|
เมื่อวานนุ่นไปสนามบินตอนสี่ทุ่มกว่า
ๆ ไปส่งเพื่อนไปเรียนต่อที่ปักกิ่ง รู้สึกว่าเมื่อวานเราพูดคำว่า
บ๊าย บาย ไม่ง่ายเหมือนทุกครั้ง ทุกทีเวลาจะลาใครก็พูด บายแล้วก็จบไป
พรุ่งนี้เราก็มาเจอกันใหม่แต่เมื่อวาน พอพูดคำว่าบายแล้วก็ไม่รู้จะเจอกันอีกเมื่อไหร่
ตอนที่เราจะกลับบ้านก็ไม่อยากจะละสายตาจากหน้าเพื่อนเลย เพราะรู้ว่าคงอีกนานกว่าจะได้เห็นหน้าอีก
จนต้องตัดใจหันหลังกลับ เศร้าจัง
วันนี้ก็อยู่ซ้อมบูมเหมือนทุกครั้ง
แต่วันนี้จะเลิกดึกหน่อยทุกทีจะเลิกประมาณ 2 ทุ่มถึง 2 ทุ่มกว่า
ๆ แต่วันนี้เลิกประมาณ 3 ทุ่ม เพราะนี่ใกล้จะแข่งแล้ว แล้วก็เหลือเวลาซ้อมอีกสองครั้งเอง
พี่เขาก็เลยอยากให้เราซ้อมเยอะ ๆ
จริง ๆ
เราว่าทุกคนที่เป็นบูมก็รู้ตัวดีว่ายังทำได้ไม่ดีพอ วันนี้เขาก็เลยนัดกันก่อนที่พี่นัดประจำ
ทุกทีพี่เขาจะนัดซ้อมตอนหกโมงครึ่ง แต่วันนี้ฟิตมากนัดกันตั้งแต่ห้าโมงครึ่ง
มาซ้อมท่าเต้น มาบูมเพลงคณะ ดีจัง
ซ้อมตอนกลางคืนก็แหงนขึ้นไปมองพระจันทร์
วันนี้พระจันทร์สวยจัง เป็นพระจันทร์ทรงกลดด้วย เห็นพระจันทร์ก็นึกถึงเพื่อนที่เพิ่งไปส่งเมื่อวาน
เมื่อลอยกระทงปีที่แล้ว นุ่นกับเพื่อน ๆ ไปตีแบดกัน พอตอนกลับเราก็ผ่านท่าเรือคลองสาน
นุ่นก็สร้างบรรยากาศนิดนึง ก็ชวนเพื่อนดูพระจันทร์ เพราะวันนั้นพระจันทร์สวยมาก
เป็นพระจันทร์วันเพ็ญ แล้วก็บอกกับเพื่อนสองสามคนที่ยืนใกล้ ๆ นุ่น
รวมทั้งคนที่ไปส่งด้วยเมื่อวานว่าเวลามองพระจันทร์ให้นึกถึงวันนี้ที่เรามายืนดูพระจันทร์ด้วยกันตรงนี้น่ะ
มันดูออกน้ำเน่าไปนิดนึงเนอะ
แต่นุ่นว่าเวลาที่เราพูดอะไรที่มันออกแนวนี้ถึงแม้มันจะชวนขนลุก
แต่ว่ามันก็ให้ความรู้สึกดี ๆ ทั้งคนที่พูดกับคนที่ฟังน่ะ มันดูสื่อถึงความรักความห่วงใยดี
บางคนก็บอกว่าคำว่ารักน่ะไม่จำเป็นต้องพูดกันทุกวันหรอก แต่นุ่นกลับชอบให้เพื่อนมาบอกรักนุ่น
ห่วงใยนุ่นน่ะ เพราะถึงแม้เราจะรู้อยู่แล้วว่าเพื่อนน่ะมันรักเรา
มันห่วงเรา แต่เราก็ต้องการอะไร support ความคิดเรานิดนึงจะได้มั่นใจซักหน่อยว่ามันน่ะยังห่วงเราอยู่น่ะจะได้ไม่คิดไปฝ่ายเดียว
:'(
|