::
สุดปลายทาง
... เราจะไปไหน
:: Updated
: 05/04/45
:: By
: ต้นสน
ตอนที่
1 เตรียมตัว
เรื่องนี้มันเริ่มต้นเมื่อ
ผม(แจ็ค) และเพื่อนผมอีก 4 คน คือ จอห์น, โอห์ม, แจน และ
แนน เรียนหนังสืออยู่ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งตอนนี้ก็ปลายปีแล้ว
การสอบ Ent. ก็ใกล้เข้ามาแล้ว(การสอบในปีของผมนั้นจะมีการสอบเพียงรอบเดียวเท่านั้น
ไม่เหมือนกับในสมัยปัจจุบันที่มีการสอบ 2 รอบ) ผมและเพื่อน
ๆ ต่างตื่นเต้นและรู้สึกหวาดกลัวกับการสอบอยู่พอสมควร
แม้ว่าจะเตรียมตัวพร้อมซักเท่าไรก็ตาม เพราะว่าการสอบ
Ent. แม้จะไม่ได้เป็นการตัดสินอนาคตของเราทั้งหมด แต่ว่าก็สามารถเป็นตัวบอกเราได้ว่าในอนาคตเราจะได้ไปทำงานอะไร
พวกเราจึงตั้งใจกับการสอบเป็นอย่างมาก
ตอนนี้โรงเรียนได้ปิดเทอมแล้ว
เพื่อให้นักเรียนได้มีเวลาในการเตรียมตัวในการสอบ นี่แสดงว่าเหลือเวลาอีกไม่นานแล้วซินะที่เราจะต้องเจอกับการสอบที่ตัดสินอนาคตของพวกเรา
"เฮ้ย
แจ็ค นายคิดว่าตอนปิดเทอมเพื่อเตรียมตัวสอบนี้ ระหว่างนัดกันติวที่บ้านใครซักคน
หรือว่า เรียนที่โรงเรียนกวดวิชาอันไหนดีกว่ากันวะ"
จอห์นถามผม
"เราคิดว่าไปเรียนกวดวิชาจะดีกว่ามั้ง
เพราะว่า ถ้าเราไปติวด้วยกันบางที อาจจะได้แต่ชวนกันคุยมากกว่ามั้ง"
ผมตอบไป
"แล้วพวกเธอคิดว่ายังไงละ"
จอห์นหันไปถามแนนและแจน
"เราก็คิดเหมือนกับแจ็คนั่นแหละ"
แนนตอบ ส่วนแจนก็ไม่พูดอะไรเพียงแค่พยักหน้าเท่านั้น
"ถ้างั้นตกลง
เราไปเรียนพิเศษละกันนะ" จอห์นพูด
"เฮ้ย
นี่นายจะไม่ถามเราหรือไงวะ เพื่อน เรายังไม่ได้ออกเสียงเลยนะ"
โอห์มพูดด้วยความไม่พอใจ
"เออ..
โทษเพื่อนลืมถามนายไป แต่ว่าอย่างนายนะ เราว่าอะไรก็ได้ทั้งนั้นละมั้ง"
จอห์นพูด
"ก็แน่ละสิ
เรามันไม่ได้เรียนเก่งอย่างนายนี่ที่สอบได้ 4.00 ทุกเทอมนะ"
โอห์มพูดประชดจอห์น
"พอ
ๆ ได้แล้วเลิกทะเลาะกันซะทีได้ไหมเพื่อน เอางี้ละกันยังไงเสียงส่วนมากก็ตกลงไปเรียนกวดวิชากัน
เราก็ไปเรียนกวดวิชาละกันนะ" ผมพูดเพื่อยุติปัญหาต่าง
ๆ
ดังนั้นพวกเราทั้งหมดจึงตัดสินใจที่จะไปเรียนกวดวิชาในช่วงปิดเทอมครั้งนี้เพื่อเตรียมตัวสำหรับการสอบที่จะมาถึง
วันหนึ่งขณะเดินทางกลับบ้านหลังจากที่เราไปเรียนที่โรงเรียนกวดวิชา
"เฮ้อ
น่าเบื่อจังโว้ย เหลือเวลาอีกไม่นานแล้วซินะที่เราจะต้องสอบ
Ent.นะ" โอห์มบ่นขึ้น
"เฮ้ย
ไม่เห็นเป็นไรเลยยิ่งสอบเร็วเราก็จะได้รู้เร็วว่าเราจะได้เรียนคณะอะไรนะ
เออ
แล้วนายคิดว่านายจะเลือกคณะอะไรวะ โอห์ม" จอห์นถามโอห์ม
"เราคิดว่าเราอยากเรียนวิศวะวะ
ก็คงเหมือนกันกับนายนั่นแหละ แล้วพวกเธอละ อยากเรียนอะไรกันบ้างละจ๊ะ"
โอห์มตอบจอห์น แล้วก็หันไปถามแจนกับแนน
"เออ
