PraKaiFun
 
Articles and Short Stories
MENU [ home | วงการ บันเทิง | ห้องระบายอารมณ์ | เวปบอร์ด | ลิงค์ ]
Back to Articles &
Short Stories


 Recent Updates

 
::ขุนโจรสะท้านฟ้า
::ตอนที่ 1: องค์หญิงแซนดร้า
:: Updated
: 14/03/45
::
By : ยงรวี
 
Goto >>
ตอนที่ 1 : องค์หญิงแซนดร้า
 
 

ณ. ดินแดนอันไกลโพ้น นามว่า "พาราโบเนีย" ซึ่งปกครอง โดย "พระเจ้าพาราโบเนีย" เป็นดินแดนที่มีความสุขสงบ ข้าวปลาอาหารอุดมสมบูรณ์ เป็นเวลาช้านาน แต่แล้ววันหนึ่ง เกิดอาเพศ ในแผ่นดิน ข้าวปลาอาหารที่เคยอุดมสมบูรณ์ ก็ขาดแคลนลงไป บ้านเมืองเดือดร้อนวุ่นวาย เกิดโจรผู้ร้ายขึ้นในแผ่นดิน จ้าวเมือง คนหนึ่ง ที่มีฉายาว่า "จ้าวปฏพี" ได้ถือโอกาสรวบรวมผู้คน และก่อ กบฎ ขึ้น โดยอ้างว่า พระเจ้าพาราโบเนีย ประพฤติตนไม่ดี ก่อให้เกิดความเดือดร้อนไปทั่ว จ้าวปฏพี นำกองทัพฝ่ายกบฎ บุกเข้ายึดเมืองต่างๆ และได้เคลื่อนที่เข้าใกล้ เมืองหลวงทุกขณะแล้ว

องค์หญิงแซนดร้า ทายาทเพียงองค์เดียว ของพระเจ้าพาราโบเนีย ยืนทอดพระเนตร ออกไปนอกหน้าต่าง อีกไม่นาน กองทัพกบฎ ก็จะบุกเข้ามาถึงเมืองหลวง และก็คงจะบุกเข้ามาถึงยังพระราชวัง มาถึงยังที่เธอยืนอยู่ในขณะนี้

นางกำนัลหน้าตาหมดจดนางหนึ่ง เดินเข้ามานั่งพับเพียบ แล้วกล่าวแก่องค์หญิง

"องค์หญิงเพคะ เสด็จพ่อองค์หญิง ทรงเรียกหาเพคะ"

องค์หญิง พยักหน้ารับทราบ

"เรไร เธอพอจะรู้ไหม ว่าท่านเรียกหาฉัน ด้วยเรื่องอันใด" องค์หญิง แซนดร้า ว่าพลาง เช็ดน้ำตา ที่ปริ่มๆ บริเวณดวงตาของเธอ

"หม่อมฉันไม่ทราบเพคะ" นางกำนัลที่มีนามว่า เรไร ตอบ "องค์หญิงทรงร้องไห้หรือเพคะ"

"เปล่าหรอก ฉันไม่ได้ร้องไห้ซักหน่อย" องค์หญิงแกล้งปฏิเสธ ทั้งๆ ที่เธอเป็นอย่างที่ เรไรว่า

"แต่หม่อมฉันเห็น…"

"เอ๊ะ เรไร ฉันบอกว่าฉันไม่ได้ร้อง" องค์หญิงยังคงยืนยัน เธอไม่อยากให้ เรไร รู้หรอกว่า เธอร้องไห้ เพราะกลัว กองทัพกบฎ จะบุกเข้ามาถึงพระราชวัง เธอไม่อยากให้ สนมกำนัลทั้งหลาย ต้องพลอยวิตกไปกับเธอด้วย

"ไปกันเถอะ เรไร อย่าให้เสด็จพ่อ ต้องคอยนานเลย เดี๋ยวท่านจะทรงกริ้วเอา"

"เพคะ"

qpqpqpqpqpqpqpqpqpqp

พระเจ้าพาราโบเนีย ทรงประทับอยู่บน แท่นจักรพรรดิ์ ประจำราชวงศ์ พระองค์ก็ทรงหวั่นวิตกเกี่ยวกับ กองทัพกบฎ ไปไม่น้อยกว่าองค์หญิง

"เสด็จพ่อ ทรงเรียกลูกด้วยเรื่องอันใดหรือ เพคะ" องค์หญิงถามเมื่อเสด็จมาถึงยังที่ประทับ

