:: เดลินิวส์
:: ไทยรัฐ
:: ข่าวสด
:: กรุงเทพธุรกิจ
:: ฐานเศรษฐกิจ
:: อ.ส.ม.ท
:: Bangkok Post
:: The Nation
:: ผู้จัดการ
:: GNN
:: INN
:: ThaiPost
:: มติชน
:: สยามธุรกิจ
:: แนวหน้า
:: ประชาชาติธุรกิจ
:: คม ชัด ลึก
:: สยามรัฐ
 
www.geocities.com/lungcan2000
|Home |Coffee room| Funny talk| Numbun | Poem | Quest book| Contact us| About me |
_______________________________________________________________________________
องค์กรการเมือง


:: รัฐสภาไทย

:: รัฐธรรมนูญ๒๕๔๐
คณะกรรมการเลือกตั้ง
ปราบปรามการฟอกเงิน
ปราบปรามทุจริตแห่งชาติ
:: วุฒิสภา

ข้อเขียนให้อ่านกันเล่นๆ อยากแสดงความคิดเห็น อยู่ที่สภากาแฟนะครับ

 

ธุรกิจโทรคมนาคมไทย หลังจลาจลในพนมเปญ

"สามารถ" ลัดฟ้า เปิดศูนย์วิทยุการบิน ให้บริการจัดการจราจรทางอากาศในประเทศกัมพูชา ภายใต้ชื่อบริษัท Cambodia Air Traffic Service Co.,Ltd.โดยบริษัทสามารถฯถือหุ้น 90% และที่เหลือเป็นของนักลงทุนท้องถิ่น และใช้งบประมาณในการลงทุน 17.5 ล้านเหรียญสหรัฐ ผมและกระจอกข่าวสานโทรคมนาคมกลุ่มเล็กๆ ได้มีโอกาสเดินทางไปพนมเปญเมื่ออาทิตย์ก่อน เพื่อทำข่าว และสังเกตการณ์ด้านการลงทุนของไทยในประเทศกัมพูชา หลังเหตุการณ์จลาจล โดยการเชื้อเชิญของ Cambodia Air Traffic Service หรือบริษัทวิทยุการบินแห่งประเทศกัมพูชา ซึ่งเป็นธุรกิจของบริษัท สามารถ คอร์ปอเรชั่น ผู้ได้รับสัมปทานให้บริการด้านการควบคุมการจราจรทางอากาศ บนน่านฟ้าประเทศกัมพูชา

บริการแบบเดียวกับบริษัทวิทยุการบินของไทย ที่ให้บริการในเขตน่านฟ้าไทยนั่นแหละ

ต่างกันที่ของไทย ทำโดยรัฐวิสาหกิจ ในสังกัดกรมการบินพาณิชย์ กระทรวงคมนาคม แต่ของกัมพูชา ให้สัมปทาน 22 ปีแก่บริษัทสามารถเป็นผู้ลงทุนให้บริการ แล้วแบ่งรายได้ให้รัฐบาล

ความรู้สึกแรกที่มาถึงสนามบินโปเช็งตง ตรงกันข้ามกับความรู้สึกก่อนมา เพราะมองไม่เห็นความผิดปกติแต่ประการใด คณะของเราได้รับการต้อนรับอย่างดี เจ้าหน้าที่ยิ้มแย้ม สนามบินสะอาด ห้องน้ำก็สะอาด รวมๆแล้วดีกว่าประเทศที่อยู่เหนือเชียงรายมาก ทุกอย่างปกติ แต่นักเดินทางมาน้อยมาก เพราะพนมเปญไม่ใช่เมืองท่องเที่ยว

ยังนึกไม่ออก ว่าทำไมต้องป่วนธุรกิจของไทยตอนนั้นก็ไม่รู้

ตลอดระยะเวลาการเดินทางไปโรงแรม ได้มีการพาไปแวะชมสถานที่ต่างๆ ของคนไทย รวมทั้งสถานทูต ที่ถูกทำลายระหว่างการจลาจล ทำให้เกิดกระแสการคลั่งชาติ เพื่อเป้าประสงค์ทางการเมือง แต่ไม่สามารถควบคุมฝูงชนได้ ทำให้เกิดรอยด่างทางการเมือง และความสัมพันธ์อันดีไประยะหนึ่ง

