PraKaiFun
 
Articles and Short Stories
MENU [ home | วงการ บันเทิง | ห้องระบายอารมณ์ | เวปบอร์ด | ลิงค์ ]
Back to Articles &
Short Stories


 Recent Updates

 
::ณ ดาวดวงหนึ่งในห้วงจักรวาล
::ตอนที่ 2
:: Updated
: 03/05/45
::
By : firely
 
Goto >>
ตอนที่ 1
ตอนที่ 2
 
 

"นางเป็นอย่างไรบ้าง"ชายหนุ่มในอาภรณ์สีขาวสะอาดตาเอ่ยถามขึ้น

"ยังสลบอยู่เลยขอรับ แต่ร่างกายไม่ได้เป็นอะไรมาก คาดว่าอีกไม่เกินสามชั่วโมงนางคงฟื้น"เด็กชายวัยสิบสี่ปีผิวขาวกล่าวรายงานอย่างนอบน้อม

"อืม"ชายหนุ่มคนเดิมพยักหน้ารับรู้

"ข้าว่าท่านสมควรจะไปพักผ่อนก่อนดีกว่า เพิ่งคืนร่างมาไม่นานเช่นนี้ร่างกายคงยังอ่อนเพลียอยู่มาก เอาไว้นางฟื้นแล้วข้าจะไปเรียกท่านเอง"

"ตามใจเจ้า"ชายหนุ่มว่า

แต่ก่อนที่เขาจะเดินจากไปจู่ๆเด็กชายซึ่งนั่งคุกเข่าอยู่ก็โผล่เข้ากอดขาชายหนุ่มผู้นั้นไว้

"ข้าดีใจเหลือเกินที่องค์วาคินกลับมาได้อย่างปลอดภัยเช่นนี้ ทุกคนในเหมันต์ต่างเฝ้ารอและคิดถึงท่านทุกลมหายใจ"

"ขอบใจสำหรับความภักดีที่มีต่อข้ามาตลอด เอาล่ะข้าจะไปพักผ่อนตามที่เจ้าบอกล่ะ"ชายหนุ่มผู้มีนามว่าวาคินผละจากห้องนั้นไป

ปาราวดีลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งตัว แปลกจริง...นี่เราไปทำอะไรมาถึงได้ระบมไปหมดอย่างนี้ หญิงสาวถามตัวเองในใจ

เมื่อกระพริบตาให้ชินกับความสว่างจ้าของแสงไฟที่ส่องผ่านม่านตาเข้ามา หญิงสาวก็ต้องตกตะลึงกับภาพที่ปรากฏตรงหน้า

ห้องสีขาวนวลสะอาดตาถูกตกแต่งไว้ด้วยเฟอร์นิเจอร์สีขาวเข้าชุดกัน มีทั้งโต๊ะกลมขนาดเล็กและเก้าอี้ที่สลักลายสวยงามอ่อนช้อย ตู้เสื้อผ้าใบใหญ่ โต๊ะเครื่องแป้ง แจกันแก้วที่ภายในบรรจุกุหลาบขาวดอกโตนับสิบดอกแข่งกันบานสะพรั่ง และสุดท้ายก็คือเตียงนอนเนื้อนุ่มขนาดใหญ่ซึ่งหญิงสาวกำลังชันตัวลุกขึ้น ดูเหมือนว่าทุกสิ่งในห้องนี้จะถูกจัดแต่งไว้อย่างลงตัว แต่นั่นไม่ได้สร้างความสบายใจให้กับปาราวดีเลย

ที่นี่ที่ไหนกัน? หญิงสาวร้องถามตัวเอง เธอหลับตาลงเรียบเรียงเรื่องราวที่เกิดขึ้นแล้วก็อดแปลกใจกับตัวเองไม่ได้ว่า นี่ฉันกำลังฝันอยู่รึไง!

