| เธอมองกลับมาอย่างตกใจและประหลาดใจเช่นกัน
ไม่สิ ที่อยู่ตรงหน้าผมในตอนนี้ไม่ใช่ครีม แค่ ..
แค่คล้ายกันมากเท่านั้นเอง
"เออ
อะไรนะคะ"
เธอทักผมด้วยน้ำเสียงที่หวานนุ่ม
เพียงแต่พอจะแยกออกว่านั่นไม่ใช่เสียงของครีมแน่
ๆ ในขณะเดียวกันก็กำลังมองหน้าผมด้วยความสงสัยเป็นที่สุด
ทำให้ผมรู้สึกตัว
"อ๋อ
เปล่าครับ เปล่า" ผมตอบไปด้วยทีท่าที่ขัดเขิน
"ค่ะ
ๆ"
เธอยิ้มให้ผมก่อนที่จะเดินฝ่าผู้คนเข้าไปยังบอร์ดรายชื่อที่ผมเพิ่งจะเดินหลุดออกมา
ผมหันกลับไปมองเธอด้วยความประหลาดใจแบบเดียวกับเมื่อหลายวินาทีที่ผ่านมา
"คล้ายครีมมาก ๆ " ผมคิดในใจ พลางเดินออกไปจากบอร์ดอย่างรวดเร็ว
"เฮ้ย!
จะรีบไปไหนวะ"
ผมหันกลับไปมองเห็นอาร์ทกำลังเดินตามผมออกมา
แทบไม่ต้องเดาเลย ผมพอจะรู้ว่าอาร์ทจะพูดอะไรต่อไป
"เมื่อกี้อ่ะ
น่ารักไม่เบาเลยนะ
ที่แกชนน่ะ" อาร์ทพูดอย่างที่ผมคิดไว้จริง
ๆ
"แต่แกไม่รู้สึกอะไรบ้างเหรอวะ"
ผมถามอาร์ทกลับไปในขณะที่กำลังเดินไปตามทางเพื่อที่จะกลับไปยังบริเวณลานจอดรถหน้าตึก
"รู้สึกสิวะ
..ก็น่ารักดีไง" อาร์ตอบกลับมา ทำให้ผมรู้สึกอ่อนใจเหลือเกินกับความคิดประมาณนี้ของอาร์ท
"เราว่า
ผู้หญิงคนเมื่อกี้น่ะ คล้ายครีมมาก"
พอผมพูดจบอาร์ทก็หันมามองผมทำให้เดินสะดุดที่พื้นจนเกือบจะล้มลงไป
พอตั้งตัวได้ อาร์ทก็หันมามองหน้าผมด้วยสีหน้าที่แปลกประหลาด
(อีกแล้ว) เหลือเกิน
"คล้ายครีมงั้นเหรอวะ"
พอถึงตอนนี้ผมและอาร์ทจึงหยุดเดิน เพื่อที่จะคุยกัน
"ใช่.."
ผมตอบไป อาร์ทจึงทำท่าเหมือนใช้ความคิด
"เออ
จะว่าไปก็คล้ายนะ
เฮ้ย! ถึงว่า ..ทำไมเราถึงรู้สึกว่าหน้าเค้ามันคุ้น
ๆ"
นั่นแหละเป็นคำยืนยันว่าผมไม่ได้คิดไปเองหรอก
"แต่ว่า
" อาร์ทพูดต่อ
"ทำไมวะ"
ผมถามกลับไปด้วยความอยากรู้เป็นอย่างมาก
"น่ารักกว่าครีมเยอะว่ะ
ฮ่า ๆๆ" อาร์ทพูดพลางหัวเราะออกมาเสียงดัง
จนผู้หญิงสองคนที่เดินสวนมาหันมามองแล้วพากันหัวเราะเบา
ๆ
ผมลองมาคิดดูแล้ว
ผู้หญิงคนนั้นเหมือนครีมมาก ๆ ทั้งผมที่ยาวประบ่า
หน้าตาก็คล้ายเสียเหลือเกิน คงจะมีเสียงพูดนี่แหละที่ไม่เหมือนกัน
เสียงของครีมจะเล็กกว่า
แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันมากที่สุด
รอยยิ้มของทั้งสองคน
ไม่ต่างกันเลย รอยยิ้มบาง
ๆ
รอยยิ้มที่เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผมหลงรักครีมเสียเหลือเกิน
