|Home |Coffee room| Poem | Quest book| Contact us| About me |
องค์กรณ์การเมือง


:: รัฐสภาไทย

:: รัฐธรรมนูญ๒๕๔๐
คณะกรรมการเลือกตั้ง
ปราบปรามการฟอกเงิน
ปราบปรามทุจริตแห่งชาติ
:: วุฒิสภา

ข้อคิด ข้อเขียนอิสรภาพทางความคิด มิได้มีจิตเจตนาทำให้ผู้หนึ่งผู้ใดเสียหาย หากผิดพลาดพลั้งไปต้องขออภัย

แนะจุดชม.."บั้งไฟพยานาค"...คืนออกพรรษา..15ค่ำเดือน11
ฝูงชนร่วมลุ้นระทึก”บั้งไฟพญานาค”หนองคาย ลาวยืนยันเป็นลูกไฟธรรมชาติไม่ใช่ฝีมือคน
Thursday, October 09, 2003

By MGR ONLINE

บรรยากาศฝูงชนจากทั่วทิศ รอชมปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาค ริมตลิ่งแม่น้ำโขงในเขตจังหวัดหนองคาย

ศูนย์ข่าวภาคอีสาน - ฝูงชนเริ่มทยอยเข้าหนองคาย ร่วมชมปรากฏการณ์ธรรมชาติ”บั้งไฟพญานาค” เตือนโรงแรมที่พักอุดรฯ-หนองคายเต็มหมดแล้ว แต่จังหวัดจัดที่พักแบบHome stay รองรับไว้แล้วกว่า 200 ครัวเรือน ด้านฝ่ายลาวยืนยันบั้งไฟไม่ได้เกิดจากฝีมือมนุษย์ พร้อมเชิญชวนข้ามฝั่งลุ้นเบิ่งลูกไฟริมน้ำโขง รอยต่อน้ำงืมห่างเวียงจันทน์ 50 กม.

รายงานข่าวแจ้งว่านับแต่เช้า วันที่ 9 ตุลาคม ได้มีนักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคอีสาน ได้ทยอยเดินทางไปยังจังหวัดหนองคาย เพื่อรอชมปรากฏการณ์ธรรมชาติ”บั้งไฟพญานาค” ที่จะผุดขึ้นจากแม่น้ำโขงทุกปี ในวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ซึ่งตรงกับวันออกพรรษา


นายนวล สารสอน ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เขต 4 เปิดเผยว่า จากการประเมินสถานการณ์คาดว่าบรรยากาศการ ร่วมชมบั้งไฟพญานาคริมน้ำโขง จังหวัดหนองคายปีนี้ได้รับความสนใจจากประชาชน ไม่ต่างไปจากปีก่อนหน้านี้ ททท.เองสนับสนุนงบประมาณช่วยเหลือจังหวัดหนองคาย เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายทำกิจกรรมตลอดงานประมาณ 1.5 ล้านบาท ไม่นับรวมงบจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ ที่ททท.จัดทำขึ้นเองอีกจำนวนหนึ่ง


นายนวล กล่าวว่า เทศกาลบั้งไฟพญานาค ถือเป็นกิจกรรมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวของจังหวัดหนองคาย จังหวัดอุดรธานีและจังหวัดอื่นๆในเขตอีสานตอนเหนือ ได้ดีมากอีกกิจกรรมหนึ่ง จะมีเงินสะพัดจากการใช้จ่ายของประชน ที่เข้ามาร่วมงานหลายล้านบาท ทั้งที่พักโรงแรม ร้านอาหาร ร้านสินค้าของฝาก รถรับจ้างหรือแม้แต่พ่อค้าแม่ค้าหาบเร่แพงลอยตามจุดชมบั้งไฟ ในอำเภอต่างๆของจังหวัดหนองคาย


ในส่วนของโรงแรมที่พัก ล่าสุดได้รับรายงานว่า ขณะนี้โรงแรมที่พักในจังหวัดอุดรธานี ซึ่งมีห้องพักรวม 2,700 ห้อง ถูกจองหมดจนเต็มแล้ว หนองคายทั้งที่พักโรงแรม รีสอร์ต จำนวน 1,500 ห้องก็ถูกจองเต็มหมดแล้วเช่นกัน


อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่ไม่สามารถจองห้องพักในโรงแรมและรีสอร์ตได้ทัน ทางจังหวัดหนองคาย โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด ได้จัดเตรียมที่พักแบบ Home Stay ไว้รองรับทุกจุดที่มีประชาชนไปชมบั้งไฟ คือ ที่อำเภอสังคม อำเภอเมือง อำเภอโพนพิสัย อำเภอรัตนวาปี โดยเสียค่าใช้จ่าย ทั้งอาหารและที่พักให้กับเจ้าของบ้านเพียง 100 บาท/หัวเท่านั้น


ก่อนหน้านี้ พัฒนาชุมชนจังหวัดร่วมกับหลายส่วนงานที่เกี่ยวข้อง ได้จัดอบรมตัวแทนครอบครัว ที่เข้าร่วมโครงการจัดที่พักแบบโฮม สเตย์ ไปแล้ว เพื่อจะได้ให้บริการแขกผู้พักเกิดความประทับใจและมีความปลอดภัยสูงสุด ทั้งนี้บ้านพักโฮมสเตย์แต่ละหมู่บ้านที่อยู่ในโครงการ อยู่ห่างจากจุดชมบั้งไฟพญานาคแต่ละจุด รัศมีไม่เกิน 2 กิโลเมตร


“สำหรับชาวไทยหรือชาวต่างชาติ ที่ต้องการข้ามไปชมบั้งไฟพญานาค ริมน้ำโขงฝั่งลาว ในปีนี้อาจจะได้รับความสะดวกมากขึ้น เพราะจังหวัดหนองคายกำลังประสานงานไปยังสปป.ลาวเพื่อขอให้เปิดด่านสะพานมิตรภาพจนถึงตี 2 ของคืนวันที่ 10 และ 11 ตุลาคมนี้” นายนวลกล่าว


ลาวยันลูกไฟธรรมชาติ

ท้าข้ามน้ำโขงร่วมลุ้น


รายงานแจ้งว่าเทศกาล ชมบั้งไฟพญานาคในคืนวันเพ็ญ 15 ค่ำ เดือน 11 ปีนี้ ทางองค์การท่องเที่ยวแห่งชาติลาว(อทช)และภาคเอกชนในกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว ในนครเวียงจันทน์ สปป.ลาว ก็จัดกิจกรรมรองรับนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศ ที่จะเดินทางข้ามไปเฝ้าชมบั้งไฟพญานาคที่ฝั่งลาวเช่นกัน


ก่อนหน้านีี้ อทช.ก็ได้จัดส่งตัวแทน เข้าร่วมหารือกับททท.สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือเขต 4 เพื่อประสานความร่วมมือ ในการอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวที่จะข้ามไปฝั่งลาว พร้อมทั้งยืนยันว่า ลูกไฟที่ผุดขึ้นจากแม่น้ำโขงที่เรียกกันว่าบั้งไฟพญานาคนั้นไม่ได้เกิดจากฝีมือมนุษย์ เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ


สำหรับจุดที่เกิดปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาค ที่สามารถเห็นได้ชัดและมีจำนวนมากในฝั่งลาว แหล่งข่าวระบุว่า คือบริเวณที่สายน้ำจากแม่น้ำงืม ไหลลงมาบรรจบกับแม่น้ำโขง อยู่ตรงข้ามกับอำเภอโพนพิสัย จ.หนองคาย จุดที่เกิดปรากฏการณ์ดังกล่าวห่างจากนครเวียงจันทน์ ตามแนวแม่น้ำโขงประมาณ 50 กิโลเมตร


นักท่องเที่ยวที่ต้องการข้ามไปชมบั้งไฟพญานาค และต้องการพักค้างคืนในฝั่ง

ลาว ทางการลาวก็พร้อมให้ความอำนวยสะดวกอย่างเต็มที่ ทั้งเรื่องที่พักโรงแรมและรถรับส่ง แต่ทั้งนี้อยากจะให้ติดต่อผ่านบริษัทนำเที่ยว จากฝั่งไทยมากกว่า เพราะง่ายต่อการประสานงานในพิธีการต่างๆ


ด้านนางสิริรัฐ ชูกลิ่น ผู้จัดการบริษัทรอยัลเอ็กซเพรส 1991 หนึ่งในบริษัทนำเที่ยวในจังหวัดหนองคาย กล่าวว่า ในเทศบาลออกพรรษาชมบั้งไฟพญานาคปีนี้ บริษัทฯได้จัดรายการนำเที่ยวชมบั้งไฟ ที่ริมน้ำโขงอำเภอรัตนวาปีแบบเช้าไป-หลังเที่ยวคืนกลับ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว ที่ต้องการชมบั้งไฟแบบไม่ต้องเจอปัญหาการจราจร ขณะนี้มีคนจองที่นั่งมาแล้วราว 200 คน โดยจะใช้เส้นทางจากอุดรธานีตัดเข้าอำเภอเพ็ญไปทางอำเภอปากคาดเข้าสู่อำเภอรัตนววาปี ไม่ต้องเข้ามายังตัวเมืองหนองคาย


นางสิริรัฐ ตั้งข้อสังเกตุว่าเทศกาลชมบั้งไฟพญานาคออกพรรษาปีนี้ โดยภาพรวมแล้วบรรยากาศไม่ค่อยคึกคักเหมือนปีที่แล้ว ทั้งนี้เนื่องมาจากข้อวิตกที่ว่าหากมาชมบั้งไฟอาจต้องเผชิญกับปัญหาการจราจรติดขัด


อย่างไรก็ตามการจัดการเส้นทางสัญจรของนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปยังจังหวัดหนองคายเพื่อชมบั้งไฟพญานาคปีนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดได้เตรียมการไว้แล้ว เพื่อไม่ให้เกิดปัญหารถติดยาวเหมือนปีที่ผ่านมา อีกทั้งจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งจุดอำนวยความสะดวกทุก 500 เมตรตามเส้นทางหลายหลักเส้นต่างๆที่จะไปยังจุดชมาบั้งไฟพญานาค


โดยแผนการจัดจราจรกำหนดไว้แล้ว โดยเฉพาะเส้นทางจากจังหวัดหนองคายไปยังอำเภอโพนพิสัย ตั้งแต่เวลา 18.00 น-23.00 น.จัดให้วิ่งรถทางเดียว(One way) ส่วนเส้นทางอื่นๆที่นักท่องเที่ยวต่างจังหวัดสามารถเดินทางไปได้สะดวก คือ

1.เส้นทางอุดรธานี-หนองคาย-อ.โพนพิสัย 2.อำเภอเพ็ญ จ.อุดรธานี-แยกบ้านภูเสด็จ-อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย 3.จากจังหวัดสกลนคร-อ.บึงกาฬ-กิ่งอ.รัตนวาปี จ.หนองคาย , 4.จากจังหวัดนครพนม-อ.บึงกาฬ-กิ่งอำเภอรัตนวาปี จ.หนองคาย และ 5.จากจังหวัดเลย-อำเภอสังคม-อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย


สถานที่ชมบั้งไฟพญานาค (ที่เคยเกิดปรากฏการณ์)


1.แม่น้ำโขงในเขตเทศบาลตำบลจุมพล และริมฝั่งแม่น้ำโขงตลอดแนวพื้นที่อ.โพนพิสัย


-บริเวณตลิ่งวัดไทย

-บริเวณตลิ่งวัดจุมพล

-บริเวณตลิ่งวัดจอมนาง

-บริเวณตลิ่งวัดหลวง

-บริเวณตลิ่งวัดบ้านหนองกุ้ง

-บริเวณปากห้วยหลวง


2.บริเวณท่าทรายรวมโชค


3.บริเวณบ้านหนองกุ้งเหนือ-หนองกุ้งใต้


4.บริเวณบ้านน้ำเป – ห้วยน้ำเป


5.บริเวณบ้านท่าม่วง กิ่งอ.รัตนวาปี


6.บริเวณหน้าที่ว่าการ อ.ศรีเชียงใหม่


7.บริเวณวัดหินหมากเป้ง อ.ศรีเชียงใหม่


8.บริเวณหน้าที่ว่าการ อ.สังคม


9.บริเวณอ่างปลาบึก บ้านผาตั้ง อ.สังคม


10.พื้นที่บริเวณ อ.ปากคาด


11.พื้นที่บริเวณอ.บึงกาฬ


........................................................

เย็นนี้คืนเดียวเท่านั้นในรอบปี เที่ยวเมืองไทยต่อเพราะหยุด 3 วัน

เด็กใหม่2492 (203.147.27.69)
10 ต.ค. 2546 13:42:20


ข้อความ : 1-8 จากทั้งหมด 8 ข้อความ


ความคิดเห็นที่ 1
ขนส่งหนองคายเตรียมรถโดยสารบริการนักท่องเที่ยวชมบั้งไฟพญานาค


โดย ผู้จัดการออนไลน์

สำนักงานขนส่ง จ.หนองคาย ร่วมกับ จ.หนองคาย ได้จัดรถโดยสารรับส่งนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปชมปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาค โดยจัดรถยนต์โดยสารประจำทาง ตั้งแต่เวลา 12.00-23.00 น.ส่วนอัตราค่าโดยสาร รถโดยสารประจำทางแบบพัดลม ไป อ.โพนพิสัย ราคาคนละ 19 บาท ไป อ.รัตนวาปี 30 บาท รถโดยสารปรับอากาศ ไป อ.โพนพิสัยราคา 28 บาท ไป อ.รัตนวาปี ราคา 42 บาท โดยรถได้มาจอดรอรับผู้โดยสารที่ศาลากลาง จ.หนองคาย และมีตำรวจอำนวยความสะดวกตลอดเส้นทาง โดยมีประชาชนที่จอดรถไว้ที่ศาลากลางจังหวัด แล้วเดินทางไปกับรถโดยสารจำนวนมาก

2492 (203.147.27.69)
10 ต.ค. 2546 13:45:21


ความคิดเห็นที่ 2
สมเด็จฯพระพี่นางเสด็จฯ

....................................

