PraKaiFun
 
Article and Short Stories
MENU [ home | วงการ บันเทิง | ห้องระบายอารมณ์ | เวปบอร์ด | ลิงค์ ]
Back to Articles &
Short Stories


 Recent Updates

 
:: ปลายฝัน ... ฉันรักเธอ
:: ตอนที่5 : กลุ่มไมโครชิพ
:: Updated
: 19/04/45
::
By : ไม้ขีดไฟ
 
Goto >>

ตอนที่ 1 : จุดเริ่มต้นของความฝัน
ตอนที่ 2 : สัญญาใจของเรา
ตอนที่ 3 : วันแรก
ตอนที่ 4 : คนที่คล้ายกัน
ตอนที่ 5 : กลุ่มไมโครชิพ

 
 

ลานหน้าตึกที่ตอนนี้มีน้องใหม่นั่งกันอยู่ บ้างก็นั่งจับกลุ่มกัน บางคนนั่งคนเดียวก็มี แต่ที่เห็นจะโดดเด่นที่สุดตอนนี้ก็คือ ตัวแทนน้องใหม่ 4 คนที่ถูกรุ่นพี่เรียกออกไปเพื่อทำกิจกรรม (แรก) ที่มีชื่อเรียกว่า "เล่นขอความรัก"

อาร์ท ลี่ ฝัน กับผู้ชายอีกคนหนึ่งซึ่งผมไม่เคยรู้จักมาก่อนยืนอยู่ตรงหน้านั้น ต่างก็มีสีหน้าต่าง ๆ กัน ที่เห็นได้ชัดก็คือลี่ซึ่งดูจะสดชื่นร่าเริงและส่งยิ้มไป ๆ มา ๆ อยู่ตลอดเวลา ราวกับว่าเป็นเด็กที่รู้ตัวว่ากำลังจะได้ไปสวนสนุกประมาณนั้น ฝันและผู้ชายคนนั้นไม่มีท่าทีใด ๆ ให้เห็นเพราะยืนทำหน้าเฉย ๆ อยู่ ที่ตลกที่สุดคงจะเป็นอาร์ท …เพราะหันไปหันมาและเกาหัวไม่ยอมหยุด จึงไม่น่าแปลกใจอะไรที่จะได้ยินเสียงน้องใหม่ที่นั่งอยู่รอบ ๆ นั้นหัวเราะเป็นครั้งคราว

"เอาล่ะ …เงียบ ๆ กันหน่อย"

เสียงประธานเชียร์ดังขึ้น … ทุกสิ่งทุกอย่างในบริเวณนั้นเงียบกริบ เว้นก็แต่เสียงของนกกระจิบแถว ๆ นั้นที่ยังร้องและส่งเสียงให้ได้ยินอยู่เป็นพัก ๆ

"พี่ขอให้น้องสองคนนี้" พี่พูดพลางชี้มือไปยังอาร์ทกับลี่ "เริ่มก่อน น้องผู้ชายเป็นคนขอ เข้าใจรึเปล่า เอาล่ะ ให้เวลาเตรียมตัวนาทีนึง เอาให้ฮา ๆ นะ ไม่งั้นมีเรื่อง"

พอพี่ประธานเชียร์พูดจบ ลี่ก็หัวเราะออกมาพลางเอามือปิดปากไว้ ส่วนอาร์ทก็หน้าแดง ๆ และหันไปหันมาราวกับว่ากำลังหาที่ ๆ จะมุดเข้าไปเพื่อหลบผู้คนจากความอายที่เกิดขึ้น ผมอดคิดอีกไม่ได้ว่า อาร์ทจะทำเหมือนตอนที่ขอหม่อนเป็นแฟนรึเปล่า … มันสุดจะบรรยายจริง ๆ คุกเข่าคาบดอกไม้ต่อหน้าหม่อนที่หน้าโรงเรียนกวดวิชา ผมยังจำได้ดีว่าหม่อนเอาแต่หัวเราะคิกคักแล้วก็เดินเข้าโรงเรียนกวดวิชาไป พร้อมกับเพื่อนกลุ่มใหญ่ที่หัวเราะใหม่หยุด แม้ในตอนนั้นหม่อนจะชอบอาร์ทอยู่บ้างก็เถอะ แต่ทำแบบนั้นมันก็ …ใครจะไปรับได้ ยิ่งต่อหน้าคนมากมายขนาดนั้น

