PraKaiFun
 
Article and Short Stories
MENU [ home | วงการ บันเทิง | ห้องระบายอารมณ์ | เวปบอร์ด | ลิงค์ ]
 
:: ปลายฝัน ... ฉันรักเธอ
:: ตอนที่2 : สัญญาใจของเรา
:: Updated
: 22/03/45
::
By : ไม้ขีดไฟ
 
Goto >>
Back to Articles &
Short Stories


ตอนที่ 1 : จุดเริ่มต้นของความฝัน
ตอนที่ 2 : สัญญาใจของเรา
ตอนที่ 3 : วันแรก
ตอนที่ 4 : คนที่คล้ายกัน
ตอนที่ 5 : กลุ่มไมโครชิพ

 
 

ตอนนี้จิตใจของผมช่างสับสนและวุ่นวายเหลือเกิน โลกทั้งโลกราวกับว่ามันได้พังทลายลงต่อหน้าของผม (ถ้ามันพอจะเป็นไปได้) การที่ผมสามารถสอบเข้าในที่ ๆ ผมต้องการได้นั้น ไม่ได้ช่วยชดเชยความรู้สึกที่เกิดขึ้นนี้ได้เลย

ผมแทบไม่อยากเชื่อเลยว่าสิ่งที่ผมมีลางสังหรณ์ไว้นั้นจะเป็นความจริง อาร์ทเดินเข้ามาบอกผมในสิ่งที่ผมได้รับทราบแล้วในตอนนั้น

"เฮ้ย! ไอ่ต้น … เราเสียใจด้วยนะ" อาร์ทพูดปลอบใจผม

ผมนิ่งเงียบไม่ตอบอะไรกลับไป จนอาร์ทต้องพูดขึ้นมา

"เมื่อกี้เราเดินไปดูมาแล้ว ครีมติดหมอที่นี่ว่ะ …"

แต่ตอนนั้นผมไม่มีอารมณ์แม้กระทั่งจะตอบกลับอาร์ทไป ผมเดินออกมาห่าง ๆ จากบอร์ด เดินอย่างช้า ๆ กลับไปยังทางที่ผมเคยเดินมา ผมแลเห็นอาร์ทเดินตามผมมาติด ๆ ผมไม่แปลกใจอะไรที่จะรู้สึกเศร้าใจขนาดนั้น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้จะต้องมีสิ่งต่าง ๆ ตามมามากมาย อย่างแรกผมและครีมคงต้องห่างกันไป แค่นี้ก็น่าเศร้าใจพอแล้ว แต่อีกอย่างหนึ่งก็คือ ผมคงต้องเห็นน้ำตาของครีม … ผมยังจำน้ำตาหยดนั้นของครีมตอนที่ผลสอบปลายภาคเทอมสุดท้ายของโรงเรียนออกได้ นั่นทำให้คนอย่างผมต้องทรมานใจเหลือเกิน … ผมทนไม่ได้ที่จะต้องเห็นน้ำตาของครีม แม้แต่อีกครั้งเดียว เพราะ…ใจผมคงแทบจะขาด

"ต้น"

เสียงพูดที่คุ้นเคยดังขึ้นตรงหน้าผม เพียงแต่คราวนี้มันฟังดูเศร้าสร้อยและเต็มไปด้วยความร้าวระทมอย่างเห็นได้ชัด

ผมเงยหน้าขึ้นมอง สิ่งที่ผมคิดไว้ได้เกิดขึ้นจริง ๆ …แก้มที่ขาวนวลของครีมกำลังเปื้อนหยดน้ำตาที่ไหลออกมาอย่างไม่ขาดสาย …ครีมกำลังร้องไห้

"เรา… เราติดที่นี่ … คนละที่กับต้น …แล้วเราจะทำไงดี"

พอพูดจบครีมก็โผเข้ามากอดผมไว้ แล้วก็ร้องไห้ออกมาดังมากราวกับว่าเด็ก ๆ เสียอะไรที่ตัวเองรักไป …ผมเองก็รู้สึกเสียใจมากเช่นกัน เกือบจะห้ามน้ำตาไว้ไม่ไหว

"ต้น … ทำไมล่ะ ทำไม"

ครีมยังร้องไห้ออกมาเรื่อย ๆ คำถามมากมายพรั่งพรูออกมาจากปากของครีม แต่ผมไม่สามารถตอบได้แม้แต่คำถามเดียว

