|

|
ความหมายของ
CPU
CPU กับ หน่วยความจำหลัก
โครงสร้างของไมโครโปรเซสเซอร์
กลไกการทำงานของ
CPU
เทคโนโลยีไมโครเซสเซอร์
เทคโนโลยี
MMX
โปรเซสเซอร์
1 กิกะเฮิร์ต
celeron
celeron slot 1
celeron socket
370
pentium 2
pentium 3
pentium 4
ความเป็นมาของการ OverClock CPU
Intel
|

|
|

|
-
-
เพนเทียม II ทดสอบใช้งาน
-
ข้อควรพิจารณาเกี่ยวกับการทดสอบการใช้งานเพนเทียม II
-
1. ความเร็วของการประมวลผลของ เพนเทียม II เร็วจริงหรือไม่
เนื่องจากเพนเทียม II ออกแบบสำหรับใช้งานกับ External
Clock 66 MHz
และความเร็วสัญญาณนาฬิกาของบัสระหว่างซีพียูและ L2
Cache มีความเร็วเพียง 1/2
เท่าของความเร็วสัญญาณนาฬิกา CPU
-
2. เพนเทียม II
ออกแบบส่วนของเซ็กเม็นต์รีจิสเตอร์เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพและความเร็วในการประมวลผล
OS และ Application 16 บิต
ซึ่งคาดว่าคะแนนที่ได้จะสูงกว่าเพนเทียมโปร
-
3. เทียบกับเพนเทียม MMX 233 MHz
แล้วประสิทธิภาพของเพนเทียม II เป็นอย่างไร
-
โชคดีที่นอกจากผมจะเก็บผลการทดลองของเพนเทียมโปร 180 MHz
ไว้เพื่อเปรียบเทียบ
และในขณะเดียวกันก็ได้รับเพนเทียม MMX 233 MHz (Intel
ประกาศว่าสำหรับซีพียูตระกูลเพนเทียมความเร็วสูงสุดที่จะผลิตคือเพนเทียม
MMX 233 MHz)
มาอีกตัวหนึ่งซึ่งนำมาทดสอบกับเมนบอร์ดที่มีขนาดของ
L2 SRAM Pipeline Burst 512 kb เท่ากับ L2 cache ของเพนเทียม II
ผมจึงทดสอบเพื่อเปรียบเทียบกัน
-
อย่างไรก็ตาม ในการทดสอบ ผมทดสอบไม่ละเอียดมากนักและก็ใช้โปรแกรม
Winbench 97 เวอร์ชั่น 1.0
และทดสอบการใช้งานตามปกติเท่านั้นเอง
หากว่ามีเวลาเหลือผมจะลองทดสอบกับโปรแกรมสำหรับการทดสอบอื่นๆ
ด้วย
-
จากกราฟผลการทดสอบ เมื่อเทียบ CPUMark16 พบว่าเพนเทียม II
มีคะแนนการทดสอบออกมายังไม่เป็นที่น่าพอใจ
แต่ก็น่าจะทำให้ ผู้ที่ยังใช้โปรแกรมและ
Application 16 บิตอยู่มั่นใจว่าเพนเทียม II
นั้นสามารถนำมาใช้งานกับโปรแกรม 16 บิต
ได้อย่างมีประสิทธิภาพกว่าใช้เพนเทียมโปร
อย่างไรก็ตาม น่าพิจารณาเหมือนกันว่า
ถ้าหากต้องการใช้งานวินโดวส์ 95
ซึ่งมีโค๊ดส่วนใหญ่เป็น 16 บิต เพนเทียม MMX
เป็นทางเลือกที่ดีกว่า เพราะให้คะแนน CPUMark16 มากกว่า
-
จากกราฟผลการทดสอบ CPUMark 32 พบว่าเพนเทียม II
สามารถทำคะแนนได้ดีกว่าเพนเทียม MMX 233 MHz
(และน่าจะเท่ากับหรือน้อยกว่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเพนเทียมโปร
ดังนั้นถ้าหากต้องการซื้อคอมพิวเตอร์สำหรับใช้งาน
Windows NT (4.0 Server หรือ Workstation) แล้วเพนเทียม II
เป็นทางเลือกที่ดีกว่า (แต่ต้องจ่ายแพงกว่า)
สำหรับผู้ที่ต้องการซื้อเพื่อนำไปใช้งานกับเซิร์ฟเวอร์
ก็สามารถใช้งานได้ อย่างไรก็ตาม
หากต้องการซื้อเพื่อนำไปใช้งานกับเซิร์ฟเวอร์
ควรเลือกเพนเทียม II
ที่มีการเพิ่มรีจิสต์ตรวจสอบความผิดพลาด
(Pentium II with ECC Code) ซึ่ง Intel
ประกาศออกมาเรียบร้อยแล้วว่าเวอร์ชั่นดังกล่าวของเพนเทียม
II ออกวางตลาดแล้ว
-
เมื่อดูการทดสอบโดย Winbench 97 Version 1.0