ผมมองไปยังอาร์ทซึ่งกำลังทำท่าคิดหนักอยู่ ส่วนลี่ก็นั่งยอง ๆ รออยู่ตรงพื้นแถว ๆ นั้น ผมว่าอาร์ทอาจจะคิดมากไปหน่อย แค่บอกรักไม่น่าจะยากอะไรนี่ ตอนผมบอกครีมยังไม่เห็นต้องคิดอะไรมากเลย เพราะรู้สึกอย่างนั้นจริง ๆ นี่นา อาร์ทก็เหมือนกัน รู้สึกชอบลี่อยู่ก็น่าจะไม่มีปัญหาอะไรมากมายนี่

สักพักนึงผมหันไปมองทางฝันและผู้ชายอีกคนนึง ราวกับสองคนนี้รู้ชะตากรรมว่าจะต้องเล่นขอความรักเหมือนกับอาร์ทและลี่ ฝันเหมือนจะทำปากพึมพำราวกับซ้อมบทพูดอยู่ ส่วนผู้ชายคนนั้นก็ก้ม ๆ เงย ๆ มองฟ้าบ้างเป็นครั้งคราว แล้วก็ทำท่าเหมือนคิด …ผมว่าทีนี้คงมีละครเด็ด ๆ ให้ดูเป็นแน่แท้ สักพักนึงผู้ชายคนนั้นเดินมาหาฝัน แล้วก็คุยกันอยู่พักนึง ผมเข้าใจว่าคงจะถามชื่อกันก่อนจะได้แสดงได้สะดวกหน่อย

"พอแล้ว ๆ นาทีนึงแล้ว ทั้งสองคนออกมาข้างหน้านี้" เสียงประธานเชียร์ดังขึ้น

อาร์ทและลี่เดินออกมาจากคนละมุมที่อยู่อย่างช้า ๆ ลี่ดูไม่สะทกสะท้านอะไรเหมือนอย่างเคย ส่วนอาร์ทดูประหม่าและตื่นเต้นอยู่ไม่น้อยทีเดียว ผมแอบเห็นอาร์ททำปากขมุบขมิบพึมพำอะไรอยู่สักอย่าง ผมแน่ใจว่าไม่ใช่บทที่จะขอความรักหรอก แต่คงเป็นคำสบถคำหยาบที่กำลังด่ารุ่นพี่ที่ให้ทำอะไรแบบนี้อยู่

"อ้าว! เร็ว ๆ เข้าสิ เราไม่มีเวลาทั้งวันนะโว้ย" ประธานเชียร์พูดเสียงดังขึ้น หลังจากที่ อาร์ทอึก ๆ อัก ๆ ไม่พูดไม่ทำอะไรซักทีนึง ในเมื่อเป็นเช่นนั้น อาร์ทถอนหายใจทีนึงก่อนที่จะเดินตรงไปยังลี่ที่ยืนอยู่พร้อมกับรอยยิ้มอันแสนร่าเริงนั้น

"ละ ละ ละ ..ลี่ ครับ"

นานทีเดียวกว่าคำพูดนี้จะหลุดออกมาจากปากของอาร์ทได้ ไม่น่าเชื่อว่าผู้หญิงคนนี้จะทำให้อาร์ท (ที่จริง ๆ แล้วมันด้าน ๆ นะ) อายได้ขนาดนี้

"นี่อาร์ท … มีอะไรก็พูดมาสิจ๊ะ" ลี่พูดออกไปพลางเล่นหน้าเล่นตาใส่อาร์ทอีก เหมือนตอนที่เจอกันครั้งแรกเมื่อกี้นี้ อาร์ทคงจะสิ้นสติหรือวิญญาณหลุดลอยไปแล้ว เพราะอาร์ทไม่พูดอะไรซักคำอยู่นานทีเดียว จนเสียงโห่รอบข้างดังขึ้นราวคำสบประมาท อาร์ทคงจะทนต่อไปไม่ไหวในเร็ว ๆ นี้แหละ และคงจะเริ่มเล่น ขอความรัก ต่อไป

"คือว่า …" อาร์ทยังอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ อยู่

"ชอบเราเหรออาร์ท" จู่ ๆ ลี่ก็โพล่งขึ้นมา แล้วก็มองหน้าอาร์ทแล้วหัวเราะแบบเอามือปิดปากอย่างที่เธอชอบทำ

เสียงโห่รอบ ๆ นั้นดังขึ้นอีกหลายเท่าตัวทีเดียว ส่วนอาร์ทก็หน้าแดงขึ้นมากเสียจนไม่รู้จะบรรยายยังไงดี ในวินาทีที่ลี่ถามไปอย่างนั้นอาร์ทก้าวถอยหลังไปเหมือนกับโดนมีดแหลม ๆ ทิ่มแทงเข้าไปตรง ๆ ยังไงอย่างงั้นแหละ … แต่แล้วอาร์ทก็รวบรวมความกล้าและทำให้หลาย ๆ คน ณ ที่นั่นตกใจ