สักพักหนึ่ง ผมจึงพาครีมเดินไปนั่งยังม้านั่งที่ใกล้ที่สุด อาร์ทเดินตามผมมา โดยไม่พูดอะไรซักคำ แต่สีหน้าแสดงออกได้ชัดว่ารู้สึกเศร้าใจร่วมไปกับผมและครีมด้วย เมื่อผม ครีมและอาร์ทนั่งลงแล้ว เราทุกคนเงียบกันไปพักนึง ยกเว้นครีมที่ยังสะอื้นอยู่บ้าง ผมหยิบเอาผ้าเช็ดหน้าที่ครีมให้เป็นของขวัญวันวาเลนไทน์ขึ้นมาแล้วส่งให้ครีมเพื่อเช็ดน้ำตา แต่พอครีมได้เห็นผ้าเช็ดหน้าอันนี้ กลับยิ่งร้องไห้หนักขึ้นไปอีก

"คงจะไม่มีอีกแล้ว วาเลนไทน์ปีหน้า เราก็คงจะไม่ …" ครีมพูดไปร้องไห้ไป

ผมยื่นมือที่มีผ้าเช็ดหน้าอยู่นั่นยื่นไปจับมือครีมเอาไว้เบา ๆ แล้วก็มองหน้าที่เปื้อนรอยน้ำตานั้นก่อนที่จะพูดขึ้นมา

"ครีม … ไม่เป็นไรหรอกนะ"

ครีมมองหน้าผม แล้วฟังที่ผมจะพูดต่อไป

"จะเป็นวาเลนไทน์ปีหน้า หรือวันไหน ๆ นับจากนี้ไป … ครีมจำเอาไว้นะว่า เราไม่ได้ห่างกันเลย เรายังรักครีมเหมือนเดิมตราบเท่าที่ครีมยังรักเราและยังเป็นคนเดิมอยู่อย่างนี้ …"

ผมหยุดพูดพักนึง ครีมยกมือขึ้นไปเช็ดน้ำตาที่ยังค้างอยู่ ก่อนที่จะวางมือลงบนมือของผมเบา ๆ

"ครีมอย่าร้องไห้เลยนะครับ … ครีมติดหมอที่นี่ก็ดีแล้วนี่ อย่างน้อยครีมก็ยังจะได้เป็นหมอเหมือนที่ตั้งใจไว้นะ แม่ของครีมก็คงภูมิใจไม่น้อยเลยทีเดียวล่ะ …"

ผมดีใจมากที่เห็นรอยยิ้มของครีมอีกครั้ง …ฟ้าหลังฝนงดงามเสมอ ไม่แตกต่างอะไรจากครีมตอนนี้เลยรอยยิ้มของความสุขที่เกิดขึ้นหลังน้ำตาแห่งความทุกข์ก็งดงามไม่แพ้กัน

"เฮ้อ! คู่นี้มันยังไงกันนะ … เจอทีไรก็สวีททุกที"

เสียงดังมาแต่ไกลไม่ใช่ของใครอื่น โจ๊กนั่นเอง ผมปล่อยมือผมออกจากมือของครีม ครีมก็ชักมือออกจากมือของผมเช่นกัน…เป็นเรื่องที่ธรรมดาเหลือเกินสำหรับกลุ่มไมโครโปรเซสเซอร์ของเราซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องของสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ เรื่องนี้ก็เช่นกัน พันธ์ได้ให้นิยามของโจ๊กไว้ว่า "เสียงเดินทางเร็วกว่าแสง" …แน่นอนล่ะ เรามักได้ยินเสียงของโจ๊กลอยมาแต่ไกลก่อนที่จะเห็นตัวของโจ๊กเสมอ

โจ๊กเดินมากับพันธ์แล้วโจ๊กก็นั่งลงถัดจากอาร์ทซึ่งนั่งเงียบอยู่นานแล้ว ส่วนพันธ์ไปนั่งอยู่ด้านตรงข้ามผม ข้าง ๆ ครีม

"พวกแกติดที่ไหนกันบ้างล่ะ" อาร์ทถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ เหมือนกับยังอึ้งกับเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่ ทั้ง ๆ ที่ผมกับครีมก็ไม่ได้อึ้งกันแล้ว

"ไอ้คุณพันธ์ของพวกเราก็ติดหมอที่นี่แหละตามที่คิดเอาไว้" โจ๊กพูดขึ้น

จริง ๆ แล้วพันธ์มีความสามารถพอที่จะไปเรียนที่กรุงเทพได้อย่างสบาย ๆ เพียงแต่ว่าเป็นคำขอร้องของพ่อของพันธ์ที่ต้องการให้พันธ์เรียนอยู่ที่นี่