"เฮ้ย
ๆ แกเป็นอะไรวะไอ่ต้น"
เสียงอาร์ทดังขึ้น
ทำให้ภาพของครีมและผู้หญิงคนนั้นที่ผมกำลังจินตนาการอยู่เพื่อที่จะเปรียบเทียบนั้นหายวับไป
"เปล่าเว้ย
เปล่า" ผมตอบอาร์ทไป
"สงสารครีมจังว่ะ"
อาร์ทพูดเสียงเศร้าแต่ใบหน้านั้นเศร้ายิ่งกว่า
"ทำไมเหรอวะ"
ผมถามอาร์ทที่กำลังดูเหมือนจะระทมทุกข์อยู่
"ก็
แกเจอคนใหม่ที่ดีกว่า แกก็คงจะลืมครีมสินะ"
อาร์ทไม่ได้เศร้าหรอก
ผมเห็นรอยยิ้มบาง ๆ ที่มุมปากของอาร์ทแล้ว อาร์ทล้อผมเล่น
"เรามีครีมคนเดียวในหัวใจเท่านั้น"
ผมไม่ทันสังเกตเลยว่าในขณะที่ผมพูดอยู่นั้น
มีผู้หญิงคนนึงเดินผ่านมาพอดี ผู้หญิงคนนั้นหันกลับมามองหน้าผมแล้วจึงทักผมขึ้น
"เมื่อกี้นายว่าไงนะ
ทำไมมันเน่าอย่างนั้นอ่ะ"
เธอคนนั้นพูดเสร็จแล้วก็หัวเราะพลางเดินมาตรงที่ผมกับอาร์ทยืนคุยกันอยู่
ผมเห็นแล้วล่ะว่าอาร์ทกำลังยิ้มอยู่ อาจเป็นได้ว่าอาร์ทกำลังตกตะลึงในความน่ารักของผู้หญิงคนนั้น
ก็คงไม่แปลกหรอก ผมเองก็รู้สึกร้อน ๆ เหมือนกันในตอนที่เธอเดินเข้ามา
ผมสั้นปรกหู จมูกที่เชิดประกอบกับรูปร่างเล็กและหน้าตาที่เหมือนตุ๊กตา
ผมคิดว่าเธอช่างน่ารักเหลือเกิน อย่างน้อยก็เสียงพูดของเธอล่ะที่ทำให้ผมรู้สึกเคลิบเคลิ้มไปชั่วครู่
"อ้าว!
เป็นอะไรกันไปหมดล่ะ เป็นใบ้เหรอจ๊ะ"
เธอคนนั้นเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าของผมและอาร์ทแล้ว
พลางเอามือปิดปากแล้วหัวเราะหลังจากที่พูดจบ เธอน่ารักจริง
ๆ นั่นแหละ
อาร์ทก็คงคิดไม่ต่างจากผมนักหรอก ตาค้างซะขนาดนั้นน่ะ
"นี่
ๆ นายน่ะ" เธอพูดในขณะที่ยื่นมือมาเขี่ย ๆ
ที่ไหล่ของอาร์ทที่กำลังยืนแข็งทื่อราวกับถูกสาปอยู่
ทำให้อาร์ทตกใจและสะดุ้งขึ้นมา
"ขวัญอ่อนจริงนะนายน่ะ"
เธอจ้องหน้าอาร์ทที่เพิ่งจะหายสะดุ้ง แล้วก็ส่งรอยยิ้มกว้างไปให้อาร์ท
ผมคงไม่ได้คิดไปเองหรอก หน้าอาร์ทแดงกว่าไฟแดงเสียอีกในตอนนี้
"ปะ
..เปล่าหรอก ไม่มีอะไรหรอก" อาร์ทพูดเมื่อพอจะตั้งสติได้
เธอคนนั้นก้มลงมองต่ำกว่าเดิมนิดนึงไปยังอาร์ท
พลางเงยหน้าขึ้นแล้วหัวเราะออกมาเบา ๆ
"เธอหัวเราะอะไรน่ะ"
อาร์ทถามขึ้นด้วยสีหน้าที่ดูจะฉุนอยู่เล็กน้อย
เธอยังไม่หยุดหัวเราะ
แต่ชี้นิ้วไปที่เป้ากางเกงของอาร์ท ผมมองตามไปยังที่เดียวกับที่นิ้วของเธอคนนั้นชี้อยู่
ผมอดที่จะขำไม่ได้จริง ๆ
"เฮ้ย!