"ใช่ ..เราชอบเธอ"

อาร์ทโพล่งออกไปตรง ๆ และทำให้เกิดความเงียบขึ้นรอบ ๆ ราวกับว่าไม่เชื่อว่าสิ่งที่ได้เห็นนั้นเป็นเรื่องจริง ลี่ดูท่าทางตกใจไม่น้อยเพราะหยุดหัวเราะแล้ว ส่วนฝันและผู้ชายคนนั้นก็มองตาไม่กะพริบเหมือนจะดูว่าละครฉากต่อไปจะเป็นเช่นไร

"เรารู้สึกอย่างนั้นจริง ๆ" อาร์ทยังพูดต่อไป ในขณะที่ลี่ไม่ยิ้มแล้ว แต่ทำหน้างง ๆ

"ลี่ …" อาร์ทเรียกชื่อลี่จึงทำให้ลี่หันมามองหน้าอาร์ท ส่วนอาร์ทก้มลงคุกเข่ากับพื้น นั่นท่าเดิมกับที่อาร์ทเคยขอหม่อนเป็นแฟนเลยนะเนี่ย … อาร์ทคงไม่ …

"ได้โปรด …เป็นแฟนเรานะ"

สิ้นเสียงพูดของอาร์ท เสียงโห่ก็ดังขึ้นจากรอบสารทิศ พี่ ๆ บริเวณนั้นเป่าปากและร้องตะโกนด้วยความสะใจ ผมเพิ่งจะได้เห็นว่าหน้าของลี่เริ่มจะแดงขึ้นมานิด ๆ แต่ก็สังเกตได้ชัดว่าลี่พยายามจะกลบเกลื่อนด้วยการหัวเราะคิกคักตามเดิม หลังจากเกิดเสียงดังอยู่สักพัก ลี่จึงพูดขึ้นมา

"ลุกขึ้นเถอะอาร์ท … ตกลงจ้ะ เราเป็นแฟนกันนะ"

มีเสียงโห่ดังขึ้นมาอีก …ทุกคนตะโกนเสียงดังราวกับจะร่วมฉลองให้คนทั้งสอง แม้จะเป็นเรื่องล้อเล่นก็ตามทีเถอะ แต่ผมก็ได้เห็นรอยยิ้มน้อย ๆ ของอาร์ท …. อาร์ทคงจะหวังอยู่เล็ก ๆ ว่าถ้านี่เป็นเรื่องจริงก็คงจะดี

"เอาล่ะ ๆ สมบทบาทดีมาก พอแล้ว ๆ กลับไปนั่งที่เดิมได้" แม้แต่พี่ประธานเชียร์ก็ยังแอบยิ้มออกมา ผมมองไปทางพี่เหน่ง …พี่เหน่งที่ยืนเก๊กอยู่ตลอดก็ต้องเบือนหน้าหนีเพื่อที่จะทำลายหลักฐานว่าเพิ่งที่จะยิ้มออกมา เก๊กแตกนี่หว่า

"เป็นไงบ้างวะไอ่อาร์ท" ผมถามเมื่อไอ่อาร์ทเดินมาถึง เหงื่อแตกเต็มใบหน้าที่กลายเป็นสีแดง ๆ พอจะบอกสิ่งที่ผมถามออกไปได้

"ทำไงดีวะ ไอ่ต้น" อาร์ทถามผมเบา ๆ ในขณะที่ลี่เดินตามหลังอาร์ทมา

"นี่ ๆ เคยบอกรักใครด้วยเหรออย่างนายน่ะ …เล่นเอาตกใจหมดเลยนะจ๊ะ" ลี่ถามด้วยน้ำเสียงร่าเริงเช่นเดิมก่อนที่จะนั่งลงข้าง ๆ ผม ส่วนอาร์ทนั้นนั่งลงอีกข้างนึง ในลักษณะที่ดูเหนื่อยอ่อนเหลือเกิน

"ระดับนี้แล้ว ก็ต้องเคยบ้างแหละ" อาร์ทพูดข้ามหัวผมไปยังลี่

"แต่ก็คงจะผิดหวังมาทุกครั้งสินะ" ลี่พูดกลับมา พลางหัวเราะคิกคัก (อีกแล้ว)

"ก็ไม่แน่นักหรอก" อาร์ทพึมพำเบา ๆ ดูเหมือนว่าลี่จะไม่ได้ยิน แต่ผมเข้าใจทีเดียวว่าหมายถึงอะไร …