"แล้วแกล่ะไอ่โจ๊ก" ผมถามขึ้นมาบ้าง

โจ๊กยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ แล้วก็ให้คำตอบที่ทำให้ทุกคนตกใจเป็นอย่างมาก … โจ๊กติดหมอที่นี่เช่นเดียวกับครีมและพันธ์ … ทุกคนต่างลงความเห็นว่า เป็นไปได้ยังไงกัน

ผมมีเวลาอีกเพียงอาทิตย์เดียวสำหรับการเตรียมตัวเพื่อย้ายไปเรียนยังกรุงเทพ …เมืองใหญ่ที่ผมไม่เคยไปมาก่อนเลยในชีวิต ส่วนอาร์ทนั้นเคยไปมาทีนึง และได้เล่าให้ผมฟังไว้ว่า

"กรุงเทพน่ะเหรอ …ก็คล้าย ๆ เชียงใหม่นี่แหละ เพียงแต่ว่าร้อนกว่า รถติดกว่า อากาศเป็นพิษมากกว่า วุ่นวายมากกว่า …"

ผมมองหน้าอาร์ทอย่างครุ่นคิดแล้วก็ถามต่อไป

"ไม่มีอะไรดีเลยงั้นเหรอ"

"ก็ไม่เชิงหรอกนะ"

อาร์ทตอบมาแล้วก็ทำหน้ายิ้ม ๆ เหมือนกับว่าผมน่าจะรู้แล้วว่าอาร์ทกำลังจะพูดอะไรออกมา อาร์ทบอกว่าสาวกรุงเทพน่ะสวยกว่าสาวที่นี่มากนัก … ผมไม่เชื่อหรอก อย่างน้อยก็ครีมคงนึงล่ะที่สวยที่สุดแล้วในจิตใจของผม … เชื่อสิว่าอาร์ทน่ะโกหกผมแน่ ๆ

การที่ผมได้ไปเรียนต่อที่กรุงเทพนี้ ทำให้ผมได้ของเล่นใหม่มาชิ้นนึง … โทรศัพท์มือถือนั่นเอง วันหนึ่งในขณะที่ผมกำลังนั่งกด ๆ จิ้ม ๆ โทรศัพท์มือถือที่แม่เพิ่งซื้อให้ใหม่นั้น แม่ก็เดินเข้ามาแล้วพูดว่า

"อย่าให้แม่รู้นะ ว่าไปอยู่ที่นู่นแล้วลูกน่ะโทรหาสาว ๆ แทนที่จะโทรหาแม่ ไม่งั้น .. มียึดแน่ ๆ … อ้อ! แม่ลืมไป โทรหาครีมได้คนนึง แม่ไม่ว่า แต่ว่าแค่คนเดียวนะ …"

เฮ้อ! คิดไปคิดมา ผมยังเหมือนกับจะยังทำใจไม่ได้ เหลือเวลาอีกไม่กี่วันแล้ว ผมและครีมก็จะต้องจากกัน ถึงแม้จะกลับมาหากันได้ตอนปิดเทอมก็เถอะ แต่ผมคิดว่าผมคงอดคิดถึงครีมไม่ได้แน่ ๆ …ครีมเองก็คงรู้สึกไม่แตกต่างจากผม

อีก 2 วันก่อนที่ผมจะต้องออกเดินทาง ครีมโทรมาหาผมที่บ้าน ครีมถามผมขึ้นมาในระหว่างที่เราคุยโทรศัพท์กันอยู่

"ต้น ..ง่วงรึเปล่า"

"ไม่หรอกครีม แล้วครีมล่ะ" ผมตอบไปพลางหันไปมองนาฬิกาที่ติดอยู่บริเวณห้องกินข้าว นาฬิกาบอกว่าตอนนี้ตีสามยี่สิบนาทีแล้ว ผมไม่รู้ตัวเลยจริง ๆ ว่าผมคุยกับครีมมาได้เกือบ 6 ชั่วโมงแล้ว …

"เราก็ไม่ง่วงหรอกต้น … เร็วจังนะ" ครีมพูด

"อะไรเหรอครีม" ผมถามไป ทั้ง ๆ ที่พอจะรู้ว่าครีมหมายถึงอะไร

"เราไม่อยากให้ถึงวันอาทิตย์นี้เลย .. ต้นต้องไปแล้ว"

