:

อ่านข่าวมั้ยครับ


: เดลินิวส์

:: ไทยรัฐ
:: ข่าวสด
:: กรุงเทพธุรกิจ
:: ฐานเศรษฐกิจ
:: อ.ส.ม.ท
:: Bangkok Post
:: The Nation
:: ผู้จัดการ
:: GNN
:: INN
:: ThaiPost
:: มติชน
:: สยามธุรกิจ
:: แนวหน้า
:: ประชาชาติธุรกิจ
:: คม ชัด ลึก
:: สยามรัฐ

 
www.geocities.com/lungcan2000
|Home |Coffee room| Funny talk| Numbun | Poem | Quest book| Contact us| About me |
_______________________________________________________________________________
องค์กรการเมือง


:: รัฐสภาไทย

:: รัฐธรรมนูญ๒๕๔๐
คณะกรรมการเลือกตั้ง
ปราบปรามการฟอกเงิน
ปราบปรามทุจริตแห่งชาติ
:: วุฒิสภา

ข้อเขียนให้อ่านกันเล่นๆ อยากแสดงความคิดเห็น อยู่ที่สภากาแฟนะครับ

 

คุณธีรยุทธไม่ใช่คนที่มีความถูกต้องไปทั้งหมด

ปากคำ 'อ้วน-ภูมิธรรม เวชยชัย'


ถ้าจะนับเป็นความกล้าหาญชาญชัย ในการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หลังความเงียบงันของกลุ่มพลังทางสังคม ท่ามกลางการเดินหน้านโยบายประชานิยมของรัฐบาล

ต้องยกให้ ธีรยุทธ บุญมี อาจารย์ประจำคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นักวิพากษ์สังคมตัวยง และนักเขียนรางวัลศรีบูรพาใหม่หมาด ที่มักออกมาวิพากษ์รัฐบาลปีละครั้ง ไม่ว่ารัฐบาลยุคไหนสมัยใดก็ตาม

'ธีรยุทธ' วิพากษ์รัฐบาลทักษิณครั้งแรกในการแถลงข่าว วิเคราะห์ภาพรวมเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม การเมืองไทย หลังวิกฤติเศรษฐกิจ เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2546 ประเด็นที่สร้างความฮือฮาอย่างมาก คือ 'วิเคราะห์สังคมไทย ยุค ทักษิณนุวัตร'

การออกมาวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลของ 'ธีรยุทธ' ครั้งนั้น ถือเป็นการนำร่องกลุ่มพลังทางสังคม นอกเหนือจากนักวิชาการที่มีการวิพากษ์วิจารณ์เป็นปกติในเวทีของตนอยู่แล้ว

ขณะเดียวกัน ก็สร้างความไม่พอใจให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ และกลุ่มคนเดือนตุลาในรัฐบาลอย่างมาก

โดย พ.ต.ท.ทักษิณ ตอบโต้ 'ธีรยุทธ' ว่าชอบทำมาร์เก็ตติ้ง (ทำการตลาด) ให้กับตัวเอง ขณะที่ 'หมอมิ้ง'-น.พ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน (ขณะนั้นเป็นรองนายกฯ) อดีตนักกิจกรรมรุ่น '14 ตุลา' ก็ออกมาตอบโต้เช่นเดียวกันว่าเป็น 'จอมตั้งสมญา'

แล้วต้องยอมรับว่า กลุ่มคนที่ไม่พอใจ พ.ต.ท.ทักษิณ และกลุ่มคนเดือนตุลาในรัฐบาลอยู่ก่อนแล้วก็คือกลุ่มเอ็นจีโอ (องค์กรพัฒนาเอกชน) ที่เคลื่อนไหวเรียกร้องปัญหาต่างๆ ร่วมกับกลุ่มปัญหาในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มต่อต้านท่อก๊าชไทย-มาเลเซีย ที่เชื่อว่ารัฐบาลอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์รุนแรงในการสลายกลุ่มผู้ชุมนุม กลุ่มต่อต้านโรงงานไฟฟ้าหินกรูด-บ่อนอก กลุ่มต่อต้านเขื่อนปากมูล ของสมัชชาคนจน ฯลฯ ที่ล้วนตั้งความหวังและคาดหวังสูงต่อรัฐบาลและกลุ่มคนเดือนตุลา ที่จะมาตอบสนองการแก้ปัญหาของกลุ่ม

