PraKaiFun
 
Articles and Short Stories
MENU [ home | วงการ บันเทิง | ห้องระบายอารมณ์ | เวปบอร์ด | ลิงค์ ]
 
 
::ณ ดาวดวงหนึ่งในห้วงจักรวาล
::ตอนที่ 1
:: Updated
: 26/04/45
::
By : firely
 
Goto >>
Back to Articles &
Short Stories


ตอนที่ 1
ตอนที่ 2

 
 

ยามเมื่อแสงอัสดงล่วงลับขอบฟ้าจากไป สิ่งที่หลงเหลือไว้จึงมีแต่เพียงราตรีกาลอันมืดมิด ท่ามกลางแสงดารานับล้านดวงที่ระยิบระยับอยู่ ณ ขอบฟ้า เบื้องล่างเลยลงมา ณ ถนนสายเล็กๆแห่งหนึ่งในหมู่บ้านจัดสรร เด็กสาวตัวเล็กผู้หนึ่งกำลังตั้งหน้าตั้งตาวิ่งโดยไม่สนใจสิ่งรอบข้าง ไฟจากถนนดวงน้อยส่องผ่านลงมาเผยให้เห็นใบหน้านวลเยาว์ที่พราวได้เหงื่อเม็ดโต สองมือประคองกอดบางสิ่งอยู่ในอ้อมแขนแต่ความมืดสลัวเช่นนั้นทำให้ยากจะเดาได้ว่าเป็นสิ่งใด เด็กสาววิ่งเลี้ยวเข้ามายังซอยหนึ่งทางด้านหน้า ไม่ช้าจุดหมายปลายทางของเธอก็มาถึง นั่นคือบ้านหลังเล็กสีขาวที่ตั้งอยู่สุดซอยแห่งนั้น เธอบรรจงเปิดประตูรั้วด้วยความเงียบกริบและย่องเข้าบ้านไปโดยไม่ต้องการให้ผู้ใดรู้

"ปาราวดี! นั่นเธอใช่ไหม"เสียงเรียกแหลมดังขึ้นทางด้านหลังก่อนที่เจ้าตัวจะก้าวขึ้นบันได

"ค...ค่ะ คุณแม่"

"ทำไมกลับเสียมืดค่ำ รู้ไหมว่าผู้ดีเขาไม่ทำกันแบบนี้"เสียงนั้นแฝงรอยตำหนิอย่างเห็นได้ชัด

"ขอโทษค่ะคุณแม่ พอดีวันนี้ที่โรงเรียนมีงานยุ่งมาก"

"ถึงงั้นก็เถอะเธอก็ไม่ควรกลับค่ำป่านนี้ เอาล่ะทีหน้าทีหลังอย่าทำอีกก็แล้วกัน"เสียงแหลมนั้นกล่าวกลับมาพร้อมกับร่างที่เดินจากไป

ปาราวดีถอนหายใจด้วยความโล่งอก ดีนะที่คุณแม่ไม่ได้เห็นสิ่งที่เธออุ้มมาด้วย สาวน้อยค่อยๆย่องกลับขึ้นไปยังห้องนอน เธอบรรจงวางร่างสัตว์ตัวน้อยที่อุ้มมาด้วยความถะนุถนอม กระรอกน้อยสีน้ำตาลแดงนอนขดตัวอยู่ภายใต้ผ้าห่มที่ปาราวดีจัดแจงปูให้ เธอพบเจ้ากระรอกตัวนี้ระหว่างทางวิ่งกลับบ้าน มันนอนนิ่งอยู่ข้างทางซึ่งคาดว่าคงจะตกจากต้นไม้ลงมา

"น่าจะเอาไปหาหมอ"ปาราวดีคิดในใจ แต่เวลาเช่นนี้โรงพยาบาลสัตว์ทั้งหลายก็คงปิดหมดแล้ว ไว้พรุ่งนี้เถอะเธอจะพามันไปหาหมอแน่ เธอบอกกับตัวเองก่อนล้มตัวลงนอนด้วยความเหนื่อยอ่อน

"ยายปลาตื่นได้แล้ว"เสียงแหลมเล็กดังขึ้นพร้อมกับประตูที่ถูกเจ้าของเสียงรัวเคาะถี่ยิบ