ครีมพูดจบแล้วก็เงียบไป ผมก็เงียบไปเช่นกัน เราสองคนต่างก็ไม่พูดไม่จาอะไรกันอยู่พักใหญ่ทีเดียว จนผมได้ยินเสียงสะอื้นของครีม

"ครีม … อย่าร้องไห้สิ" ผมพูดบอกครีมไป

"เราไม่ไหวแล้วต้น ต้นไม่ได้มาเป็นเราต้นก็ไม่รู้หรอกว่าเราน่ะรู้สึกเจ็บปวดแค่ไหน คนที่เรารักต้องเดินจากเราไป ห่างเราไป"

ครีมสะอื้นดังขึ้น …ผมได้ยินอย่างชัดเจนและเจ็บปวดอย่างเป็นที่สุด แต่ในสถานการณ์อย่างนี้ผมจะต้องไม่อ่อนแอไปกับครีมด้วย เพราะนั่นจะทำให้ครีมต้องอ่อนแอตลอดไปซึ่งคงจะไม่ดีแน่ ๆ ผมไม่เข้าใจเลยว่าทำไมต้องมีเรื่องอย่างนี้เกิดขึ้นด้วย ในเมื่อชะตาลิขิตให้คนสองคนได้มาพบกันแล้วทำไมต้องทำให้คนสองคนนั้นจากกันด้วย … เพื่อรสชาติของชีวิตอย่างงั้นเหรอ ไม่ล่ะสำหรับผมและครีม ผมคิดว่ามันออกจะโหดร้ายเกินไปเสียด้วยซ้ำ

"ครีม … เรารักครีมนะ" ผมพูดออกไปในขณะที่ครีมยังร้องไห้และเริ่มร้องดังขึ้นเรื่อย ๆ ครีมหยุดร้องไห้ …เหมือนกับว่าคำที่ผมพูดจะเป็นคาถาวิเศษหรืออะไรซักอย่างที่สั่งให้ครีมหยุดร้องไห้ได้อย่างงั้นแหละ

"แล้วครีมล่ะ รักเรารึเปล่า" ผมถามกลับไป แล้วครีมก็ตอบกลับมาเกือบจะทันที

"รักสิต้น ไม่งั้นเราจะเสียใจขนาดนี้เหรอ"

"ถ้างั้นเราขออะไรสักอย่างนะ" ผมถามครีมไป ครีมเงียบไปผมจึงพูดต่อ

"ครีมอย่าร้องไห้เลยนะ …ทุกครั้งที่ครีมร้องไห้ เราเจ็บปวดและทรมานไปไม่น้อยกว่าครีมเลย …คิดซะว่าถ้าไม่ทำเพื่อตัวครีมเองแล้ว ก็ช่วยทำเพื่อเรา อย่าให้เราต้องรู้สึก …เออ.. เจ็บปวดไปมากกว่านี้เลยนะ … สัญญาสิครีม ว่าจะไม่ร้องไห้อีก"

หลังจากผมพูดจบ ความเงียบก็เข้ามาแทรกแทนที่ ผมไม่รู้จริง ๆ ว่าผมได้ขออะไรไป จริง ๆ แล้วผมน่าจะรู้ดีว่าครีมค่อนข้างจะเป็นคนขี้แย จะห้ามไม่ให้ร้องไห้นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เลย

"ต้น …"

ครีมพูดขึ้นมาหลังจากที่มีความเงียบเกิดขึ้นเสียนาน

"เราสัญญา เราจะไม่ร้องไห้"

ตอนนั้นผมพูดไม่ออก เพราะรู้สึกดีใจที่ครีมเข้มแข็งขึ้นได้มาก คงเป็นเพราะผมไม่พูดเสียนานล่ะมั้งครีมเลยหัวเราะขึ้นมา

"ฮะฮะ"

"ครีมหัวเราะอะไรเหรอ" ผมถามกลับไป

"อ้าว! ก็เป็นการยืนยันไงล่ะว่าเราปกติแล้ว ไม่ร้องไห้แล้วไงล่ะ" ครีมตอบ

ผมหัวเราะที่ครีมพูดอยู่พักนึง พลางคิดถึงวันคืนเก่า ๆ ที่แสนจะมีความสุข ถึงครีมจะขี้แย อยู่บ้าง แต่ปกติแล้วครีมจะเป็นคนที่สดใสร่าเริง ซึ่งถ้าคนที่เคยเห็นทั้งเวลาที่ครีมร้องไห้และเวลาที่ครีมหัวเราะ ก็คงจะแปลกใจไม่น้อยเลยทีเดียวว่านี่เป็นคน ๆ เดียวกัน

