PraKaiFun
 
Articles and Short Stories
MENU [ home | วงการ บันเทิง | ห้องระบายอารมณ์ | เวปบอร์ด | ลิงค์ ]
Back to Articles &
Short Stories


 Recent Updates

 
:: ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยปี 1
:: ตอนที่2 : เพื่อนและความรัก
:: Updated
: 22/03/45
::
By : ต้นสน
 
Goto >>
ตอนที่ 1 : แรกพบ
ตอนที่ 2 : เพื่อนและความรัก
 
 
 

และแล้วการรับน้องอันแสนน่าเบื่อก็ได้ผ่านไป แม้ว่ากิจกรรมเหล่านี้จะดูเหมือนว่าไร้สาระไปหน่อย แต่ว่าพวกเราก็ได้รับประสบการณ์ดี ๆ หลายอย่าง ได้รู้จักเพื่อนใหม่ ๆ เพิ่มขึ้น ซึ่งนับว่าเป็นสิ่งที่มีค่าทีเดียวเพราะว่าเรายังต้องใช้ชีวิตร่วมกับเพื่อน ๆ เหล่านี้เป็นเวลาอีกค่อนจะข้างนานทีเดียวเลย

หลังจากวันนั้นมาพวกผมก็ไม่ได้พบกับเล็กและหน่อยจนกระทั่งเปิดเทอม การเรียนในมหาวิทยาลัยจะแตกต่างกับการเรียนในระดับ ม.ปลายอยู่บ้าง โดยการเรียนในมหาวิทยาลัยจะไม่เรียนเต็มวัน จะมีช่วงที่ว่างบ้าง ซึ่งการเรียนในระดับมหาวิทยาลัยนั้น จะมีการแบ่งเป็น 2 ส่วน คือการเรียน Lecture (การเรียนในห้องเรียนตามปกติ) กับการเรียน Lab การเรียน Lecture นั้นเราจะเรียนรวมกันทั้งคณะ ส่วนการเรียน Lab นั้น เราจะเรียนแยกกันเป็นกลุ่ม(Section) กลุ่มละประมาณ 30 คน ส่วนใหญ่แล้วตอนที่เรียนนั้น ผม วัตและปอน จะนั่งเรียนด้วยกันเพราะว่าพวกผมสนิทกันมาตั้งแต่เรียนระดับ ม.ปลายแล้ว

และแล้ววันแรกของการเรียน Lecture ได้ผ่านพ้นไป

"เฮ้อ สอนยังไงกันวะนี่ สอนโคตรเร็วเลย ฟังแทบเลยวะ" ผมบ่นให้เพื่อน ๆ ฟัง

"เอ เราก็ว่าอย่างนั้นละวะ ถ้าจดทันก็ฟังไม่ไม่เข้าใจ ถ้าเราฟังให้รู้เรื่องก็จดไม่ทัน ไม่รู้ อ.สอนยังไงกันวะนี่"วัตพูดเสริม

"ถ้าเรียนไม่รู้เรื่องอย่างนี้แล้วจะทำไงดีวะ ตอนสอบจะเอาอะไรมาสอบละ" ผมพูดอย่างหมดหวัง

"เฮ้ย เราว่าที่พวกนายคิดอย่างนี้นะ เพราะว่าพวกนายนะยังปรับตัวไม่ได้ เราว่าถ้าพวกนายเรียนไปซักระยะหนึ่งก็คงจะปรับตัวได้เองละ" ปอนพูดเพื่อให้กำลังใจเพื่อน

"แต่เราว่านะ กว่าที่เราจะปรับตัวได้ เราก็คงติด F ไปแล้วละมั้งเพื่อน" วัตพูดอย่างเซ็ง ๆ

