|
แม่จะมองผมด้วยสายตาที่อ่อนโยนและด้วยความรู้สึกเอ็นดู
แล้วก็ตอบกลับมาเหมือนทุกครั้งว่า
"แล้วแม่จะซื้อการ์ตูนที่ลูกเขียนเป็นคนแรกเลยนะ"
แต่วันเวลาได้ผ่านไป
ฝันของผมก็ได้เปลี่ยนไปด้วย ผมได้ค้นพบความจริงหลังจากที่ชั่วโมงเรียนวิชาศิลปะตอน
ม.3 หมดเวลาลง
"เฮ้ย! ไอ่ต้น เค้าให้แกวาดรูปดอกไม้นะโว้ย ไม่ได้ให้วาดรูปวงกลมกับเส้นตรง"
เพื่อนของผมล้อผมหลังจากได้ดูการบ้านที่ผมนำมาส่ง
ใต้ภาพนั้นเขียนว่า "ดอกไม้ที่สวยที่สุด" ซึ่งเป็นชื่อหัวข้อของงานครั้งนี้
. ใกล้ ๆ กันนั้น มีตัวเลขตัวใหญ่เบ้อเริ่มเขียนคะแนนที่ผมได้รับเอาไว้
"ฮะฮะ
4 คะแนนงั้นเรอะ ต่ำสุดในห้องเลยนี่หว่า" เพื่อนของผมล้อแล้วล้ออีก
นี่อาจจะเป็นจุดเปลี่ยนของผมแล้วล่ะมั้ง
ผมคงไม่เหมาะกับงานศิลปะมากนัก
แต่ถึงกระนั้นก็เถอะ
ถึงแม้ผมจะพบว่าผมไม่มีความสามารถเพียงพอที่จะเป็นนักวาดการ์ตูนได้
แต่จริง ๆ แล้ว ผมก็ยังตามหาไม่เจออยู่ดีว่า ความฝันของผมคืออะไรกันแน่
เวลาผ่านไป
จนกระทั่งผมเรียนอยู่ชั้น ม.ปลาย แม่ของผมก็ยังเฝ้าถามผมอยู่เสมอเหมือนตอนผมยังเด็ก
ๆ เพียงแต่ว่า น้ำเสียงและสีหน้าของแม่ดูเหมือนจะเคร่งเครียดมากขึ้น
"ต้น
อีกไม่กี่ปีลูกจะต้องเข้ามหาลัยแล้วนะ รู้รึยังล่ะว่าอยากจะเรียนอะไร"
ถึงแม้ว่าแม่ของผมจะเป็นอาจารย์สอนภาษาไทย
แต่แม่ก็ไม่ได้รู้สึกขัดแยังอะไรกับภาษาสมัยใหม่นัก
เช่นคำว่ามหาวิทยาลัย แม่ของผมก็พูดว่ามหาลัย โดยไม่สะดุดปากซักคำ
. แม่ของผมเนี่ยช่างทันสมัยเสียจริง ๆ
"ยังไม่ได้คิดเลยครับแม่"
ผมตอบไปส่ง ๆ เพราะก็ไม่ได้คิดอะไรไว้จริง ๆ นี่นา
แล้วจะให้ทำไง แต่ทุกครั้งที่ผมตอบไปอย่างนี้ ผมก็มองเห็นถึงสีหน้าและแววตาที่ดูจะกังวลของแม่ผมทุกที
"คิด
ๆ ได้แล้วนะลูก"
ผมได้แต่พยักหน้ารับ
แต่ความคิดยังว่างเปล่า แม่ของผมเป็นห่วงผมตลอดมาในเรื่องของอนาคตของผม
จึงไม่แปลกเลยที่แม่คอยถามตั้งแต่เด็ก ๆ ว่าผมอยากจะเป็นอะไร
เพียงแต่ตอนนี้ แม่คงต้องการคำตอบจริง ๆ จัง ๆ แล้ว
และผมเองก็ไม่ควรจะทำให้แม่ผิดหวัง
ชีวิต
ม.ปลายของผม
ใช่ มันเปลี่ยนไปจากอดีตที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัด
ผมตั้งใจเรียนขึ้นมาก (ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะเป็นไปได้