ในขณะนี้การจราจรบนถนนสายหนองคาย-โพนพิสัย นักท่องเที่ยวยังสามารถใช้เดินทางมายังบริเวณจัดงานไหลเรือไฟและชมปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาค ได้ โดยตลอดเส้นทางได้จัดจุดบริการข้อมูล น้ำดื่ม แก่ผู้เดินทางมาตลอดเส้นทาง โดยในวันนี้ตำรวจทางหลวงจะจัดเส้นทางจราจรใหม่ จากเดิมมี 2 ช่องจราจร จะจัดเป็น 3 ช่องจราจร 2 ช่องจราจรเดิมจะใช้สัญจรผ่านไปมา ส่วนอีก 1 ช่องจราจร จะเตรียมไว้รับเสด็จสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ที่จะเสด็จทอดพระเนตรปรากฏการณ์บั้งไฟ ที่ กิ่ง อ.รัตนวาปี

2492 (203.147.27.69)
10 ต.ค. 2546 13:48:35


ความคิดเห็นที่ 3
หลายๆ คน ก็หลายๆ ความคิด เรียกว่านานาจิตตัง สำหรับการโจษจันเรื่องบั้งไฟพญานาคที่เกิดขึ้นทุกค่ำคืนวันขึ้น15 ค่ำ เดือน 11 หรือในวันออกพรรษาของทุกปี ณ กลางลำน้ำโขง อ.โพนพิสัย ใน จ.หนองคาย และอ.ใกล้เคียง


บ้างก็ว่าพญานาคแห่งเมืองบาดาลจุดบั้งไฟถวายพระพุทธเจ้าเป็นพุทธบูชาเนื่องในวันออกพรษา


บ้างก็ว่าเป็นปรากฏการณ์เคมีที่เกิดจากธรรมชาติ


ส่วนบางคนก็ว่าบั้งไฟพญานาคจริงๆแล้วเกิดจากน้ำมือมนุษย์ ซึ่งคนที่เชื่อในเหตุผลนี้แม้ว่าจะมีส่วนน้อยกว่า 2 เหตุผลแรก แต่กระนั้นก็ยังผู้พยายามพิสูจน์และยกตัวอย่างให้เห็นว่า มนุษย์เป็นผู้ที่ทำบั้งไฟพญานาคขึ้นมา ส่วนจะทำขึ้นมาเพื่ออะไรนั้นยังตอบไม่ได้


“บั้งไฟพญานาค” กับเหตุผลที่คนทำได้


สมชาติ วิทยารุ่งเรือง ปริญญาวิศวกรรมศาสตร์บัณฑิต นับเป็นหนึ่งในผู้ที่พยายามหาเหตุผลมาประกอบเพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่า บั้งไฟพญานาคนั้นเกิดขึ้นจากฝีมือมนุษย์ โดยเขาได้กล่าวไว้ในนสพ.ยักษ์ใหญ่หัวเขียวเมื่อช่วงออกพรรษาปีที่แล้วว่า ถ้าบั้งไฟพญานาคเป็นฝีมือของมนุษย์ มนุษย์จะทำขึ้นมาได้อย่างไรบ้าง


ซึ่งสมชาติก็ได้สรุกวิธีการทำบั้งไฟพญานาคในแบบฉบับของเขามาได้ 8 วิธี


วิธีที่แรก เพียงนำถ่านแคลเซียมคาร์ไบด์ กับก้อนน้ำแข็งหุ้มด้วยผ้า (เพื่อให้น้ำแข็งค่อยๆ ละลายทีละน้อย) ใส่รวมกันในถุงพลาสติก บรรจุปืนแก๊ปเด็กเล่นที่มีดินปืน ผูกเชือกรั้งไกปืน ผูกถุงติดกับทุ่นที่ใช้ลูกมะพร้าว ตากแห้ง ให้ลอยน้ำก็ได้ เมื่อปล่อยถุงลอยน้ำ น้ำแข็งจะละลายซึมผ่านผ้าทีละน้อย เป็นการตั้งเวลาการจุดลูกไฟพญานาค ตามหลักการนักประดิษฐ์...ด้วยวิธีธรรมชาติที่สุด


น้ำแข็งที่ละลายออกมา เมื่อทำปฏิกิริยากับ แคลเซียมคาร์ไบด์ จะเกิดแก๊สขึ้น ทำให้ถุงพอง ออกเรื่อยๆ เมื่อแก๊สในถุงสะสมพองมากขึ้น เชือกที่ผูกไกปืน ไว้จะดึงจนปลดไกปืนกระแทก กับเชื้อปะทุ เกิดประกายไฟ ลุกไหม้แก๊สในถุง ให้พวยพุ่งขึ้นจากผิวน้ำ เกิดเป็นลูกไฟพญานาค ถ้าต้องการลูกไฟหลายลูก ก็ต้องทำหลายถุงหน่อย


วิธีที่ 2 เขาว่าใส่ปืนแก๊ปกับดินปืนในถุง มัดปลายเชือกกับไกปืนกับปากถุง ปลายเชือกที่ผูกสลักไกปืนจะต่อผูกกับทุ่น ทำจากถุงพลาสติกใส่ก้อนหินในถุง ปิดปากถุงด้วยสำลี แล้วใช้สำลีอุดปากถุง เพื่อตั้งเวลาจุดชนวน เวลาปล่อยลูกไฟประดิษฐ์ลงน้ำ สำลีจะซับน้ำจนทุ่นลอยไม่ไหว จมน้ำตามน้ำหนักหินที่ถ่วงไว้ เมื่อถุงทุ่นจมจะฉุดถุงดินปืนจมตาม ดึงสลักไกปืนอัตโนมัติ ปะทุดินปืนลุกไหม้เป็นลูกไฟลอยจากใต้น้ำขึ้นสู่ผิวน้ำ


เทคนิคประดิษฐ์ลูกไฟแบบนี้เชือกที่ผูกสลักไกปืนติดถุงทุ่น ต้องทำให้ปากถุงยืดหยุ่นได้


วิธีที่ 3 ให้ใส่ดินปืนในถุงกันน้ำ ใส่แบตเตอรี่ 9 โวลต์ ต่อกับหลอดไฟฉายที่กะเทาะเอาแก้วหุ้มออก ตัดไส้หลอดให้ขาดต่อยาวออกมานอกถุงใช้เป็นสะพานไฟ จากนั้นมัดปากถุงให้แน่น กันไม่ให้น้ำเข้า นำปลายสะพานไฟต่อเข้ากับแผ่นทองแดงบางๆขนาดแผ่นละ 2 ตารางนิ้ว วางแผ่นทองแดงให้ชิดกันมากที่สุด อย่าให้แตะกัน


แล้วนำสะพานไฟทองแดงใส่ถุงพลาสติกที่มีสำลีกับเกลือเม็ด มัดถุงอย่าให้สนิท เพื่อให้น้ำซึมเข้าถุงได้ เวลาลอยน้ำ น้ำจะซึมผ่านสำลีเปลี่ยนเกลือเม็ดเป็นสารละลายน้ำ เกลือทำให้แผ่นทองแดงมีหน้าที่ เป็นสะพานไฟ


เมื่อลูกไฟประดิษฐ์ครบวงจรหลอดไฟฉายจะร้อนแดงเป็นไฟจุดดินปืนในถุงให้ระเบิด เกิดเป็นลูกไฟลอยขึ้นสู่ผิวน้ำได้เช่นกัน ขณะที่หลักฐานที่ปรากฏคือทุ่นสำลี ก็จะดูดน้ำแล้วจมลงใต้น้ำ ไม่มีหลักฐานให้จับได้


วิธีที่ 4 ก็ใช้ดินปืนเหมือนกันโดยใส่ดินปืนและตัวจุดชนวนในถุงพลาสติก ตัวจุดชนวนทำเหมือนแบบปืนแก๊ป แต่เปลี่ยนเป็นแบบ ที่หนีบเสื้อกับราวตากผ้า ปลายหนีบข้างหนึ่งมีเชื้อปะทุ จะระเบิดด้วยแรงสปริงเมื่อที่หนีบกางออก


แต่บีบไว้ด้วยยาง และแช่ยางไว้ในน้ำมันเบนซิน ต้องแช่ยางอีกถุง กันไม่ให้น้ำมันผสมกับดินปืน ยางที่แช่ในน้ำมันเบนซินนานหลายชั่วโมงจะหมดสภาพคลายความเหนียว ทำให้ก้านหนีบแยกตัวออก เกิดการจุดชนวนระเบิดลุกไหม้ เกิดเป็นลูกบั้งไฟพญานาคจากใต้น้ำอีกแบบหนึ่ง


วิธีที่ 5คล้ายกับวิธีที่ 4 แต่เปลี่ยนการรัดที่หนีบจากยางเป็นลวดเส้นเล็กๆ และแช่ลวดในน้ำกรด เมื่อกรดกัดลวดขาด ก้านหนีบดีดตัวออกเกิดการจุดระเบิด ลุกไหม้ทันที


วิธีที่ 6 ใช้วิธีแบบเดิม แต่เปลี่ยนใช้เชือกผูกกับยางที่รัดก้านหนีบ อาศัยคลื่นน้ำช่วยรูดยางออก จนเกิดการจุดชนวนปะทุลุกไหม้เป็นลูกไฟ


วิธีที่ 7 เป็นการใส่ดินปืนและปืนแก๊ปในถุงพลาสติก ใช้การพองตัวของเม็ดแมงลักปลดล็อกตัวจุดชนวน บรรจุเม็ดแมงลักในกระบอก ด้านล่างกระบอกเจาะรูขนาดให้เส้นด้ายที่ใช้ทำตะเกียงผ่านได้ แล้วต่อเส้นด้ายตะเกียงให้ยาวออกนอกถุงดินปืน ใช้เส้นด้ายซึมน้ำเข้ากระบอก ทำหน้าที่ออสโมซิส น้ำให้เม็ดแมงลัก พอเม็ดแมงลักพองตัวเต็มที่ ลูกสูบจะเคลื่อนตัวดันกระเดื่องไกปืนแก๊ป ให้กระแทก เชื้อปะทุ เกิดเผาไหม้ระเบิดเป็นลูกไฟ


สำหรับวิธีสุดท้ายที่เขาคิดค้นได้ เป็นการนำเอามูลสัตว์มาใช้เพื่อสร้างแก๊ส เป็นแหล่งเชื้อเพลิงปะทุจุดระเบิด อาจใช้มูลสุกรใส่ในถุงพลาสติก พร้อมกับชุดปืนแก๊ปที่ใช้เป็นส่วนลั่นไกจุดชนวนระเบิดอัตโนมัติประกอบเข้าด้วยกัน


แต่วิธีนี้ทำลูกไฟแบบนี้เขาว่าห้ามใช้มูลสัตว์เปียกชื้นเด็ดขาด ไม่งั้นลูกไฟด้าน จุดยังไงก็ไม่ติด จากนั้นค่อยผูกกระเดื่องไกปืนเข้าข้างถุง และต้องผูกปากถุงให้แน่นที่สุด


ทำลูกไฟวิธีนี้ต้องลอยลูกไฟขี้หมูในน้ำนานหลายวัน อาจใช้เวลา 7-20 วัน กว่าขี้หมูจะเกิดแก๊สชีวภาพ ดันถุงให้พอง เมื่อถุงพองกางออก จะปลดล็อกไกปืนเป็นการจุดชนวนให้ลูกไฟพญานาค แบบขี้หมูระเบิดทันที


ไม่น่าเชื่อเลยว่าคนเราจะมีความมานะพยายามหาทางคิดค้นประดิษฐ์การเกิดลูกไฟของบั้งไฟพญานาคได้ขนาดนี้ ซึ่งนี่ก็นับเป็นหนึ่งในความเชื่อส่วนบุคคลที่สุดแล้วแต่ว่าใครจะเห็นไปในทิศทางใด


“บั้งไฟพญานาค” กับเหตุผลที่คนทำไม่ได้


ในขณะที่สมชาติได้ออกมาเสนอให้เห็นถึงหลายวิธีของปรากฏการณ์บั้งไฟที่มนุษย์อาจจะทำได้ ด้านนพ.มนัส กนกศิลป์ ผู้โด่งดังกับทฤษฎีบั้งไฟพญานาคเกิดจากสารเคมี ก็ได้ออกมาถึงเหตุผลที่ว่า บั้งไฟพญานาคไม่น่าที่จะเกิดจากน้ำมือของมนุษย์ โดยคุณหมอได้กล่าวว่า ถ้าบั้งไฟพญานาคเกิดจากการกระทำของคน คนๆนั้น ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ คือ


1.ต้องแข็งแรงมากเพราะกระแสน้ำมันแรงมาก ในขณะที่คนธรรมดากอดเสาอยู่ในน้ำยังทรงตัวไม่อยู่

2.ต้องอายุยืนมากเพราะว่าปรากฏการณ์นี้ เมื่อตนเริ่มศึกษาเมื่อปี 2522 ก็มีบั้งไฟพญานาคขึ้นมาแล้ว 120 ปี ซึ่งจริง ๆ แล้ว ต้องเกิดขึ้นนานกว่านี้อีก เนื่องจากคนที่ทำคนนี้ต้องมีอายุมากกว่า 104 ปีแล้วต้องทำด้วยตัวเองจึงตัวเองจึงจะคุมความลับได้

3.ต้องรวยมากเพราะมันขึ้น 52 ตำแหน่งประมาณ 1,500 – 2,500 ลูก คนที่ทำต้องมีเงินจ้างคนไปประดาน้ำทำเรื่องนี้

4.ต้องกล้ามากขนาดที่ไม่กลัวพญานาคแล้ว ยังต้องกล้าที่ทานกระแสน้ำที่ลึกมากและกลัวที่จะโดนเอ็ม 16 ของหน่วย นปข.ซึ่งเขาก็บอกอีกว่ามันขึ้นเฉียดเรือเขาเลย

5.คนที่หลอกลวงคนเป็นล้าน ๆ คน ต้องฉลาดมากและไม่ใช่แค่ปี สองปีแต่มันมีมาเป็นร้อย ๆ ปีแล้ว

6.ต้องถามตังเองว่าทำเพื่ออะไร ตอบไม่ได้ แล้วมาคิดอีกทีจะมีใครบ้าที่จะมาลงทุนตรงนี้ เพราะว่ามันคุ้มหรือไม่

7.จากการวัดออกซิเจน มนุษย์ที่ไหนจะทำตรงเครื่องวัดในหน้าร้อนได้ เพราะเราวัดอยู่ตลอดทั้งหน้าร้อนหน้าหนาว


สำหรับเหตุผลของหมอมนัสก็เป็นเหตุผลหนึ่ง ที่ออกมาค้านเรื่องบั้งไฟพญานาคว่าไม่น่าจะเกิดจากน้ำมือมนุษย์โดยหาเหตุผลมาวิเคราะห์ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งเรื่องของปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาคใครจะมองไปในทิศทางใดก็ถือว่าเป็นความเชื่อของแต่ละคน


ทั้งนี้ผู้ที่มีความคิดเห็นเรื่องบั้งไฟพญานาค ควรถือคติ “เชื่อในสิ่งที่เฮ็ด เฮ็ดในสิ่งที่เชื่อ” เป็นดีที่สุด

ตัดแปะ2492 (203.147.27.69)
10 ต.ค. 2546 13:52:43


ความคิดเห็นที่ 4
กราบสวัสดี คุณลุงฯ...........ขวานฯเอง?