"เฮ้ย อย่างพูดสิ่งที่เป็นอัปมงคลอย่างนี้สิวะ ฟังแล้วรู้สึกไม่ค่อยดีวะ" ผมพูด

"เออ กลับหอกันดีกว่าเพื่อน" ปอนพูดตัดบทเพื่อไม่ให้เพื่อนคิดมาก

แล้วเราทั้ง 3 ก็เดินกลับหอ

ในวันต่อมา ซึ่งในวันนี้เราไม่ต้องไปเรียน Lecture แต่ว่าพวกเรามี Lab ในตอนเช้า ส่วนในตอนบ่ายว่าง เนื่องจากว่าผมเป็นคนขี้กังวล กลัวที่จะไปเรียนไม่ทัน ดังนั้นผมจึงเดินทางไปยังห้อง Lab ก่อนเวลาประมาณครึ่งชั่วโมง โดยที่หน้าห้อง Lab จะมีรายชื่อของนักศึกษาว่าใครจะได้ทำ Lab ร่วมกับใคร (เป็น Partner Lab กัน) เนื่องจากผมไปก่อนเวลา ผมจึงไปไล่ดูชื่อเพื่อนเพื่อจะได้รู้ว่าใครที่จะทำ Lab เดียวกับผมบ้าง

"โจ้ ดูอะไรอยู่เหรอจ๊ะ" มีใครบางคนทักผม เสียงนี้ค่อนข้างคุ้นหูของผมของผม อ้อ หน่อยนั่นเอง

"สวัสดีครับ เออ …ผมดูรายชื่อเพื่อนอยู่นะครับ" ผมตอบไปอย่างเกร็ง ๆ

"โจ้ เวลาพูดกับเราไม่ต้องมีครับก็ได้ฟังแล้วดูแล้วแปลก ๆ นะ" หน่อยพูดขึ้น คำพูดของหน่อยทำให้ผมยิ่งรู้สึกเกร็งมากขึ้น

"ครับ" ผมตอบไป ทำให้หน่อยหัวเราะ ผมไม่สนใจหันไปดูรายชื่อต่อ แต่รายชื่อนั้นมันมีแต่ชื่อจริง ซึ่งผมก็ไม่รู้จักชื่อจริงของเพื่อนแต่ละคน ดังผมไม่มีโอกาสจะรู้ได้ว่าจะมีใครมาเรียน Lab กับผมบ้าง ผมคิดว่ามันไม่ค่อยจะมีประโยชน์นัก ผมจึงไปนั่งที่เก้าอี้หน้าห้อง Lab เพื่อรอเรียน ซักครู่หนึ่งก็มีคนเดินเข้ามาทักผมอีก

"ดีจ๊ะ โจ้มาแต่เช้าเลยนะ" ผมหันหน้าไปมองเจ้าของเสียงนั้น เล็กนั่นเอง เธอช่างดูน่ารัก สดใสเหลือเกิน การที่เธอเข้ามาทักผมทำให้หัวใจของผมเต้นแรงขึ้น และผมเกร็งมากขึ้นกว่าตอนที่ผมคุยกับหน่อยหลายเท่า

"ดี…ครับ คือ…ผมมาก่อนเพื่อมา…ดูว่าใครเรียน Lab เดียวกับผมมั่งนะครับ" ผมตอบกลับไป แล้วก็เงียบอยู่ครู่หนึ่ง ผมคิดไม่ออกเลยว่าผมควรพูดอะไรต่อดี

"แล้วโจ้เรียน Lab ห้องไหนละ" เล็กถามผม

"เออ…ผมเรียนห้อง…." ผมตอบไปอย่างเกร็ง ๆ จนผมลืมไปเลยว่าผมเรียน Lab ห้องไหน

"คือ…. ผมลืมไปแล้วนะครับว่าผมเรียน Lab ห้องไหน เดี๋ยวผมขอไปดูก่อนนะครับ" ผมพูดอย่างเขิน ๆ แล้วลุกไปดูชื่อที่ติดไว้ที่หน้าห้อง Lab ผมเอานิ้วไล่ชื่อจนกระทั่งพบชื่อผม แล้วผมก็ไปดูว่าผมต้องเรียนห้องไหน