แต่เมื่อจุดยืนของรัฐบาลไม่อาจเป็นไปตามความคาดหวัง มิหนำซ้ำ พ.ต.ท.ทักษิณ ยังวิพากษ์วิจารณ์เอ็นจีโอ หาว่าจำนวนหนึ่งรับเงินจากต่างประเทศมาเคลื่อนไหวทางการเมือง ยิ่งเท่ากับราดน้ำมันลงไปในกองเพลิง ตอกลิ่มให้เกิดความแตกแยกยิ่งขึ้น

แน่นอน กระแสการตอบโต้ของพ.ต.ท.ทักษิณ และกลุ่มคนเดือนตุลา ต่อการวิพากษ์วิจารณ์ พ.ต.ท.ทักษิณ และรัฐบาล ได้สร้างความไม่เชื่อมั่นในแนวทางบริหารประเทศขึ้นมาทันที ในกลุ่มคนที่ติดตามเหตุการณ์ทางการเมืองอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะกลุ่มเอ็นจีโอ นักวิชาการภาคประชาชน และกลุ่มคนเดือนตุลานอกรัฐบาล ที่ยังมีความใกล้ชิดทางการเมือง

ประเด็นอยู่ที่ว่า นายกฯทักษิณ มีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ไม่มีพลังอำนาจใดในสังคมที่จะมาคัดค้าน หรือคานอำนาจได้แล้ว

แล้วนี่ก็เป็นประเด็นต่อเนื่องในเหตุการณ์ที่สอง ที่ 'ธีรยุทธ' ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม เนื่องในโอกาสวันปรีดี พนมยงค์ ที่ห้องประชุม สัญญา ธรรมศักดิ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่าเป็นยุค 'ข้าพเจ้าถูกต้องแต่เพียงผู้เดียว' และก็ได้รับการขานรับจากขบวนการเอ็นจีโอกลุ่มเคลื่อนไหวประชาธิปไตย เสนอให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้นายกรัฐมนตรี มีวาระการดำรงตำแหน่งสมัยเดียว

ครั้งนี้ยิ่งสร้างความไม่พอใจให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ และกลุ่มคนเดือนตุลายิ่งขึ้น

ประเด็นอยู่ที่ว่า การวิพากษ์วิจารณ์ของคนกลุ่มนี้ อยู่บนพื้นฐานความเป็นเหตุเป็นผลมากน้อยแค่ไหน หรือเพียงสร้างกระแสทางการเมืองเท่านั้น

ที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้น เมื่อมีข่าวแพร่สะพัดออกมาจากกลุ่มคนเดือนตุลานอกรัฐบาล ว่า 'ภูมิธรรม เวชยชัย' รองเลขาธิการพรรคไทยรักไทย อดีตนักกิจกรรมรุ่น 14 ตุลา และเพื่อน ส่งสัญญาณเบรก 'ธีรยุทธ' ด้วยการบอกว่าจะตอบโต้ทุกเวที

แล้วก็มาสอดรับอย่างปัจจุบันทันด่วนกับการยกเลิกปาฐกถาเรื่อง 'บทเรียนภาคประชาสังคมในการส่งเสริมประชาธิปไตยและธรรมาภิบาลทางเศรษฐกิจ : จากมุมมองภาคประชาสังคม' ของ 'ธีรยุทธ' ในงานรำลึก 11 ปีพฤษภาประชาธรรม ซึ่งจัดเวที 'ภาคประชาสังคมกับการส่งเสริมประชาธิปไตยและธรรมาภิบาลแห่งเศรษฐกิจโลก : มุมมองภาคประชาชน' เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

