PraKaiFun
 
Article and Short Stories
MENU [ home | วงการ บันเทิง | ห้องระบายอารมณ์ | เวปบอร์ด | ลิงค์ ]
 
:: ปลายฝัน ... ฉันรักเธอ
:: ตอนที่4 : คนที่คล้ายกัน
:: Updated
: 05/04/45
::
By : ไม้ขีดไฟ
 
Goto >>
Back to Articles &
Short Stories


ตอนที่ 1 : จุดเริ่มต้นของความฝัน
ตอนที่ 2 : สัญญาใจของเรา
ตอนที่ 3 : วันแรก
ตอนที่ 4 : คนที่คล้ายกัน
ตอนที่ 5 : กลุ่มไมโครชิพ

 
 

เธอมองกลับมาอย่างตกใจและประหลาดใจเช่นกัน … ไม่สิ ที่อยู่ตรงหน้าผมในตอนนี้ไม่ใช่ครีม แค่ .. แค่คล้ายกันมากเท่านั้นเอง

"เออ… อะไรนะคะ"

เธอทักผมด้วยน้ำเสียงที่หวานนุ่ม เพียงแต่พอจะแยกออกว่านั่นไม่ใช่เสียงของครีมแน่ ๆ ในขณะเดียวกันก็กำลังมองหน้าผมด้วยความสงสัยเป็นที่สุด ทำให้ผมรู้สึกตัว

"อ๋อ เปล่าครับ เปล่า" ผมตอบไปด้วยทีท่าที่ขัดเขิน

"ค่ะ ๆ"

เธอยิ้มให้ผมก่อนที่จะเดินฝ่าผู้คนเข้าไปยังบอร์ดรายชื่อที่ผมเพิ่งจะเดินหลุดออกมา ผมหันกลับไปมองเธอด้วยความประหลาดใจแบบเดียวกับเมื่อหลายวินาทีที่ผ่านมา "คล้ายครีมมาก ๆ " ผมคิดในใจ พลางเดินออกไปจากบอร์ดอย่างรวดเร็ว

"เฮ้ย! จะรีบไปไหนวะ"

ผมหันกลับไปมองเห็นอาร์ทกำลังเดินตามผมออกมา แทบไม่ต้องเดาเลย ผมพอจะรู้ว่าอาร์ทจะพูดอะไรต่อไป

"เมื่อกี้อ่ะ …น่ารักไม่เบาเลยนะ … ที่แกชนน่ะ" อาร์ทพูดอย่างที่ผมคิดไว้จริง ๆ

"แต่แกไม่รู้สึกอะไรบ้างเหรอวะ" ผมถามอาร์ทกลับไปในขณะที่กำลังเดินไปตามทางเพื่อที่จะกลับไปยังบริเวณลานจอดรถหน้าตึก

"รู้สึกสิวะ ..ก็น่ารักดีไง" อาร์ตอบกลับมา ทำให้ผมรู้สึกอ่อนใจเหลือเกินกับความคิดประมาณนี้ของอาร์ท

"เราว่า ผู้หญิงคนเมื่อกี้น่ะ คล้ายครีมมาก"

พอผมพูดจบอาร์ทก็หันมามองผมทำให้เดินสะดุดที่พื้นจนเกือบจะล้มลงไป พอตั้งตัวได้ อาร์ทก็หันมามองหน้าผมด้วยสีหน้าที่แปลกประหลาด (อีกแล้ว) เหลือเกิน

"คล้ายครีมงั้นเหรอวะ" พอถึงตอนนี้ผมและอาร์ทจึงหยุดเดิน เพื่อที่จะคุยกัน

"ใช่.." ผมตอบไป อาร์ทจึงทำท่าเหมือนใช้ความคิด

"เออ…จะว่าไปก็คล้ายนะ เฮ้ย! ถึงว่า ..ทำไมเราถึงรู้สึกว่าหน้าเค้ามันคุ้น ๆ"

นั่นแหละเป็นคำยืนยันว่าผมไม่ได้คิดไปเองหรอก

"แต่ว่า …" อาร์ทพูดต่อ

"ทำไมวะ" ผมถามกลับไปด้วยความอยากรู้เป็นอย่างมาก

"น่ารักกว่าครีมเยอะว่ะ ฮ่า ๆๆ" อาร์ทพูดพลางหัวเราะออกมาเสียงดัง จนผู้หญิงสองคนที่เดินสวนมาหันมามองแล้วพากันหัวเราะเบา ๆ