ไอ่อาร์ท ..แกลืมรูดซิปว่ะ" ผมกระซิบเบา ๆ
ที่หูของอาร์ท
สิ่งที่ปรากฎบนใบหน้าของอาร์ทคือสีแดงที่แดงกว่าเมื่อกี้เสียอีก
ไม่ต้องพูดอะไรต่ออาร์ทก็พอจะรู้ว่าต้องทำยังไง
อาร์ทหันหลังกลับไปแล้วจึงรูดซิปขึ้น เสียงหัวเราะคิกคักของเธอคนนั้นยังไม่จางหายไป
ผมเห็นว่าอาร์ทคงจะเสียหน้าแย่จึงทักเธอคนนั้นขึ้นเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ
"เออ..
คือโทษนะ เธออยู่คณะนี้ใช่รึเปล่า"
เธอคนนั้นละสายตาจากอาร์ท
พลางหยุดหัวเราะแล้วจึงหันมามองหน้าผม แล้วส่งยิ้มกว้างให้เช่นเคยก่อนที่จะตอบออกมา
"ก็ใช่น่ะสิ
นี่ ๆ นายชื่ออะไรน่ะ"
"เราชื่อต้น"
ผมตอบไปพลางส่งยิ้มกลับไปให้เธอเช่นกัน
"แล้วนายนั่นล่ะ"
เธอคนนั้นถามผมพลางชี้ไปที่อาร์ทซึ่งเพิ่งจะจัดการธุระ
(ที่แสนจะน่าอาย) เสร็จ
"เราชื่ออาร์ท"
อาร์ทตอบก่อนที่จะผมจะได้ตอบออกไป ดูแล้วก็พอจะรู้ว่ายังทั้งเขินและอับอายอยู่
บรรยากาศรอบตัวเงียบไปชั่วครู่หนึ่ง
เว้นแต่เสียงคนที่เดินไปเดินมากันขวักไขว่ เธอคนนั้นส่งยิ้มให้ทั้งผมและอาร์ทอยู่ชั่วครู่ใหญ่
ๆ ทีเดียว แล้วจึงพูดขึ้นมาอย่างอ่อนใจ
"นี่ไม่คิดจะถามบ้างเหรอว่าเราชื่ออะไรน่ะ"
"เธอชื่ออะไรล่ะ"
อาร์ทถามขึ้นมา
"เราชื่อลี่น่ะ
น่ารักจังนะอาร์ทน่ะ พอเราพูดเสร็จก็ถามเลย"
บรรยากาศรอบตัวผมเปลี่ยนไปเป็นอีกแบบนึง
ผมเห็นหน้าอาร์ทแดงอีกแล้ว และแถมยังตาลอย ๆ ราวกับว่าเดินเล่นอยู่ในสวนดอกไม้ที่มีดอกไม้ร่วงลงมาจากฟากฟ้างั้นแหละ
ผมเข้าใจว่าอาร์ทคงจะถึงกับขั้นเป็นปลื้มทีเดียวที่เธอคนนั้น
เออ.. หมายถึงลี่น่ะ ชมว่าอาร์ทน่ารัก
ไม่รู้อะไรที่ดลใจผมทำให้ผมคิดไปไกลถึงขนาดที่ว่าอาจจะจริงอย่างที่พี่พงษ์ว่า
"พี่มีแฟนก็ที่คณะนี้นี่แหละ" ผมมีความรู้สึกว่า
อาร์ทดูท่าทางจะเหมาะสมกับลี่อยู่ไม่น้อย
แต่นั่นคงเป็นเรื่องของอนาคต
ไม่มีทางที่จะเดาถูกตั้งแต่ตอนนี้หรอก
สมัยตอนอยู่
ม.ปลาย อาร์ทได้ไปแอบชอบกับผู้หญิงแสนสวยคนนึงที่โรงเรียนกวดวิชา