ขวานฯ มีภาพถ่าย พยานาค ที่ชัดเจนที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกกันมา โดยถ่ายภาพได้ในประเทศไทย...และพิสูจน์แล้วว่าเป็นภาพจริง ไม่ได้รับการตกแต่งแต่ประการใด...ทำให้เรื่องพยานาค น่าเชื่อถือขึ้นมาอีกมาก.....ดูภาพได้ที่ http://www.bangkokbiznews.com/service/service_wat.php ขวานฯนำมาลงให้ชมกันแล้ว...จะจะ....


***เซื่อในสิ่งที่เฮ็ด เฮ็ดในสิ่งที่เซื่อ****

Pink axe (203.146.113.163)
10 ต.ค. 2546 16:44:48


ความคิดเห็นที่ 5
หนูขวานทำดีมาก...เห็นรูปพญานาคจะ...จะ อย่างที่บอกจริงๆ จึงขอส่งมะเหงกมาขอบคุณเป็นการส่วนตัว ณ ที่นี้

จัสมิน (218.225.82.22)
10 ต.ค. 2546 17:08:55


ความคิดเห็นที่ 6
These might be explained the natural phenomena theory. I’m not sure if it’s right.


1) Where are those gases from?

Two possible options here: they are from the fermentation processes (bio gasses). Another options is possibly from the rocks(e.g. carbonate rock, limestone, etc.). If these rocks are exposed to the water (because the cover soil is removed by the running water), the chemical reaction releases gasses. The gases come up to the water surface, like we open the soda water bottle.


2) Why do these phenomena exactly happen at this time?

For the first option, It depends on the fermentation period and the pressure from the level of water. The second option may be due to the rate of soil removal.


3) Why do they have the same size?

Many are gases releases (think about the soda water). A very specific amount of gases might form the bubbles on the surface of the water. The bubbles are very delicate. Too much gases might break the tension of the bubbles at the surface of the water.


Sam (141.219.149.237)
10 ต.ค. 2546 21:16:54


ความคิดเห็นที่ 7
ฟังคุณหมอที่ออกทีวี ท่าบอก เกิดในช่วงนี้ ทั้งกลางวันกลางคืนครับ ไม่ใช่วันนี้วันเดียว ยังมีอีกเรื่อยๆ แต่มากที่สุด ช่วง 15 ค่ำ เดือน 11


ไม่ทราบว่าจะเกี่ยวเนื่องกับอะไรนะครับ


ถ้าเป็นฝีมือมนุษย์ ก็ต้องบอกว่า มีหลายจุดที่เห็น คงตามทำกันไม่หวาดไม่ไหว


ส่วนจะเรียกลูกไฟว่าเป็นอะไร นั่นแล้วแต่จะตั้งให้ครับ


เมื่อกี้ดูข่าวช่อง 9 ก็บอกว่ามี หลายสิบลูก สมใจพวกที่ไปนั่งเฝ้ารอดูครับ


โธ่เจ้าขวาน...พญานาค..แบบนั้น แน่จิงต้องหากล่องละ 25 สตางค์ มาดูกันมั่ง อิ อิ

เด็กใหม่2492 (203.147.27.89)
10 ต.ค. 2546 22:58:17


ความคิดเห็นที่ 8
ฝากข่าวไทยรัฐไว้ที่กระทู้นี้อีกทีนะครับ

.....................................................

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ การเข้าชมปรากฏการณ์ เหนือการ พิสูจน์ ในวันออกพรรษาปีนี้ว่า ตั้งแต่เช้าวันที่ 10 ต.ค. ที่ถนนสาย หนองคาย-อุดรธานี คลาคลํ่าไปด้วย ฝูงชน จากทุกสารทิศ หลายหมื่นคน ที่เดินทางมา หวังได้เห็น "บั้งไฟพญานาค" เป็นบุญตา ทำให้การจราจร ติดขัดอย่างมาก

ทั้งนี้ในเวลา 08.00 น. ทาง อ.โพนพิสัย และเทศบาลตำบลจุมพล จัดพิธีบวงสรวงพญานาคที่ศาลเจ้าแม่ สองนางปากห้วยหลวง อ.โพนพิสัย จากนั้นมีขบวนแห่จากคุ้มต่างๆ นำขบวนแห่พานบายศรีสู่ขวัญเข้าสู่บริเวณวัดไทย ซึ่งเป็นที่จัดงานและทำพิธีบวงสรวงเทพาอารักษ์ เทวาพญานาค มีนายพินิจ จารุสมบัติ รมว.กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นประธาน ท่ามกลางประชาชนแห่มาร่วมงาน นับพันคน ซึ่งหลังเปิดงานแล้วเป็นการลอยเครื่องบูชาพญานาค ประกอบด้วยผลไม้ หมากพลู กล้วย ใส่ลงบนแพไม้ไผ่แล้วปล่อยให้ลอยไปตามลำน้ำโขงเป็นการเซ่นไหว้ เพื่อขอให้พญานาคจุดบั้งไฟขึ้นมามากๆ เพื่อนักท่องเที่ยวได้ชื่นชม ซึ่งผลจากที่มีคนแห่มา จำนวนมากนี้เอง กลายเป็นการสร้างรายได้ให้แก่พ่อค้าแม่ขายเป็นกอบเป็นกำ โดยเฉพาะอาหาร และพ่อค้าบางรายนำเสื่อ และกระดาษหนังสือพิมพ์มาขายให้คนปูนั่งดูบั้งไฟที่ริมน้ำด้วย

ด้านกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ที่เดินทางมาพิสูจน์ ปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาคในปีนี้ ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ส.ว.กทม. และที่ปรึกษากรรมาธิการวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า กรรมาธิการฯนำทีมงานมาพิสูจน์ บั้งไฟพญานาคร่วมกับกองทัพเรือ โดยนำเรือติดตั้งกล้องอินฟราเรดเพื่อตรวจจับลูกไฟ และพิสูจน์ว่ามีใครทำขึ้นหรือไม่ ในบริเวณรอบริมฝั่งแม่น้ำโขง อ.โพนพิสัย อย่าง ไรก็ตาม ไม่ได้หวังที่จะปรับหรือลบล้างความเชื่อ แต่ เนื่องจากขณะนี้วิทยาศาสตร์ก้าวหน้ามากขึ้น และคนก็อยากรู้คำตอบ แต่ต้องยอมรับว่าบางเรื่องกระบวนการ ทางวิทยาศาสตร์เมื่อพิสูจน์ผลออกมาแล้ว บางคนยอมรับไม่ได้ อีกทั้งโลกนี้ยังมีสิ่งลี้ลับที่พิสูจน์ไม่ได้เช่นกัน แต่ทีมงานจะทำดีที่สุด และเชิญผู้รู้ในพื้นที่มาให้ข้อมูลด้วย กรรมาธิการฯจะทำงานให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน

ส่วนที่บริเวณุดชมบั้งไฟพญานาค หน้าวัดไทย อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯนำกล้องอินฟราเรดเทอร์โมสแกน 1 เครื่อง มาติดตั้งที่หน้าวัด ท่ามกลางคลื่นมหาชนที่แห่มาจับจองที่นั่งชมปรากฏการณ์ บั้งไฟพญานาคกันอย่างคับคั่ง โดยนายศักดิ์สิทธิ์กล่าวว่ากล้องอินฟราเรดฯ มีคุณสมบัติในการตรวจจับความร้อนอุณหภูมิ สี แสง ของลูกไฟที่ลอยสูงขึ้นเหนือแม่น้ำโขงจะทำให้แยกแยะได้ว่าลูกไฟ ที่เกิดขึ้นเป็นกระบวนการ สันดาปทางเคมี หรือเกิดจากสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น โดยจะเทียบกับตัวอุณหภูมิ แสง สี ประมวลเข้ากับคอมพิวเตอร์ และนำไปเปรียบเทียบกับข้อมูลแก๊สฟอสฟีน ฟอสฟอรัส มีเทน ที่ตรวจวัดได้ในบริเวณหนองสรวงและห้วยเปลวเงือก อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย เพื่อเปรียบเทียบกันและยืนยันผลว่าเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ

นายศักดิ์สิทธิ์ยังกล่าวด้วยว่า เมื่อช่วงบ่ายสามารถวัดแก๊สฟอสฟีนได้ปริมาณมากขึ้น ซึ่งน่าแปลกมาก โดยผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากคณะจากกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ แล้ว ทั้งที่เขต อ.โพนพิสัย และกิ่งอำเภอรัตนวาปี ต่างมีผู้ใหญ่ในแวดวงการเมือง และข้าราชการมาร่วมชม ปรากฏการณ์ที่ 1 ปีมีให้เห็นเพียงครั้งเดียวนี้อย่างคับคั่ง อาทิ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.กระทรวงอุตสาหกรรม นางสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ รมว.สาธารณสุข ฯลฯ

สำหรับการชมบั้งไฟพญานาคนั้น กระทั่งขอบฟ้าเริ่มมืด บรรยากาศริมฝั่ง แม่น้ำโขงด้านหน้าวัดไทย อ.โพนพิสัย ยิ่งมีประชาชนนับแสนคน มานั่งเฝ้าจ้องลูกไฟ จากท้องน้ำเป็นระยะทางยาวกว่า 2 กม. จนเมื่อเวลา 18.35 น. ประชาชนต่างส่งเสียง เฮกันลั่นเมื่อ เห็นดวงไฟลูกแรกผุดพุ่งขึ้นมา จากท้องน้ำตรงบริเวณจุดกึ่งกลางแม่น้ำ ณ ที่ตั้งพิธีบวงสรวง เป็นดวงใหญ่สีส้มอมชมพู พุ่งขึ้นฟ้าสูงราว 3 เมตร จากนั้นมีลูกไฟ ขนาดย่อม ตามมาติดๆ อีก 3 ลูก ทำให้ประชาชนชี้ ชวนกันให้ดูลูกไฟ ที่ทยอยขึ้นมาจากลำน้ำโขงพุ่งขึ้นฟ้าทีละลูกสองลูก บางรายถึงกับยกมือไหว้ท่วมหัว ที่ได้มีบุญตามาเห็นบั้งไฟพญานาค อย่างไรก็ตาม เมื่อลูกไฟขึ้นมาเป็นชุดได้ครู่เดียว ก็เว้นระยะไม่ผุดขึ้นมาอีกร่วมชั่วโมง ระหว่างนั้นผู้มาชมบางส่วนก็เริ่มเดินทางกลับ ที่อยู่ก็ร่วมชมการแสดงไหลเรือไฟที่ตกแต่ง อย่างวิจิตรงดงาม ที่แล่นผ่านหน้าวัดไทย จนถึงเวลา 20.30 น. ประชาชนที่มาชมบั้งไฟพญานาคก็ได้ เฮลั่นอีกครั้งเมื่อมีลูกไฟโผล่มาที่จุดเดิมอีกครั้ง

ขณะเดียวกัน นอกจากที่ จ.หนองคายแล้ว ยังมีจังหวัดอื่นเห็นลูกไฟผุดขึ้นมาเช่นกัน โดยที่หนองน้ำในโรงโม่หินร้าง ชื่อโรงโม่หินศรีนาวัง เขตบ้านผาเจาะ ต.เทพคีรี อ.นาวัง จ.หนองบัวลำภู มีเสียงร่ำลือก่อนหน้านี้หลายวันว่า มีคนเห็นลูกไฟผุดขึ้นจากหนองน้ำแห่งนี้ แบบเดียวกับที่ จ.หนองคาย ทำให้ในวันที่ 10 ต.ค.นายจารึก ปริญญาพล ผวจ.หนองบัวลำภู จึงนำคณะข้าราชการเดินทางมาพิสูจน์ด้วยตนเอง พร้อมชาวบ้านที่รู้ข่าวแห่มาร่วมชม ด้วยเป็นจำนวนมาก ซึ่งปรากฏว่าในเวลา 18.30 น. ได้บังเกิดแสงสว่างสีแดงลอยพุ่งขึ้นจาก บริเวณหนองน้ำดังกล่าว โดยลูกไฟเมื่อขึ้นมาแล้วหายวับไปอย่างรวดเร็ว เรียกเสียงฮือฮาในหมู่ชาวบ้าน จากนั้นลูกไฟประหลาดก็ผุดขึ้นออกมาเป็นชุดชุดละ 2 ลูกบ้าง 3 ลูกบ้าง บางชุดพุ่งถี่ติดๆ กันถึง 4-5 ลูก และมีหลากสีสันสลับกันทั้งเหลือง น้ำเงิน ชมพูระเรื่อ สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้มาร่วมชมอย่างมาก

เด็กใหม่2492 (203.147.27.10)
11 ต.ค. 2546 08:44:06

บั้งไฟพญานาค
ผมจะพยายามเขียนอย่างสุภาพที่สุด
เมื่อวานผมเห็นข่าว “บั้งไฟพญานาคเป็นเหตุการณ์ธรรมชาติ” ก็เกือบจะเขียนมาออกความเห็นแล้ว แต่คิดว่าเอาเวลาไปอ่านหนังสือเตรียมสอบดีกว่า แต่เมื่อคืนได้เห็น รมว.พินิจ, รองปลัดกระทรวง"วิทยาศาสตร์"และเทคโนโลยี กับ “นักวิทยาศาสตร์”อีกสองคน ในรายการ “ถึงลูกถึงคน” แล้ว ผมตัดสินใจว่าต้องมาออกความเห็นแน่นอน ท่านรมว.งมงายแล้วไปทำให้คนอื่นและมหาวิทยาลัยมหิดลเสียชื่อเสียงไปด้วย ผมสงสัยว่าท่านดร.ทั้งสองคนนั้นได้ดร.ทางด้านไหนมา

ผมว่าเด็กที่ได้เรียน เคมี, ฟิสิกส์แค่มัธยมปลายก็น่าจะรู้แล้วว่าเป็นไปไม่ได้ ผมได้เรียนถึงขั้นเตรียมแพทย์เมื่อสามสิบกว่าปีก่อนแต่ผมไม่ตกสมัยแน่นอน

จริงครับ Spontaneous ignition เกิดขึ้นได้ในธรรมชาติ แต่มันเป็นไปตามกฏของวิทยาศาสตร์นะครับ

การเปลี่ยนสถานะจาก ของแข็ง เป็นของเหลว และเป็นแก๊ส นั้น มันมีกฏของมัน ต้องมีเปลี่ยนของอุณหภูมิและปริมาณ บางภาวะ stable, บางภาวะไม่ stable เมื่อผมเป็นนักศึกษาเตรียมแพทย์ยังจำได้ว่าได้แอบเอา สารฟอสฟอรัสอะไรตัวหนึ่งจำชื่อไม่ได้( อจ.บอกว่าถ้าถูกน้ำแล้วจะลุกเป็นไฟ) ไปโยนลงคูน้ำหน้าตึกเรียน แต่ปฏิกิริยาเคมีนั้นเร็วมากไม่กี่วินาทีและมันวิ่งไปโดยไม่มีทิศทาง


การที่สิ่งของใดจะเคลื่อนไหวได้ ก็จะต้องมีแรงส่งผ่านน้ำหนักของน้ำ ต้านแรงดึงดูดของโลก และมีตัวควบคุมทิศทางการเคลื่อนไหวของ แก๊ส ของเหลว ของแข็งอะไรที่ผ่านน้ำขึ้นมาก็จะมีทิศทางที่ไม่แน่นอนและถูกเปลี่ยนทิศทางด้วยกระแสน้ำ


พลังงาน ultraviolet คนที่รู้จริงก็รู้ว่าไม่อะไรพิเศษ. ชาวบ้านไม่รู้อาจจะนึกว่ามันคือมันเป็นพลังพิเศษ แต่ที่จริงที่จริงมันก็คือส่วนหนึ่งของ “แสง” เท่านั้นเอง เป็นส่วนหนึ่งของแสงที่ตามนุษย์มองไม่เห็น มันเป็นพลังงานที่ไม่มีการสะสมอยู่ได้ มันไม่อยู่ในกลางคืน เอามาพูดกันได้อย่างไรว่ามันเป็นตัวจุดแก๊สมีเทน พวกนักวิทยาศาสตร์จอมปลอมทั้งหลาย จะหลอกชาวบ้านหรือท่านไม่รู้จริงๆ

น่าสมเพช อยากดังนักหรือ?