เพื่อน ๆ ผมบอกเสมอ แม่ผมก็ด้วย) นอกจากนั้นแล้วยังมีอีกอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นกับชีวิตผม
มันเป็นสิ่งที่ผมไม่เคยรู้สึกมาก่อนเลย
ผมมีความรัก
ผมสีดำเงายาวสลวยประบ่า
แก้มขาวนวลมีสีชมพูอ่อน ๆ
เธอชื่อครีม เรารู้จักกันในวันแรกของการเรียนในชั้น
ม.4 ผมจำได้ดี ผมเป็นนักเรียนใหม่ที่ย้ายเข้าไป
ครีมก็เช่นกัน
ชั่วโมงแรกของวิชาคณิตศาสตร์นั้นเราเรียนกันเรื่อง
"เซต"
วิชาคณิตศาสตร์เป็นวิชาที่ผมคิดมาตลอดว่าคงไม่สามารถจะจัดให้ทำกิจกรรมกลุ่มได้
อย่างดีก็แค่แบ่งกลุ่มแล้วให้ช่วยกันทำโจทย์ ก็คงทำได้แค่นั้นแหละ
แต่อาจารย์ท่านสุดยอดจริง ๆ
"เซตหมายถึงสิ่งที่อยู่รวมกลุ่มกัน
เอาล่ะ นักเรียนทุกคนถือปากกาไว้ในมือ"
ผมหยิบปากกาแลนเซอร์สไปรัลสีดำขึ้นมาถือไว้
ในใจก็คิดว่า อะไรกันเนี่ย จะให้ทำอะไรเหรอ
"นักเรียนที่ถือปากกาน้ำเงินไปรวมกลุ่มกันที่ด้านหลังของห้อง
ปากกาแดงมารวมกันที่หน้าห้อง ส่วนปากกาดำ ออกไปยืนนอกห้อง
แน่ะ! อย่าแอบโดดเรียนล่ะ"
ปากกาดำ
ออกไปนอกห้องสินะ คิดได้ดังนั้นผมจึงเดินอย่างช้า
ๆ ออกไปนอกห้อง พลางดูหลาย ๆ คนที่วุ่นวายรีบไปยังกลุ่มที่ตัวเองต้องไป
บางคนก็ดูจะมีอารมณ์ร่วมไปกับกิจกรรมนี้ดีนะ แต่กับผมน่ะเหรอ
ไม่หรอก
. เรียนเรื่องเซตเนี่ยนะ ต้องแบ่งกลุ่มอะไรกันขนาดนี้
ผมเดินออกมาถึงนอกห้อง
มีนักเรียนเพียง 6 คนรวมทั้งตัวผมด้วยที่ออกมายืนอยู่นอกห้องนี้
ผมเดินกลับไปยังประตูห้องแล้วมองเข้าไป กลุ่มปากกาแดงยิ่งกว่ากลุ่มปากกาดำเสียอีก
มีแค่ 2 คนเท่านั้นเอง จริง ๆ แล้วก็คงจะเป็นเรื่องจริงที่ว่าส่วนใหญ่แล้วเค้าก็คงจะถึงปากกาน้ำเงินกันอยู่
ที่ถือปากกาดำและแดงก็คงต้องน้อยเป็นธรรมดา
"สงสัยเราจะไม่ต้องทำกิจกรรมอะไรกันมาก"
น้ำเสียงอันเฉียบคมและดูมีพลังที่พูดขึ้นมา
เป็นของนักเรียนชายรูปร่างสูงผอมคนนึง ผม เดินกลับมาตามเสียงที่พูดขึ้นมานั้น
สักพักนึงเขาก็พูดขึ้นมาอีก
"นายสองคนน่ะ"
เขาชี้ไปที่ผมและนักเรียนหญิงอีกคนหนึ่งที่นั้งอยู่ถัดจากผมไป
"เราเหรอ"
ผมเอามือชี้ที่หน้าตัวผมเอง เขาพยักหน้ารับ
"ใช่
ๆ เป็นนักเรียนใหม่ใช่รึเปล่า" เขาถามผม
"ใช่ครับ
เราชื่อต้น" ผมตอบไปอย่างสุภาพ ๆ
"เฮ้ย!
