 |
ความหมายของ
CPU
CPU กับ หน่วยความจำหลัก
โครงสร้างของไมโครโปรเซสเซอร์
กลไกการทำงานของ
CPU
เทคโนโลยีไมโครเซสเซอร์
เทคโนโลยี
MMX
โปรเซสเซอร์
1 กิกะเฮิร์ต
celeron
celeron slot 1
celeron socket
370
pentium 2
pentium 3
pentium 4
ความเป็นมาของการ OverClock CPU
Intel
|
 |
 |
-
เพนเทียม III
-
- แนวโน้มการพัฒนาซีพียู
- ถ้าเป็นไปตามแนวความคิดของ Intel
แนวโน้มการพัฒนาไมโครโปรเซสเซอร์ปัจจุบันนี้
ประสิทธิภาพในการคำนวณสูงไม่ได้แสดงผลออกมาในรูปแบบของการคำนวณเชิงคณิตศาสตร์เหมือนกับคอมพิวเตอร์ในยุคต้นๆอีกต่อไป
ถึงแม้จะเป็นการคำนวณเชิงคณิตศาสตร์อยู่
แต่แสดงผลเป็นกราฟิก ภาพเหมือนจริง
การจำลองภาพเสมือนจริง (Virtual reality) ภาพ 3 มิติ
ซึ่งต้องการซีพียูที่มีความสามารถในการประมวลผลความเร็วสูง
คำนวณเลขทศนิยมได้ในเชิงขนาน (Parallel Processing)
เพราะภาพแต่ละภาพที่แสดงนั้น
เกิดจากการประมวลผลของซีพียูนับล้านคำสั่ง
เพราะภาพแต่ละภาพนั้นประกอบด้วยรูปทรงเรขาคณิตที่เรียกว่าโพลีกอนจำนวนมหาศาล
และหนึ่งโพลีกอน
ต้องการหน่วยความจำและการประมวลผลของซีพียูด้วย
- ด้วยเหตุผลดังกล่าว
อินเทลพยายามผลักดันให้ตลาดยอมรับเทคโนโลยีใหม่ของซีพียู
ทั้งนี้เพราะเหตุผลที่ว่าผู้พัฒนาซีพียูอย่าง AMD
ซึ่งเปลี่ยนฐานะจากลูกไล่มาเป็นคู่แข่งอย่างแท้จริงนั้นได้พัฒนา
3D Now! ออกมาเพื่อแข่งขันล่วงหน้าหลายเดือนแล้ว
-
- เพนเทียม III ใหม่ถอดด้ามหรือพัฒนาการของซีพียู
- เพนเทียม III หรือชื่อรหัสที่อินเทลให้คือ KATMAI
เกิดจากการพัฒนาซีพียูโดยนำสถาปัตยกรรมหลักของเพนเทียม
II มาเพิ่มชุดคำสั่ง SSE และยังคงใช้เทคโลโลยี MMX
เป็นซีพียูวิ่งที่ความเร็ว External BUS 100 MHz (Front size bus
100 MHz) เพนเทียม III ยังคงมีรูปทรงเช่นเดียวกับ เพนเทียม II
และใช้ Slot 1 ส่วนที่เพิ่มขึ้นคือ การพัฒนา MMX2 ชุดคำสั่ง
MMX เวอร์ชั่น 2 ซึ่งต่อมาอินเทลเปลี่ยนชื่อเป็น KNI หรือ
Katmai New Instructions 70 คำสั่ง (แบบเดียวกับที่เคยเพิ่มให้ MMX
57 คำสั่ง) เรียกว่า streaming SIMD extensions ดังนั้นถ้าถามว่า
เพนเทียม III ใหม่สุดหรือไม่ คำตอบคือไม่ เพนเทียม III
ยังคงใช้กับ Slot 1
มีแคชระดับสองที่ทำงานที่ความเร็วครึ่งหนึ่งของซีพียูเหมือนเพนเทียม
II และมีขนาด 512 กิโลไบต์ ดังนั้น เพนเทียม III คือ เพนเทียม II
ที่ถูกนำมาเพิ่มด้วย SSE Streaming SIMD Extensions นั้นเอง
ส่วนที่เพิ่มมาสำหรับเพนเทียม III นอกจาก SSE คือ
