การพิจารณารูปร่างของโมเลกุลโควาเลนท์
โมเลกุลโควาเลนท์นั้น
(Covalent
Molecule) เกิดจากการยึดเหนี่ยวกันของอะตอมตั้งแต่ 2 ตัวขึ้นไป ที่มีความแตกต่างของค่า
E.N. ไม่มากนัก การจัดเรียงตัวของอะตอมต่างไปจากสารประกอบไอออนิก (Ionic) ที่เกิดจากการสร้างแรงยึดเหนี่ยวกันระหว่างอะตอมตั้งแต่
2 อะตอมขึ้นไปที่มีค่า E.N. ต่างกันมากจนเกิดขึ้นเป็นประจุไฟฟ้าขึ้นอย่างเด่นชัด
และจัดเรียงตัวกันด้วยแรงยึดเหนี่ยวทางไฟฟ้า
โครงสร้างของโมเลกุลโควาเลนท์ในสามมิตินั้น (Molecular Geometry) สามารถพิจารณาได้จากการผลักกันของอิเลคตรอนที่มีอยู่รอบๆอะตอมกลางเป็นสำคัญ
โดยอาศัยหลักการที่ว่า อิเลคตรอนเป็นประจุลบเหมือนๆกัน ย่อมพยายามที่แยกตัวออกจากกันให้มากที่สุดเท่าที่จะกระทำได้
ดังนั้นการพิจารณาหาจำนวนกลุ่มของอิเลคตรอนที่อยู่รอบๆนิวเคลียสและอะตอมกลาง จะสามารถบ่งบอกถึงโครงสร้างของโมเลกุลนั้นๆได้
โดยที่กลุ่มต่างๆของอิเลคตรอนแต่ละกลุ่มอาจจะเป็น
1. อิเลคตรอนคู่โดดเดี่ยว (Lone Paired Electron)
2. อิเลคตรอนโดดเดี่ยว (Unpair Elctron)
3. อิเลคตรอนคู่ร่วมพันธะ อันได้แก่
3.1 พันธะสาม (Tripie Bond)
3.2 พันธะคู่ (Double Bond)
3.3 พันธะเดี่ยว (Single Bond)
ทั้งนี้โดยเรียงตามลำดับความสามรถในการผลักอิเลคตรอนกลุ่มอื่น
เนื่องจากอิเลคตรอนโดดเดี่ยว
และอิเลคตอนที่สร้างพันธะนั้นต่างกันตรงที่อิเลคตรอนโดดเดี่ยวนั้นถูกยึดด้วยอะตอมเพียงตัวเดียว
ในขณะที่อิเลคตรอนที่ใช้สร้างพันธะถูกยึดด้วยอะตอม 2 ตัว จึงเป็นผลให้อิเลคตรอนโดดเดี่ยวมีอิสระมากกว่าสามารถครองพื้นที่ในสามมิติได้มากกว่า
ส่วนอิเลคตรอนเดี่ยว และอิเลคตรอนคู่โดดเดี่ยว รวมไปถึงอิเลคตรอนคู่ร่วมพันธะแบบต่างๆนั้นมีจำนวนอิเลคตรอนไม่เท่ากันจึงส่งผลในการผลักอิเลคตรอนกลุ่มอื่นๆได้ไม่เท่ากัน
โครงสร้างที่เกิดจากการผลักกันของอิเลคตรอนนี้ สามารถจัดเป็นกลุ่มได้ตามจำนวนของอิเลคตรอนที่มีอยู่ได้ตั้งแต่
1 กลุ่ม, 2 กลุ่ม, 3 กลุ่ม เรื่อยๆไป เรียกวิธีการจัดตัวแบบนี้ว่า ทฤษฎีการผลักกันของคู่อิเลคตรอนวงนอก
(Valence Shell Electron Pair Repulsion : VSEPR)