PraKaiFun
 
Articles and Short Stories
MENU [ home | วงการ บันเทิง | ห้องระบายอารมณ์ | เวปบอร์ด | ลิงค์ ]
 
:: ปลายฝัน … ฉันรักเธอ
:: ตอนที่ 1: จุดเริ่มต้นของความฝัน
:: Updated
: 14/03/45
::
By : ไม้ขีดไฟ
 
Goto >>
Back to Articles &
Short Stories


ตอนที่ 1 : จุดเริ่มต้นของความฝัน
ตอนที่ 2 : สัญญาใจของเรา
ตอนที่ 3 : วันแรก
ตอนที่ 4 : คนที่คล้ายกัน
ตอนที่ 5 : กลุ่มไมโครชิพ

 
 

จะคิดไปคิดมามันก็เร็วเหมือนกันนะ ผมยังจำได้ดี ก่อนที่ผมและครอบครัวจะย้ายบ้านจากตัวเมืองอันแสนวุ่นวายมายังแถบชานเมืองที่พอจะเงียบสงบลงบ้าง แม่ของผมคอยเฝ้าถามผมอยู่บ่อย ๆ

"ต้น …โตขึ้นลูกอยากจะเป็นอะไร"

ผมมักจะตอบกลับไปอย่างที่ใจคิดเสมอว่า "ผมอยากเป็นนักวาดการ์ตูนครับ"

แม่จะมองผมด้วยสายตาที่อ่อนโยนและด้วยความรู้สึกเอ็นดู แล้วก็ตอบกลับมาเหมือนทุกครั้งว่า

"แล้วแม่จะซื้อการ์ตูนที่ลูกเขียนเป็นคนแรกเลยนะ"

แต่วันเวลาได้ผ่านไป … ฝันของผมก็ได้เปลี่ยนไปด้วย ผมได้ค้นพบความจริงหลังจากที่ชั่วโมงเรียนวิชาศิลปะตอน ม.3 หมดเวลาลง

"เฮ้ย! ไอ่ต้น เค้าให้แกวาดรูปดอกไม้นะโว้ย ไม่ได้ให้วาดรูปวงกลมกับเส้นตรง"

เพื่อนของผมล้อผมหลังจากได้ดูการบ้านที่ผมนำมาส่ง ใต้ภาพนั้นเขียนว่า "ดอกไม้ที่สวยที่สุด" ซึ่งเป็นชื่อหัวข้อของงานครั้งนี้ …. ใกล้ ๆ กันนั้น มีตัวเลขตัวใหญ่เบ้อเริ่มเขียนคะแนนที่ผมได้รับเอาไว้

"ฮะฮะ 4 คะแนนงั้นเรอะ ต่ำสุดในห้องเลยนี่หว่า" เพื่อนของผมล้อแล้วล้ออีก

นี่อาจจะเป็นจุดเปลี่ยนของผมแล้วล่ะมั้ง ผมคงไม่เหมาะกับงานศิลปะมากนัก

แต่ถึงกระนั้นก็เถอะ ถึงแม้ผมจะพบว่าผมไม่มีความสามารถเพียงพอที่จะเป็นนักวาดการ์ตูนได้ แต่จริง ๆ แล้ว ผมก็ยังตามหาไม่เจออยู่ดีว่า ความฝันของผมคืออะไรกันแน่

เวลาผ่านไป จนกระทั่งผมเรียนอยู่ชั้น ม.ปลาย แม่ของผมก็ยังเฝ้าถามผมอยู่เสมอเหมือนตอนผมยังเด็ก ๆ เพียงแต่ว่า น้ำเสียงและสีหน้าของแม่ดูเหมือนจะเคร่งเครียดมากขึ้น

"ต้น อีกไม่กี่ปีลูกจะต้องเข้ามหาลัยแล้วนะ รู้รึยังล่ะว่าอยากจะเรียนอะไร"

ถึงแม้ว่าแม่ของผมจะเป็นอาจารย์สอนภาษาไทย แต่แม่ก็ไม่ได้รู้สึกขัดแยังอะไรกับภาษาสมัยใหม่นัก เช่นคำว่ามหาวิทยาลัย แม่ของผมก็พูดว่ามหาลัย โดยไม่สะดุดปากซักคำ …. แม่ของผมเนี่ยช่างทันสมัยเสียจริง ๆ