ท่านอยากหารายได้จากการเที่ยว ก็ทำไปเงียบๆดีกว่า อย่ามาพูดแบบไม่รู้ แล้วเด็กๆจะเรียนวิทยาศาสตร์กันแบบไหน?

เชิญนักวิทยาศาสตร์ทางไหนก็ได้มาเทียงกับผมได้ (ด้วยความรู้ทางวิทยาศาสตร์นะครับ)

คนที่คิดว่าพญานาคมีจริงผมไม่อยากคุยด้วย เสียเวลาครับ


วิโรจน์ (203.118.85.85)
9 ต.ค. 2546 11:15:30


ข้อความ : 1-20 จากทั้งหมด 40 ข้อความ ถัดไป 20 > หน้าสุดท้าย>>


ความคิดเห็นที่ 1
ผมไม่คิดว่าพญานาคมีจริงครับ


แต่คิดว่าปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นจริงๆตามธรรมชาติ ด้วยภาวะที่เหมาะสม และไม่ใช่เกิดขึ้นเฉพาะในเมืองไทยเท่านั้น ปรากฏการณ์ในลักษณะนี้เกิดขึ้นในหลายประเทศ เช่น จีน สหรัฐ อเมริกาใต้และอื่นๆ

แต่เผอิญคนไทยเอามาผูกกับพญานาค ก็เลยกลายเป็นตำนาน เหมือนกับที่ฝรั่งหรือจีนเอาไปผูกกับมังกรยักษ์


ส่วนความเห็นที่คุณเขียนมา ผมอ่านไม่รู้เรื่องครับ กรุณาเขียนข้อชี้แจงมาเป็นข้อๆให้ชัดเจนแล้วผมจะตอบให้ฟังเองว่าจุดไหนถูกต้องจุดไหนไม่ถูกตามกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ผมไม่ได้ดูรายการนี้ทำให้ไม่แน่ใจในจุดที่คุณต้องการชี้แจงว่าพวกเขาโม้ หรือที่คุณกำลังจะบอกว่า โง่นั่นเอง


ส่วนดร.ทั้งสองท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญทางวิทยาศาสตร์จริงครับเป็นที่รู้จักกันในสังคมวิทยาศาสตร์บ้านเราและต่างประเทศ


แต่ที่แน่ๆผมอ่านคำอธิบายของคุณไม่รู้เรื่องครับ


ขอบคุณครับ

คนรักดอกไม้ (133.11.55.139)
9 ต.ค. 2546 13:14:18


ความคิดเห็นที่ 2
สิ่งที่ผมยังหาคำตอบไม่ได้ ก็คือ

1. ความลึกลับของบั้งไฟพญานาค

2. ความงมงายของผู้คน

3. กระบวนการทางวิทยาศาสตร์

4. ฤดูกาลที่เกิดปรากฎการณ์

เมื่อปีที่แล้ว ได้เกิดการโจทย์ขานกันอย่างอื้ออึงว่ามีข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร เพราะไอทีวีข้ามโขงไปถ่ายทำเบื้องหลังปรากฎการณ์ที่จำเพาะเจาะจงมาเกิดในวันออกพรรษาเท่านั้น

ไอทีวีอุตส่าห์บุกไปค้นหาความจริง แล้วก็ได้ข้อสรุปว่า ปรากฎการณ์บั้งไฟพญานาค เกิดจากอิทธิฤทธิ์ของคนทางฝั่งลาว ที่ยิงปืนขึ้นฟ้าเป็นชุด ๆ ตามริมฝั่งโขงด้านลาว ในหลาย ๆ จุด คนที่เฝ้าดูทางฝั่งไทย ก็เห็นแสงสว่างจากการเผาไหม้ของดินปืน ในลักษณะพลุส่องสว่าง

และข้อสรุปดังกล่าวนี้ ผู้คนก็ยังคลางแคลงใจอยู่ว่า มีข้อเท็จจริงที่เชื่อถือได้ขนาดไหน เพราะปรากฎการณ์นี้มีมานานหลายสิบปีแล้ว อาจถึง 100 ปีก็ได้

ดังนั้น ถ้าสมมุติฐานนี้ถูกต้อง ว่าบั้งไฟพญานาคเกิดจากการยิงปืนทางฝั่งลาว เพื่อให้หายสงสัย ปีนี้ก็น่าจะขอความร่วมมือจากรัฐบาลลาวว่า อย่าให้คนลาวยิงปืนที่ริมตลิ่งในวันออกพรรษา และทางไทยก็จัดคณะกรรมการไปร่วมเป็นสักขีพยานว่า ไม่ได้มีการยิงปืนริมตลิ่งจริง

ในเมื่อไม่มีการยิงปืน ก็ต้องเฝ้าดูต่อไปว่าจะมีบั้งไฟพญานาคเกิดขึ้นหรือไม่ในวันออกพรรษา ถ้าไม่มี ก็แสดงว่า สมมุติฐานนั้นถูกต้อง คือบั้งไฟพญานาค เกิดจากการยิงปืนที่ริมตลิ่งแม่น้ำโขงทางฝั่งลาว แต่ถ้าไม่ยิงปืนแล้ว ก็ยังมีบั้งไฟพญานาคอยู่ ก็แสดงว่าเกิดจากสาเหตุอื่น ที่จะต้องหาทางพิสูจน์ความจริงกันต่อไป

ตอนนี้ผมก็ได้แต่ฟ้งหูไว้หูครับ เพียงแต่อยากรู้ข้อเท็จจริงว่า บั้งไฟพญานาค เกิดจากฝีมือมนุษย์ หรือฝีมือธรรมชาติ ดังกล่าวมาแล้ว จะไปพิสูจน์ด้วยตัวเอง ก็คงไม่มีปัญญาและความสามารถจะทำได้

บุญเกิด (203.118.101.185)
9 ต.ค. 2546 15:12:27


ความคิดเห็นที่ 3
คุณคนรักดอกไม้

คุณเรียนฟิสิกส์-เคมีมาเท่าไร?

ถ้าอ่านที่ผมเขียนไม่รู้เรื่องว่าผมพูดอะไร ก็แย่มากนะประเทศไทย!

Violet, Indigo,Blue, Green,Yellow, Orage, Red. คืออะไร? ต่อหัวต่อท้ายด้วย Ultra-violet และ infra-red เข้าใจไหมครับ

Matters?

State of the matters?

Action-Reaction?

Gravity?

CO2: dry ice> liquid> gas เมื่อเป็น gas มัน stable เมื่อเป็นของแข็งและของเหลวมันไม่คงตัวอยู่ได้เอง

พอเห็นอะไร พร่าๆมัวๆบ้างไหม ถ้ายังผมช่วยไม่ได้ครับ


วิโรจน์ (210.86.194.191)
9 ต.ค. 2546 15:32:56


ความคิดเห็นที่ 4
I don't understand that too. Could you explain more?


Why did those people think it could happen?

Why do you think that's not possible?


Explain more pls

poor me (128.171.66.147)
9 ต.ค. 2546 16:08:38


ความคิดเห็นที่ 5
Where did the ignitable materials come from?

What ignited them under the running water?

What control the projectile angle of those stuffs?

What is the force that send the stuffs against the weight of the water, and then straight up high in the air?

The ignited stuffs that can be pushed up in the air that without spraying to all direction must be filled in a container, cannot be in a gaseous form. They claimed that they found methane gas, oxygen, and a phosphate compound in the area. And The ultraviolet light ignited them under the cold dark water, at night. Can you believe the story? The substances they claimed that they ignitable were in such a small quantity they could not make a demonstrable module.

That faked scientists thought they could foul us all, I think.

วิโรจน์ (210.86.194.191)
9 ต.ค. 2546 16:38:48


ความคิดเห็นที่ 6
ผมว่า รมต.พูดเอาใจคนหนองคายเพราะท่านเป็น สส. แถวนั้น ส่วนนักวิทยาศาสตร์ท่านนั้นคงเอาใจนาย ก็คงยังงั้น...

เรื่องลูกไฟพุ่งไปบนฟ้าไม่ต้องคิดให้ลึกซึ้งอะไรเลย ปรากฎการณ์ธรรมชาติไม่อาจเชื่อมโยงกับความเป็นไปของสังคม เช่น ฟ้าผ่า ย่อมไม่เกี่ยวกับวันไหน แต่เป็นไปตามธรรมชาติ เป็นกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่อธิบายได้ การออกมาโต้เถียงกันแบบ คนนึงยึดเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ อีกคน ว่าไปตามความเชื่อ มันไม่มีที่สิ้นสุดครับ แล้วเสียพลังงานเปล่า เพราะมันอยู่คนละทฤษฎี

เสียเวลาเปล่า และไม่รู้ว่า ความถูก ผิด มันได้ประโยชน์อะไรขึ้นมา เว้นแต่จะอ้างถึงเด็กนักเรียนวิทยาศาสตร์ ก็ตอบเขาไปได้เลยว่า " เป็นการกระทำให้เกิดขึ้น " ไม่ใช่ปรากฎการณ์ธรรมชาติ ส่วนใครเป็นคนทำให้เกิดขึ้น ก็ไม่รู้จะรู้ไปทำไม......

ส่วนการท่องเที่ยวดี สินค้าขายได้ ก็เป็นเรื่องทางสังคม ทางความเชื่อไป ไม่เสียหายครับ

3-3-day (169.210.100.52)
9 ต.ค. 2546 16:53:40


ความคิดเห็นที่ 7
ผมเห็นด้วยกับคุณวิโรจน์ ว่าด็อกเตอร์ทางเคมีและอาจารย์ท่านอื่นๆจากมหิดล แสดงความเห็นทางวิชาการอย่างน่าผิดหวัง อาจารย์ทุกท่านถูกความเห็นของรัฐมนตรีวิทยาศาสตร์ฯผู้มีความรู้ทางวิทยาศาสตร์น้อยจนน่าใจหายและของคุณหมอมนัสผู้เชี่ยวชาญเรื่องบั้งไฟครอบงำจนหมด

แม้คุณหมอมนัสจะศึกษาเรื่องบั้งไฟมานานนับสิบปี แต่เหตุผลของท่านอ่อนปวกเปียก คุณหมอมนัสเชื่อว่าบั้งไฟเป็นผลของการสันดาปมีเธนซึ่งเกิดจากการหมักหมมของซากพืชที่อยู่ใต้น้ำ แม้ท่านจะรู้ว่าก๊าซมีเธนติดไฟยาก ท่านยังอุตส่าห์หาทฤษฎีที่ไม่มีใครรับรองมาอธิบายว่าอุลตราไวโอเล็ตมีความยาวคลื่นพอดีในการทำให้ออกซิเจนบริเวณนั้นเข้มข้นขึ้นจนถึง 23 % ทำให้เกิดการสันดาปขึ้นเองได้

ส่วนอาจารย์จากมหิดลลงความเห็นว่าเกิดจากฟอสฟีน (ผมกำลังเคลิ้มๆดูเหมือนท่านพูดว่ามี P 2 ตัว แต่ผมค้นตำรามาน่าจะเป็นตัวที่แนบมาข้างท้ายนี้) ซึ่งลุกเป็นไฟได้เองเมื่อถูกอากาศ ความเห็นนี้คุณหมอมนัสค้านว่าฟอสฟีนเมื่อสันดาปจะกลายเป็นควันสีขาว ไม่ใช่เป็นลูกไฟอย่างบั้งไฟ

ผมไม่ทราบว่าบั้งไฟเกิดจากอะไร แต่ผมรู้ว่าไม่ใช่ทั้งมีเธนและฟอสฟีนแน่นอน ประเดี๋ยวผมจะมาสาธยายต่อ


Phosphine (PH3) (also known as phosphane, hydrogen phosphide or phosphorus hydride) is many things to many people. It is a grain fumigant, an industrial gas used in silicon chip manufacture, an air pollutant and a natural product of swamps and sewers. Its study dates back to the beginnings of the science of chemistry, and its presence in the primordial atmosphere may have influenced the origins of life.

In 1996, concentrations up to 20 ppb were detected during a study of landfill garbage dumps, sewage works, compost processing and river sediments; the conclusions were that phosphine is a universal trace component in gas emitted from the anaerobic biosphere. In the past 5 years, there have been several more reports of traces (parts per trillion) of phosphine found in the air downwind of large brackish salt marshes, flooded rice paddies, and in the air in large, polluted cities such as Liepzig, Germany, and Beijing, China. It has also been detected as a byproduct of the corrosion of iron.