ทั้งๆ ที่ประเทศไทย และประเทศกัมพูชา มีแผ่นดินติดกัน แต่การลงทุนของไทย ยังเป็นรองนานาประเทศ ของไทยอยู่ในอันดับที่ 6 คือจะลงทุนด้านโรงแรม และโทรคมนาคม

ส่วนไต้หวัน สิงคโปร์ มาเลเซีย เกาหลี และฮ่องกง ลงทุนด้านอุตสาหกรรมเสื้อผ้า รองเท้า ส่งไปขายโดยใช้สิทธิพิเศษทางภาษีที่อเมริกา และอียูให้กับประเทศกัมพูชา

คนไทยทำโรงแรมก็หลายแห่ง ทั้งในพนมเปญ และเสียมราฐ ส่วนธุรกิจด้านโทรศัพท์มือถือ มีอยู่ 2 บริษัทคือ ชินวัตร และสามารถ ทั้ง 2 บริษัทฯ โดนบุกทำลายเช่นกัน แต่ของสามารถโดนมากหน่อย สำนักงานใหญ่ถูกเผาทำลายเรียบ

สถานีควบคุมการสื่อสารเครือข่ายของสามารถ โชคดีที่คนงานสมองไว พอเห็นกลุ่มม็อบวิ่งมายังที่ทำการ ก็เอาธงมาเลเซีย มาติดไว้ที่หน้าบริษัทฯ และช่วยกันกระทืบป้อมยามจนพวกม็อบมาถึง จึงไม่โดนสหบาทา เพราะนึกว่าเป็นหน่วยงานของประเทศมาเลเซีย รอดตัวไป

การลงทุนของบริษัทสามารถในกัมพูชา เป็นแนวทางที่น่าสนใจ ถึงขนาดที่ว่าสมเด็จฮุนเซ็น นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้กล่าวระหว่างพิธีเปิดอาคารบริษัทวิทยุการบินแห่งประเทศกัมพูชาใหม่ว่า การรับสัมปทานของบริษัทสามารถ เป็นรูปแบบที่ไม่เอาเปรียบเจ้าของประเทศ และเป็นพันธมิตรอย่างแท้จริง

เพราะเป็นการทำงานในแบบ BCT ( Build- Cooperate - Transfer)หรือรับผิดชอบลงทุนเรื่องการก่อสร้าง และจัดหาอุปกรณ์ทุกอย่างที่เกี่ยวข้อง (Build) และให้ความร่วมมือ (Cooperate) ในการร่วมการงาน โดยใช้คนท้องถิ่นให้มากที่สุด จัดให้มีการฝึกอบรมให้คนท้องถิ่นสามารถทำงานได้ โดยใช้คนต่างชาติน้อยที่สุด และเมื่อครบอายุสัมปทานแล้ว ก็จะโอนกิจการทั้งหมดให้กับรัฐบาลไป (Transfer)

เรื่องแบบนี้คล้ายๆ กับการให้สัมปทานโครงการใหญ่ๆในประเทศไทย จะต่างกันก็คือ ของไทยส่วนใหญ่เป็นแบบ BOT คือผู้รับสัมปทานเป็นผู้ดำเนินการลงทุน ดำเนินการ และเมื่อสิ้นอายุสัมปทาน ก็โอนกิจการคืนให้รัฐไป ส่วนการแบ่งสัดส่วนรายได้ ภาครัฐผู้ให้สัมปทานก็นั่งรับค่าต๋ง หรือส่วนแบ่ง ชนิดเดียวกับที่ ทศท. และ กสท. ได้รับจากผู้รับสัมปทานนั่นแหละ