"พี่นีมีอะไรเหรอคะ?"ปาราวดีเปิดประตูยื่นหน้าออกไปถาม

"คุณแม่ให้มาตาม วันนี้ต้องออกไปข้างนอกด้วยกัน ต๊าย! นี่ยังไม่แต่งตัวอีก
เหรอ"เสียงแหลมสูงร้องขึ้นเมื่อเห็นสภาพของน้องสาวต่างมารดา

"ปลาขอไม่ไปนะคะ เมื่อวานเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว"เด็กสาวว่าทำท่าจะปิดประตูใส่

"ไม่ได้นะ คุณแม่สั่งให้ไปด้วยเธอก็ต้องไปสิ"เสียงนั้นสั่งอย่างทรงอำนาจ

และก็เป็นดังเช่นทุกครั้ง ปาราวดีแต่งตัวด้วยชุดซึ่งเธอคิดว่าเข้าท่าที่สุดที่มีอยู่ในตู้ ก่อนออกจากห้องไปโดยไม่ลืมวางน้ำและผลไม้ให้เจ้ากระรอกตัวน้อย

"ขอโทษนะจ๊ะเจ้ากระรอกน้อย ไว้กลับมาฉันจะพาเจ้าไปหาหมอแน่"เธอบอกก่อนปิดประตูเดินลงไปสมทบสองคนข้างล่าง

"ช้าอีกตามเคยนะยายปลา"เสียงตำหนิดังขึ้นจากปากมารดาเลี้ยง

"ไปกันได้แล้วล่ะ"สาลินีเอ่ยขึ้น

แล้วทั้งสามก็เดินทางมาถึงห้างสรรพสินค้าใหญ่ใจกลางเมือง

"นีจะเอาอะไรอีกไหมจ๊ะ"อนงค์ผู้เป็นมารดาเอ่ยถามขึ้นหลังจากเดินกันมาเป็นเวลานาน

"พอแล้วค่ะแม่ นีเมื่อยไปหมดทั้งตัวเลย"เธอกล่าวหน้ามุ่ย

"เอ้ายายปลา พี่เขาถือของจนล้นมือแล้ว เราช่วยเขาหน่อยไม่ได้เหรอ"อนงค์หันมาทางเด็กสาว

ปาราวดีไม่กล่าวว่าอะไร เธอยื่นมือที่เต็มไปด้วยข้าวของของพี่สาวไปรับถุงใส่เสื้อผ้ามาถือเพิ่มอีกใบ

"ต๊าย...นั่นคุณอนงค์ใช่ไหมคะ"เสียงเรียกดังขึ้นทางด้านหลังของทั้งสามก่อนตามมาด้วยเจ้าของเสียงรูปร่างใหญ่โตเทอะทะขัดกับน้ำเสียงเมื่อสักครู่

"สวัสดีค่ะคุณเฮเลน แหมไม่ได้เจอกันแป๊บเดียวดูผิดหูผิดตาไปมากเลยนะคะ"

"อ้อ ดิฉันเพิ่งบินกลับมาจากปารีสนะค่ะ ชักเบื่อๆอากาศหนาวของที่นู่น เลยขอหลบลมหนาวมาเมืองไทยดีกว่า แต่แหมกลับมาเจออากาศร้อนที่นี่ก็เกือบจะไม่ไหวอยู่เหมือนกัน อุ๊ย!นั่นลูกสาวคุณอนงค์ใช่ไหมคะ"สาวร่างใหญ่เอ่ยขึ้นเมื่อเหลือบมาเห็นสาลินีและปาราวดี

"ค่ะ นี่สาลินีลูกสาวฉันเอง ส่วนนั้นปาราวดีลูกของคุณอาทิตย์เขา"อนงค์เอ่ยถึงสามีที่จากไปกว่าสามปี

"หนูนีนี่ยิ่งโตยิ่งสวยนะคะ แหมดูสิถอดแบบมาจากคุณแม่เปี๊ยบเลย ส่วนหนูปลาก็ช่างเหมือนคุณพ่อ"เฮเลนกล่าวอย่างไม่ให้เสียมารยาท