ไม่ต้องพูดเพราะนักก็ได้ เราชื่ออาร์ทนะ" เขาพูดเสร็จแล้วก็ยิ้มให้ผมทีนึง
ก่อนที่จะเบนหน้าไปมองนักเรียนหญิงอีกคนนึง
"แล้วเธอล่ะ"
ผมหันไปทางนักเรียนหญิงคนนั้น
แว่บแรกทีเห็น ..น่ารักจัง
"เราชื่อครีม
ยินดีที่ได้รู้จักนะ อาร์ท" ครีมตอบอาร์ทไป
น้ำเสียงของครีมช่างไพเราะเสียเหลือเกิน
ไม่รู้ว่าผมจะบ้าไปรึเปล่า แต่ผมรู้สึกจริง ๆ ว่าผมไม่เคยได้ยินเสียงใครที่เพราะเท่านี้มาก่อน
ผมชอบตื่นเช้า ๆ มาฟังเสียงนกที่ร้องขับขานอยู่ตรงริมหน้าต่างห้องนอน
แต่นั่นเทียบไม่ได้เลยกับเสียงของครีม ทั้งหวานและเต็มไปด้วยเสน่ห์
"แล้วก็
..ต้นด้วยนะ"
ครีมหันมาหาผมด้วย
ตอนแรกผมอึ้งไปพักนึง แล้วครีมก็ยิ้มมาที่ผม รอยยิ้มนี้ช่างสวยจับใจเสียเหลือเกิน
ประกอบกับเสียงหวาน ๆ นั้นแล้ว ทำให้ผมเหมือนตกอยู่ในภวังค์
"เป็นอะไรไปล่ะต้น"
ครีมพูดกับผมอีกครั้งหนึ่ง
ทีนี้ผมจึงสะดุ้งแล้วก็มองหน้าครีมกลับไป ครีมยังยิ้มมาให้ผมอยู่
ผมมองหน้าครีมอย่างอาย ๆ แล้วจึงตอบกลับไป
"ยินดีที่ได้รู้จักครับ"
เหตุการณ์ชีวิตของผมผ่านไป
การที่ผมย้ายโรงเรียนมาทำให้ผมได้พบกับเพื่อนใหม่
ๆ นอกจากอาร์ทและครีมแล้ว ผมยังได้รู้จักกับโจ๊กและพันธ์
ทั้งนี้ก็เพราะผมได้เข้าเป็นสมาชิกของชมรมคอมพิวเตอร์ของโรงเรียนเช่นเดียวกับอาร์ทและครีม
ด้วยเหตุนี้เองกลุ่มของผมจึงมี 5 คน ซึ่งใคร ๆ ต่างก็เรียกพวกเราทั้ง
5 คนว่า "กลุ่มไมโครโปรเซสเซอร์"
ผู้ชายในกลุ่มทุกคนต่างก็รู้ดีว่าผมน่ะสนใจครีมอยู่
ไม่รู้ว่าผมเข้าข้างตัวเองมากไปรึเปล่า ผมและผู้ชายในกลุ่มทั้งหมดต่างมีความเห็นตรงกันว่าครีมน่ะก็ชอบผมอยู่เหมือนกัน
"แกไม่ได้หลงตัวเองหรอก"
พันธ์พูดขึ้นมาในระหว่างที่ผม
อาร์ทและโจ๊กกำลังนั่งคุยกันอยู่
"แต่ครีมเค้าจะเสียหายนะ
ถ้าสิ่งที่เราคิด ๆ กันอยู่เนี่ย เป็นแค่หลงตัวเองและเข้าข้างตัวเอง"
ผมพูดให้ความเห็น
"ไอ่ต้น
แกดูไม่รู้จริง ๆ เหรอวะ ว่าครีมน่ะชอบแกน่ะ"
อารท์ถามผม
"อืม..ว่ะ
ไม่รู้จริงๆ ว่ะ" ผมตอบไปอย่างไม่มั่นใจนัก เพราะในใจนึงก็ต้องการให้มันเป็นความจริง
แล้วโจีกก็พูดแทรกขึ้นมาเสียงดัง
"แต่เราคิดว่านะเว้ย
ครีมน่ะต้อง
"
"เราทำไมเหรอ"
เสียงหวานสดใสดังขึ้น
ทุกคนที่นั่งคุยกันอยู่รวมทั้งตัวผมเสียวสันหลังวูบ
ครีมมาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน แล้วจะได้ยินอะไรไปบ้างรึเปล่า
ผมคิดถึงสิ่งที่อาจจะตามมา ถ้าครีมได้ยินที่เราคุยกันเมื่อกี้นี้
ครีมอาจจะเกลียดผมแล้วก็อาจจะไม่อยากพูดกับผมอีกเลยก็ได้