สมเด็จฮุนเซ็น บอกว่าสู้แบบของกัมพูชาไม่ได้

เพราะแบบ BCT การถ่ายทอดเทคโนโลยีไปสู่คนท้องถิ่นทำได้ดีกว่า การประสานงาน และความร่วมมือก็ดีขึ้น เพราะเหมือนกับรัฐบาลเป็นเจ้าของตั้งแต่แรก หมดสัมปทานจะทำเองก็ไม่เป็นไร ทำต่อได้ทันที

ให้นั่งสบายๆ รับเงินแบบประเทศไทย ทางกัมพูชาเขาไม่ชอบครับ

เป็นเรื่องที่น่าสนใจว่า การให้บริการควบคุมจราจรทางอากาศบนน่านฟ้า กัมพูชา ในสมัยก่อนรัฐบาลก็ทำเอง แต่ขัดสนด้วยเครื่องมือและเทคโนโลยีที่ทันสมัย

พอเปิดประเทศ สงครามสงบ การท่องเที่ยวดีขึ้น มีเครื่องบินขึ้นลงวันละกว่า 100 เที่ยว จะวัดดวงแบบเสืออากาศคงไม่ได้

จึงต้องหาตัวช่วย

แต่ทั้งที่ไม่เคยมีประสบการณ์ด้านวิทยุการบิน และการควบคุมการจราจรทางอากาศมาก่อน เป็นที่ประหลาดใจว่า กลุ่มสามารถทำให้ประเทศกัมพูชาเชื่อว่าจะทำงานได้อย่างไร

เรื่องความสัมพันธ์คงมีอยู่พอสมควร เพราะไปทำธุรกิจด้านโทรศัพท์มือถือมาก่อน แต่ประเด็นที่น่าศึกษาคือ การเจาะเข้าไปทำธุรกิจที่ไม่เคยทำ และทำได้ดี เริ่มต้นกันอย่างไรต่างหาก

สามารถเข้าไปทำธุรกิจกัมพูชามากกว่า 10 ปี เริ่มจากการเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ GSM 900 ในปัจจุบันมีลูกค้าประมาณ 120,000 ราย ส่วนใหญ่เป็นลูกค้าแบบพรีเพด จ่ายเงินกันเป็นยูเอสดอลล่าร์ เป็นผู้ให้บริการหนี่งในสามรายในพนมเปญ

ตั้งแต่เดือนมกราคม 2544 สามารถได้ลงนามในสัญญา กับกรมการบินพาณิชย์ของกัมพูชา เพื่อพัฒนา และดำเนินการควบคุมระบบจราจรทางอากาศ และทยอยติดตั้งอุปกรณ์เพื่อการสื่อสาร เรดาร์ และระบบต่างๆ เพื่อให้บริการครอบคลุมทั่วประเทศกัมพูชา

ส่วนหนึ่งของความสำเร็จของสามารถ ส่วนหนึ่งมาจากความช่วยเหลือของบริษัทวิทยุการบินแห่งประเทศไทย ที่ได้ส่งเจ้าหน้าที่ผู้ชำนาญการช่วยเหลือฝึกอบรมด้านเทคนิคและการปฎิบัติงาน ให้ทั้งสามารถและฝ่ายกัมพูชา

สอนตั้งแต่ไม่รู้อะไรเลย จนสามารถเปิดบริการได้ตั้งแต่เดือน ธันวาคม 2544 เรียกว่าถ้าบริษัทวิทยุการบินแห่งประเทศไทย ไม่เล่นด้วย ไม่ช่วยเหลือ หรือทำธุระไม่ใช่ ป่านนี้ไม่รู้ประเทศใดได้ชิ้นปลามันชิ้นนี้ไปแล้วก็ไม่รู้

สิ่งสำคัญที่ทำให้รัฐบาลกัมพูชาประทับใจสุดๆ อีกประการ น่าจะเป็นการที่สามารถช่วยทำให้เจ้าหน้าที่ของรัฐบาล ซึ่งโอนมาเป็นเจ้าหน้าที่ของบริษัทวิทยุการบินแห่งกัมพูชา จำนวน 170 คนได้มีงานทำ ได้รับค่าจ้างมากขึ้น ชนิดไม่เคยปรากฏมาก่อนในชีวิต