ประสาท (203.148.193.36)
9 ต.ค. 2546 16:58:18


ความคิดเห็นที่ 8
ก๊าซมีเธนจะสันดาปได้ต่อเมื่อมีความเข้มข้นในอากาศอยู่ระหว่าง 5 – 15 % และจะลุกเป็นไฟด้วยตัวเอง (Auto-ignition) เมื่อมีอุณหภูมิสูงถึง 537 องศาเซลเซียส ผมทดลองผสมก๊าซมีเธนกับอากาศด้วยความเข้มข้น 3 % (ผมไม่คิดว่ามีเธนที่ผุดขึ้นมาจากใต้น้ำจะมีความเข้มข้นในอากาศที่เหนือน้ำเกินกว่า 3 % ไปได้) แล้วฉีดออกซิเจนเข้าไปจนมีความเข้มข้น 30 % ผมจุดประกายไฟ (ด้วยที่จุดเตาก๊าซ) ในส่วนผสมนั้นเป็นสิบครั้งก็ไม่เกิดลูกไฟเลย

ส่วนฟอสฟีนผมไม่สามารถสังเคราะห์ขึ้นมาเอง จึงไม่สามารถทำการทดลองได้ แต่ผมยืนยันว่าฟอสฟีนไม่ใช่ต้นเหตุของบั้งไฟ เพราะ ถึงแม้จะเกิดสันดาปได้ดังที่กล่าวอ้าง (รวมทั้งมีเธนด้วย) ลูกไฟที่เกิดขึ้นจะไม่มีทางเป็นดวงกลม หรือเป็นรูปไข่อย่างบั้งไฟพญานาค เพราะแรงโน้มถ่วงของโลกจะทำให้เปลวไฟทุกชนิดเป็นรูปรียอดแหลมอย่างรูปหัวใจ เปลวไฟที่เป็นดวงกลมลอยเป็นลูกๆนั้นผมเคยเห็นแต่ในเว็บของนาสาที่เขาทดลองในยานอวกาศเท่านั้น

ประสาท (203.148.193.36)
9 ต.ค. 2546 17:20:57


ความคิดเห็นที่ 9
จากที่อ่านมาในนี้และก็ในหนังสือพิมพ์ที่นำเสนอเล็กน้อย

เป็นไปได้ว่าขั้นตอนการเก็บข้อมูลยังไม่น่าเชื่อถือมาก ดังนั้นจึงทำให้ทฤษฏีที่นำมาใช้อฺธิบายไม่น่าเชื่อถือ

ไม่ทราบมีใครทราบไหมครับว่ามีการตีพิมพ์เป็น paper บ้างหรือไม่ครับ โดยเฉพาะของคุณหมอมนัสเอง ส่วน paper ของอาจารย์มหิดลทั้งสองท่านเกี่ยวกับเรื่องนี้คงไม่มีแน่ ผมคิดว่าท่านทั้งสองพึ่งจะเข้ามายุ่งกับเรื่องนี้ไม่กีเดือน เป็นไปได้ว่าอาจถูกความเห็นของท่านมนัสคลอบคลุมตามที่คุณประสาทว่า

แล้วผมจะพยายามหา paper หรือ article ของต่างประเทศที่เกี่ยวกับอะไรที่คล้ายๆกับบั้งไฟพญานาค ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ต่างประเทศก็ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้เช่นกันว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร interesting?

คนรักดอกไม้ (133.11.55.139)
9 ต.ค. 2546 18:13:30


ความคิดเห็นที่ 10
ที่แน่ๆ คือ ทำไม ไม่มีใครคิดที่จะเชิญ "กินเน็สบุ๊ค" มาบันทึกไว้ เป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลก และลองติดตั้งกล้องที่ใช้สังเกตุการณ์อย่างที่ใช้ถ่ายรอการเจริญเติบโตของสัตว์ที่เพิ่งออกจากไข่ ให้หาข้อสรุปให้ได้กันไปเลย ทำไม????...

ลอยชาย (203.113.37.9)
9 ต.ค. 2546 19:42:12


ความคิดเห็นที่ 11
ขอบคุณประสาท

ที่ให้ความรู้เพิ่มเติม


ไม่แน่ใจจริงอย่าท้าให้เขาพิสูจน์ดีกว่า

เดี๋ยวชาวบ้านหนองคายจะเดือดร้อน-ขาดรายได้

ผมไม่เคยเห็นผู้นำที่ไหนออกมายืนยันว่า Santa Clause อยู่ที่ North Pole จริง แล้วแล้วท้าทายเย้งๆให้คนไปพิสูจน์

หลอกเอาสตางค์เขาผมไม่ว่า แต่ควรเงียบไว้ ไม่บังคับอจ.ต้องออกมาพูด แล้วเสียหาย ไม่มีหลักวิชา เสียชื่อสถาบันอีกด้วย


วิโรจน์ (210.86.194.243)
9 ต.ค. 2546 20:33:09


ความคิดเห็นที่ 12
I’d like to read the entire paper, if someone have it. I read only from the newspaper. I think the weak point of this research is that they didn’t have the control sites. They collected data from only the sites that had the บั้งไฟพญานาค phenomena.


As Khun วิโรจน์ mentioned, the fireballs must have a very strong force to push them up into the air. The natural force that can bring the fireball from under water is the buoyant force or floatation force, as well as in the air. To gain the fast moving in the air, the fireball must be very very light weight relative to the air.

Sam (141.219.149.237)
9 ต.ค. 2546 21:21:11


ความคิดเห็นที่ 13
ข้อมูลเพิ่มเติมครับ ปีนี้จะมีกลุ่มที่ตามเก็บข้อมูลเรื่องนี้ออกข่าวทางช่อง 9 เมื่อกี้เองครับ


บอกว่าเป็นบรรดานักวิทยาศาสตร์จากมหิดลครับ เห็นบอกว่าจะสรุปเรื่องทั้งหมดปลายปีหน้าครับ


เท่าที่เห็นในข่าว เขาไปเก็บตัวอย่างแก๊สตามบึงน้ำนิ่งครับ ออกข่าวว่า 2-3 วันที่ผ่านมา ปริมาณแก๊ส เพิ่มมากขึ้นกว่าปรกติ


เรื่องนี้ฟังจากข่าวนะครับ


2 ปีก่อน หลานๆเขาไปเที่ยวมา บอกว่าเห็นลูกไฟ เกิดขึ้นใกล้ๆฝั่งไทยครับ คงไม่ใช้ใกลขนาดข้ามฝั่งโขงครับ


ลักษณะดวงไฟแบบนี้ขอใช้วิชาเดา เอาว่าตามทุ่งนาที่มีหนองบึงก็คงเกิดขึ้นได้ ชาวบ้านเลยเรียกเป็นผี อะไรแบบนั้นครับ


แต่ในฐานะเรียนมัธยมสายวิทย์ เชื่อว่าเป็นปรากฎการณ์ธรรมชาติที่เป็นวิทยาศาสตร์ ตามข่าวก็มายืนยันแล้ว ลองๆวิเคราะห์นะครับ เห็นในผู้จัดการ เมื่อวานนี้

เด็กใหม่2492 (203.147.27.85)
9 ต.ค. 2546 22:31:39


ความคิดเห็นที่ 14
Another question is that how people really know the fireballs come from the the rivers or swamps? It's very dark at night. They might come from another side of those areas.


To make sure that the fireballs are really originated from those reas, the researchers should measure the distance during the observation.

Sam (141.219.149.237)
9 ต.ค. 2546 22:52:25


ความคิดเห็นที่ 15
Phosphine has intense ultraviolet absorption in the 185 -

250 nm (1850 - 2500 ?) region. It dissociates to phosphorus and

hydrogen in contact with hot surfaces in the absence of oxygen.


Spontaneous ignition temperature 38 degree C in air, depending on presence of other gases and ultraviolet irradiation.


http://www.inchem.org/documents/ehc/ehc/ehc73.htm


JH (137.187.228.185)
10 ต.ค. 2546 04:44:04


ความคิดเห็นที่ 16
คุณ sam


ผมเรียนวิทยาศาสตร์มาน้อย ไม่เข้าใจรายละเอียดของ buoyant or floatational force ครับ

แต่ผมขอบอกความเข้าใจของผมดังนี้ ผมผิดตรงไหนช่วยแก้ให้เป็นความรู้นะครับ

ของที่มี hard shell เช่นเหล็กที่มีลมอยู่ข้างใน หรือเรือ ก็ขึ้นอยู่กับ specific gravity (ปริมาณของของน้ำที่เรือไปแทนที่ คูณด้วย sp. gr.>weight ของเรือ เรือก็จะลอย ถ้าน้อยกว่าก็จม)

แต่ถ้า gasจากใต้น้ำคงมี facorsหลายอย่างมากขึ้นเช่น surface tension ฟองใหญ่ๆคงถูกเปลี่ยนขนาด(แตก)เป็นฟองเล็กๆจนกระทั้ง pressureภายในฟองนั้นมากกว่ามากกว่าความดันภายนอก ถ้าความดันภายนอกสูงมากๆมันก็ต้องเปลี่ยนสถานะเป็น liquid เมื่อฟองลอยขึ้นก็ขยายขนาดขึ้นเรื่อยๆ เมื่อพ้นผิวน้ำความดันภายในฟองจะสูงกว่า ความดันภายนอกฟองแบบทันทีทันใด มักจะทำให้ฟองแตก ขณะที่ฟอกขยายขนาดอย่างรวดเร็วอุณหภูมิจะลดลง แล้ว ignition เป็นไฟเกิดขึ้นตอนไหน เหนือน้ำ หรือ ใต้น้ำ และแรงอะไรจะส่งฟอกแก๊สไปได้สูงอย่างที่ผมเห็น (ในทีวี)

ถ้าเป็นธรรมชาติขนาดของมันต้องเป็น random ไม่มีขนาดเท่าๆกันทุกอัน

คนทำแน่นอนครับ

ที่ว่าต่างประเทศก็มี ก็เป็นการพูดขึ้นมาลอยๆ ไม่หลักฐาน

วิโรจน์ (203.118.87.52)
10 ต.ค. 2546 11:50:24


ความคิดเห็นที่ 17
#16 ครับ


ผมเรียนน้อย แต่คิดแบบชาวบ้านนะครับ คุณบอกว่า


" คนทำแน่นอนครับ "


ที่ไหนเมื่อไหร่ดีครับ จะได้เมล์บอกนักข่าวไปทำกัน ถ้าทำได้คุณจะดังมากเลยนะครับ


คุณลองคิดดูว่าคนทำกลุ่มนี้คงต้องมีมากมาย เพราะทำตลอดลำน้ำ และทำโดยไม่มีคนเห็นเลย ขนาดคนดูมากขนาดนั้น ต้องมีทีมที่ดีมากๆเลย เพราะขนาดฝนตกมันยังวิ่งขึ้นไปได้ โดยเป็นเส้นตรง ด้วยอัตราเร่ง


งั้นช่วยไขข้อข้องใจด้วย ว่าทำไม

1.ต้องเกิดขึ้นวันนี้ด้วย ???

2.คุณเคยเห็นของจริงหรือไม่ ???

3.คุณทำได้อย่างที่คุณพูดหรือไม่ ???


ถ้าได้ บอกนะครับ มีคนพร้อมจะดูในสิ่งที่คุณทำ และมีคนพร้อมที่จะนำเสนอ ข้อมูลนี้ต่อประชาชนแน่นอน


ว่าแต่คุณชัวร์ แน่นะครับ ช่วยยืนยันด้วยว่า ....ลูกไฟที่มันลอยขึ้นมาจากลำน้ำโขง มันเป็นสิ่งที่คนทำขึ้นมา และคุณเองสามารถอธิบาย และทำเลียนแบบให้เหมือนกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้ พร้อมทั้งสามารถพิสูจน์ให้คนทั่วไป เชื่อในสิ่งที่คุณพูดได้.... คุณดังแน่


ที่สำคัญคือ คุณเคยเห็นกับตาตัวเอง หรือไม่ครับ


ผมไม่มีความรู้นะ เป็นชาวบ้านธรรมดา ที่มีข้อสงสัยเรื่องนี้เหมือนกัน ไม่ได้เรียนสายวิทย์ด้วย

+++ (203.113.36.10)
10 ต.ค. 2546 12:55:13


ความคิดเห็นที่ 18

ผมไม่สนว่าต่างประเทศมันจะเป็นยังไงนะ แต่อันนี้มันเกิดขึ้นที่บ้านเรา .....


เอาเป็นว่าถ้าคุณกล้า ก็มีคนกล้าให้คุณพิสูจน์แน่นอน


ถ้ามีหลักฐานก็แฉเลยครับ ผมเชื่อว่าสื่อเล่นข่าวนี้แน่เลยละ เอาแบบที่นักข่าวทำข่าวเจ้าเข้าทรงที่ภูเก็ตเมื่อก่อนนะครับ อย่างนั้นแหละ เจ๋งจริง ทำให้ดู ทั้งที่ไม่ใช่เทศกาล


+++ (203.113.36.10)
10 ต.ค. 2546 13:02:02


ความคิดเห็นที่ 19
ไม่แน่นะค่ะสิ่งที่เราคิดว่าไม่มีตัวตน อาจจะมีจริงก็ได้เพียงแต่เรามองไม่เห็น บั้งไฟพญานาค

อาจจะทำขึ้นมาก็ได้แต่ พญานาคไม่แน่นะอาจมีตัวจริงก็ได้ไม่สามารถพิสูจน์ได้ แต่ในอดีตอาจจะมีก็ได้ แต่เป็นสิ่งลี้ลับเราอย่าลบหลู่กันเลยนะค่ะเก็บไว้เป็นวามทรงจำ

[email protected] (203.147.3.226)
10 ต.ค. 2546 13:06:06


ความคิดเห็นที่ 20
ผมว่าเรื่องทั้งหมดที่พวกท่านทั้งหลายแหล่พูดกันมา ยังไม่มีผู้ใดเห็นของจริงๆกันเลย แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าเ็นฝีมือคนทำอยากถามว่า ทำเพื่ออะไร เอาเงินไปลงทุนทำเพื่ออะไร ทำแล้วได้อะไร ทำไมต้องทำด้วย

ผมว่าถ้าจะเป็นจริงๆน่าจะเป็นการเกิดขึ้นทางธรรมชาติที่นักวิทยาศาสตร์ทั้งหลายทั้งปวงยังค้นไม่พบ ซึ่งผมเข้าใจว่าในจักรวาลนี้ยังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่ยังไม่มีใครรู้ได้ทั้งหมด


จาก นักวิทยาศาสตร์ ใหม่ (203.155.183.37)
10 ต.ค. 2546 13:18:15

ความคิดเห็นที่ 21
ผมว่ารอผลการพิสูจน์ภาคสนามของทีมค้นคว้าวิจัยของ ม.มหิดล ก่อนดีกว่าซึ่งเขาลงพื้นที่จริงก่อน ระหว่าง และหลังเกิดปรากฎการณ์ จะได้รู้กันว่าเกิดจากธรรมชาติ หรือคนกระทำ

อย่าพึ่งเอาหลักวิทยาศาสตร์ปัจจุบันไปตัดสินโดยที่ยังไม่ได้ผ่านกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่เรียน เพราะมันเท่ากับว่าคิดกันเอาจากภาพถ่ายบ้างล่ะ จากคำบอกเล่าบ้างล่ะ จากการเห็นอย่างเดียวแล้วก็มานั่งเปิดตำราเทียบเคียงบ้างล่ะโดยไม่ได้ลงมือพิสูจน์จริงๆ สิ่งเหล่านี้ไม่ก่อให้เกิดการค้นพบองค์ความรู้ใหม่ๆได้ ถ้าเรายังยึดอยู่กับองค์ความรู้เดิมที่เราเชื่อว่าถูก และถ้าไม่ทำอย่างความรู้ที่เรามีอยู่จะถือว่าผิดแล้ว ผมสงสัยจังเลยโลกเราก้าวหน้าผ่านความคิดทางวิทยาศาสตร์หลายทฤษฎีที่ถูกในสมัยแต่ผิดในสมัยหลังๆนี้ได้อย่างไร