ผมลองมาคิดดูแล้ว ผู้หญิงคนนั้นเหมือนครีมมาก ๆ ทั้งผมที่ยาวประบ่า หน้าตาก็คล้ายเสียเหลือเกิน คงจะมีเสียงพูดนี่แหละที่ไม่เหมือนกัน เสียงของครีมจะเล็กกว่า … แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันมากที่สุด … รอยยิ้มของทั้งสองคน … ไม่ต่างกันเลย รอยยิ้มบาง ๆ …รอยยิ้มที่เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผมหลงรักครีมเสียเหลือเกิน

"เฮ้ย ๆ แกเป็นอะไรวะไอ่ต้น"

เสียงอาร์ทดังขึ้น ทำให้ภาพของครีมและผู้หญิงคนนั้นที่ผมกำลังจินตนาการอยู่เพื่อที่จะเปรียบเทียบนั้นหายวับไป

"เปล่าเว้ย เปล่า" ผมตอบอาร์ทไป

"สงสารครีมจังว่ะ" อาร์ทพูดเสียงเศร้าแต่ใบหน้านั้นเศร้ายิ่งกว่า

"ทำไมเหรอวะ" ผมถามอาร์ทที่กำลังดูเหมือนจะระทมทุกข์อยู่

"ก็ … แกเจอคนใหม่ที่ดีกว่า แกก็คงจะลืมครีมสินะ"

อาร์ทไม่ได้เศร้าหรอก ผมเห็นรอยยิ้มบาง ๆ ที่มุมปากของอาร์ทแล้ว อาร์ทล้อผมเล่น

"เรามีครีมคนเดียวในหัวใจเท่านั้น"

ผมไม่ทันสังเกตเลยว่าในขณะที่ผมพูดอยู่นั้น มีผู้หญิงคนนึงเดินผ่านมาพอดี ผู้หญิงคนนั้นหันกลับมามองหน้าผมแล้วจึงทักผมขึ้น

"เมื่อกี้นายว่าไงนะ …ทำไมมันเน่าอย่างนั้นอ่ะ"

เธอคนนั้นพูดเสร็จแล้วก็หัวเราะพลางเดินมาตรงที่ผมกับอาร์ทยืนคุยกันอยู่ ผมเห็นแล้วล่ะว่าอาร์ทกำลังยิ้มอยู่ อาจเป็นได้ว่าอาร์ทกำลังตกตะลึงในความน่ารักของผู้หญิงคนนั้น ก็คงไม่แปลกหรอก ผมเองก็รู้สึกร้อน ๆ เหมือนกันในตอนที่เธอเดินเข้ามา ผมสั้นปรกหู จมูกที่เชิดประกอบกับรูปร่างเล็กและหน้าตาที่เหมือนตุ๊กตา …ผมคิดว่าเธอช่างน่ารักเหลือเกิน อย่างน้อยก็เสียงพูดของเธอล่ะที่ทำให้ผมรู้สึกเคลิบเคลิ้มไปชั่วครู่

"อ้าว! เป็นอะไรกันไปหมดล่ะ เป็นใบ้เหรอจ๊ะ"

เธอคนนั้นเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าของผมและอาร์ทแล้ว พลางเอามือปิดปากแล้วหัวเราะหลังจากที่พูดจบ เธอน่ารักจริง ๆ นั่นแหละ … อาร์ทก็คงคิดไม่ต่างจากผมนักหรอก ตาค้างซะขนาดนั้นน่ะ

"นี่ ๆ นายน่ะ" เธอพูดในขณะที่ยื่นมือมาเขี่ย ๆ ที่ไหล่ของอาร์ทที่กำลังยืนแข็งทื่อราวกับถูกสาปอยู่ ทำให้อาร์ทตกใจและสะดุ้งขึ้นมา

"ขวัญอ่อนจริงนะนายน่ะ" เธอจ้องหน้าอาร์ทที่เพิ่งจะหายสะดุ้ง แล้วก็ส่งรอยยิ้มกว้างไปให้อาร์ท ผมคงไม่ได้คิดไปเองหรอก หน้าอาร์ทแดงกว่าไฟแดงเสียอีกในตอนนี้