ปาราวดีรู้ดีว่าเธอไม่ใช่คนสวยมากนัก และยิ่งเมื่อเทียบกับพี่สาวต่างมารดาที่อายุห่างกันไม่ถึงปีดี สาลินีเปรียบเสมือนเดือนที่ลอยเด่นอยู่บนท้องฟ้า ด้วยรูปร่างสูงโปร่งได้สัดส่วนภายใต้แพรพรรณชั้นดีและใบหน้าโค้งมนที่ถูกตบแต่งด้วยเครื่องสำอางยี่ห้อดัง เมื่อบวกกับดวงตาสีน้ำตาลเข้มและผมสีทองสลวยเป็นรอนซึ่งถูกย้อมตัดแต่งจากช่างชื่อดังทำให้เธอดูโดดเด่นกว่าปาราวดีที่รูปร่างบอบบาง ผมของเด็กสาวไม่เป็นรอนสลวยอย่างพี่สาว แต่มันกลับดำขลับและเหยียดตรงยาวลงมาจรดเอว ส่วนดวงตาของปาราวดีนั้นเล่า มันดำสนิทราวนิลเม็ดงามที่ผ่านการเจียระไนด้วยช่างฝีมือดีบวกกับดวงหน้าวงรีที่ปราศจากเครื่องประทินผิวใดๆจึงส่งผลให้ใบหน้าเล็กจิ้มลิ้มนั้นดูอ่อนเยาว์และสดใสหากไม่โดดเด่นเท่าผู้เป็นพี่ แต่สิ่งที่โดดเด่นและเป็นที่ภาคภูมิใจที่สุดในตัวของเธอก็คือลักยิ้มบริเวณโหนกแก้มทั้งสองข้างที่บิดาของเธอมักล้อเสมอๆว่า เหมือนลูกแมวน้อย

และเหตุการณ์มักเป็นเช่นนี้เสมอยามเมื่อสองสาวเดินเคียงข้างกันมา ปาราวดีดูเหมือนจะชินชาเสียแล้วกับคำชมที่มีต่อหล่อนและพี่สาวต่างมารดา

เมื่อกลับถึงบ้านปาราวดีรีบตรงดิ่งไปยังห้องนอนของเธอ สิ่งที่เธอพบก็คือเจ้ากระรอกสีน้ำตาลแดงน้อยตัวนั้นกำลังนั่งแทะผลไม้อยู่อย่างเอร็ดอร่อย

"หายแล้วใช่ไหม"หญิงสาวกล่าวค่อยๆสาวเท้าเข้าไปหา ดูเหมือนว่ากระรอกน้อยตัวนั้นจะไม่มีท่าทางตื่นตกใจเลย เผลอแป๊บเดียวมันก็ปีนขึ้นมาอยู่บนบ่าของหญิงสาว

"ฉันจะตั้งชื่อนายว่าเจ้าฟูละกัน"ปาราวดีบอกกับสัตว์ตัวน้อย และไม่รู้ว่าอุปทานเองหรือเปล่าที่เธอเห็นมันพยักหน้ารับคำ

และแล้วเจ้าฟูก็ได้กลายเป็นสัตว์เลี้ยงแสนรักของปาราวดีไปโดยปริยาย มันมักปีนออกจากหน้าต่างและหายตัวไปในตอนเช้ายามเมื่อเด็กสาวออกไปเรียน แต่เมื่อค่ำลงกระรอกตัวน้อยก็จะกลับมานั่งคอยปาราวดีทุกครั้งไป ซึ่งแน่นอนว่าเรื่องนี้ยังคงไม่รู้ถึงหูของอนงค์ผู้เป็นแม่เลี้ยง

"ว่าไงวันนี้กลับแต่วันเชียวนะ"ปาราวดีร้องทักเมื่อเปิดประตูเห็นเจ้าฟูนั่งจ้องรออยู่

"อ๊ะ...อ๊ะ ไม่ได้นะ นายเพิ่งกลับมาจากข้างนอกเท้าเลอะจะตาย ห้ามมาปีนชุดใหม่ของฉันเด็ดขาด"ปาราวดีกล่าวเมื่อเห็นมันตั้งท่าจะกระโดดใส่