"ยังไม่ได้คิดเลยครับแม่" ผมตอบไปส่ง ๆ เพราะก็ไม่ได้คิดอะไรไว้จริง ๆ นี่นา แล้วจะให้ทำไง แต่ทุกครั้งที่ผมตอบไปอย่างนี้ ผมก็มองเห็นถึงสีหน้าและแววตาที่ดูจะกังวลของแม่ผมทุกที

"คิด ๆ ได้แล้วนะลูก"

ผมได้แต่พยักหน้ารับ แต่ความคิดยังว่างเปล่า แม่ของผมเป็นห่วงผมตลอดมาในเรื่องของอนาคตของผม จึงไม่แปลกเลยที่แม่คอยถามตั้งแต่เด็ก ๆ ว่าผมอยากจะเป็นอะไร เพียงแต่ตอนนี้ แม่คงต้องการคำตอบจริง ๆ จัง ๆ แล้ว และผมเองก็ไม่ควรจะทำให้แม่ผิดหวัง

ชีวิต ม.ปลายของผม …ใช่ มันเปลี่ยนไปจากอดีตที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัด ผมตั้งใจเรียนขึ้นมาก (ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะเป็นไปได้ เพื่อน ๆ ผมบอกเสมอ แม่ผมก็ด้วย) นอกจากนั้นแล้วยังมีอีกอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นกับชีวิตผม มันเป็นสิ่งที่ผมไม่เคยรู้สึกมาก่อนเลย … ผมมีความรัก

ผมสีดำเงายาวสลวยประบ่า แก้มขาวนวลมีสีชมพูอ่อน ๆ …เธอชื่อครีม เรารู้จักกันในวันแรกของการเรียนในชั้น ม.4 ผมจำได้ดี ผมเป็นนักเรียนใหม่ที่ย้ายเข้าไป ครีมก็เช่นกัน

ชั่วโมงแรกของวิชาคณิตศาสตร์นั้นเราเรียนกันเรื่อง "เซต" … วิชาคณิตศาสตร์เป็นวิชาที่ผมคิดมาตลอดว่าคงไม่สามารถจะจัดให้ทำกิจกรรมกลุ่มได้ อย่างดีก็แค่แบ่งกลุ่มแล้วให้ช่วยกันทำโจทย์ ก็คงทำได้แค่นั้นแหละ แต่อาจารย์ท่านสุดยอดจริง ๆ

"เซตหมายถึงสิ่งที่อยู่รวมกลุ่มกัน เอาล่ะ นักเรียนทุกคนถือปากกาไว้ในมือ"

ผมหยิบปากกาแลนเซอร์สไปรัลสีดำขึ้นมาถือไว้ ในใจก็คิดว่า อะไรกันเนี่ย จะให้ทำอะไรเหรอ

"นักเรียนที่ถือปากกาน้ำเงินไปรวมกลุ่มกันที่ด้านหลังของห้อง ปากกาแดงมารวมกันที่หน้าห้อง ส่วนปากกาดำ ออกไปยืนนอกห้อง แน่ะ! อย่าแอบโดดเรียนล่ะ"

ปากกาดำ… ออกไปนอกห้องสินะ คิดได้ดังนั้นผมจึงเดินอย่างช้า ๆ ออกไปนอกห้อง พลางดูหลาย ๆ คนที่วุ่นวายรีบไปยังกลุ่มที่ตัวเองต้องไป … บางคนก็ดูจะมีอารมณ์ร่วมไปกับกิจกรรมนี้ดีนะ แต่กับผมน่ะเหรอ ไม่หรอก…. เรียนเรื่องเซตเนี่ยนะ ต้องแบ่งกลุ่มอะไรกันขนาดนี้

ผมเดินออกมาถึงนอกห้อง มีนักเรียนเพียง 6 คนรวมทั้งตัวผมด้วยที่ออกมายืนอยู่นอกห้องนี้ ผมเดินกลับไปยังประตูห้องแล้วมองเข้าไป กลุ่มปากกาแดงยิ่งกว่ากลุ่มปากกาดำเสียอีก มีแค่ 2 คนเท่านั้นเอง จริง ๆ แล้วก็คงจะเป็นเรื่องจริงที่ว่าส่วนใหญ่แล้วเค้าก็คงจะถึงปากกาน้ำเงินกันอยู่ ที่ถือปากกาดำและแดงก็คงต้องน้อยเป็นธรรมดา