"อ้อ แซนดร้า" แล้วพระองค์ก็ทรงพยักหน้าให้ ทหารราชองค์รักษ์ ออกไป "พ่อมีเรื่องสำคัญที่จะบอกให้เจ้ารู้ เจ้าคงทราบเรื่อง กองทัพกบฎ แล้วซินะ"

"ลูกทราบดี เพคะ เสด็จพ่อ"

"ดีแล้ว" พระองค์เดินเข้ามาใกล้องค์หญิง แล้วกล่าวคำที่เบาเกือบจะเป็นเสียงกระซิบ "พ่อจะส่งเจ้า ออกไปลี้ภัยยังดินแดนอื่น เตรียมตัวให้พร้อม"

องค์หญิงมีท่าทีสะดุ้งตกใจ "เสด็จพ่อ…ลูกไม่ไปเพคะ ลูกจะอยู่คอยเป็นแรงใจให้แก่ไพร่ฟ้าประชาราษฎร์ ที่นี่ หากลูกหนีไปแต่เพียงคนเดียวแล้ว ราษฎรรู้เข้า พวกเขาก็จะว่าเอาได้ว่า เราเห็นแก่ตัว หลบหลีกภัยไปแต่ผู้เดียว จะพลอยให้ราษฎร เกลียดเรา แล้วเข้ากับพวกกบฎได้มากขึ้นอีก เพคะ"

"พ่อเข้าใจลูกดี แต่… สถานการณ์แบบนี้มันยากที่จะพูด พ่อจะส่งลูกไปอย่างลับๆ ไพร่ฟ้าหน้าใส ไม่รู้ ก็คงไม่เสื่อมศรัทธาหรอก"

"แต่ ลูกเองก็ยากจะอยู่เป็นขวัญใจพสกนิกร เคียงข้าง เสด็จพ่อ"

"แซนดร้า"

"ยังไงลูกก็ไม่ไป เพคะ"

"แซนดร้า ถ้าเจ้าอยู่ที่นี่ พ่อก็จะเป็นห่วงเจ้า ไม่มีสมาธิที่จะจัดการกับ ฝ่ายกบฎ แต่ถ้าเจ้าไปพ่อก็สบายใจ สามารถคิดหาวิธีจัดการ ฝ่ายกบฎ ได้ดีขึ้น ก็เท่ากับว่า เจ้าได้ช่วยเหลือ ราษฎร อีกทางหนึ่ง ในข้อที่เจ้ากังวลว่า ราษฎร จะถอยกำลังใจนั้น เจ้าไม่ต้องเป็นห่วง พ่อบอกแล้วว่าจะส่งเจ้าไปอย่างลับๆ ราษฎร ไม่รู้หรอก "

"แต่… ลูกก็ยังอยาก…"

"ไม่มีแต่ นี่คือคำสั่ง"

qpqpqpqpqpqpqpqpqpqp

องค์หญิงแซนดร้า กังวลพระทัยเกี่ยวกับการลี้ภัยครั้งนี้ยิ่งนัก เพราะเธอไม่อยากจากแผ่นดินเกิด ไม่อยากจากราษฎร แต่นี่เพราะเป็นคำสั่งของ พระเจ้าพาราโบเนีย เธอจึงไม่อาจจะขัดใจได้

เรไร นางกำนัลคนสนิท เดินเข้ามาในห้องบรรทมขององค์หญิง เมื่อเห็นองค์หญิงยังไม่บรรทม เธอก็เข้าไปหา

"องค์หญิง ยังไม่บรรทมอีกหรือเพคะ"

"ฉัน กลุ้มใจเหลือเกิน เรไร" องค์หญิงไม่รู้จะระบายความในใจให้ใครฟังอีกแล้ว

"ทรง กังวลพระทัย ด้วยเรื่องอันใดหรือ เพคะ" เรไรถาม "ถ้าไม่ทรงรังเกียจ พอจะเล่าให้หม่อมฉันฟังได้ไหม เพคะ"

องค์หญิงทรงยิ้ม เธอคิดว่า เวลานี้ คงไม่มีใครเข้าใจเธอได้ดีกว่า เรไร แล้ว

"หรือ เป็นด้วยเรื่องที่ พระองค์ ทรงเรียกหาองค์หญิง"

"เรไร คงมีเธอคนเดียวที่เข้าใจฉัน เสด็จพ่อ บอกฉันว่า จะให้ฉัน ลี้ภัยไปยังดินแดนอื่น แต่ฉันไม่อยากจากแผ่นดิน พาราโบเนีย นี้ไปเลย ฉันเป็นห่วงราษฎร เป็นห่วง ผืนดิน เป็นห่วง เกินกว่าที่จะตัดห่วงนั้นทิ้งแล้วหนีไปแต่ผู้เดียวได้"