ดังนั้นเจ้าฟูจึงยอมลดตัวลงกลับมานั่งแทะผลไม้เหมือนเดิม

"เออแฮะ นายก็ฟังภาษาคนรู้เรื่องดีเหมือนกัน เอาเถอะฉันจะพาไปอาบน้ำก่อนแล้วนายอยากจะปีนบนบ่าหรือนอนบนเตียงก็ได้ทั้งนั้น"เด็กสาวว่าพลางอุ้มกระรอกเข้าห้องน้ำไป

คืนนั้นเจ้าฟูจึงได้โอกาสนอนบนเตียงอย่างสบาย

เหตุการณ์ทั้งหลายดูเป็นไปด้วยดีมาตลอด ถ้าไม่วันหนึ่งสาลินีเกิดนึกอยากจะเข้ามาในห้องของน้องสาว

"ยายปลา!"ยังไม่ทันที่ปาราวดีจะเดินเข้าบ้านก็มีเสียงแหลมเรียกดังมาแต่ไกล

"พี่นีมีอะไรเหรอคะ"ถามด้วยสีหน้าฉงน

"แกแอบเอากระรอกมาเลี้ยงไว้ในห้องนอนใช่ไหม"สาลินีเอ่ยเสียงเขียว

"ค่ะ พี่นีเข้าไปห้องปลาทำไม"เธอว่าพยายามข่มความโกรธไว้

"ฉันจะเข้าไปทำไมมันก็เรื่องของฉัน แต่คุณแม่เคยสั่งแกไว้แล้วใช่ไหมว่าไม่ให้แอบเอาอะไรเข้ามาเลี้ยงในบ้านอีก"

"มันเป็นสิทธิ์ของปลา แล้วเจ้าฟูก็ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้พี่นีหรือคุณแม่ด้วย"

"ฉันไม่สน แต่แกต้องเอามันไปทิ้งเดี๋ยวนี้"สาลินีตวาดเสียงเขียว

"ไม่มีทาง มันเป็นเพื่อนของปลา พี่นีไม่มีสิทธิ์มายุ่ง"ปาราวดีตวาดกลับด้วยน้ำเสียงไม่แพ้กัน

เป็นที่รู้อยู่แก่ใจดีว่ายามเมื่อปาราวดียอมอ่อนข้อให้นั้น สาลินีสามารถสั่งหรือทำอะไรกับน้องสาวคนนี้ได้ แต่ยามเมื่อเธอแข็งข้อขึ้น คนที่จำเป็นต้องลงให้ก็คือสาลินี สาวสวยทราบเรื่องนี้ดีจึงไม่กล้าต่อล้อต่อเถียงน้องสาวต่อ

"รอให้คุณแม่เห็นก่อนเถอะ"เธอว่าก่อนผละจากไปอย่างอารมณ์เสีย

ปาราวดีเดินกลับขึ้นห้องไปด้วยอารมณ์ไม่ปรกตินัก การกระทำของเธอเมื่อครู่คงไม่ได้ส่งผลดีต่ออนาคตอันใกล้นี้นัก เด็กสาวก้มลงเก็บข้าวของที่เกิดจากฝีมือพี่สาวพลางนึกไปถึงคำพูดของบิดาก่อนที่จะจากไป

"จำไว้นะลูกปลา ไม่ว่าอุปสรรคใดๆจะผ่านพ้นไปได้หากลูกใช้ความอดทนเป็นที่ตั้ง จงอดทนให้มากๆแล้วทุกอย่างจะสำเร็จไปด้วยดี"

"แล้วถ้ามันถึงขีดสุดเช่นนี้ล่ะ หนูควรจะทำอย่างไรดี"เด็กสาวร้องถามตัวเองในใจ

เหตุการณ์ต่อไปดูไม่ผิดจากที่เธอคาดไว้เลย ปาราวดีถูกขังอยู่ในห้องตลอดวันรุ่งขึ้นเหมือนเช่นทุกครั้งที่เธอขัดคำสั่งมารดาเลี้ยง