"สงสัยเราจะไม่ต้องทำกิจกรรมอะไรกันมาก"

น้ำเสียงอันเฉียบคมและดูมีพลังที่พูดขึ้นมา เป็นของนักเรียนชายรูปร่างสูงผอมคนนึง ผม เดินกลับมาตามเสียงที่พูดขึ้นมานั้น สักพักนึงเขาก็พูดขึ้นมาอีก

"นายสองคนน่ะ" เขาชี้ไปที่ผมและนักเรียนหญิงอีกคนหนึ่งที่นั้งอยู่ถัดจากผมไป

"เราเหรอ" ผมเอามือชี้ที่หน้าตัวผมเอง เขาพยักหน้ารับ

"ใช่ ๆ เป็นนักเรียนใหม่ใช่รึเปล่า" เขาถามผม

"ใช่ครับ เราชื่อต้น" ผมตอบไปอย่างสุภาพ ๆ

"เฮ้ย! ไม่ต้องพูดเพราะนักก็ได้ เราชื่ออาร์ทนะ" เขาพูดเสร็จแล้วก็ยิ้มให้ผมทีนึง ก่อนที่จะเบนหน้าไปมองนักเรียนหญิงอีกคนนึง

"แล้วเธอล่ะ"

ผมหันไปทางนักเรียนหญิงคนนั้น …แว่บแรกทีเห็น ..น่ารักจัง…

"เราชื่อครีม ยินดีที่ได้รู้จักนะ อาร์ท" ครีมตอบอาร์ทไป

น้ำเสียงของครีมช่างไพเราะเสียเหลือเกิน ไม่รู้ว่าผมจะบ้าไปรึเปล่า แต่ผมรู้สึกจริง ๆ ว่าผมไม่เคยได้ยินเสียงใครที่เพราะเท่านี้มาก่อน ผมชอบตื่นเช้า ๆ มาฟังเสียงนกที่ร้องขับขานอยู่ตรงริมหน้าต่างห้องนอน แต่นั่นเทียบไม่ได้เลยกับเสียงของครีม ทั้งหวานและเต็มไปด้วยเสน่ห์

"แล้วก็ ..ต้นด้วยนะ"

ครีมหันมาหาผมด้วย ตอนแรกผมอึ้งไปพักนึง แล้วครีมก็ยิ้มมาที่ผม รอยยิ้มนี้ช่างสวยจับใจเสียเหลือเกิน ประกอบกับเสียงหวาน ๆ นั้นแล้ว ทำให้ผมเหมือนตกอยู่ในภวังค์

"เป็นอะไรไปล่ะต้น"

ครีมพูดกับผมอีกครั้งหนึ่ง ทีนี้ผมจึงสะดุ้งแล้วก็มองหน้าครีมกลับไป ครีมยังยิ้มมาให้ผมอยู่ ผมมองหน้าครีมอย่างอาย ๆ แล้วจึงตอบกลับไป

"ยินดีที่ได้รู้จักครับ"

เหตุการณ์ชีวิตของผมผ่านไป การที่ผมย้ายโรงเรียนมาทำให้ผมได้พบกับเพื่อนใหม่ ๆ นอกจากอาร์ทและครีมแล้ว ผมยังได้รู้จักกับโจ๊กและพันธ์ ทั้งนี้ก็เพราะผมได้เข้าเป็นสมาชิกของชมรมคอมพิวเตอร์ของโรงเรียนเช่นเดียวกับอาร์ทและครีม ด้วยเหตุนี้เองกลุ่มของผมจึงมี 5 คน ซึ่งใคร ๆ ต่างก็เรียกพวกเราทั้ง 5 คนว่า "กลุ่มไมโครโปรเซสเซอร์"

ผู้ชายในกลุ่มทุกคนต่างก็รู้ดีว่าผมน่ะสนใจครีมอยู่ ไม่รู้ว่าผมเข้าข้างตัวเองมากไปรึเปล่า ผมและผู้ชายในกลุ่มทั้งหมดต่างมีความเห็นตรงกันว่าครีมน่ะก็ชอบผมอยู่เหมือนกัน

"แกไม่ได้หลงตัวเองหรอก"