"ทีนี้ก็น้องสองคนนี้ …ถ้าเล่นแบบนี้เมื่อกี้ ก็ไม่สนุกเท่าไหร่ … ไอ่เหน่ง เอาน้องผู้ชายมาอีกคนหน่อยสิวะ" พี่ประธานเชียร์สั่งพี่เหน่ง

ไม่ต้องสงสัย พี่เหน่งหันมามองผมในทันทีราวกับสัญญากันเอาไว้ว่าผมจะต้องโดนดีซักอย่างแน่ ๆ พี่เหน่งเดินไปที่ข้างหลังของผม รู้สึกเสียววูบยังไงก็ไม่รู้เหมือนกำลังจะโดนสัตว์ประหลาดขย้ำคอเลยทีเดียว พี่เหน่งยืนอยู่ข้างหลังผมแล้วพูดเบา ๆ ออกมา

"เรื่องที่จะโดนหนักกว่าคนอื่นเอาไว้ก่อน วันนี้เอาแค่เบาะ ๆ ออกไปเร็วเข้า"

สิ้นเสียงของพี่เหน่ง ผมรีบวิ่งออกไปทันที เพราะผมได้จินตนาการเอาไว้แล้วว่าพี่เหน่งอาจจะเอาเท้าซึ่งใส่ร้องเท้าหนังไว้ถีบผมให้ออกมา ..จึงปลอดภัยกว่าถ้าผมจะวิ่งออกมาเองโดยเร็วที่สุด ในระหว่างที่ผมวิ่งไปยังที่ ๆ ฝันและคนอื่น ๆ ยืนอยู่นั้น ผมเห็นหลาย ๆ คนที่อยู่ระหว่างทางพากันคุยเสียงดังว่าผมน่ะจะโดนอะไรเป็นพิเศษ ซึ่งผมคิดไว้แล้วล่ะว่ากิจกรรมต่อไปนี้จะเป็นการเล่นอะไร …

ผมไปยืนอยู่ข้าง ๆ ฝัน ฝันหันมาหาผมแล้วส่งยิ้มให้ทีนึง ส่วนผู้ชายอีกคนนึงนั้นก็เดินมาข้าง ๆ ผม

"นี่ต้น …คนนี้ชื่อบอยนะ" ฝันบอกผมพลางชี้มือไปที่บอย ผมหันไปหาบอยแล้วกล่าวทักทาย บอยก็เช่นกัน … เมื่อได้ดูใกล้ ๆ บอยเป็นคนที่ดูแล้วมีฟอร์มมากทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการพูดจาหรือบุคลิกภาพ และยังมีมนุษยสัมพันธ์ดีเป็นเลิศอีกด้วย

"เอาล่ะ พี่คิดไว้แล้วว่าจะให้เล่นอะไรกัน"

ประธานเชียร์หยุดไปพักนึง ในขณะที่เสียงคุยกันของน้องใหม่เริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ ฝันเองก็คอยถามผมและบอยว่าน่าจะโดนอะไร ผมไม่ได้ตอบออกไป ส่วนบอยก็พูดเล่น ๆ ประมาณว่าให้วิ่งรอบฝันคนละสองร้อยรอบล่ะมั้ง

"ให้น้องผู้ชายสองคนขอความรักน้องผู้หญิงคนนี้พร้อมกัน แล้วให้น้องผู้หญิงเลือกเพียงคนเดียว ต้องเลือกนะ ไม่เลือก…ไม่ได้เด็ดขาด"

เป็นตามที่ผมคิดไว้จริง ๆ เพราะพี่พงษ์ได้เคยบอกผมเอาไว้ถึงรูปแบบกิจกรรมหลาย ๆ อย่างที่พี่เค้าโดนมา หรือได้จัดขึ้นไว้รับน้อง … ตรงตามที่พี่พงษ์คาดเอาไว้ ว่าทุกอย่างไม่ได้ผิดเพี้ยนไปเลย ..ที่ไม่เหมือนเดิมก็แค่เป็นน้องรุ่นใหม่ ๆ ก็เท่านั้นเอง

ผมกับบอยหันไปมองฝันซึ่งทำหน้าครุ่นคิดอยู่ บอยจึงเอ่ยปากถามขึ้นมา

"ฝัน … กำลังคิดอยู่ใช่มั้ยว่าจะเลือกใครดี"