โดยดูประสิทธิภาพโดยรวมของระบบ (Overall Performance)
พบว่าคะแนนของเพนเทียม II นั้นสูงกว่า
คะแนนของเพนเทียม MMX ที่ความเร็วเดียวกันเพียงเล็กน้อย
ในขณะทีราคาแพงกว่าอย่างมีนัยสำคัญ และ Intel
ก็ได้ประกาศถึงเทคโนโลยีใหม่ๆที่ถูกเพิ่มเข้าใน
เพนเทียม II ทำให้แหล่งข้อมูล
จากหลายๆ แหล่งสรุปว่าเพนเทียม IIยังไม่ใช่
ไมโครโปรเซสเซอร์ที่เร็วที่สุดในขณะนี้
และจากผลการทดสอบก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ
ผลคะแนนส่วนของทดสอบของ
Winbench 97 หลายๆ
ส่วนแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า เพนเทียม
MMX ทำคะแนนได้ดีกว่าเพนเทียม II
- ข้อสรุปจากการทดสอบประสิทธิภาพ
-
1. ความเร็วของเพนเทียม II
ในการรันโปรแกรมต่างๆ
ได้ผลไม่เป็นที่น่าพอใจถึงแม้ว่าส่วนของ CPUMark16
จะเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเปรียบเทียบกับเพนเทียม
โปร
-
2. ประสิทธิภาพโดยรวมของคอมพิวเตอร์ที่ใช้เพนเทียม II
สูงกว่าเพนเทียม MMX เพียง 5 - 15 เปอร์เซ็นต์
จึงไม่น่าลงทุนในการใช้งานเมื่อเปรียบเทียบกับส่วนต่างราคา
-
3. ประสิทธิภาพโดยรวมของคอมพิวเตอร์ที่ใช้เพนเทียม
II
เร็วกว่าเพนเทียมคลาสสิคอย่างเห็นได้ชัดและเร็วกว่าเพนเทียมโปร
(ในบางด้านเท่านั้นและที่สำคัญ
ยังไม่มีเพนเทียมโปรที่ความเร็วเท่ากับเพนเทียม II
ออกมาทดสอบ ทำให้ไม่เห็นความแตกต่างนัก)
-
-
ความคุ้มค่าในการใช้งาน
-
ปกติผู้ซื้อคอมพิวเตอร์ ซื้อมาก็เพื่อใช้งาน
ผมเองก็เช่นเดียวกันหลังจากทดสอบเพนเทียม MMX
และเพนเทียม II
เรียบร้อยก็ทดสอบใช้งานระยะหนึ่ง พบว่า
ความเร็วในการรัน MS-Office 7.0 เร็วอย่างเห็นได้ชัด ใช้ MS- Excel
7.0 คำนวณตารางที่มีข้อมูลมากๆ
ก็ทำเสร็จในเวลาเร็วกว่า เพนเทียม 166 MMX
เป็นเท่าตัว
-
อย่างไรก็ตามเมื่อเปรียบเทียบกับ
เพนเทียม 166 MMX ที่ผมนำมา
Overclockที่ 200 MHz
แล้วพบว่าความเร็วในการใช้งานแตกต่างกันไม่มากนัก
ไม่ถึงขนาดทำให้รู้สึกว่าต้องใช้เพนเทียม
II ขึ้นมา อีกอย่างหนึ่งราคาของเพนเทียม II
แพงกว่า ตอนนี้สำหรับ Power User ผมว่าเพนเทียม MMX
233 MHz เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ
ซีพียูอีกตัวหนึ่งที่น่าสนใจคือ AMD
K6/233 MHz
ซึ่งจากแหล่งทดสอบหลายๆแหล่งกล่าวว่า AMD
K6 /233 MHz
นั้นไม่เพียงแต่เป็นคู่แข่งตัวฉกาจของเพนเทียม
233 MMX
เท่านั้นแต่ยังเป็นคู่แข่งของเพนเทียม
II ด้วย
ถึงแม้ว่าอินเทลจะยกเอาคะแนนการทดสอบ
FPU (Floating Point Unit
การทดสอบการประมวลผลกรณีใช้โปรแกรมที่ต้องคำนวณรายละเอียดเป็นระดับค่าทศนิยม)
ที่เพนเทียม II
ทำได้มากกว่ามาเปรียบเทียบก็ตาม
- ระหว่างเพนเทียม MMX และเพนเทียม
II อะไรควรค่าแก่การลงทุน
-
สำหรับผมหากจะให้เลือก
ผมคิดว่าผมเลือก เพนเทียม MMX 233 MHz ดีกว่า
เพราะว่าผมใช้วินโดวส์ 95
เป็นหลักจึงไม่มีเหตุผลได้ที่จะต้องใช้ซีพียูที่ออกแบบมาเพื่อระบบปฎิบัติการ
32 บิต
-
เหตุผลประการแรกก็อย่างที่ผลการทดสอบชี้ให้เห็นว่าเพนเทียม
MMX นั้นเร็วใกล้เคียงกับเพนเทียม II
อย่างไรก็ตามขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ใช้งานด้วย
ถ้าหากต้องการซื้อมาใช้งานวินโดวส์
3.11(ฮู้ว์ ผมเองก็ชอบใช้งาน) หรือวินโดวส์ 95
และต้องการเลือกอินเทล
ซีพียูที่เหมาะสมที่สุดถ้าให้เลือกระหว่างเพนเทียม
MMX และเพนเทียม II ตัวที่ควรเลือกก็คือ
เพนเทียม MMX แต่หากซื้อมารัน วินโดวส์ NT 4.0
workstation ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการ 32 บิต
ควรเลือกเพนเทียม II
-
นอกจากนี้ผลประโยชน์ที่จะได้รับเมื่อซื้อเพนเทียม
MMX นอกจากราคาถูกกว่าเพนเทียม II แล้ว
ด้วยเพนเทียม MMX
ออกแบบมาเพื่อใช้งานกับSocket 7
ซึ่งนอกจาก Intel แล้ว AMD, Cyrix
ต่างก็ยังมีแผนที่จะผลิตซีพียูความเร็วสูงเพื่อนำมาใช้กับ
Socket 7 อีก
โดยปกติแผงวงจรหลักที่ออกแบบสำหรับ
Socket 7 ปัจจุบัน
สามารถใช้กับซีพียูรุ่นที่มีความเร็วสูงสุดดังต่อไปนี้
K6/266 MHz 6x86MX/PR200+
ซึ่งทำให้โอกาสในการอัปเกรดของผู้ซื้อมีมากกว่าเพราะปัจจุบันยังไม่มีผู้ผลิตซีพียูรายอื่นผลิตซีพียูสำหรับ
Slot 1
-
เอาละ
หลายคนอาจจะบอกว่าถ้าหากซื้อเพนเทียม
II 233 หรือ 266 ตอนนี้
หากไม่พอใจก็สามารถอัปเกรดเป็น 300 หรือ
333 Mhz ต่อไปได้อีก
ผมว่าเป็นทางเผื่อเลือกที่ไม่น่าเลือก
เพราะว่าคุณก็ต้องจ่ายเพิ่มอยู่ดี
บางคนอาจแย้งไปไกลขนาดที่ว่าเดี๋ยว
Deschutes ออกมาก็สามารถซื้อ 350 หรือ 400 MHz
มาใช้งานได้เพราะ เป็น Slot 1 (หรือ Slot 2)
เหมือนกัน ตรงนี้อย่าลืมนะครับว่า
Deschutes ต้องการ External Bus Speed 100 MHz
ขณะที่แผงวงจรหลักที่ใช้งานกันทุกวันนี้
External Bus Speed (System Board Bus Speed) สูงสุด 66 MHz
นั้นหมายความการอัปเกรด ต้องซื้อเมนบอร์ดใหม่ด้วย
-
อนาคตเพนเทียม II
-
เมื่อเพนเทียม II ออกสู่ตลาดครั้งแรกนั้น
อินเทลยังไม่ได้นำ Chipset
ที่ออกแบบมาสำหรับเพนเทียม II
ออกสู่ท้องตลาดด้วย
ดังนั้นเมนบอร์ดสำหรับเพนเทียม II ในยุคแรกๆ
จึงใช้ Chipset 440FX ซึ่งเป็น Chipset
ที่ออกแบบสำหรับเพนเทียมโปร
ต่อมาอินเทลได้นำ Chipset 440LX
ออกสู่ตลาดซึ่งเป็น Chipset
ที่ออกแบบมาเพื่อใช้กับเมนบอร์ดสำหรับเพนเทียม
II โดยเฉพาะ มีคุณสมบัติเพิ่มเติมคือ สนับสนุน AGP
(Accelerator Graphic Port)
ซึ่งเป็นภาคอินเตอร์เฟซสำหรับการ์ดแสดงผลแบบใหม่
และสนับสนุนเมนบอร์ดแบบใช้ซีพียูได้หลายตัวเช่นเดียวกับ
440FX (Multiprocessor Support)
-
เกี่ยวกับการใช้งานด้านเครือข่าย เนื่องจากคุณสมบัติของ
PLGA หรือรูปแบบของซีพียูแบบ S.E.C
ทำให้ง่ายต่อการออกแบบเมนบอร์ดประเภทที่ติดตั้งซีพียูได้หลายตัว
เช่น เมนบอร์ด 2 ซีพียู (Dual CPU main Board)
ซึ่งสามารถนำคอมพิวตอร์ที่ใช้สองซีพียูกับซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการสำหรับเครือข่าย
เช่น Windows NT 4.0 ได้
และนอกจากนี้เพื่อสร้างความมั่นใจว่าเพนเทียม
II จะทำงานได้ถูกต้องทุกอย่าง
อินเทลได้ออกแบบเพนเทียม II
ที่สนับสนุนตรรกะการตรวจสอบความผิดพลาด
Error Correction Code (ECC) ได้ด้วย
-
|

| |
|

| |

|