พันธ์พูดขึ้นมาในระหว่างที่ผม อาร์ทและโจ๊กกำลังนั่งคุยกันอยู่

"แต่ครีมเค้าจะเสียหายนะ ถ้าสิ่งที่เราคิด ๆ กันอยู่เนี่ย เป็นแค่หลงตัวเองและเข้าข้างตัวเอง" ผมพูดให้ความเห็น

"ไอ่ต้น … แกดูไม่รู้จริง ๆ เหรอวะ ว่าครีมน่ะชอบแกน่ะ" อารท์ถามผม

"อืม..ว่ะ ไม่รู้จริงๆ ว่ะ" ผมตอบไปอย่างไม่มั่นใจนัก เพราะในใจนึงก็ต้องการให้มันเป็นความจริง แล้วโจีกก็พูดแทรกขึ้นมาเสียงดัง

"แต่เราคิดว่านะเว้ย ครีมน่ะต้อง …"

"เราทำไมเหรอ"

เสียงหวานสดใสดังขึ้น ทุกคนที่นั่งคุยกันอยู่รวมทั้งตัวผมเสียวสันหลังวูบ ครีมมาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน แล้วจะได้ยินอะไรไปบ้างรึเปล่า ผมคิดถึงสิ่งที่อาจจะตามมา ถ้าครีมได้ยินที่เราคุยกันเมื่อกี้นี้ ครีมอาจจะเกลียดผมแล้วก็อาจจะไม่อยากพูดกับผมอีกเลยก็ได้

"ว่าไงล่ะโจ๊ก เมื่อกี้โจ๊กพูดถึงเราไม่ใช่เหรอ"

ครีมถามต่อมาอีกพลางทำหน้าเหมือนอยากรู้อยากเห็น โจ๊กหน้าซีดอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ อยู่พักนึง ผมเห็นแน่แล้วว่าโจ๊กแก้สถานการณ์นี้ไม่ได้แน่ ๆ จึงได้ตอบกลับไปอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ แทนว่า

"เรากำลังพูดกันว่าครีมน่ะต้องได้เป็นหมอแน่ ๆ "

ผมกำลังอยู่ในระหว่างลุ้นอย่างสุดขีด เพราะหลังจากที่ผมได้ตอบไปแล้ว ครีมก็ทำหน้านิ่ง ๆ ไปพักนึง ก่อนที่จะยิ้มออกมา ….เฮ้อ! ผมรู้สึกโล่งใจขึ้นมาในทันที ครีมคงไม่ได้ยินหรอก แล้วครีมก็หันมามองหน้าผม

"ต้น ..เราขอคุยอะไรด้วยหน่อยนึงสิ"

ครีมพูดด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ แต่เหมือนจะแฝงไปด้วยความหมายต่าง ๆ ผมจึงตอบกลับไป

"ได้สิครีม"

พอผมพูดจบครีมก็เดินไป ผมจึงจำเป็นต้องเดินตาม เพื่อน ๆ ที่ยังนั่งอยู่ที่โต๊ะตรงนั้นกำลังจะส่งเสียงโห่ ผมพอจะรู้ว่าน่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนั้น จึงหันมาขู่ห้ามไว้ก่อน แต่ก็มิวายยังมีคนพูดขึ้นมาจนได้

"โชคดีนะต้น ขอให้มีความสุข"

ผมเตะไอ่อาร์ทปากหมาไปทีนึง ก่อนที่จะรีบเดินตามครีมซึ่งเดินห่างออกไปพอสมควรแล้ว ระหว่างที่เดินตามครีมไปนั้น ใจของผมคิดต่าง ๆ นานา ๆ มากมาย กลัวจริง ๆ แหละว่าครีมจะได้ยินเรื่องที่พูดเมื่อกี้นี้ พอเดินไปสักพักนึงครีมก็หยุดอยู่ที่ต้นไม้ใหญ่ของโรงเรียน ผมเดินตามมาทันแล้ว ครีมหันหลังกลับมามองผมแล้วครีมก็ล้วงกระเป๋าหยิบเอากล่องเล็ก ๆ กล่องหนึ่งขึ้นมา เป็นกล่องที่ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันคืออะไร แต่ที่พอจะรู้ก็คือกล่องนั้นเป็นกล่องทรงสี่เหลี่ยมซึ่งผิวน่าจะทำด้วยกระดาษสาสีเขียว