ผมอดที่จะแปลกใจไม่ได้ว่าที่บอยถามไป บอยทำอย่างกับว่านี่เป็นเรื่องจริงงั้นแหละ

"แล้ว ..เราจะเลือกใครดีล่ะ พี่บอกว่าต้องเลือกด้วยสิ ตอนแรกเรากะว่าจะไม่เลือกใครเลย" ฝันตอบบอยไป

"เอางี้นะ" บอยพูดพลางมองหน้าผม "ฝันเลือกต้นก็แล้วกัน รู้จักกันมาก่อนแล้วจะเล่นง่ายกว่านะ" บอยพูดจบพลางส่งยิ้มให้ผม

"จะดีเหรอ" ผมถามบอยกลับไปอย่างไม่แน่ใจนัก

"ดีสิ …มาเถอะ เล่นให้เต็มที่เลยก็แล้วกัน นะปลายฝัน แล้วก็ต้นด้วย"

เมื่อกี้นี้บอยเรียกฝันว่าอะไรนะ ผมรู้สึกสงสัยจริง ๆ จึงหันไปถามฝันก่อนที่จะเริ่มเล่นขอความรักแบบสามเส้ากัน

"ปลายฝัน… ???"

"ชื่อจริงของเราน่ะ เอาเถอะ เดี๋ยวค่อยพูด ไปทำตามที่พี่บอกก่อนเถอะ ยืนนาน ๆ ชักจะเมื่อยแล้วล่ะ" ฝันพูดแล้วก็เดินนำออกไป บอยเดินตามไปโดยมีผมคอยปิดท้าย

บริเวณนี้ ที่ซึ่งอาร์ทและลี่เพิ่งเล่นขอความรักจบไปเมื่อกี้นี้ ดูจะแคบลงไปในทันที เพราะจากตรงนี้มีผู้คนมากมายเฝ้ามองมายังผม บอย และฝัน … แล้วบอยก็เดินมาหาผม

"เดี๋ยวเราจะขอก่อนนะ แล้วพอเข้าตามเรื่องได้ นายก็ตามเข้ามา โอเคนะ" บอยกระซิบให้ผมฟัง ผมจึงเดินหลบฉากออกไปยืนห่าง ๆ อยู่เล็กน้อย … ไม่ต้องมีคำสั่งจากรุ่นพี่หรือรอเวลากันมากมาย บอยก็ตรงไปยังฝันที่ยืนอยู่ทันที

"ปลายฝัน …" บอยพูดขึ้นอย่างเยียบเย็น

"อะไรเหรอบอย" ฝันตอบกลับไป

"เราลองคบกันดูได้มั้ย" บอยพูดยังไม่ทันจะเสร็จดีนัก เสียงโห่ก็ดังขึ้นอย่างที่ผมคิดไว้จริง ๆ ด้วย คนเราเนี่ยอะไรก็โห่กันได้หมดจริง ๆ

"ไม่ได้หรอกบอย …" ฝันตอบพลางทำเสียงเศร้า ๆ เพื่อให้เข้ากับรรยากาศ

"ทำไมล่ะปลายฝัน ปลายฝันบอกเราได้มั้ยว่าทำไม" บอยถามด้วยสีหน้าจริงจังมาก ราวกับเป็นเรื่องจริง แปลกจริง ๆ ที่บอยไม่เรียกฝันว่าฝันแต่กลับเรียกชื่อจริงตลอด

"คือว่า …" ฝันพูดค้างไว้แล้วขยิบตามาทางผมเหมือนเป็นการให้สัญญาณ ผมยังไม่ได้คิดบทพูดอะไรไว้เลย แต่ก็เอาเถอะไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้วคงต้องลองดูแล้วล่ะ ผมจึงเดินตรงไปยังฝันซึ่งบัดนี้เลิกส่งสายตามาให้ผมและกลับไปมองบอยตามเดิมแล้ว

"ฝัน …" ผมทักฝันไป

"อ้าว! ต้น หวัดดี.." ฝันหันมามองผมแล้วยิ้มออกมา ….ยิ้มน่ารักเหมือนครีมไม่มีผิด ผมยังสงสัยอยู่เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าหากว่าคุยไปคุยมาแล้วผมหลุดปากเรียกฝันว่าครีมออกมา

"หวัดดีฝัน …เออ ..คือ เรามาเอาคำตอบน่ะ เรื่องที่..เรื่องที่เราขอลองคบกับฝันดูน่ะ" ผมพูดไป คำว่า "คบกัน" ผมยอมรับว่าเพิ่งจะลอกมาจากบอยแบบเห็น ๆ … ฝันยิ้มให้ผมน้อย ๆ ก่อนที่จะหันกลับไปหาบอย