"โถๆๆ องค์หญิงของหม่อมฉัน หม่อมฉันเข้าพระทัยองค์หญิงดี แต่องค์หญิง เพคะ บางครั้ง ข้อปารถนาดีของบุคคล ๆ หนึ่ง ที่บุคคลๆนั้น เห็นว่าดี อาจจะไม่เป็นการดีต่ออีกบุคคลหนึ่งเลยก็ได้ หม่อมฉันเห็นว่า เอ่อ… องค์หญิงควรจะห้ามพระทัยตนเอง ในสิ่งที่องค์หญิงอยาก แล้วจะก่อให้เกิดผลดี ในสิ่งที่องค์หญิงต้องการ มากกว่า "

"หมายความว่า เธอต้องการให้ฉันไป ใช่ไหม" องค์หญิง เริ่มแสดงทีท่าไม่พอใจ

"คือหม่อมฉัน หมายความว่า ความปารถนาขององค์หญิง คืออยากให้ราษฎรเป็นสุขโดยสำคัญ แต่องค์หญิงทรงเข้าพระทัยว่า การที่องค์หญิงจากไป จะเป็นการบั้นทอน กำลังใจของราษฎร แต่ไม่เลย… ในฐานะที่หม่อมฉันอยู่ต่ำกว่า หม่อมฉันเข้าใจว่า การที่องค์หญิงของพวกเรา พ้นจากภัยไปได้นั้น จะทำให้พวกเรามีกำลังใจมากกว่า เพราะอย่างน้อย ก็สู้โดนปราศจากข้อกังวลว่า องค์หญิง ปลอดภัยแล้ว"

องค์หญิงบรรทมแล้ว แต่ยังไม่นิทรา เรไรจากไปนานแล้ว แต่คำพูด ของนางกำนัลผู้นั้น ยังสถิตอยู่ในห้วงความคิดขององค์หญิง

qpqpqpqpqpqpqpqpqpqp

และแล้ววันที่องค์หญิงทรงเป็นห่วงก็มาถึง วันนี้องค์หญิงจะต้อง จากดินแดนของเธอ ไปยังดินแดนที่ไกลแสนไกล ที่เธอไม่เคยรู้จัก

"แซนดร้า พ่อจะส่ง หุ่น บอย ไปกับเจ้าด้วย" พระเจ้าพาราโบเนีย บอก

"เพคะ เสด็จพ่อ"

"เจ้าหุ่นตัวนี้ มันจะเป็นผู้พิทักษ์ เจ้า มันสามารถที่จะส่งข่าวสารจากดินแดนของเราไปยังเจ้าได้ มันสามารถควบคุมยาน จีไฟท์ ลำนี้ได้" พระเจ้าพาราโบเนีย ทรงเอามือไปลูบ ยาน จีไฟท์ ที่พระองค์ภูมิใจ

ยาน จีไฟท์ ลำนี้ เป็นยาน ของทางราชสำนัก ขนาดกลาง ลักษณะของมันเป็นทรงกรวยมีปีก ตัวลำเครื่องทาสีขาว เขียนตราราชสำนักสีทอง ทำมาจากวัสดุทนความร้อน สามารถบินได้ด้วยความเร็วสูง มีอาวุธประจำเครื่องคือ ปืนเลเซอร์ขนาดยักษ์ ๔ กระบอก ภายในสามารถแบ่งเป็นห้องพัก ได้ ๓ ห้อง ห้องโถง ห้องบังคับการ และ ห้องควบคุม ใช้เชื้อเพลิง ยูเรเนียม ในการขับเคลื่อน ซึ่งยาน จีไฟท์ นี้ มีใช้ในราชสำนักเพียง ๒ ลำ เท่านั้น

เหตุผลที่ พระเจ้าพาราโบเนีย ทรงเลือกเอายาน จีไฟท์ มาเป็น ยานพาหนะ ของ องค์หญิง แซนดร้า นั้น เพราะยานรุ่นนี้ เป็นยานที่บินเร็วที่สุดรุ่นหนึ่งของ ราชสำนัก และสบายกว่า เมื่อเทียบกับยาน เอ ไฟท์ ที่เป็นยานขนาดเล็ก แต่เร็วพอๆ กัน

"แซนดร้า เรไร จะไปกับเจ้าด้วยใช้ไหม" พระองค์ถามบุตรสาว

"เพคะ เสด็จพ่อ ทั้งลำก็มีเพียง ลูก เรไร บอย และ นางกำนัล อีก ๓ คน เพคะ"

