PraKaiFun
 
Article and Short Stories
MENU [ home | วงการ บันเทิง | ห้องระบายอารมณ์ | เวปบอร์ด | ลิงค์ ]
 
:: ปลายฝัน ... ฉันรักเธอ
:: ตอนที่3 : วันแรก
:: Updated
: 29/03/45
::
By : ไม้ขีดไฟ
 
Goto >>
Back to Articles &
Short Stories


ตอนที่ 1 : จุดเริ่มต้นของความฝัน
ตอนที่ 2 : สัญญาใจของเรา
ตอนที่ 3 : วันแรก
ตอนที่ 4 : คนที่คล้ายกัน
ตอนที่ 5 : กลุ่มไมโครชิพ

 
 

ต้นไม้และวิวทิวทัศน์ต่าง ๆ มากมายผ่านตาของผมไป ในขณะที่ผมมองลอดหน้าต่างออกไปยังภายนอก กว่า 4 ชั่วโมงแล้วที่รถไฟออกจากสถานีที่เชียงใหม่ ข้างทางที่ผ่านมาเต็มไปด้วยสิ่งต่าง ๆ มากมายนอกเหนือจากต้นไม้ นอกเหนือจากวิวสวย ๆ … ผมเคยวาดภาพเอาไว้ว่าผมกับครีมจะได้มานั่งดูวิวเหล่านี้ด้วยกันเพื่อที่จะเดินทางไปศึกษาต่อที่กรุงเทพ … แต่นั่นคงเป็นเพียงความฝันไปเสียแล้ว เพราะว่าผมเพิ่งต้องเดินทางจากครีมมาเมื่อไม่นานมานี้นี่เอง

สายลมเย็น ๆ พัดผ่านหน้าของผม ทำเอาผมรู้สึกสบายเหลือเกิน แต่ใจนึงก็ไม่ค่อยสบายนัก ได้แต่คิดว่าอยากให้ครีมได้มารู้สึกแบบนี้ด้วยจัง

"เหม่ออะไรของแกวะ ไอ่ต้น"

อาร์ทถามผมขึ้นมาในขณะที่ผมกำลังเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศภายนอก

"เปล่าหรอก ก็แค่ …"

"คิดถึงครีมล่ะสินะ" อาร์ทพูดแทรกขึ้นมาทันที เหมือนจะรู้ใจของผมดีนักหนา

ผมพยักหน้าให้อาร์ททีนึง ก่อนที่จะสอดสายตามองไปนอกหน้าต่างอย่างเดิม มีเสียงถอนหายใจของอาร์ทเกิดขึ้นทีนึง ผมเข้าใจว่ามันหมายถึงอะไร แต่ก็ไม่ได้หันไปมอง ผมรู้ดีว่าอาร์ทคงจะพูดอะไรอย่างเดิม ๆ เช่น "ไอ่ต้น แกทำใจเถอะว่ะ" หรือไม่ก็ "เฮ้ย! ไม่ต้องห่วงครีมนักหรอกน่า"

ผมก็เข้าใจว่าผมไม่ควรจะคิดมากจนเกินไป แต่ผมก็ค่อยจะเข้าใจนักหรอก ว่าทำไมผมกับครีมถึงได้ผูกพันกันขนาดนั้น …

"เดี๋ยวก็ถึงแล้วล่ะ ไม่รู้ว่าลุงอิฐจะมาถึงรึยัง"

อาร์ทพูดขึ้นในขณะที่รถไฟใกล้จะเทียบชานชาลาเต็มที ลุงอิฐเป็นญาติคนเดียวของอาร์ทที่อยู่กรุงเทพ เค้าจะเป็นคนที่คอยจัดการเรื่องที่อยู่ให้กับผมกับอาร์ท อย่างน้อยก็ยังดีที่มาอยู่ที่นี่ก็ยังพอจะมีใครคอยดูและควบคุมพวกเราไม่ให้นอกลู่นอกทางจนเกินไปนัก