"ปะ ..เปล่าหรอก ไม่มีอะไรหรอก" อาร์ทพูดเมื่อพอจะตั้งสติได้

เธอคนนั้นก้มลงมองต่ำกว่าเดิมนิดนึงไปยังอาร์ท พลางเงยหน้าขึ้นแล้วหัวเราะออกมาเบา ๆ

"เธอหัวเราะอะไรน่ะ" อาร์ทถามขึ้นด้วยสีหน้าที่ดูจะฉุนอยู่เล็กน้อย

เธอยังไม่หยุดหัวเราะ แต่ชี้นิ้วไปที่เป้ากางเกงของอาร์ท ผมมองตามไปยังที่เดียวกับที่นิ้วของเธอคนนั้นชี้อยู่ … ผมอดที่จะขำไม่ได้จริง ๆ

"เฮ้ย! ไอ่อาร์ท ..แกลืมรูดซิปว่ะ" ผมกระซิบเบา ๆ ที่หูของอาร์ท

สิ่งที่ปรากฎบนใบหน้าของอาร์ทคือสีแดงที่แดงกว่าเมื่อกี้เสียอีก ไม่ต้องพูดอะไรต่ออาร์ทก็พอจะรู้ว่าต้องทำยังไง … อาร์ทหันหลังกลับไปแล้วจึงรูดซิปขึ้น เสียงหัวเราะคิกคักของเธอคนนั้นยังไม่จางหายไป ผมเห็นว่าอาร์ทคงจะเสียหน้าแย่จึงทักเธอคนนั้นขึ้นเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ

"เออ.. คือโทษนะ เธออยู่คณะนี้ใช่รึเปล่า"

เธอคนนั้นละสายตาจากอาร์ท พลางหยุดหัวเราะแล้วจึงหันมามองหน้าผม แล้วส่งยิ้มกว้างให้เช่นเคยก่อนที่จะตอบออกมา

"ก็ใช่น่ะสิ …นี่ ๆ นายชื่ออะไรน่ะ"

"เราชื่อต้น" ผมตอบไปพลางส่งยิ้มกลับไปให้เธอเช่นกัน

"แล้วนายนั่นล่ะ" เธอคนนั้นถามผมพลางชี้ไปที่อาร์ทซึ่งเพิ่งจะจัดการธุระ (ที่แสนจะน่าอาย) เสร็จ

"เราชื่ออาร์ท" อาร์ทตอบก่อนที่จะผมจะได้ตอบออกไป ดูแล้วก็พอจะรู้ว่ายังทั้งเขินและอับอายอยู่

บรรยากาศรอบตัวเงียบไปชั่วครู่หนึ่ง เว้นแต่เสียงคนที่เดินไปเดินมากันขวักไขว่ เธอคนนั้นส่งยิ้มให้ทั้งผมและอาร์ทอยู่ชั่วครู่ใหญ่ ๆ ทีเดียว แล้วจึงพูดขึ้นมาอย่างอ่อนใจ

"นี่ไม่คิดจะถามบ้างเหรอว่าเราชื่ออะไรน่ะ"

"เธอชื่ออะไรล่ะ" อาร์ทถามขึ้นมา

"เราชื่อลี่น่ะ … น่ารักจังนะอาร์ทน่ะ พอเราพูดเสร็จก็ถามเลย"

บรรยากาศรอบตัวผมเปลี่ยนไปเป็นอีกแบบนึง ผมเห็นหน้าอาร์ทแดงอีกแล้ว และแถมยังตาลอย ๆ ราวกับว่าเดินเล่นอยู่ในสวนดอกไม้ที่มีดอกไม้ร่วงลงมาจากฟากฟ้างั้นแหละ … ผมเข้าใจว่าอาร์ทคงจะถึงกับขั้นเป็นปลื้มทีเดียวที่เธอคนนั้น เออ.. หมายถึงลี่น่ะ ชมว่าอาร์ทน่ารัก … ไม่รู้อะไรที่ดลใจผมทำให้ผมคิดไปไกลถึงขนาดที่ว่าอาจจะจริงอย่างที่พี่พงษ์ว่า "พี่มีแฟนก็ที่คณะนี้นี่แหละ" ผมมีความรู้สึกว่า อาร์ทดูท่าทางจะเหมาะสมกับลี่อยู่ไม่น้อย … แต่นั่นคงเป็นเรื่องของอนาคต ไม่มีทางที่จะเดาถูกตั้งแต่ตอนนี้หรอก