เธอชื่อหม่อน หม่อนเป็นคนที่มีหน้าตาสะสวยมากและแน่นอนว่าเป็นที่ชื่นชอบและหลงใหลของคนหลาย
ๆ คนรวมทั้งอาร์ท ทั้งอาร์ทและหม่อนต่างก็เคยมีใจให้กันเพียงแต่ว่าเรื่องเหล่านั้นมันจบลงด้วยสิ่งที่เรียกว่าถ่านไฟเก่า
อาร์ทต้องยอมเป็นฝ่ายพ่ายแพ้เมื่อแฟนเก่าของหม่อนกลับมาอีกครั้ง
และหม่อนก็เทใจให้ไปทั้งหมด
ผมจำได้ว่าอาร์ทซึมอยู่หลายวัน
แต่จริง ๆ แล้วก็แค่ 3 วันเท่านั้น อาร์ทก็ไม่เคยพูดถึงเรื่องของหม่อนหรือเรื่องใด
ๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้อีกเลยจนกระทั่งบัดนี้
"อาร์ท
ต้น
ได้อยู่กลุ่มอะไรกันน่ะ"
เสียงสดใสนั้นถามขึ้นมา
อาร์ทไม่รีรอที่จะเป็นผู้ตอบ
"กลุ่มปิ๊กาจูน่ะ
เออ..แล้วลี่ล่ะ"
"เหมือนกันแหละ"
ลี่ตอบกลับมาพร้อมกับรอยยิ้มอีกเช่นเคย
"เราไปที่ลานหน้าตึกตามที่พี่เค้าบอกดีมั้ย"
ผมชักชวนอาร์ทและลี่
"เดี๋ยวนะ
เราตามหาเพื่อนอีกคนนึงก่อน
เธอเห็นบ้างรึเปล่าที่น่ารัก
ๆ น่ะ" ลี่ถามผมกับอาร์ทขึ้นมาพลางหันซ้ายหันขวาเพื่อที่จะมองหาใครสักคน
"เรายังไม่เจอใครน่ารักเลย
ยกเว้น เอ่อ
" อาร์ทพูดไม่จบประโยคแล้วก็ก้มหน้าลงไป
ผมว่าผมพอจะเดาออกว่าอาร์ทอยากจะชมว่าลี่น่ะน่ารัก
"หมายถึงเราเหรอ
อาร์ท"
ลี่ถามกลับมาพร้อมกับส่งยิ้มและจ้องไปที่ตาของอาร์ท
อาร์ทพยายามที่จะหลบหน้าอย่างที่สุดเพราะความอาย
แต่ลี่ก็ย้ายใบหน้าตามหน้าของอาร์ทที่พยายามจะหลบตาไปอยู่อย่างต่อเนื่อง
ผมไม่รู้จะสงสารอาร์ทหรือดีใจกับอาร์ทด้วยดี แต่ผมเห็นว่าเสียเวลามากแล้ว
เดี๋ยวจะโดนรุ่นพี่ด่าเอาก็เลยพูดขึ้นมา
"เอาเถอะ
ๆ อืม
ลี่นัดเพื่อนไว้ที่ไหนล่ะ"
ลี่เลิกเล่นหน้าเล่นตากับอาร์ทแล้วหันมาพูดกับผม
"เมื่อกี้เค้าโทรมาบอกว่าเค้าอยู่ตรงบอร์ดรายชื่อน่ะ
จริงสินะ ..เราโทรไปตามก็ได้นี่ ลืมไปเลยว่ามีโทรศัพท์น่ะ"
ลี่ยิ้มให้ผมอีกทีนึงก่อนที่จะล้วงกระเป๋าถือแล้วหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา
ส่วนผมหันไปหาอาร์ท
"เฮ้ย!