นี่คือความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจอย่างยิ่ง

0 0 0

ความจริง ภูมิธรรม เวชยชัย ถือเป็นกุญแจดอกสำคัญดอกหนึ่ง และน่าจะเป็นคนที่ไขปริศนาเรื่องทั้งหลายได้เป็นอย่างดีในเวลานี้

ที่สำคัญ 'ภูมิธรรม' มิใช่เพียงอดีตนักกิจกรรมรุ่น '14 ตุลา' เท่านั้น หากแต่ยังเป็นอดีตรองผู้อำนวยการ มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม หรือโครงการอาสาสมัครเพื่อสังคม (คอส.) ซึ่งอดีตเคยตั้งอยู่ที่สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ 'ธีรยุทธ' เองก็รู้จักมักคุ้นเป็นอย่างดี โดยมี จอน อึ๊งภากรณ์ ส.ว. กทม. เป็นอดีตผู้อำนวยการ

และต้องถือว่าคลุกคลีอยู่กับเพื่อนพ้องน้องพี่เอ็นจีโอมาเป็นเวลายาวนานด้วย

จึงไม่แปลกที่เมื่อเขาเข้ามามีบทบาทอย่างสูงในพรรคไทยรักไทย และรัฐบาล ทุกย่างก้าวของความคาดหวังจึงมีมากเป็นพิเศษ และเมื่อไม่เป็นไปตามที่หวัง ก็มักเกิดความรู้สึกที่ว่า แนวอุดมการณ์ผิดเพี้ยนไปจากเดิมแล้วหรืออย่างไร ยิ่งกว่านั้น ยังถูกกล่าวหาว่า อาศัยประสบการณ์เดิมมาทำลายขบวนการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นด้วย

เรื่องนี้ 'ภูมิธรรม' กล่าวแทนทั้งตัวเองและกลุ่มคนเดือนตุลาในรัฐบาลว่า พวกเราทุกคนไม่มีอะไรที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งเรายืนอยู่ในที่สว่าง ตรวจสอบได้ ไม่ว่าจะยืนอยู่ในรัฐบาล ยืนอยู่ในตำแหน่งต่างๆ ที่เราทำงาน สามารถตรวจสอบได้ทั้งสิ้น

สำหรับการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลจนนำมาสู่กระแสความเคลื่อนไหวเรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้นายกรัฐมนตรีอยู่ในวาระสมัยเดียวนั้น

'ภูมิธรรม' ชี้ว่า รัฐบาลไม่ได้ทำอะไรผิดกติกาจากที่รัฐธรรมนูญได้ให้ไว้ รัฐธรรมนูญนี้ก็เป็นรัฐธรรมนูญที่ได้มาจากพี่น้องประชาชน เอ็นจีโอ กลุ่มพลังทางสังคม ร่วมกันเคลื่อนไหวผลักดันร่างมาทั้งนั้น รัฐบาล นายกฯ ก็ได้อำนาจมาตามรัฐธรรมนูญ ตามเสียงสนับสนุนจากประชาชน และก็ได้ใช้อำนาจนั้นไปตามกลไกของรัฐธรรมนูญทั้งสิ้น

"วันนี้อะไร บอกว่าจะแก้รัฐธรรมนูญให้นายกฯอยู่ได้สมัยเดียว ผมถามว่า คนที่เสนอความเห็นนี้ขึ้นมา มีหลักเกณฑ์อะไร หรือเพียงเพราะไม่ต้องการให้นายกฯบริหารประเทศต่อไป ก็จะไปแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผมว่าต้องใช้เหตุใช้ผล ไม่ใช่เริ่มจากอคติ รัฐทำอะไรก็แย่หมด อะไรที่เป็นเราทำ ก็ดีหมด"

