก่อนวัยเรียน
อันเนื่องมาจากการเลี้ยงดูที่ไม่เอาใจใส่เริ่งการกินอาหารหรือไม่มีความรู้ทางโภชนาการดีพอ
ลักษณะอาการของโรคมี 2 รูปแบบ คือ ควาซิออร์กอร์ (
Kwashiorkor ) และมาราสมัส ( Marasmus )
1.1.ควาชิออร์กอร์
เป็นลักษณะอาการที่เกิดจากการขาดสารอาหารประเภทโปรตีนอย่างมาก
มักเกิดกับทารกที่เลี้ยงด้วยนมข้นหวาน นมผงผสม
และให้อาหารเสริมประเภทข้าวหรือแป้งเป็นส่วนใหญ่
ทำให้ร่างกายขาดโปรตีนสำหรับการเจริญเติบโตและระบบต่าง
ๆ บกพร่อง ทารกจะมีอาการซีด บวมที่หน้า ขา
และลำตัว เส้นผมบางเปราะและร่วงหลุดง่าย
ผิวหนังแห้งหยาบ มีอาการซึมเศร้า
มีความต้านทานโรคต่ำ ติดเชื้อง่าย
และสติปัญญาเสื่อม
1.2.มาราสมัส
เป็นลักษณะอาการที่เกิดจากการขาดสารอาหรประเภท
โปรตีน
คาร์โบไฮเดรตและไขมันผู้ที่เป็นโรคนี้จะมีอาการคล้ายกับเป็นควาชิออร์กอร์แต่ไม่มีอาการบวมที่ท้อง
หน้า และขา นอกจากนี้ร่างกายจะผอมแห้ง ศรีษะโตพุงโร
ผิวหนังเหี่ยวย่นเหมือนคนแก่ ลอกออกเป็นชั้นได้
และท้องเสียบ่อย
อย่างไรก็ตาม อาจมีผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยที่มีลักษณะทั้งควาชิออร์กอร์
และมาราสมัสในคนเดียวกันได้
ประเภทควาชิออร์กอร์และมาราสมัส
จากการสำรวจพบว่า
ทารกและเด็กก่อนวัยเรียนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นโรคขาดโปรตีน
และแคลอรีมากที่สุด
นอกจากนี้จากรายงานสถานภาพโภชนาการในประเทศไทยของกองโภชนาการ
กรมอนามัย
ยังพบอีกว่าในหญิงมีครรภ์และหญิงให้นมบุตรโดยเฉพาะในชนบทมีภาวะโภชนาการไม่ดีตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์
มีอาการตั้งครรภ์ตั้งแต่อายุยังน้อย
และขณะตั้งครรภ์งดกินอาหารประเภทโปรตีน
เพราะเชื้อว่าเป็นของแสลงทำให้ได้รับพลังงานเพียงร้อยละ
80 และโปรตีนร้อยละ 62 - 69 ของปริมาณที่ควรได้รับ
การขาดสารอาหารประเภทโปรตีนเป็นปัญหาสำคัญอย่างหนึ่งของประเทศไทย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเด็กตั้งแต่วัยทารกจนถึงวัยรุ่น
ด้วยเหตุนี้เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวจึงได้มีการส่งเสริมให้เลี้ยงทารกด้วยนมมารดามากขึ้น
และส่งเสริมให้เด็กดื่มนมวัวน้ำนมถั่วเหลืองเพิ่มขึ้น
เพราะน้ำนมเป็นสารอาหารที่สมบูรณ์ที่สุดเนื่องจากประกอบด้วยสารอาหารต่าง
ๆ ครบทั้ง 5 ประเภท
นอกจากนี้ในปัจจุบันยังมีหน่วยงานหลายแห่งได้ศึกษาค้นคว้าหาวิธีการผลิตอาหารที่ให้คุณค่าโปรตีนแต่มีราคาไม่แพงนัก
ให้คนที่มีรายได้น้อยได้กินกันมากขึ้น
สถาบันค้นคว้าพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร
มหาวิทยาลัยเกษตรศาตร์ได้ค้นคว้าทดลองผลิตอาหารโปรตีนจากพืชเพื่อทดแทนโปรตีนจากสัตว์
เช่น ใช้ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลืองที่เรียกว่า
โปรตีนเกษตร ที่ผลิตในรูปของเนื้อเทียม
และโปรตีนจากสาหร่ายสีเขียว เป็นต้น
2.โรคขาดวิตามิน
นอกจากร่างกายจะต้องการสารอาหารประเภทโปรตีน
คาร์โบไฮเดรต และไขมันแล้ว