สมัยตอนอยู่ ม.ปลาย อาร์ทได้ไปแอบชอบกับผู้หญิงแสนสวยคนนึงที่โรงเรียนกวดวิชา เธอชื่อหม่อน หม่อนเป็นคนที่มีหน้าตาสะสวยมากและแน่นอนว่าเป็นที่ชื่นชอบและหลงใหลของคนหลาย ๆ คนรวมทั้งอาร์ท ทั้งอาร์ทและหม่อนต่างก็เคยมีใจให้กันเพียงแต่ว่าเรื่องเหล่านั้นมันจบลงด้วยสิ่งที่เรียกว่าถ่านไฟเก่า … อาร์ทต้องยอมเป็นฝ่ายพ่ายแพ้เมื่อแฟนเก่าของหม่อนกลับมาอีกครั้ง และหม่อนก็เทใจให้ไปทั้งหมด … ผมจำได้ว่าอาร์ทซึมอยู่หลายวัน …แต่จริง ๆ แล้วก็แค่ 3 วันเท่านั้น อาร์ทก็ไม่เคยพูดถึงเรื่องของหม่อนหรือเรื่องใด ๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้อีกเลยจนกระทั่งบัดนี้

"อาร์ท ต้น … ได้อยู่กลุ่มอะไรกันน่ะ"

เสียงสดใสนั้นถามขึ้นมา อาร์ทไม่รีรอที่จะเป็นผู้ตอบ

"กลุ่มปิ๊กาจูน่ะ …เออ..แล้วลี่ล่ะ"

"เหมือนกันแหละ" ลี่ตอบกลับมาพร้อมกับรอยยิ้มอีกเช่นเคย

"เราไปที่ลานหน้าตึกตามที่พี่เค้าบอกดีมั้ย" ผมชักชวนอาร์ทและลี่

"เดี๋ยวนะ เราตามหาเพื่อนอีกคนนึงก่อน … เธอเห็นบ้างรึเปล่าที่น่ารัก ๆ น่ะ" ลี่ถามผมกับอาร์ทขึ้นมาพลางหันซ้ายหันขวาเพื่อที่จะมองหาใครสักคน

"เรายังไม่เจอใครน่ารักเลย ยกเว้น เอ่อ …" อาร์ทพูดไม่จบประโยคแล้วก็ก้มหน้าลงไป ผมว่าผมพอจะเดาออกว่าอาร์ทอยากจะชมว่าลี่น่ะน่ารัก

"หมายถึงเราเหรอ อาร์ท"

ลี่ถามกลับมาพร้อมกับส่งยิ้มและจ้องไปที่ตาของอาร์ท อาร์ทพยายามที่จะหลบหน้าอย่างที่สุดเพราะความอาย แต่ลี่ก็ย้ายใบหน้าตามหน้าของอาร์ทที่พยายามจะหลบตาไปอยู่อย่างต่อเนื่อง ผมไม่รู้จะสงสารอาร์ทหรือดีใจกับอาร์ทด้วยดี แต่ผมเห็นว่าเสียเวลามากแล้ว เดี๋ยวจะโดนรุ่นพี่ด่าเอาก็เลยพูดขึ้นมา

"เอาเถอะ ๆ อืม …ลี่นัดเพื่อนไว้ที่ไหนล่ะ"

ลี่เลิกเล่นหน้าเล่นตากับอาร์ทแล้วหันมาพูดกับผม

"เมื่อกี้เค้าโทรมาบอกว่าเค้าอยู่ตรงบอร์ดรายชื่อน่ะ จริงสินะ ..เราโทรไปตามก็ได้นี่ ลืมไปเลยว่ามีโทรศัพท์น่ะ"

ลี่ยิ้มให้ผมอีกทีนึงก่อนที่จะล้วงกระเป๋าถือแล้วหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา ส่วนผมหันไปหาอาร์ท

"เฮ้ย! เป็นไงบ้างวะไอ่อาร์ท ทำหน้าเหมือนกับจะตายแน่ะ" ผมถามอาร์ท

"มาคุยกันตรงนี้แป๊บนึงดิวะ"

อาร์ทพูดแล้วก็พาผมเดินหลบห่างออกมาจากลี่ ก่อนที่จะพูดออกมา

"ไม่เคยว่ะ ไม่เคยเห็นใครน่ารักขนาดนี้เลย … ชื่อก็น่ารัก ชื่อลี่ ชื่อเพราะจัง"