"ดีแล้ว" พระเจ้าพาราโบเนียว่า " พ่อไม่อยากให้ไปเยอะ จะเป็นการเอิกเกริกไป"

การมาส่ง องค์หญิงแซนดร้า ครั้งนี้ นอกจากพระเจ้าพาราโบเนีย แล้วก็มีขุนนางใกล้ชิดที่ไว้ใจได้มาส่ง เพียง ๕ คนเท่านั้น

"รีบไปเถิดแซนดร้า ได้เวลาแล้ว" พระเจ้าพาราโบเนีย เร่งเมื่อเห็นว่า ได้เวลา

"ลูกจะคอย ฟังข่าวดี ทางนั้นนะเพคะ"

เมื่อองค์หญิง แซนดร้า พร้อมด้วยผู้ร่วมเดินทาง เดินเข้าไปในยานแล้ว พระเจ้าพาราโบเนีย และ ขุนนางทั้ง ๕ ก็ถอยมายังห้องบัญชาการในอาคาร

ยาน จี ไฟท์ นี้ สามารถ บินขึ้นสู่วงโคจรได้เอง โดยไม่ต้องอาศัย ยานช่วยส่ง ดังนั้น เมื่อ บอย เข้าไปนั่งใน ห้องบังคับการ ก็ต่อเชื่อมระบบของตัวเองเข้ากับระบบของเครื่อง แล้วทำการเปิดเครื่องยนต์ เสียงเครื่องยนต์ของ จีไฟท์ ดังกระหึ่ม แสงไฟบนหน้าปัทม์ควบคุมวิ่งไปมา

หลังคาของ อาคารปล่อยยาน เปิดออก ยานจีไฟท์ ลอยขึ้นสู่ด้านบนเป็นแนวเส้นตรง หลังจากนั้นก็พุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว

พระเจ้าพาราโบเนีย ภาวนาให้ การเดินทางของ องค์หญิงแซนดร้า ปลอดภัย

qpqpqpqpqpqpqpqpqpqp

ยาน จีไฟท์ บินออกไปจากวงโคจร โดยปะปนไปกับ ขยะ ที่ยานทำความสะอาด นำมาทิ้ง แต่การออกมาครั้งนี้ หาได้รอดพ้นจากหน่วยข่าวของ จ้าวปฏพี ไม่

"เฮ้ย แกดูนั้นซิ จาคอบ นั้นมันยานของ ราชวัง รึเปล่า" เกาท์ ยามของหอลอยฟ้าสังเกตการณ์ ที่ เจ้าปฏพี ได้สร้างเอาไว้ ถามเพื่อนร่วมงาน

"ไม่มั้ง นั้นมันคงเป็นขยะมากกว่า แลลองดูดีๆ ซิ เห็นไหม นั่นนะ ยานเก็บขยะ เห็นไหม" จาคอบ ให้ข้อเสนอแนะ

" เฮ้ แกนั่นแหละดูดีๆ เห็นไหม ส่องกล้องดูสิ ยานชัดๆ เห็นไหม ดู" เกาท์ยังเชื่อในสายตาตัวเอง

"เออ เว้ย" จาคอบว่าหลังจากส่องกล้อง "ยานจริงๆ แต่สงสัย ว่ามันคงจะเสียแล้วละ เขาเลยเอาทิ้งมาในยานเก็บขยะ"

"สงสัยจะเป็นอย่างที่แกว่า จริงๆ เอ๊ะ ตาฉันฝาดรึเปล่า รู้สึกว่า มันจะบินเป็นเส้นตรง ไม่เหมือนยานที่เสียแล้วเลยนะเว้ย"

"เออ เห็นๆ " จาคอบเห็นเหมือนที่ เกาท์ ว่า "แกจับตาดูอยู่นี่นะ ฉันจะไปรายงาน ผู้บังคับการหอ"

"เร็วๆ นะ"

หลังจากที่ จาคอบ รายงานไปยัง ผู้บังคับการหอ ผู้บังคับการหอ ก็ได้มาตรวจดูยานลำนั้นด้วยตัวเอง เมื่อแน่ใจแล้วว่า เป็นยานหลบหนีแน่นอน ผู้บังคับการหอ จึงแจ้งไปยัง จ้าวปฏพี

qpqpqpqpqpqpqpqpqpqp

ภายในยาน จีไฟท์ บอย รู้แล้วว่า ถูกหอสังเกตการณ์ลอยฟ้า จับได้ จึงเร่งความเร็วสุดกำลัง

qpqpqpqpqpqpqpqpqpqp

เมื่อ จ้าวปฏพี ได้รับสัญญาณจากทาง หอสังเกตการณ์ลอยฟ้า ก็เรียก จาเลง ทหารคนสนิทและลูกเลี้ยง เข้ามาหาทันที