ยังต้องการสารอาหารประเภทวิตามิน ( และแร่ธาตุ )
อีกด้วยเพื่อช่วยทำให้ร่างกายสมบูรณ์ขึ้น คือ
ช่วยควบคุมให้อวัยวะต่าง ๆ
ทำหน้าที่ได้ตามปกติถึงแม้ร่างกายจะต้องการสารอาหารประเภทนี้ในปริมาณน้อยมาก
แต่ถ้าขาดไปจะทำให้ร่างกายไม่สมบูรณ์และเกิดโรคต่าง
ๆ ได้
โรคขาดวิตามินที่พบในประเทศไทยส่วนมากเป็นโรคที่เกิดจากการขาดวิตามินเอ
วิตามินบีหนึ่ง วิตามินบีสอง และวิตามินซี
ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
2.1.โรคขาดวิตามินเอ
เกิดจากอาหารที่มีไขมันต่ำและมีวิตามินเอน้อยคนที่ขาดวิตามินเอ
ถ้าเป็นเด็กการเจริญเติบโตหยุดชะงัก สุขภาพอ่อนแอ
ผิวหนังหยาบแห้งมีตุ่มสาก ๆ
เหมือนหนังคางคกเนื่องจากการอักเสบบริเวณก้น แขน
ขา ข้อศอก เข่า และหน้าอก
นอกจากนี้จะมีอาการอักเสบในช่องจมูก หู ปาก
ต่อมน้ำลาย เยื่อบุตาและกระจกตาขาวและตาดำจะแห้ง
ตาขาวจะเป็นแผลเป็นที่เรียกว่า เกล็ดกระดี่
ตาดำขุ่นหนาและอ่อนเหลวถ้าเป็นรุนแรงจะมีผลทำให้ตาบอดได้
ถ้าไม่ถึงกับตาบอดก็อาจจะมองไม่เห็นในที่สลัวหรือปรับตาในความมืดไม่ได้
เรียกว่า ตาฟาง หรือ ตาบอดกลางคืน
การรักษาและป้องกันโรคขาดวิตามินเอ
ทำได้โดยการกินอาหารที่มีไขมันและอาหารจำพวกผลไม้
ผักใบเขียว ผักใบเหลือง เช่น มะละกอ มะม่วงสุก
ผักบุ้ง คะน้า ตำลึง มันเทศ ไข่ นม
สำหรับทารกควรได้กินอาหารเสริมที่ผสมกับตับหรือไข่แดงบด
2.2.โรคขาดวิตามินบีหนึ่ง
เกิดจากการกินอาหารที่มีวิตามินบีต่ำและกินอาหารที่ไปขัดขวางการดูดซึมวิตามินบีหนึ่ง
คนที่ขาดวิตามินบีหนึ่งจะเป็นโรคเหน็บชาซึ้งจะมีอาการชาทั้งมือและเท้า
กล้ามเนื้อแขนและขาไม่มีกำลัง
ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการบวมร่วมด้วย
ถ้าเป็นมากจะมีอาการใจสั่นหัวใจโตและเต้นเร็ว หอบ
เหนื่อย และอาจตายได้ถ้าไม่ได้รับการรักษาทันท่วงที
การรักษาและป้องกันโรคขาดวิตามินบีหนึ่ง
ทำได้โดยการกินอาหารที่มีวิตามินบีหนึ่งให้เพียงพอและเป็นประจำ
เช่น ข้าวซ้อมมือ ตับ ถั่วเมล็ดแห้ง และเนื้อสัตว์
และควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ทำลายวิตามินบีหนึ่ง เช่น
ปลาร้าดิบ หอยดิบ หมาก เมี่ยง ใบชา เป็นต้น
2.3.โรคขาดวิตามินบีสอง
เกิดจากการกินอาหารที่มีวิตามินบี สองไม่เพียงพอ
คนที่ขาดวิตามินบีสองมักจะเป็นแผลหรือรอยแตกที่มุมปากทั้งสองข้างหรือซอกจมูกมีเกล็ดใสเล็ก
ๆ ลิ้นมีสีแดงกว่าปกติและเจ็บ
หรือมีแผลที่ผนังภายในปากรู้สึกคันและปวดแสบปวดร้อนที่ตา
อาการเหล่านี้เรียกว่า เป็นโรคปากนกกระจอก
คนที่เป็นโรคนี้จะมีอาการ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร
และอารมณ์หงุดหงิด
การรักษาและป้องกันโรคขาดวิตามินบีสอง
ทำได้โดยการกินอาหารที่มีวิตามินบีสองให้เพียงพอและเป็นประจำ
เช่น นมสด นมปรุงแต่ง นมถั่วเหลือง น้ำเต้าหู้
ถั่วเมล็ดแห้งข้าวซ้อมมือ ผัก ผลไม้ เป็นต้น
2.4.โรคขาดวิตามินซี
เกิดจากการกินอาหารที่มีวิตามินซีไม่เพียงพอ
คนที่ขาดวิตามินซีมักจะเจ็บป่วยบ่อย