ลุงอิฐได้จัดการติดต่อหอพักซึ่งเจ้าของเป็นเพื่อนสนิทของลุงอิฐ ไว้ให้ผมกับอาร์ท ผมกับอาร์ทเก็บของเข้าห้องเสร็จแล้ว จึงลงไปขอบคุณลุงอิฐ ก่อนที่จะขึ้นมายังห้องพัก ผมนั่งลงบนเก้าอี้
ส่วนอาร์ททิ้งตัวลงบนเตียงนอนที่ถัดจากเก้าอี้ออกไป

"ดีจังเลยว่ะ" ผมพูดขึ้น

"อะไรดีเหรอ" อาร์ทลุกขึ้นนั่งแล้วจึงหันมาถามผม

"ก็ห้องนี้ไง มันคือ …หรูหรากว่าที่คิดไว้เยอะ" ผมพูดพลางมองไปรอบ ๆ ห้อง

ก็คงเป็นเรื่องจริงสำหรับสิ่งที่ผมพูดขึ้นมา ห้องนี้ดูแล้วไม่เหมือนหอพักธรรมดาทั่ว ๆ ไปเลย คงเป็นเพราะเพื่อนของลุงอิฐที่เป็นเจ้าของหอพักนี้เป็นคนที่มีธุรกิจหลากหลาย และมีเงินมากมายมหาศาลล่ะมั้ง เลยทำให้สามารถเนรมิตห้องนี้ได้สุดหรูขนาดนี้

"ค่าเช่าเดือนเท่าไหร่วะ" ผมถามอาร์ทขึ้นในขณะที่อาร์ทกำลังจะลุกไปเปิดทีวีดู

"ไม่รู้ว่ะ แต่เห็นลุงอิฐบอกว่าเจ้าของหอให้อยู่ฟรี"

"จริงรึเปล่า … ทำไมเจ้าของหอเค้าใจดีขนาดนั้นวะ" ผมถามอาร์ทด้วยสีหน้าที่ทั้งดีใจและแปลกใจปนกัน

อาร์ทกลับมานั่งบนเตียงอีกครั้ง แล้วจึงหันมามองหน้าผม

"จริงสิวะ ลุงเรากับเจ้าของหอคนนี้เป็นเพื่อนสนิทที่รักกันมากน่ะ "

"ก็ดีแล้ว …ประหยัดไปอีกเยอะ"

พอผมพูดจบผมก็คิดอะไรขึ้นมาได้อย่างนึง พลางหยิบมือถือจากกระเป๋ากางเกงขึ้นมาดู ผมว่าผมโทรหาครีมดีกว่า

"เฮ้ย! ไอ่อาร์ท เบาเสียงทีวีหน่อย เดี๋ยวเราจะโทรหาครีม"

อาร์ทหันมามองหน้าผมแล้วจึงพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงแปลก ๆ

"นี่ไอ่ต้น อะไรมันจะคิดถึงกันขนาดนั้น จากกันมายังไม่ถึงวันเลย"

ผมไม่พูดอะไร พลางกดโทรศัพท์ไปยังเบอร์บ้านของครีม ในขณะที่อาร์ทลุกขึ้นไปลดเสียงของทีวีให้ ใจผมเต้นแปลก ๆ พิกล อาจจะเป็นเพราะคิดถึงครีมมากล่ะมั้ง ครีมจะเป็นไงบ้างนะถ้ารู้ว่าผมโทรมาหา คงจะดีใจมาก …เช่นเดียวกับผม

"สวัสดีค่ะ" เสียงที่ผมคุ้นเคยดังขึ้น ดูไร้ซึ่งความเศร้าหมองใด ๆ ทั้งสิ้น ผมคิดว่าครีมคงจะทำใจได้บ้างแล้ว

"ครีม … ทายสิว่าใครโทรมา"

ไม่ทันที่ผมจะพูดจบดีนัก ครีมก็ตะโกนขึ้นมาเสียงดัง

"ต้น …. ถึงแล้วเหรอ"

