:: เดลินิวส์
:: ไทยรัฐ
:: ข่าวสด
:: กรุงเทพธุรกิจ
:: ฐานเศรษฐกิจ
:: อ.ส.ม.ท
:: Bangkok Post
:: The Nation
:: ผู้จัดการ
:: GNN
:: INN
:: ThaiPost
:: มติชน
:: สยามธุรกิจ
:: แนวหน้า
:: ประชาชาติธุรกิจ
:: คม ชัด ลึก
:: สยามรัฐ
 
www.geocities.com/lungcan2000
|Home |Coffee room| Funny talk| Numbun | Poem | Quest book| Contact us| About me |
_______________________________________________________________________________
องค์กรการเมือง


:: รัฐสภาไทย

:: รัฐธรรมนูญ๒๕๔๐
คณะกรรมการเลือกตั้ง
ปราบปรามการฟอกเงิน
ปราบปรามทุจริตแห่งชาติ
:: วุฒิสภา

ข้อเขียนให้อ่านกันเล่นๆ อยากแสดงความคิดเห็น อยู่ที่สภากาแฟนะครับ

[ วันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2546 ปีที่ 23 ฉบับที่ 1188 ]

บทความพิเศษ

"แม้ว"ฝ่ากระแส"ลอบสังหาร" สวนทางนักวิชาการ ฝันลุยล้าง"เจ้าพ่อ" พิสูจน์"เบ็ดเสร็จ"เพื่อประชาธิปไตย

ในขณะที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ถูกกล่าวหาจากนักวิชาการและองค์กรประชาธิปไตย ว่ากำลังก้าวสู่ความเบ็ดเสร็จแห่งอำนาจ ไม่แตกต่างจากเผด็จการ ถึงขนาดเทียบเคียงกับ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัตช์ เลยทีเดียว

แต่ในวันประชุมเร่งรัดการดำเนินการปราบปรามยาเสพติดและผู้มีอิทธิพล เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม ที่สโมสรตำรวจ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กลับประกาศสวนทางเหล่านักวิชาการ อย่างสิ้นเชิงว่า สิ่งที่ตนเองกำลังทำ ไม่ใช่เผด็จการอย่างที่มีการกล่าวหา แต่คือการสร้าง "ประชาธิปไตย" ให้กับประเทศไทยอย่างแท้จริงต่างหาก

ถือเป็นชุดความคิดที่แตกต่างโดยสิ้นเชิง กับเหล่านักวิชาการทั้งหลาย

ทั้งนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ เชื่อว่า หากใช้ "ความเบ็ดเสร็จ" แห่งอำนาจที่มาจากการเลือกตั้ง ทลายวงจรอุบาทว์ทางการเมืองและทำให้รัฐบาลสะอาด ไทยก็จะก้าวสู่ประเทศประชาธิปไตย ที่พรรคการเมืองสามารถเสนอได้ว่าจะทำอะไร โดยไม่ต้องผ่านเจ้ามือหวยใต้ดิน หรือผู้มีอิทธิพลใดๆ ทั้งสิ้น

หากพิจารณากรอบผู้มีอิทธิพล ที่ฝ่ายรัฐบาลกำหนด ทั้ง15 กลุ่ม คือ 1) ยาเสพติด 2) ฮั้วประมูลงาน 3) การเรียกรับผลประโยชน์จากโรงงานและสถานบริการ 4) คิวมอเตอร์ไซค์ รถรับจ้างที่ผิดกฎหมาย 5) ลักลอบขนสินค้าหนีภาษี น้ำมันเถื่อน 6) บ่อนการพนัน หวยใต้ดิน7) ลักลอบค้าหญิงและเด็ก 8) หลอกลวงคนไปทำงานต่างประเทศ 9) ลักลอบนำเข้า-ออกประเทศ 10) หลอกลวงต้มตุ๋นนักท่องเที่ยว 11) มือปืนรับจ้าง 12) ทวงหนี้ ข่มขู่ 13) ค้าอาวุธ 14) บุกรุกที่ดินสาธารณะ 15) เรียกค่าคุ้มครองในที่สาธารณะ เส้นทางหลวงหรือเก็บส่วย