เป็นไงบ้างวะไอ่อาร์ท ทำหน้าเหมือนกับจะตายแน่ะ"
ผมถามอาร์ท
"มาคุยกันตรงนี้แป๊บนึงดิวะ"
อาร์ทพูดแล้วก็พาผมเดินหลบห่างออกมาจากลี่
ก่อนที่จะพูดออกมา
"ไม่เคยว่ะ
ไม่เคยเห็นใครน่ารักขนาดนี้เลย
ชื่อก็น่ารัก ชื่อลี่
ชื่อเพราะจัง"
ระหว่างที่อาร์ทกำลังพร่ำเพ้ออยู่นั้น
ผมก็ได้แต่คิดว่าชื่อลี่เนี่ยมันเพราะกว่าชื่ออื่น
ๆ ตรงไหน แต่ดูตาลอย ๆ ของอาร์ทก็พอจะรู้ว่าอาร์ทคงจะชอบลี่เอามาก
ๆ
"แล้วแกจะทำไงวะ"
ผมถามอาร์ท
"จีบโว้ย
! กูจีบแน่นอน" อาร์ทตอบผมด้วยเสียงที่ผมค่อนข้างแน่ใจทีเดียวว่าดังไปถึงประตูหน้ามหาลัยเลยทีเดียว
และผมก็คิดว่าเสียงพูดที่ดังขนาดนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้ขณะนี้
ลี่เดินตรงมายังผมและอาร์ท "ซวยแล้วมั้ยล่ะ"
ผมคิดในใจ
"นี่โทรศัพท์เราแบตหมดอ่ะ
อาร์ทหรือต้น ใครมีโทรศัพท์บ้างรึเปล่า ขอเรายืมหน่อยสิ"
ผมว่าอาร์ทค่อนข้างโล่งอกที่ลี่ไม่ได้ยินที่อาร์ทพูดขึ้นมาเมื่อกี้นี้
ผมหยิบเอาโทรศัพท์ของผมขึ้นมาแล้วให้ลี่ยืมไป
"ขอบใจจ้ะ"
ลี่ตอบผมแล้วจึงเดินออกไปยืนห่าง ๆ เพื่อที่จะคุยโทรศัพท์
แต่ถึงกระนั้นก็ตามเสียงของลี่ก็ยังดังมาถึงผมและอาร์ทที่ยังยืนอยู่ที่เดิม
"ฝันเหรอ
อยู่ไหนอ่ะ
อ๋อ ๆ
เนี่ยเราอยู่ตรงหน้าห้องประชุมแน่ะ
ห้องที่ใหญ่ ๆ ที่เดินผ่านเมื่อกี้อ่ะ
จ้า ๆ
แค่นี้แหละ"
ลี่พูดเสร็จแล้วก็เดินตรงมาที่ผม
แล้วยื่นโทรศัพท์ให้
"เดี๋ยวเพื่อนเรามาหาตรงนี้แหละ
ต้นกับอาร์ทยืนรอเป็นเพื่อนเราแป๊บนึงนะ" ลี่พูดพลางยิ้มให้ผมกับอาร์ท
ที่แน่ ๆ ก็คืออาร์ทคงไม่ปฎิเสธที่จะรอหรอก ในเมื่ออาร์ทกำลังยิ้มอย่างมีความสุขราวกับว่ากำลังอยู่ในความฝันอันแสนหวานหยาดเยิ้มอย่างนั้นแหละ
ถึงตอนนี้ผมคงต้องขอถอนคำพูดที่ได้พูดกับอาร์ทเอาไว้ประมาณว่าคณะวิดวะของผมคงจะไม่มีใครน่ารัก
ๆ เป็นแน่แท้ อย่างน้อยก็ลี่ล่ะ และอีกคนนึงก็
คนที่คล้ายครีมมาก ๆ คนนั้น อาร์ทก็คงจะคิดไปไม่ต่างจากผมเท่าไหร่หรอก
(จะต่างก็ตรงที่ว่าอาร์ทน่ะคงจะบอกว่าลี่น่ารักกว่าคน
ๆ นั้นเป็นร้อยเท่าพันเท่าได้)
"ลี่
ขอโทษนะที่ให้รอ"
เสียงหวานสดใสเสียงหนึ่งดังขึ้น
ผมรู้สึกคุ้น ๆ เสียงนั้นอย่างบอกไม่ถูก เสียงนั้นเองทำให้ผมและอาร์ทหันไปมอง
เธอคนนั้นที่ผมหันไปชนตรงบอร์ดรายชื่อนั่นเอง
นี่เธอเป็นเพื่อนของลี่หรือนี่ อะไรจะบังเอิญขนาดนั้น
"ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ
ฝัน" ลี่ตอบกลับไป เธอชื่อฝันนั่นเอง