"ว่าไงล่ะโจ๊ก
เมื่อกี้โจ๊กพูดถึงเราไม่ใช่เหรอ"
ครีมถามต่อมาอีกพลางทำหน้าเหมือนอยากรู้อยากเห็น
โจ๊กหน้าซีดอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ อยู่พักนึง ผมเห็นแน่แล้วว่าโจ๊กแก้สถานการณ์นี้ไม่ได้แน่
ๆ จึงได้ตอบกลับไปอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ แทนว่า
"เรากำลังพูดกันว่าครีมน่ะต้องได้เป็นหมอแน่
ๆ "
ผมกำลังอยู่ในระหว่างลุ้นอย่างสุดขีด
เพราะหลังจากที่ผมได้ตอบไปแล้ว ครีมก็ทำหน้านิ่ง
ๆ ไปพักนึง ก่อนที่จะยิ้มออกมา
.เฮ้อ! ผมรู้สึกโล่งใจขึ้นมาในทันที
ครีมคงไม่ได้ยินหรอก แล้วครีมก็หันมามองหน้าผม
"ต้น
..เราขอคุยอะไรด้วยหน่อยนึงสิ"
ครีมพูดด้วยน้ำเสียงเรียบ
ๆ แต่เหมือนจะแฝงไปด้วยความหมายต่าง ๆ ผมจึงตอบกลับไป
"ได้สิครีม"
พอผมพูดจบครีมก็เดินไป
ผมจึงจำเป็นต้องเดินตาม เพื่อน ๆ ที่ยังนั่งอยู่ที่โต๊ะตรงนั้นกำลังจะส่งเสียงโห่
ผมพอจะรู้ว่าน่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนั้น จึงหันมาขู่ห้ามไว้ก่อน
แต่ก็มิวายยังมีคนพูดขึ้นมาจนได้
"โชคดีนะต้น
ขอให้มีความสุข"
ผมเตะไอ่อาร์ทปากหมาไปทีนึง
ก่อนที่จะรีบเดินตามครีมซึ่งเดินห่างออกไปพอสมควรแล้ว
ระหว่างที่เดินตามครีมไปนั้น ใจของผมคิดต่าง ๆ นานา
ๆ มากมาย กลัวจริง ๆ แหละว่าครีมจะได้ยินเรื่องที่พูดเมื่อกี้นี้
พอเดินไปสักพักนึงครีมก็หยุดอยู่ที่ต้นไม้ใหญ่ของโรงเรียน
ผมเดินตามมาทันแล้ว ครีมหันหลังกลับมามองผมแล้วครีมก็ล้วงกระเป๋าหยิบเอากล่องเล็ก
ๆ กล่องหนึ่งขึ้นมา เป็นกล่องที่ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันคืออะไร
แต่ที่พอจะรู้ก็คือกล่องนั้นเป็นกล่องทรงสี่เหลี่ยมซึ่งผิวน่าจะทำด้วยกระดาษสาสีเขียว
"เราจำได้ว่าต้นบอกเราว่าต้นชอบสีเขียว"
ครีมพูดเบา
ๆ เรียบ ๆ พร้อมกับมองหน้าผม จริงสินะ ผมจำได้ว่าผมเคยบอกครีมว่าชื่อต้นของผมน่ะ
อาจจะมาจากคำว่าต้นไม้ ผมเลยชอบสีเขียว (จริง ๆ
แล้วไม่ได้เกี่ยวอะไรเลย)
"สุขสันต์วันเกิดจ้ะ"
ครีมพูดพร้อมกับยื่นกล่องเล็ก
ๆ น่ารัก ๆ ใบนั้นยื่นให้ผม ผมถึงกับอึ้งไปเล็กน้อย
ตัวผมเองก็ลืมไปเหมือนกันว่าวันนี้เป็นวันเกิดของผม
เพราะวันเกิดทุกปีของผม ตอนเช้าแม่จะเป็นคนแรกที่ร้อง
happy birthday ให้ แต่คงเป็นเพราะเช้านี้แม่ออกไปทำงานแต่เช้าล่ะมั้ง
ผมเลยไม่รู้ตัวเสียด้วยซ้ำไปว่าวันนี้เป็นวันเกิดของผม
"แกะดูสิต้น
เราอยากรู้ว่า
ต้นชอบรึเปล่า"
ครีมพูดแล้วก็ยิ้ม