ระหว่างที่อาร์ทกำลังพร่ำเพ้ออยู่นั้น ผมก็ได้แต่คิดว่าชื่อลี่เนี่ยมันเพราะกว่าชื่ออื่น ๆ ตรงไหน แต่ดูตาลอย ๆ ของอาร์ทก็พอจะรู้ว่าอาร์ทคงจะชอบลี่เอามาก ๆ

"แล้วแกจะทำไงวะ" ผมถามอาร์ท

"จีบโว้ย ! กูจีบแน่นอน" อาร์ทตอบผมด้วยเสียงที่ผมค่อนข้างแน่ใจทีเดียวว่าดังไปถึงประตูหน้ามหาลัยเลยทีเดียว และผมก็คิดว่าเสียงพูดที่ดังขนาดนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้ขณะนี้ ลี่เดินตรงมายังผมและอาร์ท "ซวยแล้วมั้ยล่ะ" ผมคิดในใจ

"นี่โทรศัพท์เราแบตหมดอ่ะ อาร์ทหรือต้น ใครมีโทรศัพท์บ้างรึเปล่า ขอเรายืมหน่อยสิ"

ผมว่าอาร์ทค่อนข้างโล่งอกที่ลี่ไม่ได้ยินที่อาร์ทพูดขึ้นมาเมื่อกี้นี้ ผมหยิบเอาโทรศัพท์ของผมขึ้นมาแล้วให้ลี่ยืมไป

"ขอบใจจ้ะ" ลี่ตอบผมแล้วจึงเดินออกไปยืนห่าง ๆ เพื่อที่จะคุยโทรศัพท์ แต่ถึงกระนั้นก็ตามเสียงของลี่ก็ยังดังมาถึงผมและอาร์ทที่ยังยืนอยู่ที่เดิม

"ฝันเหรอ …อยู่ไหนอ่ะ …อ๋อ ๆ … เนี่ยเราอยู่ตรงหน้าห้องประชุมแน่ะ …ห้องที่ใหญ่ ๆ ที่เดินผ่านเมื่อกี้อ่ะ …จ้า ๆ …แค่นี้แหละ"

ลี่พูดเสร็จแล้วก็เดินตรงมาที่ผม แล้วยื่นโทรศัพท์ให้

"เดี๋ยวเพื่อนเรามาหาตรงนี้แหละ ต้นกับอาร์ทยืนรอเป็นเพื่อนเราแป๊บนึงนะ" ลี่พูดพลางยิ้มให้ผมกับอาร์ท ที่แน่ ๆ ก็คืออาร์ทคงไม่ปฎิเสธที่จะรอหรอก ในเมื่ออาร์ทกำลังยิ้มอย่างมีความสุขราวกับว่ากำลังอยู่ในความฝันอันแสนหวานหยาดเยิ้มอย่างนั้นแหละ

ถึงตอนนี้ผมคงต้องขอถอนคำพูดที่ได้พูดกับอาร์ทเอาไว้ประมาณว่าคณะวิดวะของผมคงจะไม่มีใครน่ารัก ๆ เป็นแน่แท้ อย่างน้อยก็ลี่ล่ะ และอีกคนนึงก็ … คนที่คล้ายครีมมาก ๆ คนนั้น อาร์ทก็คงจะคิดไปไม่ต่างจากผมเท่าไหร่หรอก (จะต่างก็ตรงที่ว่าอาร์ทน่ะคงจะบอกว่าลี่น่ารักกว่าคน ๆ นั้นเป็นร้อยเท่าพันเท่าได้)

"ลี่ ขอโทษนะที่ให้รอ"

เสียงหวานสดใสเสียงหนึ่งดังขึ้น ผมรู้สึกคุ้น ๆ เสียงนั้นอย่างบอกไม่ถูก เสียงนั้นเองทำให้ผมและอาร์ทหันไปมอง … เธอคนนั้นที่ผมหันไปชนตรงบอร์ดรายชื่อนั่นเอง นี่เธอเป็นเพื่อนของลี่หรือนี่ อะไรจะบังเอิญขนาดนั้น

"ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ ฝัน" ลี่ตอบกลับไป เธอชื่อฝันนั่นเอง