ผมหันไปข้าง ๆ เห็นมีกีตาร์โปร่งคู่ใจวางอยู่ ปกติผมมักจะเล่นกีตาร์ทุกวันก่อนนอน อย่างน้อยก็เพลงสองเพลง ผมเล่นกีตาร์ให้ครีมฟังบ่อย ๆ ครีมบอกว่าผมเล่นกีตาร์เก่งทั้ง ๆ ที่คนอื่น ๆ เช่นอาร์ทหรือโจ๊ก บอกเสมอ ๆ ว่าผมน่ะเล่นกีตาร์ทีเสียงเหมือนกับเอานิ้วเกี่ยวเส้นลวดธรรมดา ๆ ฟังแล้วไม่เป็นเพลงเลย

ผมหยิบกีตาร์ขึ้นมาวางไว้บนตัก … ผมอยากจะร้องเพลงสักเพลงนึงให้ครีมฟัง ผมตั้งใจไว้ว่าอย่างนั้น ผมจึงถามครีมไป

"ครีม … ให้เราเล่นกีตาร์ให้ฟังนะ"

"เอาสิต้น ต้นน่ะ เล่นกีตาร์เพราะที่สุดเลยล่ะ"

น้ำเสียงใส ๆ ที่ครีมพูดออกมา คำชมเพราะ ๆ ที่ผมได้ยิน อีกเพียง 2 วันผมก็คงจะไม่ได้ยินอะไรเช่นนี้ทุกวันอีกแล้ว ..ผมจึงตั้งใจเลือกเพลงนี้ให้กับครีม

"ครีม … เพลงนี้เราให้ครีมนะ อาจจะเศร้าไปนิดนึง แต่เราคิดว่าก็คงเหมาะกับตอนนี้มากที่สุด …เอาไว้เป็นการย้ำก็แล้วกันนะว่าเราน่ะ รักครีมมากแค่ไหน"

พอผมพูดจบ ผมก็เริ่มดีดกีตาร์ แล้วก็ร้องเป็นเพลงออกมา

เหลืออีกกี่วัน อีกกี่คืน ที่จะมีเธอ เหลืออีกกี่ลมหายใจ ที่จะได้เจอ กับความสดใส เวลามีน้อยเหลือเกิน ที่ให้ฉันได้เตรียมหัวใจ ว่าภาพที่เคยเห็นไม่นานจะเป็นแค่ความหลังไป

ต่อจากนี้ นาทีนี้ จะนับทุกลมหายใจ เก็บเอาวันเวลา แต่ละหยดหยาดไว้ข้างใน ต่อจากนี้ คน ๆ นี้ จะรักเธอสุดหัวใจ และที่ย้ำซ้ำ ๆ จากวันนี้จนถึงวันไกล ว่ารักเธอ

เสียไปมากมาย กับเวลาที่มันเลยผ่าน เสียดายที่วันเมื่อวาน ที่ทำให้เธอมันยังน้อยไป เวลาที่เหลือ ทุกนาที จากวันนี้จนวันสุดท้าย ฉันจะเฝ้าทำทุกทาง ทุ่มเทให้สุดหัวใจ

ต่อจากนี้ นาทีนี้ จะนับทุกลมหายใจ เก็บเอาวันเวลา แต่ละหยดหยาดไว้ข้างใน ต่อจากนี้ คน ๆ นี้จะรักเธอสุดหัวใจ และที่ย้ำซ้ำ ๆ จากวันนี้จนถึงวันไกล ว่ารักเธอ

ถึงแม้ในวันนั้นที่เราไกลห่าง ในคืนที่อ้างว้างก็จะมีแต่เธอ

ต่อจากนี้ นาทีนี้ จะนับทุกลมหายใจ เก็บเอาวันเวลา แต่ละหยดหยาดไว้ข้างใน ต่อจากนี้ คน ๆ นี้จะรักเธอสุดหัวใจ และที่ย้ำซ้ำ ๆ จากวันนี้จนถึงวันไกล ว่ารักเธอ