"เราจำได้ว่าต้นบอกเราว่าต้นชอบสีเขียว"

ครีมพูดเบา ๆ เรียบ ๆ พร้อมกับมองหน้าผม จริงสินะ ผมจำได้ว่าผมเคยบอกครีมว่าชื่อต้นของผมน่ะ อาจจะมาจากคำว่าต้นไม้ ผมเลยชอบสีเขียว (จริง ๆ แล้วไม่ได้เกี่ยวอะไรเลย)

"สุขสันต์วันเกิดจ้ะ"

ครีมพูดพร้อมกับยื่นกล่องเล็ก ๆ น่ารัก ๆ ใบนั้นยื่นให้ผม ผมถึงกับอึ้งไปเล็กน้อย ตัวผมเองก็ลืมไปเหมือนกันว่าวันนี้เป็นวันเกิดของผม เพราะวันเกิดทุกปีของผม ตอนเช้าแม่จะเป็นคนแรกที่ร้อง happy birthday ให้ แต่คงเป็นเพราะเช้านี้แม่ออกไปทำงานแต่เช้าล่ะมั้ง ผมเลยไม่รู้ตัวเสียด้วยซ้ำไปว่าวันนี้เป็นวันเกิดของผม

"แกะดูสิต้น เราอยากรู้ว่า …ต้นชอบรึเปล่า"

ครีมพูดแล้วก็ยิ้ม ๆ ผมจึงเปิดกล่องนั้นออกดู ข้างในเป็นดาวกระดาษเล็ก ๆ สีเขียว เป็นร้อย ๆ ดวง ..อาจจะเกินเสียด้วยซ้ำไป เพราะว่าแต่ละดวงนั้นเล็กมาก ๆ ผมสงสัยในความพยายามของครีมเสียจริง ๆ ว่าพับดาวที่เล็กขนาดนี้ได้ยังไงไงกัน

"ขอบคุณมากนะครีม เราชอบมากเลยล่ะ" ผมตอบไปตามที่รู้สึกจริง ๆ ครีมยิ้มให้ผมอย่างดีใจ ผมยิ้มกลับไปให้ครีมเช่นกัน

"ครีมรู้รึเปล่า ว่าครีมเป็นคนแรกของปีนี้เลยนะที่จำวันเกิดเราได้น่ะ ตัวเราเองยังจำไม่ได้เลยล่ะ"

ไม่มีเสียงตอบกลับมานอกจากรอยยิ้มของครีม ซึ่งเป็นรอยยิ้มที่ผมยังจำได้ถึงตอนนี้

… หลังจากนั้น 4 เดือน ผมและครีมตกลงเป็นแฟนกัน ผมดีใจมากที่จริง ๆ แล้วความคิดของผมและครีมไม่ได้ต่างกันเลย เราสองคนชอบกันอยู่นานแล้ว เพียงแต่กลัว …กลัวว่าจะคิดเค้าข้างตัวเองก็เท่านั้นเอง ผมเองก็อดขำไม่ได้เหมือนกันเมื่อครีมเล่าให้ผมฟังว่า

"เราเหมือนกันเลยนะ เพื่อน ๆ เราก็บอกเหมือนกันว่าเราน่ะไม่ได้เข้าข้างตัวเองหรอก"

เวลาได้ผ่านเลยไปอีก ในที่สุดช่วงการอ่านหนังสือเตรียมตัวสอบเอนทรานซ์ก็มาถึง "กลุ่มไมโครโปรเซสเซอร์" ของพวกผมก็นัดเจอกันบ่อยขึ้นเพื่อมาจับกลุ่มติวหนังสือกัน ในกลุ่ม 5 คนนั้น คนที่เก่งที่สุดก็คงจะเป็นพันธ์ พันธ์จึงรับจัดการติวหนังสือให้เพื่อน ๆ ในวิชาหนัก ๆ หลาย ๆ วิชาอันได้แก่เคมี ฟิสิกส์ และชีววิทยา ส่วนผมรับหน้าที่ในวิชาคณิตศาสตร์ วิชาไม้เบื่อไม้เบาของทุก ๆ คนในกลุ่มรวมถึงพันธ์ผู้ที่ได้ชื่อว่าเก่งที่สุดด้วย

ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมรู้สึกเป็นห่วงครีมเป็นอย่างมาก ครีมเป็นคนที่ตั้งใจเรียนและขยันเรียนก็จริง แต่ผลการสอบของครีมไม่ดีนัก การสอบเอนทรานซ์ที่กำลังจะมาถึงนี้ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่ทำให้ครีมรู้สึกกังวลใจเป็นอย่างมากเพราะอย่างน้อยผมก็ไม่ได้เห็นหน้าตาสดชื่นร่าเริงของครีมบ่อย ๆ เหมือนแต่ก่อน

"ต้น … แม่เราอยากให้เราไปเรียนต่อที่กรุงเทพ …แต่เราน่ะสิ ทำไมโง่จัง" ครีมพูดตัดพ้อต่อว่าตัวเอง ในขณะที่กลุ่ม 5 คนของผมกำลังนั่งติวหนังสือกันอยู่ที่ร้านฟาสต์ฟูดแห่งหนึ่ง

"ครีม …อย่าพูดอย่างนั้นสิครับ" ผมพูดปลอบใจครีมพลางมองหน้าให้กำลังใจ

"เราเชื่อนะว่าครีมต้องทำได้"

พอผมพูดจบ ผมก็เห็นรอยยิ้มของครีมมาพร้อมกับใบหน้าที่สดใสอีกครั้งหนึ่ง ผมไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ที่ครีมกับผมนั่งยิ้มให้กันอย่างนั้น จนกระทั่งมีเสียงหนึ่งมาทำให้ผมและครีมหลุดจากภวังค์

"ฮู้ว์! อะไรกันเนี่ย มาติวหนังสือนะ ไม่ได้ให้มาออกเดท" โจ๊กแซวขึ้นมา

"เฮ้ย! คนมันรักกันอะไรมันจะห้ามได้ล่ะ" อาร์ทพูดเสริมขึ้น

ผมเห็นหน้าของครีมแดงขึ้นมาทันที ยิ้มอาย ๆ คงไม่ต่างอะไรไปจากหน้าของผมนักหรอก พันธ์เห็นว่าจะนอกเรื่องกันไปใหญ่แล้วจึงเป็นคนบอกให้ทุก ๆ คนหยุด

"อืม… ต่อดีกว่านะ อาร์ท นายคิดว่าทำไมแรงถึงมีหน่วยเป็นนิวตันล่ะ"

"ไม่รู้สิ รู้แต่ว่าความรักของต้นกับครีมน่ะไม่มีหน่วยหรอก ไม่ต้องบอกหน่วยก็เข้าใจกันได้" อาร์ทตอบจนผมกับครีมพูดไม่อะไรกันไม่ออกเลย

และแล้ววันประกาศผลสอบเอนทรานซ์ก็มาถึง ผมตื่นนอนเช้าผิดปกติ อาจจะเป็นเพราะนอนไม่หลับก็เป็นได้ แม้เช้าวันนี้อากาศจะสดใสและดูร่มเย็น แต่จิตใจของผมหาเป็นเช่นนั้นไม่ ผมมีเรื่องให้คิดมากหลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องของตัวผมเองและเรื่องของครีม

ผมเลือกที่จะเรียนวิดวะ (แม่ของผมเคยบอกว่า "ลูกจะพูดคำว่าวิศวะว่าวิดวะก็ได้ แม่ไม่ว่า") โดยมหาลัย (คำนี้ก็เช่นกัน) ที่ผมจะเลือกนั้นอยู่ที่กรุงเทพ ส่วนครีม …ความใฝ่ฝันของครีมก็คือการได้เป็นหมอเหมือนกับแม่ของครีม และแม่ของครีมจบมาจากกรุงเทพ จึงไม่แปลกอะไรที่แม่ของครีมต้องการจะให้ครีมได้ไปเรียนกรุงเทพ

ผมกับอาร์ทนัดกันออกมาตั้งแต่เช้าเพื่อดูผลการสอบ ดูอาร์ทจะไม่กังวลใจอะไรเท่าไหร่ เพราะหลังจากสอบเสร็จและผลคะแนนสอบเอนทรานซ์ออกมา ปรากฎว่าคะแนนของอาร์ทดีมากกว่าผมเสียอีก แต่ถึงยังไงก็คงไม่มีใครที่คะแนนมากกว่าพันธ์

"ไอ่ต้น ขอถามอะไรแกสักอย่างได้มั้ยวะ"