เมื่อกล่าวถึงกระแสความเป็นห่วงเป็นใยที่เกิดขึ้นว่านายกรัฐมนตรีจะมีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดมากเกินไป และหากใช้อำนาจไปในทางที่ผิดก็จะเกิดความเสียหายกับประชาชนได้

'ภูมิธรรม' ถามว่า คนที่เคลื่อนไหว เชื่อมั่นในอำนาจของประชาชนจริงหรือเปล่า ถ้าเชื่อมั่นในอำนาจของประชาชนจริง ประชาชนเขาจะเป็นคนตัดสิน

"ถ้าหากว่ารัฐบาลนี้ไม่ตอบสนองผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน ประชาชนเขาเป็นคนเลือก ประชาชนเขาให้อยู่ในวาระเอง แต่นี่เห็นว่าจะอยู่ยาว ก็เลยเสนอแก้ไขกฎเกณฑ์ ถามว่าที่บอกว่าประชาชนมีอำนาจตัดสินใจ ประชาชนอยู่ตรงไหน

"ความเห็นของคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) ความเห็นของคนบางคน ทำไมไปทดแทนความเห็นของประชาชนในสังคมส่วนใหญ่ ทำไมกลายเป็นตัวแทนที่ชอบธรรมฝ่ายเดียว"

0 0 0

ปัญหาที่เกิดขึ้นกับเอ็นจีโอ โดยเฉพาะกระแสข่าวที่ออกมาว่ารัฐบาลมีความพยายามทำลายขบวนการเอ็นจีโอ ตรวจสอบเอ็นจีโอ รวมถึงเคลื่อนไหวไม่ให้ต่างประเทศสนับสนุนด้านเงินทุนนั้น

'ภูมิธรรม' เห็นว่า เป็นข้อกล่าวหาที่ค่อนข้างรุนแรง และไม่ให้ความเป็นธรรมกับรัฐบาล

"ผมว่าเป็นข้อกล่าวหาที่ไม่ได้ยืนอยู่บนข้อเท็จจริง เพราะที่พวกเราทำกับเอ็นจีโอ และกลุ่มปัญหาต่างๆ จำนวนไม่น้อย เริ่มต้นจากการพยายามช่วยเหลือเกื้อกูล

"ที่จริงเราไม่ได้สนใจที่จะไปทำสิ่งต่างๆ อย่างที่ถูกกล่าวหา แต่ต้องยอมรับว่า ด้วยความคิดของพวกเรา เราจะยอมทำอะไรให้เอ็นจีโอหรือไม่ เราก็คำนึงถึงประโยชน์โดยรวมของประชาชน และความสมเหตุสมผล อะไรที่สมเหตุสมผลที่เราทำให้ได้ เราก็ทำให้ โดยไม่คำนึงถึงหลักกฎหมายด้วยซ้ำไป

"ดังนั้น การมองว่าเราไปทำลายล้าง หรือพยายามจะทำลาย อันนี้ผมว่า เป็นการมองที่เกินกว่าเหตุ"

พร้อมชี้ให้เห็นว่า ความเป็นจริงบทบาทของเอ็นจีโอจะมีความหมายอย่างมากก็ต่อเมื่อสังคมนั้นปราศจากสิ่งยึดเหนี่ยว รัฐบาลเองไม่ได้ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเหมาะสม ถูกต้อง และประชาชนส่วนใหญ่ด้อยโอกาส ไม่มีโอกาส หรือไม่มีเงื่อนไขที่จะเรียนรู้ เรียกร้องให้สังคมปรับตัวเข้าสู่ภาวะที่เหมาะสม หรือสมดุล

"อย่างนี้กลุ่มชนชั้นปัญญาชนที่มีโอกาส มีความรู้ มีการศึกษาในสังคม ก็จะเข้ามาทำหน้าที่ตรงนี้ โดยทั่วไปคนที่เป็นเอ็นจีโอ ก็จะเป็นคนที่เข้ามาเชื่อมรอยต่อให้กับพี่น้องประชาชน