"อ้าว เรียน Lab ห้องเดียวกับเรานี่" เล็กพูดขึ้น ทำให้ผมรู้สึกหลังวาบ เพราะว่าผมไม่คิดว่าเล็กจะเดินตามผมมาดูรายชื่อด้วย แต่สิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกเกร็งมากกว่านั้นคือการที่เล็กจะเรียน Lab ห้องเดียวกับผมนะสิ เอ…. ผมไม่รู้สินะว่าการที่ได้เรียน Lab ห้องเดียวกันนะจะส่งผลดีหรือผลเสียกับผมเนี้ย ผลดีก็คงจะทำให้ผมนะอยากเรียน Lab และทำ Lab อย่างสนุกสนาน ส่วนเรื่องของผลเสียก็คงเป็นเรื่องที่ว่าผมคงทำ Lab ไม่รู้เรื่อง เพราะมัวแต่แอบมองหน้าเธอ ผมคิดในใจอย่างมีความสุข

"เฮ้ย โจ้ทิ้งเพื่อนอย่างงี้ได้ไงวะ" คราวนี้ใครอีกละเนี้ย ผมหันไปมอง อ้อ วัตกับปอนเดินตรงเข้ามาหาผม ดูท่าทางวัตจะไม่ค่อยพอใจซักเท่าไหร่

"เฮ้ย เราไม่ได้ทิ้งพวกนายหรอกนะ ก่อนเรามาเราก็บอกพวกนายแล้วไงวะ ว่าเราจะไปดูรายชื่อคนที่จะต้องเรียน Lab ห้องเดียวกับเราบ้างนะ" ผมตอบกลับไป

"แล้วนายดูให้เราหรือเปล่า เออ ..เราเรียนอยู่ห้องไหนเหรอ" ปอนถาม

"เออ…ขอโทษวะ เราไม่ได้ดูให้นาย" ผมตอบ

"เออ.. สวัสดีครับ เล็ก" วัตทักทายเล็ก

"เฮ้ย เมื่อกี้นี้แกฟังเราพูดรึเปล่าวะเนี้ย" ผมพูดกับวัตอย่างไม่พอใจ

"เออ ฟังสิวะ อย่าคิดอะไรมากซิ แค่นี้ก็โกรธหรือวะ" วัตตอบ

"เราว่านายนะไม่ได้โกรธวัตเรื่องฟังหรือไม่ฟังนายหรอก แต่นายโกรธเรื่องอื่นมากกว่าละมั้ง" ปอนแซวผม จนทำให้ผมหน้าแดงทำอะไรไม่ถูกเลย ก่อนหน้านี้ก็เกร็งแล้วนะ แต่ตอนนี้สิหนักยิ่งกว่าเดิมอีก

"เข้าห้อง Lab ได้แล้วครับ" คนคุมห้อง Lab เรียกให้นักศึกษาเข้าห้อง Lab

ผมกับเพื่อนจึงแยกย้ายกันไปเข้าห้อง Lab

ในห้อง Lab

ผมเดินไปที่โต๊ะที่ผมจะต้องทำ Lab ผมก็พบกับปอน

"อ้าว ปอนนายทำ Lab โต๊ะนี้เหรอ" ผมถามปอน

"เอ๊ะ นี่นายไม่รู้หรือไงวะว่าเรากับนายเป็น Partner Lab (คนที่ต้องทำ Lab ร่วมกัน) กัน" ปอนถาม

"ไหนนายบอกว่า นายมาก่อนเพื่อมาดูรายชื่อไม่ใช่หรือไงวะ เราว่าที่นายมาก่อนนี่เพราะนายมีจุดประสงค์อื่นแอบแฝงอยู่แน่ ๆ เลยวะ" ปอนพูดอย่างไม่พอใจ

"เปล่า ๆ …เรามาดูรายชื่อจริง ๆ อ้อ… เรานึกออกแล้ว นายก็ชื่อขึ้นต้นด้วยตัว ป- เหมือนกับเราดังนั้นนายก็คงต้องทำ Lab ห้องเดียวกับเรา" ผมตอบแก้ตัว