ๆ ผมจึงเปิดกล่องนั้นออกดู ข้างในเป็นดาวกระดาษเล็ก
ๆ สีเขียว เป็นร้อย ๆ ดวง ..อาจจะเกินเสียด้วยซ้ำไป
เพราะว่าแต่ละดวงนั้นเล็กมาก ๆ ผมสงสัยในความพยายามของครีมเสียจริง
ๆ ว่าพับดาวที่เล็กขนาดนี้ได้ยังไงไงกัน
"ขอบคุณมากนะครีม
เราชอบมากเลยล่ะ" ผมตอบไปตามที่รู้สึกจริง ๆ ครีมยิ้มให้ผมอย่างดีใจ
ผมยิ้มกลับไปให้ครีมเช่นกัน
"ครีมรู้รึเปล่า
ว่าครีมเป็นคนแรกของปีนี้เลยนะที่จำวันเกิดเราได้น่ะ
ตัวเราเองยังจำไม่ได้เลยล่ะ"
ไม่มีเสียงตอบกลับมานอกจากรอยยิ้มของครีม
ซึ่งเป็นรอยยิ้มที่ผมยังจำได้ถึงตอนนี้
หลังจากนั้น 4 เดือน ผมและครีมตกลงเป็นแฟนกัน ผมดีใจมากที่จริง
ๆ แล้วความคิดของผมและครีมไม่ได้ต่างกันเลย เราสองคนชอบกันอยู่นานแล้ว
เพียงแต่กลัว
กลัวว่าจะคิดเค้าข้างตัวเองก็เท่านั้นเอง
ผมเองก็อดขำไม่ได้เหมือนกันเมื่อครีมเล่าให้ผมฟังว่า
"เราเหมือนกันเลยนะ
เพื่อน ๆ เราก็บอกเหมือนกันว่าเราน่ะไม่ได้เข้าข้างตัวเองหรอก"
เวลาได้ผ่านเลยไปอีก
ในที่สุดช่วงการอ่านหนังสือเตรียมตัวสอบเอนทรานซ์ก็มาถึง
"กลุ่มไมโครโปรเซสเซอร์" ของพวกผมก็นัดเจอกันบ่อยขึ้นเพื่อมาจับกลุ่มติวหนังสือกัน
ในกลุ่ม 5 คนนั้น คนที่เก่งที่สุดก็คงจะเป็นพันธ์
พันธ์จึงรับจัดการติวหนังสือให้เพื่อน ๆ ในวิชาหนัก
ๆ หลาย ๆ วิชาอันได้แก่เคมี ฟิสิกส์ และชีววิทยา
ส่วนผมรับหน้าที่ในวิชาคณิตศาสตร์ วิชาไม้เบื่อไม้เบาของทุก
ๆ คนในกลุ่มรวมถึงพันธ์ผู้ที่ได้ชื่อว่าเก่งที่สุดด้วย
ตลอดเวลาที่ผ่านมา
ผมรู้สึกเป็นห่วงครีมเป็นอย่างมาก ครีมเป็นคนที่ตั้งใจเรียนและขยันเรียนก็จริง
แต่ผลการสอบของครีมไม่ดีนัก การสอบเอนทรานซ์ที่กำลังจะมาถึงนี้ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่ทำให้ครีมรู้สึกกังวลใจเป็นอย่างมากเพราะอย่างน้อยผมก็ไม่ได้เห็นหน้าตาสดชื่นร่าเริงของครีมบ่อย
ๆ เหมือนแต่ก่อน
"ต้น
แม่เราอยากให้เราไปเรียนต่อที่กรุงเทพ
แต่เราน่ะสิ
ทำไมโง่จัง" ครีมพูดตัดพ้อต่อว่าตัวเอง ในขณะที่กลุ่ม
5 คนของผมกำลังนั่งติวหนังสือกันอยู่ที่ร้านฟาสต์ฟูดแห่งหนึ่ง
"ครีม
อย่าพูดอย่างนั้นสิครับ" ผมพูดปลอบใจครีมพลางมองหน้าให้กำลังใจ
"เราเชื่อนะว่าครีมต้องทำได้"
พอผมพูดจบ
ผมก็เห็นรอยยิ้มของครีมมาพร้อมกับใบหน้าที่สดใสอีกครั้งหนึ่ง
ผมไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ที่ครีมกับผมนั่งยิ้มให้กันอย่างนั้น
จนกระทั่งมีเสียงหนึ่งมาทำให้ผมและครีมหลุดจากภวังค์
"ฮู้ว์!
