|Home |Coffee room| Poem | Quest book| Contact us| About me |
องค์กรณ์การเมือง


:: รัฐสภาไทย

:: รัฐธรรมนูญ๒๕๔๐
คณะกรรมการเลือกตั้ง
ปราบปรามการฟอกเงิน
ปราบปรามทุจริตแห่งชาติ
:: วุฒิสภา

ข้อคิด ข้อเขียนอิสรภาพทางความคิด มิได้มีจิตเจตนาทำให้ผู้หนึ่งผู้ใดเสียหาย หากผิดพลาดพลั้งไปต้องขออภัย

 

"ทำไมทักษิณหน้าแตกทุกครั้งที่โต้ธีรยุทธ"

ชัยวัฒน์ สุรวิชัย

วิวาทะครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 แล้วในรอบปี 2546 นี้ ระหว่างนายกฯทักษิณ ชินวัตร และอาจารย์ธีรยุทธ บุญมี


ซึ่งครั้งนี้อาจารย์ธีรยุทธ บุญมี ได้รับเชิญเป็น "Key Speaker" ให้กับสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่มีอดีตนายกรัฐมนตรีอานันท์ ปันยารชุน เป็นประธาน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 11 กันยายน 2546 และหลังจากนั้น นายกฯทักษิณ ออกมาโต้ (ด่า) อาจารย์ธีรยุทธ ติดต่อกันเป็นรายวันถึง 3 ครั้ง ด้วยอารมณ์ที่ฉุนเฉียว โดยที่อาจารย์ธีรยุทธ ไม่ได้ตอบโต้เลย

ผมเองที่ต้องมาเขียนถึงเรื่องนี้ ก็เพราะต้องการวิเคราะห์เจาะลึก ตามหัวเรื่องที่ตั้งไว้ "ทำไมทักษิณ หน้าแตกทุกครั้งที่โต้ธีรยุทธ" และที่สำคัญผมคงต้องแสดงความรับผิดชอบ ที่ทำให้อาจารย์ธีรยุทธ ต้องถูกด่าฟรีๆ ต่อสาธารณะโดยนายกฯรัฐมนตรีผู้อาสาเข้ามาใช้อำนาจอธิปไตยของปวงชนไปบริหารประเทศ เพราะผมเป็นผู้เสนอและเป็นผู้ติดต่อให้ อาจารย์ธีรยุทธ บุญมี มาพูดให้กับสมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

อาจารย์ธีรยุทธ ใช้เวลาศึกษาค้นคว้าและเตรียมการในหัวข้อที่จะมาพูดถึง 3 เดือน และเวลาที่ใช้ไปในการพูดประมาณ 2 ชั่วโมง (มากกว่าผู้อื่นที่ถูกเชิญมาบรรยาย) เพราะมีคำถามจากสมาชิกจำนวนมาก และทุกคนก็ประทับใจในภูมิรู้ที่ได้รับจากอาจารย์ธีรยุทธ และแทบไม่มีใครคิดว่า "จะมีใครออกมาตอบโต้หรือวิจารณ์"

เพราะสิ่งที่อาจารย์ธีรยุทธ พูดมี 2 เรื่องหลักๆ คือ "ความคาดหวังของประชาชนต่อสภาที่ปรึกษา" และ "วิพากษ์วิจารณ์การครอบงำความคิดของตะวันตก" และได้ให้แง่คิดทางวิชาการเกี่ยวกับการใช้วิธีการบริหารแผนซีอีโอไม่ถึง 5 นาที

เรามาดูว่านายกฯทักษิณ ออกมาโต้ อาจารย์ธีรยุทธ อย่างไรบ้าง

1.ผมทำอะไรผิดหมด ไม่เคยถูกเลยหรือ ทั้งที่มีผลงานสร้างงานและความเจริญมากมาย

2.อ่านหนังสือพิมพ์เสร็จก็วิจารณ์กันไปเรื่อย

3.แต่ไอ้นี่เปิดมาก็ด่าอย่างเดียว กินเงินเดือนหลวงอยู่ทำไมว่ะ

4.อยากด่าก็โน่นเลย ไปเป็นนักการเมืองฝ่ายค้านเลยก็หมดเรื่อง

5.ส่วนขาจรไม่มีปัญหา, พวกนี้ขาประจำต้องการค้านรัฐบาลเพียงอย่างเดียว

6.มีปัญหาค่อยเดินขบวนใหม่ก็แล้วกัน

7.พวกอยากให้เกิด 14 ตุลา 6 ตุลา เพราะต้องการเป็น ฮีโร่

ก่อนที่จะมาวิจารณ์สิ่งที่นายกฯทักษิณโต้ ที่ผมแบ่งออกมาเป็น 7 หัวข้อ

ผมขอเสนอความเห็นของผู้นำทางสังคมและนักวิชาการชั้นแนวหน้าของสังคมไทย ที่ออกมาให้ความเห็นในเรื่องนี้