จะพบว่า กลุ่มบุคคลเหล่านี้ เคยเป็นประเด็นให้นักวิชาการวิพากษ์วิจารณ์มาแล้วว่า เป็นกลุ่มอิทธิพล ที่ก่อให้เกิดระบบ "อุปถัมภ์" ขึ้นในสังคมไทย ที่ยากจะสลัดพ้นไปได้โดยง่าย เพราะกลุ่มคนเหล่านี้จะมั่งคั่งด้วยเงินและอำนาจ

ซึ่งเงินและอำนาจเหล่านี้เอง ได้สร้างเครือข่ายโยงใยเข้าสู่ระบบการเมือง ตั้งแต่ระบบท้องถิ่น สู่การเมืองระดับชาติ

มีนักการเมืองจำนวนมากที่ถูกกล่าวหาโยงใยทั้งโดยตรงและโดยอ้อมสู่กรอบผู้มีอิทธิพล ทั้ง 15 กรอบข้างต้น ซึ่งเมื่อโยงใยเกี่ยวพันกันแล้ว ก็ทำให้เกิด "วงจรอุบาทว์" ที่ทำให้การเมืองไทย และระบบทั่วไปของประเทศ ไม่อาจก้าวพ้นออกจาก "หล่มโคลน" ได้

จึงเป็นการเข้าเป้าอย่างยิ่ง ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ จะเข้าไปทลายกรอบทั้ง 15 กรอบ

แต่คำถามก็คือ จะทำได้จริงตามที่ประกาศหรือไม่

ต้องไม่ลืมว่า เพียงแค่ พ.ต.ท.ทักษิณ เข้าไปแตะปัญหายาเสพติด และกลุ่มผู้มีอิทธิพลไม่กี่ราย ในช่วงที่ผ่าน เราได้เห็น "แรงกระเพื่อม" ของแรงต้าน ที่ชวนตกใจอยู่ไม่น้อย

การประกาศผ่านวิทยุออกไปทั่วประเทศ ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ว่า "ต้องเก็บตัว" ไม่ออกไปปรากฏตัวในที่ชุมชน เพราะเหตุผลทางทางด้านความปลอดภัย เนื่องจากมีข้อมูลว่าอาจมีการลอบสังหารนั้น

หากเรื่องนี้ไม่ "เจือปน" ด้วยข้อมูลเชิงประชาสัมพันธ์เพื่อเรียกร้อง "ความเห็นใจ" และ "การสนับสนุน" ก็น่าจะเป็นเรื่องตื่นตระหนกไม่น้อย

เพราะคงไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย ที่อยู่ๆ มี "ข่าว" การลอบสังหารผู้นำปรากฏออกมา และผู้นำประเทศได้ออกมายืนยันให้คนได้รับทราบไปทั่วประเทศ

นี่ย่อมสะท้อนให้เห็นแรงขัดขืน ต่อต้านที่รออยู่

แน่นอนไม่ใช่เพียงนักค้ายาหรือกลุ่มผู้มีอิทธิพลไม่กี่กลุ่ม หากแต่เป็นองคาพยพใหญ่ของกลุ่มอิทธิพลที่ฝังรากลึกอยู่ในสังคมไทยมาช้านานเลยทีเดียว

และสิ่งที่ พ.ต.ท.ทักษิณและรัฐบาลต้องเผชิญ ไม่ใช่เฉพาะตัวผู้มีอิทธิพลเท่านั้น หากแต่จะรวมถึง "สมุน" และเครือข่าย ซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหน หากแต่คือ "ข้าราชการ-นักการเมือง" จำนวนไม่น้อยที่รายล้อมตัว พ.ต.ท.ทักษิณและรัฐบาลอยู่นั่นเอง

ซึ่งอาจจะไม่ใช่การออกมาเผชิญหน้า หรือต่อสู้โดยตรง แต่เพียงแค่วางเฉย ถ่วงดึง ไม่ให้นโยบายนี้ขับเคลื่อนไปโดยสะดวก การปราบอิทธิพลก็มีสิทธิที่อ่อนเปลี้ยไปได้ง่ายๆ