ก่อนที่ปาราวดีจะให้คำตอบกับตนเองได้ ประตูสีขาวทางด้านหน้าก็ถูกเปิดออกพร้อมกับเด็กชายร่างเล็กที่ถือถาดอะไรบางอย่างเข้ามาด้วย

"อาราไปยาตรี"เด็กชายส่งเสียงเจรจากับหญิงสาวด้วยข้อความที่ไม่อาจเข้าใจได้

"นายพูดว่าอะไรนะ"ปาราวดีถามขึ้น

" พำนะสัตตา ไปยาตรี"เด็กชายตอบกลับมาด้วยวาจาที่ทำเอาคนฟังถึงกับปวดหัว

"เอาเถอะไม่ต้องพูดแล้วล่ะ ฉันฟังนายไม่รู้เรื่องหรอก"หญิงสาวถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน

คราวนี้เด็กชายเปลี่ยนวิธีใหม่ เขาวางถาดเงินที่ถือมาด้วยตรงหน้าหญิงสาว ภายในถาดเงินนั้นคือชามใบย่อมที่บรรจุของเหลวสีขาวขุ่นส่งกลิ่นหอมน่าทานมา

"ให้ฉันเหรอ?"ปาราวดีถามพลางยกนิ้วชี้มาที่ตัวเอง

เด็กชายไม่ตอบว่ากระไร แต่เขากลับยกชามใบนั้นขึ้นชิดริมฝีปากตน

"อ้อ! จะให้ฉันกินไอ้นี่ใช่ไหม"

แล้วเธอก็ไม่รอช้า จัดการยกชามซุปใบนั้นขึ้นดื่มด้วยความหิวกระหาย

เมื่อปาราวดีวางชามซุปที่ว่างเปล่าลงก็ได้พบกับใบหน้าที่เปื้อนไปด้วยรอยยิ้มของเด็กชายที่จ้องมองหญิงสาวอยู่ก่อน

"ขอบใจนะ"เธอส่งชามเปล่าคืน

เด็กชายผู้นั้นยิ้มกว้างด้วยความยินดีก่อนผลุบหายออกไปพร้อมถาดใส่ชามเปล่าในมือ

หลังจากเด็กชายร่างเล็กกลับออกไปแล้ว ปาราวดีจึงนั่งเล่นอยูคนเดียวในห้องด้วยความรู้สึกสับสนแกมงุนงง เธอกำลังพยายามจับต้นชนปลายให้ถูกก็พอดีกับเสียงประตูสีขาวที่ถูกเปิดขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้บุคคลที่เดินเข้ามากลับไม่ใช่เด็กชายที่เธอเห็นในครั้งแรก

เขาเป็นชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งและบึกบึน ผิวสีน้ำตาลอ่อนภายใต้อาภรณ์ขาวสะอาดตา ผมเป็นสีน้ำตาลเข้ม ดวงตาสีน้ำเงินภายใต้ขนตาหนาเป็นแพงาม คิ้วโก่งดำและจมูกโด่งเป็นสันรับ กับริมฝีปากบางซึ่งบ่งบอกถึงความเจ้าอารมณ์ และบริเวณแก้มข้างซ้ายของชายหนุ่มยังมีรอยแผลเป็นขนาดใหญ่รูปหกแฉกปรากฏอยู่อย่างเด่นชัด แต่นั่นไม่ได้บั่นทอนความหล่อเหลาและงามสง่าราวเทพบุตรของเขาลงได้เลย

"เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง"เสียงทุ้มนุ่มอันแสนคุ้นเคยดังขึ้นจากปากชายหนุ่มรูปงามผู้นี้

"คุณเป็นใคร?"ปาราวดีขมวดคิ้วจ้องมองชายหนุ่มที่เดินเข้ามาทรุดตัวนั่งยังขอบเตียงหญิงสาว

"ข้าชื่อวาคิน"เขาตอบกลับมา

"วาคิน"หญิงสาวทวนชื่ออย่างคลับคล้ายคลับคลา

เหมือนเคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน....แต่ เอ มันเมื่อไหร่กันนะ แล้วชายหนุ่มตรงหน้าคนนี้ก็ช่างดูคุ้นเหมือนเคยพบกันมาก่อน