"จาเลง รู้สึกว่าทาง ราชสำนัก เริ่มเคลื่อนไหวแล้วนะ เจ้าจงนำยาน เอกซ์ไฟท์ ติดตามไปเอาตัวผู้ที่หนีไปกลับมา" จ้าวปฏพีสั่ง

จาเลง ไม่ได้พูดว่าอย่างไรซักคำ รีบเดินออกไปยังที่เก็บยาน พร้อมด้วย ทหารฝ่ายกบฏ อีก 20 กว่าคน

ยาน เอกซ์ไฟท์ เป็นยานที่ค่อนข้างใหญ่ แต่มีความเร็วสูงที่สุด ในบรรดายานทุกรุ่น ยานลำนี้ จ้าวปฏพี ได้สั่งสร้างขึ้นมาเป็นจำนวน 20 ลำ เพื่อใช้ในการยึดครองดินแดน พาราโบเนีย โดยเฉพาะ ดังนั้นไม่ว่ายานลำไหนที่ ราชสำนัก มี ก็ไม่สามารถจะบินได้เร็วไปกว่ายาน เอกซ์ไฟท์ ได้

"จาเลง" จ้าวปฏพี ว่าผ่านทางสัญญาณไปยังยาน เอกซ์ไฟท์ "ในสถานการณ์แบบนี้ คงต้องเป็นบุคคลสำคัญของ ราชสำนัก หนีไป หรือไม่อย่างนั้น ก็ต้องเป็น ทูต ไปติดต่อกับดินแดนอื่น ถ้าเป็นบุคคลสำคัญ เป็นเชื้อพระวงศ์ ให้จับตัวมาเป็นตัวประกัน แต่ถ้าเป็น ฑูตธรรมดา ให้ฆ่าทิ้งได้

จาเลง พยักหน้ารับคำ ผ่านสัญญาณภาพ ไปยัง จ้าวปฏพี

qpqpqpqpqpqpqpqpqpqp

หลังจากที่ หอสังเกตการณ์ลอยฟ้า ส่งสัญญาณไปยัง จ้าวปฏพี ก็ได้ส่งสัญญาณไปยังยาน จีไฟท์ เพื่อให้จอด

องค์หญิง แซนดร้า ประทับอยู่ที่ห้องบังคับการ ทรงเริ่มสงสัยตั้งแต่เมื่อครู่นี่แล้วว่า จู่ๆทำไม บอย ถึงเร่งเครื่องให้เร็วขึ้น แต่ยังไม่ทันที่จะทรงถาม ก็มีสัญญาณ ส่งเข้ามา

"นั่น สัญญาณ อะไรนะ บอย" องค์หญิงแซนดร้า ถาม

" ……."

"ว่าอย่างไรนะ บอย ฉันสงสัยตั้งแต่เมื่อครู่แล้ว ว่าทำไมเจ้าถึงบินเร็วขึ้น"

"……สัญ….ญาณ….จาก… หอ…. สัง..เกต…….การณ์….ลอย…ฟ้า….ของ.จ้าว…ปฏ..พี ……..เขาจับ….ได้…แล้ว…ว่า….เรา…หนี………มา…"

"ตายจริง แล้วเราจะทำอย่างไรดีเนี่ย"

สัญญาณอีกสัญญาณหนึ่ง ถูกส่งเข้ามา ก่อนที่ บอย จะตอบ คราวนี้มันเป็นสัญญาณเสียง

"จาก เอกซ์ไฟท์ ๐๑๓ ถึง จีไฟท์ จาก เอกซ์ไฟท์ ๐๑๓ ถึง จีไฟท์ นำยานจอดเดี๋ยวนี้ นำยานจอดเดี๋ยวนี้"

แทนที่บอยจะจอดยาน กลับนำยานเร่งขึ้นไปเรื่อยๆ

" มัน…คง…จะ.ตาม….เรา…ทัน…ที่…….โล..ก…ผม…จะ.ทำ……..การ…ติด…ต่อ…กับ…บอ.ดี้.การ์ด….ที่…โล..ก….ให้……."

แล้ว บอย ก็ เชื่อมสัญญาณ ต่อไปยัง โลก เป็นเวลาเกือบ 2 นาที

"ได้ความว่าอย่างไรบ้าง" องค์หญิงถาม

"…….."

