| หน้าแรก | สารบัญ | ข้อมูลอ้างอิง | แบบฝึกหัด | เกร็ดความรู้ |

 

 



 

ความหมายของ CPU

 CPU กับ หน่วยความจำหลัก

 โครงสร้างของไมโครโปรเซสเซอร์

กลไกการทำงานของ CPU

เทคโนโลยีไมโครเซสเซอร์

เทคโนโลยี MMX

โปรเซสเซอร์ 1 กิกะเฮิร์ต

celeron

celeron slot 1

celeron socket 370

pentium 2

pentium 3

pentium 4

ความเป็นมาของการ OverClock CPU Intel


                               เทคโนโลยี MMX

  • รู้จักกับ MMX Technology  

  • การพัฒนาไมโครโปรเซสเซอร์ช่วงตั้งแต่ 8080 - 80586หรือเพนเทียมในยุคแรกๆ   นั้น มัลติมีเดียยังไม่เกิดแต่ในยุคปัจจุบันมัลติมีเดียกลายเป็นสิ่งจำเป็นในโลกคอมพิวเตอร์Application        สำหรับระบบมัลติมีเดียต้องการคอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูงๆเนื่องจากมีข้อมูลต้องประมวลผลมากแม้ว่า

  • ใช้ซีพียูเพนเทียมก็ยังประมวลผลช้า Intel จึงได้พัฒนา MMX เพื่อช่วยในการประมวลผล

  •  

    MMX คือการเพิ่มความสามารถของซีพียูในการประมวลผลมัลติมีเดีย เป็นที่รู้จักกันในชื่อส่วนขยายมัลติมีเดีย

     (MultiMedia eXtention) โดยพยายามออกแบบให้ไมโครโปรเซสเซอร์ตระกูล ที่ใช้คำสั่งบนพื้นฐาน x86 มีความสามารถทางมัลติมีเดียเพิ่มขึ้น โดยเพิ่มประสิทธิภาพของโปรแกรมทำงานเกี่ยวกับระบบเสียง (Audio)ภาพกราฟิก2มิติภาพกราฟิก3มิติ,ภาพเคลื่อนไหวรวมถึงระบบการวิเคราะห์และจดจำเสียงพูดและการสื่อสารผ่านโมเด็ม

    MMX ถูกนำมาใช้งานครั้งแรกกับซีพียูตระกูลเพนเทียมของ Intel ซึ่งได้เพิ่มชื่อเป็นเพนเทียม MMX (Pentium Processorwith MMX Technology หรือโค๊ด P55C อันหมายถึงเป็นอนุกรมหนึ่งของเพนเทียม P5) ปัจจุบันผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ทั้งเครื่องตั้งโต๊ะ (Desktop) และโน๊ตบุ๊ค (Notebook) ทุกรายผลิตคอมพิวเตอร์ ที่ใช้เพนเทียม MMX ออกมาเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะ<ที่บริษัทที่สร้าง Application ที่สนับสนุน MMX ออกมาขายยังมีไม่มากนัก โดยส่วนใหญ่เป็น Application เกี่ยวกับการสร้าง -แก้ไขภาพ และการนำเสนอ (Presentation) เป็นส่วนใหญ่

    MMX มีแนวโน้มจะได้รับการต้อนรับจากอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์เป็นอย่างมากและเป็นที่คาดหมายว่าในอนาคต MMX จะเป็นมาตรฐานหนึ่งของไมโครโปรเซสเซอร์ที่ใช้ในคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ในด้านคู่แข่ง Cyrix, AMD ก็ได้ซื้อมาตรฐานMMX ไปประยุกด์เข้ากับไมโครโปรเซสเซอร์ของตนด้วยเช่นกัน

    หลังจากเพนเทียม MMX แล้ว ไมโครโปรเซสเซอร์สำหรับพีซีที่ผลิตออกมาหลังจากนั้น ต่างก็มี MMX ทุกราย และในที่สุด MMX ก็เป็นมาตรฐานของซีพียูและซอฟต์แวร์มัลติมีเดีย ตกแต่งภาพ จดจำเสียงพูด

    หมายเหตุการทดสอบ

    ในการทดสอบครั้งนี้ผมทดสอบโดยใช้เมนบอร์ดสองรุ่น ทั้งสองรุ่นนั้นเมื่อเปลี่ยนซีพียูเป็น "เมนโดชิโน" ปรากฎว่าเวลาบูตแทนที่จะบูตตามปกติ คือ บอกว่าเป็นซีพียูรุ่นไหน ความเร็วเท่าไร ปรากฎว่าข้อความรายงานคล้าย 98MHz แล้วก็ไม่บูตต่อ การแก้ปัญหาก็คือ ต้อง Flash BIOS แน่นอนละครับ หากทางผู้ผลิตเมนบอร์ดไม่ได้ออกเวอร์ชั่นสำหรับ Flash ให้รู้จัก "เมนโดชิโน" ก็จะไม่สามารถใช้งานได้ ประการนี้สอนให้ผมทราบว่า เมนบอร์ดที่ใช้กับ "โควินตัน" ได้ ไม่ใช่ว่าจะใช้งานกับ "เมนโดชิโน" ได้เสมอไป