"เจ้าจำข้าไม่ได้จริงๆเหรอปาราวดี"รอยยิ้มบางปรากฏขึ้นบนดวงหน้าของชายหนุ่มผู้มีนามว่าวาคิน

"เราเคยพบกันมาก่อนเหรอ...คะ"ปาราวดีถามอย่างสุภาพ

"ใช่ หลายครั้งแล้วด้วย เพียงแต่มันอาจเลอะเลือนไปบ้างในความทรงจำของเจ้า แต่หากเจ้ายังคงจำมนุษย์น้ำในความฝันได้"

"คุณนะเอง!"ปาราวดีร้องขึ้น มนุษย์น้ำที่มักปรากฏตัวในความฝันของหญิงสาวเสมอๆพร้อมกับความช่วยเหลือทุกครั้งที่เธอเดือดร้อน

"งั้นคุณก็ต้องเป็นคนพาเจ้าฟูของฉันมานะสิ มันอยู่ไหน? เอาเจ้าฟูคืนมานะ"ปาราวดีร้องถามขึ้นเสียงเข้ม

"เจ้าเป็นห่วงมันขนาดนั้นเชียวหรือ"

"แน่นอน มันเป็นเพื่อนรักคนเดียวของฉัน ไม่ต้องโยกโย้ล่ะ คืนมันมาให้ฉันซะดีๆ"

"ไม่มีหรอก นับจากนี้ไปจะไม่มีเจ้ากระรอกน้อยตัวนั้นอีกแล้ว"วาคินเอ่ยเรียบๆ

"ทำไม? อย่างบอกนะว่าคุณฆ่ามันทิ้งไปแล้ว"ใบหน้าหญิงสาวซีดลงฉับพลัน

"เปล่า เจ้ายังฟังความไม่จบอย่างเพิ่งสรุปเอาเองเช่นนั้นสิ"ชายหนุ่มพูดต่ออย่างรวดเร็ว

"แล้วทำไม?"

"ข้ากำลังจะบอกเจ้าว่า เจ้าฟูของเจ้าไปได้ถูกฆ่าหรือหายไปไหนอย่างที่เจ้าคิดหรอก เพียงแต่มันจะไม่กลับมาหาเจ้าในร่างของกระรอกน้อยตนนั้นอีก เพราะมันได้คืนร่างกลับเป็นเช่นมนุษย์ดังเดิมแล้ว และข้านี่แหละคือเจ้าฟูที่เจ้าเคยช่วยชีวิตไว้"
วาคินกล่าวสร้างความตกตะลึงให้หญิงสาวเป็นอย่างมาก

"ค...คุณเนี่ยนะ"ปาราวดีเกิดอาการติดอ่างขึ้นมาโดยฉับพลัน

"ใช่"

"ไม่มีทาง เจ้าฟูมันเป็นกระรอกไม่มีวันที่จะกลายเป็นคนไปได้หรอก คุณหลอกฉันแน่ๆ"หญิงสาวกล่าวอย่างมั่นใจ

"เฮ้อ แต่เล็กจนโตเจ้าก็ดื้อไม่เคยเปลี่ยนเลยนะ"วาคินพูดด้วยความเหนื่อยใจ

"เอ๊ะ เรื่องอะไรมาว่าฉัน คุณเคยเห็นฉันตอนเด็กเสียที่ไหน"ปาราวดีเอ่ยเสียงเขียว

"ไม่เคยได้ไง ก็ข้าอยู่กับเจ้ามาตั้งห้าปี เห็นเจ้ากิน เจ้านอน เห็นเจ้าดีใจ ร้องไห้ หรือแม้กระทั่งเป็นผู้รับฟังที่ดีฟังเจ้าบ่นแม่เลี้ยงกับพี่สาวต่างมารดาของเจ้ามานักต่อนักแล้ว เอ...วันก่อนเจ้าว่าอะไรนะ อ้อ! เจ้าโกรธข้าที่หาว่าเจ้าสวยสู้พี่นีของเจ้าไม่ได้ ความจริงข้ายังไม่ได้พูดสักคำเลยนะว่าเจ้าไม่สวย คิดไปเองทั้งนั้น"