"ใช่แล้วล่ะ เรามาถึงได้ซักชั่วโมงนึงแล้วล่ะ" ผมตอบไปด้วยน้ำเสียงนุ่ม ๆ เดิม ๆ เหมือนที่เคยพูด

"แหม! แล้วเพิ่งโทรหาเรานะต้น" ครีมพูด ฟังดูแล้วเหมือนจะน้อยใจนิด ๆ

"โธ่! ครีม ก็กว่าจะจัดการธุระเรื่องที่พัก เรื่องอะไรเสร็จก็เกือบชั่วโมงแล้ว พอเสร็จปุ๊บก็โทรหาครีมเลยนี่ไงล่ะ"

"ฮิฮิ เราล้อเล่นน่ะ ต้นโทรมาเราก็ดีใจแล้วล่ะ"

ครีมพูดเสียงดังมาก จนอาร์ทซึ่งเขยิบเข้ามาใกล้ ๆ ผมตอนที่ผมเริ่มโทรหาครีม ได้ยินที่ครีมพูด จึงเลียนเสียงครีมเล่น

"ต้น โทรมาเราก็ดีใจแล้วล่ะ ..ฮ่า ๆๆ"

ผมหันไปหาอาร์ทพลางยกเท้าขึ้นหวังจะเตะ แต่อาร์ทหลบไปเสียก่อน ผมจึงนั่งลงและคุยกับครีมต่อไป

"ครีม …เราคิดถึงครีมนะ"

"เหมือนกันแหละต้น … เมื่อไหร่ต้นจะกลับอ่ะ" ครีมถามผม

"เราเพิ่งมาได้วันเดียวเอง ไว้ปิดเทอมเราจะกลับไปหานะ" ผมตอบครีมไป โดยที่อาร์ทยืนทำท่าเหมือนจะอาเจียนอยู่ข้าง ๆ

ผมคุยกับครีมอยู่นานสักชั่วโมงกว่าเห็นจะได้ ผมเล่าเรื่องวิวทิวทัศน์ที่ได้เห็นในขณะนั่งรถไฟ เรื่องของผู้ชายคนนึงที่แต่งตัวแปลก ๆ ตอนที่ผมเดินเข้าหอพักมา แล้วก็เรื่องความสะดวกสบายที่ได้รับจากหอพักแห่งนี้ … ครีมก็ตั้งใจฟังดี แต่มักจะพูดกลับมาเสมอว่า

"ดีจังนะ …เราน่าจะไปเรียนที่นั่นด้วย"

ผมสงสารครีมเหลือเกิน ที่ความฝันของครีมได้พังทลายลงตรงนั้น … ผมก็ได้แต่บอกครีมและเตือนครีมให้ตั้งใจเรียน และให้เป็นห่วงตนเอง ก็หวังว่าครีมจะเชื่อฟังผมบ้าง

ในช่วงหนึ่งของบทสนทนา ครีมถามผมถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมา

"นี่ต้น ..สาวกรุงเทพน่ารักรึเปล่า"

ก่อนที่ผมจะตอบคำถามนี้ไป ผมคิดอยู่นานทีเดียว ในขณะที่นั่งรถของลุงอิฐมายังหอพัก อาร์ทชี้ชวนให้ผมคอยดูข้างทาง เห็นผู้หญิงน่ารัก ๆมากมายเดินกันอยู่บ้าง อยู่บนรถประจำทางบ้างล่ะ ผมเองก็อดไม่ได้ที่จะชี้ให้อาร์ทดูผู้หญิงคนนึงที่สะดุดตาผมมาก เธอทำผมทรงแปลกประหลาดคล้าย ๆ สัปปะรด …อาจจะเป็นคำเปรียบเทียบที่ฟังดูแล้วไม่น่าจะสวยงามเท่าไรนัก … แต่เธอตัวเล็ก ๆ และผิวขาวเสียเหลือเกิน บวกกับใบหน้าที่งดงาม และเสื้อผ้าที่เธอใส่แล้ว …