อะไรกันเนี่ย มาติวหนังสือนะ ไม่ได้ให้มาออกเดท"
โจ๊กแซวขึ้นมา
"เฮ้ย!
คนมันรักกันอะไรมันจะห้ามได้ล่ะ" อาร์ทพูดเสริมขึ้น
ผมเห็นหน้าของครีมแดงขึ้นมาทันที
ยิ้มอาย ๆ คงไม่ต่างอะไรไปจากหน้าของผมนักหรอก พันธ์เห็นว่าจะนอกเรื่องกันไปใหญ่แล้วจึงเป็นคนบอกให้ทุก
ๆ คนหยุด
"อืม
ต่อดีกว่านะ อาร์ท นายคิดว่าทำไมแรงถึงมีหน่วยเป็นนิวตันล่ะ"
"ไม่รู้สิ
รู้แต่ว่าความรักของต้นกับครีมน่ะไม่มีหน่วยหรอก
ไม่ต้องบอกหน่วยก็เข้าใจกันได้" อาร์ทตอบจนผมกับครีมพูดไม่อะไรกันไม่ออกเลย
และแล้ววันประกาศผลสอบเอนทรานซ์ก็มาถึง
ผมตื่นนอนเช้าผิดปกติ อาจจะเป็นเพราะนอนไม่หลับก็เป็นได้
แม้เช้าวันนี้อากาศจะสดใสและดูร่มเย็น แต่จิตใจของผมหาเป็นเช่นนั้นไม่
ผมมีเรื่องให้คิดมากหลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องของตัวผมเองและเรื่องของครีม
ผมเลือกที่จะเรียนวิดวะ
(แม่ของผมเคยบอกว่า "ลูกจะพูดคำว่าวิศวะว่าวิดวะก็ได้
แม่ไม่ว่า") โดยมหาลัย (คำนี้ก็เช่นกัน) ที่ผมจะเลือกนั้นอยู่ที่กรุงเทพ
ส่วนครีม
ความใฝ่ฝันของครีมก็คือการได้เป็นหมอเหมือนกับแม่ของครีม
และแม่ของครีมจบมาจากกรุงเทพ จึงไม่แปลกอะไรที่แม่ของครีมต้องการจะให้ครีมได้ไปเรียนกรุงเทพ
ผมกับอาร์ทนัดกันออกมาตั้งแต่เช้าเพื่อดูผลการสอบ
ดูอาร์ทจะไม่กังวลใจอะไรเท่าไหร่ เพราะหลังจากสอบเสร็จและผลคะแนนสอบเอนทรานซ์ออกมา
ปรากฎว่าคะแนนของอาร์ทดีมากกว่าผมเสียอีก แต่ถึงยังไงก็คงไม่มีใครที่คะแนนมากกว่าพันธ์
"ไอ่ต้น
ขอถามอะไรแกสักอย่างได้มั้ยวะ"
อาร์ทถามหลังจากที่ผมและอาร์ทเดินลงจากรถมาได้สักครู่หนึ่ง
"ก็ถามมาสิ"
ผมตอบไปเสียงเรียบ ๆ ราวกับว่าตอนนี้ความรู้สึกไม่ได้อยู่กับเรื่องที่อาร์ทพูดอยู่เลย
"คืออยากจะถามแกว่าถ้าครีม
Ent ไม่ติดที่กรุงเทพล่ะ แกจะทำยังไง"
คำถามของอาร์ททำให้ผมนิ่งไปชั่วครู่
"ว่าไงล่ะต้น"
อาร์ทถามผมอีกครั้งนึงแล้ว ผมมองหน้าอาร์ทแล้วจึงตอบไป