"ออกไปเล่นข้างนอกเถอะเจ้าฟู"เด็กสาวพูดกับกระรอกน้อย วันนี้ดูเหมือนว่าเจ้ากระรอกจะรู้ว่าปาราวดีถูกทำโทษเพราะมัน มันเลยไม่ยอมออกไปไหนได้แต่นั่งเล่นอยู่เป็นเพื่อนนายสาว

ค่ำคืนนั้นเด็กหญิงน้อยล้มตัวลงนอนด้วยความอัดอั้นตันใจ กระเพาะของเธอยังคงว่างเปล่าเนื่องจากไม่ได้ทานอะไรมาแต่เช้า

"หวิว....หวิว"เสียงลมพัดดังลอดมาจากหน้าต่างบานใหญ่ที่ถูกเปิดทิ้งไว้

เด็กสาวลืมตาตื่นขึ้นเพราะเสียงลมและเม็ดฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมา เธอตั้งใจจะเดินไปปิดหน้าต่างแต่กลับมีบางสิ่งดึงดูดสายตาปาราวดีได้มากกว่าหน้าต่างบานโตนั้น เพราะกลางห้องนอนที่ถูกเว้นโล่งเป็นทางเดินไว้นั้น บัดนี้กลับเจิ่งนองไปด้วยหยาดน้ำฝนที่ถูกพัดเข้ามา และแล้วกองน้ำกองนั้นก็ค่อยๆก่อตัวขึ้นกลายเป็นชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่บึกบึนคนหนึ่ง

"นาย...นายเป็นใคร?"ปาราวดีถามด้วยน้ำเสียงที่พยายามบังคับไม่ให้สั่น

"ข้าคือวาคิน เจ้าแห่งนครเหมันต์"เสียงทุ้มนุ่มจากมนุษย์น้ำผู้นั้นตอบกลับมา

"นี่ต้องเป็นความฝันแน่ๆ"ปาราวดีพึมพำกับตัวเอง

มนุษย์น้ำผู้นั้นไม่ได้ตอบคำถามหญิงสาวแต่เขากลับพูดต่อขึ้นว่า

"ข้ามาเพื่อตอบแทนในสิ่งที่เจ้าได้ช่วยเหลือข้าไว้"

"ฉันเนี่ยนะ?"เด็กสาวร้องถามด้วยความงุนงง

"ใช่"มนุษย์น้ำตนนั้นกล่าวพร้อมกับผลไม้กองใหญ่ที่ลอยละลิ่วผ่านหน้าต่างเข้ามา มันมีทั้งส้ม กล้วย แอ๊ปเปิ้ล พุทราซึ่งล้วนแล้วแต่น่าทานทั้งสิ้น

ด้วยความหิวปาราวดีไม่รอช้า จัดแจงทานผลไม้ตรงหน้าด้วยความเอร็ดอร่อยจากนั้นจึงคลานกลับขึ้นเตียงนอนหลับต่ออย่างสบาย

รุ่งเช้าปาราวดีลืมตาตื่นขึ้นมาท่ามกลางแสงแดดอ่อนที่สอดผ่านม่านบางมา

น่าแปลก! ปาราวดีอุทานกับตนเองในใจ ทั้งๆที่เธอไม่ได้ทานอะไรมาเลยตั้งแต่เช้าวันวาน แต่กลับไม่รู้สึกหิวเลยสักนิด ที่สำคัญความฝันเมื่อคืนช่างเหมือนกับความเป็นจริงเสียเหลือเกิน มันราวกับว่ามีบุคคลใดบุคคลหนึ่งได้ล่วงล้ำเข้ามาในห้องนอนของเธอจริง

และเหตุการณ์เช่นนี้ก็เกิดขึ้นทุกครั้งที่เด็กสาวได้รับความเดือดร้อนจากมารดาเลี้ยง ยิ่งนานวันเข้ามันก็ยิ่งทำให้เธอรู้สึกว่ามนุษย์น้ำตนนั้นไม่ใช่เพียงแค่ความฝัน แต่เขาเองก็ไม่ได้ปรากฏตัวที่อื่นหรือเวลาอื่นเลยนอกจากตอนกลางคืนในห้องนอนของเธอ และจำต้องในยามฝนตกเสียด้วย!