"สวยชะมัด"

ผมพูดตอบครีมไป ประโยคเดียวกับที่ผมพูดให้อาร์ทฟังตอนที่ผมชี้ผู้หญิงคนนั้นให้อาร์ทดู

"คงจะลืมเราแล้วสินะ" ครีมพูด …ฟังน้ำเสียงแล้วคงน้อยใจยิ่งกว่าครั้งแรก

"ครีม … ถึงสาวกรุงเทพจะสวย จะน่ารัก แค่ไหน … แต่ก็ไม่มีใครที่สวย น่ารัก และ ..เราเทใจให้ทั้งหมดอย่าง …"

"แหวะ ! กูจะอ้วกแตก" อาร์ทพูดแทรกขึ้นมาทั้ง ๆ ที่ผมยังบอกครีมไปไม่หมด

แต่ผมก็ดีใจล่ะนะ ผมได้ยินเสียงของครีมหัวเราะอยู่เบา ๆ ภายใต้บรรยากาศแห่งความสดชื่นที่เกิดขึ้นในระหว่างการคุยกันทางโทรศัพท์ของเราสองคน

คืนนั้นเอง ก่อนที่ผมจะนอน อาร์ทก็ถามขึ้นมาเกี่ยวกับเรื่องเอกสารที่ต้องนำไปแสดงตัวในการลงทะเบียนเป็นนักศึกษาในวันพรุ่งนี้

"อ้าว! เรื่องนี้เราคุยกันไปรอบนึงแล้วไม่ใช่เหรอ ..ก็มีคะแนน Ent บัตรประชาชน … ใบจบจากโรงเรียน …แล้วก็" ผมพูดพลางคิดอยู่พักนึงว่าน่าจะมีอะไรอีกบ้าง

"ทะเบียนสมรส"

อาร์ทโพล่งขึ้นมาในขณะที่ง่วนอยู่กับการจัดเอกสารของตนใส่แฟ้ม ผมทำหน้างง ๆ แล้วจึงหันไปหาอาร์ท

"เอาไปทำไมวะ ทะเบียนสมรส ว่าแต่แกเถอะมีแล้วเหรอ"

อาร์ทหันมามอง ก่อนที่จะพูดออกมา

"เค้าจะได้รู้ไงว่าแกน่ะมีเจ้าของแล้ว"

อาร์ทพูดเสร็จก็หัวเราะ ผมก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะไปด้วย เรื่องราวมันจะเป็นยังไงนะ ถ้าสมมติว่ามหาลัย อ๊ะ! มหาวิทยาลัย ที่ผมต้องไปนี้ เกิดมีคนมาชอบผมขึ้นมา

"นี่ต้น เราชอบเธอนะ"

ผมเปิดกระเป๋าเป้ที่สะพายมาด้วย พลางหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นมา แล้วยื่นให้ผู้หญิงคนนั้น เธอรับมาถือไว้แล้วทำหน้างง ๆ

"เรามีแฟนแล้วนะ ขอโทษด้วย" ผมพูดอย่างไม่มีเยื่อใยหลังจากที่ได้ยื่นทะเบียนสมรสไป

"ไม่นะต้น ไม่นะ เราชอบต้นนะ" ผู้หญิงคนนั้นร้องไห้อย่างไม่อายใคร ดู ๆ ก็น่าสงสารอยู่หรอก ผมจึงหันกลับไปมองหน้าเค้าอีกครั้งเพื่อที่จะปลอบใจ

"ฟังนะ คือว่าเรา …"

ยังไม่ทันที่ผมจะพูดจบ ผมก็ชะงักทันที อ้าว! คนที่ผมปฏิเสธไปเมื่อกี้นี้ คือครีมนี่นา

"ไม่นะครีม เราไม่ได้พูดอย่างนั้นนะ เราขอโทษ ครีม ครีม ครีม !!!"