-วุฒิสมาชิก นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ เมื่อรับเงินหลวงแล้วไม่ควรตำหนิรัฐบาล ถือเป็นสิ่งผิดอย่างรุนแรง เพราะเงินหลวงไม่ใช่เงินเดือนของนายกรัฐมนตรีฯ

- รองอธิการบดีนิด้า ดร.ชาติชาย ณ เชียงใหม่ "การพูดที่จุฬา เป็นการตอบโต้ที่รุนแรงไป ไม่เหมาะสม นายกฯควรจะสร้างกลไกในการรับฟังความคิดเห็น ให้คิดอย่างรอบคอบก่อน จึงตอบเป็นทางการ และตอบอย่างมีเหตุผล"

- อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ รามคำแหง ดร.สุขุม นวลสกุล "ไม่ใช่เรื่องผิดที่นักวิชาการเป็นห่วงปัญหาสังคม" "ไม่ควรออกมาพูดลดเครดิต หรือ สบประมาท" "การกระทำของนายกฯ ไม่ต่างจากนักการเมืองทั่วไปแล้ว"

- นักคิดของสังคม "อ.สุลักษณ์ ศิวรักษ์" "อย่าหลงในความรู้ของตน", "ถ้านายกฯ ไม่เปิดโอกาสให้คนวิจารณ์ถือว่าอันตราย", "คนใหญ่คนโต ก็จำเป็นต้องมีกัลยาณมิตรหรือคนคอยเตือน", "เมื่อเรารู้สึกว่าตัวเองอหังการ ก็จะรู้สึกว่าคนอื่นโง่ ใครเตือนก็ไม่ฟัง ดังนั้นนายกฯทักษิณ ต้องหัดเรื่องความอ่อนน้อมถ่อมตน"

หนังสือพิมพ์และสื่อต่างๆ ก็ออกมาวิจารณ์ท่าทีของนายกฯทักษิณอย่างมาก ว่า

"เป็นการสร้างความบาดหมางระหว่างตัวผู้นำประเทศกับนักวิชาการ, ไม่เพราะนักวิชาการจะเชียร์ อ.ธีรยุทธ แต่เพราะนักวิชาการไม่ชอบความคับแคบของผู้นำทางการเมือง"

"ท่าทีของนายกฯ ไม่เป็นผลดีต่อการบริหารประเทศ"

"อาจารย์ธีรยุทธ เป็นคนไทยคนหนึ่ง ย่อมมีสิทธิและเสรีภาพในการพูด แสดงความคิดเห็น ซึ่งรัฐธรรมนูญให้ความคุ้มครอง รัฐบาลก็มีสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นเช่นกัน แต่ควรยืนอยู่บนพื้นฐานของการเคารพในสถานภาพและศักดิ์ศรีของคนอื่น ซึ่งมิใช่ใช้ท่าทีขับไล่ไสส่งหรือพูดจาสร้างความอับอาย ขายหน้าให้กับผู้ที่ออกมาวิจารณ์"

สรุปได้ว่า : การออกมาตอบโต้ (ด่า) อาจารย์ธีรยุทธ ของนายกฯทักษิณ มีแต่เสียกับเสีย และนอกจากจะเสียชื่อของนายกฯทักษิณ แล้ว, ยังทำให้ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยเสียหายไปด้วย

คราวนี้มาดูสิ่งที่นายกฯทักษิณพูดโต้อาจารย์ธีรยุทธ นายกฯทักษิณ ไม่ธรรมดาเลยในการใช้คำพูด, เป็นคนที่พูดเก่งมาก และมีเป้าหมายแฝงอยู่ในตัว โดย

ประการแรก : เรียกร้องความเห็นใจจากประชาชนว่า ตนเองถูกด่าถูกวิจารณ์อย่างไม่เป็นธรรม

ประการที่สอง : อาจารย์ธีรยุทธ เป็นพวกอยากดัง อยากเป็นฮีโร่ เป็นนักวิจารณ์ที่ไม่รู้จริง