เนื่องจากมีความต้านทานโรคต่ำ เหงือกบวมแดง
เลือดออกง่าย ถ้าเป็นมากฟันจะโยกรวน
และมีเลือดออกตามไรฟันง่าย
อาการเหล่านี้เรียกว่าเป็น โรคลักปิดลักเปิด การรักษาและป้องกันโรคขาดวิตามินซี
ทำได้โดยการกินอาหารที่มีวิตามินซีให้เพียงพอและเป็นประจำ
เช่น ส้ม มะนาว มะขามป้อม มะเขือเทศ ฝรั่ง ผักชี
เป็นต้น
จากที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่า โรคขาดวิตามิน
ส่วนมากมักจะเกี่ยวกับวิตามินประเภทละลายได้ในน้ำ
เช่น วิตามินบี วิตามินอี และวิตามินเค
มักจะไม่ค่อยเป็นปัญหาโภชนาการ
ทั้งนี้เพราะวิตามินเหล่านี้บางชนิดร่างกายของคนเราสามารถสังเคราะห์ขึ้นมาเเองได้
เช่น วิตามินดี
ผู้ที่ออกกำลังกายกลางแจ้งและได้รับแสงอาทิตย์เพียงพอ
รังสีอัลตราไวโอเลตจากแสงอาทิตย์สามารถเปลี่ยนสารที่เป็นไขมันชนิดหนึ่งใต้ผิวหนังที่เป็นวิตามินดีได้
วิตามินเค
ร่างกายสามารถสังเคราะห์ได้จากแบคทีเรียในลำไส้ใหญ่
3.โรคขาดแร่ธาตุ
แร่ธาตุนอกจากจะเป็นสารอาหารที่ช่วยในการควบคุมการทำงานของอวัยวะต่าง
ๆ ในร่างกายให้ทำหน้าที่ปกติแล้ว
ยังเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของร่างกายอีกด้วย เช่น
เป็นส่วนประกอกบของกระดูกและฟัน เลือด กล้ามเนื้อ
เป็นต้น ดังที่กล่าวแล้ว ดังนั้น
ถ้าร่างกายขาดแร่ธาตุก็อาจจะทำให้การทำหน้าที่ของอวัยวะผิดปกติ
และทำให้เกิดโรคต่าง ๆ ได้ ดังนี้
3.1.โรคขาดธาตุแคลเซียมและฟอสฟอรัส
เกิดจากการกินอาหารที่มีแคลเซียมยมและฟอสฟอรัสไม่เพียงพอ
คนที่ขาดแคลเซียมและฟอสฟอรัสจะเป็นโรคกระดูกอ่อน
มักเป็นกับเด็ก หญิงมีครรภ์และหญิงให้นมบุตร ทำให้
ข้อต่อกระดูกบวม ขาโค้งโก่ง กล้ามเนื้อหย่อน
กระดูกซีโครงด้านหน้ารอยต่อนูน
ทำให้หน้าอกเป็นสันที่เรียกว่าอกไก่
ในวัยเด็กจะทำให้การเจริญเติบโตช้าโรคกระดูกอ่อนนอกจากจะเกิดจากการขาดแร่ธาตุทั้งสองแล้ว
ยังเกิดจากการได้รับแสงแดดไม่เพียงพออีกด้วย
การรักษาและป้องกันโรคขาดธาตุแคลเซียมและฟอสฟอรัส
ทำได้โดยการกินอาหารที่มีแคลเซียมและฟอสฟอรัสให้มากและเป็นประจำ
เช่น นมสด ปลาที่กินได้ทั้งกระดูก ผักสีเขียว
น้ำมันตับปลา เป็นต้น
3.2.โรคขาดธาตุเหล็ก
เกิดจากการกินอาหารที่มีธาตุเหล็กไม่เพียงพอหรือเกิดจากความผิดปกติในระบบการย่อยและการดูดซึม
คนที่ขาดธาตุเหล็กจะเป็นโรคโลหิตจาง
เนื่องจากร่างกายสร้างเฮโมโกลบินได้น้อยกว่าปกติ
ทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร
มีความต้านทานโรคต่ำ เปลือกตาขาวซีด ลิ้นอักเสบ
เล็บบางเปราะ และสมรรถภาพในการทำงานเสื่อม
การรักษาและป้องกันโรคขาดธาตุเหล็ก
ทำได้โดยการกินอาหารที่มีธาตุเหล็กและโปรตีนสูงเป็นประจำ
เช่น ตับเครื่องในสัตว์ เนื้อสัตว์ ผักสีเขียว
เป็นต้น
3.3.โรคขาดธาตุไอโอดีน
เกิดจากการกินอาหารที่มีไอโอดีนต่ำหรืออาหารที่มีสารขัดขวางการใช้ไอโอดีนในร่างกาย
คนที่ขาดธาตุไอโอดีนจะเป็นโรคคอพอก
และต่อมไทรอยด์บวมโต
ถ้าเป็นตั้งแต่เด็กจะมีผลต่อการพัฒนาทางร่างกายและจิตใจ