"ทีนี้ในประเทศที่รัฐปรับตัว พยายามทำงาน และแก้ปัญหาให้กับคนส่วนใหญ่ บทบาทที่รัฐทำ โดยปริยายบทบาทของเอ็นจีโอมันก็จะลดน้อยถอยลง เพราะฉะนั้นมันก็จะไปทำหน้าที่สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ที่มีปัญหาต่างๆ เต็มไปหมดในสังคม การที่จะไปสร้างสรรค์สังคมให้ดีงาม มันมีตั้งหลายช่องทางที่ทำได้ เอ็นจีโอก็จะไปเลือกบทบาทนั้น"

นอกจากนี้ 'ภูมิธรรม' ยังมองปัญหาที่เกิดขึ้นกับเอ็นจีโอว่า เนื่องจากเกิดรอยต่อช่องว่างที่ไม่เหมาะสม โดยอาจจะเกิดจากการไม่เข้าใจกันในขบวนการเอ็นจีโอ หรือการไม่ประสานงานที่ดีของคนสองฝ่าย โดยเฉพาะฝ่ายหนึ่งอาจจะมีเอ็นจีโอบางกลุ่มที่มีทัศนคติและจุดยืนไม่ดีต่อรัฐ และพยายามจะมองว่าอะไรที่เป็นรัฐ ก็ผิดไปหมด

0 0 0

มาถึงกระแสข่าวที่ว่าส่งสัญญาณมาจาก 'ภูมิธรรม' และเพื่อน จะตอบโต้ 'ธีรยุทธ' ทุกเวทีที่เสนอความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล

'ภูมิธรรม' กล่าวว่า "การที่คุณธีรยุทธ ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ ผมก็เห็นว่า คุณธีรยุทธมีเกียรติภูมิ มีประวัติศาสตร์ มีความหลังกับประวัติของตัวเองในการต่อสู้ที่ผ่านมา ซึ่งท่านเองท่านก็พยายามใช้ศักยภาพของท่านในการวิพากษ์วิจารณ์สังคม ก็ไม่มีปัญหาอะไร ถือเป็นเรื่องดี"

ถ้าปรับการวิพากษ์วิจารณ์ในลักษณะที่เป็นห่วง เอื้ออาทรต่อสังคม แล้วก็หาแง่มุมในการที่จะสร้างสรรค์สิ่งดีงามให้กับสังคม ก็จะเกิดประโยชน์มากกว่านี้ และควรจะมีรายละเอียดในการตรวจสอบข้อมูลด้วย

แต่ถ้าเริ่มต้นจากการวิพากษ์วิจารณ์เพียงแค่การสนใจในการคิดคำให้หวือหวา เพื่อให้ได้รับความสนใจ และทำให้มันเป็นหัวข่าวการเมืองมากเกินไป บางทีมันบดบังสาระสำคัญของประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ บดบังสาระสำคัญของการที่จะร่วมไม้ร่วมมือกัน

"ผมคงไม่กล้าบอกว่า ผมจะติดตามไปทุกเวทีที่คุณธีรยุทธพูด แต่ผมคิดว่า วันนี้ถ้าจะส่งเสริมให้มีการวิพากษ์วิจารณ์ มันจะต้องเปิดเวทีรับฟังจากทุกฝ่าย ถ้าหากผู้ทำงาน หรือรัฐบาล เป็นเป้าหมายที่จะถูกสังคมโดยรอบและคนที่เกี่ยวข้องวิพากษ์วิจารณ์ ก็ควรจะน้อมรับฟัง

"ผู้วิจารณ์ก็จะต้องวิจารณ์อย่างมีเหตุมีผล วิจารณ์ไปแล้ว ผิดถูกก็ต้องรับฟังผู้อื่นวิพากษ์วิจารณ์กลับอย่างนี้ด้วย เป็นสังคมที่ใฝ่หาความถูกต้องความงดงาม ใช้เหตุใช้ผล ไม่มีใครผูกขาดความถูกต้อง ไม่มีใครผูกขาดความเป็นผู้ถูกในการมอง