คำพูดจากปากวาคินคราวนี้ทำให้หญิงสาวถึงกับนิ่งอึ้งไป ไม่มีใครรู้เรื่องราวเหล่านี้ได้ดีไปกว่าตัวเธอและเจ้ากระรอกน้อยนั่น แต่คำพูดเพียงแค่นี้ก็ไม่อาจยืนยันความมั่นใจให้กับหญิงสาวได้

"ถ้านายเป็นเจ้าฟูจริง นายก็ต้องพิสูจน์ให้ฉันดูก่อนฉันถึงจะยอมเชื่อ"ปาราวดียื่นคำขาด

"รั้นไม่เคยเปลี่ยนเลย"วาคินว่าพร้อมๆกับร่างของเขาที่จู่ๆก็หดเล็กลงก่อนกลายสภาพเป็นกระรอกตัวน้อยคุ้นตาหญิงสาว

"ฟู!"ปาราวดีร้องขึ้นด้วยความดีใจ เธอขยับตัวพลางยื่นมือเข้าไปใกล้กระรอกน้อย

เหมือนตระหนักถึงความจริงได้ หญิงสาวหดมือกลับทันควันก่อนที่จะสัมผัสกับร่างของเจ้าฟู

"เจ้าเป็นอะไรไปรึ"วาคินถามหลังจากกลับสู่ร่างเดิมแล้ว

"ขอโทษที่ฉันไม่เชื่อคุณแต่แรก"ปาราวดีกล่าวพลางหลบสายตาชายหนุ่ม

วาคินตั้งใจจะถามต่อถึงความผิดปรกติของหญิงสาวที่เกิดขึ้นฉับพลัน แต่พอดีประตูสีขาวบานใหญ่กลับถูกเปิดออกก่อนโดยเด็กชายคนเดิม

ชายหนุ่มหันไปส่งภาษาประหลาดกับเด็กชายผู้นั้นก่อนจะเดินนำหน้าออกไป

"เจ้านอนพักผ่อนไปก่อน แล้วค่ำๆข้าจะแวะมาหาอีกที"วาคินกล่าวกับหญิงสาวก่อนจากไป

หลังจากที่ประตูสีขาวถูกปิดลง ปาราวดีซบหน้าลงกับหมอนแล้วน้ำตาเจ้ากรรมก็รินไหลลงมาจากดวงตาทั้งสองข้างของเธอ หญิงสาวไม่รู้ว่าเหตุใดถึงได้อ่อนแอและรู้สึกว้าเหว่เช่นนี้ บางทีอาจเป็นเพราะเจ้าฟู...สัตว์เลี้ยงและเพื่อนที่เคยแสนดีของเธอในกาลก่อนกลับกลายสภาพเป็นชายหนุ่มที่หญิงสาวไม่รู้จักไปเสียแล้ว ดูช่างไม่ต่างจากเขาผู้นั้นได้กลายเป็นคนฆ่ากระรอกน้อยของเธอเองเสียเลย

ปาราวดีผล็อยหลับไปพร้อมกับหยาดน้ำตาที่นองหน้า

"จัดการติดต่อฐานให้เรียบร้อย ไม่เกินสามวันข้างหน้าเราคงไปถึงดาวเหมันต์"วาคินสั่งเด็กชายร่างเล็กผู้ซึ่งมีนามว่าจิว

"ขอรับท่าน"เด็กชายรับคำ

หลังจากจัดการกับธุระทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว วาคินก็กลับเข้ามายังห้องนอนของหญิงสาวต่อ แต่ภาพที่เห็นตรงหน้ากลับทำให้ชายหนุ่มรู้สึกผิดอย่างแรง

ปาราวดียังคงหลับใหลอยู่ด้วยความอ่อนเพลีย ดวงหน้านวลลออบัดนี้กลับเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาที่เหือดแห้ง

วาคินก้มหน้าลงมองหญิงสาวอย่างชั่งใจ มือสีน้ำตาลอ่อนของชายหนุ่มเอื้อมมาลูบผมหญิงสาวอย่างเบามือ