Straight Tail (203.107.146.24)
10 ต.ค. 2546 14:05:38


ความคิดเห็นที่ 22
บั้งไฟพยานาคคิดว่าเป็นปรากฎการณ์ทางธรรมชาตินะครับ ที่คุณวิโรจน์ บอกว่าคนทำขึ้น นั้น คูณเคยดูของที่เกิดขึ้นหรือยัง เพราะว่ามันได้ขึ้นที่เดี่ววแต่ขึ้นกระจ่ายทั่วๆไปและขึ้นที่ฝั่งไทยหน้าวัดด้วยกครับ ซึ่ีงผมเองที่แรกก็ไม่เชื่อจึงได้หาโอกาสไปดูด้วยตัวเองซึ่งก็เห็นจริงๆเป็นลูกไฟสีแดงอมชมภูไม่ใช่ลาวยิงปืนเหนือที่ ไอทีวี ให้ข่าย ผมขอถือโอกาสเชิญคุณวิโรจน์ไปดูด้วยตัวเองแล้่วจะสรุปได้ว่าเป็นเพราะอะไร ถ้าท่านเชื่อว่าวิญญาณมีจริงและไสยศาสตร์มีจริงก็จะได้รู้ว่าบั่งไฟพยานาค เกิดจากอระไร

คนหนองคาย (202.6.107.15)
10 ต.ค. 2546 14:21:47


ความคิดเห็นที่ 23
ผมคิดว่าถ้าจะพิสูจน์กันจริงๆไม่เห็นจะยาก อาจต้องใช้งบประมาณบ้าง แต่เพื่อให้มันกระจ่าง เป็นประโยชน์ต่อคนทั่วไป โดยเฉพาะเยาวชนที่เรียนวิทยาศาสตร์จะได้ไม่สับสนอีกต่อไป

ข้อคิดเห็นของผมก็คือ กลางคืนวันขึ้น15ค่ำเดือน11 ระหว่างเวลาที่อ้างกันว่าเห็นบั้งไฟฯ ใช้ประดาน้ำ(จำนวนมากพอที่จะดูได้ทุกจุดในลำน้ำโขง)ดำลงไปดูใต้น้ำเลยครับ กล้องเลเซอร์ก็มีแล้วเดี๋ยวนี้ หรือไม่ก็ตั้งกล้องเลเซอร์ไว้ใต้น้ำรอไว้เลย ผมว่าน่าจะพิสูจน์ได้ถ้าจะทำ ทั้งนี้นอกเหนือจากการพิสูจน์จากทางฝั่งลาวตามที่ความเห็นที่ 2 เสนอไว้ครับ

เรื่องนี้(บั้งไฟฯ) ถ้าไม่มีนักวิทยาศาสตร์ออกมาพิสูจน์วุ่นวายก็ไม่น่าจะเป็นเรื่องอะไร ก็ปล่อยชาวบ้านเขาเชื่อ เล่าขานกันไป ถึงเวลาคนก็ไปเที่ยวประจำปี จริงไม่จริงช่างมัน แต่มีความสุขความสนุกที่ได้ไปดูมันก็โอเค.แล้วสำหรับการไปรีแลกซ์ ชาวบ้านร้านค้าเขาก็ขายของมีรายได้กันไป ก็เหมื่อนเทศกาลผีตาโขนที่เลยนั่นแหละครับ ไม่เห็นต้องไปพิสูจน์อะไร ดูแล้วก็สนุกดี อีกอย่างหนึ่ง บั้งไฟฯนี่คนทั่วไป(รวมทั้งผมด้วย)ก็ไม่ค่อยคิดอยากโต้แย้งอะไร แต่ที่ทนไม่ได้ต้องออกมาร่วมแจมก็เพราะดันมา(พยายามพิสูจน์ว่า)เกิดคืนวันเข้าพรรษาทุกปีนี่สิ ฟังแล้วมันคันจนทน(รับฟัง)ไม่ได้ว่ามันเป็นปรากฎการณ็ธรรมชาติ ผมว่าถ้าคุณหมอฯหรือนักวิทยาศาสตร์ฯจะพิสูจน์และสรุปว่ามันเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติให้ได้ ผมว่า สรุปว่าเป็นพญานาคบรรดาลให้เกิด(จริงๆ)ไปเสียเลยจะดีกว่า เพราะยังฟังได้ว่า เออ พญานาคนี่ถ้าจะมีจริง และเพราะท่านมีจริง จึงเป็นท่านที่สามารถและตั้งใจทำให้มันเกิดตอนคืนเข้าพรรษาทุกๆปีได้จริง สรุปอย่างนี้ไม่รู้อ้างศาสตร์อะไรเหมือนกันนะเนี่ย จะบอกให้


ทิดเก่า (202.28.26.66)
10 ต.ค. 2546 14:58:30


ความคิดเห็นที่ 24
น่าสงสาร รมต.วิทยาศาตร์จัง น่าจะเป็น รมต.กระทรวงไสยศาสตร์มากกว่า

ต่างคนต่างก็ไม่รู้ แล้วมันเรื่องอะไรที่ รมต.จะต้องมายืนยันว่าเป็นอย่างโน้นอย่างนี้ นักวิทยาศาตร์มหิดลก็เหมือนกัน ไม่มีงานอืนทำหรืออย่างไร นั่งคิดเรื่องบ้าๆบอๆไม่เห็นเกิดประโยชน์แก่ประชาชนแต่อย่างไร

ใครอยากเชื่อก็เชื่อ ไม่เชื่อก็อย่าเชื่อไม่เห็นต้องเสียเวลาในเรื่องอย่างนี้ทุเรศมาก

สรุปอ้ายพวกลาวนั่นแหละยิงพลุไฟตามที่ ไอทีวี พิสูจน์ ไม่ต้องคิดมาก ปรากฏการธรรมชาติไม่มีหรอกที่เกิดเป็นเวลาแน่นอนโดยเฉพาะต้องเป็นวันออกพรรษา ถ้าไม่กินแกลบแค่นี้ก็น่าจะรู้ได้ด้วยตนเอง.

คนร้อยเเอ็ด (203.113.33.9)
10 ต.ค. 2546 15:07:42


ความคิดเห็นที่ 25
เรื่อง "ลูกไฟเรืองเเสง" ขนาดเท่ากำปั้น ที่ปรากฎตามทุ่งนาหลังจากเก็บเกี่ยวข้าวเสร็จแล้วนั้น เป็นเรื่องจริงครับ แต่เกิดเฉพาะตอนกลางคืนเท่านั้น (ตอนกลางวันอาจจะเกิด แต่เรามองไม่เห็น)

สมัยผมยังเด็ก ก็เคยเห็นลูกไฟเรืองแสงที่ว่านี้ ด้วยตาตนเอง เพราะหมู่บ้านผมที่ภาคอีสานล้อมรอบไปด้วยทุ่งนา

ผมจำได้ว่า ผมเห็นลูกไฟดังกล่าวลอยอยู่เรี่ยพื้นดิน แต่เหนือยอดซังข้าว คือประมาณโคนขา เท่าที่เห็น ไม่ได้มีหลายลูกในคราวเดียวกัน จะมีเพียงลูกเดียว ลูกที่ผมเห็นนี้ เป็นลูกไฟเรืองแสงโดด ๆ เพียงลูกเดียว อยู่ห่างผมไม่เกิน 50 เมตร มันลอยไปมาได้ พวกผมจึงเดินเข้าไปดูใกล้ ๆ แต่มันก็ลอยหนีห่างออกไป และหายลับตาไปในที่สุด

ลูกไฟที่ว่านี้ สมัยนั้นคนทางภาคอีสานเรียกว่า "ผีเป้า" หรือ "ผีโพงเป้า" ครับ ภาคกลางน่าจะเรียกว่า "ผีกระสือ" เพราะคนสมัยนั้นคิดว่าเป็นวิญญาณของคนที่ออกจากร่างไปเที่ยวหากินของสดของคาว

ต่อมาก็ได้รับคำอธิบายปรากฎการณ์ดังกล่าวว่า น่าจะเป็นแก๊ซฟอสฟอรัส ที่จะสันดาปและเรืองแสงในตอนกลางคืน

ผมว่าบางที "แสงหิ่งห้อย" ก็เป็นเรื่องน่ามหัศจรรย์ นะครับ สัตว์อะไร!! ตัวเล็กนิดเดียว ก็ยังมีแสงเปล่งออกจากลำตัวได้ในเวลากลางคืน หิ่งห้อยเป็นแมลงตัวเล็ก ๆ ที่ชอบออกหากินในเวลากลางคืน และชอบเกาะอยู่ตามต้นลำพู เด็กรุ่นใหม่อาจจะไม่เคยเห็น "หิ่งห้อย" ก็ได้


บุญเกิด (203.118.101.40)
10 ต.ค. 2546 15:16:12


ความคิดเห็นที่ 26
มีคนทุกยุคทุกสมัยว่ามี" คนเหาะ"ได้

แล้วจริงๆมีใครเหาะได้หรือเปล่า?

ท่านรมว. พินิจ จารุสมบัติ มีหน้าเป็น Chief Scientist of Thailand นะครับ

งมงาย

น่าห่วงมากๆ อนาคตของประเทศไทย

หาความรู้กันมากหน่อยนะครับ

อ่านหนังสือดีๆๆมากหน่อยนะครับ


วิโรจน์ (202.133.132.26)
10 ต.ค. 2546 16:01:36


ความคิดเห็นที่ 27
คุณจามรครับ

คุณเป็นนักวิทยาศาสตร์ตรงมากกว่าผม

ช่วยมาสั่งสอนชาวบ้านพวกนี้หน่อยซิครับ

ผมพูดอะไรผิดทางวิทยาศาสตร์ว่าเลย

ผมอาจจะผิดพลาดบางจุดได้

ขอบคุณครับ

การออกความโดยอาศัย" ความรู้สึก" นั้นถูกต้องตานหลักพุทธศาสนาไหมครับ???


วิโรจน์ (202.133.132.26)
10 ต.ค. 2546 16:11:44


ความคิดเห็นที่ 28
กราบขออภัยครับท่านผู้มีความรู้ที่ดีแต่พูดแต่ไม่ฟัง คุณคิดว่าคุณมองเห็น(เก่งคนเดีนว)หรืออ่างไรทำไมไม่ไปพิสูตรเองก่อนที่จะมาวิจารณ์คนอื่น ถ้าคุณคิดว่าทฤษฎีที่คุณคิดว่าถูกต้องทำไมคุณไม่พิสูตรให้เห็นและยืนยันออกมา คุณกล่าวหาว่าคนอื่นงมงาย ต้องถามว่าคุณเคยไปดูกับตา พิสูตรเองบ้างหรือยัง ผมไม่ใช่นักวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่ ดร. แต่ผมเป็นคนหนึ่งที่รับฟังความคิดเห็นทุกมุมมอง ขอร้องครับอย่าถ่วงคนอื่น ถ้าเขาจะช่วยเปิดมุมมองที่คุณไม่ยอมเปิดเองก่อน รอดูให้เห็นจริงก่อนอย่าทำตัวเป็นคนพาล ดีแต่พูด ทางลบ ข่มแต่คนอื่น และที่บอกว่าลาวยิงปืนนั้นคุณอย่าแสดงความโง่ขนาดนั้นเลย ผู้คนเป็นล้าน สายตาล้านคู่ ทั้งคนไทยและคนลาวก็มานั่งรอดูเป็นพันคน อย่าเชื่อใครทั้งนั้นครับจงเชื่อตนเองหรือรอให้ผู้มีความรู้จริงมาพิสูตรให้ดูก็ได้ครับ

AMPORN KONGSOMB (203.113.61.100)
10 ต.ค. 2546 16:14:51


ความคิดเห็นที่ 29
ไม่ต้องสงสัยเลย เชิญชม ภาพถ่าย พยานาค ที่ชัดเจนที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกกันมา โดยถ่ายภาพได้ในประเทศไทย...และพิสูจน์แล้วว่าเป็นภาพจริง ไม่ได้รับการตกแต่งแต่ประการใด...และพยานาคในภาพดังกล่าวก็เป็น ผู้ที่ทำให้เกิดลูกไฟ มานานหลายปีแล้ว????การบันทึกภาพได้ในครั้งนี้ ทำให้เรื่องพยานาค น่าเชื่อถือขึ้นมาอีกมาก.....ดูภาพได้ที่ http://www.bangkokbiznews.com/service/service_wat.php ชมกันให้...จะจะ....ปายเลย...

***เซื่อในสิ่งที่เฮ็ด เฮ็ดในสิ่งที่เซื่อ****


Pink axe (203.146.113.163)
10 ต.ค. 2546 16:50:32


ความคิดเห็นที่ 30
ประทานโทษ พิมพ์ผิด "พยานาค " แก้เป็น "พญานาค"....อ่ะครับ...ขอบคุณครับ ปายล่ะ ชะแว้ปปป --ฟ้าววววส์...