"รัฐบาลไม่ใช่ผู้ถูกต้อง ที่จะทำทุกอย่างถูกต้องไปเสียหมด รัฐบาลก็มีถูกมีผิด ผู้วิพากษ์วิจารณ์ คุณธีรยุทธก็ไม่ใช่คนที่มีความถูกต้องไปทั้งหมด"

และว่า "คุณธีรยุทธมีความสามารถ เป็นนักคิด นักปรัชญา สามารถวิพากษ์วิจารณ์บางด้านได้ดี เป็นคนเก่ง แต่ก็มีจุดบอดหลายเรื่อง ที่ไม่เคยผ่านประสบการณ์การทำงาน การทำมาหากิน แต่ที่ทำคือเป็นนักวิชาการ ใช้สติปัญญา ก็เก่งเฉพาะบางด้าน บางด้านก็มีข้อจำกัด ก็ไม่อาจเห็นทุกด้าน

"เพราะฉะนั้น การวิพากษ์วิจารณ์ของแต่ละคน ล้วนแต่มีจุดดีจุดอ่อนทั้งสิ้น ก็ควรจะเป็นแค่การประกอบส่วน แต่ไม่ควรจะใช้วันเวลาสถานที่อย่างนั้น และก็สร้างประเด็นทางการเมือง กลายเป็นประเด็นที่มีปัญหา

"สังคมวันนี้ มันต้องการความร่วมมือ ต้องการกำลังใจ เพราะว่าเราเจอภาวะวิกฤติที่รุนแรง และเรากำลังจะฝ่าวิกฤติไปร่วมกัน การที่จะทำให้ทุกคนฝ่าวิกฤติไปสู่ทิศทางที่งดงามและดีงามได้ มันต้องการกำลังใจ และความเข้าใจเป็นพื้นฐาน ถ้าเริ่มจากความเข้าใจ กำลังใจ และความอบอุ่นแล้ว ไม่มีปัญหาหรอกครับ วิพากษ์วิจารณ์อย่างไรก็ไม่มีปัญหา"

นับเป็นทัศนคติที่มีความชัดเจนอย่างยิ่ง ต่อเพื่อนพ้องน้องพี่เอ็นจีโอ และเพื่อนพ้องน้องพี่กลุ่มคนเดือนตุลา ไม่ว่าจะเป็นจุดยืนในฐานะฝ่ายรัฐบาล และเป้าหมายของการทำงาน

อย่างนี้แล้ว ก็อยู่ที่เพื่อนพ้องน้องพี่จะเข้าใจได้หรือไม่ มากน้อยแค่ไหน เท่านั้นเอง


>>>>......เชิญร่วมแสดงความคิดเห็น

พรรคการเมือง
:: พรรคประชาธิปัตย์
:: พรรคไทยรักไทย
::พรรคชาติไทย
::พรรคชาติพัฒนา
บ้านสวนลุงแคน

สรวลเสเฮฮา
น้ำบุญ สามตำบล
อรัญ คนโก้
อาร์ตเล็กเล็ก อังศุมาลิน

ลิ้งค์ทั่วแดน-ค้นหา

บ้านดอกบัว
บ้านครูต๊อก
บ้านใจเป็นธรรม
นักเลงโบราณ
บ้านแม่พลอย
บ้านพลสมบัติ

บ้านโจ
บ้านน้องนัท
บอร์ดแม่เฒ่า


msn yahoo |
sanook | hunsa |
pantip | thai.net

สภากาแฟ
กลอน/น้ำพิง/ภูผา
 
อเมริกา - อิรัก
 
ชม.ต่อ ชม.สงครามอ่าว
.
 
  แก้ไขครั้งล่าสุด 21/5/2546
Hosted by www.Geocities.ws

1