ผมตกใจตื่นขึ้น ….ไม่น่าเชื่อเลย ผมเก็บเอาเรื่องทะเบียนสมรสไปฝัน อะไรจะงี่เง่าปานนั้นก็ไม่รู้ ผมหันไปมองนาฬิกา อืม… ตีห้ากว่า ๆ แล้ว อาร์ทก็ยังนอนหลับอยู่ ผมตัดสินเดินออกไปยังระเบียงห้อง หวังที่จะสูดอากาศสดชื่นยามเช้ามืดซักหน่อย

ทุกอย่างผิดจากที่ผมคิดไว้ไปเล็กน้อย … แม้จะเป็นตีห้ากว่า ๆ แต่นี่คือกรุงเทพมหานคร ไม่แปลกมิใช่หรือที่รถราจะเริ่มวิ่งกันให้ขวักไขว่แล้ว อากาศก็พอจะเย็น ๆ อยู่บ้าง แต่ผมก็ได้ยินเสียงหนวกหูของแตรรถมาจากเบื้องล่างอย่างไม่ขาดสาย … ความสงบที่ผมเคยหวังไว้ว่ามันจะเหมือนที่เชียงใหม่มันคงจะหายาก อาจจะเป็นเพราะบ้านที่เชียงใหม่ของผมอยู่แถบชานเมืองที่ไม่พลุกพล่านล่ะมั้ง ผมเลยรู้สึกไม่ค่อยชินกับสิ่งที่ได้เห็นอยู่ตอนนี้

กำหนดการลงทะเบียนเริ่มตอน 8 โมงครึ่ง ผมกับอาร์ทไม่จำเป็นต้องรีบอะไรเลย เพราะว่าหอพักก็อยู่ห่างจากมหาวิทยาลัยไปเพียง 3 ป้ายรถเมล์สั้น ๆ ผมกับอาร์ทได้คุยเรื่องนี้กันไว้แล้วเมื่อวานนี้ ว่าเราจะเดินไปกัน เพราะว่าเดินไปก็ไม่น่าจะเกิน 20 นาที … (20 นาที เนี่ย คือเกือบจะคลานแล้ว) อีกอย่างนึง อาร์ทได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์มากอย่างนึง

"ถ้าเดินไปนะ จะผ่านโรงเรียนที่นึง เค้าว่ากันว่า …." อาร์ทพูดยังไม่ทันจบ

"สาวสวยใช่มั้ย ….กูรู้สันดานของมึงดีน่า"

ผมพูดแล้วอาร์ทก็ยิ้มแหย ๆ เหมือนโดนรู้ทัน แต่ข้อมูลนี้ไม่มีประโยชน์กับผมซักเท่าไรหรอก เพราะผมตั้งใจแล้วว่าผมจะมีแค่ครีมคนเดียวในหัวใจ

"แกอย่าบอกนะ ว่าไม่สนใจน่ะ เด็ก ๆ น่ะก็ต้องสดใส น่ารักกว่าครีมเป็นไหน ๆ"

อาร์ทพูดอย่างที่ผมคิดไว้จริง ๆ …แต่ผมไม่สนใจหรอก

ผมกับอาร์ทมาถึงมหาวิทยาลัยเร็วกว่าที่คิดไว้ประมาณครึ่งชั่วโมงได้ ในมือของผมกับอาร์ทต่างก็มีแฟ้มกันอยู่คนละแฟ้ม ล้วนแล้วแต่เป็นเอกสารสำหรับการลงทะเบียนเป็นนักศึกษาทั้งสิ้น ไม่มีทะเบียนสมรสอย่างที่ล้อเล่นกันไว้ (จะมีได้ไง)

"เฮ้อ! ลืมไปว่ะ ว่าช่วงนี้เค้าปิดเทอมกัน"