บทเพลงที่บรรเลงมาจากใจจริงของผมได้จบลงแล้ว ครีมพูดขึ้นมาเกือบจะทันที

"ขอบใจมากนะต้น … " ครีมหยุดไปพักนึกก่อนที่จะพูดต่อขึ้นมา

"เนี่ย ..เราเกือบร้องไห้แล้วล่ะ เราซึ้งใจมากเลยรู้รึเปล่า แต่เราสัญญากับต้นแล้วว่าเราจะไม่ร้องไห้ เพราะฉะนั้น …เราไม่ร้องก็ได้" ครีมไม่ร้องไห้ก็จริง แต่น้ำเสียงก็เศร้า ๆ ไปเหมือนกัน ผมไม่ได้ตั้งใจจะให้เกิดความเศร้าอะไรหรอก เพียงแต่ว่าผมอยากมอบเพลงนี้ให้ครีมจริง ๆ ก็เท่านั้นเอง

เสียงนาฬิกาตีบอกเวลาตี 4 แล้ว ผมเห็นว่าผมคุยกับครีมมานานแล้ว น่าจะถึงเวลาที่ครีมควรจะไปนอนซักที ปกติแล้วผมไม่เคยคุยกับครีมเกินเที่ยงคืนเลย

"ครีม ..ไปนอนแล้วเอามั้ย"

"ทำไมล่ะต้น ไม่อยากคุยกับเราแล้วเหรอ" ครีมพูดเสียงเศร้า ๆ ราวกับน้อยใจ

"เปล่าหรอกครีม เราไม่อยากให้ครีมเสียสุขภาพนะ ไปนอนเถอะ"

พอผมพูดจบ ครีมก็เงียบไปชั่วครู่นึงก่อนที่จะพูดขึ้นมา

"ก็ได้ต้น …ราตรีสวัสดิ์นะคะ" ครีมพูดลาผม

"ราตรีสวัสดิ์ครับครีม"

แล้วผมก็วางหูโทรศัพท์ลงไป …รู้สึกร้อนที่หูเหมือนกันนะ คงเป็นเพราะผมเอาโทรศัพท์แนบหูนานไปหน่อยล่ะมั้ง … ตี 4 กว่า ๆ แล้ว ผมไม่รู้เหมือนกันว่าจะนอนหลับไปได้ยังไง อีกแป๊บเดียวก็จะเช้าแล้ว อีกอย่างนึงผมก็คงคิดมากเรื่องครีมจนหน่อยไม่หลับแน่ ๆ

จะว่าไปแล้วความรักเนี่ยมันก็ทำให้เกิดอะไรขึ้นมากมายจริง ๆ ก่อนผมจะขึ้นมา ม.ปลาย ผมไม่เคยคิดเรื่องนี้ หรือว่ามีเรื่องนี้อยู่ในหัวเลย ก็คงจะเป็นเพราะว่าโรงเรียนที่ผมเคยอยู่มาก่อนนั้นเป็นโรงเรียนชายล้วนล่ะมั้ง ผมมีชีวิตอยู่ไปเรื่อย ๆ กับเพื่อน ๆ เล่นสนุกไปวัน ๆ นอกจากนั้นก็เป็นเรื่องการเรียนและหนังสือหนังหาที่ต้องท่อง ชีวิตช่วงนั้นก็ดูไม่วุ่นวายดี

ต่อจากนั้น หลังจากที่ผมได้รู้จักกับครีม หลังจากที่ผมเริ่มมีความรัก และหลังจากที่ผมกับครีมเป็นแฟนกัน ผมว่าชีวิตได้เปลี่ยนไป ผมได้เรียนรู้อะไรมากขึ้นจากสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ อย่างน้อยผมก็ได้เรียนรู้และรู้จักคำว่า "ให้" จะรักใครสักคนแล้ว ก็เหมือนเป็นบทเรียนของชีวิตที่ทำให้เราได้รู้ว่าเราต้องอยู่อย่างเป็นผู้ให้บ้าง นี่คงเป็นข้อดีของความรักล่ะมั้ง … ทำให้ชีวิตเรียนรู้ไปอีกขั้น

แต่ผมก็ยังไม่แน่ใจนักว่าจริง ๆ แล้วความรักน่ะเป็นความสุขหรือความทุกข์กันแน่ ในเมื่อความรักเองมิใช่หรือที่ทำให้ผมต้องนอนดึกขนาดนี้ และคิดมากจนกระทั่งนอนไม่หลับขนาดนี้ … แต่ถ้าให้เลือกแล้ว ผมเลือกที่จะมีความรักดีกว่า ถึงแม้จะทุกข์บ้างก็ตามเถอะ เพราะอย่างน้อยผมก็เชื่อว่าทุกสิ่งในโลกนี้มันย่อมมีสองด้าน ความรักก็เช่นกัน จะมีแต่ด้านของความสุขอย่างเดียวไปได้อย่างไรกัน