ลี่หันมามองผมกับอาร์ทก่อนที่จะเริ่มแนะนำตัวให้รู้จักกัน
"ฝันจ๊ะ
นี่ต้นกับอาร์ทนะ แล้ว
เออ.. เรามีอะไรจะบอกแหละฝัน"
ลี่จูงฝันเดินออกไปห่าง ๆ สักนิดนึงแล้วก็กระซิบอะไรบางอย่างที่หูของฝัน
ผมยอมรับว่าพยายามจะฟังว่าเค้าคุยอะไรกัน (ยุ่งเรื่องเค้าชะมัด)
แต่ก็ไม่ได้ยินอะไร ที่จะรู้สึกก็มีเพียงแต่สายตาที่ทั้งคู่มองมาที่ผมกับอาร์ทก็เท่านั้น
ผมว่าคงต้องพูดถึงเรื่องของผมกับอาร์ทอย่างใดอย่างนึงแน่
ๆ
"นี่
ๆ ไอ่ต้น เค้าคงไม่ได้พูดกันเรื่องที่เราลืมรูดซิปหรอกนะ"
อาร์ทถามผมอย่างหวาด ๆ
"ก็ไม่แน่ว่ะ"
ผมพูดและหันไปหัวเราะอาร์ทซึ่งยืนทำหน้าเจื่อน ๆ
ไปแล้ว
ในระหว่างนี้เองที่ผมมองไปที่ฝัน
มองยังไง ๆ ก็ยังคล้ายครีมมาก ๆ นั่นทำให้ผมนึกถึงครีมขึ้นมาทันที
ไม่รู้ว่าตอนนี้ครีมจะเป็นยังไงบ้าง ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาตัดสินใจว่าจะโทรหาครีม
แต่แล้วก็คิดได้ว่าเอาไว้เย็นนี้ก่อนดีกว่า เมื่อวานก็เพิ่งคุยกัน
ผมคิดว่าควรจะปล่อยให้ครีมได้อยู่คนเดียวโดยไม่มีผมบ้าง
ไม่งั้นครีมก็จะเป็นอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ และคงไม่มีจิตใจจะไปทำอะไรกันพอดี
"ไปเถอะต้น
อาร์ท ไปที่ลานหน้าตึกกัน" ลี่พูดขึ้น
"อืม..โอเค"
ผมตอบกลับไป พลางเริ่มออกเดิน อาร์ทตามมาเดินข้าง
ๆ ผมส่วนลี่กับฝันนั้นก็เดินอยู่ใกล้ ๆ กันนั่นเอง
อาร์ทอ้อมไปข้างหลังเพื่อนเดินไปหาลี่ พอถึงตัวแล้วจึงถามขึ้นอย่างที่ผมคิดไว้จริง
ๆ
"นี่
ๆ เมื่อกี้กระซิบเรื่องอะไรกันเหรอ
คงไม่ใช่ เออ.."
อาร์ทถามเสียงสั่น ๆ ลี่หันมาหาอาร์ทแล้วหัวเราะออกมาเบา
ๆ ก่อนที่จะพูดออกมา
"ไม่ใช่หรอก
นายสบายใจได้น่า" ลี่ยังไม่หยุดหัวเราะแต่ก็เดินต่อไป
ส่วนฝันนั้นยิ้มน้อย ๆ แบบเดิมแล้วก็หันมาคุยกับผม
"เออ..ต้น
เมื่อกี้ขอโทษนะ ที่บอร์ดน่ะ"
ผมตกใจเล็กน้อยที่จู่
ๆ ฝันก็ถามผมขึ้นมา
"ไม่หรอกฝัน
คือเราต่างหากล่ะที่ต้องขอโทษน่ะ" ผมตอบกลับฝันไป
ฝันส่งยิ้มบาง ๆ นั้นให้ผมก่อนที่จะเดินต่อไป ยอมรับว่าใจผมเต้นแรงขึ้นเล็ก
ๆ เพราะว่าผมมีความรู้สึกเหมือนกับว่ากำลังคุยอยู่กับครีมยังไงยังงั้นแหละ
ผม
อาร์ท ฝันและลี่ เดินตรงต่อไปจนถึงลานกว้างหน้าตึก
บริเวณนั้นมีนักศึกษาใหม่ที่มารายงานตัวกันในวันนี้ยืนอยู่บ้างแล้วประมาณ
50 กว่าคน ผมพลางคิดในใจว่าคณะมีตั้งประมาณ 500
กว่าคน (ตามที่พี่พงษ์บอกมา) แต่ทำไมถึงมีคนอยู่น้อยขนาดนี้
"เอ้า!