อาร์ทบ่นกระปอดกระแปดในขณะที่ผมกับอาร์ทกำลังเดินผ่านพ้นประตูมหาวิทยาลัยไป

"ก็ใช่น่ะสิ เราก็ยังงงว่าแกจะมาดูน้อง ๆ นักเรียน ม.ปลายอย่างที่แกคิดได้ไงกัน" ผมพูดเชิงเยาะเย้ยใส่อาร์ท ที่ทำหน้าเหมือนจะผิดหวังพอสมควร

"แต่ก็เอาเถอะ สาว ๆ ในมหาลัยก็คงใช่ย่อย" อาร์ททำหน้าเหมือนจะมีความหวังขึ้นมาบ้าง ผมจึงถอนหายใจก่อนที่จะพูดความจริงบางอย่างให้อาร์ทรับรู้

"เราเรียนวิดวะนะ"

อาร์ทฟังแล้วชะงักไปพักนึง ก่อนจะทำหน้าสลดอีกครั้ง เหมือนจะเป็นที่รู้ ๆ กันและเป็นที่ร่ำลือว่า ถึงคณะวิดวะจะมีผู้หญิง แต่ก็ไม่ค่อยต่างอะไรไปจากโรงเรียนชายล้วนที่ผมเคยได้อยู่ตอน ม.ต้นนักหรอก

การลงทะเบียนผ่านไปยังรวดเร็วและเรียบง่าย ในขณะที่ผมกับอาร์ทกำลังเดินลงมาจากตึกเรียน ก็ได้ยินเสียงประกาศกึกก้องผ่านมาทางเสียงตามสาย

"น้องใหม่ที่รักทุกคน …นี่เป็นประกาศจากพี่ ๆ ขอให้น้องที่ลงทะเบียนเสร็จแล้วรีบไปดูรายชื่อที่บอร์ดใต้ตึกที่น้อง ๆ ลงทะเบียนนั่นแหละ แล้วมารวมกันที่ลานจอดรถหน้าตึก ถ้ายังไม่ได้ไปดูรายชื่อ ไม่ต้องมา เข้าใจมั้ย"

ผมกับอาร์ทหยุดเดินไปพักนึง หลังจากที่เสียงประกาศก้องนั่นจบลงไป

"รับน้องแน่ ๆ เลยว่ะ" อาร์ทพูดขึ้นในขณะที่กำลังหันมามองผม

"นั่นดิ เห็นเค้าว่าที่นี่รับน้องเหี้ยมน่าดู" ผมพูดให้อาร์ทฟัง

อาร์ทเงียบไปพักนึง ทำท่าเหมือนจะใช้ความคิด ก่อนที่จะพูดอะไรบางอย่างขึ้นมา

"ท่าทางจะหนุกว่ะ ไปกันเถอะ"

อาร์ทพูดยังไม่ทันจะจบดีก็วิ่งนำผมไป ผมจึงวิ่งตาม พลางตะโกนถามอาร์ทว่าเป็นอะไรไป แต่ก็ได้รับคำตอบกลับมาว่า

"เฮ้ย! กูชักจะคึกแล้วว่ะ"

เหตุการณ์นี้ทำให้ผมย้อนนึกไปถึงคำบอกเล่าของรุ่นพี่คนนึงที่ผมเคารพนับถือมาก เขาชื่อว่าพี่พงษ์ พี่พงษ์กลับมาเล่าถึงประสบการณ์ต่าง ๆ หลังจากเรียนจบที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้แล้ว

"พี่ครับ พี่คิดยังไงกับการรับน้องที่นั่นครับ" อาร์ทถามขึ้นหลังจากที่พี่พงษ์ได้เล่าเรื่องต่าง ๆ จบไปและเปิดโอกาสให้น้อง ๆ ถาม

"มันก็นานมาแล้วนะ ….ขอพี่คิดแป๊บนึง" พี่พงษ์ใช้ความคิดอยู่พักใหญ่ทีเดียวก่อนที่จะพูดและเล่าเรื่องรับน้องให้ทุก ๆ คนได้ฟัง

