::
ตัวผมเพื่อไคร
:: Updated
: 11/03/45
:: By
: ต้นสน
เมื่อยุคสมัยผ่านไปความเปลี่ยนแปลงก็เกิดขึ้น
ความล้าสมัยกับความก้าวหน้าสองมุมมองที่แตกต่างกัน เมื่อโลกหมุนไปสัตว์ต่าง
ๆ ก็ยังคงดำเนินชีวิตตามวิถีทางที่ธรรมชาติกำหนดมาให้พวกมัน
แต่มีเพียงมนุษย์ที่ไม่ยอมหยุดนิ่ง ไม่เดินทางตามรอยที่ธรรมชาติกำหนดมาให้
มนุษย์พยายามที่จะฝืนกฎของธรรมชาติ ในหลาย ๆ ครั้งที่ประสบความสำเร็จ
หลาย ๆ ครั้งที่พบกับความล้มเหลว แต่ความล้มเหลวหาได้ทำให้ความทะเยอทะยานของพวกมนุษย์ลดน้อยลงไปไม่
แต่กลับเหมือนเป็นการเพิ่มเชื้อไฟให้แก่กองเพลิง
เรื่องนี้อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้
ไม่สิบางทีเรื่องนี้อาจเกิดขึ้นในตอนนี้ ขณะนี้ที่คุณกำลังอ่านเรื่องนี้อยู่
บางทีคุณอาจไม่รู้ว่าซักมุมหนึ่งของโลกกลม ๆ ใบนี้ มีพวกนักวิทยาศาสตร์หัวก้าวหน้ากำลังคิดค้น
ทดลองอะไรบางอย่างอยู่
ดำเด็กชายอายุ
15 ปี เขาต้องย้ายไปเรียนอยู่ต่างจังหวัดห่างไกลพ่อแม่ตั้งแต่เขายังเล็ก
โดยมีผู้ชายคนหนึ่งซึ่งดูเหมือนว่าจะเป็นคนคุมหอพักเป็นคนดูแลเขา
ซึ่งเขามักจะเรียกผู้ชายคนนั้นว่า ดร. เขาเคยคิดสงสัยและถาม
ดร. หลายครั้งเกี่ยวกับตัวพ่อแม่ของเขา ว่าพ่อแม่ของเขาอยู่ที่ไหน
ทำอาชีพอะไร เพราะว่าเขาอยากให้มีพ่อแม่มาอยู่ใกล้กับเขา
แต่เวลาที่ผ่านไปก็ทำให้ใจของเขาเริ่มแข็งกระด้างจนกระทั่งในตอนนี้เขารู้สึกไม่สนใจกับการที่เขาไม่มีพ่อ
แม่มาอยู่ใกล้ ๆ เขาเคยได้เจอกับพ่อของเขาประมาณ 2 - 3
ครั้ง เมื่อตอนที่พ่อมาเยี่ยมแล้วพาเขาออกไปเที่ยว เพื่อนของพ่อเขา
มักทักว่าเขาและพ่อหน้าตาคล้ายคลึงกันมาก ส่วนแม่นะเขาก็ยังไม่เคยจะได้เจอหน้าเลย
"กริ้ง ๆ" เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้น ดำตื่นขึ้นมาด้วยความงัวเงีย
บิดขี้เกียจ แล้วก็ลุกจากเตียง เดินไปล้างหน้ากินข้าวดังวันปกติที่ผ่าน
ๆ มา
หลังจากที่ดำล้างหน้ากินข้าวเสร็จดำก็เดินทางไปโรงเรียนตามปกติเช่นเคย
โรงเรียนที่ดำเรียนอยู่เป็นโรงเรียนที่จะว่าอยู่แถบบ้านนอกก็ว่าได้เพราะห่างไกลตัวเมืองอยู่ถึง
80 กม. ถึงแม้ว่าจะอยู่ห่างไกลตัวเมืองอยู่มากก็ตาม แต่โรงเรียนที่ดำไปเรียนก็เป็นโรงเรียนอย่างดี
ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาเอางบประมาณในการสร้างโรงเรียนมาจากไหนทั้งที่โรงเรียนอยู่ออกจะแสนไกลจากตัวเมืองขนาดนี้