"ไม่ใช่ แค่เราหรอกนะ แต่ยังมีหน่อย วัต และก็…หวานใจของนายอีกนะ" ปอนพูดประชดผม

"โอเค ๆ กระผมยอมรับผิดแล้วครับ" ผมพูด พรางคิดในใจว่า แค่มีปอนมาอยู่ก็ไม่เป็นไร แต่มีวัตมาอยู่ด้วยนี่นะสิ เฮ้อ ช่างโชคร้ายเสียจริงเลย

Lab แรกได้ผ่านไปอย่างไม่มีปัญหาเพราะว่า Partner Lab ของผมคือ ปอน เขาทำ Lab เกือบทั้งหมด โดยที่ผมแทบไม่ต้องลงมือทำอะไรเลย

เนื่องจากว่าวันนี้เป็นวันทำ Lab วันแรกผมเลยสนใจกับการทำ Lab มากจนผมไม่สนใจเรื่องอื่น ๆ เลย เมื่อทำ Lab เสร็จผมก็รู้สึกเหนื่อย (ทั้ง ๆ ที่แทบจะไม่ได้ลงมือทำอะไรเลย) ผมจึงชวนวัต และ ปอนกลับหอเพื่อจะได้กลับไปพักผ่อน ระหว่างทางเราก็ได้คุยกันถึงเรื่องต่าง ๆ

"เฮ้ย วันแรกของการทำ Lab เป็นยังไงบ้างวะ ปอน" วัตถามผมด้วยสีหน้าแปลก ๆ พูดไปถอนหายใจไป ราวกับว่ามีเรื่องที่ข้างคาในใจอยู่

"เออ ก็ไม่มีอะไรมากหรอกนะ เพราะว่าคนที่ทำ Lab ร่วมกับเรานะก็คือปอนไงละ เรานะแทบไม่ต้องลงมือทำอะไรเลยวะ" ผมตอบไปในใจนึกสงสัยว่าทำไมวัตถึงทำหน้าแปลก ๆ อย่างนั้น

แต่ก่อนที่ผมจะได้ถามวัต วัตก็บ่นออกมาว่า "เฮ้อ นายนี่ช่างโชคดีจังนะ ที่ได้ Partner Lab ที่ดีอย่างปอน เราสิ ได้ใครก็ไม่รู้เป็น Partner Lab เราก็ไม่เคยรู้จักมาก่อน เป็นผู้หญิง สวยก็ไม่สวย นิสัยก็ไม่ค่อยดี แถมยังจู้จี้จุกจิก เราเซ็งชะมัดเลยวะ ถ้าเปลี่ยนคู่ได้ก็คงดีนะสินะ"

"เฮ้ย เพื่อนมองโลกในแง่ดีหน่อยสิวะ เราว่ามันคงไม่ได้เลวร้ายอย่างที่นายคิดหรอก" ผมพูดปลอบใจเพื่อน ในใจก็นึกดีใจนิด ๆ ที่ได้อยู่คู่กับปอน ถ้าเจอคนอื่นที่ผมไม่รู้จักมาก่อนคงแย่แน่เลย

"เออ เราก็ว่าอย่างนั้นนะ นายอย่าเพิ่งไปตัดสินใจจากเรื่องที่มันเกิดเพียงวันเดียวสิวะ เราว่านายน่าจะให้โอกาสเขาดูว่าเขากับนายนะพอจะทำงานร่วมกันได้หรือเปล่านะ" ปอนพูดเสริม

"เฮ้อ พวกนายไม่เจอกับตัวเองพวกนายคงไม่รู้หรอกว่ามันน่าเบื่อขนาดไหน ถ้านายต้องจำใจทำงานกับคนอย่างนั้นนะ ไม่ใช่แค่ปีหรือสองปีนะ แต่ต้องทำงานร่วมกันจนจบมหาลัยเลย คิดดูสิมันน่าจะน่าเบื่อขนาดไหน" วัตพูดพร้อมกับแสดงสีหน้าที่เซ็งสุด ๆ