Pink axe (203.146.113.163)
10 ต.ค. 2546 16:52:31


ความคิดเห็นที่ 31
เรื่องบั้งไฟพญานาคนี้ เป็นเรื่องเหลวไหลอย่างไม่ต้องสงสัยตั้งแต่เมื่อปีที่แล้ว และต้องขอขอบคุณคณะของไอทีวี ที่ได้ติดตามเรื่องนี้เมื่อปีที่แล้ว ทั้งจากหลักฐานที่มีการยิงพลุโดยทหารทางฝ่ายลาว ซึ่งก็ไม่ทราบว่าเป็นรื่องการฉลองวันออกพรรษาของเขาเองหรือผสมกับการได้รับสินจ้างรางวัลจากผ้ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการหลอกลวงเพื่อส่งเสริมการค้าการท่องเที่ยว ส่วนหลักซานในทางวิทยาศาสตร์ก็ได้มีอาจารย์ติดตามเรื่องนี้จนแน่ใจได้ว่า การเกิดบั้งไฟตามปรากฎการณ์ธรรมชาตินั้นไม่มีทางที่จะเป็นไปได้ ณสถาพพื้นที่ดังกล่าว ทั้งนี้ทางผ้ที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวของจังหวัดหนองคายก็ได้ออกมายอมรับกลาย ๆ ว่า ขอร้องอย่าทำลายการท่องเที่ยวเลย ซึ่งถ้าหากทำกันเงียบ ๆ ตามภาษาชาวบ้านก็คงพอยอมได้กระมัง เพื่อแลกกับเงินที่จะช่วยทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นบ้าง แต่ในฐานะที่เป็นครูอาจารย์ที่ต้องให้ความร้กับเด็กก็ร้สึกอึดอัดเป็นอย่างมาก

แต่มาปีนี้ยังมาเกิดเรื่องที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นในรัฐบาลนายกทักษิณอีกในแง่ที่ทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของไทยนะ ไม่ใช่ประเทศด้อยพัฒนา ยังไปเอา นักวิทยาศาสตร์จอมปลอมจากมหาวิทยาลียมีชื่อมาสนับสนุนในเรื่องที่เป็นการหลอกลวงอีก เป็นการสมควรละหรือ ผมคิดว่านักวิชาการทั้งหลายยังจะปล่อยให้เป็นเช่นนี้อีกต่อไปหรือ นายกทักษิณ ชินวัตรยังยอมให้มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ที่มีความคิดเป็นคนไร้การศึกษา ไร้เหตุผลอย่างนี้หรือ ทั้งนี้เพียงเพื่อให้ได้มีรัฐมนตีที่พาพวกนักการเมืองมาเป็นลูกหาบเพื่อให้ได้เสวยอำนาจ ปกครองบ้านเมืองไทยจนพากันทำให้คนไทยเป็นคนไร้เหตุผล เพื่อจะได้ถูกนักการเมืองประเภทนี้หลอกลวงกันต่อไป ท่านนายกทักษิณต้องการเช่นนั้นหรือ ผมเห็นว่าถ้านายกไม่เปลี่ยนแปลงตัวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ ก็แสดงว่านายกเห็นด้วยกับการมอมเมาประชาชนเช่นนี้ ผมคงให้ความเห็นเพียงเท่านี้

อาจารย์เกษียณ (210.203.184.12)
10 ต.ค. 2546 18:05:35


ความคิดเห็นที่ 32
ขอบคุณครับท่าน อาจารย์เกษียณ

ที่ช่วยออกความเห็นตรงๆ ถูกหลักวิชา

ผมรู้ว่าความเห็นของผม"สวนกระแส"

ถ้าคนที่เป็นอจ., เป็นนักวิชาการ,เป็นนักวิทยาศาสตร์ไม่กล้าทวนกระแสเพื่อความถูกต้องของข้อมูล แล้วสังคมของเราจะเจริญได้อย่างไร??

ปัญญาชนควรจะรู้ว่ามนุษย์บนโลกใบนี้ไม่มีใคร "รู้หมด,ถูกหมด" หรอกนะครับ


วิโรจน์ (202.133.131.233)
10 ต.ค. 2546 19:25:17


ความคิดเห็นที่ 33
เชื่อหรือไม่ จนถึงปัจจุบันนี้ยังมีชาวอเมริกันและคนทั่วโลกอีกเป็นจำนวนมากที่เชื่อว่า นิล อาร์มสตรอง ไม่เคยไปเหยียบดวงจันทร์จริง และการไปเยือนดวงจันทร์ขององค์การนาซาสหรัฐคือ Hoax หรือเรื่องโกหกที่แต่งขึ้นและถ่ายทำขึ้นเอง

เช่นกันครับ

เสียเวลาครับ ที่จะถกเถียงเรื่องนี้ จากข้อมูลเพียงหยิบมือและไม่มีข้อมูลที่แน่นอน และการ investigation ก็เป็นเพียง preliminary results เท่านั้น สมมติฐานที่ตั้งไว้ อาจผิดได้ถ้าได้รับการพิสูจน์ที่น่าเชื่อถือ และก็อาจถูกได้เช่นกัน ทฤษฏีที่เชื่อกันวันนี้ยังเปลี่ยนแปลงไปได้ในวันข้างหน้า

เพราะฉะนั้นผมคิดว่าการสรุปลงไปเลยที่เดียวว่าผิดหรือถูก คงไม่ใช่เป็นสิ่งที่ควรกระทำ และการนำเสนอของนักวิทยาศาสตร์และรมตก็เป็นสมมติฐานของเขาเพียงเท่านั้น ซึ่งเขาคิดว่ามันเป็นไปอย่างนั้น ซึ่งอาจถูกก็ได้ หรืออาจผิดก็ได้ เป็นไปตามกลไกทางวิทยาศาสตร์ที่มีคนยอมรับและคนขัดแย้ง

แต่การเถียงกันอย่างเอาเป็นเอาตายและใช้อารมณ์และสรุปว่าคนอื่น โง่ ความคิดข้าต้องถูก เป็นการกระทำที่ไม่สมควรทำครับ

ขอบคุณครับ

คนรักดอกไม้ (133.11.55.139)
10 ต.ค. 2546 20:16:53


ความคิดเห็นที่ 34
ถ้าเปลี่ยนสมมุติฐานจากสิ่งลุกไหม้เป็นเรื่องของการวาบแสงก็น่าสนใจครับ เพราะมีสารบางตัวมีความสามารถในการเปล่งแสงออกมาจากตัวเองได้ หากอะตอมหรือโมเลกุลอยู่ในรูปพร้อมจะเรืองแสง

unknown (unknown)
10 ต.ค. 2546 20:28:59


ความคิดเห็นที่ 35
These might be explained the natural phenomena theory. I’m not sure if it’s right.


1) Where are those gases from?

Two possible options here: they are from the fermentation processes (bio gasses). Another options is possibly from the rock (e.g. carbonate rock, limestone, etc) underground. If these rock expose to the water (because the cover soil is removed by the running water), the chemical reaction releases gasses. The gases come up to the water surface, like we open the soda water bottle.


2) Why do these phenomena exactly happen at this time?

For the first option, It depends on the fermentation period and the pressure from the level of water. The second option may be due to the rate of soil removal.


3) Why do they have the same size?

Many are gases releases (think about the soda water). A very specific of gases might form the bubbles on the surface of the water. The bubbles are very delicate. Too much gases might break the tension of the bubbles very early at the surface.


Sam (141.219.149.237)
10 ต.ค. 2546 20:38:15


ความคิดเห็นที่ 36
ทีบอกว่าบังไฟพญานาคเกิดจากธรรมชาติ ผมเห็นด้วยเลย แต่ตอบแบบกำปั้นทุบดินแบบนี้ไม่รู้จะตอบไปทำไม

พญานาค ก็ ธรรมชาติ

มนุษย์ ก็ธรรมชาติ

ก๊าซก็ธรรมชาติ

สำคัญตรงที่ต้องอธิบายได้ว่าอะไรมันทำให้เกิด และทำไมโดยส่วนมากต้องมาเกิดวันออกพรรษา

ถ้ากลัวจะไม่มีเงินเข้าจังหวัด ก็ขอให้รวยกันแบบ งง งง กันอย่างนี้ต่อไป

หรือถ้าวิทยาศาสตร์ ปัจจุบันยังไม่สามารถพิสูจน์ได้จริงว่ามันเกิดจากอะไรกันแน่ ก็อย่าพยามบอกว่าคนอื่นเขางมงาย เพราะวิทยาศาสตร์ก็งมงายได้เหมือนกันถ้าไม่รู้จริง

ส่วนเรื่องมีคนไปทำ มันเป็นไปไม่ได้ อยู่แล้ว ไม่ต้องพิสูจน์

พญาบั่งไฟ (80.13.155.124)
10 ต.ค. 2546 21:49:40


ความคิดเห็นที่ 37
Dr Viroj


If it is man-made, could you please kindly explain how to replicate this fired balls? Thanks.

JH (128.231.88.2)
10 ต.ค. 2546 22:04:02


ความคิดเห็นที่ 38
เพื่อไม่ให้คนไทยดูถูกคนลาวว่า"ลาว"ขอได้โปรดให้คนลาวฝั่งลาว(พยานาค)ยิงบั้งไฟใส่คนไทยบนอัฒจันทร์สัก10ลูก เอาให้ตายสัก2ถึง5คน ดูซิว่ารัฐมนตรีหรือนักวิชาการลาว

จะออกมาบอกว่าเป็นกรรมหรือเป็นฆาตกรรม

ไทยมุง (203.118.109.221)
10 ต.ค. 2546 22:04:34


ความคิดเห็นที่ 39
คุณวิโรจน์ยังไม่ได้ตอบเลยนะครับว่าคุณเคยไปดูของจริงด้วยตาตัวเองมาหรือยัง

มใ (128.171.207.28)
11 ต.ค. 2546 03:44:20


ความคิดเห็นที่ 40
กำลังคุยกันสนุก เมื่อคืนดูข่าวช่อง 9 มีคนเห็นเหตุการณ์เฮฮากันพอสมควร ลองอ่านสำนวนข่าวไทยรัฐประกอบนะครับ

.......................................................

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ การเข้าชมปรากฏการณ์ เหนือการ พิสูจน์ ในวันออกพรรษาปีนี้ว่า ตั้งแต่เช้าวันที่ 10 ต.ค. ที่ถนนสาย หนองคาย-อุดรธานี คลาคลํ่าไปด้วย ฝูงชน จากทุกสารทิศ หลายหมื่นคน ที่เดินทางมา หวังได้เห็น "บั้งไฟพญานาค" เป็นบุญตา ทำให้การจราจร ติดขัดอย่างมาก


ทั้งนี้ในเวลา 08.00 น. ทาง อ.โพนพิสัย และเทศบาลตำบลจุมพล จัดพิธีบวงสรวงพญานาคที่ศาลเจ้าแม่ สองนางปากห้วยหลวง อ.โพนพิสัย จากนั้นมีขบวนแห่จากคุ้มต่างๆ นำขบวนแห่พานบายศรีสู่ขวัญเข้าสู่บริเวณวัดไทย ซึ่งเป็นที่จัดงานและทำพิธีบวงสรวงเทพาอารักษ์ เทวาพญานาค มีนายพินิจ จารุสมบัติ รมว.กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นประธาน ท่ามกลางประชาชนแห่มาร่วมงาน นับพันคน ซึ่งหลังเปิดงานแล้วเป็นการลอยเครื่องบูชาพญานาค ประกอบด้วยผลไม้ หมากพลู กล้วย ใส่ลงบนแพไม้ไผ่แล้วปล่อยให้ลอยไปตามลำน้ำโขงเป็นการเซ่นไหว้ เพื่อขอให้พญานาคจุดบั้งไฟขึ้นมามากๆ เพื่อนักท่องเที่ยวได้ชื่นชม ซึ่งผลจากที่มีคนแห่มา จำนวนมากนี้เอง กลายเป็นการสร้างรายได้ให้แก่พ่อค้าแม่ขายเป็นกอบเป็นกำ โดยเฉพาะอาหาร และพ่อค้าบางรายนำเสื่อ และกระดาษหนังสือพิมพ์มาขายให้คนปูนั่งดูบั้งไฟที่ริมน้ำด้วย


ด้านกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ที่เดินทางมาพิสูจน์ ปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาคในปีนี้ ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ส.ว.กทม. และที่ปรึกษากรรมาธิการวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า กรรมาธิการฯนำทีมงานมาพิสูจน์ บั้งไฟพญานาคร่วมกับกองทัพเรือ โดยนำเรือติดตั้งกล้องอินฟราเรดเพื่อตรวจจับลูกไฟ และพิสูจน์ว่ามีใครทำขึ้นหรือไม่ ในบริเวณรอบริมฝั่งแม่น้ำโขง อ.โพนพิสัย อย่าง ไรก็ตาม ไม่ได้หวังที่จะปรับหรือลบล้างความเชื่อ แต่ เนื่องจากขณะนี้วิทยาศาสตร์ก้าวหน้ามากขึ้น และคนก็อยากรู้คำตอบ แต่ต้องยอมรับว่าบางเรื่องกระบวนการ ทางวิทยาศาสตร์เมื่อพิสูจน์ผลออกมาแล้ว บางคนยอมรับไม่ได้ อีกทั้งโลกนี้ยังมีสิ่งลี้ลับที่พิสูจน์ไม่ได้เช่นกัน แต่ทีมงานจะทำดีที่สุด และเชิญผู้รู้ในพื้นที่มาให้ข้อมูลด้วย กรรมาธิการฯจะทำงานให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน


ส่วนที่บริเวณุดชมบั้งไฟพญานาค หน้าวัดไทย อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯนำกล้องอินฟราเรดเทอร์โมสแกน 1 เครื่อง มาติดตั้งที่หน้าวัด ท่ามกลางคลื่นมหาชนที่แห่มาจับจองที่นั่งชมปรากฏการณ์ บั้งไฟพญานาคกันอย่างคับคั่ง โดยนายศักดิ์สิทธิ์กล่าวว่ากล้องอินฟราเรดฯ มีคุณสมบัติในการตรวจจับความร้อนอุณหภูมิ สี แสง ของลูกไฟที่ลอยสูงขึ้นเหนือแม่น้ำโขงจะทำให้แยกแยะได้ว่าลูกไฟ ที่เกิดขึ้นเป็นกระบวนการ สันดาปทางเคมี หรือเกิดจากสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น โดยจะเทียบกับตัวอุณหภูมิ แสง สี ประมวลเข้ากับคอมพิวเตอร์ และนำไปเปรียบเทียบกับข้อมูลแก๊สฟอสฟีน ฟอสฟอรัส มีเทน ที่ตรวจวัดได้ในบริเวณหนองสรวงและห้วยเปลวเงือก อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย เพื่อเปรียบเทียบกันและยืนยันผลว่าเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ


นายศักดิ์สิทธิ์ยังกล่าวด้วยว่า เมื่อช่วงบ่ายสามารถวัดแก๊สฟอสฟีนได้ปริมาณมากขึ้น ซึ่งน่าแปลกมาก โดยผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากคณะจากกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ แล้ว ทั้งที่เขต อ.โพนพิสัย และกิ่งอำเภอรัตนวาปี ต่างมีผู้ใหญ่ในแวดวงการเมือง และข้าราชการมาร่วมชม ปรากฏการณ์ที่ 1 ปีมีให้เห็นเพียงครั้งเดียวนี้อย่างคับคั่ง อาทิ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.กระทรวงอุตสาหกรรม นางสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ รมว.สาธารณสุข ฯลฯ