น้อง ๆ ที่ดูรายชื่อเสร็จแล้วรีบมากันเร็ว เข้าไปตามกลุ่มที่ตัวเองอยู่เร็วเข้า
ๆ"
เสียงพี่ตะโกนสั่งมา
ผมและทุกคนที่เดินมาด้วยกัน พยายามหันไปมองเพื่อดูว่ามีป้ายกลุ่มป้ายไหนที่เขียนไว้ว่า
"ปิ๊กาจู" บ้าง แต่ที่ผมพบก็คือ
ไม่มีป้ายกลุ่มนี้นี่นา
"อะไรกันวะ
น้ำแข็งใส ถ้วยกาแฟ กระต่ายน้อย ลูกเป็ด ไม่เห็นจะมี
ปิ๊กาจูเลย" อาร์ทโพล่งขึ้นมา ส่วนฝันและลี่ก็แสดงท่าทีที่เห็นด้วย
นั่นทำให้ผมมองไปทางคนประมาณ 50 กว่าคนที่ผมเห็นอยู่บริเวณลานกว้างตรงหน้านั้น
แต่ละคนมีสีหน้างง ๆ เหมือนกัน
"เอ้า!
มัวทำอะไรกันอยู่ บอกให้เข้าไปตามกลุ่มไง ทำไมไม่มีใครเข้ากลุ่มเลยล่ะ
สอบ Ent กันเข้าได้ขนาดนี้ หัวสมองมีไว้ทำอะไร มีไว้ทำให้กะโหลกมันไม่กลวงแค่นั้นงั้นเรอะ"
เสียงพี่ตะโกนมาอีก
นั่นทำให้ผมสังเกตได้ว่าที่ป้ายกลุ่มน้ำแข็งใส ถ้วยกาแฟ
กระต่ายน้อย ลูกเป็ด ไม่มีคนเลยซักคน ผมเริ่มรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากล
จึงเดินตรงไปหาพี่คนนึง
"พี่ครับ
กลุ่มปิ๊กาจูอยู่ตรงไหนล่ะครับ" ผมถามพี่คนนั้นไป
รุ่นพี่สะบัดผมสีทองขึ้นทีนึงก่อนที่จะหันมามองผม
ผมแน่ใจว่าเป็นสายตาที่แสดงถึงความดูถูกเหยียดหยาม
"มึงอ่านไม่ออกเหรอไง
มึงก็เดินไปหาป้ายที่มีคำว่าปิ๊กาจูสิวะ"
ผมรีบเดินถอยออกมาหลังจากโดนด่าเข้าไปเต็ม
ๆ ผมพยายามหันมองทุกแห่งเผื่อว่าไอ้ป้ายคำว่า "ปิ๊กาจู"
มันจะหลบซ่อนอยู่ที่หลืบใดหลืบหนึ่งของตึกนี้ แต่นั่นก็คงเป็นความพยายามที่ไร้ผลหลังจากที่ลี่พูดขึ้นมา
"เราโดนรุ่นพี่แกล้งแล้วล่ะ
กลุ่มปิ๊กาจูมีอยู่จริง แต่ป้ายน่ะไม่มีหรอก"
นั่นสินะ ผมก็คิดว่าอย่างนั้นเช่นกัน
"เอาล่ะ
ๆ ผมให้เวลาพวกคุณอีก 10 วินาที ไม่งั้นมีเรื่องแน่
ๆ สิบ
เก้า
" เสียงพี่ตะโกนมาพร้อมกับเริ่มนับถอยหลัง
"ปล่อยเค้านับถอยหลังไปเถอะ
ถ้าโดนก็โดนด้วยกันหมดนั่นแหละ" ลี่พูดขึ้นอีกครั้งนึงพลางส่งยิ้มมายังผมและอาร์ท
ส่วนฝันนั้นยกเอาแฟ้มเอกสารขึ้นมากอดแนบไว้พลางทำหน้าเหมือนจะเป็นกังวลเล็กน้อย
นี่ก็คงเป็นอีกเรื่องนึงที่ทำให้ฝันเหมือนครีม
ใบหน้าเวลากังวลหรือคิดอะไรอยู่ ราวกับว่าถอดแบบกันมาเลยทีเดียว
"สอง
หนึ่ง
เอาล่ะ นั่งลง! นั่งลงให้หมด
เฮ้ย! ใครบอกให้คุณนั่งขัดสมาธิ
นั่งยอง ๆ สิวะ นั่งยอง ๆ" เสียงรุ่นพี่คนนั้นสั่งมาเหมือนดั่งคำพิพากษาจากสวรรค์
ทุกคนพร้อมใจกันนั่งอย่างไม่ขัดขืนใด ๆ ทั้งสิ้น
ในตอนนี้ผมนั่งอยู่ข้าง ๆ อาร์ทซึ่งมีลี่และฝันนั่งถัดไป
"ต้องมีตัวแทนมาถูกลงโทษข้างหน้านี้!
