|
องค์กรณ์การเมือง
|
||||||||||||||||
| ข้อคิด ข้อเขียนอิสรภาพทางความคิด มิได้มีจิตเจตนาทำให้ผู้หนึ่งผู้ใดเสียหาย หากผิดพลาดพลั้งไปต้องขออภัย | ||||||||||||||||
|
การบริจาคของนายทุนพรรคการเมือง ศัลยา ประชาชาติ "อ้อ" ทีเอ็ม ทำสถิติ 6 ปีบริจาค "ทรท." 317 ล้าน ทายาท "กระทิงแดง" ลูกผู้ชายตัวจริง อุ้ม ปชป. การประกาศยอดเงินบริจาคของพรรคการเมืองจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในช่วงวันที่ 1 มกราคม-31 สิงหาคม 2546 ที่ผ่านมา ความน่าสนใจอยู่ที่พรรคไทยรักไทยซึ่งตั้งเป้าหมายจะกวาด ส.ส. 400 ที่นั่ง เป็นรัฐบาลพรรคเดียวในสมัยหน้า ปรากฏว่าชื่อของ คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคไทยรักไทย นำโด่งด้วยยอดเงินบริจาค 2 งวด 6.4 ล้านบาทในเดือนกุมภาพันธ์ และอีก 5 ล้านบาทในเดือนกรกฎาคม รวม 11.4 ล้านบาท ในขณะที่ "เสี่ยเนสกาแฟ" ประยุทธ มหากิจศิริ บริจาค 1.8 ล้าน "เสี่ยใบหยก" พันธ์เลิศ ใบหยก บริจาค 1 ล้านบาท ไม่มี "เสี่ยซัมมิท" สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และ ไม่มี "เจ้าพ่อวังนำเย็น" เสนาะ เทียนทอง แสดงว่าพรรคไทยรักไทย "คุณหญิงพจมาน" เสมือนเป็นตู้ "เอทีเอ็ม" ตัวจริง ความจริงยอดเงิน 11.4 ล้านบาท มิใช่ก้อนใหญ่สุดที่ภริยานายกฯ บริจาคให้ไทยรักไทย หากแต่ว่า ในห้วงปี 2543 ก่อนหย่อนบัตรเลือกตั้งทั่วไป "คุณหญิงอ้อ" ทำสถิติสูงสุด ด้วยการบริจาคงวดเดียวถึง 100 ล้านบาท นั่นคืองวดวันที่ 18 ธันวาคม 2543 ซึ่งในปีนั้นทั้งปี ภริยานายกฯ เทเงินบริจาคถึง 6 ครั้ง รวม 240 ล้านบาท ได้แก่ งวดวันที่ 29 พฤษภาคม 2543 จำนวน 10 ล้านบาท วันที่ 10 กรกฎาคม 2543 จำนวน 15 ล้านบาท วันที่ 16 ตุลาคม 2543 จำนวน 50 ล้านบาท วันที่ 4 ธันวาคม 2543 จำนวน 5 ล้านบาท วันที่ 18 ธันวาคม 2543 จำนวน 100 ล้านบาท และ คริสต์มาส วันที่ 25 ธันวาคม 2543 จำนวน 60 ล้านบาท จากวงเงินผู้บริจาคทั้งหมด 304.9 ล้านบาท ก่อนหน้านี้ช่วงก่อตั้งพรรคไทยรักไทยปี 2541 คุณหญิงพจมาน บริจาคให้พรรค 3 ครั้ง รวม 6,057,100 บาท คืองวดวันที่ 5 ตุลาคม จำนวน 100,600 บาท วันที่ 19 ตุลาคม จำนวน 5 ล้านบาท และ วันที่ 7 ธันวาคม จำนวน 956,500 บาท จากวงเงินผู้บริจาค ทั้งหมด 31.1 ล้านบาท ช่วงปี 2544 คุณหญิงพจมาน บริจาคให้พรรคเพียงครั้งเดียว วันที่ 29 มกราคม 2544 จำนวน 60 ล้านบาท หลังจากนั้นปี 2545 ทั้งปี ไม่ปรากฏว่าคุณหญิงพจมานบริจาคอีกเลย กระทั่งล่าสุด เบ็ดเสร็จในห้วงเวลา 6 ปี พรรคไทยรักไทยของนายกฯ ได้รับเงินบริจาคจากภริยานายกฯ 317 ล้านบาท ในขณะที่หัวหน้าพรรค มีชื่อบริจาคเพียงครั้งเดียวช่วงก่อตั้งพรรค งวดวันที่ 22 ธันวาคม 2541 จำนวน 25 ล้านบาท จากนั้นก็หายต๋อมเข้ากลีบเมฆ ส่วนบรรดาแกนนำ อาทิ สิริกร มณีรินทร์ ประชา คุณะเกษม พงษ์เทพ เทพกาญจนา และ พันธ์เลิศ ใบหยก ได้ชื่อว่าเป็นผู้บริจาคอย่างเสมอต้นเสมอปลายด้วยเหมือนกัน กล่าวสำหรับ "คุณหญิงอ้อ" แม้ว่าได้ชื่อว่าเป็นผู้บริจาครายใหญ่สุด แต่ไม่ปรากฏว่ามีตำแหน่งใดๆ ในพรรคเหมือน "ถุงเงิน" รายอื่นๆ กระนั้น เธอกลับได้รับความเกรงอกเกรงใจเป็นพิเศษจากเหล่าสมาชิก และมีบทบาทสูงยิ่งกว่ารองหัวหน้าหรือกรรมการบริหารพรรคบางคนเสียอีก เธอมี "สิริกร มณีรินทร์" เป็นมือเป็นไม้ คุมบัญชีการเงินให้แบบละเอียด และยามใดที่พรรคมีปัญหาความขัดแย้งภายใน เธอมักจะสวมบทเป็น "กาวใจ" ประสานรอยปริร้าวอยู่เนืองๆ เช่น จูงมือ เสนาะ เทียนทอง ไปรับประทานอาหาร ยามที่ "ผู้เฒ่าเมืองทอง" เกิดอาการ น้อยอกน้อยใจ บทบาทเปิดเผยล่าสุด คือเข้าไปนั่งร่วมประชุมวางยุทธศาสตร์เลือกตั้งของพรรค เพื่อสานฝันให้สามีเป็นนายกฯ 8 ปี เธอจึงเป็นเจ้าของพรรคตัวจริงเสียงจริงก็ว่าได้ ขณะเดียวกันในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ นายทุน "แฟนพันธุ์แท้" ที่บริจาคเงินให้พรรคมาต่อเนื่องยาวนานก็คือเศรษฐีหนุ่ม ทายาท "กระทิงแดง" วัย 33 ปี นามว่า "สราวุฒิ อยู่วิทยา" ข้อมูลจาก กกต. ระบุว่า ในช่วงเดือนพฤศจิกายนปี 2541 มีการเปิดเผยรายชื่อผู้บริจาคเงิน ปรากฏชื่อ "สราวุฒิ" ติดทำเนียบผู้บริจาคเงินรายใหญ่ของประชาธิปัตย์ทันที เบาะๆ 400,000 บาท ในขณะนั้น "โพธิพงษ์ ล่ำซำ" ซึ่งปัจจุบันเป็นแม่ทัพภาคกลาง บริจาคเพียง 6,100 บาทเท่านั้น หลังจากนั้นก็ผูกปิ่นโตเถาใหญ่มาตลอด 6 ปี ครั้งละ 50,000 -100,000 บาท เช่น วันที่ 14 ธันวาคม 2541 จำนวน 100,000 บาท วันที่ 29 มกราคม 2542 จำนวน 100,000 บาท วันที่ 15 มีนาคม 2542 จำนวน 100,000 บาท วันที่ 10 พฤศจิกายน 2543 จำนวน 100,000 บาท วันที่ 21 ธันวาคม 2543 จำนวน 100,000 บาท วันที่ 28 มกราคม 2545 จำนวน 100,000 บาท วันที่ 3 มิถุนายน 2546 จำนวน 50,000 บาท เป็นต้น "สราวุฒิ" จบปริญญาโท วิศวอุตสาหกรรมจากสหรัฐ ขณะอายุ 23 ปี มีตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีซี ฟาร์มาซูติคอล เคยติดตาม "เฉลียว อยู่วิทยา" ผู้เป็นบิดาออกงานสังคมการเมืองครั้งแรกเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2536 ซึ่งครานั้นเป็นงานเลี้ยงขอบคุณ นายชวน หลีกภัย จัดขึ้นที่โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา มี "สมบัติ พานิชชีวะ" ประธานบริษัทดอนเมืองโทล์เวย์ ช่วยเป็นพี่เลี้ยงแนะนำให้รู้จักข้าราชการและนักการเมือง แต่เขามักจะโลว์โปรไฟล์ ตามรอยบิดา ว่ากันว่าถ้า "สราวุฒิ" เดินเข้าพรรคประชาธิปัตย์ บางทีอาจไม่มีคนรู้จักด้วยซ้ำไป อาณาจักรกระทิงแดงของ "สราวุฒิ" มีธุรกิจอีกหลากหลาย อาทิ ธุรกิจที่ดิน ธุรกิจที่เกี่ยวกับอาหาร สนามกอล์ฟ แม้กระทั่งโรงพยาบาล ทุกวันนี้เครื่องดื่มกระทิงแดงโด่งดังและเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก เป็นสปอนเซอร์ให้กับการแข่งขันกีฬาระดับโลกมากมาย บิดาของ "สราวุฒิ" เพิ่งได้รับการจัดอันดับจากนิตยสารฟอร์บส์ เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาว่าเป็นมหาเศรษฐีของโลก อันดับที่ 386 มีสินทรัพย์ประมาณ 1,100 ล้านเหรียญสหรัฐ (47,300 ล้านบาท) ทั้งๆ ที่จบการศึกษาเพียงแค่ชั้น ป.4 แต่สามารถก่อสร้างอาณาจักรขึ้นมาจากบริษัทเล็กๆ ที่ต้องทำงานทุกอย่าง และมีพนักงานไม่ถึง 10 คน กระทั่งปัจจุบันมีพนักงานทั้งในส่วนของออฟฟิศและโรงงานรวมกันมากกว่า 1,000 คน ว่ากันว่า ในช่วงที่หลายๆ คนเจ็บตัวจากพิษของ "ต้มยำกุ้งดีซีส" ปี 2540 "กระทิงแดง" ไม่ระคายผิว มีเงินถุงเงินถังลงทุนในกิจการหลายประเภท ไม่ว่าธุรกิจจะเติบโตอย่างไร "เฉลียว" หัวขบวนของ "กระทิงแดง" ก็ยังไม่เปลี่ยนแปลงคือ ยังโลว์โปรไฟล์เหมือนเดิม แต่ดันให้ทายาทออกงานสังคมมากขึ้น ในงานสาธารณประโยชน์ "กระทิงแดง" มีกิจกรรมหลายอย่าง อาทิ บริจาคเสื้อผ้า อุปกรณ์การศึกษาให้เด็กนักเรียนในต่างจังหวัด ถิ่นทุรกันดารห่างไกล และทำกิจกรรมสาธารณกุศล อย่างต่อเนื่องทุกๆ ปี แคมเปญเชิงสร้างสรรล่าสุด และดังกระหึ่มตามสื่อโฆษณาทุกวันนี้ คือแคมเปญตามหา "ลูกผู้ชายตัวจริง" อาจจะไม่เกินเลยหากจะบอก "ลูกผู้ชายตัวจริง" ในสายตาของคนในพรรคประชาธิปัตย์
คือ "สราวุฒิ อยู่วิทยา"
ที่มา : http://www.matichon.co.th/weekly/weekly.php?srctag=0409190946&srcday=2003/09/19&search=no |
||||||||||||||||
|
พรรคการเมือง
|
||||||||||||||||
|
บ้านสวนลุงแคน
|
||||||||||||||||
|
บ้านดอกบัว
|
||||||||||||||||
![]() |
||||||||||||||||
![]() |
||||||||||||||||
![]() |
||||||||||||||||
![]() |
||||||||||||||||
|
อภิปรายไม่ไว้วางใจ
ภูษณ ปรีย์มาโนช
โกงที่ดินภูเก็ตนับหมื่นไร่
|
||||||||||||||||
| . | ||||||||||||||||
![]() |
||||||||||||||||