อาร์ทถามหลังจากที่ผมและอาร์ทเดินลงจากรถมาได้สักครู่หนึ่ง

"ก็ถามมาสิ" ผมตอบไปเสียงเรียบ ๆ ราวกับว่าตอนนี้ความรู้สึกไม่ได้อยู่กับเรื่องที่อาร์ทพูดอยู่เลย

"คืออยากจะถามแกว่าถ้าครีม Ent ไม่ติดที่กรุงเทพล่ะ แกจะทำยังไง"

คำถามของอาร์ททำให้ผมนิ่งไปชั่วครู่

"ว่าไงล่ะต้น" อาร์ทถามผมอีกครั้งนึงแล้ว ผมมองหน้าอาร์ทแล้วจึงตอบไป

"ไม่รู้ว่ะ เราได้แต่คิดว่าเรากับครีมจะได้ไปเรียนกรุงเทพด้วยกัน … เราคิดว่างั้นนะ"

พอผมกับอาร์ทพูดจบ เราสองคนก็เดินต่อไปเรื่อย ๆ บรรยากาศรอบ ๆ ตัวเริ่มมีเสียงดังบ้างแล้วเพราะคนก็เริ่มแห่กันมาดูผลสอบกัน แต่ภายในจิตใจของผมนั้นกลับเงียบสงัด ผมพูดอะไรไม่ออกและรู้สึกกังวลอย่างบอกไม่ถูก …. ราวกับมีลางสังหรณ์ว่า …ไม่เอาน่า ผมยังไม่อยากจะคิดอย่างนั้น

ไม่นานนัก ผมและอาร์ทได้มาหยุดอยู่ที่บอร์ดประกาศผล อาร์ทรีบวิ่งเข้าไปเพื่อหารายชื่อของตน ส่วนผมเดินเข้าไปอย่างช้า ๆ …ไม่กี่วินาทีต่อมา ก็มีเสียงร้องดีใจลั่นออกมา จนคนที่ผ่านไปมาต้องหันมาดูเสียงแห่งความดีใจที่แสนจะดังนั้น

"ติดแล้วโว้ย! กูติดแล้ว"

อาร์ทร้องตะโกนด้วยความดีใจ ผมเดินเข้าไปหาอาร์ทและร่วมแสดงความยินดีกับอาร์ทด้วย อาร์ทติดในคณะเดียวกับที่ผมเลือกไว้ในอันดับหนึ่ง

ผมไล่หารายชื่อของผมบ้าง …ไม่นานนัก

"เฮ้ย! เหมือนกันว่ะ ติดแล้วโว้ย" ผมร้องตะโกนด้วยความดีใจ อาร์ทวิ่งเข้ามาจับมือผมไว้แล้วกระโดดด้วยความดีใจเหมือนเด็ก ๆ

"หาชื่อของครีมต่อเถอะ" อาร์ทพูดแนะนำผมแล้วจึงพาผมไปยังบอร์ดรายชื่อของคณะที่ครีมเลือกไว้เป็นอันดับหนึ่ง ผมเดินตามอาร์ทไป

ถึงบอร์ดที่ว่านั้นแล้ว … ใจผมเต้นแรงกว่าตอนดูรายชื่อของตัวผมเองเสียอีก แล้วผมก็เริ่มหาตั้งแต่เลขที่ 1

"มีโอกาสอยู่ 70 ครั้ง"

ผมคิดในใจ เพราะว่าคณะที่ครีมเลือกนี้รับ 70 คน ผมไล่หารายชื่อไปเรื่อย ๆ อาร์ทช่วยดูให้ครีมเสร็จเรียบร้อยแล้ว แล้วออกไปยืนอยู่ห่าง ๆ ผมหันไปมองเห็นอาร์ททำหน้าเศร้า ๆ …ไม่จริงนะ ผมไม่เชื่อหรอก …ผมไล่หารายชื่อต่อไปจนกระทั่งถึงคนที่ 70

ไม่มีชื่อของครีม …


หากคุณสนใจจะส่งบทความ เรื่องสั้น หรือนิยายของคุณมายังเรา โปรดอ่านรายละเอียด ที่นี่เลยครับ

Copyright © 2002 PraKaiFun. All rights reserved.
This web site is designed for 800*600 resolutions
any advice please contact [email protected]
 
 
Hosted by www.Geocities.ws

1