"โธ่ ไอ้หุ่นกระป๋อง องค์หญิงถามนะรู้เรื่องมั้ย" เรไรเป็นอารมณ์ แทนองค์หญิง

"……." บอย ยังคงทำเสียงประหลาด"……………"

qpqpqpqpqpqpqpqpqpqp

"ท่าน จาเลงครับ" พนักงานควบคุมเครื่อง รายงานต่อ จาเลง

จาเลง พยักหน้า ไม่กล่าวว่าอย่างไร

"ดูเหมือนว่า ยานจีไฟท์ จะไม่ยอมหยุดนะครับ เออ..ท่านจะให้ทำยังไงต่อไปครับ"

"อือ" จาเลง ครางออกมา

"จะตามไป หรือว่า…"

จาเลงพยักหน้า

"ตามไปใช่ไหมครับ"

จาเลงพยักหน้า

qpqpqpqpqpqpqpqpqpqp

หลังจากที่ บอย ครางอยู่สักพัก ก็เริ่มกล่าวออกมา "…..ผม….ได้….ทำ…การ..ติด.ต่อ…..ไป…ยัง……..ฐาน..ข้อ.มูล…..ของ...โล..ก…แล้ว…."

"เร็วๆหน่อยซิ " เรไรเร่ง "พูดเร็วๆ หน่อยได้ไหม"

"..ได้…ข้อ…มูล…ขอ.ง…ยอด..บอ..ดี้.การ์ด…ชื่อ...ชื่อ… ขุน.โจ..ร..สะ..ท้าน…ฟ้า…จะ…ให้…ทำ..การ….จ้าง……ไหม.."

" อี๋… เป็นโจรอย่างนั้นหรือ" เรไรอุทานออกมา "ไม่เอาหรอก ขึ้นชื่อว่าโจร มันก็เลวเหมือนกันทั้งนั้นแหละ" แล้วก็หันหน้าไปทางองค์หญิง "จริงไหมเพคะ"

"เชื่อถือได้รึเปล่า บอย" องค์หญิงถามหุ่นผู้พิทักษ์

"… มือ …วาง……อัน …ดับ ……… หนึ่ง…เชื่.อ ถือ …ได้"

"ถ้าอย่างนั้นก็ตกลง ทำการติดต่อเขาได้เลย"

qpqpqpqpqpqpqpqpqpqp

พนักงานบนเครื่อง เอกซ์ ไฟท์ จับสัญญาณบางอย่างจากยาน จี ไฟท์ ได้ เขาจึงรายงานไปยังจาเลง

"ท่านจาเลง ขอรับ ดูเหมือนยานลำนั้นจะส่งสัญญาณบางอย่างไปยังโลกนะขอรับ "

จาเลง เดินมายังหน้าจอแสดงผล เพื่อตรวจดูสัญญาณ

"เออ สัญญาณส่งไปยังโลก นะครับท่าน"

"อืมมมม"

qpqpqpqpqpqpqpqpqpqp

"ว่าไงเล่า ไอ้หุ่นกระป๋อง ได้ความว่ายังไง" เรไรถาม

"………………….."

"…………………………"

"……………………………….."

มีเสียงประหลาดสั้นยาว ออกมาจากบอยสักระยะหนึ่งก่อนที่บอยจะ พูดออกมา

"……เขา…..ตก…ลง.รับ….งา.น…แล้ว"

"แล้วมีข้อมูลว่าอย่างไรบ้าง แล้วเขาจะมาคุ้มกันเราเมื่อใด" องค์หญิงถาม แต่ไม่มีเสียงตอบจากบอย

qpqpqpqpqpqpqpqpqpqp

" ขึ้นมุมปรับวิถี 15 องศา" พนักงานคนหนึ่งพูดกับตัวเอง เพื่อทวนคำสั่ง หลังจากที่ได้รับคำสั่งให้ตั้งมุมของเครื่องยิงลำแสง

เมื่อปรับมุมแล้ว ประตูที่ปิดเครื่องยิงลำแสงก็เปิดออก ลำกล้องของมัน ค่อยๆ ยืดออกมาและปรับมุมไปตามคำสั่งที่ได้ตั้งไว้ จากนั้น ลำแสงสีแดงใสก็พุ่งตรงไปยัง ยาน จีไฟท์

ลำแสงที่ออกจากปากกระบอกปืน พุ่งไปยังบริเวณปีกของยาน จีไฟท์ ส่งผลให้ยาน จีไฟท์ สั่นสะเทือนไปทั้งลำ หลังจากที่สั่นได้สักพักเครื่องก็เริ่มบินช้าลง