เรื่องนี้จึงไม่ง่ายเลย แม้ พ.ต.ท.ทักษิณ จะเชื่อมั่นอย่างสูงว่าจะทำได้เหมือนการปราบปรามยาเสพติดก็ตาม

เนื่องจากเรื่องการปราบปรามผู้มีอิทธิพล เป็นเรื่องยากอย่างที่กล่าว จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ พ.ต.ท.ทักษิณและรัฐบาลจะต้องก่อให้เกิดความเป็นเอกภาพจากฝ่ายต่างๆ ในการดำเนินการอย่างสูง แต่จากเท่าที่ดูสถานการณ์แล้วน่าเป็นห่วงไม่น้อย

อย่าลืมว่า เมื่อรัฐบาลเริ่มต้นทำสงครามกับยาเสพติด "เพียงเรื่องเดียว" ความกำกวมในเรื่องการฆ่าตัดตอน ได้ก่อให้เกิดปัญหาอย่างมากมาย โดยทำให้เกิดความไม่ไว้วางใจในนโยบายของรัฐที่โน้มนำไปสู่การใช้ "อำนาจที่เกินขอบเขต"

กว่าที่กระแสเรื่องนี้จะเบาบางลง รัฐบาลก็ต้องเหน็ดเหนื่อยกับการชี้แจงไม่น้อย

หรือแม้แต่กรณี "การลอบสังหารนายกรัฐมนตรี" แทนที่จะเป็นเรื่องทางบวกต่อตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ในการเรียกร้อง "ความเห็นอกเห็นใจ" กลับกลายเป็นเรื่องอันกำกวมเฉกเช่นการฆ่าตัดตอน

เหตุที่เป็นเช่นนั้น คงเป็นเพราะเรื่องนี้มีการพูดถึงจากทั้งตัว พ.ต.ท.ทักษิณและคนใกล้ชิด บ่อยครั้ง และในบ่อยครั้งนั้น มีหลายเรื่องที่กลายเป็น "ความไม่น่าเชื่อถือ" อย่างเมื่อครั้งที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เข้าดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีใหม่ๆ แล้วเกิดอุบัติเหตุไฟไหม้เครื่องบินของสายการบินไทยที่ พ.ต.ท.ทักษิณ จะใช้เดินทางไปราชการที่ จ.เชียงใหม่ ปรากฏว่ามีการประโคมข่าวว่าอาจเป็นการ "วินาศกรรม" โดยมีเป้าอยู่ตัวนายกรัฐมนตรี และเริ่มมีการโยงใยไปสู่กลุ่มว้าแดง ว่าอาจเป็นผู้ลงมือเพราะไม่พอใจต่อนโยบายการปราบปรามยาเสพติด

แต่เอาเข้าจริง เมื่อผลพิสูจน์สาเหตุไฟไหม้เครื่องบินออกมา ปรากฏว่า มีแนวโน้มค่อนข้างสูงว่าเป็นเพียง "อุบัติเหตุ" ไม่ได้เกี่ยวข้องใดๆ กับการก่อวินาศกรรม

ต่อมาก็มีข่าว การลงขัน 80 ล้าน เพื่อสังหาร พ.ต.ท.ทักษิณ อีกโดยมีการโยงระหว่างกลุ่มค้ายาเสพติดกับว้าแดง แต่ที่สุด ข่าวดังกล่าว ก็ได้รับการประเมินจาก พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ว่าเป็นเพียงข่าวระดับ เอฟ 6 คือ ยังเชื่อถือไม่ได้

ข่าวการลอบสังหารนายกรัฐมนตรี กลายเป็นข่าวที่ "ไร้ความน่าเชื่อถือ" มากยิ่งขึ้นทุกที

แต่กระนั้นก็ตาม ก่อนการประกาศสงครามปราบผู้มีอิทธิพลจะมีขึ้นเพียง 1 สัปดาห์ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ออกมาประกาศด้วยตนเองถึง ภาวะที่ต้อง "เก็บตัว" เนื่องจากฝ่ายรักษาความปลอดภัยเตือนให้ระมัดระวังจากกระแสข่าวการลอบสังหาร