ประการที่สาม : ใช้วิธีแบ่งแยกแล้วทำลาย โดยแบ่งนักวิชาการเป็นพวกขาจร "ไม่มีปัญหา" และพวกขาประจำ ที่ค้านรัฐบาลลูกเดียว โดยจัดให้คุณหมอประเวศ วะสี และดร.ชัยอนันต์ สมุทวนิช อยู่ในประเภทขาจร ส่วนพวกขาประจำ ก็พวกอาจารย์ธีรยุทธ และการสร้างภาพให้อาจารย์ธีรยุทธ เป็นพวกพรรคการเมืองฝ่ายค้าน ที่ค้านรัฐบาลทุกเรื่อง เพราะเป็นเรื่องของการเมือง

แต่ที่นายกฯทักษิณต้องหน้าแตกทุกครั้งที่ออกมาโต้อาจารย์ธีรยุทธ โดยเฉพาะครั้งนี้ ซึ่งเป็นครั้งที่ 3 ในรอบปี 2546 (ครั้งแรก เมื่อต้นปี ที่อาจารย์ธีรยุทธ ออกมาวิเคราะห์สังคมไทยในยุคทักษิณ ชินวัตร และชี้ให้ระมัดระวังการเมืองและเศรษฐกิจระบบทักษิณ, ครั้งที่สอง ช่วงกลางปี ที่ชี้ว่า "คนไทยเหมือนอาศัยบ้านเขาอยู่")

และครั้งนี้ นายกฯทักษิณ หน้าแตกยับเยินกว่าทุกครั้ง เพราะอาจารย์ธีรยุทธทำตัวเป็นผู้ใหญ่ เป็นนักวิชาการที่น่าเคารพ ไม่ได้ออกมาวิจารณ์นายกฯทักษิณ แต่พูดถึงผลดีผลเสียของระบบซีอีโอ ที่ควรจะต้องระมัดระวัง, และอาจารย์ธีรยุทธ ไม่ได้ออกมาโต้กลับเลย

ในขณะที่นายกฯทักษิณ พูดแบบมีอารมณ์ พูดจาไม่สุภาพ ใช้ท่าทีขับไล่ไสส่งหวังสร้างความอับอายขายหน้า และไม่เคารพในสิทธิเสรีภาพ และศักดิ์ศรีของผู้อื่น (อาจารย์ธีรยุทธ) และสิ่งที่นายกฯทักษิณวิจารณ์ อาจารย์ธีรยุทธ ก็ไม่ถูกเลยสักข้อเดียว เพราะ

๐ อาจารย์ธีรยุทธ เป็นคนแรกๆ ที่ให้เครดิตในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของนายกฯ และชื่นชมการกล้าเผชิญหน้ากับทุกปัญหา

๐ การออกมาให้ความคิดเห็นต่อสังคม แต่ละครั้ง อาจารย์ธีรยุทธให้เวลาศึกษามาก รวมทั้งการขอความคิดเห็นจากบุคคลวงการต่างๆ อย่างมากมาย

๐ ในเรื่องความอยากดัง อยากเป็นฮีโร่ อาจารย์ธีรยุทธ ดังมากว่า 30 ปีมาแล้ว ตั้งแต่สอบได้ที่ 1 ของประเทศไทย (ปี 2511), เป็นเลขาธิการศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย ในยุคที่มีบทบาทมากที่สุดยุคหนึ่ง (ปี 2515),

และเป็นผู้ประสานงานกลุ่มเรียกร้องรัฐธรรมนูญ ที่มีส่วนอย่างสำคัญในการก่อให้เกิดเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ประวัติศาสตร์ประชาธิปไตยครั้งยิ่งใหญ่ของประชาชนไทย และหลังจากนั้นก็ทำหน้าที่วิเคราะห์วิจารณ์และชี้แนะสังคมมาโดยตลอด ซึ่งส่วนใหญ่ก็ถูกต้องหรือใกล้เคียงความเป็นจริง

และที่สำคัญ อาจารย์ธีรยุทธ ทำสิ่งต่างๆ เหล่านี้ ด้วยจิตใจสาธารณะเอาผลประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง ไม่เคยมีผลประโยชน์ส่วนตัวแอบแฝง และไม่เคยร่ำรวยและไม่หวังอำนาจวาสนาแม้แต่น้อย รวมทั้งอาจารย์ธีรยุทธ ไม่เคยขัดแย้งหรือโกรธเคืองอะไรกับนายกฯทักษิณเลย

แต่กลับกัน นายกฯทักษิณมีความรู้สึกบางอย่างต่ออาจารย์ธีรยุทธ, สังเกตดูได้จากการออกมาวิจารณ์ตอบโต้ อาจารย์ธีรยุทธ จะแตกต่างกว่าคนอื่นๆ ... มีน้ำโหโทโส มีอารมณ์กราดเกรี้ยวแบบคุมตัวเองไม่อยู่