"คงต้องใช้เวลาอีกสักพักกว่าเจ้าจะปรับตัวได้"ชายหนุ่มกล่าวพร้อมกับให้กำลังใจตนเอง

สองวันผ่านไปท่ามกลางความเงียบสงบและแสนจะสับสนภายในจิตใจของหญิงสาว วาคินยังคงมาเยี่ยมเยียนเธอตลอดแต่นั่นกลับไม่ได้ช่วยสร้างความสนิทสนมระหว่างกันได้มากเท่าใดนัก

"เจ้าอยากออกไปเดินเล่นบ้างไหม"วาคินถามขึ้นในเช้าวันหนึ่ง

"ก็ได้"ปาราวดีรับคำ จากนั้นจึงเดินตามชายหนุ่มออกจากห้องสีขาวไป

วาคินพาหญิงสาวเดินผ่านแนวทางเดินแคบๆไปเรื่อยๆจนมาหยุดลงที่ประตูเหล็กบานหนึ่ง ทันทีที่ฝ่ามือของเขาทาบลงบนแป้นสีแดงด้านข้าง ประตูเหล็กบานนี้ก็เลื่อนเปิดออกเผยให้เห็นห้องภายในที่ถูกกรุไว้ด้วยกระจกใสทั้งหกด้านซึ่งสามารถมองทะลุออกไปภายนอกเห็นถึงห้วงอวกาศและดวงดาวนับล้านที่ส่องแสงระยิบระยับอยู่

"ที่นี่ที่ไหนกัน?"ปาราวดีเอ่ยถามขึ้นเป็นครั้งแรก

"ในที่สุดเจ้าก็ถามคำถามนี้ขึ้นมาจนได้ ข้าตั้งใจจะเล่าทุกอย่างให้เจ้าฟังตั้งแต่วันแรกแล้วแต่ดูเหมือนว่าสภาพของเจ้าไม่พร้อมจะรับฟัง เอาล่ะ...ที่นี่คือส่วนหน้าสุดของยานอวกาศ"ชายหนุ่มกล่าวพร้อมกับเอื้อมมือไปกดปุ่มสีทองที่ติดอยู่ทางผนังด้านข้าง

แล้วจู่ๆร่างของทั้งสองก็ตกอยู่ในสภาพไร้แรงดึงดูด!

"เราอยู่ในอวกาศหรือเนี่ย"หญิงสาวถามด้วยความพิศวง

และความที่ไม่ชินกับสภาพไร้แรงดึงดูดเช่นนี้ทำให้การทรงตัวของหญิงสาวเป็นไปอย่างยากลำบาก ในที่สุดปาราวดีก็ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้จึงจำเป็นต้องอาศัยวงแขนอันกำยำของชายหนุ่มโอบรอบไว้!

"ใช่ นี่คือยานของข้า และสถานที่ๆเรากำลังมุ่งหน้าไปในขณะนี้ก็คือดาวเหมันต์...ดวงดาวดวงหนึ่งในกาแล็กซี่ทางช้างเผือก"วาคินก้มหน้าลงตอบคำถามหญิงสาว

"คุณช่วยอธิบายให้ชัดๆหน่อยได้ไหม"เธอบอกพลางขยับออกจากอ้อมแขนชายหนุ่ม

"จริงด้วยสิ ข้าไม่เคยบอกอะไรเจ้าเลยนี่นะ เอาล่ะเรื่องทั้งหมดมันก็เริ่มขึ้นตั้งแต่เมื่อห้าปีก่อนที่เจ้าได้ช่วยข้าเอาไว้นั่นแหละ"

"คุณคือเจ้าฟู คุณบอกฉันแล้วเรื่องนั้น"ปาราวดีขัดขึ้น

"เอาน่า ฟังข้าเล่าให้จบเสียก่อนสิ เมื่อห้าปีก่อนระหว่างที่ข้าต่อสู้กับศัตรู ข้าถูกพวกมันรุมทำร้ายจนร่างกายแหลกเหลวจึงได้หลบหนีลงมายังดวงดาวที่ใกล้ที่สุดก็คือโลกของเจ้าเพื่อรักษาตัว วันนั้นแหละที่เจ้าพบข้าในร่างของกระรอกน้อยสีน้ำตาลแดง"