สำหรับการชมบั้งไฟพญานาคนั้น กระทั่งขอบฟ้าเริ่มมืด บรรยากาศริมฝั่ง แม่น้ำโขงด้านหน้าวัดไทย อ.โพนพิสัย ยิ่งมีประชาชนนับแสนคน มานั่งเฝ้าจ้องลูกไฟ จากท้องน้ำเป็นระยะทางยาวกว่า 2 กม. จนเมื่อเวลา 18.35 น. ประชาชนต่างส่งเสียง เฮกันลั่นเมื่อ เห็นดวงไฟลูกแรกผุดพุ่งขึ้นมา จากท้องน้ำตรงบริเวณจุดกึ่งกลางแม่น้ำ ณ ที่ตั้งพิธีบวงสรวง เป็นดวงใหญ่สีส้มอมชมพู พุ่งขึ้นฟ้าสูงราว 3 เมตร จากนั้นมีลูกไฟ ขนาดย่อม ตามมาติดๆ อีก 3 ลูก ทำให้ประชาชนชี้ ชวนกันให้ดูลูกไฟ ที่ทยอยขึ้นมาจากลำน้ำโขงพุ่งขึ้นฟ้าทีละลูกสองลูก บางรายถึงกับยกมือไหว้ท่วมหัว ที่ได้มีบุญตามาเห็นบั้งไฟพญานาค อย่างไรก็ตาม เมื่อลูกไฟขึ้นมาเป็นชุดได้ครู่เดียว ก็เว้นระยะไม่ผุดขึ้นมาอีกร่วมชั่วโมง ระหว่างนั้นผู้มาชมบางส่วนก็เริ่มเดินทางกลับ ที่อยู่ก็ร่วมชมการแสดงไหลเรือไฟที่ตกแต่ง อย่างวิจิตรงดงาม ที่แล่นผ่านหน้าวัดไทย จนถึงเวลา 20.30 น. ประชาชนที่มาชมบั้งไฟพญานาคก็ได้ เฮลั่นอีกครั้งเมื่อมีลูกไฟโผล่มาที่จุดเดิมอีกครั้ง


ขณะเดียวกัน นอกจากที่ จ.หนองคายแล้ว ยังมีจังหวัดอื่นเห็นลูกไฟผุดขึ้นมาเช่นกัน โดยที่หนองน้ำในโรงโม่หินร้าง ชื่อโรงโม่หินศรีนาวัง เขตบ้านผาเจาะ ต.เทพคีรี อ.นาวัง จ.หนองบัวลำภู มีเสียงร่ำลือก่อนหน้านี้หลายวันว่า มีคนเห็นลูกไฟผุดขึ้นจากหนองน้ำแห่งนี้ แบบเดียวกับที่ จ.หนองคาย ทำให้ในวันที่ 10 ต.ค.นายจารึก ปริญญาพล ผวจ.หนองบัวลำภู จึงนำคณะข้าราชการเดินทางมาพิสูจน์ด้วยตนเอง พร้อมชาวบ้านที่รู้ข่าวแห่มาร่วมชม ด้วยเป็นจำนวนมาก ซึ่งปรากฏว่าในเวลา 18.30 น. ได้บังเกิดแสงสว่างสีแดงลอยพุ่งขึ้นจาก บริเวณหนองน้ำดังกล่าว โดยลูกไฟเมื่อขึ้นมาแล้วหายวับไปอย่างรวดเร็ว เรียกเสียงฮือฮาในหมู่ชาวบ้าน จากนั้นลูกไฟประหลาดก็ผุดขึ้นออกมาเป็นชุดชุดละ 2 ลูกบ้าง 3 ลูกบ้าง บางชุดพุ่งถี่ติดๆ กันถึง 4-5 ลูก และมีหลากสีสันสลับกันทั้งเหลือง น้ำเงิน ชมพูระเรื่อ สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้มาร่วมชมอย่างมาก

เด็กใหม่2492 (203.147.27.10)
11 ต.ค. 2546 08:41:25

ความคิดเห็นที่ 41
ขอเสนอความคิดเห็นเป็นกลางๆ กรณีบั้งไฟพยานาคไว้ด้วยคนครับ ว่า

ของที่ชาวบ้านซึ่งก็คือคนไทยแท้ๆนี่แหละ เขาเชื่อถือกัน ก็ไม่เห็นจะต้องไปหักล้าง ไม่ให้เขาเชื่ออีกต่อไป เราไม่เชื่อก็เรื่องของเรา เขาเชื่อก็เรื่องของเขานะครับ พ่อแม่พี่น้องเราทั้งนั้น..

สิ่งที่เราไม่เคยเห็นหรือไม่รู้ ไม่ใช่หมายความว่าไม่มีอยู่จริง นึกถึงที่พระพุทธองค์เคยกล่าวไว้ว่า ความรู้ของมนุษย์อย่างเราๆนั้น เปรียบได้แค่ทรายเม็ดเดียวในหาดทรายอันกว้างใหญ่ไพศาลแห่งจักรวาล..

ขออนุญาตล่วงเกินคุณวิโรจน์สักนิด ที่ว่าใครคิดว่าพยานาคมีอยู่จริงไม่อยากพูดด้วยนั้น เป็นคำกล่าวที่เต็มไปด้วย มิจฉาทิษฐิครับ

กำธร (203.118.86.110)
11 ต.ค. 2546 09:17:41


ความคิดเห็นที่ 42
พวกคุณ(บางคน)ก็ดีแต่ อธิบายในเรื่องวิทยาศาสตร์ ยังมีสิ่งมากมายที่วิทยาศาสตร์อธิบายไม่ได้ ถ้าพวกคุณไม่ได้เห็นด้วยตาตัวเอง (ผมแขวะเฉพาะคนที่ค้านนะครับ) เท่าที่ผมอ่านมา (ผมเองก็ยังไม่เห็น ) ถ้าคนเห็นด้วยตาตัวเองจะเชื่อทุกคน ไม่เชื่อ คุณลอง Search หา เวบที่เกีีี่ยวกับด้านนี้ดู ผมรู้พวกคุณเรียนมากันเยอะ แต่คุณรู้ไม่หมดหรอกครับ และ ถ้าพิสูจน์ไมไ่ด้ก็อย่าไปว่าคนอื่นเขา คนหนองคาย เขาเชื่อทุกคน ไม่ใช่เพราะว่าเขา งมงายแต่เขาเห็นกับตา ถ้าคุณเคยเห็นคุณก็อาจจะเปลี่ยนความคิด เพื่อนผมคน มีแฟนอยู่หนองคาย ได้ไปดูครั้งแรกเมือสิบกว่าปีที่แล้ว ทุกวันนี้ก็ยังไปดู เพียงแต่ ปีก่อนไม่ได้ไปเนื่องจาก คนเยอะขึ้นทุกๆปี

สังคมโลกเราต้องประกอบด้วยหลายๆอย่างครับ อย่าเห็นคนอื่น ฉลาดน้อยกว่าเราครับ

สมพงศ์ (203.107.149.24)
11 ต.ค. 2546 11:28:53


ความคิดเห็นที่ 43
คนที่ไม่มีความรู้ทางวิยาศาสตร์ก็ถูกหลอกได้ง่าย เขาว่าฝังปรอทแล้วปืนยิงไม่เข้า, ท่องคาถาแล้วหายตัวได้, คนทำให้ตัวลอยในอากาศได้, คนเดินบนน้ำได้ ก็มีคนจำนวนมากเชื่อ

อัตราส่วนของประชาชนที่เชื่อเรื่องแบบนี้เป็นสัดส่วนโดยตรงกับระดับการศึกษาและความเจริญก้าวหน้าของประเทศนั้นๆ ผมได้ใช้ชีวิตในสังคมอื่นมานานพอ

ผมเป็นเด็กบ้านนอก เกิดนอก รพ., เติบโตในบ้านนอกในหมู่ชาวสวนชาวนา เมื่อครั้งที่ได้นั่งรถครั้งแรกอายุ 17 ปียังไม่รู้ที่เปิดประตูเลย ผมเติบโตมากับความรู้-ข้อมูลผิดๆนี้มา เมื่อผมได้มีโอกาสศึกษามากขึ้นจึงรู้ว่าสิ่งที่เราเรียกว่า "ธรรมชาติ" นั้นที่จริงแล้วมันอธิบายได้หมดด้วยหลักการทางวิทยาศาสตร์ กฏทางวิทยาศาสตร์ไม่มีข้อยกเว้น ที่เป็นข้อยกเว้นคือสิ่งที่เรายังไม่เข้าใจมากกว่า

จริงครับยังมีคนอเมริกันที่คิดว่า ไม่มีมนุษย์ไปถึงโลกพระจันทร์ บ้างจำนวนน้อยมาก แต่ไม่คนระดับรัฐมนตรี, นักการเมือง, นักวิชาการ,อจ.ในมหาวิทยาลัยเลยนะครับ คนงมงายที่น่าหัวเราะเชื่อว่าโลกแบนก็ยังมีอยู่ครับ ถ้าคุณๆจะเป็นคนหัวรั้นมากๆจะเชื่ออย่างนั้น ใครก็ห้ามคุณไม่ได้ เราเป็นประชาธิปไตยมีสิทธิในการเลือกเชื่อ, นับถืออะไรก็ได้ แต่... แต่มันเป็นสิ่งที่ถูกต้องไหม?????

ผมไม่เคยไปดูบั้งไฟด้วยตัวเอง เห็นทางทีวีก็พอแล้ว

ผมไปดูเขาเล่นกล ก็สนุกดี ผมรู้เป็นการเล่นกล, คนแสดงเขาก็บอกตรงว่าเป็นการเล่นกลลวงตา ผมก็จับผิดเขาไม่ได้ อธิบายไม่ได้ แต่ก็รู้ว่า การทำให้คน,ช้าง เสือ หายตัวไปได้นั้ ไม่ใช่เรื่องจริง.

แต่ผมมีความรู้มากพอที่จะบอกว่าอะไรเป็นธรรมชาติ อะไรไม่ใช่

พวกคุณที่คิดว่า พญานาค, ครุฑ ผี เทวดา มีจริงก็เชิญไปเลยครับ ผมไม่เถียงด้วย

คนที่ว่า gas ปุดมาจากใต้น้ำ ทำไหม ไม่มีคนเห็นฟองในน้ำ มีของที่เป็นลูกไฟลอยขึ้นไปสูงในอากาศ

ผมจำได้ว่าจากรร.เตรียมว่าคุณสมบัติของ gasนั้น

P~T ; P~1/V . Therefore P=k T/V

p=pressure; T=temperature, V= volume

ผมเอาไปใช้กับชีวติประจำวันอะไรได้ ผมเข้าใจการทำงานของ pressure cooker และเข้าใจว่า gas มันพุดขึ้นมาจากใต้แบบนักวิทยาศาสตร์ปลอมๆมาพูดกันเป็นไปไม่ได้

ผมท้าให้หมอมนัสเอา gas อะไรก็ได้ รังสีอะไรก็ได้ปล่อยจากใต้บ่อน้ำขนาดไหนก็ได้ แล้วทำให้มันติดพุ่งขึ้นมา, ติดไฟ,สูงเท่าไรก็ได้. ผมท้าเลยว่าทำไม่ได้


วิโรจน์ (202.133.132.58)
11 ต.ค. 2546 12:31:54


ความคิดเห็นที่ 44
ผมไปดูบั้งไฟพญานาคมาเมื่อปี 45 และได้เห็นด้วยตาตนเองจริงๆ แม้ฝนตกหนักและลมพัดแรงมาก(พายุขนาดย่อม) ก็มีดวงไฟขึ้นมา ผมทำงานด้านวิทยาศาสตร์ และคอมพิวเตอร์ที่กรุงเทพฯ ไม่เคยเชื่อในสิ่งที่ไม่มีเหตุผลอยู่แล้ว ผมเชื่อว่าปรากฏการณ์นี้ คือสิ่งเหลือเชื่อ ผู้ที่วิจารณ์กรุณาไปดูเสียก่อนแล้วค่อยวิจารณ์ คนที่ไปดูเมื่อปี45 เยอะมาก รถติดบริเวณดังกล่าวมากกว่ากทม.หลายเท่านัก ประมาณกว่า 200,000คน ถ้ามนุษ์ทำขึ้นก็ถือว่าคณะที่ทำงานนี้ จะใช้เงินทุนมหาศาล และยังนึกไม่ออกว่า จะทำได้ด้วยวิธีได อยากฟังความเห็นของคนอื่นๆที่ไปดูมาแล้ว ว่ามีความเห็นเช่นไดบ้าง ปีต่อไปผมจะไปดูอีกแต่ต้องวางแผนการเดินทางไหม่ เพราะการเดินทางด้วยการขับรถไปดูเสร็จแล้วกลับนั้น โหดเกินไป เพราะขับรถออกจากที่ดูบั้งไฟที่อำเภอโพนพิสัย ตั้งแต่ 5 ทุ่ม ออกมาได้ ไม่เกิน 2 กม ใช้เวลาถึง ตี4 ยังอยู่ตรงนั้นเลย ไม่อยากนับว่ากี่ชม. ผมเชื่อว่าจะอธิบายด้านวิทยาศาสตร์ได้ยาก ตรงที่ ทำไม จึงเกิดขึ้นในวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เวลา ประมาณ 18.30 น.เป็นเวลาที่แน่นอนมาก วันอื่นก็ไม่มีขึ้น

ประจวบ (203.107.152.221)
11 ต.ค. 2546 15:46:57







พรรคการเมือง
:: พรรคประชาธิปัตย์
:: พรรคไทยรักไทย
::พรรคชาติไทย
::พรรคชาติพัฒนา
บ้านสวนลุงแคน

สรวลเสเฮฮา
น้ำบุญ สามตำบล
อรัญ คนโก้

ลิ้งค์ทั่วแดน-ค้นหา

อาร์ตเล็กเล็ก อังศุมาลิน

บ้านดอกบัว
บ้านครูต๊อก
บ้านใจเป็นธรรม
นักเลงโบราณ
บ้านแม่พลอย
บ้านพลสมบัติ

บ้านโจ
บ้านน้องนัท
บอร์ดแม่เฒ่า

ซุปเปอร์เว็บ  
msn yahoo |
sanook | hunsa |
pantip | thai.net

สภากาแฟ
กลอน/น้ำพิง/ภูผา
อเมริกา - อิรัก

ชม.ต่อ ชม.สงครามอ่าว

อภิปรายไม่ไว้วางใจ
อภิปรายไม่ไว้วางใจ 2

สว.ยื่นตีความ พรก.สรรพสามิต

ภูษณ ปรีย์มาโนช
ภูษณ ปรีย์มาโนช(2)


การปราบปรามผู้มีอิทธิพล
การปราบปรามผู้มีอิทธิพล(2)
การปราบปรามผู้มีอิทธิพล(3)
การปราบปรามผู้มีอิทธิพล(4)
การปราบปรามผู้มีอิทธิพล(5)

การปราบปรามผู้มีอิทธิพล(6)

อภิปรายไม่ไว้วางใจ

พลเอกสรยุทธ์ จุลานนท์

โกงที่ดินภูเก็ตนับหมื่นไร่
สามารถกับธุรกิจเขมร

การก่อตั้งพรรคกรีน
ธีรยุทธ บุญมี
ภูมิธรรม เวชยชัย

ถอดรหัสแฮ็กเกอร์

ปัดฝุ่นพรบ.มอเตอร์ไซค

สรรพลี้หวนคืออะไร

เชิญร่วมแสดงความคิดเห็น
.
   
1
Hosted by www.Geocities.ws