"พี่จำได้แล้วล่ะ ตอนแรกพี่ก็ออกเดินทางจากเชียงใหม่นะ แล้วก็ไปถึงกรุงเทพตอนเย็นวันนั้น พี่ได้ไปพักอยู่กับญาติที่กรุงเทพน่ะ แต่ก็มีเวลาเตรียมตัวแค่วันเดียว เพราะวันรุ่งขึ้นก็เป็นกำหนดที่ต้องไปลงทะเบียนเพื่อเป็นนักศึกษา มันไม่ใช่การลงทะเบียนเรียนหรอกนะ เพราะในเวลานั้นทุกคนยังไม่มีสภาพเป็นนักศึกษาจึงจำเป็นต้องไป ..เออ ..ก็คล้าย ๆ ไปจดทะเบียนอะไรทำนองนั้นแหละ แล้วก็ …"

"เออ … พี่ครับ ผมถามเรื่องรับน้องนะ ไม่ใช่เรื่องลงทะเบียน" อาร์ทพูดแทรกพี่พงษ์ขึ้นมา

"นี่น้อง พี่กำลังจะพูดอยู่นี่ไง … ก็วันรุ่งขึ้น พี่ก็ตื่นไปมหาลัยแต่เช้า แล้วก็ไปลงทะเบียนที่คณะ พอเสร็จเรียบร้อย ก็เจอรุ่นพี่มาตั้งแถวรออยู่ ยอมรับว่าตอนนั้นตกใจมาก ใครกันวะมาตั้งแถวรออยู่เต็มไปหมด แล้วพี่ก็เจอคำสั่งรุมมาไม่หยุดยั้ง เช่น ไป ๆ วิ่งไปเร็ว ๆ คุณน่ะ อู้เหรอ อะไรประมาณนี้ มีแต่เสียงด่าเสียงตะโกน"

พี่พงษ์หยุดพูดพักนึง แล้วก็มองไปรอบ ๆ ทุกคนก็ตั้งใจฟังกันดี จึงพูดต่อ

"พี่วิ่งไปตามแถวของรุ่นพี่ จนถึงสุดแถวซึ่งมีพวกรุ่นเดียวกับพี่บางคนรออยู่แล้ว หลังจากนั้นก็รอสักพักจนสุดท้ายทุกคนวิ่งมาออกันที่สุดแถวจนหมด คนเยอะมากเพราะคณะพี่ก็ราว ๆ 500 คนได้อ่ะนะ … จริง ๆ แล้วนั่นก็แค่วันแรก ซึ่งพอทุกคนมารวมกันหมดแล้ว พี่ ๆ ก็เดินแยกแถวไปไม่พูดอะไรซักคำ ปล่อยน้อง ๆ ยืนงง บางคนก็เดินเข้าไปถามรุ่นพี่ว่าเมื่อกี้ทำอะไรกัน พวกนี้ซวยหน่อยจะโดนด่ากลับมาประมาณว่า มึงมายุ่งอะไร ก็ทำนองนั้นแหละ …หลังจากนั้นพี่ก็ไม่ได้เจอรุ่นพี่อีกเลยจนกระทั่งวันเปิดเทอมวันแรกที่ต้องมาลงทะเบียนเรียนด้วย … นั่นแหละ พี่ ๆ ไม่ยอมคุยกับน้องยกเว้นเข้าห้องเชียร์ตอนเที่ยง ซึ่งต้องเข้าทุกวัน วันไหนถ้ารุ่นพี่นับแล้วต่ำกว่า 450 คน ก็จะทำโทษสารพัด เช่นลุกนั่งไปร้องเพลงไป หรือไม่ก็ร้องเพลงหนึ่งคนต่อหนึ่งคำถ้าผิดก็เริ่มร้องใหม่ ถ้าไม่ได้ก็ไม่ปล่อยไปกินข้าว …มีตั้งหลายวันแน่ะที่ไม่ได้กินข้าวจริง ๆ "