แต่คงไม่ใช่เรื่องส่วนตัว เพราะนายกฯทักษิณ แทบจะไม่เคยพบและรู้จักอาจารย์ธีรยุทธ นายกฯทักษิณเป็นคนเก่ง เป็นผู้ประสบความสำเร็จ และมีความภาคภูมิใจในตัวเองสูง มีความคิดว่าตนต้องเป็นที่หนึ่งตลอด (Super CEO), อยู่ในบริษัทชินวัตร ก็เป็นหมายเลข 1 เป็นหัวหน้าพรรคไทยรักไทยที่ไม่มีหมายเลข 2, เป็นนายกรัฐมนตรีที่มีอำนาจสูงสุดในประเทศ สรุปได้ว่า นายกฯทักษิณ ไม่เคยแพ้ใคร

แต่นายกฯทักษิณไม่สามารถเทียบกับ อาจารย์ธีรยุทธได้ในด้านวิชาการ (ในการวิจารณ์หนังสือนายกฯทักษิณ เลือกบางประเด็นออกมาวิจารณ์ แต่อาจารย์ธีรยุทธ เข้าใจภาพรวมอ่านแบบดีแตก) ในด้านประชาธิปไตย (อาจารย์ธีรยุทธ ใช้ความคิด ใช้เลือดเนื้อชีวิต เข้าสู้เข้าแลกมา ขณะที่นายกฯทักษิณ ไม่เคยต่อสู้กับเผด็จการ ไม่เคยต่อสู้เพื่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนมาเลยแม้แต่ครั้งเดียว

ในด้านการยอมรับและไว้เนื้อเชื่อใจจากสังคม (อาจารย์ธีรยุทธ พิสูจน์ตัวเองด้วยผลงานมาตลอดเวลา 30 กว่าปีอย่างต่อเนื่อง ผู้คนจึงเชื่อได้อย่างสนิทใจ แต่นายกฯทักษิณ ได้มาด้วยอำนาจ เงินตรา และถึงมีผลงานก็เป็นระยะเวลาสั้นไม่กี่ปี การแสดงออกของสังคมจึงออกมาในลักษณะ "ดีในระยะสั้น ในระยะยาวต้องดูไปก่อน", ดีแต่มีผลประโยชน์แอบแฝง Conflict of Interest, Double Standard, ยังขาดธรรมาภิบาลที่ดี (Good Governance) ฯลฯ

ลักษณะเช่นนี้ คนแถวแฟลตดินแดง เรียกว่า "อิจฉา" ที่มี "คนอื่น" เก่งกว่า

พรรคการเมือง
:: พรรคประชาธิปัตย์
:: พรรคไทยรักไทย
::พรรคชาติไทย
::พรรคชาติพัฒนา
บ้านสวนลุงแคน

สรวลเสเฮฮา
น้ำบุญ สามตำบล
อรัญ คนโก้

ลิ้งค์ทั่วแดน-ค้นหา

อาร์ตเล็กเล็ก อังศุมาลิน

บ้านดอกบัว
บ้านครูต๊อก
บ้านใจเป็นธรรม
นักเลงโบราณ
บ้านแม่พลอย
บ้านพลสมบัติ

บ้านโจ
บ้านน้องนัท
บอร์ดแม่เฒ่า

ซุปเปอร์เว็บ  
msn yahoo |
sanook | hunsa |
pantip | thai.net

สภากาแฟ
กลอน/น้ำพิง/ภูผา
อเมริกา - อิรัก

ชม.ต่อ ชม.สงครามอ่าว

อภิปรายไม่ไว้วางใจ
อภิปรายไม่ไว้วางใจ 2

สว.ยื่นตีความ พรก.สรรพสามิต

ภูษณ ปรีย์มาโนช
ภูษณ ปรีย์มาโนช(2)


การปราบปรามผู้มีอิทธิพล
การปราบปรามผู้มีอิทธิพล(2)
การปราบปรามผู้มีอิทธิพล(3)
การปราบปรามผู้มีอิทธิพล(4)
การปราบปรามผู้มีอิทธิพล(5)

การปราบปรามผู้มีอิทธิพล(6)

อภิปรายไม่ไว้วางใจ

พลเอกสรยุทธ์ จุลานนท์

โกงที่ดินภูเก็ตนับหมื่นไร่
สามารถกับธุรกิจเขมร

การก่อตั้งพรรคกรีน
ธีรยุทธ บุญมี
ภูมิธรรม เวชยชัย

ถอดรหัสแฮ็กเกอร์

ปัดฝุ่นพรบ.มอเตอร์ไซค

สรรพลี้หวนคืออะไร

เชิญร่วมแสดงความคิดเห็น
.
   
1
Hosted by www.Geocities.ws