เราคิดว่าเราอยากเรียนเภสัชนะ เพราะว่าเราคิดว่าเป็นอาชีพที่ดีและอีกอย่าง
พ่อ แม่เราก็สนับสนุนด้วย" แนนตอบ
"ส่วนเรานะ
อยากจะไปเรียนแพทย์นะ" แจนตอบ
"อ้าว
แจนไม่ไปเรียนวิศวะเหมือนกันกับจอห์นหรือ" ผมแซวแจน
ทำเอาแจนหน้าแดง พูดไม่ออก
แจนและจอห์นเป็นคู่หวานใจ
คู่เดียวที่มีในกลุ่มเรา ความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งสองก็เริ่มจากการเป็นเพื่อนกันอยู่รวมกลุ่มเดียวกัน
แต่แล้ววันเวลาก็ได้เปลี่ยนความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งสองจากความเป็นเพื่อนเปลี่ยนแปลงเป็นคนพิเศษ
แต่ก็น่าดีใจกับพวกเขาทั้งสองคนนะ พวกผมก็ได้แต่หวังให้ในซักวันหนึ่งพวกเขาจะได้สมหวังในความรัก
"เฮ้ย
แจ็ค พอ ๆ เลิกได้แล้ว เออ เรารีบ ๆ กลับบ้านกันเถอะ"
จอห์นพูดด้วยใบหน้าที่แดงด้วยความเขินอาย
"เอ..
จอห์นนี่ไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่องพูดเลยนะ เรารู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่นะ"
แนนพูดแซวจอห์น หลังจากนั้นพวกเราทั้งหมดก็เดินทางกลับบ้าน
ตอนนี้
เรายังคงมีรอยยิ้มให้กันและกันการที่เรามีเพื่อนอยู่ข้าง
ๆ นี่ก็ทำให้เรารู้สึกอบอุ่นใจที่มีคนที่เข้าใจซึ่งกันและกันอยู่ใกล้
ๆ แต่ไม่รู้สิว่ารอยยิ้มนี้จะอยู่ได้อีกนานซักเท่าไหร่ก่อนที่รอยน้ำตาจะเข้ามาแทนที่
ตอนที่
2 การจากลา
เมื่อวันเวลาได้ผ่านไป
ยิ่งเวลาผ่านไปมากเท่าไหร่ การสอบของพวกเราก็ยิ่งใกล้เข้ามาทุกที
คงอีกไม่นานแล้วซินะ ที่พวกเราจะสอบ เวลาในชีวิตคนเรานี่ช่างเป็นสิ่งมีค่าเหลือเกินโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเรามีเวลาเหลือน้อย
เดือนต่อมา
ก่อนการสอบประมาณ 3 เดือน หลังจากที่เรียนกวดวิชาเสร็จแล้วระหว่างที่เราทั้งสาม
คือ ผม จอห์นและแนนจะเดินทางกลับบ้าน โดยวันนี้แจนกับโอห์มไม่ได้มาเรียน
"เฮ้อ
คงเหลือเวลาอีกประมาณ 3 เดือนสินะ ก่อนที่เราจะต้องเข้าสอบ
Ent." ผมบ่นขึ้น หลังจากนั้นผมก็หันหน้าไปคุยกับ
จอห์น "เฮ้ย นายเตรียมพร้อมหรือยังวะ ดูเหมือนนายนะจะไม่ค่อยเครียดกับเรื่องการสอบเลยนี่หว่า
พักหลังนี้ไม่เห็นว่านายอ่านหนังสือเลยวะ"
"เออ
คือว่าเรา
" จอห์นพูดไปครู่หนึ่งแล้วเงียบไป
"เอ๋
มีอะไรหรือจอห์น
ดูหน้านายไม่สู้จะดีเลยเป็นไข้หรือเปล่า" แนนถามจอห์น
"คือว่า
เราคงจะไม่ได้เรียนวิศวะที่นี่แล้วละ เพราะว่าเราต้องไปเรียนต่อต่างประเทศแล้วละ
เราสอบได้ทุนไปเรียนต่อต่างประเทศนะ พ่อกับแม่เราก็อยากให้เราไปเรียนที่นั่นนะ
ทั้งที่เราก็ไม่อยากไปซักเท่าไหร่
" จอห์นตอบด้วยน้ำเสียงเศร้า
ๆ
"เฮ้ย
จอห์นนายจะเสียใจทำไมวะ ก็ไปเรียนต่อเมืองนอก ดีจะตายไปวะ"
ผมพูดกับจอห์น
"เออ..