ผมกำลังจะเอื้อมมือไปหยิบกีตาร์ที่วางอยู่บนพื้นเพื่อจะเอาไปเก็บยังที่เดิม ก่อนที่จะเตรียมปิดไฟชั้นล่างของบ้านเพื่อเตรียมที่จะขึ้นไปนอน แต่ในขณะเดียวกันนั้นเอง ผมได้ยินเสียงหนึ่งเรียกผม …

"ต้น …กำลังจะขึ้นนอนแล้วเหรอลูก"

แม่ของผมนั่นเอง … ผมกำลังสงสัยจริง ๆ ว่าแม่จะว่าอะไรผมรึเปล่าที่ผมคุยโทรศัพท์กับครีมซะนานขนาดนี้ แม่เองก็คงจะเป็นห่วงเลยเดินลงมาดู

"ครับแม่ เพิ่งคุยกับครีมเสร็จเมื่อกี้นี้เอง"

ผมพูดพลางหยิบกีตาร์ที่วางอยู่กับพื้นขึ้นมาถือไว้ แล้วแม่ของผมก็เดินเข้ามาใกล้ ๆ ผม

"แม่ฟังที่ลูกพูดกันต่อสุดท้ายเมื่อกี้ แล้วก็ได้ฟังเพลงที่ลูกร้องให้ครีมฟังด้วย …. ซึ้งใจจริง ๆ เลยลูก แม่ยังน้ำตาไหลเลย

แม่พูดแล้วก็ยิ้มให้ผม … พลางให้ผมคิดว่า จริง ๆ แล้วครีมอาจจะร้องไห้หลังจากที่วางหูจากผมไปแล้วก็ได้ แต่ผมก็จะไม่ว่าอะไรครีมหรอก … น้ำตาจากความซึ้งใจน่ะ ผมคิดว่ามีค่ามากพอจนไม่ต้องห้ามไม่ให้เกิดขึ้นหรอก

แล้ววันที่ผมต้องออกเดินทางก็มาถึง … แม่ของผมไปส่งผมที่สถานีรถไฟ เมื่อไปถึงที่นั่นผมพบอาร์ทกับพ่อและแม่ของอาร์ทอยู่ที่นั่นแล้ว ผมเดินเข้าไปสวัสดีพ่อกับแม่ของอาร์ทแล้วจึงชวนอาร์ทคุยกัน

"เฮ้ย! ไอ่ต้น แกบอกเพื่อน ๆ เรารึเปล่าวะ นี่อีกครึ่งชั่วโมงเราต้องไปแล้วนะ" อาร์ทถามผม ผมจึงดูนาฬิกาที่ข้อมือ จริงสินะ อีกแค่ครึ่งชั่วโมงเท่านั้นเอง ผมยังไม่เห็นใครมาเลย

"บอกไปแล้วนะ แต่ทำไมทุกคนถึงช้าจัง"

ผมพูดจบยังไม่ทันขาดคำ ก็ได้ยินเสียงที่คุ้นเคยตะโกนมาแต่ไกล

"เฮ้ย! ไอ่ต้น ไอ่อาร์ท มาแล้วโว้ย มาแล้ว"

โจ๊กตะโกนพร้อมกับวิ่งกระหืดกระหอบมา ที่วิ่งตามกันมาอีกก็คือพันธ์และครีม แล้วทุกคนก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าผมและอาร์ท ครีมผู้ที่อยู่ในชุดกระโปรงสั้นใต้เข่าแบบที่เธอชอบใส่ ดูท่าทางเหนื่อยหอบเพราะวิ่งมาแต่ไกล

ผมและเพื่อน ๆ ทุกคนได้ยืนคุยอยู่สักพักนึง บรรยากาศเต็มไปด้วยความสดใส่ร่าเริงและสนุกสนาน อาจจะเป็นเพราะเรื่องที่พวกเราคุยกันซึ่งเป็นเรื่องอดีตแต่ละเรื่องที่เกิดขึ้นจากกลุ่มไมโครโปรเซสเซอร์ของพวกเรา แต่ผมก็แอบเห็นสีหน้าของครีมที่บ่งบอกว่าครีมฝืนยิ้มอยู่ ผมเองก็คงไม่ต่างจากครีม การที่ต้องห่างจากครีมไปอาจจะถือเป็นการสูญเสียอย่างหนึ่งในชีวิตผมก็เป็นได้