ไอ่เหน่ง เลือกน้องมาผู้ชาย 2 คน ผู้หญิง 2 คน เร็วเข้า"
รุ่นพี่ที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้า สั่งให้ รุ่นพี่ที่ผมเพิ่งไปถามมาเมื่อกี้นี้
ให้ไปหาน้อง ๆ มาตามคำสั่ง ..ผมอดขำไม่ได้ว่าผมทองยาวสลวยนั้นจะเป็นของคนที่ชื่อว่า
"เหน่ง"
พี่เหน่งยันตัวขึ้นจากกำแพงที่ยืนพิงอยู่
แล้วก็เดินตรงมาที่ ๆ ผมและเพื่อน ๆ นั่งอยู่ ผมเห็นมือของพี่เหน่งชี้มาที่
อาร์ท
"ออกไปเร็วเข้า"
สิ้นเสียงนั้น อาร์ทหันมามองหน้าผมก่อนที่จะลุกออกไปแล้วรีบวิ่งไปหารุ่นพี่กลุ่มใหญ่ที่ทำหน้าบูดเบี้ยวราวกับว่าอั้นอุจจาระมาประมาณหนึ่งสัปดาห์เต็ม
ๆ ส่วนพี่เหน่งก็หันมามองหน้าผมแวบหนึ่ง
ผมคิดว่าผมได้ยินเสียงพี่เค้าพูดออกมาเบา
ๆ แน่ ๆ ว่า "เอ็งโดนดีแน่ ๆ แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้"
สองเป้าหมายต่อไปของพี่เหน่งก็ไม่ใช่ใครอื่น
เป็นลี่และฝันนั่นเอง ลี่ยืนขึ้นอย่างมั่นใจแล้วจูงมือฝันให้เดินตามออกไป
จริง ๆ แล้วฝันก็ดูเหมือนจะมั่นใจไม่แพ้กัน เพราะผมแอบเห็นรอยยิ้มบาง
ๆ นั่นอีกแล้ว
"เอาล่ะ
คนสุดท้าย เอาไอ้นี่ก็แล้วกัน ลุกขึ้น อย่านึกว่ามึงหน้าตาดีแล้วจะชักช้าได้นะ"
พี่เหน่งพูดด่าพลางชี้ไปที่น้องใหม่คนนึง
ผมเองก็ยอมรับเหมือนกันว่าหน้าตาของคน
ๆ นี้หล่อมาก ๆ ประกอบกับผมทรงเม่นและแววตาอันคมกริบนั่นแล้ว
. เหนือคำบรรยายจริง ๆ
ผู้ชายคนนั้นวิ่งออกไปอย่างรวดเร็วเพื่อนไปรวมกับอาร์ท
ลี่และฝันที่ยืนอยู่ตรงนั้นแล้ว พี่ที่คอยออกคำสั่งจึงพูดขึ้น
"เอาล่ะ
..ในฐานะประธานเชียร์ พี่ขอสั่งให้ 4 คนนี้
เล่นขอความรักกัน"
พอสิ้นเสียงพูดของประธานเชียร์ก็มีเสียงโห่ดังมาจากน้องใหม่ทุกคนในบริเวณนั้น
ผมได้แต่คิดว่าขอให้อาร์ทได้คู่กับลี่ด้วยเถอะ เผื่อมันจะได้พูดอะไรในสิ่งที่อยากพูด
แม้จะเป็นแค่การล้อเล่นก็เถอะ ผมอดคิดต่อไปไม่ได้ว่าฝันจะทำหน้าเช่นไรเมื่อจะต้องโดนขอความรัก
ไม่รู้ว่าจะเหมือนครีมอีกรึเปล่า
หากคุณสนใจจะส่งบทความ
เรื่องสั้น หรือนิยายของคุณมายังเรา โปรดอ่านรายละเอียด
ที่นี่เลยครับ
Copyright
© 2002 PraKaiFun. All rights reserved.
This web site is designed for 800*600 resolutions
any advice please contact [email protected]
|