ก็ไม่อะไรหรอก ฮะ ๆ" จอห์นฝืนยิ้ม เพื่อไม่ให้เพื่อน
ๆ กังวล
ในวันนั้นผมก็ยังไม่ค่อยเข้าใจการแสดงออกของจอห์นมากนักเพราะว่าผมคิดว่า
การที่เราได้ไปเรียนเมืองนอกนั้นเป็นการดีออก แล้วทำไมจอห์นถึงแสดงสีหน้าเศร้า
ๆ อย่างนั้น
เมื่อวันเวลาผ่านไปการเรียนเพื่อเตรียมสอบก็ยิ่งทวีความเคร่งเครียดมากยิ่งขึ้น
การเรียนที่เคร่งเครียดบางครั้งก็เป็นตัวที่ทำให้เราลืมเรื่องบางอย่างเสียสนิท
จนกระทั่งวันหนึ่ง
"เออ
เพื่อน
ๆ ตั้งแต่เราเป็นเพื่อนกันมา เราก็รู้สึกดีใจมากนะที่ได้เป็นเพื่อนกับพวกนายนะ"
จอห์นเดินเข้ามาหาพวกผม
แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเศร้า ๆ
"เฮ้ย
ทำไมนายถึงพูดอย่างนั้นละวะ เราก็เป็นเพื่อนกันนะ คิดอะไรของนายอีกละวะเนี้ย"
โอห์มพูดเพราะไม่เข้าใจในคำพูดของจอห์น
"คือ
เรานะต้องไปเรียนต่อเมืองนอกนะ เราต้องออกเดินทางไปในวันพรุ่งนี้แล้วนะ
เพื่อน" จอห์นพูดด้วยเสียงเศร้า ๆ และสีหน้าที่ไม่สู้จะดีนัก
ในกลุ่มของเราไม่มีใครที่พูดคำใด
ๆ อีก เราหยุดอ่านหนังสือไปชั่วครู่ ต่างคนต่างมองหน้ากัน
แต่ก็ไม่ใครรู้ว่าควรจะพูดอะไรต่อไปอีก
วันต่อมา
วันนี้เหมือนกับวันทั่ว ๆ ไป แต่มันไม่เหมือนกันก่อน เพราะว่าตอนเย็นของวันนี้
เพื่อนในกลุ่มของเราคนหนึ่งจะต้องเดินทางจากพวกเราไปเรียน
ไปใช้ชีวิตในที่ที่ห่างไกลจากพวกเราไป ไกลลิบตา โดยไม่รู้ว่าเมื่อไหร่เขาจึงจะได้กลับมาหาพวกเราอีก
วันนั้นทั้งวันพวกเราในกลุ่มต่างเรียนหนังสือไม่รู้เรื่อง
ทั้ง ๆ ที่ว่าการสอบก็ใกล้เข้ามาแล้ว แต่เรื่องของการเตรียมตัวสอบกลับถูกมองข้ามอย่างสิ้นเชิง
เพราะตอนนี้มีเรื่องที่สำคัญกว่าเรื่องนั้น คือ เรื่องที่เพื่อนของเราคนหนึ่งกำลังจะจากพวกเราไป
เวลาแห่งการจากลาได้มาถึง
"เออ
.