ลี่หันมามองผมกับอาร์ทก่อนที่จะเริ่มแนะนำตัวให้รู้จักกัน

"ฝันจ๊ะ นี่ต้นกับอาร์ทนะ แล้ว … เออ.. เรามีอะไรจะบอกแหละฝัน" ลี่จูงฝันเดินออกไปห่าง ๆ สักนิดนึงแล้วก็กระซิบอะไรบางอย่างที่หูของฝัน ผมยอมรับว่าพยายามจะฟังว่าเค้าคุยอะไรกัน (ยุ่งเรื่องเค้าชะมัด) แต่ก็ไม่ได้ยินอะไร ที่จะรู้สึกก็มีเพียงแต่สายตาที่ทั้งคู่มองมาที่ผมกับอาร์ทก็เท่านั้น ผมว่าคงต้องพูดถึงเรื่องของผมกับอาร์ทอย่างใดอย่างนึงแน่ ๆ

"นี่ ๆ ไอ่ต้น เค้าคงไม่ได้พูดกันเรื่องที่เราลืมรูดซิปหรอกนะ" อาร์ทถามผมอย่างหวาด ๆ

"ก็ไม่แน่ว่ะ" ผมพูดและหันไปหัวเราะอาร์ทซึ่งยืนทำหน้าเจื่อน ๆ ไปแล้ว

ในระหว่างนี้เองที่ผมมองไปที่ฝัน มองยังไง ๆ ก็ยังคล้ายครีมมาก ๆ นั่นทำให้ผมนึกถึงครีมขึ้นมาทันที ไม่รู้ว่าตอนนี้ครีมจะเป็นยังไงบ้าง ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาตัดสินใจว่าจะโทรหาครีม แต่แล้วก็คิดได้ว่าเอาไว้เย็นนี้ก่อนดีกว่า เมื่อวานก็เพิ่งคุยกัน ผมคิดว่าควรจะปล่อยให้ครีมได้อยู่คนเดียวโดยไม่มีผมบ้าง ไม่งั้นครีมก็จะเป็นอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ และคงไม่มีจิตใจจะไปทำอะไรกันพอดี

"ไปเถอะต้น อาร์ท ไปที่ลานหน้าตึกกัน" ลี่พูดขึ้น

"อืม..โอเค" ผมตอบกลับไป พลางเริ่มออกเดิน อาร์ทตามมาเดินข้าง ๆ ผมส่วนลี่กับฝันนั้นก็เดินอยู่ใกล้ ๆ กันนั่นเอง อาร์ทอ้อมไปข้างหลังเพื่อนเดินไปหาลี่ พอถึงตัวแล้วจึงถามขึ้นอย่างที่ผมคิดไว้จริง ๆ

"นี่ ๆ เมื่อกี้กระซิบเรื่องอะไรกันเหรอ …คงไม่ใช่ เออ.." อาร์ทถามเสียงสั่น ๆ ลี่หันมาหาอาร์ทแล้วหัวเราะออกมาเบา ๆ ก่อนที่จะพูดออกมา

"ไม่ใช่หรอก นายสบายใจได้น่า" ลี่ยังไม่หยุดหัวเราะแต่ก็เดินต่อไป ส่วนฝันนั้นยิ้มน้อย ๆ แบบเดิมแล้วก็หันมาคุยกับผม

"เออ..ต้น เมื่อกี้ขอโทษนะ ที่บอร์ดน่ะ"

ผมตกใจเล็กน้อยที่จู่ ๆ ฝันก็ถามผมขึ้นมา

"ไม่หรอกฝัน คือเราต่างหากล่ะที่ต้องขอโทษน่ะ" ผมตอบกลับฝันไป ฝันส่งยิ้มบาง ๆ นั้นให้ผมก่อนที่จะเดินต่อไป ยอมรับว่าใจผมเต้นแรงขึ้นเล็ก ๆ เพราะว่าผมมีความรู้สึกเหมือนกับว่ากำลังคุยอยู่กับครีมยังไงยังงั้นแหละ

ผม อาร์ท ฝันและลี่ เดินตรงต่อไปจนถึงลานกว้างหน้าตึก บริเวณนั้นมีนักศึกษาใหม่ที่มารายงานตัวกันในวันนี้ยืนอยู่บ้างแล้วประมาณ 50 กว่าคน ผมพลางคิดในใจว่าคณะมีตั้งประมาณ 500 กว่าคน (ตามที่พี่พงษ์บอกมา) แต่ทำไมถึงมีคนอยู่น้อยขนาดนี้

"เอ้า! น้อง ๆ ที่ดูรายชื่อเสร็จแล้วรีบมากันเร็ว เข้าไปตามกลุ่มที่ตัวเองอยู่เร็วเข้า ๆ"