"ปลาไม่รู้สึกผิดปรกติบ้างเลยเหรอ?"พิม...เพื่อนร่วมห้องเด็กสาวถามขึ้นวันหนึ่งที่ปาราวดีแอบพาเธอมาในวันที่สองแม่ลูกออกไปเที่ยวข้างนอก

"อะไร?"ดวงตาสีดำขลับเงยขึ้นสบตาเพื่อนสาว

"ก็เจ้าฟูของเธอไง เธอเลี้ยงมันมานานเท่าไหร่แล้ว"

"อืม...ปีกว่าแล้วล่ะ ทำไมเหรอ"

"ดูตัวมันไม่เห็นโตขึ้นเลยนะ"เด็กสาวก้มหน้าลงมองกระรอกน้อย หลังจากวันแรกที่ปาราวดีแอบเอามันไปฝากเลี้ยงไว้บ้านเธอเนื่องจากนางอนงค์ไม่พอใจมากที่เพื่อนสาวแอบเอากระรอกมาเลี้ยงไว้ในห้อง

"ฉันก็สงสัยอยู่เหมือนกัน บางทีมันอาจเป็นพันธุ์แคระก็ได้นะ แต่ยังไงก็ช่างขอแค่ให้มันสบายดีอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆก็พอแล้ว"ปาราวดีกล่าว พลางมองเจ้ากระรอกน้อยด้วยความรักใคร่

เจ้าฟูดูเหมือนจะกลายเป็นเพื่อนคนสำคัญของปาราวดีไปเสียแล้ว ไม่ว่าเด็กสาวจะไปไหนเธอก็มักจะมีกระรอกน้อยตนนี้เกาะบ่าไปด้วยเสมอ แต่ก็ใช่ว่าเจ้าฟูจะเป็นสัตว์เลี้ยงแสนเชื่องเสียทีเดียวหรอกนะ มีหลายครั้งเหมือนกันที่มันมักขัดใจนายสาว อย่างเช่นว่า

"ตายแล้วเจ้าฟู นั่นนายทำอะไรนะ!"ปาราวดีร้องเสียงหลงเมื่อเปิดตู้เสื้อผ้าเห็นชุดแซกตัวใหม่ที่เธอตั้งใจจะใส่ไปในการออกเดทครั้งแรกกับเพื่อนชาย

กระรอกสีน้ำตาลแดงเงยหน้าขึ้นจากกองผ้าขาดรุ่ยซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นชุดกระโปรงยาวตัวสวย มันทำท่าไม่รู้ไม่ชี้ก่อนจะโดดกลับไปนั่งแทะเมล็ดฟักทองต่อที่รังของมัน

"มานี่เลยนะเจ้าตัวดี หนอย! ทำเสื้อฉันพังแล้วยังทำเป็นไม่รู้เรื่องอีก"ปาราวดีกล่าวก่อนจะกระโจนเข้าตะครุบตัวเจ้าฟู

มีหรือที่มันจะยอมให้ง่ายๆ กระรอกน้อยกระโดดหลบเงื้อมือเด็กสาวได้หวุดหวิด และแล้วสงครามระหว่างเด็กสาวและกระรอกก็เริ่มต้นขึ้น ถึงแม้ว่าผลสุดท้ายเธอจะสามารถจับมันได้ทัน แต่นั่นก็ทำให้เธอพลาดนัดกับเพื่อนชายคนนั้นจนได้

"คอยดูนะ ฉันจะเอาคืนให้ได้"เธอว่าก่อนล้มตัวลงนอนด้วยความเซ็งสุดๆ

ห้าปีผ่านไปนับแต่วันที่ปาราวดีได้เจ้าฟูมาเป็นสัตว์เลี้ยง บัดนี้สาวน้อยตนนั้นได้เติบโตขึ้นและสวยสดงดงามเกินกว่าที่ใครๆคาดคิดไว้ แม้ปาราวดีจะมีอายุย่างเข้ายี่สิบแล้วแต่ใบหน้าอันอ่อนเยาว์ของหญิงสาวก็ยังดูไม่พ้นวัยแรกดรุณีเท่าไรนัก เค้าโครงของเด็กสาวเมื่อสมัยห้าปีที่แล้วยังคงมีให้เห็นอยู่มาก ทั้งจมูก ปาก คิ้วคาง และที่สำคัญลักยิ้มทั้งสองบริเวณข้างแก้มก็ยังคงปรากฏให้เห็นอยู่ชัด