ดูและสุขภาพให้ดีละ ตั้งใจเรียนให้มาก ๆ นะเพื่อน"
ผมพูดกับจอห์น ผมกุมมือเขาครู่หนึ่งแล้วก็ส่งยิ้มให้เขาเพื่อแสดงถึงการอำลา
ต่อมาโอห์มก็เดินเข้ามา
แล้วตบไหล่ของจอห์นเบา ๆ แล้วโอห์มก็ยิ้มเศร้า ๆ
"เฮ้ย
พอได้แล้วพวกนายนะ เพื่อนเขาจะไปเรียนต่อต่างประเทศ อีกไม่นานพวกเราก็คงจะได้เจอกัน
เลิกทำหน้าเศร้า ๆ ได้ไหม เราควรจะแสดงความดีใจกับเพื่อนถึงจะถูก"
แนนพูดขึ้นเพื่อลดบรรยากาศของความเศร้า
แต่ยังมีอีกคน
คนหนึ่งที่ไม่ได้กล่าวอำลาจอห์นเลย คนคนนั้นคือ แจนนั่นเอง
"เออ
แจน" จอห์นหันไปหาแจน พูดขึ้นแล้วเงียบไป
"แจน
ไม่มีอะไรจะกล่าวลาจอห์นเหรอ" ผมหันไปถามแจน
แจนส่ายหัว
แล้วหันไปทางจอห์น เธอยิ้มให้จอห์นด้วยสีหน้าเศร้า ๆ และโบกมือลาจอห์น
"มันคงถึงเวลา
ที่เราต้องไปแล้วสิเพื่อน ๆ เราไปก่อนนะ" จอห์นพูดแล้วเดินจากพวกเราไป
เสียงของเขาแสดงถึงความโศกเศร้า อ้างว้างเหลือเกินเพราะที่นี่เขามีพวกเรา
แต่ที่นั่นเขาจะมีใคร น้ำตาใส ๆ ของเขาไหลลงมาอาบแก้มทั้งสองข้าง
แจนก็ได้แต่มองจอห์นผ่านกระจกที่กั้นผู้โดยสาร
เธอเอามือลูบกระจกโบกมือลาจอห์น น้ำตาไหลออกมาจากดวงตาทั้งสองข้างเช่นเดียวกับจอห์น
ทั้ง ๆ ที่วันนี้เขาจะได้ไปเรียนต่อเมืองนอก เพื่อมีอนาคตที่สดใส
แต่ว่าดูเขาช่างเศร้าเหลือเกิน เขาหลั่งน้ำตาไหลออกมาพร้อมกับโบกมือลาพวกเรา
การจากไปของจอห์นในครั้งนี้ ทำให้พวกเราทั้งหมดรู้สึกเศร้าเสียใจเป็นอันมาก
แนนซึ่งเมื่อตะกี้นี้ยังพูดเล่นอยู่ ก็ร้องไห้ออกมา ผมและโอห์มถึงแม้จะไม่ร้องไห้ออกมา
แต่ในใจของผมทั้งสองก็รู้สึกเจ็บปวดไม่น้อยที่ต้องสูญเสียเพื่อนไป
แต่ผมรู้ดีว่าคนที่เศร้า เสียใจที่สุดก็คงเป็นแจน ผมไม่เคยรู้จักคำว่ารักมาก่อน
ดังนั้นความรู้สึกของแจนต่อการจากไปครั้งนี้ของจอห์น ผมก็เลยไม่สามารถเข้าใจได้
.
ความรักบางครั้งก็ทำให้คนเราดีใจ
บางครั้งก็ทำให้คนเราเสียใจ คนที่ไม่เคยมีความรักก็จะไม่มีโอกาสรู้ว่าความรักนั้นเป็นอย่างไร
คนที่มีความรักเท่านั้นที่จะเข้าใจว่าความรักเป็นอย่างไร
.