แถมยังมีกระแสข่าวติดตามมาอีกว่า สหรัฐได้แจ้งเตือนเรื่องการลอบสังหาร มายังฝ่ายไทย เรื่องก็น่าจะดูมีนำหนักมากยิ่งขึ้นไปอีก

แม้จะเป็นข่าวใหญ่ แต่ก็เป็นข่าวใหญ่ที่ฟ่าม เพราะดูเหมือนจะไม่มีใครอยากได้คำตอบอย่างจริงจังว่าใครกันที่หาญกล้าจะลอบสังหารบุคคลระดับนำของประเทศ เรื่องนี้กลายเป็นข่าวเพื่อแค่รับทราบไปอย่างน่าประหลาดใจ

ภาวะที่ดูเหมือนจะมีความไม่เชื่อถือจากสังคม "ส่วนหนึ่ง" นี้ คงไม่ได้หมายถึงเฉพาะเรื่องการลอบสังหารเท่านั้น หากแต่น่าจะหมายถึงความไม่น่าเชื่อถือต่อนโยบายการปราบปรามยาเสพติดและผู้มีอิทธิพลด้วย ซึ่งนี่คงเป็นสัญญาณที่ไม่ดีต่อ พ.ต.ท.ทักษิณและรัฐบาลนัก จำเป็นจะต้องหาทางแก้ไขโดยรีบด่วน เพราะก้าวที่สองที่รุกไปสู่การปราบปรามผู้มีอิทธิพลนั้นจำเป็นต้องอาศัยความเป็นเอกภาพอย่างสูงจากทุกฝ่ายไม่เช่นนั้นก็ยากที่จะประสบความสำเร็จ

อย่างไรก็ตาม หาก พ.ต.ท.ทักษิณ สามารถทลายล้างผู้มีอิทธิพลทั้ง 15 กรอบลงได้ จะถือว่าเป็นคุณูปการต่อประเทศอย่างยิ่ง เพราะผู้มีอิทธิพลดังกล่าวได้ฝังรากลึกและสร้างวงจรอุบาทว์ที่ก่อกรรมทำเข็ญให้กับชาวบ้านมาเนิ่นนานเต็มที

ซึ่งการทลายล้างนี้ จะถือเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของการเมืองไทยเลยทีเดียว เพราะนอกเหนือจะทำให้ "อำนาจรัฐ" เป็นอำนาจที่แท้จริงและเป็นหนึ่งเดียวแล้ว ยังจะทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณ สูงเด่นในฐานะ "ผู้นำ"

ผู้นำที่พิสูจน์ว่าสามารถใช้ความเบ็ดเสร็จล้างเจ้าพ่อ สร้างประชาธิปไตยอย่างที่ไม่เคยมีใครทำได้ ?!?!

http://www.matichon.co.th/weekly/weekly.php?srctag=0404230546&srcday=2003/05/23&search=no


>>>>......เชิญร่วมแสดงความคิดเห็น

พรรคการเมือง
:: พรรคประชาธิปัตย์
:: พรรคไทยรักไทย
::พรรคชาติไทย
::พรรคชาติพัฒนา
บ้านสวนลุงแคน

สรวลเสเฮฮา
น้ำบุญ สามตำบล
อรัญ คนโก้
อาร์ตเล็กเล็ก อังศุมาลิน

ลิ้งค์ทั่วแดน-ค้นหา

บ้านดอกบัว
บ้านครูต๊อก
บ้านใจเป็นธรรม
นักเลงโบราณ
บ้านแม่พลอย
บ้านพลสมบัติ

บ้านโจ
บ้านน้องนัท
บอร์ดแม่เฒ่า

ซุปเปอร์เว็บ  
msn yahoo |
sanook | hunsa |
pantip | thai.net

สภากาแฟ
กลอน/น้ำพิง/ภูผา
อเมริกา - อิรัก
ชม.ต่อ ชม.สงครามอ่าว
.
ubonclick.com
แก้ไขครั้งล่าสุด 21/5/2546
Hosted by www.Geocities.ws

1