"คุณบอกว่าร่างของคุณแหลกเหลวไปแล้วงั้นเหรอ?"ปาราวดีถาม

"ร่างกายของข้าไม่เหมือนมนุษย์โลกอย่างเจ้านี่ ข้าสามารถกลับคืนสู่ร่างเดิมได้เสมอหากดวงจิตยังไม่ถูกทำลาย"

"อ้าว แล้วคุณมาอยู่กับฉันตั้งเป็นนานทำไม?"

"ก็เพราะว่าพลังของข้ามีไม่มากพอที่จะใช้สร้างร่างใหม่ข้าจึงดำรงอยู่ในร่างของกระรอกตนนั้นจนกว่าจะสามารถรวบรวมพลังงานได้สมบูรณ์พอที่จะคืนร่างและติดต่อกับคนของข้า"

"แล้วมนุษย์น้ำนั่น?"

"มันเป็นพลังงานรูปแบบหนึ่งที่ข้าควบคุมน้ำเพื่อใช้ในการสื่อสารกับเจ้า"
วาคินกล่าว

"งั้นวันนั้นคุณก็คงกำลังจะเดินทางกลับบ้านสินะ"หญิงสาวเปรยขึ้น

"ใช่ แต่เจ้ากลับวิ่งพรวดเข้ามาเลยไปปะทะเข้ากับพลังงานป้องกันที่แผ่อยู่รอบอุโมงค์น้ำ ข้าเลยจำเป็นต้องพาเจ้าขึ้นยานมาด้วยมิเช่นนั้นแล้วร่างเจ้าคงถูกระเบิดออกเป็นจุลแน่"ชายหนุ่มกล่าวเป็นผลให้ดวงหน้านวลถอดสีฉับพลัน

"ฉันไม่น่าโง่เลยนะ"หญิงสาวอดเปรยขึ้นไม่ได้

"ไม่หรอก อย่างน้อยข้าก็ได้เห็นถึงความจริงใจที่เจ้ามอบให้"เขากล่าวเสียงอ่อนโยน

"ใครบอก ฉันเป็นห่วงเจ้าฟูมันต่างหาก"ปาราวดีเถียง

"เจ้าอย่างลืมสิว่าเจ้าฟูกับข้าก็คือคนๆเดียวกัน"

หญิงสาวแกล้งทำเป็นไม่ได้ยินประโยคสุดท้ายที่ชายหนุ่มกล่าว เธอหันไปให้ความสนใจกับภาพตรงหน้าแทน

ดวงดาวที่เคยเห็นอยู่ท่ามกลางท้องฟ้ายามราตรีดูราวกับมันขยับเข้ามาใกล้แค่เอื้อม ปาราวดีมองเห็นดาวเคราะห์ดวงใหญ่หลายดวงที่ล่องลอยอยู่กลางอวกาศซึ่งนอกจากสีดำแล้ว หญิงสาวยังสามารถเห็นถึงลำแสงที่ดูเหมือนควันไฟสีม่วงแกมแดงพวยพุ่งออกมาจากมุมริบๆทางด้านหนึ่ง

"นั่นคือหมอกไฟเกรทโอไรออน"วาคินกล่าวอย่างผู้ชำนาญด้านการเดินทางอวกาศดี

นอกจากนั้นปาราวดียังมองเห็นถึงหลายสิ่งที่ไม่คาดคิดว่าจะได้พบ ณ ห้วงอวกาศแห่งนี้ มีทั้งหมอกไฟสีเขียวแกมฟ้าที่ปาราวดีมองกลับหัวดูแล้วช่างเหมือนรูปลูกม้าตัวน้อยมาก แล้วยังมีดาวหางหลายดวงที่พุ่งพาดผ่านยานของพวกเขาไป