ตอนที่
3 การสอบ
การจากไปเพื่อเรียนต่อในต่างประเทศของจอห์นทำให้เพื่อน
ๆ ทุกคนรู้สึกเศร้าใจ แต่ว่าชีวิตของเราก็ยังคงต้องดำเนินต่อไป
เพราะยิ่งเวลาผ่านไปเท่าใด การสอบก็ยิ่งใกล้เข้ามาทุกที
ดังนั้นในบางครั้งเราก็จำต้องลืมบางเรื่องเพื่อให้เรามีกำลังใจในการทำงานต่อไป
สามเดือนต่อมาหลังจากที่จอห์นจากไป
การสอบก็มาถึง ตอนนี้จะว่าไปพวกเราก็ค่อนข้างจะพร้อมสำหรับการสอบมากพอสมควร
"เป็นไงละบ้างเพื่อน
พร้อมกันหรือยัง" ผมถามเพื่อน ๆ ก่อนที่จะเดินทางไปถึงสนามสอบ
"เฮ้อ
จะว่าพร้อมก็พร้อมนะ แต่ว่าเนื้อหานี่เยอะชะมัดเลยนะ เราว่าอ่านเท่าไหร่ก็อ่านไม่หมด"
โอห์มบ่นให้พวกผมฟัง
"อะไรกัน
ก็ตอนทำแบบฝึกหัดเห็นนายบอกว่าทำได้ แต่ตอนนี้กลับมาบ่น
ผลการสอบครั้งนี้ อย่าให้มันเหมือนกับที่นายได้ตอนสอบที่โรงเรียนนะ"
แนนพูดประชดโอห์ม
และแล้วรถที่เรานั่งไปก็ไปถึงสนามสอบ
พวกเราจึงลงจากรถ แล้วไปนั่งอ่านหนังสือกัน โดยตอนนั้นไม่มีใครพูดอะไรออกมาอีกเลย
เพราะว่าช่วงเวลาก่อนสอบนั้นเป็นสิ่งที่มีค่ามาก เพราะว่าจะเป็นช่วงที่เราสามารถทบทวนเนื้อหาต่าง
ๆ ที่เราอาจลืมไปบางส่วนได้
หลังจากที่เราสอบเสร็จในวันนั้น
ซึ่งเป็นวันแรกของการสอบ ทุกคนต่างเงียบไม่คุยกัน จนกระทั่งการสอบของวันสุดท้ายได้ผ่านพ้นไป
"เฮ้อ
สอบเสร็จซะทีโว้ย ว้าก
" โอห์มร้องเสียงดังลั่นเพื่อระบายความเครียด
หลังจากที่พวกเราเดินทางกลับมาจากการสอบ
"เฮ้อ
"
ผมหายใจออกเบา ๆ เพื่อเป็นการระบายความตึงเตรียดที่มีมาตลอดสามวันของการสอบ
"เป็นไงบ้างเพื่อน
ๆ การสอบทำกันได้ไหมละ" แนนเริ่มถามเพื่อน ๆ
"ไม่เอาน่าแนน
อย่าถามคำถามเครียด ๆ อย่างนี้ได้ไหม เราเพิ่งจะผ่านพ้นมันมานะ
ให้พวกเราได้พักกันบ้างสิ" โอห์มพูดขึ้น
"นั่นสินะ
เราเพิ่งจะสอบกันเสร็จนี่จะพูดถึงเรื่องเครียด ๆ อีกทำไมกันเล่า
ถึงพูดไปก็ใช่ว่าจะแก้ไขอะไรได้ เรามาคุยกันดีกว่าว่าเราควรจะไปเลี้ยงฉลองการสอบเสร็จของเราที่ไหนกันดี"
ผมเสนอความคิดเห็น
"ใช่
แล้ว เราก็คิดว่าอย่างนี้สิถึงจะเข้าท่า จะเครียดกับเรื่องการสอบอีกทำไมกันเล่า"
โอห์มพูดเสริม
"ตกลง
ตกลง เราจะไม่พูดเรื่องนี้ก็ได้" แนนพูด
"แล้วเราจะไปเที่ยวที่ไหนกันดีละ"
ผมถามความคิดเห็นเพื่อน ๆ
"เอ
เราก็ไม่รู้เหมือนกัน เออ แล้วแจนคิดว่าเราควรจะไปเที่ยวที่ไหนดีละ"