"เท่าที่ฟังดู รู้สึกจะโหด ๆ ยังไงก็ไม่รู้นะครับ" ผมถามพี่พงษ์ขึ้นบ้าง

"พี่ก็ยอมรับนะว่ามันโหด แต่ที่นี่ก็ทำให้พี่ได้อะไรมาหลายอย่าง พี่ได้เพื่อนมาหลายคน และยังเป็นเพื่อนแท้เพื่อนตายเสียด้วย ฟังดูอาจจะเว่อร์ ๆ นะ แต่ก็พูดจริง ๆ ที่นี่ทำให้พี่และเพื่อน ๆ รักกันมาก ….อีกอย่างนึง …"

"อะไรครับพี่" อาร์ทแทรกขึ้นมาด้วยความอยากรู้อยากเห็นหลังจากที่พี่พงษ์หยุดพูดไปพักใหญ่

"พี่มีแฟนก็ที่คณะนี้นี่แหละ"

เสียงโห่และเป่าปากดังขึ้นรอบ ๆ ห้อง อย่างไม่ได้นัดหมาย

"ความเห็นอกเห็นใจกัน เข้าใจกัน ในยามลำบาก …นี่แหละที่ทำให้พี่ได้รับสิ่งที่มีค่ามากมายในชีวิต"

ผมยังจำคำพูดและคำบอกเล่าเหล่านี้ของพี่พงษ์ได้เสมอมา อาร์ทก็คงจะเช่นเดียวกับผม

ผมวิ่งตามอาร์ทไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงบริเวณที่มีบอร์ดติดรายชื่ออยู่ ผมเดินเข้าไปดูใกล้ ๆ เพราะจริง ๆ ก็สงสัยมานานแล้วว่าเป็นบอร์ดรายชื่อเกี่ยวกับอะไร

"เฮ้ย! ไอ่ต้น … เค้าแบ่งกลุ่มน้อง ๆ ไว้ว่ะ"

อาร์ทพูดบอกผม ผมจึงเดินเข้าไปดูบอร์ดนั้นใกล้ ๆ ชื่อของผมกับอาร์ทอยู่ในกลุ่มที่มีชื่อเขียนไว้ด้านบนว่า "ปิ๊กาจู" ….น่ารักอะไรขนาดนั้น

"ไอ่ต้น … ลาออกเถอะว่ะ แค่เริ่มมาก็ติงต๊องแล้ว" อาร์ทบ่นให้ผมฟัง

"คิดเหมือนกันว่ะ ทำไมชื่อกลุ่มมันงี่เง่าอย่างงี้เนี่ย วิดวะนะ วิดวะ"

ผมพูดบ่น ๆ พลางหันหลังกลับเพื่อจะเดินออกมาจากบอร์ด แล้วผมก็ชนกับผู้หญิงคนนึงเข้าอย่างจัง

แฟ้มเอกสารของเธอคนนั้นหล่นกองอยู่ที่พื้น เอกสารในนั้นหล่นกระจายอยู่

"ขอโทษครับ ขอโทษ" ผมของโทษเค้าพลางก้มลงเก็บของต่าง ๆ ใส่แฟ้ม โดยที่ไม่ได้เงยหน้ามองเลยว่าผมได้ชนกับใคร

ผมเก็บของทั้งหมดเสร็จแล้วจึงลุกขึ้นและยื่นให้กับเค้าคนนั้น แต่ก่อนที่ผมจะได้พูดคำใด ๆ ขึ้นมานั้น ผมก็ได้พบว่า …

"ครีม …" ผมร้องอุทานอย่างประหลาดใจเป็นที่สุด


หากคุณสนใจจะส่งบทความ เรื่องสั้น หรือนิยายของคุณมายังเรา โปรดอ่านรายละเอียด ที่นี่เลยครับ

Copyright © 2002 PraKaiFun. All rights reserved.
This web site is designed for 800*600 resolutions
any advice please contact [email protected]
 
 
Hosted by www.Geocities.ws

1