"ฉันอยากเห็นโลกของฉันจัง"หญิงสาวหันหน้ามาถามวาคิน

"เราข้ามผ่านระบบสุริยะของเจ้ามาไกลมากแล้ว"

"จริงสินะก็ตั้งสองวันแล้วนี่ มันไกลเท่าไหร่เหรอ"

"ประมาณสองหมื่นปีแสงได้"

"โห! คุณทำได้ยังไง"ปาราวดีตาโตด้วยความทึ่งจัด

"ใช้การวาล์ปผ่านห้วงอวกาศมานะสิ มันก็คล้ายๆกับการกระโดดข้ามจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งเพราะขืนเดินทางตามเส้นทางจริงคงใช้เวลาเป็นล้านปีก็ไปไม่ถึง"

"แล้วเมื่อไหร่คุณจะพาฉันกลับบ้านล่ะ"ปาราวดีถามคำถามที่ชายหนุ่มหวั่นใจ

"ก่อนอื่นข้าต้องขอบอกเจ้าก่อนว่าการเดินทางในอวกาศเช่นนี้จำต้องใช้พลังงานเชื้อเพลิงอย่างมากโดยเฉพาะในการวาล์ปแต่ละครั้ง ดังนั้นในการเตรียมการเดินทางครั้งหนึ่งๆจึงเตรียมพลังงานสำรองไว้ไม่มากนัก"

"ล...แล้วเมื่อไหร่ฉันถึงจะกลับบ้านได้ล่ะ"ปาราวดีถามเสียงสั่น

"อีกไม่นานหรอก ไว้กลับไปถึงดาวเหมันต์ก่อนแล้วข้าจะจัดหายานอวกาศส่งเจ้ากลับบ้านแน่"ชายหนุ่มให้สัญญา

"ขอบคุณค่ะ"ปาราวดีกล่าวด้วยความจริงใจ

จู่ๆหญิงสาวก็เหลือบมองไปเห็นลำแสงสีแดงวิ่งพาดผ่านหน้ายานไป

"ครืน..."ยานอวกาศทั้งลำสั่นสะเทือนด้วยแรงอะไรบางอย่าง

"อ๊ะ!"ปาราวดีสูญเสียการทรงตัวอีกครั้งหนึ่ง

ระวัง"วาคินกล่าว

และรวดเร็วปานสายฟ้าแลบชายหนุ่มก็ปาดเข้าไปพยุงร่างหญิงสาวไว้ในอ้อมแขนอีกครั้งหนึ่ง!

"นี่มันอะไรกันอีกล่ะ"ปาราวดีถามชายหนุ่ม

"ดูเหมือนว่าเราจะหลุดเข้ามาอยู่ใจกลางพายุอวกาศเสียแล้ว"

"อะไรนะ!"หญิงสาวร้องเสียงลั่น

"ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวก็หลุดออกไปน่า"วาคินปลอบ

ก็เป็นจริงดังที่ชายหนุ่มว่า ไม่นานยานของพวกเขาก็เคลื่อนตัวออกห่างจากสายฟ้าสีแดงฉาดเหล่านั้น

"กลับไปที่ห้องเจ้าเถอะ"วาคินกล่าวเมื่อเห็นสีหน้าไม่ค่อยดีของหญิงสาว

และแล้วการเดินทางในอวกาศก็ผ่านพ้นไปด้วยดี เมื่อเย็นวันรุ่งขึ้นมาถึงยานที่หญิงสาวเดินทางมาด้วยก็ล่อนลงจอดอย่างสวัสดิภาพท่ามกลางพื้นน้ำแข็งที่ถูกปกคลุมไปด้วยหิมะ

"หนาวจัง"ปาราวดีอุทานขึ้นเนื่องจากร่างกายไม่เคยชินกับอากาศหนาวเช่นนี้มาก่อน

"ใส่นี่ไว้ มันจะช่วยให้เจ้าอุ่นขึ้น"วาคินยื่นเสื้อถักตัวยาวบางเบาตัวหนึ่งให้ ทันทีที่หญิงสาวสัมผัสมันความรู้สึกอบอุ่นก็แผ่ซ่านผ่านเสื้อคลุมตัวนั้นเข้าสู่ผิวกายเธอ