หญิงสาวหมุนตัวไปมาอยู่หน้ากระจกเป็นเวลานาน

"วันนี้ฉันสวยพอจะแข่งกับพี่นีได้บ้างไหม?"ปาราวดีหันมาถามเจ้าฟูที่นั่งแทะผลไม้อยู่ กระรอกน้อยเงยหน้าขึ้นมามองแว๊บนึงก่อนหันกลับไปให้ความสนใจกับอาหารตรงหน้าต่อ

"รู้หรอกน่าว่าฉันไม่สวยเหมือนพี่นี แต่แหม ให้กำลังใจกันหน่อยไม่ได้เหรอ วันนี้ต้องไปสอบสัมภาษณ์ด้วยนะ"หญิงสาวกล่าวหน้างอ

เจ้าฟูเงยหน้าขึ้นดั่งจะถามว่า "แล้วไอ้การไปสมัครงานเนี่ยมันเกี่ยวกับหน้าตาของหล่อนตรงไหน"

"รู้น่าว่าไม่เกี่ยว แต่ก็ช่วยให้ฉันมั่นใจขึ้นได้บ้างนี่"ปาราวดีกล่าวก่อนสะบัดหน้าออกไป

เมื่อหญิงสาวเดินลงบันไดมาก็อดประหลาดใจกับการกระทำของตนไม่ได้ เจ้าฟูไม่ได้พูดอะไรกับเธอสักคำ ทำไมเธอกลับเป็นฝ่ายพูดเองคิดเองตลอด มัน...ดูราวกับว่าเธอสามารถรับฟังความคิดของสัตว์เลี้ยงตัวน้อยนั้นได้

หญิงสาวสลัดความคิดทั้งหมดออกเมื่อเดินลงมาสมทบสองแม่ลูกในห้องอาหาร

"ขนาดวันนัดสัมภาษณ์ยังตื่นสายเลย"สาลินีเปรยขึ้นเมื่อเห็นน้องสาวเดินมา

"ปลาไม่ได้ตื่นสายหรอกค่ะ เขานัดสัมภาษณ์ตอนสิบโมงต่างหาก"หญิงสาวแก้ให้อย่างอดทน

"ยังไงๆงานนี้แกก็ต้องเอาให้ได้นะยายปลา รายจ่ายเดือนนี้ของเรายิ่งร่อยหรออยู่ด้วย ลำพังการถ่ายแบบโฆษณาของยายนีคนเดียวถึงจะมากแต่ก็ไม่พอให้เธอได้ใช้ฟุ่มเฟือยอย่างนี้หรอกนะ"แม่เลี้ยงใหญ่ตอกย้ำ

"ค่ะ"ปาราวดีกล่าวก่อนลุกจากไปโดยไม่ได้แตะต้องอาหารเมื้อเช้า

หญิงสาวเดินเตร่ออกไปยังหน้าปากซอยเพื่อรอรถเมล์ด้วยความรู้สึกเซ็งๆ แต่แล้วจู่ๆเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เหนือขึ้นไปบนท้องฟ้าที่เคยสว่างจ้าด้วยแสงแดดยามสาย บัดนี้มันกลับถูกบดบังไว้ด้วยเมฆดำครึ้มที่เริ่มก่อตัวขึ้นตั้งแต่เมื่อใดไม่มีใครทันสังเกต ลมจากทุกสารทิศเริ่มพัดแรงขึ้นๆ พัดพาเอาเศษใบไม้ กระดาษ และขยะชิ้นบางปลิวว่อนไปทั่ว

"นี่มันอะไรกันเนี่ย?"ปาราวดีพึมพำกับตัวเองเบาๆ ผู้คนแถวนั้นต่างพากันวิ่งหลบเข้าบ้านเพราะเกรงพายุใหญ่ที่เริ่มตั้งเค้า