กล่าวกันว่า ในสมัยก่อน ส่วนใหญ่จะได้เงินเดือนๆ ละประมาณ 20 ดอลลาร์ ส่วนใหญ่จ่ายไม่ค่อยตรงกำหนด พอมาเป็นลูกจ้างบริษัทใหม่ ได้ค่าจ้างเป็น 200 กว่าดอลลาร์ต่อเดือน ทุกคนอยู่ดีกินดี มีความสุข ทำงานกันแบบสุดชีวิต

ที่นี่มีคนไทยทำงานอยู่เพียง 11 คนเท่านั้น

วันที่เปิดที่ทำการใหม่ สมเด็จฮุนเซ็น กล่าวชื่นชมการทำงานของเจ้าหน้าที่ชาวกัมพูชา ที่เป็นผู้ควบคุมระบบอันทันสมัย เทียบเท่าสนามบินชั้นนำของโลก ตามมาตรฐานขององค์กรการบินนานาชาติ ให้บริการการขึ้นลงของเครื่องบินทุกชนิดที่เข้าออกและผ่านน่านฟ้าของกัมพูชา

บริษัทสามารถลงทุนไป 17.5 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยถือหุ้น 90% ส่วนที่เหลือเป็นของนักลงทุนท้องถิ่น มีธนาคาร EX-IM Bank ของไทยเป็นผู้สนับสนุนทางการเงิน อายุสัญญาสัมปทานของสามารถยาวนานถึง 22 ปี รายได้มาจากค่าขึ้นลงของเครื่องบินที่มายังสนามบินทุกแห่งในกัมพูชาและบินผ่านประเทศ โดยสายการบินจะจ่ายให้ หลังจากนั้น ก็แบ่งส่วนรายได้ค่าสัมปทานให้ทางกัมพูชาไป โดยเก็บมาก่อน และจ่ายให้ทีหลัง

กัมพูชากับไทยเป็นเพื่อนกัน และทะเลาะกันมาตลอด หลังจากเหตุการณ์จลาจลในกรุงกัมพูชา ครั้งนี้น่าจะเป็นมิติใหม่ ในการสร้างความสัมพันธ์อย่างยั่งยืน และจริงใจระหว่างกัน

ยังมีโอกาสอีกเยอะครับในกัมพูชา ใครมีแนวความคิดดี ที่พอจะเข้ากับหลักการ BCT ของสมเด็จฮุนเซ็น ลองติดต่อดูครับ แรงงานก็ถูก เงื่อนไขการลงทุนดีๆคุยกันได้

บทความโดย นิมิตร หมดราคี
[email protected]

Companies Related links :
CATS
Samart Corp
Shin Corp

>>>>......เชิญร่วมแสดงความคิดเห็น

พรรคการเมือง
:: พรรคประชาธิปัตย์
:: พรรคไทยรักไทย
::พรรคชาติไทย
::พรรคชาติพัฒนา
บ้านสวนลุงแคน

สรวลเสเฮฮา
น้ำบุญ สามตำบล
อรัญ คนโก้
อาร์ตเล็กเล็ก อังศุมาลิน

ลิ้งค์ทั่วแดน-ค้นหา

บ้านดอกบัว
บ้านครูต๊อก
บ้านใจเป็นธรรม
นักเลงโบราณ
บ้านแม่พลอย
บ้านพลสมบัติ

บ้านโจ
บ้านน้องนัท
บอร์ดแม่เฒ่า

ซุปเปอร์เว็บ  
msn yahoo |
sanook | hunsa |
pantip | thai.net

สภากาแฟ
กลอน/น้ำพิง/ภูผา
อเมริกา - อิรัก
ชม.ต่อ ชม.สงครามอ่าว
.
ubonclick.com
แก้ไขครั้งล่าสุด 21/5/2546
Hosted by www.Geocities.ws

1