เสียงพี่ตะโกนสั่งมา ผมและทุกคนที่เดินมาด้วยกัน พยายามหันไปมองเพื่อดูว่ามีป้ายกลุ่มป้ายไหนที่เขียนไว้ว่า "ปิ๊กาจู" บ้าง แต่ที่ผมพบก็คือ … ไม่มีป้ายกลุ่มนี้นี่นา

"อะไรกันวะ น้ำแข็งใส ถ้วยกาแฟ กระต่ายน้อย ลูกเป็ด ไม่เห็นจะมี ปิ๊กาจูเลย" อาร์ทโพล่งขึ้นมา ส่วนฝันและลี่ก็แสดงท่าทีที่เห็นด้วย นั่นทำให้ผมมองไปทางคนประมาณ 50 กว่าคนที่ผมเห็นอยู่บริเวณลานกว้างตรงหน้านั้น แต่ละคนมีสีหน้างง ๆ เหมือนกัน

"เอ้า! มัวทำอะไรกันอยู่ บอกให้เข้าไปตามกลุ่มไง ทำไมไม่มีใครเข้ากลุ่มเลยล่ะ สอบ Ent กันเข้าได้ขนาดนี้ หัวสมองมีไว้ทำอะไร มีไว้ทำให้กะโหลกมันไม่กลวงแค่นั้นงั้นเรอะ"

เสียงพี่ตะโกนมาอีก นั่นทำให้ผมสังเกตได้ว่าที่ป้ายกลุ่มน้ำแข็งใส ถ้วยกาแฟ กระต่ายน้อย ลูกเป็ด ไม่มีคนเลยซักคน ผมเริ่มรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากล จึงเดินตรงไปหาพี่คนนึง

"พี่ครับ กลุ่มปิ๊กาจูอยู่ตรงไหนล่ะครับ" ผมถามพี่คนนั้นไป

รุ่นพี่สะบัดผมสีทองขึ้นทีนึงก่อนที่จะหันมามองผม … ผมแน่ใจว่าเป็นสายตาที่แสดงถึงความดูถูกเหยียดหยาม

"มึงอ่านไม่ออกเหรอไง มึงก็เดินไปหาป้ายที่มีคำว่าปิ๊กาจูสิวะ"

ผมรีบเดินถอยออกมาหลังจากโดนด่าเข้าไปเต็ม ๆ ผมพยายามหันมองทุกแห่งเผื่อว่าไอ้ป้ายคำว่า "ปิ๊กาจู" มันจะหลบซ่อนอยู่ที่หลืบใดหลืบหนึ่งของตึกนี้ แต่นั่นก็คงเป็นความพยายามที่ไร้ผลหลังจากที่ลี่พูดขึ้นมา

"เราโดนรุ่นพี่แกล้งแล้วล่ะ กลุ่มปิ๊กาจูมีอยู่จริง แต่ป้ายน่ะไม่มีหรอก" นั่นสินะ ผมก็คิดว่าอย่างนั้นเช่นกัน

"เอาล่ะ ๆ ผมให้เวลาพวกคุณอีก 10 วินาที ไม่งั้นมีเรื่องแน่ ๆ สิบ … เก้า …" เสียงพี่ตะโกนมาพร้อมกับเริ่มนับถอยหลัง

"ปล่อยเค้านับถอยหลังไปเถอะ ถ้าโดนก็โดนด้วยกันหมดนั่นแหละ" ลี่พูดขึ้นอีกครั้งนึงพลางส่งยิ้มมายังผมและอาร์ท ส่วนฝันนั้นยกเอาแฟ้มเอกสารขึ้นมากอดแนบไว้พลางทำหน้าเหมือนจะเป็นกังวลเล็กน้อย

นี่ก็คงเป็นอีกเรื่องนึงที่ทำให้ฝันเหมือนครีม ใบหน้าเวลากังวลหรือคิดอะไรอยู่ ราวกับว่าถอดแบบกันมาเลยทีเดียว

"สอง … หนึ่ง …เอาล่ะ นั่งลง! นั่งลงให้หมด …เฮ้ย! ใครบอกให้คุณนั่งขัดสมาธิ นั่งยอง ๆ สิวะ นั่งยอง ๆ" เสียงรุ่นพี่คนนั้นสั่งมาเหมือนดั่งคำพิพากษาจากสวรรค์ ทุกคนพร้อมใจกันนั่งอย่างไม่ขัดขืนใด ๆ ทั้งสิ้น ในตอนนี้ผมนั่งอยู่ข้าง ๆ อาร์ทซึ่งมีลี่และฝันนั่งถัดไป