"ก็นี่แหละบอย ที่เราจะบอกบอยล่ะ … คือ .. เราชอบต้นน่ะ ขอโทษด้วยนะ" พอฝันพูดจบก็มีเสียงโห่ดังขึ้นอีก และน่าจะดังกว่าทุกครั้งถ้าผมเข้าใจไม่ผิดนะ … ผมเห็นพี่ประธานเชียร์หัวเราะออกมาด้วย แต่ก็รีบเอามือปิดปากไว้เพราะกลัวเสียฟอร์มกระมัง

"ต้น …" ฝันหันมาหาผมแล้วจึงพูดต่อไป

"เรา…ลองคบกันก็ได้นะ"

เป็นตามที่คิดไว้อีกแล้วว่าเสียงโห่ต้องดังขึ้นอีกแน่ ๆ คราวนี้ทั้งดังทั้งยาวกว่าทุก ๆ ครั้ง จนพี่ประธานเชียร์ (ที่เพิ่งหยุดหัวเราะ) ต้องตะโกนขึ้นมา

"เอาล่ะพอแล้ว ๆ เงียบ ๆ กันหน่อย น้องสามคนนี้กลับไปนั่งที่เดิมได้แล้ว ขอบคุณมากสำหรับความสนุกสนานในวันนี้"

ผม บอย และฝัน เดินกลับไปนั่งลงตรงที่ ๆ ลี่และอาร์ทนั่งอยู่ ลี่กำลังชวนอาร์ทคุยในขณะที่อาร์ทดูเหมือนจะไม่ค่อยตอบอะไรซักเท่าไหร่

"เป็นไงมั่งจ๊ะ ฝัน" ลี่ยิ้มกว้างให้ฝันในขณะที่ฝันเดินมานั่งลงข้าง ๆ

"ก็ดีอ่ะนะ เกือบหัวเราะออกมาแน่ะ" ฝันพูดพลางยิ้มแล้วหันมองไปยังผมซึ่งนั่งลงข้าง ๆ อาร์ท ส่วนบอยนั้นเดินไปนั่งยังที่เดิมที่ซึ่งตัวเองนั่งอยู่

"นี่เค้าไม่คิดจะมานั่งกับพวกเราเลยเหรอไงนะ" ลี่พูดด้วยน้ำเสียงดูเหมือนจะไม่พอใจนิด ๆ

"เค้าก็เชื่อฟังดีนี่ พี่บอกให้ไปนั่งที่เดิมเค้าก็ไปนั่งที่เดิม" ฝันพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอย่างกับว่าชื่นชมงั้นแหละ … ผมหันไปมองพี่เหน่งที่ส่งสีหน้าเยาะเย้ยมาทางผม ผมล่ะสงสัยจริง ๆ ว่าไปทำอะไรให้พี่เค้าตั้งแต่เมื่อไหร่ ไปขโมยยาแก้ท้องผูกของพี่เค้ามาก็ไม่ใช่

"เอาล่ะ นี่เป็นออเดิฟนะ งานรับน้องจริง ๆ จะเริ่มตอนวันเปิดเทอม ทุกเที่ยงเราจะมีการเข้าห้องเชียร์ ทุกเย็นเราจะมีการทำกิจกรรม และทุกคืนวันศุกร์เราจะมีการทำกิจกรรมพิเศษมาก …ทั้งหมดนี้จะดำเนินไปเป็นเวลา 1 เดือนเต็ม ๆ ขอให้เตรียมตัวให้ดี"

"อะไรกันวะ เข้าห้องเชียร์ทุกวันงั้นเหรอ" อาร์ทถามขึ้นอย่างไม่พอใจนัก

"ก็ต้องเป็นอย่างงั้นแหละว่ะ" ผมตอบไป

"สำหรับวันนี้ … อย่าให้พี่เห็นหน้าน้อง ๆ อีก ออกไปเดี๋ยวนี้ ไม่งั้น …มีเรื่องแน่ ๆ" สิ้นเสียงของประธานเชียร์ ผมก็ได้ยินเสียงรุ่นพี่ทุกคนทั้งที่อยู่ไกล ๆ และใกล้ ๆ รวมทั้งพี่เหน่ง ร่วมกันตะโกนเป็นคำว่าอะไรก็ไม่รู้ ทีแรกผมนึกว่าเป็นบูมของคณะ แต่ฟังไปฟังมาชักจะแน่ใจว่าเป็นคำด่าอะไรก็ไม่รู้ล้วน ๆ ณ วินาทีนั้นเอง น้องใหม่ทุกคนลุกขึ้นและวิ่งหนีไปคนละทิศละทาง อย่างกับรังผึ้งแตก ผม อาร์ท ลี่ ฝัน ก็เช่นกัน รีบลุกวิ่งหนี ขณะที่ผ่านหน้าพี่เหน่งนั้น พี่เหน่งเพ่งเล็งที่จะหันหน้ามาด่าผมเป็นพิเศษ แต่ผมก็ไม่มีเวลาพอที่จะสนใจฟังหรอกว่าพี่เหน่งได้ด่าอะไรมา