"เอ่อ เรื่องนี้เอาไว้ก่อนก็แล้วกัน เราว่านายควรจะลองปรับตัวให้เข้ากับเขาให้ได้นะ เออ .. เราอยากจะถามพวกนายว่า พวกนายรู้หรือยังว่านายนะอยู่สายรหัสอะไร และคนที่อยู่ร่วมสายรหัสนายมีใครบ้าง" ปอนถาม

"เราคงต้องอยู่สายรหัสเดียวกับนายสินะ ปอน เพราะเรารหัสก่อนายนี่ สายรหัสเราก็คงเป็น 10X สินะ แล้วนายละ วัต" ผมถามวัต

"นายอยู่สายรหัส 10X เหรอ งั้นก็สายเดียวกันกับเรานะ" วัตตอบ

"อ้าว นี่นายอยู่สายเดียวกันกับเราเหรอ เออ แล้วสายเรามีใครบ้างละวะ" ผมถามวัต

"แต่ละสายก็จะมี 10 คน สายเราก็มีตั้งแต่รหัส 100 ถึง 109 ก็มี 100ก็คือเล็ก 101ก็คือเก่ง 102ก็คือมีน 103ก็คือแตน 104ก็คือปอน 105ก็คือนาย 106ก็คือโอ 107ก็คือหนูหน่อยผู้น่ารัก 108ก็มด Partner Lab ที่น่าเบื่อของเรา 109ก็เรา" วัตตอบ

"โอ้โห นายนี่สุดยอดจริง ๆ วะ อยู่กันแค่ไม่กี่วันนายก็จำได้หมดแล้วเหรอ" ผมชมวัต

"เฮ้อ เรื่องนั้นนะช่างมันเถอะ แต่เราว่านะ เรานะโคตรเสียดายเลยวะ เพราะมีมดนะมาคั่นระหว่างเรากับหน่อย ไม่งั้นนะเราก็ได้คู่กับหน่อยสุดแสนน่ารักแล้วละวะ" วัตพูด

"วัต นั่นหรือเปล่าที่เป็นสาเหตุทำให้นายนะรู้สึกไม่อยากที่จะทำงานร่วมกับมดนะ" ปอนพูด

"เปล่า ๆ ไม่ใช่อย่างงั้น ยัยนั้นนะจุกจิกจู้จี้ จริง ๆ นะ" วัตปฏิเสธ

ผมฟังเรื่องที่วัตกับปอนคุยกันแล้วอดขำไม่ได้ ในใจก็พรางคิดไปว่า ถ้าผมได้คู่กับเล็กแล้วมันจะเป็นยังไงน้า จะว่าไปแล้วกรณีของวัตกับของผมนั้นก็มีส่วนคล้ายกันอยู่มาก แต่ไม่รู้สินะ ถ้าผมสามารถเลือกได้ว่าจะทำงานคู่กับใคร ระหว่างปอนกับเล็กผมควรจะเลือกใครดีน้า นี่ละคงเป็นสิ่งที่เขาเรียกว่า ได้อย่างก็ต้องเสียอย่าง บทเรียนในการใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น การปรับตัวให้เข้ากับเพื่อนฝูงและสังคมก็เป็นสิ่งหนึ่งในหลาย ๆ สิ่งที่เราจะต้องทำให้ได้ บทเรียนในมหาวิทยาลัยยังมีอีกมากมายที่ยังรอพวกผมให้ไปเรียนรู้ บทเรียนเหล่านั้นไม่มีในตำราเรียนมีแต่ในชีวิตจริง ผู้ที่ผ่านประสบการณ์เหล่านั้นเท่านั้นจึงจะรู้ได้


หากคุณสนใจจะส่งบทความ เรื่องสั้น หรือนิยายของคุณมายังเรา โปรดอ่านรายละเอียด ที่นี่เลยครับ

Copyright © 2002 PraKaiFun. All rights reserved.
This web site is designed for 800*600 resolutions
any advice please contact [email protected]
 
 
Hosted by www.Geocities.ws

1