    MMX มีอะไรเพิ่มมาบ้าง  

    ไมโครโปรเซสเซอร์ที่ออกแบบสำหรับ MMX ถูกออกแบบให้มีรีจิสเตอร์ (หน่วยเก็บค่าสำหรับการประมวลผล ฟังก์ชั่นหนึ่งๆ ในไมโครโปรเซสเซอร์) สำหรับ MMX 8 ตัวคือMM0-MM7(ซึ่งถูกกำหนดไว้แทนรีจิสเตอร์ของ Floating Point Unit FP0-FP7) และกำหนดคำสั่งในการปฎิบัติการสำหรับรีจิสเตอร์ดังกล่าวทั้งหมด 57 คำสั่ง) ซึ่งทาง Intel เองพยายามสนับสนุนให้ผู้สร้างฮาร์ดแวร์ออกแบบไดรว์เวอร์ที่ใช้ MMX และสนับสนุนให้ผู้สร้าง Application รุ่นใหม่ๆ ใช้ประโยชน์จากคำสั่ง MMX อย่างไรก็ตามปรากฎว่าในปัจจุบันยังมีผู้ผลิตซอฟต์แวร์ไม่กี่รายที่ออกแบบซอฟต์แวร์มาเพื่อใช้งานฟังก์ชันเหล่านั้น

    ส่วนของการประมวลผลเพื่อเพิ่มความเร็วมัลติมีเดียนั้น Intel ได้ออกแบบมาตรฐานการประมวลผลใหม่ ให้ชื่อว่า SIMD (Single Instruction , Multiple Data) ทั้งนี้มาจากหลักความเป็นจริง 2 ประการ ประการแรกก้คือ ไมโครโปรเซสเซอร์รุ่นที่ผลิตออกมาก่อนหน้านี้ เวลาประมวลผลเมื่อป้อนคำสั่งเข้าไปหนึ่งคำสั่ง ไมโครโปรเซสเซอร์ก็จะประมวลผลออกมาแค่ 1 ผลลัพธ์ แต่สำหรับการประมวลผล มัลติมีเดียนั้น มีผลลัพธ์มากกว่าหนึ่ง และต้องพยากรณ์ได้ว่า ผลลัพธ์ที่ได้มาจะเอาไปใช้ในการคำนวณขั้นต่อไปอย่างไร ดังนั้นการออกแบบไมโครโปรเซสเซอร์สำหรับประมวลผลมัลติมีเดีย เมื่อป้อนคำสั่งไป 1 คำสั่งควรจะให้ผลลัพธ์ออกมาได้มากกว่า 1 เพื่อไม่ต้องเสียเวลารอรอบการประมวลผลต่อไป

    Intel ให้โค๊ดเพนเทียม MMX ว่า P55C ซึ่งหมายถึงเพนเทียมที่ผลิตในยุคการพัฒนาที่ 5 และเป็นอนุกรมหนึ่งของเพนเทียม (Fifth Generation of CPU หรือ x586) เพนเทียม MMX ออกแบบมาสำหรับแรงดันไฟฟ้า 2.8 โวลต์ (ดังนั้นเมนบอร์ดที่จะใช้งาน MMX ต้องจ่ายไฟได้ 2.8 โวลต์ด้วยและต้องแฟลช BIOS เพื่อให้เมนบอร์ดสนับสนุนเพนเทียม MMX ด้วย) เพนเทียม MMX มีแคชภายใน 32 kB (เพนเทียมธรรมดามี 16 กิโลไบต์) หน่วยความจำ-แคช ภายในที่เพิ่มมาอีก 16k ช่วยให้ประสิทธิภาพการทำงานของไมโครโปรเซสเซอร์ดีขึ้น

    จะใช้ประโยชน์จาก MMX ได้อย่างไร MMX ไม่มีผลกระทบกับ OS รุ่นเก่า อย่าง DOS 6.2x , Windows 3.1x และทำงานกับ Application ทั่วไป นั่นคือ หากในคอมพิวเตอร์ยังใช้ OS รุ่นเก่าที่ไม่ได้ถูกออกแบบมาสำหรับ MMX ก็สามารถทำงานบนคอมพิวเตอร์ที่ใช้ไมโครโปรเซสเซอร์ที่มี MMX เทคโนโลยีได้