แนนพูดแล้วหันไปถามแจน โดยปกติแล้วแจนจะเป็นคนที่เงียบ
ไม่ค่อยพูดอยู่แล้ว แต่หลังจากที่จอห์นจากไปแจนก็ยิ่งเงียบลงไปอีก
"เออ
เราไม่รู้สิ แล้วแต่เพื่อน ๆ ละกัน" แจนตอบ
หลังจากนั้น
พวกเราทั้งหมดก็นั่งคิดกันอยู่ครู่หนึ่ง ส่วนใหญ่แล้วสมาชิกในกลุ่มของพวกเราเป็นคนที่ไม่ค่อยชอบไปเที่ยวซักเท่าไหร่
ยกเว้นแต่โอห์มที่เป็นนักเที่ยวตัวยง เขาจึงเสนอสถานที่เที่ยวหลาย
ๆ ที่ให้พวกเราเลือก แล้วพวกเราก็เลือกตามที่โอห์มแนะนำ
ช่วงเวลาก่อนที่จะมีการประกาศผลสอบเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดของกลุ่มเราก็ว่าได้เพราะว่ากลุ่มของเราได้อยู่รวมกันเป็นกลุ่มไปเที่ยวด้วยกันบ่อย
ๆ ถึงแม้ว่าบางครั้งเราจะรู้สึกเหงาไปบ้างที่เราขาดจอห์น
เพื่อนคนหนึ่งของกลุ่มเราไป แต่ทุกอย่างมีสุขก็ต้องมีทุกข์
แล้วแต่ว่าเวลาจะพาสิ่งไหนมาเยือนเรา
ตอนที่
4 ทางแยก
วันเวลาได้ผ่านไปการประกาศผลสอบใกล้เข้ามาทุกที
จนในที่สุดวันพรุ่งนี้ก็จะเป็นวันประกาศผลสอบแล้ว การประกาศผลสอบในสมัยผมนั้นเราจะต้องเดินทางไปดูรายชื่อของเราที่สนามสอบโดยตรง
ซึ่งจริง ๆ แล้วสนามสอบก็คือที่มหาวิทยาลัยนั่นแหละ โดยในสมัยนั้นจะไม่มีการดูรายชื่อผ่านระบบ
Internet เหมือนกับในสมัยปัจจุบัน
และแล้ววันประกาศผลสอบก็มาถึง
วันนั้นผมและเพื่อน ๆ ก็ได้รวมตัวกันก่อนที่เราจะเดินทางไปดูผลการสอบร่วมกัน
วันนั้นเป็นวันที่เรียกว่าตื่นเต้นที่สุดในชีวิตการเป็นนักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย
ของเราก็ว่าได้
"เฮ้ย
ทำไมวันนี้มันหนาวจังวะ" โอห์มบ่นให้ผมฟังขณะที่เราเดินทางไปยังมหาวิทยาลัย
"อะไรกันวะ
นี่ก็ใกล้จะหน้าร้อนแล้วนะเพื่อน นายยังว่าหนาวอีกเหรอวะ"
ผมตอบไป
หลังจากนั้นโอห์มก็เอามือที่เย็นเฉียบของเขามาแตะที่คอผม
ผมจึงเข้าใจว่าที่เขาบอกว่าหนาวนั้นเกิดจากการที่เขาเครียดเกี่ยวกับผลการสอบนั่นเอง
ซักครู่
รถที่เรานั่งไปก็ถึงมหาวิทยาลัย นี่เป็นครั้งแรกที่เรากลับมาที่นี่อีกตั้งแต่วันสอบ
เราทั้งหมดรีบเดินลงจากรถ
ในใจแต่ละคนก็ไม่ต้องพูดถึงว่ารู้สึกตื่นเต้นขนาดไหน
หลังจากนั้น
เราก็เดินไปยังบอร์ดที่ประกาศผล โชคดีที่เราเดินทางมาค่อนข้างเช้าคนเลยยังมาไม่ค่อยมาก
แต่เท่าที่ผมสังเกตดู ก็พบว่าเมื่อเวลาผ่านไปเพียงไม่กี่นาทีคนจะเพิ่มขึ้นมากขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อเลย