"นี่เป็นเสื้อที่ทอจากหินเหล็กไฟใต้ภูเขาน้ำแข็ง มันจะช่วยเก็บกักความอบอุ่นในตัวเจ้าให้คงอยู่ไม่ว่าอุณภูมิภายนอกจะหนาวเหน็บเพียงใด"

การเดินทางต่อจากนั้นก็คือเลื่อนน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่ถูกเทียมด้วยสัตว์ประหลาดที่ปาราวดีไม่เคยพบเห็น มันมีรูปร่างคล้ายม้าพันธุ์ดีตัวใหญ่ ขนสีขาวหนานุ่ม เขี้ยวยาว และมีเขาสองข้างเป็นเกลียวยาวงอกออกมาบริเวณข้างใบหู

"นี่คือกูรู เป็นสัตว์เทียมเลื่อนที่ใช้ในการเดินทางในหิมะเพราะมันสามารถทนพายุและความหนาวเย็นได้เป็นอย่างดี"

วาคินพยุงร่างหญิงสาวขึ้นไปนั่งยังเลื่อนที่ถูกเตรียมไว้ จากนั้นเด็กชายที่เธอเคยเห็นบนยานก็ปีนขึ้นยังบังเหียนเจ้ากูรูแล้วบังคับมันออกเดินทาง

แล้วรถเลื่อนทั้งสิบสองคันที่บรรทุกลูกยานและชายหญิงทั้งสองก็เคลื่อนขบวนฝ่าพายุหิมะไป

"เจ้าหลับไปก่อนก็ได้เพราะต้องใช้เวลากว่าสามชั่วโมงในการเดินทาง"วาคินหันมากระซิบข้างใบหูหญิงสาว

"คนอื่นเขาไม่หนาวกันบ้างรึไง"ปาราวดีถามด้วยความเป็นห่วง

"พวกเขาอยู่ที่นี่กันมาตั้งแต่เกิดย่อมชินกับสภาพเช่นนี้ เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอก"

การเดินทางข้ามเทือกเขาน้ำแข็งลูกแล้วลูกเล่าดูจะไม่ได้สร้างความหวาดวิตกให้ผู้คนเหล่านี้เท่าไรนัก ผิดกับปาราวดีที่อดเสียวไส้ไม่ได้ยามเมื่อเด็กชายบังคับเจ้าสัตว์สี่ขากระโดดข้ามหุบเขาน้ำแข็ง

"ว๊าย!"ปาราวดีร้องขึ้นเมื่อเลื่อนที่ตนนั่งกำลังลอยละลิ่วข้ามทิวเขาไป

"ไม่ต้องกลัวไปหรอกเจ้ากูรูพวกนี้มันบินได้"ชายหนุ่มกล่าวพร้อมกับปีกสีขาวก็งอกขึ้นบนลำตัวสัตว์สี่ขาตัวนั้น

"ก็น่าจะบอกกันก่อน"หญิงสาวหันไปเอ็ดคนข้างๆ

แต่คำบอกกล่าวของวาคินก็ไม่ได้ช่วยให้เธอวางใจกับการเดินทางครั้งนี้ได้มากนัก ดังนั้นหญิงสาวจึงถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อการเดินทางทั้งหมดได้สิ้นสุดลง ณ ถ้ำน้ำแข็งยักษ์สูงเสียดฟ้า

"ขอต้อนรับเข้าสู่นครเหมันต์ ดินแดนแห่งขุนเขาหิมะ"วาคินกล่าว


หากคุณสนใจจะส่งบทความ เรื่องสั้น หรือนิยายของคุณมายังเรา โปรดอ่านรายละเอียด ที่นี่เลยครับ

Copyright © 2002 PraKaiFun. All rights reserved.
This web site is designed for 800*600 resolutions
any advice please contact [email protected]
 
 
Hosted by www.Geocities.ws

1