"ดำ
เฮ้ยเป็นไงบ้างวะ ดูหน้าแกไม่ค่อยสดชื่นเลยนี่หว่า" เก่งหยอกล้อดำเล่น
เก่งเพื่อนสนิทของดำซึ่งพักอาศัยอยู่หอพักของ ดร. เหมือนกับดำ
"เฮ้ย ไม่เป็นไรหรอกวะ เพียงแต่เมื่อคืนอ่านหนังสือหนักไปหน่อยเท่านั้นเอง
เพราะว่าเรากังวลว่าจะอ่านหนังสือเตรียมสอบไม่ทัน" ดำตอบกลับไป
แล้วทั้งดำและเก่งก็เดินไปยังโรงเรียน
โรงเรียนของดำเป็นโรงเรียนที่ค่อนข้างแปลก
เพราะแม้จะอยู่ห่างไกลตัวเมือง แต่อุปกรณ์ที่ใช้ในการเรียนการสอนค่อนข้างจะทันสมัย
อุปกรณ์อำนวยความสะดวกบางทียังจะดีกว่าบางโรงเรียนในตัวเมืองเสียอีก
นักเรียนแต่ละคนก็เรียนเก่ง ๆ กันทั้งนั้น เคยมีการส่งนักเรียนไปแข่งขันปรากฏว่าได้ที่
1 ของจังหวัด แต่ด้วยสาเหตุใดก็ไม่รู้ ที่ทำให้ไม่มีการส่งไปแข่งต่อในระดับประเทศ
"กริ้ง ๆ" เสียงกริ่งเลิกเรียนดังขึ้นทุกคนต่างเดินทางกลับที่พักของตน
ซึ่งก็คือหอพักของดร. นั่นเอง
"เฮ้อ เบื่อจังเลยวะ วันนี้เรียนไม่ค่อยรู้เรื่องเลย อีกอย่างก็ไม่รู้จะเรียนไปทำไม
จบมาก็ไม่เห็นจะได้ใช้ประโยชน์อะไรเลย เราว่าเสียเวลาเปล่า
ๆ พวกที่จบมาก็เห็นออกมาเป็นพวกชาวนา ชาวสวนบ้างไม่เห็นจำเป็นต้องไปเรียนให้มากเลย"
เก่งบ่นให้ดำฟัง
"แต่
เราคิดว่า เรานะอยากไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยวะ "
ดำพูดขึ้น
"มหาวิทยาลัย?
คืออะไรหรือวะ?" เก่งถามด้วยความสงสัย
"อ้อ
เออ
เราลืมเล่าเรื่องนี้ให้นายฟัง คือว่าเราได้รับจดหมายจากที่แจ็คที่เขาแอบหนีออกไปจากหอเรานะ
เขาแอบไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัย เขาเขียนมาบอกเราว่า ถ้าเราสามารถเรียนจบที่นั่นได้
เราจะมีงานทำที่ดีกว่านี้ ไม่ต้องมาเป็นชาวไร่ ชาวสวนอย่างนี้นะ"
ดำอธิบายให้เก่งฟัง
"พี่แจ็ค หรือว่าเป็นคนที่ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตเมื่อปีที่แล้วเนี้ย"
เก่งถาม
"เออ
ใช่แล้ว แต่
." ดำพูดขึ้นอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็เงียบไป
"แต่
อะไรหรือวะพูดให้จบสิ" เก่งซักไซร้ให้ดำพูดต่อ
"อ้อ
ไม่มีอะไรหรอก" ดำตอบ
ดำคิดอะไรบ้างอย่างอยู่ในใจซักครู่หนึ่งด้วยความกังวล
แล้วจึงหันไปถามเก่ง
"เก่งเรื่องที่เราเล่าให้นายฟังเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยนะ
นายปิดเป็นความลับได้หรือเปล่า"
"ได้
ไม่มีปัญหาก็เราเพื่อนกันอยู่แล้วนี่ เราจะไม่ไปบอกใคร