การติดต่อกับหน่วยความจำที่ใช้บัสในซีพียู
ให้ติดต่อกับหน่วยความจำได้ดียิ่งขึ้น (Memory Streaming) และ
Processor Serial Number หมายเลขอนุกรมของไมโครโปรเซสเซอร์
-
- SSE Streaming SIMD Extensions
- หลังจากที่ MMX
มีแววว่าจะไม่ประสบความสำเร็จในทางการตลาดและทางเทคนิคมากนัก
(แต่เหตุที่ได้รับความนิยมนั้น
เป็นเพราะอินเทลผลักดันให้อุตสาหกรรมยอมรับ
รวมไปถึงการช่วยให้คู่แข่งยอมรับ MMX
โดยการขายลิขสิทธิ์ในการพัฒนาให้คู่แข่ง
ดังนั้นซีพียูจึงมี MMX กันถ้วนหน้า) อินเทลได้ชี้แจงว่า
ให้รอชุดคำสั่งใหม่คือ MMX2 ซึ่งจะมาพร้อมกับเพนเทียม
III แต่ในที่สุด อินเทลก็เปลี่ยนชื่อเป็น SSE
ซึ่งย่อมาจาก Streaming SIMD Extensions
ซึ่งเป็นชุดคำสั่งในการคำนวณเลขทศนิยมอีก 70 คำสั่ง
บางแหล่งข้อมูลเขียนว่า SSE-FP FP ต่อท้ายนั้นย่อมาจาก
Floating Point หรือทศนิยม SSE-FP
ออกแบบมาเพื่อใช้ประมวลผลชุดคำสั่งที่ต้องใช้ทศนิยม
ได้แก่ กราฟฟิก ภาพ 3 มิติ เสียง ระบบจดจำเสียงพูด
การออกแบบสถาปัตยกรรมใหม่ของ SSE-FP
ได้ชดเชยส่วนของค่าเสีย Overhead ในส่วนของ mmx
ที่เมื่อมีการคำนวณโดยใช้ชุดคำสั่ง MMX แล้ว
การใช้รีจิสเตอร์ FP ใน 7 ตัวต้องหยุด (Disables) ไป แต่ ใน SSE
สามารถใช้ชุดคำสั่ง MMX และ FP
ได้พร้อมกันแบบการคำนวณเชิงขนานดังนั้น SSE จึงไม่ใช่เทคโนโลยีใหม่ คิดว่าคงจำวันที่ Intel
ออกชิปเพนเทียม MMX ออกมาได้นะครับ
สถาปัตยกรรมในการคำนวณผลที่อินเทลประกาศช่วงนั้นคือ
SIMD (ดูเพิ่มเติมจาก เทคโนโลยี MMX)
พอมาถึงเพนเทียม III อินเทลได้ปรับปรุง SIMD ดังกล่าว
และเรียกชื่อว่า Streaming SIMD Extensions (SSE) โดยตัวของ SIMD
นั้นคือชุดคำสั่งหรือ Opcode
ที่ออกแบบมาสำหรับการประมวล รูปทรงเรขาคณิต 3 มิติ
รูปทรงและภาพเคลื่อนไหว รูปภาพ วิดีโอ การจดจำเสียงพูด
(แน่นอนครับ
เบื้องหลังนั้นมีการคำนวณกันมหาศาลสำหรับงานชิ้นหนึ่ง
และต้องพัฒนาไมโครโปรเซสเซอร์เพื่อทบหรือย่นกรณีที่มีการคำนวณแบบซ้ำๆ
โดยการให้มีการเดาที่ฉลาดขึ้น
ให้มีแพทเทิร์นการคำนวณเหมาะสม
มีการสร้างโมเดลกันออกมาอีกมากมาย ) ดังนั้น SIMD
จึงถูกพัฒนาโดยเพิ่ม Register และ Opcode เข้าไปอีก
เพื่อให้การประมวลผลดีขึ้น
(เกี่ยวกับเทคโนโลยีในการประมวลผลจริงแล้ว
เกี่ยวเนื่องกับรูปแบบอนุพันธ์เชิงคณิตศาสตร์อีกมากมาย)
- ถ้าคุณจะใช้ Pentium III
- เมื่อจะซื้อเพนเทียม III มาใช้งานนั้น
ก็ใช่ว่าจะได้ประโยชน์จาก SSE ทันที เพราะ SSE