    ในส่วนของการใช้งาน MMX นั้นสามารถใช้ได้สองทาง คือ ใช้ไดรเวอร์ที่ออกแบบมา สำหรับ MMX เช่น ไดรเวอร์การ์ดวีจีเอ ไดรเวอร์การ์ดเสียง ซึ่งต้องตรวจสอบกับผู้ผลิตหรือคุณสมบัติของไดรเวอร์ว่าสนับสนุนหรือไม่ อีกทางหนึ่งคือใช้กับ Application ที่ออกแบบสำหรับ MMX เช่น Adobe Photoshop , Application สำหรับการออกแบบแก้ไขภาพ และเกมส์ต่างๆ ก็มีรุ่นที่ออกแบบสนับสนุน MMX แล้ว ส่วน Applcaiton ทางธุรกิจ เช่น โปรแกรมประมวลผลคำ โปรแกรมสเปรดชีต และอื่นๆ ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์จาก MMX

     
    คอมพิวเตอร์พร้อม MMX ควรมีคุณลักษณะอย่างไร

    มีผู้ซื้อหลายๆคนเข้าใจว่า เพนเทียม MMX คือเทคโนโลยีของคอมพิวเตอร์รูปแบบใหม่ที่เมื่อซื้อมาแล้วไม่ต้องใช้อุปกรณ์มัลติมีเดีย อันได้แก่ การ์ดเสียง การ์ดเร่งความเร็วภาพกราฟิก การ์ดแสดงผล (VGA Card) เนื่องจากคำว่า "มัลติมีเดีย" ในความเข้าใจของผู้ซื้อส่วนใหญ่คือคอมพิวเตอร์ที่มาพร้อมกับการ์ดเสียง ลำโพง การ์ดเร่งความเร็วภาพกราฟิก เพราะฉนั้นจึงอนุมานว่า เพนเทียม MMX ที่มีส่วนขยายมัลติมีเดียจึงไม่จำเป็นต้องซื้ออุปกรณ์มัลติมีเดียเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด ซึ่งเป็นความเข้าใจผิดอย่างมาก ขอให้ระลึกไว้ว่าที่เรียกว่า เพนเทียม MMX นั้นก็คือไมโครโปรเซสเซอร์ที่มีแต่รูปร่างข้างบนและไม่แตกต่างจากเพนเทียมคลาสสิคแต่อย่างใด จะมีส่วนพิเศษก็เฉพาะรีจิสตอร์ MMX และแคชภายใน 32kB และการประมวลผลแบบ SIMD พร้อมคำสั่งในการใช้งาน 57 คำสั่งซึ่งรอให้ผู้พัฒนา Application พัฒนาซอฟต์แวร์ออกมาใช้งานเท่านั้น สรุปคือ ซื้อเพนเทียม MMX มาจะยังไม่สามารถใช้งานต้องรอจนกว่าผู้ผลิตซอฟต์แวร์ได้ผลิต Application ออกมาเสียก่อนเท่านั้นเอง

    มาดูที่ส่วนแรก คือเมนบอร์ดก่อน จากการทดสอบพบว่าเมนบอร์ดรุ่นที่สามารถใช้งาน MMX ได้นั้นใช้ Chipset อะไรก็ได้แต่ต้องจ่ายไฟ 2.8 โวลต์ให้กับซีพียูได้ อันนี้สำคัญถ้าไม่อยากเห็นเงินที่อุตสาห์อดออมเพื่อซื้อ MMX ถูกเผาไปกับตา เท่าที่ลองใช้เมนบอร์ด 2 รุ่น รุ่นหนึ่งเป็น Intel 439HX Chipset และ Triton IIx กับอีกรุ่นหนึ่ง Intel 430VX Chipset พร้อม Intel Triton IIx เช่นเดียวกัน ทั้งสองรุ่นมาจากต่างโรงงาน รุ่นที่ใช้ 439HX  นั้นเป็นเมนบอร์ดที่สนับสนุนเพนเทียมคลาสสิคมาก่อนตอนหลังเข้าใจว่ามาเพิ่มตัวปรับภาคจ่ายไฟให้สามารถจ่ายไฟให้ MMX ได้ และ Flash BIOS ให้ตรวจสอบเพนเทียม MMX ได้  ส่วนตัวหลังนั้นออกแบบสำหรับ MMX โดยตรง ก่อนซื้อเมนบอร์ด ให้ตรวจสอบก่อนว่าสนับสนุน MMX

    ส่วนต่อไปที่ควรพิจารณาคือ การ์ดวีจีเอ (VGA Card) ควรเลือก ประเภทที่เป็น การ์ด 3 มิติ (3D Accellerator) และมีหน่วยความจำบนการ์ดไม่น้อยกว่า 2 MB

     

http://www.geocities.com/siliphol

Hosted by www.Geocities.ws

1