เราสัญญา" เก่งตอบรับด้วยความมั่นใจ
วันคืนผ่านไปดูเหมือนจะรวดเร็วมากจนกระทั่งวันหนึ่ง
เรื่องเลวร้ายก็มาเยือนดำ
"ดำ
ดำอยู่ไหน หรือเก่ง" ดร.ถามเก่ง
"เอออยู่ในห้องอ่านหนังสือครับ
ดร." เก่งตอบพร้อมกับมองไปที่ใบหน้าของ ดร. ที่ดูเหมือนจะตื่น
เต้นจากเหตุการณ์อะไรบางอย่าง
ดร.ไม่รอช้ารีบเดินไปหาดำเพื่อแจ้งข่างบางอย่างแก่เขา
"ดำคือ
ดร.มีข่าวร้ายมาบอกกับดำนะ คือ
." ดร.พูดแล้วหยุดไปซักครู่
"อะไรหรือครับมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นหรือครับ"
ดำถามด้วยความสงสัย
"คือ
พ่อเธอที่อยู่ต่างจังหวัดประสบอุบัติเหตุนะ" ดร.บอกด้วยสีหน้าไม่ค่อยจะสู้ดีนัก
แล้ว ดร.ก็พูดต่อไปว่า "คือ ดร.ว่า ดร.จะพาเธอไปเยี่ยมพ่อของเธอในคืนนี้
เธอเก็บของเตรียมเดินทางเลยนะ"
แล้ว
ดร. ก็เดินจากไปเพื่อไปเตรียมรถที่จะใช้ในการเดินทาง
ดำไม่รอช้ารีบกลับไปที่ห้องเพื่อเก็บของ
ในใจหนึ่งของเขาก็ดีใจที่จะได้เจอหน้าพ่อของเขาที่เขาไม่ค่อยจะได้เจอหน้าบ่อยนัก
อีกใจหนึ่งก็เสียใจกับการที่พ่อของเขาประสบอุบัติเหตุ
"เฮ้ย
ดำจะเก็บของทำไมวะ จะไปไหนของแกนะ" เก่งถามด้วยความงุนงง
"เออ
คือพ่อเราประสบอุบัติเหตุนะ เรากับดร.จะเดินทางไปเยี่ยมท่านหน่อยนะ"
ดำตอบแล้วก้มหน้าลงเก็บของเตรียมเดินทางต่อ
"ดำ..
ยังไงก็ขอให้โชคดีละกันนะ เดินทางโดยปลอดภัยละ เราคงคิดถึงนายวะ
อีกอย่างถ้ากลับมาอย่าลืมซื้อของมาฝากด้วยละ อิจฉานายวะตั้งแต่เกิดมาเรายังไม่เคยได้ไปต่างจังหวัดเลย"
เก่งพูด
"เฮ้ย
นี่เราไปเยี่ยมพ่อเรา เราว่าไม่นานเราก็คงเดินทางกลับ
อย่าคิดมากเลยนะ ส่วนเรื่องของฝาก เราจะซื้อมาฝากละกัน"
ดำพูดเพื่อให้เก่งรู้สึกสบายใจขึ้น เพราะในหอพักแห่งนี้
เพื่อนของดำก็มีเพียงเก่ง และเพื่อนของเก่งก็มีเพียงดำเท่านั้น
เวลาแห่งการจากลาได้มาถึง
เก่งเดินไปส่งดำที่รถเพื่อบอกลาเพื่อนที่จะเดินทางไปเยี่ยมพ่อ
"เฮ้อ
ดำ เราคงคิดถึงนายมากวะตอนที่นายไม่อยู่ที่นี่ ขอให้โชคดีวะเพื่อน
เรารักนายนะ" เก่งพูดพร้อมกับโบกมีลาเพื่อนที่นั่งรถจากไปไกลจนลิบตา
การเดินทางเข้าตัวเมืองนั้นค่อนข้างจะลำบาก
เพราะถนนหนทางยังไม่ค่อยจะดีนัก แต่พอเริ่มเข้าถึงตัวเมืองถนนเริ่มจะดีขึ้นมาหน่อย
ระหว่างการเดินทาง ดร.ก็ชวนดำคุยถึงเรื่องต่าง ๆ ซักพักหนึ่งดำก็รู้สึกเมารถ
เพราะว่าดำไม่คุ้นเคยกับการเดินทางไกล ๆ แบบนี้ซักเท่าไหร่นัก
"ดร.