เราทั้งหมดเริ่มเดินดูตามรหัสว่าใครได้คณะอะไร คนที่รหัสหน้าสุดก็คือแนน
เราไปช่วยกันหาชื่อของแนนบนบอร์ดแล้วนำไปตรวจสอบกับรหัสคณะว่าแนนจะได้เรียนที่ไหน
ปรากฏว่าแนนได้เรียนคณะเภสัชตามที่ได้ตั้งใจเอาไว้ คนต่อไปก็คือ
แจน เราเดินหาชื่อของเธออยู่ครู่หนึ่งโดยไล่ตามรหัส ก็พบว่าเธอได้เรียนคณะแพทย์
แต่ว่าเธอต้องไปเรียนที่ต่างจังหวัด เนื่องจากคะแนนของเธอไม่สูงพอที่จะติดอันดับแรกที่เธอเลือกไว้
ผมคิดว่าการจากไปของจอห์นคงมีผลต่อจิตใจของแจนจึงทำให้ผลการสอบของแจนไม่ดีพอที่จะเรียนต่อที่นี่ได้
ซึ่งทำให้เธอต้องจากบ้านไปเรียนมหาวิทยาลัยที่อื่น ต่อมาก็คงเป็นผมละสิ
เราช่วยกันหาอยู่นานพอสมควร แต่ในที่สุด เราก็เจอจนได้
ตอนที่ผมเห็นชื่อผมอยู่บนบอร์ด แล้วผมไปดูเทียบกับคณะที่ได้
ผมดีใจสุด ๆ อยากจะร้องออกมาเลย เพราะว่าผมสามารถสอบติดวิศวะได้ตามที่ผมต้องการ
และคนสุดท้ายของกลุ่มเราก็คือโอห์ม เราช่วยกันหาชื่อของเขาว่าอยู่ที่ไหนติดคณะอะไร
แต่ผลปรากฏออกมาว่าเราไม่พบชื่อของเขาบนบอร์ด เราพบชื่อของคนที่มีรหัสใกล้กับเขา
แต่มันไม่มีรหัสของเขาติดอยู่บนบอร์ด ในตอนนั้นผมก็รู้สึกอึ้งไปชั่วขณะเหมือนกัน
ผมเห็นโอห์มนั่งทรุดตัวลงตรงหน้าบอร์ด เราต่างคนต่างพูดไม่ออก
สีหน้าของแต่ละคนไม่สู้จะดีนัก โดยเฉพาะโอห์ม
ซักพักหนึ่งโอห์มก็ลุกขึ้น
ฝืนยิ้มให้เพื่อน แล้วพูดออกมาว่า "ไม่เป็นไรมั้ง
เราว่าคงมีปีหน้าที่ดีกว่านี้แน่ ไม่เป็นไร ปีหน้าเราจะทำใหม่ให้ดีกว่าเดิม"
คำพูดของเขา
ผมฟังดูก็รู้ว่าเขาเสียใจมากขนาดไหนที่สอบไม่ติด ถ้าผมเป็นเขา
ผมคงไม่รู้ว่าจะทำยังไงดีกับชีวิตในวันข้างหน้า บางทีผมอาจคิดสั้นถึงขั้นฆ่าตัวตายก็ได้ซินะ
แต่นี่ก็คงเพราะเป็นโอห์มที่เขามีจิตใจที่เข้มแข็ง เขาจึงไม่คิดอะไรมาก
หลังจากนั้นเราทั้งหมดก็จึงเดินทางกลับ
โดยก่อนที่เราจะแยกย้ายกันกลับบ้าน เราก็ได้ไปแวะคุยกันที่บ้านของแนน
แต่เนื่องจากมีเรื่องมากมายที่ทำให้พวกเราสับสน พวกเราจึงไม่ได้มีใครพูดอะไรมากนัก
ซักพักพวกเราก็แยกย้ายกันกลับบ้าน
ตอนที่
5 สุดปลายทาง
วันรุ่งขึ้น
ผมตื่นขึ้นมา แต่ผมยังอยากไม่ลุกออกจากเตียง เพราะในใจผมยังมีสิ่งต่าง
ๆ มากมายที่ยังค้างคาอยู่ในใจ ผมมีคำถามมากมายที่ยังรอคำตอบ
วันนี้ถ้าผมลุกออกจากเตียงไปแล้ว ผมควรจะไปไหน โรงเรียนหรือ?