"ได้เวลาแล้วล่ะลูก ๆ"

แม่ของผมบอกในขณะที่เดินเข้ามายังกลุ่มผมและเพื่อน ๆ ที่ยืนคุยกันอยู่ … ผมหันไปมองหน้าครีม ครีมไม่ยิ้มแล้ว และในขณะเดียวกันผมก็สังเกตเห็นที่ดวงตาของครีม น้ำตาใส ๆ คลอเบ้าอยู่อย่างนั้น ครีมเอามือไปปาดตา เห็นได้ชัดว่ามือของครีมเปียกน้ำตาที่กำลังจะไหลออกมา

"ครีม … เราต้องไปแล้วนะ" ผมพูดขึ้นพลางมองหน้าที่แสนเศร้าของครีม

"ต้น .. เรามีอะไรจะให้"

ครีมพูดพลางล้วงกระเป๋าถือที่ถือมาด้วย แล้วจึงหยิบสิ่งหนึ่งขึ้นมา … ผ้าเช็ดหน้าสีขาว มีลายจาง ๆ รูปหัวใจ และภาพเด็กผู้ชายและเด็กผู้หญิงสองคนจับมือกัน … มีข้อความปักเขียนไว้ว่า "สัญญาใจของเรานะ … ครีม" ผมเห็นแล้วรู้สึกซึ้งใจอย่างบอกไม่ถูก ในขณะเดียวกันก็รู้สึกอ่อนแอขึ้นมาเพราะอีกไม่กี่นาทีแล้ว ที่ผมจะต้องไป

ผมรับผ้าเช็ดหน้านั้นมาถือไว้ แล้วจึงบอกครีมไป

"ครีม … เข้มแข็งนะ ไม่ต้องกลัว ไม่ต้องห่วง … เรารักครีมนะ"

ครีมไม่พูดอะไรตอบมา แต่ผมก็ได้เห็นรอยยิ้มเปื้อนน้ำตาของครีม แล้วครีมก็โผเข้ามากอดผมไว้ … ผมกอดครีมอยู่นานเท่าใดไม่รู้ เพียงแต่รู้ว่าน้ำตาของผมก็พาลจะไหลออกมาเหมือนกัน อาร์ทเดินเข้ามาตบไหล่ผมเบา ๆ ก่อนที่จะพูดขึ้นมา

"ไปกันเถอะว่ะไอ่ต้น"

ผมปล่อยครีมออกจากอ้อมกอด แล้วหันไปมองทางโจ๊กและพันธ์ที่ยืนซึมอยู่เช่นกัน

"ฝากดูแลครีมด้วยนะ โจ๊ก พันธ์"

โจ๊กและพันธ์ตอบตกลง ผมกับอาร์ทเดินกลับไปหาพ่อกับแม่เพื่อที่จะลา แล้วเราสองคนก็เดินขึ้นรถไฟไป

"โชคดีนะทุกคน" ผมและอาร์ทตะโกนบอกทุกคนในขณะที่รถไฟเคลื่อนตัวออกไปแล้ว ทุกคนที่อยู่ตรงหน้าข้างล่างนั้นก็โบกมือตอบกลับมา ผมมองหน้าครีมเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่รถไฟจะวิ่งลับตาทุกคนไป … ผมรู้สึกดีใจจังที่ครีมไม่ร้องไห้ แถมยังส่งยิ้มโบกมือให้ผมอีกด้วย ผมคงหายกังวลไปนิดนึงตรงที่ว่าอย่างน้อยครีมก็เข้มแข็งขึ้นแล้ว

ผมหยิบผ้าเช็ดหน้าที่ครีมให้ขึ้นมาดู

"สัญญาใจของเรานะ … ครีม"

ผมอ่านข้อความบนผ้าเช็ดหน้านั้น …ตกลงครีม …นี่เป็นสัญญาของเรานะ ผมคิดพลางดูรูปเด็กชายเด็กหญิงสองคนที่จับมือกันในผ้าเช็ดหน้าผืนนั้น

หวังว่าเราสองคนจะเหมือนกับเด็กสองคนนี้นะ


หากคุณสนใจจะส่งบทความ เรื่องสั้น หรือนิยายของคุณมายังเรา โปรดอ่านรายละเอียด ที่นี่เลยครับ

Copyright © 2002 PraKaiFun. All rights reserved.
This web site is designed for 800*600 resolutions
any advice please contact [email protected]
 
 
Hosted by www.Geocities.ws

1