บอย พยายามควบคุมเครื่อง เพื่อประคับประคองยานให้บินได้นิ่มที่สุดก่อนที่จะร่อนลงบนพื้นโลก

qpqpqpqpqpqpqpqpqpqp

"ท่านครับ ยานลำนั้นคงจะตกแน่ๆ ยิงซ้ำอีกทีดีไหมครับ"

จาเลงเดินเข้ามาหาพนักงานคนนั้นพร้อมกับจับคอเสื้อ เพื่อแสดงว่า เขาไม่พอใจ ที่พนักงานจะทำเช่นนั้น ซักพักเดียว พนักงานผู้นั้นก็ร่วงลงไปนอนกับพื้น

จาเลงสั่งให้พนักงานอีก 6 - 7 คนติดเครื่องร่อนขนาดเล็ก แล้วเหาะตามเขาไปยัง จี ไฟท์

qpqpqpqpqpqpqpqpqpqp

เรไร และ องค์หญิงนั่งกอดกัน องค์หญิง คิดว่าถึงอย่างไรก็คงไม่รอด

"เรไร นี่คงเป็นวาระสุดท้ายของเราแล้วซินะ"

" ไม่ต้องกลัวหรอกเพคะองค์หญิง อย่างไรเสียพวกมันก็คงไม่ทำอันตรายองค์หญิง มันคงต้องการเพียงแค่จับองค์หญิงเป็นตัวประกัน ไม่เช่นนั้นมันก็ต้องทำลายยานเราทิ้งแล้ว แต่ไม่ต้องทรงเป็นห่วงหรอกนะเพคะ เรไร คนนี้จะไม่ยอมให้มันจับตัวองค์หญิงไปได้ง่ายๆ แน่"

"เรไร เจ้าจะไปสู้เขาได้อย่างไร เจ้าเป็นแค่ผู้หญิง"

"ไม่ลองก็ไม่รู้เพคะ"

เรไร ปลอบใจองค์หญิงได้ซักครู่ ก็ได้ยินเสียง ประตูยานถูกยิงด้วยปืนเลเซอร์ เรไรจึงพาองค์หญิงไปซ่อนตัว

จาเลง นำลูกสมุนเข้ามา พร้อมทั้งบอกให้ค้นหาให้ทั่ว

ลูกน้อง สองคน เดินแยกเข้าไปค้นทางด้านบน อีกสองคนเดินเข้าไปค้นทางด้านซ้ายมือ ส่วนจาเลงและลูกน้องที่เหลือ เข้าไปค้นทางด้านขวา

"ฟ้าว" เสียงปืนเลเซอร์ดังตัดประตูห้องๆหนึ่ง

จาเลงนำลูกน้องเข้าไปในห้อง ลูกน้องคนหนึ่งกระชากนางสนมที่แอบไม่พ้นพร้อมทั้งปล่อยแสงบางอย่างให้นางสนมผู้นั้นสลบไป

"ค้นให้ทั่ว" ลูกน้องอีกคนหนึ่งตระโกนออกมา

qpqpqpqpqpqpqpqpqpqp

"ท่าทางข้างล่างคงจะเจออะไรแล้วละซิ" ลูกน้องที่อยู่ข้างบนบอกเพื่อน

"ฮึ ฮึ " อีกคนหัวเราะเบาๆ ในลำคอแล้วก็เงียบไป พร้อมทั้งชี้ให้เพื่อนดู "เฮ้ ฉันว่าทางนั้นเหมือนจะมีคนอยู่นะ"

"นายตาฝาดกระมัง"

"ไม่แน่นะ ลองไปดูกันเถอะ"

ทั้งสองคนเดินเข้าไปดู ที่ๆ พวกเขาคิดว่า ต้องมีคนอยู่

"โอ๊ะ……"

qpqpqpqpqpqpqpqpqpqp

เรไร แอบมองพวกของฝ่ายกบฎค้นยาน เธอหยิบปืนเลเซอร์ขนาดพกพาขึ้นมาแล้วเล็งไปยังฝ่ายที่ทำการค้นห้องอยู่

" เสร็จฉันละทีนี้ " หล่อนพึมพัมในลำคอ

"เฟี้ยว" แสงเลเซอร์ขนาดเล็กพุ่งตรงไปเข้าลำคอของสมุนนายหนึ่ง เรไรผู้เคยผ่านหลักสูตร องครักษ์หญิง ย่อมไม่พลาดในการเล็งระยะใกล้เพียงแค่นี้ หากแต่หล่อนพลาดไปว่า การกระทำครั้งนี้ ทำให้ฝ่ายกบฏรู้ที่ซ่อนของเธอ