"ต้องมีตัวแทนมาถูกลงโทษข้างหน้านี้! ไอ่เหน่ง เลือกน้องมาผู้ชาย 2 คน ผู้หญิง 2 คน เร็วเข้า" รุ่นพี่ที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้า สั่งให้ รุ่นพี่ที่ผมเพิ่งไปถามมาเมื่อกี้นี้ ให้ไปหาน้อง ๆ มาตามคำสั่ง ..ผมอดขำไม่ได้ว่าผมทองยาวสลวยนั้นจะเป็นของคนที่ชื่อว่า "เหน่ง"

พี่เหน่งยันตัวขึ้นจากกำแพงที่ยืนพิงอยู่ แล้วก็เดินตรงมาที่ ๆ ผมและเพื่อน ๆ นั่งอยู่ ผมเห็นมือของพี่เหน่งชี้มาที่ …อาร์ท

"ออกไปเร็วเข้า" สิ้นเสียงนั้น อาร์ทหันมามองหน้าผมก่อนที่จะลุกออกไปแล้วรีบวิ่งไปหารุ่นพี่กลุ่มใหญ่ที่ทำหน้าบูดเบี้ยวราวกับว่าอั้นอุจจาระมาประมาณหนึ่งสัปดาห์เต็ม ๆ ส่วนพี่เหน่งก็หันมามองหน้าผมแวบหนึ่ง …ผมคิดว่าผมได้ยินเสียงพี่เค้าพูดออกมาเบา ๆ แน่ ๆ ว่า "เอ็งโดนดีแน่ ๆ แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้"

สองเป้าหมายต่อไปของพี่เหน่งก็ไม่ใช่ใครอื่น เป็นลี่และฝันนั่นเอง ลี่ยืนขึ้นอย่างมั่นใจแล้วจูงมือฝันให้เดินตามออกไป …จริง ๆ แล้วฝันก็ดูเหมือนจะมั่นใจไม่แพ้กัน เพราะผมแอบเห็นรอยยิ้มบาง ๆ นั่นอีกแล้ว

"เอาล่ะ คนสุดท้าย เอาไอ้นี่ก็แล้วกัน ลุกขึ้น อย่านึกว่ามึงหน้าตาดีแล้วจะชักช้าได้นะ" พี่เหน่งพูดด่าพลางชี้ไปที่น้องใหม่คนนึง … ผมเองก็ยอมรับเหมือนกันว่าหน้าตาของคน ๆ นี้หล่อมาก ๆ ประกอบกับผมทรงเม่นและแววตาอันคมกริบนั่นแล้ว …. เหนือคำบรรยายจริง ๆ

ผู้ชายคนนั้นวิ่งออกไปอย่างรวดเร็วเพื่อนไปรวมกับอาร์ท ลี่และฝันที่ยืนอยู่ตรงนั้นแล้ว พี่ที่คอยออกคำสั่งจึงพูดขึ้น

"เอาล่ะ ..ในฐานะประธานเชียร์ พี่ขอสั่งให้ 4 คนนี้ …เล่นขอความรักกัน" พอสิ้นเสียงพูดของประธานเชียร์ก็มีเสียงโห่ดังมาจากน้องใหม่ทุกคนในบริเวณนั้น ผมได้แต่คิดว่าขอให้อาร์ทได้คู่กับลี่ด้วยเถอะ เผื่อมันจะได้พูดอะไรในสิ่งที่อยากพูด …แม้จะเป็นแค่การล้อเล่นก็เถอะ ผมอดคิดต่อไปไม่ได้ว่าฝันจะทำหน้าเช่นไรเมื่อจะต้องโดนขอความรัก

ไม่รู้ว่าจะเหมือนครีมอีกรึเปล่า …


หากคุณสนใจจะส่งบทความ เรื่องสั้น หรือนิยายของคุณมายังเรา โปรดอ่านรายละเอียด ที่นี่เลยครับ

Copyright © 2002 PraKaiFun. All rights reserved.
This web site is designed for 800*600 resolutions
any advice please contact [email protected]
 
 
Hosted by www.Geocities.ws

1