"ไม่รู้ว่ะ
เราได้แต่คิดว่าเรากับครีมจะได้ไปเรียนกรุงเทพด้วยกัน
เราคิดว่างั้นนะ"
พอผมกับอาร์ทพูดจบ
เราสองคนก็เดินต่อไปเรื่อย ๆ บรรยากาศรอบ ๆ ตัวเริ่มมีเสียงดังบ้างแล้วเพราะคนก็เริ่มแห่กันมาดูผลสอบกัน
แต่ภายในจิตใจของผมนั้นกลับเงียบสงัด ผมพูดอะไรไม่ออกและรู้สึกกังวลอย่างบอกไม่ถูก
. ราวกับมีลางสังหรณ์ว่า
ไม่เอาน่า ผมยังไม่อยากจะคิดอย่างนั้น
ไม่นานนัก
ผมและอาร์ทได้มาหยุดอยู่ที่บอร์ดประกาศผล อาร์ทรีบวิ่งเข้าไปเพื่อหารายชื่อของตน
ส่วนผมเดินเข้าไปอย่างช้า ๆ
ไม่กี่วินาทีต่อมา
ก็มีเสียงร้องดีใจลั่นออกมา จนคนที่ผ่านไปมาต้องหันมาดูเสียงแห่งความดีใจที่แสนจะดังนั้น
"ติดแล้วโว้ย!
กูติดแล้ว"
อาร์ทร้องตะโกนด้วยความดีใจ
ผมเดินเข้าไปหาอาร์ทและร่วมแสดงความยินดีกับอาร์ทด้วย
อาร์ทติดในคณะเดียวกับที่ผมเลือกไว้ในอันดับหนึ่ง
ผมไล่หารายชื่อของผมบ้าง
ไม่นานนัก
"เฮ้ย!
เหมือนกันว่ะ ติดแล้วโว้ย" ผมร้องตะโกนด้วยความดีใจ
อาร์ทวิ่งเข้ามาจับมือผมไว้แล้วกระโดดด้วยความดีใจเหมือนเด็ก
ๆ
"หาชื่อของครีมต่อเถอะ"
อาร์ทพูดแนะนำผมแล้วจึงพาผมไปยังบอร์ดรายชื่อของคณะที่ครีมเลือกไว้เป็นอันดับหนึ่ง
ผมเดินตามอาร์ทไป
ถึงบอร์ดที่ว่านั้นแล้ว
ใจผมเต้นแรงกว่าตอนดูรายชื่อของตัวผมเองเสียอีก
แล้วผมก็เริ่มหาตั้งแต่เลขที่ 1
"มีโอกาสอยู่
70 ครั้ง"
ผมคิดในใจ
เพราะว่าคณะที่ครีมเลือกนี้รับ 70 คน ผมไล่หารายชื่อไปเรื่อย
ๆ อาร์ทช่วยดูให้ครีมเสร็จเรียบร้อยแล้ว แล้วออกไปยืนอยู่ห่าง
ๆ ผมหันไปมองเห็นอาร์ททำหน้าเศร้า ๆ
ไม่จริงนะ
ผมไม่เชื่อหรอก
ผมไล่หารายชื่อต่อไปจนกระทั่งถึงคนที่
70
ไม่มีชื่อของครีม
หากคุณสนใจจะส่งบทความ
เรื่องสั้น หรือนิยายของคุณมายังเรา โปรดอ่านรายละเอียด
ที่นี่เลยครับ
Copyright
© 2002 PraKaiFun. All rights reserved.
This web site is designed for 800*600 resolutions
any advice please contact [email protected]
|