วิ่งกันมาซักพักใหญ่ ๆ พอพ้นเขตคณะแล้ว พวกผมก็หยุดเดิน

"เล่นอะไรกันก็ไม่รู้ เหนื่อยจังเลยอ่ะ" ลี่บ่นขึ้นมาพลางหอบแฮ่ก ๆ

"จริงด้วยสินะ" อาร์ทพูดเสริมลี่ขึ้นมา ทำให้ลี่หันมามอง

"นี่อาร์ท เป็นผู้ชายน่ะ แค่นี้เหนื่อยเหรอจ๊ะ" ลี่พูดแล้วก็หัวเราะตามแบบของลี่เสียงดังทีเดียว ส่วนฝันก็อมยิ้มอยู่นิด ๆ

"เอ…นี่ บอยมันไปไหนของมันน่ะ" ผมถามทุก ๆ คนขึ้น

"ใครถามถึงเราเหรอ"

ทุกคนหันหลังไปมองหลังจากเสียงพูดนั้นดังขึ้น บอยนั่นเอง บอยเดินตามมาถึงยังกลุ่มซึ่งขณะนี้หยุดเดินกันหมดแล้ว

"เราชื่อบอยนะ …เออ..นี่ก็ต้น แล้วนี่ก็ปลายฝัน" บอยชี้ไปที่ต้นกับฝันพร้อมกับทำท่าเหมือนจะพยายามคิด ลี่หัวเราะออกมาแล้วพูดกับบอย

"นี่บอย ตกลงว่านายจะเรียกฝันว่าปลายฝันไปอย่างนี้น่ะเหรอ" ลี่พูดแล้วก็หัวเราะอีก ผมอยากจะรู้จริง ๆ ว่าลี่เคยหยุดหัวเราะบ้างรึเปล่า

"เราติดปากไปแล้วน่ะ" บอยพูดพลางขยิบตาให้ฝัน ซึ่งส่งยิ้มกลับมาให้เขาเช่นกัน

"เออ…หวัดดีนะบอย เราชื่ออาร์ท แล้วนี่ก็ลี่" อาร์ทพูดบอกบอย พลางชี้ไปที่ลี่ด้วย

"อาร์ท แล้วก็ลี่" บอยพูดพร้อมกับชี้นิ้วตามไป ..ลี่หัวเราะให้กับท่าทีของบอย พลางชวนฝันและคนอื่น ๆ ให้เดินกันต่อไป ระว่างทางพวกผมทุกคนก็ได้คุยกันในเรื่องต่าง ๆ ทั้งเรื่องรับน้องที่ผ่านมาในวันนี้ และที่กำลังจะเกิดขึ้นตอนเปิดเทอม จู่ ๆ บอยก็พูดขึ้นมา

"นี่ทุกคน ไปกินข้าวที่ร้านลุงเรามั้ย อาหารอร่อยมาก …อืม..วันนี้เราเลี้ยงก็แล้วกัน ในโอกาสที่ได้รู้จักกันไงล่ะ" เมื่อบอยพูดจบอาร์ททำตาลุกวาวแล้วหันไปหาบอย

"จริงอ่ะ ข้าวฟรีเหรอ …ดี ๆ เราชอบว่ะ"

"นี่…ไม่เกรงใจบอยมันเลยนะแกน่ะไอ่อาร์ท" ผมพูดขึ้น

"ไม่ต้องเกรงใจหรอก … ถ้าจะเทียบกับสิ่งที่เราได้ในวันนี้ …เพื่อนใหม่ทุก ๆ คน" บอยพูดขึ้น คำพูดนี้อาจจะคมบาดใจเกินไปจนทำให้ลี่หัวเราะออกมาอีก ฝันก็ยิ้ม ๆ ออกมา

"เออ..ไอ่ต้น แกไม่โทรหาครีมหน่อยวะ" อาร์ทถามผมขึ้นทำให้ผมนึกขึ้นได้ จริงสินะ ถ้าผมโทรไปหาครีมซักหน่อยจะดีรึเปล่า