"มันอยู่ทางโน้น" ลูกสมุนคนหนึ่งชี้มาทาง เรไร

"ตายละ" เรไร ตกใจหันกลับมาหลบ แต่ก็ต้องตกใจยิ่งกว่าเมื่อพบร่างชายผู้หนึ่งยืนจ้องเธอในระยะประชิด……..จาเลงนั่นเอง

"ว้าย" เรไรร้องออกมาเมื่อจาเลงบีบคอเธอลอยขึ้นไป

"อย่าทำอะไรเธอนะ" องค์หญิงรีบออกมาจากที่ซ่อน

จาเลง ปล่อยร่างของ เรไร ให้ตกลงไปกองที่พื้น แล้วหันมาทางองค์หญิงผู้ถือปืนจ้องมาทาง จาเลง

"ถ้าเข้ามาอีกนิดฉันยิงนายแน่" องค์หญิงขู่

ดูเหมือนไม่ได้ผล จาเลง ไม่มีทีท่าว่าจะกลัวองค์หญิงเลยแม้แต่นิดเดียว เขาก้าวเข้ามาช้าๆ ทำให้ องค์หญิง ทรงกลัวเป็นอย่างยิ่ง

จาเลง เอื้อมมือมาหาองค์หญิงเพื่อจะทำให้สลบ แต่มือยังไม่ทันถึงเขาก็ถูกยิงเข้าเสียก่อน เขาจึงหันไปยังที่มาของลำแสง

ชายหนุ่มในชุดสีดำที่ยิงลำแสงมาคือ ขุนโจรสะท้านฟ้า หลังจากที่เขาจัดการกับลูกสมุน ข้างบนเสร็จ เขาก็เดินมายังที่นี่

จาเลง จ้องมองด้วยความคาดแค้น เขาคว้าปืนกระบอกที่อยู่ข้างลำตัวขึ้นมา แต่ยังไม่ทันจะยกขึ้นสุดมือ ขุนโจรสะท้านฟ้า ก็ยิงมาอีก ทำให้ปืนกระเด็นออกจากมือไป

ขุนโจรสะท้านฟ้า กระโดดตีลังกาลงมาจากชั้นบน แล้วเตะเข้าที่หน้าของจาเลง ปลายลองเท้าที่มีเหล็กแหลม ขูดเอาหน้าของจาเลงเป็นรอย

จาเลงล้มลงไปที่พื้น ลูกสมุน ของเขา 3 - 4 คน ได้สติก็หยิบปืนขึ้นมา แต่ขุนโจรสะท้านฟ้าก็ยิงตายไปเสียก่อนที่พวกนั้นจะทันได้กระดิกนิ้วลั่นไก

ขุนโจรสะท้านฟ้า ยิ้มให้ จาเลง แล้วก็อุ้มองค์หญิงกระโดดลงจากยานไป

"วี๊ด…" องค์หญิงร้องเมื่อเห็นว่า ขุนโจรสะท้านฟ้า อุ้มกระโดดลงจากยานซึ่งขณะนี้อยู่สูงกว่าพื้น ราว 250 เมตร ตกลงไปดูเหมือนไม่น่าจะรอด

ขุนโจรสะท้านฟ้า เป่าปากสัญญาณ เรียกหุ่นยนต์ที่มีรูปร่างคล้าย ม้า เหาะมารับเขาและองค์หญิง ก่อนที่ทั้งคู่จะร่วงลงสู่พื้น

จาเลง รู้สึกตัวลุกขึ้นมา เขาเอามือลูบที่แผล เมื่อลุกมาไม่เห็นขุนโจรสะท้านฟ้าและองค์หญิงก็ตกใจ พยายามมองหา และเมื่อหันไปทางด้านหน้าของยานก็พบว่า ยาน จีไฟท์ กำลังจะพุ่งเข้าชนตึกระฟ้า

qpqpqpqpqpqpqpqpqpqp

ขุนโจรสะท้านฟ้า บังคับหุ่น ม้า ให้ค่อยๆ ร่อนลงที่พื้น องค์หญิงสลบไปแล้วในอ้อมแขนของเขา ส่วนสูงขึ้นไปทางด้านหลังนั้น ได้เกิดระเบิดขนาดยักษ์ จากการพุ่งเข้าชนตึกของ ยานจีไฟท์


หากคุณสนใจจะส่งบทความ เรื่องสั้น หรือนิยายของคุณมายังเรา โปรดอ่านรายละเอียด ที่นี่เลยครับ

Copyright © 2002 PraKaiFun. All rights reserved.
This web site is designed for 800*600 resolutions
any advice please contact [email protected]
 
 
Hosted by www.Geocities.ws

1