ครับ คือผมเริ่มอยากอ้วกนะครับ ผมคิดว่าผมคงเมารถนะครับ"
ดำถามดร.เพื่อให้หยุดรถ
"อ้อ
ไม่มีปัญหา ลองดมยาดมนี่สิคงช่วยได้" ดร.พูดแล้วหยิบยาดมส่งให้ดำ
"ขอบคุณครับ
ดร." ดำหยิบยาดมจากมือของดร.แล้วดมยาดมนั้น ซักพักดำก็รู้สึกง่วงนอนแล้วเคลิ้มหลับไปโดยไม่รู้ตัว
ดำตื่นมาอีกทีก็รู้สึกเหมือนว่าตนเองกำลังนอนอยู่บนเตียงที่ไหนซักแห่งหนึ่ง
มีกลิ่นของน้ำยาฆ่าเชื้อคละคลุ้งไปหมด ตอนนี้มือข้างขวา
และขาทั้งสองของดำรู้สึกว่าชามากจนขยับไม่ได้
"ดร.
ครับ ดร." ดำเรียกหาดร.
"อ้าวตื่นแล้วเหรอดำ"
ดร. ถาม
"ดร.ครับ
ทำไมแขนและขาของผมถึงรู้สึกชาไปหมดก็ไม่รู้สิครับ" ดำถาม
ดร.
"อ้อ
ไม่เป็นไรเดี๋ยวก็คงหายเองแหละ" ดร.ตอบแล้วเดินผ่านม่านกั้นไปยังเตียงข้าง
ๆ
"เป็นไงบ้างครับ
สบายดีหรือยังครับ" ดร. ถามคนที่นอนอยู่เตียงข้าง ๆ ของดำ
ดำพยายามหันไปมองดูว่า
ดร.คุยอยู่กับใคร แต่ว่าเนื่องจาก มีม่านกั้นระหว่างสองเตียงเขาจึงมองไม่เห็นว่าใครที่นอนอยู่เตียงข้าง
ๆ ของเขา เขาทำได้เพียงแค่ฟังว่าสองคนนั้นพูดอะไรกันเท่านั้น
"เออ
ก็ค่อนข้างจะดีขึ้นมากเลยละครับ ต้องขอบใจ ดร.จริง ๆ นะครับ
ที่มาส่งทันเวลาพอดีเลย" คนที่นอนอยู่เตียงข้าง ๆ ตอบ
เสียงนั้นเป็นเสียงผู้ชายที่คุ้นหูเหมือนกับว่าดำเคยได้ยินมาก่อน
"ผมบอกแล้วไงละครับ
นี่ละข้อดีของการที่คุณโคลนนิ่งตัวคุณไว้" ดร.ตอบชายคนนั้นแล้วเดินจากไปยังโต๊ะ
หยิบกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นมาแล้วเขียนข้อความลงไปว่า
"ถึงเก่งเพื่อนรัก
เราหวังว่านายคงสบายดีนะ
เราก็สบายดีเหมือนกัน ตอนนี้พ่อของเรานะไม่เป็นไรมากแล้ว
อยู่ที่นั่นเป็นไงบ้าง ตั้งใจเรียนให้มาก ๆ ละกันนะ เหงามากไหมเพื่อน
ถ้านายเหงาเราอาจต้องขอโทษนายด้วยนะ เนื่องจากว่าพ่อของเรานะ
เขาตัดสินใจที่จะให้เราอยู่ที่นี่ เพื่อเรียนต่อในมหาวิทยาลัย
ซึ่งถ้าเราจบจากที่นี่ไปเราจะมีงานทำที่ดีกว่าเดิม รอเราซักพักนะเพื่อน
ถ้ายังไงเมื่อถึงเวลาของนาย นายคงจะได้เดินทางมาศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยบ้าง
จาก
ดำ"
หากคุณสนใจจะส่งบทความ
เรื่องสั้น หรือนิยายของคุณมายังเรา โปรดอ่านรายละเอียด
ที่นี่เลยครับ
Copyright
© 2002 PraKaiFun. All rights reserved.
This web site is designed for 800*600 resolutions
any advice please contact [email protected] |