ที่โรงเรียนจะมีใครอีก ที่โรงเรียนนั่นจะมีใครที่รู้ใจผมเหมือนกับในวันวานอีกหรือ
ผมยังคงคิดต่อไปอีกว่า ตอนนี้ผมสอบติดวิศวะแล้ว ผมตั้งคำถามกับตนเองว่าการที่ผมสอบติดวิศวะนั้นผมควรที่จะเสียใจหรือควรจะดีใจ
ผมได้เรียนในสิ่งที่ผมชอบ แต่ว่าผมต้องแลกกับการสูญเสียเพื่อนเกือบจะทั้งหมดที่ผมมี
อาจจะใช่ที่ผมอาจจะไปเจอเพื่อนใหม่ในคณะ แต่ว่ากลุ่มเพื่อนเก่า
เพื่อนที่รู้ใจผมอย่างนี้ บางทีชีวิตที่เหลือของผม อาจจะไม่มีโอกาสหาเพื่อนดี
ๆ อย่างนี้ก็เป็นได้ ตรงนี้ละคงเป็นสิ่งที่เราต้องเลือก
แต่บางทีอย่างเช่นที่ผมเผชิญอยู่ บางครั้งเราคงจะไม่มีโอกาสได้เลือกเลย
นี่ก็คงจะถึงสุดปลายทางของระดับชั้นมัธยมศึกษาแล้วสินะ
เมื่อมาถึงสุดปลายทางตรงนี้ก็จะมีทางแยกที่เราต่างคนก็ต่างต้องแยกย้ายกันไปตามหนทางที่เราต้องการ
บางครั้งเราต้องทนเดินคนเดียวท่ามกลางอุปสรรค และขวากหนามมากมายจนกว่าวันหนึ่งจะมีใครซักคนที่เข้าใจเราและมาเดินร่วมทางกันไปให้สุดปลายทางที่เราได้ตั้งใจไว้
.
สุดปลายทางเมื่อถึงทางแยก
ก็ทำให้พวกเราต้องจากแยกจากกัน
แจ็ค
ได้เรียนต่อในคณะวิศวกรรมศาสตร์ตามที่เขาตั้งใจไว้ และได้จบออกมาเป็นวิศวกรไฟฟ้าที่มีความมุ่งมั่นและทุ่มเทให้กับการทำงานเป็นอันมาก
จอห์น
ไปเรียนต่อวิศวกรในต่างประเทศ ไม่เคยมีใครคิดมาก่อนเลยว่าการจากไปของเขาในครั้งนั้น
จะเป็นการจากไปตลอดกาล เพราะว่าเขาไม่เคยได้กลับมาอีกเลย
โอห์ม
เขาพยายามในการสอบครั้งต่อไปจนประสบผลสำเร็จ สอบเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยได้
โดยเป็นรุ่นน้องของแจ็ค 1 ปี ตอนที่เรียนนั้น ทั้งคู่ยังคงติดต่อกันอยู่
แต่เมื่อเรียนจบแล้วสายงานของทั้งสองคนไม่ตรงกัน การติดต่อกันจึงน้อยลง
และในที่สุดก็เลิกติดต่อกัน
แนน
หลังจากสอบติดเภสัชได้ แนนก็ยังคงพยามที่จะติดต่อกับเพื่อนเก่า
ๆ อยู่เหมือนเดิม แต่เนื่องจากว่าการติดต่อกันทำได้ลำบากเพราะเวลาเรียนและเวลาทำกิจกรรมนั้นไม่ตรงกันทำให้การติดต่อไม่ประสบผลสำเร็จ
แจน
ในช่วงระหว่างที่เธอเรียนก็มีชายหนุ่มหลายคนมาจีบเธอ แต่เธอก็ไม่สนใจ
จนกระทั่งเธอเรียนจบเธอจึงไปเรียนต่อที่เมืองนอก และก็ได้พบกับจอห์นอีกครั้งหนึ่ง
แล้วทั้งคู่ก็ตกลงใจแต่งงานกัน
หากคุณสนใจจะส่งบทความ
เรื่องสั้น หรือนิยายของคุณมายังเรา โปรดอ่านรายละเอียด
ที่นี่เลยครับ
Copyright
© 2002 PraKaiFun. All rights reserved.
This web site is designed for 800*600 resolutions
any advice please contact [email protected] |