"จะหลบที่ไหนดี"ปาราวดีลังเลอยู่ในใจ หญิงสาวกำลังชั่งใจอยู่ว่าควรจะเดินกลับเข้าบ้านไปหรือเสี่ยงดวงเดินต่อไปดี แต่ก็พอดีกับสายตาที่เหลือบไปเห็นร่างเล็กของกระรอกสีน้ำตาลแดงที่กระโจนข้ามต้นไม้วิ่งตัดหน้าไป

"ฟู! นั่นจะไปไหน ฝนจะตกอยู่แล้วนะ"ปาราวดีร้องตะโกนเรียกกระรอกน้อย

และด้วยความเป็นห่วง หญิงสาวจึงตัดสินใจวิ่งตามเจ้าฟูไป วิ่งไปได้ไม่นานเมฆฝนที่เคยตั้งเค้าก็เริ่มเทลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา ปาราวดีเงยหน้าขึ้นมอง...ม่านฝนเบื้องหน้าแถมจะบดบังทางข้างหน้าจากสายตาจนหมดสิ้น แต่หญิงสาวก็ยังคงแข็งใจวิ่งต่อไปเพื่อหาที่หลบฝนข้างหน้า

"วิว..วิว..วิว..วิว..."เสียงสัญญาณอะไรบางอย่างดังขึ้นไม่ไกลจากตัวหญิงสาวนัก ปาราวดีตัดสินใจวิ่งตามเสียงสัญญาณนั่นไปด้วยความอย่างรู้

และแล้วสิ่งที่ปรากฏแก่สายตาเบื้องหน้าหญิงสาวในขณะนี้ก็เรียกความตื่นตระหนกให้เธอมิใช่น้อย

เจ้าฟู...กระรอกน้อยและสัตว์เลี้ยงแสนรักของเธอกำลังเกาะอยู่บนไหล่ของมนุษย์น้ำที่เธอเคยเห็นในความฝันบ่อยๆ แต่นั่นก็ยังไม่เลวร้ายไปกว่าอุโมงค์น้ำขนาดใหญ่ที่ก่อตัวขึ้นทางเบื้องหน้า

"ฟู!"ปาราวดีร้องออกมาด้วยความตื่นตระหนกเมื่อเห็นมนุษย์น้ำกำลังก้าวเดินเข้าไปในอุโมงค์น้ำแห่งนั้น

และโดยไม่คิดอะไร หญิงสาวก็ถลาวิ่งเข้าไปหาสัตว์เลี้ยงและเพื่อนแสนรักของเธอในทันที

"ระวัง!"ดูเหมือนจะมีเสียงตะโกนเรียกดังมาจากที่ใดที่หนึ่ง แต่นั่นก็ไม่อาจหยุดการกระทำของหญิงสาวได้

ทันทีที่ร่างของปาราวดีกระโจนเข้าใส่มนุษย์น้ำ พลังงานบางอย่างก็ปะทะเข้าถูกตัวหญิงสาวพร้อมๆกับพลังอีกขุมหนึ่งที่พุ่งทะยานเข้าคุ้มครองเธอ แม้พลังขุมที่สองจะพุ่งออกมาปกป้องไว้ได้ทัน แต่หากแรงปะทะอย่างหนักในครั้งนี้ก็ทำให้หญิงสาวถึงกับสลบไป

"จะทำอย่างไรดีขอรับ"เสียงๆหนึ่งถามขึ้นด้วยความกลัดกลุ้ม

"พานางไปด้วย"เสียงทุ้มคุ้นหูดังตอบกลับไป

แล้วอุโมงค์น้ำแห่งนั้นก็หดตัวหายวับไปท่ามกลางแสงแดดที่เริ่มสาดส่องลงมาอีกครั้ง


หากคุณสนใจจะส่งบทความ เรื่องสั้น หรือนิยายของคุณมายังเรา โปรดอ่านรายละเอียด ที่นี่เลยครับ

Copyright © 2002 PraKaiFun. All rights reserved.
This web site is designed for 800*600 resolutions
any advice please contact [email protected]
 
 
Hosted by www.Geocities.ws

1