ร่างกายเจริญเติบโตช้า เตี้ย แคระแกร็น
สติปัญญาเสื่อม อาจเป็นใบ้หรือหูหนวกด้วย
คนไทยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะเป็นโรคนี้กันมาก
บางทีเรียกโรคนี้ว่า โรคเอ๋อ
การรักษาและป้องกันโรคขาดธาตุไอโอดีน
ทำได้โดยการกินอาหารทะเลให้มาก เช่น กุ้ง หอย ปู
ปลา เป็นต้น
ถ้าไม่สามารถหาอาหารทะเลได้ก็ควรบริโภคเกลืออนามัย
ซึ่งเป็นเกลือสมุทรผสม
ไอโอดีนที่ใช้ในการประกอบอาหารแทนได้
นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีสารขัดขวางการใช้ไอโอดีน
เช่น พืชตระกูลกระหล่ำปลี ซึ่งก่อนกินควรต้มเสียก่อน
โดยกล่าวสรุป
การขาดสารอาหารประเภทใดประเภทหนึ่งหรือหลาย ๆ
ประเภท
นอกจากจะมีผลทำให้ร่างกายไม่สมบูรณ์แข็งแรงและเป็นโรคต่าง
ๆ ได้แล้ว
ยังทำให้การดำรงชีวิตเป็นไปด้วยความยากลำบาก
อีกทั้งยังมีผลกระทบกระเทือนต่อสุขภาพของประชากรโดยตรง
ซึ่งจะมีผลต่อการพัฒนาของประเทศในที่สุด
ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกคนควรเลือกกินอาหารอย่างมีคุณภาพ
ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นอาหารที่มีราคาแพงเสมอไป
แต่ต้องการกินอาหารให้ได้สารอาหารครบถ้วนในปริมาณที่พอเพียงกับร่างกายต้องการในแต่ละวัน
นั่นคือ กินให้ดี
แล้วก็จะส่งผลถึงสุขภาพความสมบูรณ์แข็งแรงของร่างกาย
ซึ่งก็คือ อยู่ดี ด้วย อย่างไรก็ตาม
โรคที่เกี่ยวกับสารอาหารไม่ใช่มีเฉพาะโรคที่เกิดจากการขาดสารอาหารเท่านั้น
การที่ร่างกายได้รับสารอาหารบางประเภทมากเกินไปก็ทำให้เกิดโรคได้เช่นเดียวกัน
โรคที่เกิดจากการได้รับสารอาหารมากเกินไปความต้องการของร่างกายมีหลายโรคที่พบเห็นบ่อย
คือ โรคอ้วน โรคอ้วน
เป็นโรคที่เกิดจากการกินอาหารมากเกินความต้องการของร่างกาย
ทำให้มีการสะสมของไขมันภายในร่างกายเกินความจำเป็น
คนที่เป็นโรคอ้วนอาจมีอาการอื่น ๆ ตามมา เช่น
สภาพจิตใจไม่ปกติ ความต้านทานโรคต่ำ ติดโรคง่าย
เป็นโรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง เป็นต้น
ปัจจุบันสภาวะสังคมไทยเปลี่ยนแปลงไป
โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ทุกคนต้องทำงานแข่งกับเวลา
ประกอบกับการมีค่านิยมการบริโภคอาหารแบบตะวันตก
เช่น พิซซ่า แซนด์วิช มันฝรั่งทอด ไก่ทอด เป็นต้น
จึงทำให้ได้รับไขมันจากสัตว์ที่เป็นกรดไขมันอิ่มตัวและคอเลสเทอรอลสูง
ดังนั้นนักเรียนควรใช้ความรู้เกี่ยวกับอาหารที่ศึกษามาให้ประโยชน์ต่อตนเอง
โดยการเลือกกินอาหารที่มีไขมันให้พอเหมาะเพื่อป้องกันโรคอ้วน
โรคไขมันและคอเลสเทอรอลในเลือดสูง
ซึ่งจะมีผลต่อโรคอื่น ๆ ต่อไป
นอกจากนี้การออกกำลังกายสม่ำเสมอเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยรักษาและป้องกันโรคอ้วนได้ถ้าอ้วนมาก
ๆ ควรปรึกษาแพทย์ อย่าใช้ยา สบู่ ครีม
หรือเครื่องมือลดไขมัน ตลอดจนการกินยาลดความอ้วน
เพราะอาจทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้
ขอขอบคุณข้อมูล
http://www.kr.ac.th/tech/det48m2/f008.html
|
|