ต้องมีซอฟต์แวร์สนับสนุน
โดยเป็นซอฟต์แวร์ที่พัฒนาขึ้นโดยใช้ความสามารถของ
SSE
ซึ่งอินเทลต้องผลักดันให้เกิดการผลิตซอฟต์แวร์ขึ้นมารองรับ
หากปราศจากซอฟต์แวร์รองรับ
คำสั่งดังกล่าวก็ไม่มีประโยชน์อะไร
แม้แต่ระบบปฏิบัติการก็ต้องมีการปรับปรุงด้วย
เพราะระบบปฎิบัติการคือหัวใจที่จะเป็นสะพานเชื่อมระหว่าง
Application Software กับฮาร์ดแวร์ด้วย
- ยังจำสมัยของ MMX ได้หรือไม่ครับ
เราต่างก็ไม่ทราบว่าจะใช้ MMX ได้อย่างไร แต่ในที่สุด MMX
ได้รับการยอมรับและถูกพัฒนาผนวกเข้าในไมโครโปรเซสเซอร์ของผู้ผลิตทุกราย
(ถึงแม้จะโดยการผลักดันของอินเทลก็ตาม)
ที่ว่าในเบื้องต้นของการออกสู่ตลาดของ MMX
และยังไม่ได้รับการแนะนำ
หรือผู้ใช้คิดว่าไม่มีประโยชน์นั้นเนื่องจากยังไม่มีผู้พัฒนา
Application ออกมานั่นเอง
สำหรับเทคโนโลยีใหม่ของเพนเทียม III ก็เช่นกัน
ในช่วงแรกที่ไมโครโปรเซสเซอร์รุ่นนี้ผลิตออกมานั้น
ในวันเปิดตัวอินเทลได้แนบรายการซอฟต์แวร์ที่ออกแบบมาเพื่อใช้กับเพนเทียม
III ด้วยหลายรายการ โดยส่วนใหญ่เป็นซอฟต์แวร์ประเภท
จดจำเสียงพูด เกมส์ แก้ไข-ตกแต่งภาพ และมัลติมีเดีย
โดยที่ซอฟต์แวร์เหล่านั้น ใช้ชุดคำสั่ง SSE
- ในด้านความเข้ากันได้ เพนเทียม III ไม่ต้องการเมนบอร์ดใหม่
ใช้ได้กับเมนบอร์ด Slot I
ที่ออกแบบมาเพื่อใช้งานกับเพนเทียม II
แต่ถ้าหากต้องการใช้เพนเทียม III จะต้องอัปเดทไบออสที่รู้จักเพนเทียม
III ด้วย
แต่เท่าที่เห็นส่วนใหญ่จะต้องเป็นเมนบอร์ดที่ใช้ชิปเซ็ต Intel 440BX
ทั้งนี้เพราะ 440BX
นั้นมีสถาปัตยกรรมที่เอื้ออำนวยต่อการเข้ากันได้ระหว่างเมนบอร์ดกับเพนเทียม
III เพราะเป็นชิปเซ็ตที่ใช้ BUS 100 MHz ได้
และการควบคุมเวลาการเข้าถึง RAM
สอดคล้องกับเพนเทียม III (ในระยะแรกของเพนเทียม III
จึงใช้กับเมนบอร์ดที่ใช้ชิปเซ็ต 440BX ไปก่อน
แต่อินเทลก็มีแผนการพัฒนาชิปเซ็ตรุ่นใหม่สำหรับเพนเทียม
III ด้วย
-
- สรุปเทคโนโลยีของเพนเทียม III
| ขนาดทรานซิสเตอร์ |
0.25 ไมครอน |
| ขนาดทรานซิสเตอร์ |
0.25 ไมครอน |
| จำนวนทรานซิสเตอร์ |
9.5 ล้านตัว (ประมาณ) |
| แคชระดับ 1 |
32 กิโลไบต์ |
| แคชระดับ 2 |
512 กิโลไบต์ ่ความเร็วครึ่งหนึ่งของซีพียู |
| เทคโนโลยีการประมวลผล |
Katmai core, เกิดจากการพัฒนาเพนเทียม II โดยเพิ่มSSE |
| แรงดันไฟฟ้า |
2.0 โวลต์ |
| สำหรับเมนบอร์ด |
Slot 1 ที่อัปเดทไบออสให้รู้จักเพนเทียม III |
| ความเร็ว |
450, 500 MHz |
-
|
 | |
 | |
 |