"เอ…ต้น ครีมเนี่ย…แฟนเหรอจ๊ะ" ลี่ถามด้วยสีหน้าที่อยากรู้เป็นอย่างยิ่ง

"ใช่ ๆ แฟนต้นชื่อครีมน่ะ อยู่เชียงใหม่" อาร์ทตอบแทนผมที่ยังไม่ทันจะได้อ้าปากพูด

"งั้นตอนที่เรียกเราว่าครีมเมื่อเช้านี้น่ะ …หมายความว่าไงเหรอ" ฝันหันกลับมาถามผมด้วยความอยากรู้อยากเห็นเช่นกัน

"เออ …คือ" ผมอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ ราวกับว่ามีอะไรอุดปากให้ไม่สามารถพูดออกได้

"สงสัยว่าครีมกับปลายฝันจะหน้าคล้ายกันสินะ ใช่ป่าว" บอยพูดขึ้นมา ผมก็พยักหน้าเพื่อจะบอกว่าใช่

"นี่ ๆ เราหน้าคล้ายครีมมากขนาดนั้นเชียวเหรอ" ฝันถามผมอีก ผมก็พยักหน้าไปอีก ไม่รู้จะตอบไปยังไงดีคงเพราะความอายที่ไม่ยอมดูให้ดีซะก่อนแล้วไปทักฝันว่าเป็นครีมแน่ ๆ เลย

"นี่ ๆ ต้นหรืออาร์ทก็ได้ เล่าเรื่องเพื่อน ๆ ที่เชียงใหม่ให้ฟังหน่อยสิ จะได้มีอะไรคุยระหว่างที่เดินไปร้านของลุงของบอยน่ะ" ลี่ขอร้องผมและอาร์ท อาร์ทจึงเป็นผู้เล่า อาร์ทเล่าทุกอย่างตั้งแต่ผมและอาร์ทและครีมได้เจอกันก่อนตอนวันแรกของเปิดเทอม ม.4 ไปจนถึงเรื่องของพันธ์และโจ๊กรวมถึง "กลุ่มไมโครโปรเซสเซอร์"

"กลุ่มไมโครโปรเซสเซอร์งั้นเหรอ" บอยถามขึ้น

"คือพวกเราอยู่ชมรมคอมกันน่ะ แล้วสนิทกันมากด้วยก็เลยตั้งเป็นกลุ่มขึ้นมา" ผมตอบตัดหน้าอาร์ทซึ่งผมเห็นว่ากำลังจะพูดอยู่พอดี

"นี่เพื่อน ๆ เราก็มีกัน 5 คนนะ น่าจะตั้งชื่อกลุ่มซักหน่อย ก็จะได้เป็นเอกลักษณ์ไง แล้วต้นกับอาร์ทก็จะได้รู้สึกคล้าย ๆ กับอยู่ที่นู่นไง" ลี่เสนอความคิดเห็นขึ้น แล้วทำหน้าขอความเห็นใจให้ทุก ๆ คนเห็นด้วย

"งั้นชื่ออะไรดีล่ะ" ฝันพูดถามขึ้นมา หลังจากนั้นทุกคนก็ร่วมกันเสนอชื่อต่าง ๆ หลายครั้งทีเดียวที่ลี่พูดขึ้นมาเป็นชื่อของสัตว์น่ารักมากมายเช่นกลุ่มแมวน้อย กลุ่มนกกระจิบ ส่วนผม อาร์ทแล้วก็บอย เริ่มเล่นที่อักษรกรีกก่อน เช่น กลุ่มอัลฟา กลุ่มแกมมา ส่วนฝันไม่พูดอะไรเลย

"นี่ฝัน ออกความเห็นหน่อยสิจ๊ะ" ลี่หันไปหาฝันบ้าง ฝันทำท่าครุ่นคิดอยู่พักนึงก่อนที่จะพูด

"ถ้ากลุ่มเดิมของต้นกับอาร์ทเป็นไมโครโปรเซสเซอร์ ทำไมของเราไม่เอาคล้าย ๆ กันเช่น
ไมโครชิปล่ะ"

ไม่มีคำพูดใดต่อจากนั้น หลังจากที่ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย

"ตกลงนะ … ต่อจากนี้ไปเราจะใช้ชื่อกลุ่มของเราว่า กลุ่มไมโครชิพ" ผมสรุปในที่สุด


หากคุณสนใจจะส่งบทความ เรื่องสั้น หรือนิยายของคุณมายังเรา โปรดอ่านรายละเอียด ที่นี่เลยครับ

Copyright © 2002 PraKaiFun. All rights reserved.
This web site is designed for 800*600 resolutions
any advice please contact [email protected]
 
 
Hosted by www.Geocities.ws

1